แฟชั่นและศิลปะที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวในคอลเลคชั่นล่าสุด SIRIVANNAVARI Autumn/Winter 2024-2025

https://www.naewna.com/lady/840913

แฟชั่นและศิลปะที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวในคอลเลคชั่นล่าสุด SIRIVANNAVARI Autumn/Winter 2024-2025

แฟชั่นและศิลปะที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวในคอลเลคชั่นล่าสุด SIRIVANNAVARI Autumn/Winter 2024-2025

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.50 น.

ลมหนาวแห่งฤดูกาลใหม่มาพร้อมกับแฟชั่นโชว์ครั้งล่าสุดของ แบรนด์ SIRIVANNAVARI  โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ที่ได้จัดแฟชั่นโชว์อย่างน่าประทับใจในธีม ‘Women in Art’ นำเสนอคอลเลกชั่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับ Autumn/Winter 2024-2025 สำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษมากกว่า 50 ลุค  โดยมีดารา แฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน กว่า 500 ท่านท่ามกลางบรรยากาศแห่งแกเลอรี่ศิลปะขนาดใหญ่ ที่จัดแสดงงานศิลปะภาพวาดฝีพระหัตถ์ขององค์ดีไซเนอร์อันเป็นแรงบันดาลใจมาสู่การสร้างสรรค์คอลเลคชั่นที่เล่าเรื่องราวของศิลปะแนวคิวบิสม์ (Cubism Art) ผ่านโครงชุดและเทคนิค
การจับเดรปอันละเอียดอ่อนดุจงานศิลปะชิ้นเอก  ตลอดจนงานปักอันประณีตโดยทีมช่างฝีมือจาก SIRIVANNAVARI Atelier

ภายในงานนอกจากผลงานการออกแบบเสื้อผ้า เหล่าเซเลบริตี้ที่นั่งฟรอนต์โรว์ต่างมาอวดลุคเด่นส่งตรงจากรันเวย์คอลเลคชั่นฤดูหนาว ไม่ว่าจะเป็น มิว-นิษฐา คูหาเปรมกิจ, มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, ปอย-ตรีชฎา หงษ์หยก, คิทตี้-ชิชา อมาตยกุล และเจสซี่ เดอะเฟซ หรือ กิระนา จัสมิน ชูว์เทอร์ ส่วนนักแสดงหนุ่มและนายแบบอย่างแจม-รชต หัมพานนท์, ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ และกันน์-สรวิศ แสงวณิช มาในลุคหรูแฝงเสน่ห์แบบหนุ่มผู้รักศิลปะได้อย่างมีเอกลักษณ์ชมคอลเลคชั่น SIRIVANNAVARI Autumn/Winter 2024-2025 อย่างเต็มรูปแบบได้ที่บูติค SIRIVANNAVARI ชั้น 1 ฝั่ง North Zone สยามพารากอน และช่องทางออนไลน์ Line @Sirivannavari_shop และ www.sirivannavari.com

#Sirivannavari #SirivannavariAW24 #SRAW24

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์เปิดลิสต์ร้านฉลองส่งท้ายปี ในแคมเปญ ‘THE MALL LIFESTORE EAT & JOY’

https://www.naewna.com/lady/840906

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์เปิดลิสต์ร้านฉลองส่งท้ายปี ในแคมเปญ 'THE MALL LIFESTORE  EAT & JOY'

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์เปิดลิสต์ร้านฉลองส่งท้ายปี ในแคมเปญ ‘THE MALL LIFESTORE EAT & JOY’

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.42 น.

ถึงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองนัดพบปะและปาร์ตี้ส่งท้ายปีไม่ว่าจะฉลองเป็นคู่กับครอบครัวหรือรวมแก๊งค์เพื่อนที่คิดถึงกับกองทัพร้านร้านดัง ร้านตามเทรนด์ที่คาดไม่ถึง กว่า 50 ร้านค้า ทั่วทั้งเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา และเดอะมอลล์โคราช กับร้านอร่อยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์  อาทิ ชาบู-ปิ้งย่าง อิ่มจุใจอาทิHAPPY PIG, HONGDAE BUFFET, KAGONOYA, KATEI SHABU, MO-MO-PARADISE, NICE TWO MEAT U, SAEMAEUL EXPRESS, SENJU, SUKISHI KOREAN CHARCOAL GRILL, TENJO,YAKINIKU LIKE , YOU&Iหม้อไฟหมาล่า สำหรับสายแซ่บอย่าง LA MEOW, LOONG MALA BUFFET,MR.BAO MALATANG, SHINING TASTE ปาร์ตี้ไก่ทอดหอมกรอบกับร้าน  BONCHON , GUGU CHICKEN, PURADAK รวมถึงร้านอาหารไทย -นานาชาติ อีกมากมายได้แก่ DON DON DONKI, FAM TIME STEAK AND PASTA, HUA SENG HONG, LA PIZZA FAHANA, LAEMCHAREON SEAFOOD, LAOYUAN, MAE SRI RUEN, MAGURO,MALAKOR, MANDARIN SUKI & DIM SUM  HALAL,OHKAJHU, OISHI BUFFET, SALAD FACTORY, SIZZLER, SUSHIRO, TUM MAI YUD, WISDOM INTERNATIONAL BUFFET, WOO GOGI และZAAB ELI

สำหรับ  เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ  พร้อมเปิดพิกัด 3 ร้านสุดฮิต ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ดังนี้  ต้อนรับครอบครัวใหญ่กับอาหารหลากหลาย ขอแนะนำ PONN (ป้อน) ชั้น 3 ร้านอาหารไทยคอนเซ็ปต์รสมือแม่ เหมาะกับการพบปะทั้งครอบครัว ในบรรยากาศอบอุ่น ทางร้านแนะนำเมนูยอดฮิตอย่างขนมปังหน้าหมูโบราณ  ของกินเล่นทานง่าย เนื้อหมูรสชาติกลมกล่อมเข้ากับอาจาด และขนมปังกรอบไม่อมน้ำมัน หมูทอดน้ำปลาหวาน ที่ไม่ว่าจะทานเป็นกับข้าวหรือทานเล่นก็ถึงรสหวาน มัน เค็มแบบรสมือคนไทยแท้และแกงเหลืองปลากะพง เข้มข้นเครื่องแกงยืนหนึ่งเมนูคนรักอาหารใต้

ในส่วนอาหารนานาชาติ พบกับร้านใหม่ ร้านดังที่มาเสิร์ฟความอร่อยถึงย่านบางกะปิกับร้าน  Fam Time Steak and Pasta (แฟมไทม์ สเต็ก แอนด์ พาสต้า) ชั้น Mร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด  บรรยากาศโฮมมี่ ลักชัวรี่  ห้ามพลาดความหอมอร่อยของ  Truffle Pizza  (พิซซ่าทรัฟเฟิล)  สูตรซิกเนเจอร์ของทางร้าน  เข้มข้นรสชีสและทรัฟเฟิลแน่นๆ  หรือBurrata & Black Forest Ham Pizza(พิซซ่าแบล็คฟอเรสต์แฮม)ที่มีบูราต้าชีสเนื้อครีมหอมมันอยู่ตรงกลางรับประทานกับแฮมและแป้งพิซซ่าบางนุ่มลงตัว   สายพาสต้าที่นี่เด่นเรื่องทำเส้นสดใหม่  ให้เมนู FettuccineSalmon Pesto  (เฟตตูชินี แซลมอน ซอสเพสโต) ขึ้นชื่อเรื่องความละมุนลิ้น ครีมมี่ ของซอสเพสโต้ ทานคู่กับปลาแซลมอนชิ้นโต เนื่อนุ่มหวานธรรมชาติ  ปิดท้ายด้วยPanna Cotta with Strawberry & Raspberry Sauce  (พานาคอตต้าซอสสตรอว์เบอรี่และราสเบอรี่) ที่เด่นด้วยเนื้อพานาคอตต้าละเอียดนุ่ม  ตัดรสเปรี้ยวหวานของซอสเบอรี่

