พบศพในซุ้มล้อเครื่องบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ บินไปฮาวาย

พบศพในซุ้มล้อเครื่องบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ บินไปฮาวาย

26 ธ.ค. 2567 08:59 น.

พบศพในซุ้มล้อเครื่องบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ บินไปฮาวาย

สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ระบุว่าพบศพในซุ้มล้อเครื่องบิน หลังจากเครื่องบินลงจอดที่เกาะเมาอิ ในรัฐฮาวายของสหรัฐฯ 

สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ระบุในเว็บไซต์ว่าพบศพในซุ้มล้อเครื่องบินช่องหนึ่ง หลังจากเที่ยวบิน 202 ของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ที่เดินทางจากสนามบินนานาชาติชิคาโกโอแฮร์ ลงจอดที่สนามบินคาฮูลุย ในช่วงบ่ายวันที่ 24 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต

ตามข้อมูลของสายการบินและข้อมูลจาก FlightAware เที่ยวบินดังกล่าวออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติโอแฮร์ ในนครชิคาโก เมื่อเวลาประมาณ 09:49 น. และเดินทางถึงสนามบินคาฮูลุยประมาณ 14:12 น. ตามเวลาท้องถิ่น 

สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ระบุว่า “ซุ้มล้อของเครื่องบินโบอิ้ง 787-10 สามารถเข้าถึงได้จากภายนอกเครื่องบินเท่านั้น และในขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าบุคคลดังกล่าวเข้าถึงช่องล้อเครื่องบินได้อย่างไรและเมื่อใด” ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ระบุว่ากำลังดำเนินการสืบสวนกับเจ้าหน้าที่ ด้านสำนักงานการบินแห่งสหรัฐฯ ยังไม่แสดงความคิดเห็นในขณะนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวเพิ่มเติมในแถลงการณ์ว่า “ขณะนี้สำนักงานตำรวจเมาอิกำลังดำเนินการสืบสวนเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตที่พบบนเที่ยวบินขาเข้าจากแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ และ ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม”

ทั้งนี้ ผู้ที่ลักลอบขึ้นเครื่องบินในซุ้มล้อและห้องเก็บสัมภาระที่ไม่ได้รับการปรับความดันของเครื่องบิน อาจต้องเผชิญกับอุณหภูมิระหว่าง -50 ถึง -60 องศาเซลเซียส รวมถึงการขาดออกซิเจน แม้ว่าอัตราการเสียชีวิตของผู้ลักลอบขนของขึ้นเครื่องบินส่วนใหญ่จะสูง แต่ก็มีผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้

เมื่อปีที่แล้ว มีผู้พบผู้รอดชีวิตคนหนึ่งในช่องใต้ท้องเครื่องบินของสายการบินของแอลจีเรียในกรุงปารีส และในเดือนมกราคม 2022 มีผู้พบผู้ลักลอบขึ้นเครื่องบินยังมีชีวิตอยู่ในช่องใต้ท้องเครื่องบิน ของเครื่องบินขนส่งสินค้าของบริษัท คาร์โกลักซ์ ที่เดินทางจากแอฟริกา มาถึงสนามบินสคิโพล ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เทียบคำอวยพรคริสต์มาส ทรัมป์-ไบเดน ต่างกันคนละขั้ว

เทียบคำอวยพรคริสต์มาส ทรัมป์-ไบเดน ต่างกันคนละขั้ว

26 ธ.ค. 2567 08:53 น.

เทียบคำอวยพรคริสต์มาส ทรัมป์-ไบเดน ต่างกันคนละขั้ว

สื่อต่างชาติเปรียบเทียบข้อความอวยพรวันคริสต์มาสของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯที่กำลังจะลงจากตำแหน่ง กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ โดยพบว่าเนื้อหาใจความแตกต่างกันไปคนละขั้ว

นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐที่กำลังจะลงจากตำแหน่งและนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีที่กำลังจะเข้ามารับช่วงต่อ ส่งข้อความถึงชาวอเมริกันที่แตกต่างกันในช่วงเทศกาลคริสต์มาสเมื่อวันพุธที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยนายโจ ไบเดนจากพรรคเดโมแครตได้กระตุ้นชาวอเมริกันทบทวนตัวเองและรวมกันเป็นหนึ่ง ในขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์จากพรรครีพับลิกันได้ส่งคำทักทายเทศกาลคริสต์มาสแต่ยังไม่วาย ทิ้งท้ายด้วยการโจมตีคู่แข่งทางการเมืองของเขา

