จับได้แล้ว ชายโฉดจุดไฟเผาผู้หญิงตายสลด บนรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832647

จับได้แล้ว ชายโฉดจุดไฟเผาผู้หญิงตายสลด บนรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก

23 ธ.ค. 2567 23:09 น.

จับได้แล้ว ชายโฉดจุดไฟเผาผู้หญิงตายสลด บนรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก

ตำรวจนิวยอร์กจับกุมตัวชายผู้ต้องสงสัย เป็นผู้ก่อเหตุจุดไฟเผาหญิงคนหนึ่งภายในตู้รถไฟ จนเธอเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 23 ธ.ค. 2567 ว่า ตำรวจสหรัฐฯ จับกุมตัวชายผู้ต้องสงสัยก่อเหตุ จุดไฟเผาผู้หญิงคนหนึ่งขณะที่เธออยู่บนรถไฟใต้ดินในรัฐนิวยอร์ก ส่งผลให้เกิดไฟลุกท่วม จนเธอถูกคลอกเสียชีวิตได้แล้ว

น.ส.เจสซิกา ทิสช์ อธิบดีกรมตำรวจนิวยอร์ก ระบุว่า เหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ เป็นหนึ่งในอาชญากรรมเลวร้ายที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถกระทำต่อมนุษย์อีกคนหนึ่งได้

ตำรวจเผยว่า ในตอนเกิดเหตุ ผู้ตายอยู่บนรถไฟ เอฟ (F) ซึ่งจอดอยู่ที่สถานี “คอนีย์ ไอส์แลนด์-สติลเวลล์ อเวนิว” ในเวลาประมาณ 7.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่คนร้ายจะเข้ามาใกล้เธอแล้วใช้ไฟแช็กจุดไฟที่เสื้อผ้าของเธอ ซึ่งทำให้ไฟลุกท่วมอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่จะช่วยกันดับไฟจนสำเร็จ แต่ผู้เคราะห์ร้ายก็เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

นายโจเซฟ กูลอตตา จากสำนักงานตำรวจนิวยอร์ก (NYPD) กล่าวว่า ผู้ตายไม่ไหวติงในตอนที่เธอถูกจุดไฟเผา แต่เจ้าหน้าที่สืบสวนยังระบุไม่ได้ว่า เธอหลับหรือไม่ เจ้าหน้าที่สืบพบด้วยว่า ทั้งหญิงผู้ตายและคนร้ายไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน และตำรวจไม่เชื่อว่าทั้งคู่รู้จักกันมาก่อน

น.ส.ทิสช์เล่าช่วงเวลาเกิดเหตุว่า ตำรวจหลายนายที่กำลังลาดตระเวนอยู่ชั้นบนของสถานี ได้กลิ่นไหม้และสังเกตเห็นควัน จึงเดินทางไปตรวจสอบ และสิ่งที่พวกเขาเห็นคือ มนุษย์คนหนึ่งยืนอยู่ภายในรถไฟในสภาพกำลังถูกไฟลุกท่วมทั้งตัว

น.ส.ทิสช์บอกอีกว่า คนร้ายลงจากรถไฟในตอนที่ตำรวจกำลังเดินทางลงมาตรวจสอบ แต่เขาไม่ได้หนีไปไหนไกล และยังอยู่ภายในสถานี โดยนั่งอยู่บนม้านั่งใกล้ขบวนรถไฟ

ในเวลาต่อมา NYPD ก็เผยแพร่ภาพผู้ต้องสงสัยที่แสดงให้เห็นรายละเอียดค่อนข้างชัดเจน จากนั้นไม่นาน วัยรุ่นนิวยอร์ก 3 คน โทรแจ้งตำรวจว่า พวกเขาพบเห็นผู้ต้องสงสัยที่อยู่บนรถไฟอีกขบวนหนึ่ง สุดท้ายชายคนนี้ก็ถูกจับกุมตัวที่สถานี เฮอรัลด์ สแควร์ ใกล้ตึกเอ็มไพร์สเตต ในย่านแมนฮัตตัน โดยพบไฟแช็กในกระเป๋ากางเกงของเขาด้วย

ตำรวจระบุว่า ชายผู้ก่อเหตุอพยพจากกัวเตมาลา มาถึงสหรัฐฯ ในปี 2561

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไบเดนชิงลดโทษนักโทษประหาร 37 ราย ก่อนทรัมป์หวนสำเร็จโทษอีกครั้ง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832641

ไบเดนชิงลดโทษนักโทษประหาร 37 ราย ก่อนทรัมป์หวนสำเร็จโทษอีกครั้ง

23 ธ.ค. 2567 22:20 น.