ส่วนสายคาเฟ่ มาพักจิบชาอุ่นๆ  ชิมขนมอร่อย  พร้อมถ่ายรูปเช็คอินกันให้จุใจ ที่ Cath Kidston Tearoom (แคท คิดสตัน ที รูม ) ชั้น  M   ทีรูมสไตล์อังกฤษตกแต่งด้วยสิ่งของลวดลายดอกไม้ซิกเนเจอร์ของแบรนด์  เข้ามาแล้วเลือกที่นั่งมุมสวยแล้วสั่งชุดน้ำชายามบ่ายซิกเนเจอร์ประจำร้านที่มีชาให้เลือกหลากหลาย  พร้อมกาน้ำและแก้วชาสุดน่ารัก  คนชอบเมนูเย็นก็มีชา  Iced Tea Cold Brewed( ไอซ์ ที โคลด์บรูว์)  พร้อมเสิร์ฟหลากหลายรสเมนู เค้กแนะนำของร้านคือ Chocolate Cake With Salted Caramel Cream(ช็อกโกแลต เค้ก วิท ซอลเตด คาราเมล ครีม)เค้กมินิสไตล์วินเทจ ด้านนอกมีสีฟ้าน้ำทะเลสันสดใส ตกแต่งด้วยครีมรูปดอกกุหลาบสีแดงส่วนเค้กด้านในเป็นช็อกโกแลตเค้กและคาราเมลครีมเข้มข้น  ส่วนใครไม่ถนัดของหวานทางร้านก็มี  Chicken Ham&Cheese Sandwich(ชิกเก้น แฮมแอนด์ ชีส แซนวิช)  ขนมปังนุ่มๆ กับแฮมชีสแผ่นใหญ่ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยตลอดทั้งวัน  

อิ่มท้องแล้วอย่าลืมแลกสิทธิพิเศษดีๆ จาก  ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา และ เดอะมอลล์ โคราช ร่วมกับ  ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และ บัตรเครดิต TMRW  พร้อมเสิร์ฟความสุขกับโปรโมชัน เอาใจชาวแก๊งค์สายกินโดยเฉพาะ กับแคมเปญ THE MALL LIFESTORE  EAT & JOY” จอยให้สุด สนุกทุกโมเม้นต์    ตั้งแต่วันที่ 1  พฤศจิกายน 2567- 31 ธันวาคม 2567  รับสิทธิพิเศษ ได้ทุกวัน เริ่มจาก เปลี่ยนวันธรรมดาให้ไม่ธรรมดาอีกต่อไป(จันทร์ – ศุกร์)  ผู้ถือบัตรเครดิต UOB และ TMRW  รับส่วนลดเมนูพิเศษ 50%* จาก 6 ร้านอาหารที่ร่วมรายการ เฉพาะที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา  ได้แก่  ร้าน LAEMCHAREON SEAFOOD, LA MEOW,PURADAK, SALAD FACTORY,SIZZLERและ YAKINIKU LIKE  (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด)            

Everyday สมาชิก M Card อิ่มในศูนย์ฯครบ 1,000  บาท รับบัตรชมภาพยนตร์จำนวน 1 ที่นั่ง*  และ ผู้ถือบัตรเครดิต UOB และ TMRW  อิ่มในศูนย์ฯครบ 1,000  บาท รับ Cash Coupon  100 บาท* พร้อมรับส่วนลด และสิทธิพิเศษอื่นๆ มากมาย สำหรับร้านอาหารที่ร่วมรายการพิเศษเฉพาะเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ สมาชิก M CARD เมื่อใช้คะแนนแลก 100  M POINT รับ Cash Coupon มูลค่า 100 บาท* (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด)

ร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2567 – 31 ธันวาคม 2567 สมาชิก  M Card  อิ่มในศูนย์ฯ ครบ 2,000บาทขึ้นไป และ ผู้ถือบัตรเครดิต UOB และ TMRWอิ่มในศูนย์ฯครบ 1,800 บาทขึ้นไป สามารถแลกรับของพรีเมียม คอลเลคชันสุดพิเศษได้ทันทีที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขาและเดอะมอลล์ โคราช  * ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

ตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ  จุดแลกรับของสมนาคุณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ ชั้น G , เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน บริเวณ ชั้น 1 และ ชั้น 5, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค  บริเวณ ชั้น M และ  ชั้น 2, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ บริเวณ  ชั้น M และ  ชั้น 3,  เดอะมอลล์ โคราช  ชั้น 1   ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.themall.co.th และ Facebook : Themallgroup

วันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.67 พร้อมมอบรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์

https://www.naewna.com/lady/840772

วันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.67  พร้อมมอบรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์

วันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.67 พร้อมมอบรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ชมรมเพื่อนโดม และ มูลนิธิเพื่อนโดม จัดงาน “วันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.” ประจำปี 2567 เพื่อรำลึกถึงความร่วมแรงร่วมใจของนักศึกษาธรรมศาสตร์ในการยึดคืนมหาวิทยาลัยจากกองทัพบก เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2494 พร้อมมอบรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” ให้แก่ มานิจ สุขสมจิตร ศิษย์เก่านิติศาสตร์ 2501 ในฐานะผู้อุทิศตนและเป็นบุคคลต้นแบบ และมอบเข็มเกียรติยศวันธรรมศาสตร์สามัคคี ประจำปี 2567 ให้แก่ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ จำนวน 12 รายโดยมี ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.สันติภาพ เตชะวณิช ประธานชมรมเพื่อนโดม และ ชัยวัฒน์ พสกภักดี ประธานมูลนิธิเพื่อนโดม เป็นผู้มอบรางวัลและเข็มเกียรติยศ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ณ สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ซ.งามดูพลี

ดร.สันติภาพ เตชะวณิช ประธานชมรมเพื่อนโดมกล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานว่า “วันธรรมศาสตร์สามัคคี ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 5 พฤศจิกายน ของทุกปี เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2494 ที่ชาว ม.ธ.ก. สามารถทวงคืนพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จากฝ่ายทหาร ซึ่งเข้ามาควบคุมพื้นที่ มธ. เป็นเวลากว่า 5 เดือนได้เป็นผลสำเร็จ ทำให้นักศึกษาได้กลับมาเรียนอีกครั้ง นับแต่นั้นมาชาวธรรมศาสตร์จึงกำหนดให้วันที่ 5 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็น “วันธรรมศาสตร์” โดยชมรมเพื่อนโดมได้มีมติเห็นพ้องร่วมกันจัดมอบรางวัล“จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2564 เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ที่มีคุณสมบัติเป็นที่ประจักษ์ คือ 1.ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.ต่อต้านเผด็จการ 3.ยึดมั่นเรื่องความเป็นธรรมในสังคม 4.ทำประโยชน์ต่อสังคม จำนวนปีละ 1 คน โดยรางวัลจะเป็นเงินมูลค่า 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล อันจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคคลผู้ได้รับรางวัล ตลอดจนเพื่อเป็นบุคคลต้นแบบ (Role model) ให้แก่อนุชนรุ่นหลัง ทั้งที่เป็นศิษย์เก่าและนักศึกษาธรรมศาสตร์ในยุคปัจจุบัน”

สำหรับปี 2567 นี้ ผู้ที่ได้รับรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” เป็นคนที่ 4 คือ มานิจ สุขสมจิตร ศิษย์เก่านิติศาสตร์ 2501 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักหนังสือพิมพ์อาวุโสผู้คร่ำหวอดในวงการสื่อสารมวลชนไทยได้รับการยกย่องในฐานะ “ครูนักข่าว” และเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อสารมวลชน

ที่ผ่านมามีผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์มาแล้ว 3 ท่าน ได้แก่ ศ.พิเศษ มารุต บุนนาค ปี 2564, ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ปี 2565 และ ชวน หลีกภัย ปี 2566

นอกจากนี้ คณะกรรมการชมรมเพื่อนโดมยังมีมติมอบเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคีแก่ศิษย์เก่าที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคมไทยอีก 12 ท่าน ได้แก่ ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา, ประสิทธิศักดิ์ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด, พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, เอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), แมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), ศ.พิเศษ ภัทรศักดิ์ วรรณแสง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย, สุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร, ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัทบางจาก, ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทยและ ประสาทพร ภูสุศิลป์ธร ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์