นายไบเดนได้บรรยายในคลิปวิดีโอซึ่งเผยแพร่บน YouTube พาทัวร์การตกแต่งคริสต์มาสที่ทำเนียบขาว  เมื่อคืนวันคริสต์มาสอีฟ พร้อมกระตุ้นให้ชาวอเมริกัน ไม่ต้องใส่ใจกับเสียงรบกวนและทุกสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกแยก โดยเขากล่าวย้ำในเสียงบรรยายว่า ทุกคนเกิดมาบนโลกเพื่อดูแลกันและกัน และรักกัน แต่บ่อยครั้งที่เรากลับมองเห็นกันเป็นศัตรู แทนที่จะเป็นเพื่อนบ้าน หรือเพื่อนร่วมชาติ โนโอกาสวันคริสต์มาสนี้เขาจึงขอให้ทุกคนทบทวนตัวเอง เพื่อให้ปฏิบัติต่อกันด้วยศักดิ์ศรีและความเคารพ

ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความทาง Truth social ว่า สุขสันต์วันคริสต์มาส พร้อมภาพของเขากับภรรยา เมลาเนีย และตามด้วยการแชร์บทความหรือโพสต์จากโซเชียลมีเดียกว่า 20 รายการที่สนับสนุนจุดยืนทางการเมืองของเขาในหัวข้อต่างๆ เช่น การเสนอชื่อพีท เฮกเซธ เป็นรัฐมนตรีกลาโหม และประเด็นเรื่องกรีนแลนด์และคลองปานามา

หลังจากนั้น ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความอวยพรวันคริสต์มาสที่ยาวขึ้น โดยกล่าวหาว่าทหารจีนกำลังควบคุมคลองปานามา และวิจารณ์นายกรัฐมนตรีแคนาดา จัสติน ทรูโด นายไบเดน และพรรคเดโมแครต

โดยระบุว่า “สุขสันต์วันคริสต์มาสให้กับพวกซ้ายสุดโต่งที่บ้าคลั่ง ที่พยายามขัดขวางระบบศาลและการเลือกตั้งของเราอย่างต่อเนื่อง” และ”พวกเขารู้ดีว่าช่องทางเดียวที่พวกเขาจะรอดได้คือการได้รับการอภัยโทษจากคนที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังทำอะไร”

ส่วนข้อความถึงนายจัสติน ทรูโดของแคนาดา ระบุว่า “ภาษีของประชาชนชาวแคนาดาสูงเกินไป ถ้าหากแคนาดากลายเป็นรัฐที่ 51 ของเรา ภาษีของพวกเขาจะถูกลดลงมากกว่า 60%” 

ทั้งนี้ ทรัมป์ได้เรียกร้องให้มีการฟ้องร้องคู่แข่งทางการเมืองที่เขามองว่าเป็นศัตรู ประกาศจะยึดคลองปานามา ซื้อกรีนแลนด์ และให้คำมั่นที่จะปรับโครงสร้างรัฐบาลกลาง ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นหลังเขาขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ คริสต์มาส

คิงชาร์ลส์พาเชื้อพระวงศ์ ทำพิธีวันคริสต์มาส ทักทายประชาชนชื่นมื่น

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2833045

คิงชาร์ลส์พาเชื้อพระวงศ์ ทำพิธีวันคริสต์มาส ทักทายประชาชนชื่นมื่น

26 ธ.ค. 2567 06:06 น.

คิงชาร์ลส์พาเชื้อพระวงศ์ ทำพิธีวันคริสต์มาส ทักทายประชาชนชื่นมื่น

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินี นำเหล่าเชื้อพระวงศ์ร่วมพิธีกรรมทางศาสนาเนื่องในวันคริสต์มาส ที่ซานดริงแฮม โดยมีประชาชนมารวมตัวรอรับเสด็จจำนวนมาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฝูงชนจำนวนมาก มารวมตัวกันด้วยความตื่นเต้น เพื่อรอชมเหล่าเชื้อพระวงศ์เดินทางเข้าสู่โบสถ์ เซนต์ แมรี แมกดาเลน ในเมืองนอร์ฟอล์ก เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา เนื่องในวันคริสต์มาส 25 ธ.ค. 2567

โดยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมสมเด็จพระราชินีคามิลลา, เจ้าชายวิลเลียม กับแคทเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ เสด็จมายังโบสถ์พร้อมด้วยพระโอรส-พระธิดาทั้ง 3 ของพระองค์ ได้แก่ เจ้าชายจอร์จ, เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายลูอีส์ ซึ่งสมาชิกราชวงศ์ต่างทักทายประชาชนอย่างเป็นกันเองและใกล้ชิด

นอกจากนั้น สมาชิกราชวงศ์พระองค์อื่นๆ ก็เสด็จมาร่วมพิธีด้วย ทั้งเจ้าหญิงแอนน์ ราชกุมารี (Princess Royal), เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด กับเจ้าหญิงโซฟี ดยุคและดัชเชสแห่งเอดินบะระ พร้อมด้วยพระทายาทของทั้งสอง คือ เลดี้ หลุยส์ วินด์เซอร์ กับ เจมส์ เอิร์ลแห่งเวสเซกซ์

อย่างไรก็ตาม มีการประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุคแห่งยอร์ก จะไม่มาเข้าร่วมงานรวมตัวประจำปีนี้ หลังถูกกล่าวหาว่า มีความเกี่ยวข้องกับสายลับจีน อย่างไรก็ตาม เจ้าหญิงเบียทริซ พระธิดาของพระองค์ เสด็จมาร่วมพิธีด้วย พร้อมกับนาย เอโดอาร์โด มาเปลลี มอซซี สามี และ คริสโตเฟอร์ วูล์ฟ ลูกชาย

ทั้งนี้ พิธีกรรมทางศาสนาที่โบสถ์ เซนต์ แมรี แมกดาเลน ถือเป็นงานใหญ่ในปฏิทินของราชวงศ์ ซึ่งจะพาเหล่าเชื้อพระวงศ์มาปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะแทบจะครบทุกพระองค์ จึงมักมีประชาชนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เพื่อบันทึกภาพความทรงจำเหล่านี้เอาไว้

หลังจากเสร็จพิธี คิงชาร์ลส์กับสมาชิกราชวงศ์พระองค์อื่นๆ ก็จะเสด็จไปตำหนักซานดริงแฮม ตามธรรมเนียมในวันคริสต์มาส ที่ปฏิบัติติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2531

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

คิงชาร์ลส์ที่ 3 อวยพรวันคริสต์มาส ขอบคุณทีมแพทย์-ชื่นชมความสามัคคี

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2833044

คิงชาร์ลส์ที่ 3 อวยพรวันคริสต์มาส ขอบคุณทีมแพทย์-ชื่นชมความสามัคคี

26 ธ.ค. 2567 05:34 น.

คิงชาร์ลส์ที่ 3 อวยพรวันคริสต์มาส ขอบคุณทีมแพทย์-ชื่นชมความสามัคคี

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ มีพระราชดำรัสประจำปีเนื่องในวันคริสต์มาส ขอบคุณทีมแพทย์ที่ช่วยดีแลพระองค์ และชื่นชมความสามัคคีในชุมชนหลังเกิดเหตุจลาจลใหญ่

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2567 สำนักพระราชวังอังกฤษ เผยแพร่คลิปวิดีโอพระราชดำรัสของพระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 3 เนื่องในวันคริสต์มาสประจำปี โดยพระองค์ทรงขอบคุณทีมแพทย์และพยาบาล ที่คอยสนับสนุนพระองค์ รับมือกับโรคไม่แน่นอนและความไม่สบายใจ ระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง

พระองค์ยังทรงชื่นชมผู้ที่พยายามเป็นสะพานสร้างความเชื่อมโยงระหว่างชุมชนต่างๆ หลังเกิดเหตุจลาจลอันโกรธเกรี้ยวและไร้กฎหมายเมื่อช่วงฤดูร้อน “ความหลากหลายทางเชื้อชาติและความเชื่อ คือสัญญาณของความแข็งแกร็ง ไม่ใช่อ่อนแอ” คิงชาร์ลส์ตรัสในวิดีโอ