ไบเดนชิงลดโทษนักโทษประหาร 37 ราย ก่อนทรัมป์หวนสำเร็จโทษอีกครั้ง

โจ ไบเดน ออกคำสั่งลดโทษให้แก่นักโทษประหาร 37 คน ก่อนที่ โดนัลด์ ทรัมป์จะกลับมาเป็นประธานาธิบดีในเดือนหน้า และมีแผนเริ่มบังคับใช้โทษประหารอีกครั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งกำลังจะพ้นจากตำแหน่งภายในไม่ถึง 1 เดือนข้างหน้า ออกคำสั่งลดโทษให้แก่นักโทษประหารภายใต้กฎหมายกลางจำนวน 37 คน ให้เหลือจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่สามารถขอปล่อยตัวก่อนกำหนดได้ ทำให้ตอนนี้สหรัฐฯ เหลือนักโทษประหารภายใต้กฎหมายกลางเพียง 3 คนเท่านั้น

3 คนที่นายไบเดนไม่ได้ลดโทษให้ ได้แก่นายโจการ์ ซาร์นาเยฟ หนึ่งในสองพี่น้องผู้ก่อเหตุวางระเบิดที่งาน บอสตัน มาราธอน เมื่อปี 2556, นายดีแลน รูฟ ผู้ก่อเหตุสังหารหมู่ 9 ศพ ที่โบสถ์คนดำในเมืองชาร์ลส์ตัน รัฐเซาท์ แคโรไลนา เมื่อปี 2558 และนาย โรเบิร์ต โบเวอร์ส ผู้ก่อเหตุกราดยิง 11 ศพ ที่โบสถ์ยิวในเมืองพิตส์เบิร์ก ในปี 2561

ขณะที่นักโทษประหาร 37 คนที่ได้รับการลดโทษ ส่วนใหญ่เป็นผู้ก่อคดีอาญาร้ายแรงแต่ไม่เท่า 3 คนข้างต้นเช่น ฆาตกรรมโดยเกี่ยวเนื่องกับการลักลอบขนยาเสพติด หรือฆาตกรรมผู้คุมเรือนจำ หรือนักโทษร่วมคุก

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของไบเดน ถูกมองว่าเป็นการชิงลงมือก่อนที่ โดนัลด์ ทรัมป์ จะกลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งในวันที่ 20 ม.ค. 2568 โดยนายทรัมป์เคยหาเสียงเอาไว้ว่า เขาจะกลับมาใช้การประหารชีวิตอีกครั้ง และจะเพิ่มขอบเขตความผิดที่เข้าข่ายต้องโทษประหารชีวิตภายใต้กฎหมายกลางด้วย เช่น การฆาตกรรม, การจารกรรม หรือการก่อกบฏ เป็นต้น

“อย่าเข้าใจผิด ผมประณามฆาตกรเหล่านี้ ผมเสียใจต่อผู้เสียชีวิตจากการกระทำอันชั่วร้ายของพวกเขา และเจ็บปวดไปกับครอบครัวที่ต้องทุกข์ทรมานต่อความสูญเสียที่ไม่อาจจินตนาการและไม่มีอะไรมาทดแทนได้” ไบเดนระบุในแถลงการณ์

“แต่ด้วยการชี้นำจากความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกับประสบการณ์ของผมในฐานะ ทนายความสาธารณะ, ประธานคณะกรรมการตุลาการแห่งวุฒิสภา, รองประธานาธิบดี และประธานาธิบดีในตอนนี้ ผมเชื่อยิ่งกว่าเดิมว่า เราต้องหยุดใช้โทษประหารในระดับรัฐบาลกลาง ด้วยสติรู้ผิดรู้ชอบ ผมไม่สามารถยืนอยู่เฉยๆ แล้วปล่อยให้รัฐบาลใหม่กลับมาใช้โทษประหารที่ผมหยุดไปแล้วได้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ยายไต้หวันป่วยพาร์กินสัน 90 ยังฟิตเปรี๊ยะ ลงแข่งยกน้ำหนักอาวุโส

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832543

ยายไต้หวันป่วยพาร์กินสัน 90 ยังฟิตเปรี๊ยะ ลงแข่งยกน้ำหนักอาวุโส

23 ธ.ค. 2567 14:13 น.