ภายในงานยังมีการแสดงปาฐกถาพิเศษ 2 เรื่อง ได้แก่ “มองสื่อมวลชนไทย : อดีต ปัจจุบัน และอนาคต” โดย มานิจ สุขสมจิตร ผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ประจำปี 2567 และ ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในหัวข้อ “เหลียวหลัง..90 ปีธรรมศาสตร์ แลหน้า..อนาคตธรรมศาสตร์”

อนึ่ง ชมรมเพื่อนโดม ประกอบด้วยการรวมตัวศิษย์เก่าธรรมศาสตร์หลากรุ่นหลายคณะสาขาวิชา มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ ทำคุณประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยและสาธารณะ ที่ผ่านมาชมรมฯ ได้มีส่วนสนับสนุนมหาวิทยาลัย เช่น ระดมทุนจัดสร้างอนุสาวรีย์อาจารย์ปรีดี ณ ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระดมทุนจัดสร้างประติมากรรมวันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย. ณ หลังตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นอกจากนี้ ชมรมฯ ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมจัดงานรำลึกวันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย. เป็นประจำทุกปี ซึ่งสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ประกาศรับรองให้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของมหาวิทยาลัยในการรำลึกถึงเหตการณ์ครั้งสำคัญ เมื่อนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รวมพลังกันกว่า 3,000 คนทวงคืนพื้นที่มหาวิทยาลัยจากกองกำลังทหารที่ยึดไปนานกว่า 5 เดือน หลังจากเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตันในปี พ.ศ.2494

กรรมการชมรมเพื่อนโดมและมูลนิธิเพื่อนโดมถ่ายภาพร่วมกับผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์และผู้ได้รับเกียรติยศวันธรรมศาสตร์สามัคคี 2567

กรรมการชมรมเพื่อนโดมและมูลนิธิเพื่อนโดมถ่ายภาพร่วมกับผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์และผู้ได้รับเกียรติยศวันธรรมศาสตร์สามัคคี 2567

บุญสม อัครธรรมกุล เลขานุการชมรมเพื่อนโดม กล่าวต้อนรับ

บุญสม อัครธรรมกุล เลขานุการชมรมเพื่อนโดม กล่าวต้อนรับ

ชัยวัฒน์ พสกภักดี ประธานมูลนิธิเพื่อนโดม, มานิจ สุขสมจิตร ผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2567 และ อดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2566

ชัยวัฒน์ พสกภักดี ประธานมูลนิธิเพื่อนโดม, มานิจ สุขสมจิตร ผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2567 และ อดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2566

มานิจ สุขสมจิตร ผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ประจำปี 2567 ปาฐกถาเรื่อง “มองสื่อมวลชนไทย : อดีต ปัจจุบัน และอนาคต”

มานิจ สุขสมจิตร ผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ประจำปี 2567 ปาฐกถาเรื่อง “มองสื่อมวลชนไทย : อดีต ปัจจุบัน และอนาคต”

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ.
ปาฐกถาเรื่อง “เหลียวหลัง..90 ปีธรรมศาสตร์
แลหน้า..อนาคตธรรมศาสตร์”

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. ปาฐกถาเรื่อง “เหลียวหลัง..90 ปีธรรมศาสตร์ แลหน้า..อนาคตธรรมศาสตร์”

ชัยวัฒน์ พสกภักดี ประธานมูลนิธิเพื่อนโดม มอบโล่รางวัล จิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2567 ให้แก่ มานิจ สุขสมจิตร ผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2567

ชัยวัฒน์ พสกภักดี ประธานมูลนิธิเพื่อนโดม มอบโล่รางวัล จิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2567 ให้แก่ มานิจ สุขสมจิตร ผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2567

ชวน หลีกภัย มอบช่อดอกไม้ให้กับ มานิจ สุขสมจิตร โดยมี ชัยวัฒน์ พสกภักดี, ยอดยิ่ง โสภณ, สมเจตน์ ชวนชาติ และ พ.ต.อ.ไพโรจน์ มานวกุล ร่วมยินดี

ชวน หลีกภัย มอบช่อดอกไม้ให้กับ มานิจ สุขสมจิตร โดยมี ชัยวัฒน์ พสกภักดี, ยอดยิ่ง โสภณ, สมเจตน์ ชวนชาติ และ พ.ต.อ.ไพโรจน์ มานวกุล ร่วมยินดี

ชัยวัฒน์ พสกภักดี ประธานมูลนิธิเพื่อนโดม มอบโล่รางวัล จิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2567 ให้แก่ มานิจ สุขสมจิตร ผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2567

ชัยวัฒน์ พสกภักดี ประธานมูลนิธิเพื่อนโดม มอบโล่รางวัล จิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2567 ให้แก่ มานิจ สุขสมจิตร ผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2567

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. มอบเข็มเกียรติยศวันธรรมศาสตร์สามัคคีให้แก่ ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธาน
ศาลฎีกา นิติศาสตร์ 2520

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. มอบเข็มเกียรติยศวันธรรมศาสตร์สามัคคีให้แก่ ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธาน ศาลฎีกา นิติศาสตร์ 2520

เอกวิทย์ วัชชวัลคุ รับเข็มเกียรติยศ
วันธรรมศาสตร์สามัคคี

เอกวิทย์ วัชชวัลคุ รับเข็มเกียรติยศ วันธรรมศาสตร์สามัคคี

แมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ รับเข็มเกียรติยศ
วันธรรมศาสตร์สามัคคี

แมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ รับเข็มเกียรติยศ วันธรรมศาสตร์สามัคคี

ภัทรศักดิ์ วรรณแสง รับเข็มเกียรติยศ
วันธรรมศาสตร์สามัคคี

ภัทรศักดิ์ วรรณแสง รับเข็มเกียรติยศ วันธรรมศาสตร์สามัคคี

พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ รับเข็มเกียรติยศวันธรรมศาสตร์สามัคคี

พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ รับเข็มเกียรติยศวันธรรมศาสตร์สามัคคี

สุนทร สถาพร รับเข็มเกียรติยศวันธรรมศาสตร์สามัคคี

สุนทร สถาพร รับเข็มเกียรติยศวันธรรมศาสตร์สามัคคี

ประสาทพร ภูสุศิลป์ธร รับเข็มเกียรติยศ วันธรรมศาสตร์สามัคคี

ประสาทพร ภูสุศิลป์ธร รับเข็มเกียรติยศ วันธรรมศาสตร์สามัคคี

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ กับผู้ได้รับเข็มเกียรติยศวันธรรมศาสตร์สามัคคี ภัทรศักดิ์ วรรณแสง และ ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ กับผู้ได้รับเข็มเกียรติยศวันธรรมศาสตร์สามัคคี ภัทรศักดิ์ วรรณแสง และ ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช

ธนัตถ์ สุกมลพาณิชย์ ผู้จัดการทั่วไป บมจ.วอริกซ์สปอร์ต ลงนามบันทึกข้อตกลงการเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของชมรมเพื่อนโดม

ธนัตถ์ สุกมลพาณิชย์ ผู้จัดการทั่วไป บมจ.วอริกซ์สปอร์ต ลงนามบันทึกข้อตกลงการเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของชมรมเพื่อนโดม

ชวน หลีกภัย ยินดีกับ มานิจ สุขสมจิตร โดยมี พิมพ์ทอง สุขสมจิตร,
ศ.นพ.ธีระ-ศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ รามสูตร และญาติๆ รวมยินดี

ชวน หลีกภัย ยินดีกับ มานิจ สุขสมจิตร โดยมี พิมพ์ทอง สุขสมจิตร, ศ.นพ.ธีระ-ศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ รามสูตร และญาติๆ รวมยินดี

ประดิษฐา จงวัฒนา ตัวแทนศิษย์เก่านิติศาสตร์ มธ. ร่วมยินดี

ประดิษฐา จงวัฒนา ตัวแทนศิษย์เก่านิติศาสตร์ มธ. ร่วมยินดี

ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ, ยอดยิ่ง โสภณ, พรชัย กิตติปัญญางาม, ศุภชัย
สุกาญจนาภรณ์, รศ.ดร.ชัยยุทธ ถาวรานุรักษ์, ธนากร ฝักใฝ่ผล,
กฤติญา เรืองเวช, ยรรยง อัครจินดานนท์ และ รุ้งทิพย์ ห่อวโนทยาน

ประสาทพร ภูสุศิลป์ธร รับเข็มเกียรติยศ
วันธรรมศาสตร์สามัคคี

ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ, ยอดยิ่ง โสภณ, พรชัย กิตติปัญญางาม, ศุภชัย สุกาญจนาภรณ์, รศ.ดร.ชัยยุทธ ถาวรานุรักษ์, ธนากร ฝักใฝ่ผล, กฤติญา เรืองเวช, ยรรยง อัครจินดานนท์ และ รุ้งทิพย์ ห่อวโนทยาน ประสาทพร ภูสุศิลป์ธร รับเข็มเกียรติยศ วันธรรมศาสตร์สามัคคี

บุญสม อัครธรรมกุล, พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร และ สุนทร สถาพร

บุญสม อัครธรรมกุล, พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร และ สุนทร สถาพร

ดร.สันติภาพ เตชะวณิช, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ณัฏฐ์ชานันท์ อิงคภัทรางกูร, รศ.ศิริศักดิ์ ศุภมนตรี และ ประดิษฐา จงวัฒนา

ดร.สันติภาพ เตชะวณิช, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ณัฏฐ์ชานันท์ อิงคภัทรางกูร, รศ.ศิริศักดิ์ ศุภมนตรี และ ประดิษฐา จงวัฒนา

ดร.สันติภาพ เตชะวณิช, นริศรา รวมศิริวัฒนกุล, ภัทรศักดิ์ วรรณแสง, ยอดยิ่ง โสภณ, ประดัง ปรีชญางกูร, อภิชาติ ดำดี, ศุภชัย สุกาญจนาภรณ์ และ ปานหทัย ศรีสมุทร

ดร.สันติภาพ เตชะวณิช, นริศรา รวมศิริวัฒนกุล, ภัทรศักดิ์ วรรณแสง, ยอดยิ่ง โสภณ, ประดัง ปรีชญางกูร, อภิชาติ ดำดี, ศุภชัย สุกาญจนาภรณ์ และ ปานหทัย ศรีสมุทร

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมยินดี มานิจ สุขสมจิตร ผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2567 และสองผู้ได้รับเข็มเกียรติยศ พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ และ สุนทร สถาพร

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมยินดี มานิจ สุขสมจิตร ผู้ได้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2567 และสองผู้ได้รับเข็มเกียรติยศ พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ และ สุนทร สถาพร

ดร.สันติภาพ เตชะวณิช ประธานชมรมเพื่อนโดม และกรรมการรุ่นใหม่
ไฟแรง นำโดย โกวิท สว่างวารีสกุล, ณัฏฐ์ชานันท์ อิงคภัทรางกูร, สมเกียรติ
คงสวัสดิ์, วรายุภัสร์ พัชรปรียานันท์, นริศรา รวมศิริวัฒนกุล

ดร.สันติภาพ เตชะวณิช ประธานชมรมเพื่อนโดม และกรรมการรุ่นใหม่ ไฟแรง นำโดย โกวิท สว่างวารีสกุล, ณัฏฐ์ชานันท์ อิงคภัทรางกูร, สมเกียรติ คงสวัสดิ์, วรายุภัสร์ พัชรปรียานันท์, นริศรา รวมศิริวัฒนกุล

สถานทูตฝรั่งเศสจัดสัมมนาความปลอดภัยทางถนนในไทย กับความท้าทายที่ต้องเผชิญ

https://www.naewna.com/lady/840754

สถานทูตฝรั่งเศสจัดสัมมนาความปลอดภัยทางถนนในไทย กับความท้าทายที่ต้องเผชิญ

สถานทูตฝรั่งเศสจัดสัมมนาความปลอดภัยทางถนนในไทย กับความท้าทายที่ต้องเผชิญ

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุดในโลก จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ฉบับล่าสุดปี 2566 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิต
จากอุบัติเหตุทางถนนกว่า 18,000 คน คิดเป็นสัดส่วนประชากรอยู่ที่ 25 คน ต่อแสนประชากร ขณะที่ผู้บาดเจ็บพบสูงกว่า 1.06 ล้านคน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก (ข้อมูลปี 2561) และเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้รถบัสทัศนศึกษาของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม ซึ่งสร้างความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่และมีจำนวนครูและนักเรียนผู้เสียชีวิตรวม 23 คน

จากสถานการณ์ดังกล่าว สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย โดยความร่วมมือกับ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (UN ESCAP) และ ศูนย์วิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมสมัย (IRASEC) จัดสัมมนาระดับนานาชาติ เรื่อง ความปลอดภัยทางถนนในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในวันที่ 4 และ 5 พฤศจิกายน 2567 ที่สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ และศูนย์ประชุมแห่งสหประชาชาติ (UNCC) ตามลำดับ โดยมี นายฌอง ทอดต์ (Jean Todt) ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติด้านความปลอดภัยทางถนนกล่าวเปิดงานสัมมนา พร้อมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายเวลมิน เร็น (Welmin Ren) ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร ตลอดจนนางสายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบพาราลิมปิกทีมชาติไทยผู้พิการจากการประสบอุบัติเหตุโดยรถจักรยานยนต์ ร่วมกล่าวปราศรัยในการสัมมนาวันแรก

การสัมมนานี้จัดขึ้นเพื่อให้หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมแลกเปลี่ยนพร้อมวิเคราะห์สถานการณ์และปัญหาด้านความปลอดภัยทางถนนในภูมิภาค ตลอดจนร่วมเสนอแนะมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การขับรถเร็ว การเมาแล้วขับ การไม่คาดเข็มขัดนิรภัย การไม่สวมหมวกนิรภัย และการไม่มีอุปกรณ์นิรภัยสำหรับเด็ก โดยปัญหาการขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกนิรภัยเป็นปัญหาใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจำนวนของผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์มีสัดส่วนถึงร้อยละ 43 ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน

การสัมมนาดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญในการร่วมกำหนดมาตรการที่เป็นรูปธรรมและประสานงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยทางถนนในประเทศไทยรวมถึงประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยภายหลังจากสัมมนา นายฌอง ทอดต์ ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติด้านความปลอดภัยทางถนน ได้มีโอกาสเข้าพบนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยได้กล่าวชื่นชมความมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรีในการ ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อแก้ไขปัญหาและรักษาผลประโยชน์ของประชาชนชาวไทย โดยกล่าวแสดงความคิดเห็นว่ามติของรัฐบาลที่จะนำไปดำเนินการจะเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” และช่วยยกระดับการเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนนในประเทศ

นวัตกรรมการเลี้ยงตัวอ่อนด้วยระบบ AI เพิ่มโอกาสคนอยากมีลูก

https://www.naewna.com/lady/840765

นวัตกรรมการเลี้ยงตัวอ่อนด้วยระบบ AI เพิ่มโอกาสคนอยากมีลูก

นวัตกรรมการเลี้ยงตัวอ่อนด้วยระบบ AI เพิ่มโอกาสคนอยากมีลูก

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา การรักษาภาวะมีบุตรยากได้มีพัฒนาการไปอย่างมาก โดยเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงตัวอ่อน (Embryo Incubation) มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการตั้งครรภ์สำหรับคู่สมรสที่มีบุตรยาก โดยพัฒนา เครื่องเลี้ยง ตัวอ่อน หรือ Embryo Incubator เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการเลี้ยงดูตัวอ่อนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดหลังการปฏิสนธิ ถามว่า ทำไมเครื่องเลี้ยงตัวอ่อนถึงสำคัญ?

นายแพทย์องอาจ บวรสกุลวงศ์ สูตินรีเเพทย์ เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ เผยว่า เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์อาจทำได้หลายวิธี โดยหนึ่งในวิธีที่เป็นที่นิยม คือ การทำเด็กหลอดแก้ว(IVF/ICSI) ซึ่งคือ การปฏิสนธิของเซลล์ไข่ภายนอกร่างกายเพื่อช่วยให้เกิดการตั้งครรภ์ด้วยการฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรงเพื่อเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิ จากนั้นตัวอ่อนจะต้องถูกเลี้ยงภายนอกร่างกาย โดยอยู่ในห้องปฏิบัติการก่อนที่จะถูกฝังเข้าสู่โพรงมดลูก

ขั้นตอนในการเลี้ยงตัวอ่อนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการพัฒนาของตัวอ่อนในช่วงแรก ต้องถูกควบคุมให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต เพราะตัวอ่อนมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงทางอุณหภูมิ และแสง ซึ่งเครื่องเลี้ยงตัวอ่อนทำหน้าที่จำลองสภาพแวดล้อมให้เสมือนมดลูก โดยควบคุมปัจจัยต่างๆ ให้ตัวอ่อนสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ จากนั้นจะคัดตัวอ่อนที่แข็งแรงเพื่อย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก และหลังจากใส่ตัวอ่อนไปแล้ว 9-11 วัน แพทย์จะนัดเจาะเลือดตรวจหาระดับฮอร์โมนการตั้งครรภ์เป็นลำดับต่อไป การทำ ICSI นับเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยคู่สมรสที่มีภาวะมีบุตรยากให้สามารถมีบุตรได้

พงษ์เพชร เบญจพลวัฒนา นักวิทยาศาสตร์ ประจำศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ เผยว่า ปัจจุบันนวัตกรรมในการเลี้ยงตัวอ่อนได้ก้าวหน้าไปอย่างมากซึ่งเทคโนโลยีเครื่องเลี้ยงตัวอ่อนนี้มีฟังก์ชั่นที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจสอบการเจริญเติบโตของตัวอ่อนได้อย่างต่อเนื่องด้วยการใช้กล้องและระบบ AI ในการติดตามผล

1.การติดตามการเจริญเติบโตของตัวอ่อนด้วย Time-Lapse Monitoring เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าทึ่ง ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถดูพัฒนาการของตัวอ่อนได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งบันทึกภาพการเจริญเติบโตในทุกช่วงเวลาทำให้แพทย์สามารถเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีที่สุดได้ โดยไม่จำเป็นต้องนำจานเพาะตัวอ่อนออกจากเครื่องเลี้ยง เพราะทุกครั้งที่มีการนำตัวอ่อนออกมาจากเครื่องเลี้ยงที่ถูกควบคุมสภาพแวดล้อมไว้อย่างเคร่งครัด จะทำให้ตัวอ่อนต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการถูกทำลายหรือหยุดพัฒนา Time-Lapse Monitoring จึงสามารถช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้

2.การควบคุมสภาวะแวดล้อมด้วย EmbryoScope Plus ทำให้เครื่องเลี้ยงตัวอ่อนในปัจจุบันมีระบบที่สามารถควบคุมอุณหภูมิและระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และออกซิเจน (O2) ได้อย่างแม่นยำ เพื่อจำลองสภาพแวดล้อมให้คล้ายกับอยู่ภายในมดลูกที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของตัวอ่อน ทำให้ตัวอ่อนพัฒนาได้ในสภาวะที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติที่สุด

3.มีการใช้ AI ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ในเครื่องที่สามารถวิเคราะห์พัฒนาการของตัวอ่อนโดยอัตโนมัติ จาก Time-Lapse Monitoring และให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับระยะเวลาและขั้นตอนการพัฒนาตัวอ่อนซึ่งจะให้คะแนนตัวอ่อนแต่ละตัวตามพัฒนาการในแต่ละขั้นตอน ช่วยให้แพทย์สามารถเลือกตัวอ่อนที่มีความสมบูรณ์เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จในการฝังตัวและตั้งครรภ์สูงสุดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ทั้งนี้ยังสามารถนำเซลล์ของตัวอ่อนไปตรวจโครโมโซมก่อนใส่กลับเข้าไปในโพรงมดลูก

ทั้งนี้ การพัฒนาของเครื่องเลี้ยงตัวอ่อนนี้ สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม จะทำให้ได้จำนวนตัวอ่อนที่มีคุณภาพสูงในปริมาณที่มากขึ้น และตัวอ่อนสามารถเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลดีสำหรับผู้รับบริการในกระบวนการทำ ICSI ซึ่งคือ โอกาสความสำเร็จที่สูงขึ้น

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร? นายแพทย์องอาจ กล่าวว่า แบ่งได้ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือคู่ที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี พยายามมีลูกมาเป็นเวลานานกว่า 12 เดือน และกลุ่มที่สองคือคู่ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป พยายามมีลูกมาเป็นเวลานานกว่า 6 เดือน แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ควรไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้สำเร็จ และรับการวินิจฉัยเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมได้ เพราะการรอคอยที่นานเกินไป อาจยิ่งลดโอกาสในการรักษาให้ประสบความสำเร็จ ดังนั้น การพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและทันเวลา

สนใจขอรับคำปรึกษาสอบถามได้ที่ ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ โทร.02-4509999

คอนเสิร์ตเพลงพระราชนิพนธ์‘H.M. Blues’

https://www.naewna.com/lady/840751

คอนเสิร์ตเพลงพระราชนิพนธ์‘H.M. Blues’

คอนเสิร์ตเพลงพระราชนิพนธ์‘H.M. Blues’

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พบกับปรากฏการณ์ดนตรีแจ๊สครั้งสำคัญที่คนไทยจะได้ร่วมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีแจ๊สของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงแจ๊สที่มีคุณค่าเป็นจำนวนมาก ในงานคอนเสิร์ต “H.M.Blues” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวงการดนตรีแจ๊สไทย และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่ถ่ายทอดผ่านเพลงราชนิพนธ์ ซึ่งงานจัดขึ้นในวันพุธที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์

คอนเสิร์ต “H.M. Blues” ครั้งนี้จะนำเสนอการแสดงดนตรีแจ๊ส อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งคอมโบและบิ๊กแบนด์ จากวงแจ๊สออร์เคสตราของมหาวิทยาลัยรังสิต (RSU Jazz Orchestra) โดยโปรดิวเซอร์มือทองด้านวงการแจ๊สของประเทศไทย รศ.ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต และศิลปินศิลปาธร พร้อมด้วยศิลปินชื่อดัง เช่น กบ-เสาวนิตย์ นวพันธ์, ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว, แมว-จิรศักดิ์ ปานพุ่ม, เมย์-ฝนพา ปราโมช ณ อยุธยา และ ออย-กุลจิรา ทองคำ ซึ่งจะอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์และเพลงแจ๊สระดับสากลมาถ่ายทอดในรูปแบบอันงดงามและสมเกียรติ ซึ่งเป็นรูปแบบดนตรีที่ทรงอิทธิพลในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ และเป็นรากฐานสำคัญของดนตรีสากลร่วมสมัยทั้งหลาย โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายบัตร ทางผู้จัดงานจะนำบริจาคให้แก่ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาและวิทยาลัยดนตรีมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อสนับสนุนการศึกษาด้านดนตรีต่อไป

บัตรราคา 1,500, 2,000 และ 2,500 บาท ซื้อบัตรได้ที่ ทาง http://www.Thaiticketmajor.com  หรือทางเคาน์เตอร์ Thaiticket Major ทุกสาขาซื้อบัตรได้ที่ https://www.thaiticketmajor.com/concert/h-m-blues.html

กลุ่มเซ็นทรัล ชวนร่วมส่งมอบความสุขให้น้องๆ ชายแดนใต้ ในโครงการ‘มิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์ ปี 15’

https://www.naewna.com/lady/840752

กลุ่มเซ็นทรัล ชวนร่วมส่งมอบความสุขให้น้องๆ ชายแดนใต้  ในโครงการ‘มิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์ ปี 15’

กลุ่มเซ็นทรัล ชวนร่วมส่งมอบความสุขให้น้องๆ ชายแดนใต้ ในโครงการ‘มิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์ ปี 15’

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เป็นเวลานานกว่า 2 ทศวรรษที่เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่สิ้นสุดลง และส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพจิตใจของเด็กและเยาวชนจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อร่วมคืนช่วงเวลาแห่งความสุขให้อบอวลในเทศกาลปีใหม่และวันเด็กที่จะมาถึงนี้ กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับ กองทัพบก และภาคีเครือข่าย สานต่อโครงการ “Million Gifts Million Smiles” ปีที่ 15
(มิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์)-ของขวัญจากใจ เพื่อรอยยิ้มของทุกคน โดยเชิญชวนคนไทยร่วมกันส่งมอบของขวัญหรือทุนการศึกษามอบให้กับน้องๆ เยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดอื่นๆ ต้อนรับเทศกาลปีใหม่และวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ผ่านช่องทางต่างๆ ของเครือกลุ่มเซ็นทรัล

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 15 ปี ของ โครงการ Million Gifts Million Smiles ที่กลุ่มเซ็นทรัลตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรอยยิ้มและส่งต่อความรักด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมการศึกษาให้กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล “เซ็นทรัล ทำ”-ทำด้วยกันทำด้วยใจ ผ่านการมอบของขวัญปีใหม่และวันเด็กพร้อมด้วยทุนการศึกษาจากคนไทยทั่วประเทศ ลูกค้า คู่ค้า ภาคี และธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล สู่มือน้องๆ เยาวชนในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และในเขตสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอนาทวี อำเภอเทพา) เพื่อเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ ที่รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ให้มีพลังใจที่เข้มแข็ง อาทิ จักรยาน อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และของเล่นเด็ก ซึ่งของขวัญทุกชิ้นล้วนช่วยเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้และพัฒนาการทางอารมณ์ตามแต่ละช่วงวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกลุ่มเซ็นทรัลถือเป็นภาคธุรกิจค้าปลีกรายแรกที่ริเริ่มการส่งมอบความสุขผ่านของขวัญให้น้องๆ ชายแดนใต้เนื่องในวันเด็กและปีใหม่ ด้วยการเป็นพันธมิตรร่วมกับกองทัพบกมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง

ทั้งนี้ปัจจุบันครอบครัวของเยาวชนในจังหวัดชายแดนใต้กว่า 48,000 ครัวเรือน ประสบปัญหาฐานะทางการเงิน บางรายเป็นเด็กกำพร้า ส่งผลให้เยาวชนขาดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา โครงการ Million Gifts Million Gifts Million Smiles โดยกลุ่มเซ็นทรัล จึงได้ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เชิญชวนคนไทยร่วมกันสมทบทุนการศึกษาให้กับน้องๆ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง ลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาของเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดตาก ช่วยสร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้กับครอบครัวในอนาคต ทั้งนี้คาราวานของขวัญและทุนการศึกษาจะถูกลำเลียงโดยกองทัพบกเพื่อมอบให้กับน้องๆ ในกิจกรรมวันเด็กที่กำลังจะมาถึงต่อไป”

ผู้สนใจสามารถร่วมแบ่งปันรอยยิ้มและความห่วงใยให้กับน้องๆ เยาวชนในจังหวัดชายแดนใต้ ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ประกอบด้วย

1.Pay it Forward : ร่วมส่งต่ออนาคตที่สดใสด้วยการมอบทุนการศึกษาเพื่อเด็กยากจนพิเศษ ผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ทุนละ 2,500 บาท ผ่านช่องทาง www.tham-dee.com/projects/mgms2024 ได้ตั้งแต่วันนี้-11 มกราคม 2568 (สามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า)

2.Gift it Forward ร่วมส่งมอบรอยยิ้มผ่านของขวัญชิ้นใหม่ที่ยังไม่ผ่านการใช้งาน ณ จุดรับของขวัญ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2 บริเวณ Rest Area ทางเข้าห้างเซ็นทรัล ตั้งแต่วันนี้-11 มกราคม 2568 และจุดจัดส่งของขวัญ ณ ศูนย์บริการกระจายสินค้าบางนา (New DC) ถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ บางนา-ตราด กม.19 เวลา 09.00-17.00 น. ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน-23 ธันวาคม 2567

3.Share it Forward : ร่วมสมทบทุนสำหรับจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา, อุปกรณ์การเรียนให้กับน้องๆ ในจังหวัดชายแดนใต้ และจังหวัดอื่นๆ โดยช่องทาง E-donation ประกอบด้วย สแกน QR Code, เคาน์เตอร์ชำระเงินผ่านระบบ CenPay, แลกคะแนน The 1 เริ่มต้นที่ 100 คะแนน เพื่อสมทบทุน สามารถร่วมสมทบทุนคะแนนไม่จำกัดจำนวนครั้ง, โอนเข้าบัญชี มูลนิธิ เตียงจิราธิวัฒน์ ธนาคารกรุงเทพ บัญชี ออมทรัพย์สาขา สีลม เลขที่บัญชี 1180582031 (ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า) รวมถึงสมทบทุนผ่านกล่องรับบริจาค ตามจุดประชาสัมพันธ์ จุดชำระเงิน และจุดแลกซื้อ รวม 225 จุด ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567-11 มกราคม 2568

สัปดาห์อาหารอิตาเลียนรอบโลก 2024 ในประเทศไทย

https://www.naewna.com/lady/840753

สัปดาห์อาหารอิตาเลียนรอบโลก 2024 ในประเทศไทย

สัปดาห์อาหารอิตาเลียนรอบโลก 2024 ในประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน กรุงเทพฯ (Italian Trade Agency) ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย จัดกิจกรรมประจำปีที่เชิดชูความเป็นเลิศแห่งศิลปะการปรุงอาหารอิตาเลียน ในเทศกาลสัปดาห์อาหารอิตาเลียน หรือ Italian Cuisine Week 2024 ระหว่างวันที่ 16-22 พฤศจิกายน 2567 นับเป็นการจัดกิจกรรมระดับโลกครั้งที่ 9 และเป็นครั้งสำคัญยิ่งเพื่อร่วมฉลองการได้รับเสนอชื่อของศิลปะการปรุงอาหารอิตาเลียนเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอันจับต้องไม่ได้โดย UNESCO

มิส เปาลา กุยด้า ข้าหลวงพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทย เผยว่า เทศกาลสัปดาห์อาหารอิตาเลียนที่จัดขึ้นพร้อมกันรอบโลกนี้เป็นการนำเสนอศิลปะการปรุงอาหารอิตาเลียนที่ไม่ใช่เป็นเพียงการประกอบอาหาร แต่เป็นหนึ่งในรากฐานวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวอิตาเลียนสู่สายตาโลก ซึ่งสำหรับประเทศไทยปีนี้ได้มีการจัดทัพนำรสชาติต้นตำหรับ ของอิตาลีมาให้คนไทยได้ลิ้มลองเพื่อสร้างความเข้าใจและชื่นชอบอาหารอิตาเลียนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น กระชับความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมผ่านอาหารและเมนูพิเศษจากหลากหลายภูมิภาคของอิตาลี

ภายในงาน ประกอบด้วย ไฮไลท์แรกเป็นเทศกาลอาหารอิตาเลียนที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-22 พฤศจิกายน 2567 โดยร่วมกับร้านอาหารและภัตตาคารอิตาเลียนในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองด้วยรางวัล Ospitalita Italiana Award รางวัลระดับโลกที่มีจุดประสงค์เพื่อรับรองร้านอาหารอิตาเลียนแท้ในต่างประเทศ โดยมีการนำเสนอเอกลักษณ์ของอาหารอิตาเลียนอันเป็นที่ยกย่องและชื่นชอบของผู้คนทั่วไป เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคในประเทศไทยได้เข้าถึงและเข้าใจในความโดดเด่นและอิ่มอร่อยกับวัฒนธรรมอาหารของอิตาลีอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อผู้ชื่นชอบของอร่อยจากเบเกอรี่ ด้วยความร่วมมือของ ALMA สถาบันสอนศิลปะการทำอาหารอิตาเลียน จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปเพื่อเสริมสร้างทักษะในการทำขนมหวานอิตาลี ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ที่ The Food School, Bangkok กับเพสตรี้ เชฟอิตาเลียนมากประสบการณ์ แองเจโล่ เบลลูซซี่ (Angelo Belluzzi) ที่จะมาถ่ายทอดเทคนิคการทำ ซิกเนเจอร์ช็อกโกแลต พานา ค็อตตา ระหว่างเวลา 10.00-12.00 น. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สัมผัสรสชาติขนมอิตาเลียนแท้ๆ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้มีใจรักการทำอาหาร รีบ ที่นั่งมีจำนวนจำกัด สำรองที่นั่งที่ bangkok@ice.it

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทางการค้าสุดพิเศษเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการด้านไวน์ที่พลาดไม่ได้ คือ Unit Wine Tour ซึ่ง จะจัดขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานพาณิชย์อิตาลีกับ Unexpected Italy ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ โดยงานนี้ได้ระดมผลิตผลของผู้ผลิตไวน์ 33 แห่ง จาก 12 ภูมิภาค ของอิตาลี รวมกว่า 150 ชนิดมาให้ลิ้มลอง โอกาสพิเศษเช่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้นำเข้าไวน์ ผู้จัดจำหน่าย เจ้าของผับ/บาร์ และซอมเมอลิเยร์ นอกจากจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับไวน์ชนิดต่างๆ และชิมไวน์จากผู้ผลิตไวน์อิตาลีโดยตรงแล้ว ผู้ที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมยังมีโอกาสอันดีที่จะเสริมสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้ผลิตไวน์ชั้นเลิศอิตาลีอีกด้วย

สัปดาห์อาหารอิตาเลียน 2024 ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่รักและชื่นชอบอาหารอิตาเลียนได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารและไวน์ในเทศกาล “Best of 4 Regions” ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนกับบริษัทเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ระหว่างวันที่ 21-27 พฤศจิกายน 2567 เตรียมตื่นตาตื่นใจกับความหลากหลายของอาหารและผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะแบรนด์ดังจากสี่ภูมิภาคของอิตาลีมาให้ได้ลิ้มลองและซื้อหากันได้ทุกวันตลอดสัปดาห์ อิตาเลียนเลิฟเว่อร์ต้องไม่พลาดติดตามข่าวสารและปักหมุดปฏิทินไปร่วมงานนี้

ยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ ‘วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า’ ปลุกพลังทุกภาคส่วนร่วมสร้างอนาคตเพื่อเด็กและเยาวชน

https://www.naewna.com/lady/840757

ยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ ‘วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า’  ปลุกพลังทุกภาคส่วนร่วมสร้างอนาคตเพื่อเด็กและเยาวชน

ยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ ‘วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า’ ปลุกพลังทุกภาคส่วนร่วมสร้างอนาคตเพื่อเด็กและเยาวชน

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “A BETTER TOMORROW TODAY – วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” ชวนทุกภาคส่วนในสังคมร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของเด็กทุกคน ท่ามกลางสถานการณ์ท้าทายที่ทวีความรุนแรงในสังคมปัจจุบัน ทั้งความขัดแย้ง วิกฤตสุขภาพ ปัญหาความยากจนความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แคมเปญนี้จึงมุ่งเน้นให้เกิดการลงมือทำตั้งแต่วันนี้ เพื่อปกป้องสิทธิและช่วยเหลือเด็กๆ ให้สามารถเติบโตอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เผยว่า “เด็กๆทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยกำลังเผชิญกับอนาคตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนไม่ว่าจะเป็นจากภัยคุกคามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหาทางเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร เราไม่สามารถใช้แนวทางเดิมมาแก้ปัญหาใหม่ๆ เหล่านี้ได้ เราจึงจำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อให้เด็กทุกคนรู้สึกปลอดภัยและพร้อมเติบโตอย่างแข็งแกร่งสำหรับอนาคตข้างหน้า ซึ่งขณะนี้ยูนิเซฟได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยและพันธมิตร เพื่อช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของเด็กๆ แคมเปญใหม่นี้จะช่วยให้สังคมเห็นถึงความเร่งด่วนของปัญหาที่เด็กๆ กำลังเผชิญ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับเด็กทุกคน”

แคมเปญ A BETTER TOMORROWTODAY – วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2567 และจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงวันเด็กแห่งชาติในวันที่11 มกราคม 2568 โดยจะมีกิจกรรมออฟไลน์และออนไลน์ที่น่าสนใจ รวมทั้งยังมีผู้นำความคิดและเซเลบริตี้จากหลากหลายวงการมาร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนมาร่วมลงมือทำและสนับสนุนเด็กๆ อย่างเป็นรูปธรรม

อีกทั้ง แคมเปญนี้ได้จัดทำคลิปวีดีโอที่สะท้อนให้เห็นถึงโลกที่สดใส ความฝันและรอยยิ้มของเด็กจะกลับมาอีกครั้ง หากทุกคนร่วมมือกันลงมือทำ ทั้งนี้ ยังมีกิจกรรม Kids Takeovers ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม รวมถึงการเปิดให้ทุกคนสามารถส่งต่อความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ผ่านการบริจาค “Box of Life” กล่องอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ประกอบด้วยวัคซีน น้ำสะอาด และสื่อการเรียนรู้ที่จำเป็น เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนและอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ตลอดจนการมาร่วมเป็นอาสาสมัครสนับสนุนโครงการต่างๆ ของยูนิเซฟในระดับท้องถิ่นและระดับโลก พร้อมเผยแพร่
ข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์

ไฮไลท์สำคัญของแคมเปญนี้ คือ กิจกรรม “Turn Blue” ใน “วันเด็กสากล” หรือ “World Children’s Day” ซึ่งเคยจัดขึ้นที่ตึกเอ็มไพร์สเตทในนิวยอร์ก อะโครโปลิสในเอเธนส์ และหอไอเฟลในกรุงปารีสมาแล้ว โดยยูนิเซฟจะจัดกิจกรรมนี้ขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองสิทธิของเด็กทั่วโลกในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ โดยจะมีการสาดแสงสีฟ้าที่วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือจากคนในสังคมเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่เด็กๆ และยังเปรียบเสมือนการส่งพลังบวกและคำมั่นสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้เด็กๆ ต้องเผชิญความยากลำบากเพียงลำพัง

“เพราะพันธกิจของยูนิเซฟคือการเข้าถึงเด็กๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน หรือมาจากภูมิหลังใด โดยภารกิจนี้จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อเราทุกคนร่วมมือกัน เพราะทุกการสนับสนุนล้วนมีคุณค่าไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด แต่มันจะยิ่งใหญ่ในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเด็กทุกคน นี่คือสิ่งที่แคมเปญนี้ต้องการสื่อสารกับทุกคนว่า เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเด็กทุกคนได้มีโอกาสเติบโตอย่างสวยงาม เพียงเริ่มต้นวันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” นางคิม กล่าวสรุป

รายละเอียดแคมเปญ “A BETTER TOMORROW TODAY – วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” สามารถเข้าชมได้ทาง www.unicef.or.th/better-tomorrow

เริ่มแล้ว!!! สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ ฉลองเทศกาลความสุขต่อเนื่อง 68 วัน ด้วยมหกรรมอีเว้นท์ระดับโลก

https://www.naewna.com/lady/840756

เริ่มแล้ว!!! สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่  ฉลองเทศกาลความสุขต่อเนื่อง 68 วัน ด้วยมหกรรมอีเว้นท์ระดับโลก

เริ่มแล้ว!!! สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ ฉลองเทศกาลความสุขต่อเนื่อง 68 วัน ด้วยมหกรรมอีเว้นท์ระดับโลก