ทั้งนี้ ข้อความวันคริสต์มาสประจำปีนี้ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 บันทึกล่วงหน้าจากโบสถ์ฟิตซ์โรเวีย (Fitzrovia) ในกรุงลอนดอน เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยนี่เป็นครั้งแรกที่ข้อความวันคริสต์มาสถูกบันทึกนอกที่ประทับของเชื้อพระวงศ์ ซึ่งใช้มานานกว่าทศวรรษ

โบสถ์ฟิตซ์โรเวีย เคยเป็นโบสถ์ของโรงพยาบาล มิดเดิลเซ็กซ์ ซึ่งการบันทึกพระราชดำรัสวันคริสต์มาสในที่แห่งนี้เป็นการสะท้อนความเคารพต่อผู้ที่ทำงานในหน่วยงานสาธารณสุข

“เราทุกคนต่างผ่านความเจ็บปวดในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจก็ตาม” คิงชาร์ลส์ตรัส “แต่สิ่งที่เป็นตัวชี้วัดอารยธรรมของเรา คือวิธีที่ผู้คนได้รับการสนับสนุนในช่วงเวลาเหล่านั้น”

ในคลิปวิดีโอ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ผู้ทั้งมืออาชีพและอาสาสมัคร ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตน และใช้ทักษะของตัวเองในการดูแลผู้อื่น และบ่อยครั้งที่ตัวของพวกเขาเองก็ได้รับผลกระทบบางอย่าง และขอบคุณความช่วยเหลือที่พวกเขามอบให้แก่สมาชิกราชวงศ์พระองค์อื่นๆ

พระองค์ยังตรัสขอบคุณสังคมสำหรับข้อความและคำพูดที่เต็มไปด้วยความกรุณา หลังพระองค์เปิดเผยเรื่องการประชวรด้วยโรคมะเร็งในเดือนกุมภาพันธ์

อนึ่ง การรักษาโรคมะเร็งของพระเจ้าชาร์ลส์ จะดำเนินต่อไปในปี 2568 แต่มีสัญญาณความคืบหน้าในเชิงบวก คือพระองค์มีกำหนดการเดินทางเยือนสถานที่ต่างๆ มากมาย ทั้งภายในและต่างประเทศ

อีกหัวข้อใหญ่ที่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พูดถึงในข้อความวันคริสต์มาสของพระองค์ คือเรื่องความสามัคคีในชุมชน

คิงชาร์ลส์ตรัสชื่นชมผู้ที่พยายามหาทางสร้างสะพานเชื่อมระหว่างชุมชนต่างๆ หลังเกิดการจลาจลครั้งใหญ่ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเกิดขึ้นตามหลังเหตุคนร้ายใช้มีดไล่แทงเด็กในคลาสสอนเต้นที่เมืองเซาท์พอร์ต

“ข้าพเจ้ารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งในสหราชอาณาจักร เมื่อชุมชนต่างๆ ตอบสนองต่อกระแสความโกรธเกรี้ยวและไร้กฎหมายในเมืองต่างๆ เมื่อช่วงฤดูร้อน ด้วยการมารวมตัวกัน และไม่ใช่เพื่อทำซ้ำพฤติกรรมเหล่านั้น แต่เพื่อซ่อมแซม ซึ่งไม่ได้ซ่อมแซมแต่อาคาร แต่รวมถึงความสัมพันธ์ด้วย” คิงชาร์ลส์ตรัส

“ความหลากหลายทางวัฒนธรรม, เชื้อชาติ และความเชื่อ มอบความแข็งแกร่ง ไม่ใช่อ่อนแอ” กษัตริย์อังกฤษระบุต่อ และชื่นชมความพยายามที่จะเคารพความแตกต่าง เพื่อเอาชนะอคติ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สลด บินอาเซอร์ไบจานตกในคาซัคสถาน ดับ 38 ศพ รอด 29 ราย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2833043

สลด บินอาเซอร์ไบจานตกในคาซัคสถาน ดับ 38 ศพ รอด 29 ราย

26 ธ.ค. 2567 01:53 น.