ยายไต้หวันป่วยพาร์กินสัน 90 ยังฟิตเปรี๊ยะ ลงแข่งยกน้ำหนักอาวุโส

คุณยายชาวไต้หวันผู้ป่วยพาร์กินสัน วัย 90 ปี โชว์ความฟิตร่างกาย ลงแข่งขันยกน้ำหนักรุ่นอาวุโส สามารถยกน้ำหนักได้ถึง 45 กิโลกรัม หนุ่มๆ สาวๆ ยังแทบสู้ไม่ได้

สื่อต่างประเทศต่างนำเสนอข่าวสร้างแรงบันดาลใจ เมื่อผู้ป่วยพาร์กินสันอายุถึง 90 ปี อย่างคุณยายเฉิง เฉิน จิน เหม่ย โชว์ความฟิตของร่างกายและจิตใจ ด้วยการลงแข่งยกน้ำหนักรุ่นอาวุโสในกรุงไทเป ซึ่งผู้เข้าแข่งขันต้องมีอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป โดยคุณยายยกน้ำหนัก 3 ครั้ง ได้ 35 กิโลกรัม 40 กิโลกรัม และ 45 กิโลกรัม ตามลำดับ

โดยหลังการแข่งขัน คุณยายเปิดใจว่า เธอต้องการให้ผู้สูงอายุออกกำลังกายกันให้มาก ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนัก แต่ขอให้ทำสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพที่ดี เหมือนกับเธอที่แม้จะป่วยด้วยโรคพาร์กินสันที่ทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบาก แต่การที่คุณยายออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ทำให้คุณยายยังคงมีสุขภาพดีแม้อายุจะเข้าสู่เลข 9 แล้วก็ตาม

ด้านเจ้าหน้าที่ผู้จัดการแข่งขันกล่าวว่า งานนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือสมาชิกประชากรสูงวัยของไทเป โดยไต้หวันกำลังก้าวเข้าสู่การเป็น “สังคมสูงวัยสุดขีด” เนื่องจากมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป อย่างน้อย 21% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งทางการไต้หวันตั้งเป้าที่จะจัดตั้งคลับฟิตเนสสำหรับผู้สูงอายุจำนวน 288 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2025 โดยมีรายงานคาดการณ์ว่าในปี 2030 ประเทศจะมีอายุเฉลี่ยของประชากรที่ 48.7 ปี.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ผู้สูงอายุ

นักท่องเที่ยวเฮ น้ำพุเทรวีเปิดแล้ว หลังปิดซ่อมหลายเดือน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832535

นักท่องเที่ยวเฮ น้ำพุเทรวีเปิดแล้ว หลังปิดซ่อมหลายเดือน

23 ธ.ค. 2567 13:27 น.

นักท่องเที่ยวเฮ น้ำพุเทรวีเปิดแล้ว หลังปิดซ่อมหลายเดือน

นักท่องเที่ยวเฮ น้ำพุเทรวี หนึ่งในแลนด์มาร์คที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงโรม ได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากปิดบำรุงรักษามานานหลายเดือน ทันช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง คาดดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนมายังกรุงโรม

นักท่องเที่ยวสามารถโยนเหรียญลงไปในน้ำพุเทรวีได้อีกครั้งตามความเชื่อ หลังจากมีการปิดปรับปรุงน้ำพุเทรวีชั่วคราว โดยมีความเชื่อตามตำนานของกรุงโรมว่าการโยนเหรียญข้ามไหล่ลงไปในน้ำพุจะทำให้ได้กลับมายังกรุงโรมอีกครั้ง

การบูรณะครั้งนี้เกิดจากการเสื่อมสภาพของน้ำพุเนื่องจากทำเลที่ตั้งในพื้นที่ที่มีการสัญจรไปมาคับคั่งและการเปิดโล่งรับแดดรับฝน ทำให้เกิดการสะสมของสารชีวภาพและการสะสมของหินปูนในส่วนที่สัมผัสกับน้ำมากที่สุด

โครงการบูรณะมูลค่า 327,000 ยูโร หรือราว 11,675,669 บาทใช้เวลาประมาณ 3 เดือนในการดำเนินการ และรวมถึงการปรับให้พื้นน้ำพุให้กันน้ำได้

นอกจากนี้ ทางหน่วยงานผู้ดูแลมรดกทางวัฒนธรรมของกรุงโรม ยังมีการจัดทำระบบการเข้าเยี่ยมชมใหม่ ไม่ให้มีผู้มาเยี่ยมชมเกินจำนวน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและดูแลนักท่องเที่ยว โดยจำกัดการเข้าใช้พื้นที่ของน้ำพุไว้ที่ประมาณ 400 คนต่อครั้ง

โดยหลังจากนี้นักท่องเที่ยวจะเข้าไปยังน้ำพุผ่านบันไดกลาง ขณะที่ทางออกจะอยู่ที่ประตูด้านข้าง การนั่งกิน ดื่ม หรือสูบบุหรี่บนขอบอ่างน้ำพุจะถูกห้ามอย่างเคร่งครัด

น้ำพุเทรวี ซึ่งสร้างเสร็จสมบูรณ์ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คทางวัฒนธรรมที่มีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดในโลก โดยจุดศูนย์กลางของน้ำพุคือรูปปั้นของโอเชียนัสที่อยู่บนรถม้ารูปเปลือกหอย.