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ ฉลองเทศกาลแห่งความสุข จัดเต็มมหกรรมอีเว้นท์ & เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ต่อเนื่อง 68 วัน รวมกว่า 20 อีเว้นท์ใหญ่ ทั้งการฉลองเฟสทีฟตอกย้ำการเป็น Luxury Destination, ปรากฏการณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก, มหกรรมอาร์ททอยรวบรวมคาแร็กเตอร์สุดฮอตไว้มากที่สุดกว่า 100 คาแร็กเตอร์จากค่ายดังทั่วโลก, และเซอร์ไพรส์ด้วยศิลปินระดับโลก! ปักหมุดเป็นสถานที่ที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปแล้วแชร์โมเม้นต์ สนุก และมีความสุข

นางสรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อเป็นที่หนึ่งในเดสติเนชั่นแห่งการเฉลิมฉลอง เป็นสถานที่ที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปแล้วแชร์โมเม้นต์ สนุก และมีความสุข ให้ทุกคน เริ่มด้วยการตกแต่งบรรยากาศเฟสทีฟเนรมิตทั่วพื้นที่ได้เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขท่ามกลางสีสันที่เปล่งประกายสะท้อนแสงแห่งความมหัศจรรย์ที่อยู่ในมิติต่างๆ โดยนำรูปทรงของสโนว์เฟล็กมาเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการก้าวเข้าสู่เทศกาลแห่งความสุข ทั้งนี้ ได้ระดมมหกรรมอีเว้นท์ระดับโลก จัดเต็มต่อเนื่อง 68 วัน ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2567-7 ม.ค.2568 รวมกว่า 20 อีเว้นท์ใหญ่ โดยมี ไฮไลท์มากมาย แบ่งเป็น World First & Pioneering, Global Collaborations, World Class Extraordinary Experiences,และ Forever Sustainability

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ เนรมิตทั้งศูนย์ฯ ให้เป็นอาร์ททอยเดสติเนชั่น ในงาน The Magical Art (of) Toy Celebration รวมเหล่าอาร์ททอย
ไว้จำนวนมากที่สุด คือ กว่า 100 คาแร็กเตอร์ จากนานาค่ายดังทั่วโลกไว้ในที่เดียว ตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค. 2567 เป็นต้นไป สยามเซ็นเตอร์ จับมือ Toyzero Plus เปิด “TOYZEROPLUS WORLD” ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบกับคาแร็กเตอร์สุดฮอตที่โด่งดังไปทั่วโลก อาทิ Butterbear ที่มาพร้อมกล่องสุ่มที่เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดเฉพาะ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ TOYZEROPLUS ได้ร่วม Collaboration กับ Butterbear นอกจากนั้น ยังมี LuLu the Piggy, PP x MONSTER, Foodie Dinosaur, และ Esther Bunny

สยามพารากอน นำเสนอร้านใหม่เอาใจสาวกนินเทนโด กับ Nintendo Authorized Store by Synnex ที่ชั้น 3 สยามพารากอน รวมทั้งร่วมกับ ฟลอร่า พาร์ค เนรมิตพาร์คพารากอนให้เป็นสวนกุหลาบขนาดยักษ์ ในงาน Eternal Bloom: The Silk Rose Garden สร้างสรรค์สวนกุหลาบอันงดงามหลากสายพันธุ์ ในแบบ immersive rose-themed zones และกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย ระหว่างวันที่ 5-15 ธ.ค. 2567

พบกับการ Co-create & Collaboration ระหว่าง สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และ Molly หรือ นิสา ศรีคำดี จาก Molly Factory Studio ศิลปินชาวไทยผู้สร้างสรรค์คาแร็กเตอร์ยอดนิยมระดับโลก ในงาน Siam Paragon x CryBunny “Letting go” ณ พาร์คพารากอน ซึ่งจัดควบคู่ไปพร้อมกันกับงาน Siam Center x CryTeddy “Holding on” ตื่นตาไปกับ inflatable sculptures คาแร็กเตอร์สุดคิวท์ขนาดยักษ์ใจกลางเมืองครั้งแรกของโลก! ไปพร้อมกัน ระหว่างวันที่ 20 พ.ย.-1 ธ.ค. 2567

สยามดิสคัฟเวอรี่ ร่วม Collaboration กับ กรุงเทพมหานคร และองค์กรพันธมิตร จัดงาน Siam Discovery Future Lab Vol. IV: Design Culture ต่อยอดตัวอักษรคำว่า “กรุงเทพมหานคร” ที่อยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ณ ลานสกายวอล์กวันสยามสี่แยกปทุมวัน สร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ๆ นำอักขระ ฟ้อนท์ตัวอักษร มาประดิษฐ์ในแบบต่างๆ นำเสนอสิ่งดีๆ สู่สายตาคนทั่วโลก

เตรียมพบกับ “BANDAI SPIRIT HOBBY EXHIBITIONS 2024” ระหว่างวันที่ 7-17 พฤศจิกายน 2567 ณ พาร์คพารากอน สยามพารากอน และงาน “GUNPLA Builders World Cup in Thailand 2024” ระหว่างวันที่ 13-17 พ.ย. 2567 ณ เอเทรียม สยามเซ็นเตอร์ เฟ้นหาผู้ชนะเลิศการสร้างสรรค์ GUNPLA เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันระดับโลก

ตื่นตาตื่นใจ Be Amazed ไปกับงานเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขในแบบลักซ์ชูรี่สำหรับทุกคน ในงาน “Cartier celebrates the festive season with a magical tale” ครั้งแรกของต้นคริสต์มาสสุดลักซ์ชูรี่สูงเด่นใจกลางสยาม ส่องแสงเปล่งประกายเจิดจ้า พร้อมบทเพลงพิเศษฉลองเฟสทีฟจากคาร์เทียร์ มอบความสุขทั่วพาร์คพารากอน และบริเวณคาสเขต สยามพารากอน

งานฉลองแห่งปี! สยามพารากอน จัดงานฉลองครบรอบ 19 ปีอย่างยิ่งใหญ่ Siam Paragon 19th Anniversary The Spectacular Celebration ยกขบวนมาทั้งศิลปินชั้นนำสุดฮอตจากทุกกระแสเทรนด์ พร้อมโชว์สุดพิเศษ และพบกับการเปิดตัวอินสตอเลชั่นอาร์ทขนาดยักษ์ ผลงานของศิลปินระดับโลกโดย JAIME HAYON for Siam Paragon

ส่งท้ายปลายปีด้วยเคาท์ดาวน์ให้สนุกกว่าใครในงาน Siam Paragon Glorious Countdown 2025 พบกับศิลปินระดับโลกสุดเซอร์ไพรส์และศิลปินดาราไทยที่ยกขบวนมาอย่างคับคั่งจุใจ ตลอดเทศกาลระหว่างวันที่ 23-31 ธ.ค. 2567 และยังมีงานเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ระดับโลกที่ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ได้แก่ งาน White Party Bangkok ชวนทุกคนมาฉลองความสุขเต็มพิกัดส่งท้ายปี

ไฮไลท์ของเฟสทีฟซีซั่นในทุกปี คือ Sustainable Christmas Tree ซึ่งสยาม พิวรรธน์ โดยสยามดิสคัฟเวอรี่ เป็น Pioneer บุกเบิกสร้างสรรค์และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี ในปีนี้ สยามดิสคัฟเวอรี่ ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย และ GC สร้างสรรค์ต้นคริสต์มาสรักษ์โลกที่สร้างจากผ้าอัปไซเคิลจากขวดน้ำพลาสติกใช้แล้ว โดยนำมาดีไซน์และปริ้นสีจาก Epson ผ่านกระบวนการผลิตตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ สร้างลวดลายสีสันจากหมึกUltraChrome สะท้อนแสงที่มีชีวิตชีวาและโดดเด่น ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าแล้ว ยังได้ต้นคริสต์มาสรักษ์โลกที่มีความสวยงาม สร้างความสุขในช่วงเฉลิมฉลองส่งท้ายปี