สลด บินอาเซอร์ไบจานตกในคาซัคสถาน ดับ 38 ศพ รอด 29 ราย

เจ้าหน้าที่คาซัคฯ ยืนยัน เหตุเครื่องบินอาเซอร์ไบจานตก มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 38 ศพ ส่วนอีก 29 คนรอดชีวิต ขณะที่ทางการกำลังเร่งสืบหาสาเหตุที่ทำให้เครื่องตก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่คาซัคสถานยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิต 38 ศพ ในเหตุเครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน J2-8243 ของสายการบินอาเซอร์ไบจาน แอร์ไลน์ ซึ่งตกใกล้เมืองอัคเทา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เมื่อวันพุธที่ 25 ธ.ค. 2567 ส่วนอีก 29 คนที่เหลือรอดชีวิต

เที่ยวบิน J2-8243 ออกเดินทางจากกรุงบากู เมืองหลวงของอาเซอร์ไบจานในเวลา 7.55 น. วันพุธตามเวลาท้องถิ่น เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองกรอซนี ของรัสเซีย พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือรวม 67 คน แต่เครื่องบินต้องเปลี่ยนเส้นทาง เนื่องจากหมอกลงจัด ก่อนที่กัปตันจะตัดสินใจนำเครื่องลงจอดฉุกเฉิน ห่างจากเมืองอัคเทา ประมาณ 3 กม.

ภาพจากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์แสดงให้เห็นว่า เครื่องบินลำนี้ ลงสู่พื้นด้วยความเร็วสูง โดยเปิดล้อเพื่อลงจอดแล้ว ก่อนจะกระแทกพื้นทำให้เกิดไฟลุกไหม้

ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่า เหตุใดนักบินจึงขอลงจอดฉุกเฉิน แต่รายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันจากสื่อรัสเซียระบุว่า เครื่องบินลำนี้อาจชนเข้ากับฝูงนกก่อนตก

ด้านสายการบิน อาเซอร์ไบจาน แอร์ไลน์ส ระบุว่า เที่ยวบินระหว่างกรุงบากูกับเมืองกรอซนี และเมืองมาฮัชคาลา ในรัสเซีย จะถูกระงับจนกว่าการสืบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเสร็จสิ้น

ทั้งนี้ ผู้โดยสารส่วนใหญ่บนเที่ยวบิน J2-8243 เป็นชาวอาเซอร์ไบจาน แต่ก็มีบางคันที่เป็นชาวรัสเซีย, คาซัคสถาน และคีร์กีซสถาน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รอมา 250 ปี สหรัฐฯ ประกาศ “อินทรีหัวขาว” เป็นนกประจำชาติแล้ว

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2833041

รอมา 250 ปี สหรัฐฯ ประกาศ “อินทรีหัวขาว” เป็นนกประจำชาติแล้ว

26 ธ.ค. 2567 00:51 น.

รอมา 250 ปี สหรัฐฯ ประกาศ “อินทรีหัวขาว” เป็นนกประจำชาติแล้ว

โจ ไบเดน ลงนามกฎหมาย ให้อินทรีหัวขาวกลายเป็นนกประจำชาติของสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากใช้เป็นสัญลักษณ์มานานเกือบ 250 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อินทรีหัวขาว (Bald eagle) อยู่ในตราประจำชาติของสหรัฐอเมริกามานาน รวมทั้งปรากฏในมหาลัญจกรสหรัฐ ซึ่งใช้ประทับในเอกสารทางการต่างๆ มาตั้งแต่ปี 2325 แต่มันไม่เคยเป็นนกประจำชาติของสหรัฐฯ จนกระทั้งสภาคองเกรสผ่านกฎหมายเมื่อสัปดาห์ก่อน และส่งให้ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ลงนามในวันที่ 24 ธ.ค. 2567

“เกือบ 250 ปีมาแล้ว ที่เราเรียกอินทรีหัวขาวเป็นนกประจำชาติ ทั้งที่จริงๆ มันไม่ได้เป็น” แจ็ก เดวิส จากศูนย์นกอินทรีแห่งชาติ ระบุในแถลงการณ์ “แต่ตอนนี้ ตำแหน่งนั้นเป็นทางการแล้ว และไม่มีนกตัวไหนคู่ควรมากไปกว่านี้”

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยเรื่องสถานะความเป็นนกประจำชาติของอินทรีหัวขาว โดยเฉพาะนาย เบนจามิน แฟรงคลิน บิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐอเมริกา คัดค้านการเลือกนกนักล่าสายพันธุ์นี้เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติ โดยเรียกมันว่าเป็นนกที่ “มีคุณลักษณะที่ไม่ดีทางศีลธรรม”