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ กรุงโรม

มาเลเซียแอร์ไลน์ ระงับใช้แอร์บัสรุ่นใหม่ จากข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832527

มาเลเซียแอร์ไลน์ ระงับใช้แอร์บัสรุ่นใหม่ จากข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย

23 ธ.ค. 2567 12:39 น.

มาเลเซียแอร์ไลน์ ระงับใช้แอร์บัสรุ่นใหม่ จากข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย

สายการบินมาเลเซียออนไลน์ สั่งระงับการใช้งานเครื่องบินแอร์บัส เอ330 นีโอ ลำใหม่ หลังจากทำการบินครั้งแรกได้เพียงไม่กี่วัน เนื่องจากพบปัญหาทางเทคนิค

นายอิซฮัม อิสมาอิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ให้สัมภาษณ์กับ New Straits Times ว่า ทางสายการบินจำเป็นต้องระงับการใช้งานเครื่องบินดังกล่าว เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย โดยสาเหตุหลักมาจากโรงงาน และมันส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและแบรนด์ของสายการบินมาเลเซีย โดยยืนยันว่าความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และทางสายการบินจะไม่เสี่ยง พร้อมทั้งระบุว่า

ความผิดพลาดทางเทคนิคกับเครื่องบินใหม่เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และสำหรับเขา เขามองว่ามันน่าอับอายมาก พร้อมเรียกร้องให้ แอร์บัสและ โรลส์-รอยซ์ เร่งหาสาเหตุของปัญหาเหล่านี้กับเครื่องบินใหม่

โดยหนังสือพิมพ์ New Straits Times กล่าวว่า การบินเที่ยวแรกของเครื่องบินแอร์บัส เอ330 นีโอ จากกัวลาลัมเปอร์ไปเมลเบิร์นเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมาต้องเจอกับปัญหาทางเทคนิค

โดยในปีนี้ สายการบินมาเลเซียประสบปัญหาหลายด้าน เช่น เส้นทางการบินที่ลดลง และปัญหาด้านกำลังคน

ในปี 2022 สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ได้ตกลงที่จะซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ330 นีโอ จำนวน 20 ลำเพื่อเสริมทัพฝูงบินของเครื่องบินลำตัวกว้าง.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ มาเลเซีย

นครโฮจิมินห์เปิดใช้รถไฟฟ้าสายแรก หลังต้องรอ 17 ปี

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832499

นครโฮจิมินห์เปิดใช้รถไฟฟ้าสายแรก หลังต้องรอ 17 ปี

23 ธ.ค. 2567 11:03 น.

นครโฮจิมินห์เปิดใช้รถไฟฟ้าสายแรก หลังต้องรอ 17 ปี

นครโฮจิมินห์ของเวียดนาม เปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายแรกแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ระยะทาง 19 กิโลเมตร หลังจากอนุมัติโครงการเมื่อ 17 ปีก่อน

นครโฮจิมินห์ของเวียดนามเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายแรกแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 ธ.ค.) หลังจากอนุมัติโครงการเมื่อ 17 ปีก่อน โดยประชาชนจำนวนมากต่างเข้าแถวรอขึ้นรถไฟฟ้าสาย 1 ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่

รถไฟฟ้าสายนี้มีระยะทาง 19.7 กิโลเมตร ประกอบด้วย 14 สถานี เริ่มต้นจากสถานีเบนแถ่ง ใกล้ตลาดเบนแถ่ง ในย่านใจกลางเมือง ไปจนถึงเมืองถูดึ๊ก ที่เป็นย่านชานเมืองและสวนสนุกเสื่อยเตียน ในเขต 9 ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง โดยประกอบด้วย 3 สถานีที่อยู่ใต้ดิน และ 11 สถานีลอยฟ้า

