ประวัติ บึงฉวาก จากบึงน้ำธรรมชาติสู่แหล่งเรียนรู้พันธุ์สัตว์ป่าของเหล่านักท่องเที่ยว

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2755142

ประวัติ บึงฉวาก จากบึงน้ำธรรมชาติสู่แหล่งเรียนรู้พันธุ์สัตว์ป่าของเหล่านักท่องเที่ยว

14 ม.ค. 2567 21:41 น.

ประวัติ บึงฉวาก จากบึงน้ำธรรมชาติสู่แหล่งเรียนรู้พันธุ์สัตว์ป่าของเหล่านักท่องเที่ยว

บึงฉวาก แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี มีประวัติและที่มาน่าสนใจอย่างไร ทำไมจึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่เรียนรู้พันธุ์สัตว์ป่าได้

ประวัติบึงฉวาก

บึงฉวาก มีชื่อเต็มว่า บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,700 ไร่ อยู่ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีประมาณ 64 กิโลเมตร เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของสายน้ำท่าจีน เมื่อผ่านระยะเวลาและการทับถมของตะกอนดินโคลน จึงทำให้ส่วนหนึ่งของแม่น้ำแยกตัวออกมาเป็นบึงรูปโค้งมีขนาดใหญ่กินพื้นที่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหลัดสุพรรณบุรี และอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท

บึงฉวากได้รับประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์มาตั้งแต่ ปี 2526 และในปี 2541 ได้รับการจัดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ ตามอนุสัญญาแรมซาร์ที่ประเทศไทยเป็นภาคี เนื่องจากความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ที่มีในบึง

ในปี 2537 จังหวัดสุพรรณบุรี ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดทำโครงการพัฒนาบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี จึงมีการขุดลอกคลองบึงให้กักเก็บน้ำได้มากถึง 10 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถหล่อเลี้ยงเกษตรกรได้ 6,500 ไร่ และพัฒนาพื้นที่โดยรอบให้เป็นที่ตั้งของหน่วยงานต่างๆ คือศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่า กรมปศุสัตว์ อุทยานผักพื้นบ้านเพื่อการยังชีพ และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวาก หรืออุโมงค์ปลาบึงฉวาก เป็นต้น

สำหรับโซนสวนสัตว์ของบึงฉวาก เป็นศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ประกอบด้วย อาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการ เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าชนิดต่างๆ การดูนก สภาพทางภูมิศาสตร์ ประวัติความเป็นมาของบึงฉวาก มีตู้จำลองระบบนิเวศ ห้องฉายสไลด์วีดิทัศน์

ด้านนอกอาคารมีกรงเลี้ยงนกขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ สูง 25 เมตร ภายในกรงได้รับการตกแต่งให้ดูคล้ายสภาพธรรมชาติ ประกอบด้วยนกกว่า 45 ชนิด ที่น่าสนใจ ได้แก่ นกกาบบัว นกเป็ดแดง ไก่ฟ้าพญาลอ และไก่ฟ้าสีทอง มีการจำลองน้ำตกขนาดเล็กเอาไว้ภายในกรง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสใกล้ชิดกับนกต่างๆ ที่ปล่อยให้มีชีวิตอยู่ในสภาพแบบธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีกรงเสือขนาดใหญ่ กรงเสือขนาดเล็ก มีเสือชนิดต่างๆ ให้ชม พร้อมสัตว์สวยงามอีกหลายชนิด

บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ที่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดทำการในจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-17.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-18.00 น.

ข้อมูลอ้างอิง : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), สำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี

ภาพจาก : สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติฯ, สวนสัตว์บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี

เจาะ 6 เทรนด์ท่องเที่ยว ปี 2024 ฉลาดเที่ยว..พึ่ง AI..หรูหราคุ้มค่าเงิน

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2754564

เจาะ 6 เทรนด์ท่องเที่ยว ปี 2024 ฉลาดเที่ยว..พึ่ง AI..หรูหราคุ้มค่าเงิน

13 ม.ค. 2567 05:30 น.

เจาะ 6 เทรนด์ท่องเที่ยว ปี 2024 ฉลาดเที่ยว..พึ่ง AI..หรูหราคุ้มค่าเงิน

ปี 2024 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงฝากความหวังไว้กับ “การท่องเที่ยว” ภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เกิดความปกติใหม่ไปทั่วทุกวงการ โดยเฉพาะแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างไม่มีวันเหมือนเดิม ถือเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่จะต้องเร่งพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์กระแสการท่องเที่ยวยุคใหม่

จากการสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วโลกของ Booking.com และ Expedia พบว่า เทรนด์ท่องเที่ยวของปี 2024 ที่จะมาแรง ประกอบด้วย 6 เทรนด์สำคัญ คือ

“หนีร้อนไปพึ่งเย็น” การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยต่อการตัดสินใจออกเดินทาง ปี 2023 หลายภูมิภาคทั่วโลกสัมผัสถึงปรากฏการณ์ “คลื่นความร้อน” รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตั้งแต่ทวีปอเมริกาเหนือ, ยุโรป และเอเชีย โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงคือ อิตาลี, สเปน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, โปแลนด์, กรีซ, โครเอเชีย, จีน และญี่ปุ่น ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวหาทางหนีอากาศที่ร้อนอบอ้าวจากคลื่นความร้อนไปสู่สถานที่ที่เย็นกว่าเพื่อเยียวยาตนเอง ผลสำรวจพบว่า 56% ของนักท่องเที่ยวอยากจะเดินทาง “หนีร้อนไปพึ่งเย็น” เมื่ออุณหภูมิใกล้บ้านสูงขึ้น ทั้งนี้ สถานที่เย็นกว่าไม่ได้หมายถึงความเย็นแบบฤดูหนาว หรือหิมะ แต่ยังเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวทางน้ำ เช่น ทะเล, มหาสมุทร และกิจกรรมใต้น้ำ

“AI ผู้ช่วยการเดินทาง” นักท่องเที่ยวจะเปิดใจเลือกใช้งาน AI มากขึ้น ในฐานะผู้ช่วยการเดินทาง โดยข้อมูลจาก Expedia ระบุว่า นักท่องเที่ยวสนใจใช้ Generative AI วางแผนการเดินทางครั้งถัดไป จนกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือจำเป็น เพื่อช่วยค้นหาโรงแรมที่พัก และ 1 ใน 3 จะใช้เพื่อเปรียบเทียบตัวเลือกเที่ยวบิน, โรงแรม และร้านอาหาร ความฉลาดของ AI ช่วยให้การจัดทริปท่องเที่ยวมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“นักเฟ้นหาอาหาร” เรื่องกินเรื่องใหญ่จะกลายเป็นกระแสท่องเที่ยวอีกครั้ง 2 ใน 3 แสดงความสนใจชัดเจนที่จะออกเดินทางเพื่อสำรวจอาหาร โดยนักท่องเที่ยว 81% เผยว่า พวกเขามีความสนใจเรื่องอาหารพื้นเมือง และ 61% สนใจเรียนรู้ต้นกำเนิดของอาหารที่เคยทาน บ่งบอกความแรงของเทรนด์ตะลุยชิม