ตามข้อมูลจากกระทรวงกิจการทหารผ่านศึก อินทรีหัวขาว หรืออินทรีสายพันธุ์อื่นๆ ทั่วโลก ถูกมองเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง, ความกล้าหาญ, เสรีภาพ และความเป็นนิรันดร์ แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ อินทรีหัวขาวเป็นนกที่มีอยู่ในอเมริกาเหนือเท่านั้น

กฎหมายกำหนดให้อินทรีหัวขาวเป็นนกประจำชาติ ถูกผลักดันโดยสมาชิกสภารัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของประชากรนกอินทรีหัวขาวจำนวนมากที่สุดในประเทศ

อินทรีหัวขาวยังเป็นนกที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายตราสัญลักษณ์ประจำชาติ ฉบับปี 2483 ซึ่งทำให้การล่าหรือขายอวัยวะใดๆ ของนกสายพันธุ์นี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย หลังจากพวกมันเคยเกือบสูญพันธุ์มาแล้ว แต่ฟื้นฟูกลับมาได้ตั้งแต่ปี 2552

ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดนกประจำชาตินี้ เป็นหนึ่งใน 50 ร่างกฎหมายที่ไบเดนลงนามบังคับใช้ในวันคริสต์มาสอีฟ รวมถึงกฎหมายต่อต้านพิธีรับน้อง เพื่อรับมือปัญหาความรุนแรงและการเสียชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โป๊ปฟรานซิสอวยพรวันคริสต์มาส วอนโลกสิ้นเสียงอาวุธ ยุติความรุนแรง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2833039

โป๊ปฟรานซิสอวยพรวันคริสต์มาส วอนโลกสิ้นเสียงอาวุธ ยุติความรุนแรง

25 ธ.ค. 2567 23:22 น.

โป๊ปฟรานซิสอวยพรวันคริสต์มาส วอนโลกสิ้นเสียงอาวุธ ยุติความรุนแรง

โป๊ปฟรานซิสอวยพรเนื่องในวันคริสต์มาส เรียกร้องให้เกิดสันติภาพในตะวันออกกลาง, ยูเครน และซูดาน พร้อมแสดงความกังวลเรื่องสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ส่งสารอวยพรแก่คนทั้งโลก จากระเบียงกลางของมหาวิหารนักบุญเปโตร ที่นครรัฐวาติกัน ตามประเพณีเนื่องในวันคริสต์มาส 25 ธ.ค. 2567 โดยพระองค์เรียกร้องให้โลกสิ้นเสียงอาวุธ และก้าวข้ามความแตกต่าง

โป๊ปฟรานซิสตรัสโดยตรงถึงความขัดแย้งในยูเครน โดยทรงเรียกร้องผู้นำของทั้งยูเครนและรัสเซีย เปิดประตูสู่การเจรจา เพื่อบรรลุสันติภาพอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม “ขอให้เสียงอาวุธในยูเครนที่ถูกฉีกทึ้งด้วยสงคราม เงียบสงบลง”

อย่างไรก็ตาม สารของพระองค์เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก รัสเซียโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่เข้าใส่ระบบพลังงานทั่วยูเครน จนไฟฟ้าดับกระทบประชาชนหลายแสนคน

ด้านความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สมเด็จพระสันตะปาปาก็เรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องหันหน้าเจรจากันเช่นกัน พร้อมทั้งแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาด้วย

“ข้าพเจ้านึกถึงชุมชนชาวคริสเตียนในอิสราเอลและปาเลสไตน์ โดยเฉพาะในกาซา ที่ซึ่งสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมเลวร้ายอย่างยิ่ง” โป๊ปฟรานซิสตรัส “ขอให้การหยุดยิงเกิดขึ้น ขอให้ตัวประกันได้รับการปล่อยตัว และขอให้ความช่วยเหลือถูกส่งมอบแก่ประชาชนที่เหนื่อยล้าด้วยความหิวและสงคราม”

นอกจากนั้น สมเด็จพระสันตะปาปายังเรียกร้องให้เกิดการหยุดยิงในซูดาน ซึ่งเผชิญสงครามกลางเมืองระหว่างทหารกับกลุ่มติดอาวุธมานานกว่า 20 เดือน และทำให้ประชาชนหลายล้านคนเสี่ยงเข้าสู่ภาวะอดอยาก พร้อมทั้งขอให้ประชาคมนานาชาติอำนวยความสะดวกในการส่งของช่วยเหลือ และเริ่มต้นการเจรจาหยุดยิงรอบใหม่ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

ผู้นำยูเครนโวยรัสเซีย “ไร้มนุษยธรรม” โจมตีระบบพลังงานรับวันคริสต์มาส

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2833033

ผู้นำยูเครนโวยรัสเซีย “ไร้มนุษยธรรม” โจมตีระบบพลังงานรับวันคริสต์มาส

25 ธ.ค. 2567 22:17 น.