นายบุยซวนเกือง ประธานคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ กล่าวว่า “หลังจากการวางแผน 17 ปี และการก่อสร้าง 12 ปี การเปิดตัวรถไฟฟ้าสายนี้ในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะภายในเมือง” ด้านรัฐบาลเวียดนามกล่าวว่า หวังว่าระบบรถไฟฟ้าจะช่วยลดปริมาณการจราจรในเมืองที่ขึ้นชื่อว่าแออัดและมีประชากรอาศัยอยู่ราว 9 ล้านคนแห่งนี้ได้ ขณะที่ทางการมีแผนที่จะเปิดเส้นทางใหม่อีก 8 เส้นทาง แต่รัฐบาลยังไม่ได้ประกาศวันเปิดให้บริการเส้นทางอื่น

เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้บริการ ในช่วงแรกจะเปิดให้บริการฟรี 30 วัน ถึงวันที่ 20 มกราคมปีหน้า และจะมีการเชื่อมต่อฟรีกับรถบัสไฟฟ้าสายใหม่ที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟใต้ดิน หลังจากนั้น ตั๋วจะมีราคา 7,000 ถึง 20,000 ดอง ขึ้นอยู่กับระยะทาง ในขณะที่ผู้สูงอายุและผู้พิการจะเดินทางได้ฟรี นักเรียนและนักท่องเที่ยวที่ใช้แอปชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์จะได้รับส่วนลด โดยรถไฟจะให้บริการทุกวันระหว่างเวลา 05.00 น. ถึง 22.00 น.

โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของเวียดนามถือเป็นเวทีการแข่งขันระหว่างญี่ปุ่นและจีน ซึ่งทั้งสองประเทศต่างเร่งเสริมสร้างอิทธิพลของตนทั่วทั้งเอเชีย แม้ว่าญี่ปุ่นจะเข้ามาเป็นฝ่ายเดินหน้าก่อน โดยทุ่มเงิน 43.7 ล้านล้านดองเวียดนาม ในโครงการในนครโฮจิมินห์ แต่ระบบรถไฟใต้ดินของกรุงฮานอยซึ่งได้รับการสนับสนุนจากจีน ก็สามารถแซงหน้าญี่ปุ่นได้สำเร็จ โดยเปิดเส้นทางรถไฟใต้ดินสายแรกในปี 2021 ส่วนการก่อสร้างเส้นทางรถไฟใต้ดินสายที่สองของกรุงฮานอย มีกำหนดจะเริ่มขึ้นในปี 2025

เมื่อต้นปีนี้ รัฐบาลเวียดนามได้ประกาศแผนที่จะสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง 2 สายเพื่อเชื่อมต่อกับจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเชื่อมต่อกรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์ด้วยรถไฟความเร็วสูงอีกด้วย.

ที่มา CNN

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

หญิงเสียชีวิตหลังถูกจุดไฟเผาบนรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832455

หญิงเสียชีวิตหลังถูกจุดไฟเผาบนรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก

23 ธ.ค. 2567 08:58 น.

หญิงเสียชีวิตหลังถูกจุดไฟเผาบนรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก

ตำรวจจับกุมชายที่ถูกกล่าวหาว่าจุดไฟเผาผู้หญิงคนหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังนอนหลับอยู่บนรถไฟใต้ดินในนครนิวยอร์ก จนทำให้เธอเสียชีวิต

ตำรวจจับกุมชายที่ถูกกล่าวหาว่าจุดไฟเผาผู้หญิงคนหนึ่ง ขณะที่เธอดูเหมือนกำลังนอนหลับอยู่บนรถไฟใต้ดินในนครนิวยอร์ก จนทำให้เธอเสียชีวิต

ตำรวจกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุว่ามีผู้หญิงถูกไฟเผาในตู้กลางของรถไฟสาย F ที่จอดอยู่ที่สถานีรถไฟใต้ดินโคนี ไอส์แลนด์-สติลเวลล์ อะเวนิว เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 22 ธ.ค. เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยกันดับไฟ และผู้หญิงคนดังกล่าวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 

เจสสิกา ทิช ผู้บัญชาการตำรวจนิวยอร์กกล่าวในการแถลงข่าวว่า “สิ่งที่เจ้าหน้าที่เห็นคือบุคคลคนหนึ่งที่ยืนอยู่ในรถไฟซึ่งถูกไฟเผาไหม้หมดทั้งตู้” 

ต่อมาตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยซึ่งยังไม่ได้เปิดเผยชื่อต่อสาธารณะ ขณะที่เขากำลังโดยสารรถไฟใต้ดินในเวลาต่อมาของวันที่ 22 ธ.ค. ตำรวจกล่าวว่าพวกเขายังคงสืบสวนหาตัวตนของเหยื่อ และไม่ได้เปิดเผยอายุและตัวตนของเหยื่อ รวมถึงยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น สาเหตุที่นำไปสู่การก่อเหตุ และสาเหตุของการโจมตี ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงคนดังกล่าวน่าจะเป็นการฆาตกรรม สำนักงานนิติเวชจะเป็นผู้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตในภายหลัง

ตำรวจกล่าวในช่วงบ่ายของวันที่ 22 ธ.ค.ว่า พวกเขากำลังตามหาชายผู้ก่อเหตุซึ่งมีอายุระหว่าง 25 ถึง 30 ปี โดยคนร้ายสวมเสื้อสเวตเตอร์มีฮู้ดสีเทา กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน หมวกไหมพรมสีเข้มมีแถบสีแดง และรองเท้าบู๊ตสีน้ำตาล

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่ความปลอดภัยของรถไฟใต้ดินกลายเป็นปัญหาสำคัญที่สุดสำหรับผู้โดยสารและคนทำงาน เมื่อเดือนที่แล้ว เหตุการณ์ยิงกันในเขตอัปเปอร์ เวสต์ ไซด์ ทำให้บริการขนส่งสาธารณะหยุดชะงักหลังจากผู้ก่อเหตุหลบหนีเข้าไปในสถานีรถไฟใต้ดินที่อยู่ใกล้เคียง ผู้โดยสารต้องหลบภัยบนพื้นรถไฟใต้ดิน ส่งผลให้บริการรถไฟล่าช้าทั่วทั้งเมืองเนื่องจากตำรวจกำลังค้นหาชายคนดังกล่าว ซึ่งต่อมาถูกจับกุม

ในเดือนกุมภาพันธ์ พนักงานขนส่งสาธารณะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเช้า หลังจากถูกทำร้ายร่างกายจนทำให้พนักงานบนรถไฟสาย A ได้รับบาดเจ็บ ในสัปดาห์ต่อมา แคธี โฮชุล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กประกาศว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐและกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ 1,000 นายไปยังระบบขนส่งสาธารณะหลังจากเกิดอาชญากรรมรุนแรงหลายครั้งบนรถไฟใต้ดิน

เมื่อปีที่แล้ว อาชญากรรมโดยรวมในระบบขนส่งสาธารณะลดลงเกือบ 3 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2022 โดยจำนวนผู้โดยสารรายวันเพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่อาชญากรรมในรถไฟใต้ดินลดลง 42 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ปี 2021 ในขณะที่จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 148 เปอร์เซ็นต์.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ผู้นำสโลวาเกียดอดเยือนมอสโก เข้าพบปูติน คุยเรื่องสถานการณ์ยูเครน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832442

ผู้นำสโลวาเกียดอดเยือนมอสโก เข้าพบปูติน คุยเรื่องสถานการณ์ยูเครน

23 ธ.ค. 2567 06:28 น.

ผู้นำสโลวาเกียดอดเยือนมอสโก เข้าพบปูติน คุยเรื่องสถานการณ์ยูเครน

ผู้นำสโลวาเกียชเดินทางเยือนกรุงมอสโกของรัสเซีย และเข้าพบวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กลายเป็นผนำชาติตะวันตกคนที่ 3 เท่านั้นที่ทำเช่นนี้นับตั้งแต่สงครามยูเครนเริ่มขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโรเบิร์ต ฟิโก นายกรัฐมนตรีสโลวาเกีย เดินทางเยือนกรุงมอสโก ของรัสเซีย และเข้าพบ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค. 2567 ทำให้เขากลายเป็นชาติตะวันตกคนที่ 3 เท่านั้น ที่ได้พบผู้นำรัสเซีย นับตั้งแต่ปี 2565

นายฟิโก ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์การสนับสนุนยูเครนของสหภาพยุโรป (UN) กล่าวว่า พวกเขาหารือกันเรื่องการส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังสโลวาเกีย เนื่องจากข้อตกลงกับบริษัท แกซพรอม (Gazprom) เพื่อส่งก๊าซฯ ผ่านยูเครนเข้าสู่สโลวาเกียกำลังจุดหมดลงในช่วงสิ้นปีนี้

“เจ้าหน้าที่ระดับสูงใน EU ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการเดินทางของผม และเป้าหมายในการเดินทางกครั้งนี้แล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา” นายฟิโกระบุบนเฟซบุ๊ก

ผู้นำสโลวาเกียบอกด้วยว่า การพบปะกับปูตินในมอสโกเป็นปฏิกิริยาตอบสนองถึงประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ซึ่งบอกกับผู้นำชาติสมาชิกสหภาพยุโรปเมื่อไม่นานมานี้ว่า ยูเครนยังคงต่อต้านการให้ก๊าซของรัสเซียถูกส่งผ่านดินแดนของพวกเขา

นายฟิโก ซึ่งรอดชีวิตจากการถูกยิงเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา บอกด้วยว่า เขาได้สนทนาเป็นเวลานานกับนายปูติน และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครนด้วย โดยหารือกันเรื่องความเป็นไปได้ที่จะยุติสงครามอย่างสงบและรวดเร็ว และเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสโลวาเกียด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc.