“หรูหรา คุ้มค่าเงิน” นักท่องเที่ยวยุคใหม่เต็มใจจ่ายเงิน เพื่อลองประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดพิเศษ โดยปี 2024 “ความคุ้มค่าเงิน” จะมีน้ำหนักมากขึ้นสำหรับการพิจารณาเลือกแผนการท่องเที่ยว การยกระดับประสบการณ์ด้วยราคาสบายกระเป๋า จึงถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการท่องเที่ยว อยากคว้าใจนักเดินทางฉลาดเที่ยวต้องนำเสนอแพ็กเกจที่มีความพิเศษเฉพาะและหลากหลายมากขึ้น ภายใต้ราคาที่เข้าถึงง่าย

“ดื่มแอลฯน้อย ดื่มด่ำบรรยากาศมาก” Dry Tripping กำลังเป็นเทรนด์ท่องเที่ยวที่มาแรงในกลุ่ม Gen Z มีความหมายกว้างๆว่า การท่องเที่ยวที่โฟกัสตัวเองและประคองสติมากขึ้น นักท่องเที่ยวยุคใหม่เริ่มมีความต้องการจะออกห่างจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่มองหาประสบการณ์วันหยุดที่ไม่เน้นเรื่องการดื่ม ทั้งนี้ ผลการสำรวจของ Hotels.com พบว่า นักท่องเที่ยวกว่า 40% กำลังพิจารณาจองทริปดีทอกซ์ในปี 2024 ครึ่งหนึ่งสนใจเข้าพักในโรงแรมที่มีตัวเลือกเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ โดยเหตุผลหลักเพื่อความปรารถนาที่จะควบคุมตัวเองให้มีสติ พร้อมสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวมากขึ้น

“ฟินกับความยั่งยืน” 73% ของนักท่องเที่ยวยังคงสนับสนุนแนวทางเพื่อความยั่งยืนต่อไป ส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรมที่พักที่มีแนวทางด้านความยั่งยืน มีแนวโน้มได้รับการตอบรับที่ดี นักท่องเที่ยวยุคใหม่กว่า 53% ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมความยั่งยืน 60% ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และรู้สึกดีกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีพื้นที่สีเขียว อุดมด้วยต้นไม้, อากาศบริสุทธิ์ และกิจกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม.

เที่ยวทำบุญ 9 วัด ศิลปะพม่า เมืองลำปาง พร้อมกิจกรรมสร้างบุญกุศล รับต้นปี 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2753800

เที่ยวทำบุญ 9 วัด ศิลปะพม่า เมืองลำปาง พร้อมกิจกรรมสร้างบุญกุศล รับต้นปี 2567

9 ม.ค. 2567 16:26 น.

เที่ยวทำบุญ 9 วัด ศิลปะพม่า เมืองลำปาง พร้อมกิจกรรมสร้างบุญกุศล รับต้นปี 2567

ชวนเที่ยว ทำบุญ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 วัดสวยที่ได้รับวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมทางศิลปะมาจากวัดพม่า และไทใหญ่นครลำปาง พร้อมชวนร่วมกิจกรรมงานประเพณี “ปอยต่างข้าวซ่อมต่อ”

ปีใหม่ 2567 นี้ หากใครต้องการเดินทางท่องเที่ยว สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์รับต้นปี ลำปางเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย สำหรับนักท่องเที่ยวสายบุญ ที่นอกจากจะได้รับสิริมงคลต้นปีแล้ว ในจังหวัดลำปางนี้ยังมีวัดสวยรวมตัวกันอยู่อีกมากมาย

เนื่องจาก ลำปาง เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมทางศิลปะมาจากไทใหญ่ รวมทั้งยังมีวัดสวยงามอีกมากมายที่มีศิลปะ ดัดแปลงมาจากวัดทางพม่า ทำให้จังหวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องวัดสวย ที่มีวัฒนธรรม และประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ โดยเป็นอีกหนึ่งโลเคชันสำคัญที่นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชมกันอย่างไม่ขาดสาย

ชี้เป้า 9 วัดสวย สถาปัตยกรรมพม่า จังหวัดลำปาง

วัดจองคา (วัดไชยมงคล)

วัดจองคา (วัดไชยมงคล)

วัดจองคา เป็นวัดพม่าที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2441 เอกลักษณ์โดดเด่นเป็นอย่างมากเพราะได้รับสถาปัตยกรรมรูปแบบผสมระหว่างยุโรป และพม่า รวมทั้งยังเคยได้รับรางวัล อนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่นในปี 2559 ประเภทอาคารศาสนสถาน และเป็นที่นิยมอย่างมากเพราะภายในมีองค์เทพทันใจ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังประจำประเทศพม่า

วัดท่ามะโอ

วัดเก่าแก่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2437 หนึ่งในวัดที่มีศิลปะจากทางพม่าที่น่าสนใจ ประกอบไปด้วยอุโบสถที่สร้างด้วยปูนทั้งหลัง รวมถึงพระพุทธรูปปางมารวิชัยจากทางพม่า และยังเป็นพิพิธภัณฑ์ไว้ศึกษาประวัติศาสตร์ย่อมๆ อีกด้วย

วัดม่อนปู่ยักษ์

วัดม่อนปู่ยักษ์ เริ่มสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2442 มีองค์เจดีย์ขนาดใหญ่จากทางพม่า พร้อมสถาปัตยกรรมคอนกรีตแบบโคโลเนียล พร้อมทั้งงานจิตรกรรมแบบสกุลช่าง ที่เล่าเรื่องราววิถีชีวิตชาวพม่าในสมัยก่อน

วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม

วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม

วัดเก่าแก่กว่า 500 ปี ก่อนตั้งในปี พ.ศ. 1223 และเป็นที่ๆ เคยประดิษฐานของพระแก้วมรกต ก่อนจะอัญเชิญสู่กรุงเทพมหานคร ภายในวัดมีเจดีย์องค์ใหญ่ พร้อมมณฑปไม้สักทั้งหลังในรูปแบบพม่า หนึ่งในสถานที่สำคัญที่สื่อถึงศิลปะไทย พม่า และตะวันตกแบบผสมผสาน

วัดม่อนจำศีล

วัดเจดีย์ที่มีศิลปะจากทางพม่าอยู่ 3 องค์ หนึ่งในวัดสำคัญที่เป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพทันใจ จากพม่า ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2424

วัดป่าฝาง

วัดป่าฝาง

วัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบพม่าแทบทั้งหมด ด้วยเจดีย์องค์ 8 เหลี่ยม ประดับด้วยพระพุทธรูป สัตว์ทั้ง 8 ทิศ และสัตว์ประจำปีเกิด และเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอย่างในเรื่องของการขอพรทางด้านสุขภาพ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2435

วัดศรีชุม

วัดศรีชุมเป็นหนึ่งในวัดพม่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ก่อตั้งปี พ.ศ. 2433 ที่ประดับด้วยสถาปัตยกรรมแบบพม่าแทบทั้งหมด ภายในมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะจากทางพม่า ที่นำมาจากมัณฑะเลย์ นามว่า พระพุทธไชยมงคล

วัดศรีรองเมือง

วัดที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของพม่าอีกหนึ่งวัด ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2447 มีจองหลังใหญ่สร้างด้วยไม้สัก และหลังคาซ้อนทับในรูปแบบพม่า พร้อมลายฉลุบนสังกะสี เสาไม้ประดับตกแต่งด้วยลายเครือดอกไม้ พรรณพฤกษา ประดับด้วยกระจกหลากสีสุดสวยงาม

วัดพระเจดีย์ซาวหลัง

วัดพระเจดีย์ซาวหลัง

วัดพระเจดีย์ซาวหลัง หรือวัดเจดีย์ 20 องค์ ศิลปะไทยล้านนา ผสมกับพม่า สร้างในปี พ.ศ. 2461 คนลำปางมีความเชื่อว่าหากนับเจดีย์ได้ครบ 20 องค์จะถือว่ามีโชค และบุญมหาศาล

หากนักท่องเที่ยวท่านใดสนใจเดินทางไปทำบุญ สักการะ วัดสวยสไตล์พม่าในจังหวัดลำปาง ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลำปาง ได้จัดกิจกรรม งานประเพณี “ปอยต่างข้าวซ่อมต่อ” ศิลปะวัดพม่า และเที่ยวชมเส้นทางสายศรัทธา 9 วัดพม่างาม เดินทางด้วยรถราง ระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม 2567 เวลา 17.00-20.00 น. ณ วัดจองคา (ไชยมงคล) อ.เมือง จ.ลำปาง 

พร้อมทั้งชวนแต่งกายย้อนวันวาน (ชุดพม่า ชุดพื้นเมืองหรือชุดย้อนยุค) ตามรอยมุมภาพถ่ายนิตยสารโวค (Vouge) รวมทั้ง ชิมอาหารถิ่น และชมการแสดงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายภายในงานประเพณีในวันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2567 เวลา 17.00-20.00 น. ณ วัดจองคา (ไชยมงคล) และการเข้าร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ล้างหน้าพระมหามัยมุนีจำลอง ครั้งแรกของนครลำปาง และพิธีถวายข้าวซ่อมต่อ วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2567 ตั้งแต่ เวลา 05.00-07.00 น. เป็นต้นไป

ข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลำปาง

ภาพ : Tourism Authority of Thailand, Istock

ชวนเที่ยว ‘ก้านกล้วยแลนด์’ สวนสนุกแห่งการเรียนรู้เด็ก เปิดใหม่ ใกล้กรุงเทพฯ รับวันเด็ก 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2753556

ชวนเที่ยว 'ก้านกล้วยแลนด์' สวนสนุกแห่งการเรียนรู้เด็ก เปิดใหม่ ใกล้กรุงเทพฯ รับวันเด็ก 2567

8 ม.ค. 2567 17:23 น.

ชวนเที่ยว ‘ก้านกล้วยแลนด์’ สวนสนุกแห่งการเรียนรู้เด็ก เปิดใหม่ ใกล้กรุงเทพฯ รับวันเด็ก 2567

ก้านกล้วยแลนด์ สวนสนุกแห่งใหม่ ใกล้กรุงเทพฯ เตรียมเปิดรับวันเด็ก 2567 นี้ พร้อมกิจกรรมเติมเต็มความรู้ ประสบการณ์ และจินตนาการสำหรับเด็กเพียบ

วันเด็ก 2567 นี้ มีสวนสนุกเปิดใหม่ใกล้กรุงเทพฯ อยากมาแนะนำ คุณพ่อ คุณแม่ และหนูๆ ได้ทดลองเดินทางไปอย่าง ‘ก้านกล้วยแลนด์’ สวนสนุกที่ชูคอนเซปต์ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของ “ก้านกล้วย” ช้างทรง ผู้สร้างวีรกรรม การต่อสู้บนหน้าประวัติศาสตร์ ที่เคยถูกเล่าผ่านภาพยนตร์แอนิเมชันสามมิติ เคยโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มในประเทศไทย ที่ได้กลับมาผงาดบนผืนแผ่นดินไทยอีกครั้ง โดยให้เด็กๆ เป็นตัวแทนของการผจญภัย และการต่อสู้สุดยิ่งใหญ่นี้อีกครั้ง 

ก้านกล้วยแลนด์ ถูกสร้างขึ้นให้เป็นสวนสนุกแห่งการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมไทยกลางแจ้งในรูปแบบ Adventure Based Learning Camp ที่จำลองออกมาเป็นค่ายทหารไทย เพื่อให้น้องๆ หนูๆ ได้พัฒนาศักยภาพทั้งทางร่างกาย ความรู้ และเปี่ยมไปด้วยความสุขกลับบ้านไปอย่างเต็มอิ่ม

ก้านกล้วยแลนด์ มีฐานกิจกรรมยู่มากมายที่มีผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรม มาคอยดูแล และให้ความรู้เด็กๆ ตลอดการทำกิจกรรม ประกอบไปด้วย

1. ฐานฝึกสมรรถภาพร่างกายของเด็กๆ 

สวนสนุกจำลอง ที่มีเครื่องเล่นที่คอยฝึกสมรรถภาพในส่วนต่างๆ เพื่อให้หนูๆ ได้ปีนป่ายได้ตามใจอย่างปลอดภัยทั้ง สไลเดอร์ยักษ์ ที่ปีนป่าย และราวไม้เดินทรงตัว เป็นต้น

2. กิจกรรมยุทธหัตถี

จำลองการทำยุทธหัตถีดั้งเดิม ที่ถูกดัดแปลงมาให้เป็นกิจกรรมสนุกๆ ให้เด็กๆ ได้วัดกึ๋นความรู้ รวมถึงสนุกไปกับเกมในฐานนี้ได้อยากหลายอย่าง 

3. กิจกรรมช่วยตัวประกัน

ฐานปีนป่ายวัดใจ เด็กๆ ที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ โดยในฐานนี้จะมีที่ปีนป่ายจำลองเช่น สะพานวัดใจ ซิปไลน์เด็ก ไต่เชียง ข้ามสระน้ำเด็กที่เป็นอุปสรรคเพื่อไปช่วยตัวประกันจากอีกฝั่ง

4. Workshop

ก้านกล้วยแลนด์ มีเวิร์กช็อปที่น่าสนใจ ประกอบไปด้วย 2 กิจกรรมหลัก โดยกิจกรรมแรก คือ การให้เด็กๆ ได้ทดลองพากย์เสียงประกอบภาพยนตร์ ‘ก้านกล้วย’ การ์ตูนเด็กยอดนิยม เพื่อร่วมสร้างประสบการณ์ และความรู้ใหม่ที่น่าสนใจให้แก่เด็กๆ รวมทั้งกิจกรรมแนวศิลปะ เช่น การปั้นดิน เพื่อให้หนูๆ ได้ใช้จินตนาการได้อย่างเต็มที่ในการปั้นดินออกมาเป็นลวดลาย เพื่อเป็นการสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง

กิจกรรมทั้งหมดนี้ เป็นกิจกรรมที่ช่วยฝึกพัฒนาการเติบโตรอบด้าน ผ่านการเล่นกิจกรรมกลางแจ้ง โดยมีเป้าหมายในการฝึกสมรรถภาพความแข็งแรง, เรียนรู้การพึ่งพาตัวเอง เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า, เรียนรู้การทำงานเป็นทีม เพื่อสร้างความสามัคคี, เรียนรู้เรื่องสัตว์ และธรรมชาติรอบตัว 

ก้านกล้วยแลนด์ ตั้งอยู่ใกล้ สถาบันกันตนา ที่ จ.นครปฐม ถนนศาลายา-บางภาษี ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล ซึ่งจะเปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และเปิดอย่างเป็นทางการวันแรก ในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 (วันเด็กแห่งชาติ 2567) ที่จะถึงนี้ 

โดยจะแบ่งเป็น 3 รอบกิจกรรม รอบที่ 1 เวลา 10.00-12.00 น., รอบที่ 2 เวลา 13.00-15.00 น. และรอบที่ 3 เวลา 15.30-17.30 น. ต่อวันเท่านั้น โดยสวนสนุกแห่งนี้เหมาะสมสำหรับเด็กอายุ 5-12 ปี โดยมีเครื่องเล่นบางชนิด เหมาะสำหรับเด็กที่มีส่วนสูง 100 เซนติเมตรขึ้นไป ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียด และกิจกรรมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ก้านกล้วยแลนด์ 

ชวนเติมจินตนาการ สานฝันกรุงเทพฯ ไปกับงาน Bangkok Design Week 2024 ครั้งที่ 7

https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2752685

ชวนเติมจินตนาการ สานฝันกรุงเทพฯ ไปกับงาน Bangkok Design Week 2024 ครั้งที่ 7

5 ม.ค. 2567 11:40 น.

ชวนเติมจินตนาการ สานฝันกรุงเทพฯ ไปกับงาน Bangkok Design Week 2024 ครั้งที่ 7

Bangkok Design Week 2024 หรือ เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567 ครั้งที่ 7 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 มีกิจกรรมอะไรที่สำคัญ และน่าสนใจบ้าง

หนึ่งในงานนิทรรศการที่ชวนนักคิด นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และนักจินตนาการ มาร่วมกันออกแบบไอเดียในการพัฒนากรุงเทพมหานครให้มีความทันสมัย ยั่งยืน น่าอยู่มากยิ่งขึ้น โดยในปี 2567 นี้งาน Bangkok Design Week 2024 มาในคอนเซปต์ “Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี” ด้วยแนวคิดที่ว่าทำไม กรุงเทพฯ เมืองน่าเที่ยว ที่ (ยังไม่ค่อย) น่าอยู่?

กรุงเทพฯ นั้นติดอันดับต้นๆ ของ ‘เมืองน่าเที่ยว’ ในหลากหลายสํานัก ที่นักท่องเที่ยวต่างชื่นชอบการเดินทางมาเยี่ยมเยือน ด้วยเสน่ห์ทางแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร และค่าครองชีพที่สมเหตุสมผล ทำให้นักท่องเที่ยวต่างต้องการเดินทางมาเยือน แต่ในขณะเดียวกัน กรุงเทพฯ ก็เป็นเมืองที่น่าอยู่น้อยที่สุด โดยติดอันดับท้ายๆ ในหลายๆ โพล

แน่นอนว่าคำตอบนี้ ชาวเมืองกรุงเทพฯ คงทราบถึงเหตุผลได้อย่างไม่ยากนั้น ประกอบไปด้วยความเหลื่อมล้ำ โครงสร้างพื้นฐานของเมืองที่ไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต ปัญหาคุณภาพอากาศ พื้นที่สีเขียว และพื้นที่สาธารณะไม่เพียงพอ ตลอดจนความท้าทายที่เมืองกําลังเผชิญ ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของเมืองที่ขาดฐานรากทางวัฒนธรรม เพราะการเป็นเมืองน่าเที่ยวเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทําให้เมืองแข็งแรง และอยู่รอดท่ามกลางความท้าทายในโลกยุคปัจจุบันได้ 

เหตุผลดังกล่าวสะท้อนไปถึงความสําคัญของความน่าอยู่ในเมืองกรุงเทพฯ จึงทำให้ Bangkok Design Week 2024 (BKKDW2024) ในปีนี้จึงต้องการทําหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มทางความคิด และการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านเมือง (Festivalisation) ชวนทุกคนมาลงมือสร้าง ‘Livable Scape’ ในทุกรูปแบบที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กๆ รอบตัว ความสัมพันธ์ พื้นที่ สภาพแวดล้อม และมุมมอง ที่จะทําให้กรุงเทพมหานครเป็น ‘เมืองที่น่าอยู่’ กว่าที่เคย ผ่านหัวใจสําคัญ 3 มิติ ประกอบไปด้วย 

  • Hard Matters (เมืองดีต่อกาย กายภาพดีเข้าถึงง่าย เชื่อมโยงผู้คนให้อยู่สบาย มีสุขภาพดี)
  • Heart Matters (เมืองดีต่อใจ ใส่ใจผู้คน กิจกรรมหลากหลาย วัฒนธรรมแข็งแรง) 
  • Design Matters (เมืองออกแบบดีชีวิตดี หัวใจในการพัฒนาพื้นที่ ชุมชน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์) 

เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567 หรือ Bangkok Design Week 2024 ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 นี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 27 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 ในพื้นที่ย่านต่างๆ ของกรุงเทพฯ เช่น เจริญกรุง-ตลาดน้อย, สามย่าน-สยาม, อารีย์-ประดิพัทธ์, พระนคร, พร้อมพงษ์และพื้นที่อื่นๆ ผ่าน 6 โปรแกรมหลัก ประกอบไปด้วย

Exhibitor Program 

นําเสนอผลงานออกแบบในสาขาที่หลากหลายที่แก้ปัญหา และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ต่อยอดนําไปใช้ได้จริง 

  • Special Project: ‘HACK BKK’ โจทย์จริงที่ท้าทายความสามารถนักออกแบบร่วมกันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยมีผู้คนเป็นศูนย์กลาง 
  • นําเสนอผลงานออกแบบ และงานสร้างสรรค์ ในโปรแกรมหลากรูปแบบที่กลมกลืนไปกับบริบทเมือง

Academic Program 

ส่งเสริมการแสดงศักยภาพของนักศึกษา และเตรียมพร้อมการก้าวสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างเต็มตัว

  • Special Project โปรเจกต์พิเศษประจําปีเพื่อสร้างโอกาสการทํางานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา นักออกแบบ หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรเอกชน โดยทุกฝ่ายมีโจทย์การทํางานร่วมกัน 
  • Volunteer อาสาสมัครช่วยปฏิบัติงานภาคสนาม เพื่อส่งเสริมให้นิสิต และนักศึกษา ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมทํางานเทศกาลฯ เพื่อเรียนรู้วิธีการทํางาน และฝึกประสบการณ์การทํางานจริงในการจัดงาน

Business Program 

เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างรายได้ และการจ้างงานในรูปแบบต่างๆ

  • Partnership Program ‘CROSS Collab’ แพลตฟอร์มจับคู่การทํางาน ระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชน แบรนด์ต่างๆ และนักสร้างสรรค์ที่ต่างมีความต้องการที่จะร่วมสร้างความน่าอยู่ น่าลงทุน น่าเที่ยว น่ารัก ให้กับเมือง ธุรกิจ และผู้คน ผ่านความคิดสร้างสรรค์ในมิติต่างๆ
  • Creative Market & Promotion ตลาดนัดสร้างสรรค์ (ออนไซต์ และออนไลน์) กิจกรรมส่งเสริมการขาย 

International Program 

สร้างเครือข่าย และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักออกแบบไทย และต่างชาติ มุ่งเน้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ และการเชื่อมต่อเพื่อขยายโอกาสให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย 

  • การแลกเปลี่ยนความร่วมมือการจัดแสดงงานระหว่างประเทศ
  • In residence โปรแกรมที่นักสร้างสรรค์ต่างชาติร่วมทํางานระหว่างชุมชน และนักสร้างสรรค์ท้องถิ่น

Local Community Program 

โครงการพัฒนาย่านที่เน้นการลงมือทําร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่มากขึ้น

  • Livable Proximity เมืองพอดีที่เอาใจใส่ ดีไซน์ความใกล้ใส่ใจสารทุกข์สุกดิบ
  • Health Alleys ตรอกซอย สุขภาวะดี / Sociable Public space พื้นที่สาธารณะสังสรรค์ 6 

Lively Program 

สร้างความเคลื่อนไหว เติมเต็มบรรยากาศสร้างสรรค์ และเพิ่มสีสันให้กับพื้นที่ ดึงดูดผู้คนให้เข้าถึงเทศกาลมากขึ้น 

  • Music & Performing: Open Stage/ BKK Street Performer by BMA 
  • Event : Tour / Open House

สิ่งน่าสนใจภายในงาน Bangkok Design Week 2024

  1. มีโปรแกรมจัดแสดงให้ข้อมูลอย่างมากมาย และหลากหลายกว่า 500 โปรแกรม และครอบคลุมเพื่อให้ทุกคนได้มาอัปเดต เสพงานดีไซน์แบบจุใจ
  2. พื้นที่จัดแสดงจัดเต็มกว่า 15 ย่านครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ ให้ทุกคนในเมืองได้เข้าชมอย่างทั่วถึง เพื่อโชว์ที่ของดีประจำย่านนั้นๆ ที่มาออกแบบมานำเสนอผ่านความคิดสร้างสรรค์ งานออกแบบ และการเล่าเรื่องของย่านต่างๆ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน การเปลี่ยนประวัติศาสตร์ในชุมชนให้กินได้ รวมถึงการเปิดตัวพื้นที่อันซีนในย่านต่างๆ ที่ไม่มีใครเคยเห็น
  3. รวมไอเดียแก้ไขปัญหา โดยนักสร้างสรรค์ และหน่วยงานจาก กทม. ได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ในเมืองผ่านงานออกแบบหลากหลายศาสตร์ เพื่อโชว์ไอเดียใหม่ๆ ที่ถูกคิดมาเพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ยิ่งขึ้น แถมยังได้ทดลองใช้งาน และมอบข้อปรับปรุงแก้ไขเพื่อพัฒนางานออกแบบให้สมบูรณ์ และยั่งยืนในอนาคต
  4. ความสามัคคีจากหลายหน่วยงาน ที่ร่วมสร้างสรรค์ให้เมืองดียิ่งขึ้นด้วยงานเทศกาลครั้งนี้ ที่ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร หน่วยงานรัฐ หน่วยงานเอกชน สถานศึกษา นักสร้างสรรค์ คนในพื้นที่ รวมไปถึงคนทั่วไป เพื่อรับรู้ถึงปัญหา ร่วมใจในการระดมความคิด ความสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ไปข้างหน้า โดยไม่ปล่อยให้เป็นแค่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง.

ข้อมูล และภาพ : Bangkok Design Week 

เปิดโลเคชัน 8 จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตก สุดโรแมนติก จ.พังงา

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2752632

เปิดโลเคชัน 8 จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตก สุดโรแมนติก จ.พังงา

4 ม.ค. 2567 16:47 น.

เปิดโลเคชัน 8 จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตก สุดโรแมนติก จ.พังงา

ชี้จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก ในจังหวัดพังงา พื้นที่สุดโรแมนติกที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปต้องห้ามพลาด

จังหวัดพังงา เป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเป็นอย่างมากในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ตั้งแต่ปลายฤดูหนาวไปจนถึงช่วงฤดูร้อน เนื่องจากเป็นพื้นที่จังหวัดติดทะเลอันดามันที่สุดแสนจะเงียบสงบ มากไปด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์

นอกจากนี้ในช่วงไฮซีซั่นในจังหวัดพังงานี้ยังเป็นช่วงแห่งการเปิดเกาะท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในจังหวัด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเที่ยวชมความสวยงามได้ของธรรมชาติอันสมบูรณ์ได้อย่างไม่ยากเย็น เช่น หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ สองจุดดำน้ำยอดนิยมที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง หรือ เกาะยาวใหญ่ เกาะยาวน้อย เกาะไข่ เกาะไข่แมว ก็เป็นหมู่เกาะที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวที่เป็นไฮไลต์อย่างเสม็ดนางชีที่มีบรรยากาศที่งดงามไม่แพ้ชาติไหนๆ 

รวมไปถึงผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมทางทะเล เช่น การเล่นเซิร์ฟบอร์ด ซับบอร์ด ก็ต้องมองมาที่โซนเขาหลัก (Memories Beach) หรือแม้แต่กระทั่งผู้ที่ต้องการพักผ่อน หาความสงบเคล้าไปกับเสียงคลื่นทะเลธรรมชาติ ‘จังหวัดพังงา’ จึงถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

ไทยรัฐออนไลน์ จึงได้รวบรวมสถานที่ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ในการเดินทางมาที่จังหวัดพังงานี้ ด้วยจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก แนะนำโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงาน จ.พังงา มาฝากให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้แพลนท่องเที่ยวกันในปี 2567 นี้

จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตก จ.พังงา

เสม็ดนางชี
  • เสม็ดนางชี

จุดชมวิวเสม็ดนางชี ตั้งอยู่ที่อำเภอตะกั่วทุ่ง จ.พังงา หนึ่งในจุดชมวิวยอดฮิตที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด และในประเทศไทย ที่เรามักจะเห็นกันอย่างคุ้นตาบนโซเชียลมีเดีย ใครที่ได้เดินทางไปมักจะไม่พลาดที่จะเช็กอินจุดชมวิวมุมมองสวยๆ แห่งนี้

เสม็ดนางชี ขึ้นชื่อมากๆ ในการเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก ที่ดวงอาทิตย์จะสอดแทรกท่ามกลางภูเขาหินปูนของอ่าวพังงา  

  • เขาไข่นุ้ย

เขาไข่นุ้ย ตั้งอยู่ที่อำเภอท้ายเหมือง ชุมชนบ้านฝายท่า ตำบลทุ่งมะพร้าว เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่ยอดเยี่ยมในช่วงปลายฤดูหนาว ที่เราอาจจะได้เห็นทะเลหมอกอันสวยงาม ไปจนถึงฤดูร้อนที่สามารถเห็นความสวยงามของท้องทะเลอันดามันแบบสุดลูกหูลูกตา ด้วยความสูงประมาณ 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา สามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก 

  • เกาะพระทอง

เกาะพระทอง ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปนั่งรับลม ชมบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกที่คลุกเคล้าไปกับธรรมชาติ ซึ่งเปิดมุมมองท่องเที่ยวที่น่าสนใจใหม่ได้ไม่ซ้ำใคร

  • อ่าวไม้งาม (หมู่เกาะสุรินทร์)

อ่าวไม้งาม เป็นหน้าหาดธรรมชาติ บนหมู่เกาะสุรินทร์ ที่เป็นหนึ่งจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกควบคู่ไปกับบรรยากาศริมทะเล หากใครได้เดินทางไปหมู่เกาะสุรินทร์แล้วไม่ควรพลาดที่จะไปปิดบรรยากาศของวัน ณ สถานที่แห่งนี้ ด้วยปลายแสงอาทิตย์ที่สอดแทรกไปกับภูเขาทั้ง 2 ลูก ได้อย่างได้อย่างโรแมนติกสุดๆ

  • จุดชมวิวอ่าวโต๊ะหลี

จุดชมวิวอ่าวโต๊ะหลี หนึ่งในจุดชมวิวบนพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน ตั้งอยู่บริเวณของบ้านอ่าวมะขาม ตำบลคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา หนึ่งในจุดชมวิวสุดอันซีนอีกที่หนึ่งในจังหวัดพังงา โดยที่นี่สามารถสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างหลากหลาย เช่น จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตก จุดชมทะเลหมอก จุดชมดอกพญาเสือโคร่ง รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งจุดชมดาวยอดนิยมอีกด้วย

อ่าวโต๊ะหลี จึงเป็นอีกหนึ่งจุดใหม่ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดชมวิวเสม็ดนางชีที่มองเห็นวิวธรรมชาติได้กว้างถึง 180 องศา เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลต์ที่สามารถไปได้ทุกฤดูกาล

เกาะปันหยี
  • เกาะปันหยี

เกาะปันหยี ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา หมู่บ้านชาวประมงกลางทะเลสุดโด่งดังของ จ.พังงา เป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชุมชน ที่นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้เข้าไปสัมผัสวิถีการใช้ชีวิตชุมชนชาวมุสลิมแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตก ที่เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบบรรยากาศชมวิวอันจำเจ โดยที่ เกาะปันหยี จะถ่ายทอดความรู้สึกของแหล่งท่องเที่ยวชุมชนกลางธรรมชาติอันสวยงามที่มีมุมมองที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร

สามช่องใต้
  • สามช่องใต้

สามช่องใต้ อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวชุมชนบนหมู่บ้านชาวประมงอีกสถานที่หนึ่งของจังหวัดพังงา ชื่อของ สามช่องใต้ มาจากการที่มีลำคลองสามสายไหลผ่านทางเหนือของหมู่บ้าน คือ คลองบางหลาม คลองเชียงใหม่ และคลองตาจอ จึงเรียกว่า “คลองสามช่อง”  นอกจากนี้คลองทั้งสาม หรือสามช่องใต้ นั้นยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามไม่เหมือนใคร ที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ด้วยเรือหางยาวเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นได้ 

ประภาคาร เขาหลัก
  • ประภาคาร เขาหลัก

ประภาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ หาดนางทอง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า หนึ่งจุดเช็กอิน และแลนด์มาร์กสำคัญในเขาหลัก ที่ใครไปใครมาต้องเป็นอันแวะเวียนมาถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่นี่ ควบคู่ไปกับหาดทรายดำ และประภาคารอันสวยงามแห่งนี้.

ข้อมูล : ททท., ททท.สำนักงานพังงา

ภาพ : istock

15 ที่เที่ยวพัทยา 2567 เที่ยวครบทุกสไตล์ เดินทางง่าย ใกล้เมืองกรุง

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2752138

15 ที่เที่ยวพัทยา 2567 เที่ยวครบทุกสไตล์ เดินทางง่าย ใกล้เมืองกรุง

3 ม.ค. 2567 09:00 น.

15 ที่เที่ยวพัทยา 2567 เที่ยวครบทุกสไตล์ เดินทางง่าย ใกล้เมืองกรุง

เมืองพัทยา ถือเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เนื่องจากเดินทางง่าย อยู่ใกล้เมืองกรุง ที่สำคัญที่เที่ยวพัทยามีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวัด คาเฟ่ ที่เที่ยวสำหรับเด็ก หรือที่เที่ยวพัทยาติดทะเล ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวพักผ่อนชิลๆ กับคนรัก แก๊งเพื่อน หรือครอบครัวก็สนุก ประทับใจไม่มีเบื่อ

15 ที่เที่ยวพัทยา 2567/2024 ทั้งพัทยาเหนือ กลาง ใต้ เที่ยวได้ครบทุกสไตล์

1. สวนน้ำ Columbia Pictures Aquaverse

สวนน้ำ Columbia Pictures Aquaverse กลายเป็นที่เที่ยวพัทยาสําหรับเด็ก หรือกลุ่มเพื่อน เพราะนักท่องเที่ยวจะได้เปิดประสบการณ์กับเครื่องเล่นทางน้ำขนาดใหญ่ ผจญภัยในโลกของภาพยนตร์ของโคลัมเบีย พิคเจอร์ส รวมถึงสนุกสนานกับเครื่องเล่นอื่นๆ และกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น บาร์ริมสระ บาร์แอนด์กริล 
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/6B5UTKM3mSiSSq7NA
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 10.00-18.00 น.

2. หาดวงศ์อมาตย์

หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวพัทยาเข้าฟรี ชายหาดวงศ์อมาตย์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากเข้าฟรี บรรยากาศเงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัวสูง เหมาะแก่การนั่งชิล พักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุด 
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/i3Wc4FoN33HFA4hRA
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น.

3. เกาะล้าน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เกาะล้านเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวพัทยาที่หลายคนชื่นชอบ แม้ว่าจะเป็นเกาะที่แยกออกไปจากตัวเมือง แต่ก็เดินทางง่าย ใช้เวลานั่งเรือไม่กี่นาทีก็ได้สัมผัสกับน้ำทะเลสีใส ธรรมชาติที่สวยงาม โดยนักท่องเที่ยวสามารถขับรถชมวิว นั่งชิลริมหาด หรือจะทำกิจกรรมริมทะเลก็สนุกไม่แพ้กัน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/k1WXFN3HXwn12pVdA 
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

4. Cave Beach Club

อีกหนึ่งที่เที่ยวพัทยา คาเฟ่สวยๆ ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มากับแก๊งเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว เพราะที่นี่บริการอาหารเครื่องดื่มครบครัน อยู่ติดทะเล อีกทั้งยังตกแต่งด้วยสไตล์ที่โดดเด่น สวยงาม สามารถมานั่งชิลหรือสังสรรค์ตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงช่วงกลางคืนได้
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/KRr4yUULzBQpegWLA
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 11.00-00.00 น.