ผู้นำยูเครนโวยรัสเซีย “ไร้มนุษยธรรม” โจมตีระบบพลังงานรับวันคริสต์มาส

ผู้นำยูเครนประณามรัสเซียว่าไร้มนุษยธรรม ที่จงใจโจมตีระบบพลังงานของพวกเขาในวันคริสต์มาส ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่มีไฟฟ้าใช้ท่ามกลางอากาศหนาว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนครั้งใหญ่ ในวันพุธที่ 25 ธ.ค. 2567 ซึ่งตรงกับวันคริสต์มาส โดยกองทัพยูเครนระบุว่า พวกเขาตรวจพบมิสไซล์กับโดรนของรัสเซียมากถึง 184 ลำ แต่ส่วนใหญ่ถูกยิงสกัดเอาไว้ได้ ขณะที่บางส่วนพลาดเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม การโจมตีดังกล่าวทำให้ยูเครนต้องตัดไฟในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงในกรุงเคียฟ ซึ่งประชาชนจำนวนหนึ่งต้องไปหลบภัยในสถานีรถไฟใต้ดิน โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งนี้ แต่ไม่มีการระบุจำนวนที่แน่ชัด

ส่วนที่เมืองคาร์คิฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ประชาชนกว่า 5 แสนคน ไม่มีทั้งน้ำประปา, ไฟฟ้า และก๊าซให้ใช้เพื่อสร้างความอับอุ่น ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น

ประชาชนในกรุงเคียฟ ต้องเข้าไปหลบภัยในสถานีรถไฟใต้ดิน

นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ออกมาประณามการโจมตีที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า รัสเซียตัดสินใจอย่างมีสติที่จะดำเนินการโจมตีครั้งใหญ่เข้าใส่ระบบพลังงานของยูเครนในวันคริสต์มาส ซึ่งเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม “ความชั่วร้ายของรัสเซียไม่สามารถทำลายยูเครน และไม่สามารถทำให้วันคริสต์มาสบิดเบี้ยวไปได้”

ด้านกระทรวงกลาโหมของรัสเซียยืนยันว่า กองทัพของพวกเขาดำเนินการโจมตีครั้งใหญ่เข้าใส่สิ่งอำนวยความสะดวกทางพลังงานที่สำคัญของยูเครน และว่าพวกเขาบรรลุเป้าหมายของการโจมตีแล้ว

ทั้งนี้ การโจมตีล่าสุดนับเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ต่อระบบพลังงานของยูเครนเป็นครั้งที่ 13 ในปีนี้แล้ว และนี่นับเป็นครั้งที่ 2 ที่ยูเครนถูกรัสเซียโจมตีในวันคริสต์มาส

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สลดรับคริสต์มาส เครื่องบินโดยสารโหม่งโลกในคาซัคสถาน หักกลางลำ-ไฟลุก (คลิป)

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832987

สลดรับคริสต์มาส เครื่องบินโดยสารโหม่งโลกในคาซัคสถาน หักกลางลำ-ไฟลุก (คลิป)

25 ธ.ค. 2567 16:15 น.

สลดรับคริสต์มาส เครื่องบินโดยสารโหม่งโลกในคาซัคสถาน หักกลางลำ-ไฟลุก (คลิป)

เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารของสายการบินอาเซอร์ไบจานแอร์ไลน์ มุ่งหน้าไปยังประเทศรัสเซีย ประสบเหตุตกกระแทกพื้น เครื่องหักกลางลำ ไฟลุกท่วมในประเทศคาซัคสถาน⁣ เบื้องต้นพบผู้รอดชีวิต 27 ราย

เกิดเหตุเครื่องบินเอ็มเบรเออร์ 190 ของสายการบินอาเซอร์ไบจานแอร์ไลน์ เที่ยวบิน J2-8243 ที่เดินทางจากนครบากู เมืองหลวงของอาเซอร์ไบจาน ไปยังเมืองกรอซนีย ประเทศรัสเซีย ประสบเหตุตกกระแทกพื้นในกรุงอัคเตา ประเทศคาซัคสถาน⁣

โดยคลิปภาพในโลกโซเชียลจะเห็นเครื่องบินที่บินฝ่าหมอกหนา ก่อนจะค่อยๆลดระดับลง จนกระแทกพื้น เครื่องหักกลาง และเกิดไฟลุกไหม้ตามมา หลังมีรายงานว่านักบินได้พยายามขอลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินอัคเตา

เบื้องต้นมีรายงานว่ามีผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว 27 คน จากผู้โดยสารและลูกเรือ รวม 72 คน ในจำนวนนี้ 22 คนต้องส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงเร่งควบคุมเพลิง โดยจะเร่งหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

ทั้งนี้ บริษัท เอ็มเบรเออร์ เป็นบริษัทด้านอวกาศและการบินของบราซิลที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองเซาเปาโล เป็นหนึ่งในผู้ผลิตเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีขนาดรองจาก โบอิ้ง และ แอร์บัส.

ที่มา : reuters

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เครื่องบินตก

นักบินอวกาศจากนาซา อวยพรคริสต์มาสจากนอกโลก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832966

นักบินอวกาศจากนาซา อวยพรคริสต์มาสจากนอกโลก

25 ธ.ค. 2567 14:48 น.

นักบินอวกาศจากนาซา อวยพรคริสต์มาสจากนอกโลก

ทีมนักบินอวกาศจากนาซา รวมทั้ง 2 นักบินที่ยังคงติดค้างอยู่บนสถานีอวกาศตั้งแต่เดือนมิถุนายน ส่งคำทักทายและอวยพรเทศกาลคริสต์มาสจากสถานีอวกาศนานาชาติไอเอสเอส มายังคนทั่วโลก

สุนิตา วิลเลียมส์ และบุตช์ วิลมอร์ สองนักบินอวกาศที่ติดค้างอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติไอเอสเอสนานกว่า 8 เดือน รวมทั้งดอน เพ็ตทิต และนิค เฮก ที่ประจำอยู่บนสถานีอวกาศ ส่งคลิปร่วมอวยพรเนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาส โดยทั้ง 4 เปิดใจว่าพวกเขาพร้อมสำหรับวันหยุดคริสต์มาสแล้ว แม้ว่าจะต้องฉลองอยู่บนอวกาศโดยไม่ได้อยู่พร้อมหน้าครอบครัวและเพื่อนสนิท แต่พวกเขาก็ขอส่งความปรารถนาดีและหวังให้ทุกคนบนโลกมีวันหยุดที่แสนพิเศษ และไม่ใช่แค่พวกเขาที่ต้องห่างจากคนรัก แต่ยังมีทีมซัพพอร์ตภาคพื้นดินที่ยังคงต้องทำงานในช่วงวันหยุดนี้ ซึ่งต้องขอชื่นชมในความเสียสละของทุกคนด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงขอกล่าวคำว่า เมอร์รี่ คริสต์มาส มาถึงทุกคน โดยบนสถานีอวกาศก็จะมีการจัดกิจกรรมฉลองเล็ก ๆ รับเทศกาลวันหยุดนี้ด้วย

ทั้งนี้ สุนิตา วิลเลียมส์ และบุตช์ วิลมอร์ เป็นนักบินอวกาศที่ต้องปฏิบัติภารกิจยาวนานกว่ากำหนด จากภารกิจการเดินทางเพียง 8 วันกลายเป็นการเดินทางยาวนานกว่า 8 เดือนโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากยาน Starliner ของ Boeing ที่พาพวกเขามาถึงสถานีอวกาศเกิดขัดข้อง ทำให้นาซาตัดสินใจให้ยานกลับมายังโลกโดยไม่มีลูกเรือในเดือนกันยายน ทำให้ทั้งคู่ยังคงต้องรอยานลำอื่นที่จะสามารถพาพวกเขาเดินทางกลับสู่โลกได้ต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเดือนมีนาคมหรือเมษายนปีหน้า.

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ คริสต์มาส