รัสเซียประหารเชลยศึกยูเครนมากขึ้น ปีนี้ 127 ศพแล้ว

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832436

รัสเซียประหารเชลยศึกยูเครนมากขึ้น ปีนี้ 127 ศพแล้ว

23 ธ.ค. 2567 05:12 น.

รัสเซียประหารเชลยศึกยูเครนมากขึ้น ปีนี้ 127 ศพแล้ว

อัยการยูเครนเผย รัสเซียประหารชีวิตเชลยศึกชาวยูเครนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปีนี้สำเร็จโทษไปแล้วมากกว่า 120 ราย ด้วยหลากหลายวิธีการ

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า นายยูริ เบลูซอฟ หัวหน้าแผนกสงครามในสำนักงานอัยการใหญ่แห่งยูเครน ระบุว่า มีเชลยศึกชายยูเครนอย่างน้อย 147 คน ถูกรัสเซียประหารชีวิตไปแล้ว นับตั้งแต่สงครามระหว่างทั้งสองฝ่ายเริ่มขึ้นเมื่อกุมภาพันธ์ 2565 โดยมีมากถึง 127 รายที่ถูกประหารในปีนี้

นายเบลูซอฟกล่าวว่า “การประหารชีวิตกลายเป็นระบบมากขึ้นนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 และดำเนินต่อเนื่องมาจนตลอดปีนี้ น่าเศร้าที่จำนวนผู้ถูกประหารชีวิตเพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง เรื่องนี้บอกเราว่า นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน มันกำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และมีสัญญาณที่ชัดเจนว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย มีหลักฐานว่ามีการสั่งการซึ่งส่งผลให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้”

หนึ่งในเหตุการณ์ประหารเชลยศึกซึ่งเป็นที่รู้จักกันมากที่สุดคือ กรณีของนาย โอเลกซานเดอร์ มัตซีฟสกี พลซุ่มยิงชาวยูเครนที่ถูกจับตัวได้ในปีแรกของสงคราม โดยในเวลาต่อมา เขาปรากฏตัวในคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่า เขาสูบบุหรี่ และถูกบังคับให้ขุดหลุมศพของตัวเองในป่าแห่งหนึ่ง ก่อนที่เขาจะตะโกนใส่ผู้ที่จับตัวเขาเอาไว้ว่า “ชนะแด่ยูเครน” แล้วเสียงปืนก็ดังขึ้น และนายมัตซิฟสกีก็ล้มลงเสียชีวิต

ในเดือนตุลาคมปีนี้ มีรายงานว่า ทหารยูเครนที่ถูกรัสเซียจับตัวเอาไว้ 9 นาย ถูกทหารรัสเซียยิงเสียชีวิตในแคว้นคูสค์ โดยอัยการยูเครนบอกว่า ผลการสืบสวน ซึ่งรวมถึงภาพใบหนึ่ง แสดงให้เห็นศพมากมายนอนอยู่บนพื้น โดยพ่อแม่ของผู้ตายจำลูกชายตัวเองที่อยู่ในนั้นได้ และระบุว่าคือนาย รุสลาน โฮลูเบนโก เป็นสมาชิกหน่วยปฏิบัติการโดรน

อัยการยูเครนบอกอีกว่า พวกเขากำลังสืบสวนรายงานที่ว่า ทหารยูเครนนายหนึ่งถูกประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ โดยใช้ดาบเป็นอาวุธสังหาร

ในอีกกรณีหนึ่ง มีคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นทหารยูเครน 16 นายออกมาจากป่าเพื่อยอมแพ้ก้ ก่อนจะถูกจับให้ยืนเรียงแถวกัน ก่อนจะถูกยิงสังหารด้วยปืนอัตโนมัติ