5. Backstreet Cafe & Bar

Backstreet Cafe & Bar อีกหนึ่งที่เที่ยวพัทยาเหนือเอาใจคอกาแฟ จุดเด่นของที่นี่คือ มีโรงคั่วกาแฟของตนเอง ทำให้มีเมล็ดกาแฟหลากหลายรูปแบบ และเนื่องจากตัวร้านตกแต่งสไตล์ลอฟต์ ปูนเปลือย ประดับตกแต่งด้วยต้นไม้ เพิ่มความร่มรื่น ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถนั่งจิบกาแฟชิลๆ ท่ามกลางบรรยากาศดีได้ตลอดวัน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/DqZSHeo6h7tyzgX98
เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-อังคาร เวลา 10.00-18.00 น. และวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 10.00-23.30 น.

6. Mini Siam เมืองจำลองพัทยา

เมืองจำลองพัทยาเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวพัทยากลางที่ได้รับความนิยม นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติสามารถเดินชมบรรยากาศ เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย และชมความงามของสถาปัตยกรรมแบบจำลองทั่วโลกได้โดยรอบ อย่างไรก็ดี หากใครจะแวะเที่ยวเมืองจำลองแห่งนี้ แนะนำให้มาช่วงเย็น เพราะอากาศจะไม่ร้อนมากนัก
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/QsG5xRJ7QZkFTBaJA
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น.

7. Great & Grand Sweet Destination Pattaya

ที่เที่ยวพัทยา 2567 เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายถ่ายรูปโพสต์หรือเช็กอินลงบนโซเชียลมีเดีย ภายในเมืองขนมหวานขนาดใหญ่มีจุดถ่ายรูปที่หลากหลาย จัดเต็มความน่ารัก ส่วนบริเวณใกล้เคียงมีคาเฟ่บริการเครื่องดื่มและขนมหวาน หากใครมีเด็กๆ ร่วมทริปมาด้วยจะต้องประทับใจแน่นอน 
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/P5HTj5VtQK7wZDdg6
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 08.30-18.00 น.

8. ปราสาทสัจธรรม

ปราสาทสัจธรรมเป็นปราสาทไม้ขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวจะได้ชมความวิจิตรศิลป์ของการแกะสลัก และสถาปัตยกรรมที่สวยงามและอลังการของปราสาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาและความหมายของชีวิต นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ขี่ช้าง นั่งเรือล่องแม่น้ำให้เข้าร่วมอีกด้วย 
พิกัด https://maps.app.goo.gl/qM93ZnrUffb95Cg98
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 08.00-20.30 น.

9. Art in Paradise

Art in Paradise เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวพัทยากลางยอดฮิต นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมภาพวาดแบบ 3 มิติ และมีส่วนร่วมกับแต่ละภาพผ่านการโพสต์ท่าทางได้อย่างสนุกสนาน ซึ่งใครจะถ่ายภาพสวยๆ ลงโซเชียลมีเดีย หรือจะถ่ายเก็บไว้ก็สร้างความประทับใจได้แน่นอน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/LqPtBrBhREub4Enz7
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น.

10. Alcazar Cabaret 

หากพูดถึงที่เที่ยวพัทยาตอนเย็นหรือกลางคืน อัลคาซาร์ คาบาเรต์ก็อาจเป็นหนึ่งในสถานที่ที่หลายคนนึกถึง เพราะนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจผ่านการแสดง ร้อง เล่น เต้น รำ โดยจะทำการแสดงช่วงเย็นไปจนถึงกลางคืน ซึ่งหากใครสนใจ แนะนำให้จองเข้าชมการแสดงล่วงหน้า
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rvJ2YqHSzWoCfSbQ6
เวลาทำการแสดง : รอบ 17.00 น. / 18.30 น. / 20.00 น. / 21.30 น.

11. วัดพระใหญ่

วัดพระใหญ่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสุโขทัยวลัยชลธาร พระพุทธรูปองค์ใหญ่สูงกว่า 300 เมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2520 หากใครที่เป็นสายบุญสามารถแวะมากราบไหว้ ขอพรกันได้ นอกจากนี้บริเวณที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป ยังมีจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปวิวมุมสูงและดื่มด่ำกับบรรยากาศดีๆ อีกด้วย
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nDMUivcNFsRbu7XN6
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 07.00-19.00 น.

12. จุดชมวิวเขาพระตำหนัก

จุดชมวิวเขาพระตำหนักเป็นสถานที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และวัดเขาพระบาท นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมากราบไว้ ขอพร รวมถึงพักชมวิวและดื่มด่ำกับบรรยากาศวิวเมืองและทะเลพัทยากันได้ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน ทั้งนี้ จุดชมวิวเขาพระตำหนักสามารถเข้าชมได้ฟรี 
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/BV8WsjYbZonYaPX67
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 07.00-22.00 น.

13. Pattaya Dolphinarium

Pattaya Dolphinarium ที่เที่ยวพัทยา 2567 เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กๆ เพราะที่นี่มีการแสดงสุดพิเศษของโลมาและแมวน้ำ พร้อมทั้งมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ว่ายน้ำ หรือถ่ายรูปกับโลมา ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ดีๆ ที่ประทับใจไม่ลืมแน่นอน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/BgKtKo9rk1GHYU9t5
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 10.00-19.00 น.

14. ถนนคนเดินพัทยา

อีกหนึ่งที่เที่ยวพัทยาใต้ตอนกลางคืนยอดนิยม และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด โดยถนนเส้นนี้จะครึกครื้นเป็นพิเศษในช่วงเย็นไปจนถึงค่ำ สองข้างถนนเต็มไปด้วยร้านอาหารและเครื่องดื่มหลายรูปแบบ เรียกได้ว่าเที่ยวยาวๆ ทั้งคืน ถูกใจสายปาร์ตี้หรือผู้ชื่นชอบการเที่ยวกลางคืนแน่นอน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/dfMkRYu3EdakVvMSA
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง

15. Under Water World

ปิดท้ายด้วยที่เที่ยวพัทยาใต้ที่เปิดประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้สำรวจโลกใต้น้ำ 5 โซน ชมปลากว่า 5,000 ชนิด รวมถึงยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น สัมผัสสัตว์น้ำ ให้อาหารปลากระเบนและฉลาม ถูกใจเหล่าคนรักสัตว์แน่นอน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/o44f9PUYueDdbEEo9
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น.

นอกจาก 15 ที่เที่ยวพัทยา 2567/2024 ในข้างต้นแล้ว ยังมีที่เที่ยวพัทยาอีกหลายแห่งที่รอให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัส แน่นอนว่าด้วยเสน่ห์ของเมืองพัทยาที่ไม่เหมือนใคร ทำให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติไปโดยปริยาย

ที่มาภาพ : istock

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นุสบา เปิดภาพ น้องปุณณ์ ลูกชาย บินไปฝึกงานที่โรงพยาบาลรัฐในอเมริกา

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2821968

นุสบา เปิดภาพ น้องปุณณ์ ลูกชาย บินไปฝึกงานที่โรงพยาบาลรัฐในอเมริกา

25 ต.ค. 2567 17:45 น.

นุสบา เปิดภาพ น้องปุณณ์ ลูกชาย บินไปฝึกงานที่โรงพยาบาลรัฐในอเมริกา

เรียกว่าเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น สำหรับว่าที่คุณหมอคนเก่งอย่าง ปุณณ์ ปุณณกันต์ ลูกชายคนโตของนักแสดงสาว นุสบา ปุณณกันต์ และนักการเมืองหนุ่ม บี พุทธิพงศ์ ปุณณ์กันต์ ที่ตอนนี้เป็นนักศึกษาแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เตรียมเป็นคุณหมอตามรอยคุณปู่ ศ.คลินิกเกียรติคุณ เหลือพร ปุณณกันต์

ซึ่งหลังจากที่ น้องปุณณ์ ฝึกงานที่ที่โรงพยาบาลจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นระยะเวลา 3 เดือน ล่าสุดเจ้าตัวก็บินไปฝึกงานด้านการแพทย์ที่โรงพยาบาลรัฐในสหรัฐอเมริกาแล้ว โดย นุสบา ได้โพสต์ภาพคู่กับลูกชายที่อเมริกา พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “หลังจากฝึกงานภาคปฎิบัติที่ต่างจังหวัดครบตามระเบียบ ช่วงนี้นักเรียนแพทย์น้องปุณณได้มีโอกาสสมัครมาฝึกงานที่โรงพยาบาลรัฐในมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา

ได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทันสมัย ได้คำแนะนำจากศาสตราจารย์อาจารย์หมอที่นี่ หวังว่าคงได้นำประสบการณ์กลับไปใช้ที่เมืองไทยต่อไปในอนาคต เราก็ตามมา 2-3 วันแรก ช่วยจัดแจงที่พัก ซักผ้า อาหารการกิน เพราะน้องต้องตื่นแต่เช้าขับรถเองไปฝึกปฏิบัติเช้าถึงเย็นในห้องผ่าตัดทุกวัน สู้สู้ครับ”

ส่องคอมเมนต์ก็มีแฟนๆ ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ ว่าที่คุณหมอ เก่งมากๆ น่ารักมากๆ ค่ะ, ลูกชายแม่นุสเก่งมากๆๆๆๆ ค่ะ คุณแม่ก็น่ารัก, เก่งมากๆ เลยค่ะ, คุณหมอสู้ๆๆ ค่ะ ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

อกอีแป้นจะแตก จูเนียร์ กาจบัณฑิต ดาเมจแรง ปลุกกระแส ธี่หยด 2 ว่าที่หนังพันล้าน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2821951

อกอีแป้นจะแตก จูเนียร์ กาจบัณฑิต ดาเมจแรง ปลุกกระแส ธี่หยด 2 ว่าที่หนังพันล้าน

25 ต.ค. 2567 15:45 น.

อกอีแป้นจะแตก จูเนียร์ กาจบัณฑิต ดาเมจแรง ปลุกกระแส ธี่หยด 2 ว่าที่หนังพันล้าน

ใจบางไปหมดแล้วกับลุคใหม่ที่ทำเอาเลือดกำดาวพุ่ง พระเอกน้องใหม่ตึกเตย จูเนียร์ กาจบัณฑิต เจ้าของบทน้องชายฟิวอบอุ่น “พี่ยศ” ลูกคนที่สองประจำหนังผีแห่งปี ธี่หยด 2 หนังใประวัติศาสตร์ (ว่าที่) ภาพยนตร์ 1000 ล้าน

งานนี้ขอบอกว่าหล่อสูสี “พี่ยักษ์” อย่างพระเอกก้ามปู “ณเดชน์ คูกิมิยะ” อยู่เหมือนกัน ถึงแม้ในหนังจะมาแบบไทบ้าน แต่งกายย้อนยุค อัปเดตจากงานถ่ายแฟชั่นล่าสุดซ่อนรูปเกินต้าน ดาเมจแรงแบบ100%

ก่อนหน้านี้ก็เดินสายเป็นพระเอกสายวายจับคู่ “จู-ฟลุคจ์” สร้างปรากฏการณ์ห้างแตกทุกๆ อีเว้นท์ จนกลายเป็นขวัญใจหนุ่มสาวและพี่สาว LGBTQ+ รวมไปถึงมัมหมี ที่ขยันเปย์ Arttoy รวมพลังแฟนคลับแน่นโอเพนแชทแตก

ณ จุดนี้พอเดินสายมาปล่อยของในลุคโมเดลแบบนี้ เกียมตกคนเข้าด้อมได้อีกเพียบ ผลงานแฟชั่นเซ็ทนี้ให้คะแนนความหล่อกร้าวใจสิบเต็มสิบไม่หัก ว้าวฮายสุดๆ แถมยังเบ้าหน้าฟ้าประทาน “จูเนียร์” ทำถึงมากแม๊

เพจดังเม้าท์ เจ้าชายลั้นลา กับเจ้าหญิงวัยเอ๊าะ สุดท้ายเลิกเพราะมีคนใหม่?

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2821906

เพจดังเม้าท์ เจ้าชายลั้นลา กับเจ้าหญิงวัยเอ๊าะ สุดท้ายเลิกเพราะมีคนใหม่?

25 ต.ค. 2567 14:09 น.

เพจดังเม้าท์ เจ้าชายลั้นลา กับเจ้าหญิงวัยเอ๊าะ สุดท้ายเลิกเพราะมีคนใหม่?

มีเรื่องมาให้ชาวเน็ตได้ตามเผือกกันอีกแล้ว หลังจากที่เพจดังเจ๊มอย 108 ออกมาเล่านิทานเจ้าชายลั้นลากับเจ้าหญิงวัยเอ๊าะ งานนี้ทำเอาชาวเน็ตต่างพากันสนใจและแห่ทายกันเพียบ

ซึ่งข้อความดังกล่าวระบุว่า “นิทานเจ้าชายลั้นลากับเจ้าหญิงวัยเอ๊าะ.. มีคนขอมาว่าให้จบกันแบบเงียบๆ อิพิมไม่ต้องสาระแนเอามาเล่า เพราะพวกเขาเคลียร์ใจกันแล้ว จบที่คำว่า. ลาก่อนนะ โชคดี

เจ้าชายยังสนุกกับการใช้ชีวิต เลยยังไม่คิดลงเอยกับใคร แต่เจ้าหญิงรักมาก มันก็หวั่นไหว กลัวใจเจ้าชายจะผันแปร สุดท้ายเมื่อความไม่เชื่อใจ และความไม่เข้าใจกันมันบั่นทอน.. รักครั้งนี้คงต้องยอมถอย.. สุดมือสอยก็ต้องปล่อยกันไป

ส่วนเรื่องเจ้าชายมีคนใหม่มั้ย? เจ้าหญิงและเจ้าชาย..เขารู้กันดี แค่นี้พอ เขาให้กูหยุดเสือx วู้ววว #อิพิมเมียเจ้าชายลั้นลา”.