ข่าวระบุว่า คลิปวิดีโอการประหารชีวิตบางคลิปถ่ายโดยเจ้าหน้าที่ของรัสเซียเอง ขณะที่คลิปอื่นๆ ถ่ายโดยโดรนของยูเครนที่บินผ่าน ซึ่งมักเกิดขึ้นในป่า หรือในทุ่งกว้างซึ่งมักมีจุดสังเกต ทำให้ยืนยันตำแหน่งที่แน่ชัดได้ยาก อย่างไรก็ตาม บีบีซี ระบุว่า พวกเขาสามารถยืนยันได้แล้วว่าหลายกรณีเกิดขึ้นจริง เช่นกรณีการตัดศีรษะชายในชุดทหารยูเครน ซึ่งวีดีโอเพิ่งเผยแพร่ออกมาไม่นาน

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัสเซียเช่นนาย รัมซาน คาดีราฟ ผู้นำเชชเนีย ดินแดนในรัสเซีย ยืนยันว่า เขาสั่งผู้บัญชาการของเขาที่ร่วมทำสงครามในยูเครน ว่าอย่าจับเชลยศึก

ขณะที่วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า กองทัพรัสเซียปฏิบัติกับเชลยศึกชาวยูเครนตามกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศเสมอ

ฝ่ายยูเครนเองก็โดนกล่าวหาว่าประหารชีวิตเชลยศึกชาวรัสเซียเช่นกัน แต่จำนวนการกล่าวอ้างนั้นน้อยกว่ามาก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โมซัมบิกอ่วม ไซโคลนชิโดถล่มยับ ดับ 94 ศพ กระทบคนเกินครึ่งล้าน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832435

โมซัมบิกอ่วม ไซโคลนชิโดถล่มยับ ดับ 94 ศพ กระทบคนเกินครึ่งล้าน

23 ธ.ค. 2567 03:08 น.

โมซัมบิกอ่วม ไซโคลนชิโดถล่มยับ ดับ 94 ศพ กระทบคนเกินครึ่งล้าน

ทางการโมซัมบิกเผย ไซโคลนชิโดซึ่งพัดถล่มประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 94 ศพ บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน การศึกษาและสาธารณสุขเสียหายหนัก

สถาบันจัดการภัยพิบัติและความเสี่ยงแห่งชาติ (INGD) ของโมซัมบิก เปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค. 2567 ว่า อิทธิพลของไซโคลน ชิโด ซึ่งเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 94 ศพ บาดเจ็บอีก 768 ราย และมีประชาชนได้รับผลกระทบอีกมากกว่า 622,000 คน

ไซโคลนชิโดขึ้นฝั่งจังหวัดคาโบ เดลกาโด ทางตอนเหนือของโมซัมบิกในวันที่ 15 ธ.ค. ด้วยความเร็วลม 260 กม./ชม. และทำให้เกิดฝนตกปริมาณน้ำสูงถึง 250 มม.ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังขึ้นฝั่ง จากนั้นพายุจึงเคลื่อนตัวไปยังจังหวัดเนียสซา และนัมปูลา ตามลำดับ โดยอ่อนกำลังเป็นพายุดีเปรสชันระหว่างทาง

INGD ระบุว่า พายุลูกนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคการศึกษาและสาธารณสุข โรงเรียนหลายแห่งได้รับความเสียหาย กะทบนักเรียนมากกว่า 109,793 คน นอกจากนั้น หน่วยสุขาภิบาลยังได้รับความเสียหายอีก 52 แห่ง กระทบต่อการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่ที่การเข้าถึงทำได้ลำบากอยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนถูกพายุเล่นงาน

นายแดเนียล ชาโป หัวหน้าพรรครัฐบาลของโมซัมบิก บอกกับสื่อว่า รัฐบาลกำลังทำงานร่วมกับ INGD เพื่อเคลื่อนกำลังการสนับสนุนในทุกระดับ เพื่อรับประกันว่า จังหวัดที่ได้รับผลกระทบอย่าง เมคูฟี, นัมปูลา, เมมบา และ เนียสซา จะได้รับการสร้างใหม่

ทั้งนี้ ก่อนจะไปเล่นงานโมซัมบิก ไซโคลนชิโดพัดถล่มหมู่เกาะมายอตต์ ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกทวีปแอฟริกาก่อน โดยมันเป็นพายุรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 90 ปี ที่ดินแดนแห่งนี้เผชิญ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 35 ศพ แต่จำนวนอาจเพิ่มขึ้นอีกเมื่อการประเมินความเสียหายเสร็จสิ้น

ผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์ ประชาชนบนเกาะมายอตต์จำนวนมากยังขาดของใช้จำเป็น แต่น้ำประปาเริ่มกลับมาใช้การได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศสเตือนให้ประชาชนต้มน้ำเป็นเวลา 3 นาทีก่อนบริโภคเพื่อป้องกันโรคภัย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc