มหาวิทยาลัยดังนิวซีแลนด์โชว์เคสพัฒนายั่งยืน ‘GSDC 2024’ รั้งอันดับ 1 ผู้นำโลกด้านการจัดการความยั่งยืน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811865

มหาวิทยาลัยดังนิวซีแลนด์โชว์เคสพัฒนายั่งยืน ‘GSDC 2024’ รั้งอันดับ 1 ผู้นำโลกด้านการจัดการความยั่งยืนจาก THE

มหาวิทยาลัยดังนิวซีแลนด์โชว์เคสพัฒนายั่งยืน ‘GSDC 2024’ รั้งอันดับ 1 ผู้นำโลกด้านการจัดการความยั่งยืนจาก THE

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 15.15 น.

มหาวิทยาลัยดังนิวซีแลนด์โชว์เคสพัฒนายั่งยืน ‘GSDC 2024’ รั้งอันดับ 1 เป็นผู้นำของโลกด้านการจัดการความยั่งยืนจาก THE

 มหาวิทยาลัยชั้นนำของนิวซีแลนด์เป็นผู้ร่วมสนับสนุนการจัดงานและเข้าร่วมงานประชุมนานาชาติว่าด้วยเรื่อง “การพัฒนาอย่างยั่งยืน Global Sustainable Development Congress 2024 (GSDC 2024)” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับความยั่งยืนที่ภาคการศึกษาและมหาวิทยาลัย จะสามารถมีส่วนช่วยผลักดันและสนับสนุนความยั่งยืนระดับโลก จัดโดยสำนักงานปลัดกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก Times Higher Education (THE) โดยมีผู้นำมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจ องค์กรพัฒนาเอกชนและภาคประชาสังคม เข้าร่วมงานมากกว่า 3,000 คน จาก 90 ประเทศทั่วโลก ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเร็วๆนี้

นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเป็นอันดับต้นๆของโลก ทั้งภาคการท่องเที่ยว ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคการศึกษาและมหาวิทยาลัยที่ก้าวขึ้นมาสู่อันดับต้นๆของโลกในด้านจัดการดูแลความยั่งยืน จากการจัดอันดับผลกระทบด้านการศึกษาของ Times Higher Education ปีล่าสุด (2024)

มหาวิทยาลัยนิวซีแลนด์ได้รับการจัดอันดับ 1 เป็นผู้นำของโลกด้านการจัดการความยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนิวซีแลนด์ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ของโลกด้านการจัดการความยั่งยืนใน Times Higher Education Impact Rankings 2024 โดยสถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก Times Higher Education (THE) ได้ประกาศว่า แนวทางการจัดการความยั่งยืนและความเท่าเทียมของมหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์นั้นเป็นผู้นำระดับโลกในการจัดอันดับ Impact Rankings (ปี 2024) ล่าสุด โดยนิวซีแลนด์มีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุดถึง 85.3 รองลงมาคือออสเตรเลีย (84.4) และฮ่องกง (81.9) ซึ่งมหาวิทยาลัยทั้งหมด 8 แห่งในนิวซีแลนด์เข้าร่วมในการจัดอันดับนี้

ทั้งนี้ การจัดอันดับ Impact Rankings ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 แล้ว เป็นระบบการจัดอันดับเพียงระบบเดียวในโลกที่วัดผลการมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) การจัดอันดับนี้ประเมินความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยต่อความยั่งยืนใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การวิจัย การดูแลทรัพยากร การเผยแพร่ และการสอน ซึ่งในปีนี้มีมหาวิทยาลัย 2,152 แห่งจาก 125 ประเทศ/ภูมิภาค ได้รับการประเมิน โดยมหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์ได้รับคะแนนสูงในการติดตามขยะอาหารและการมีอาหารที่ยั่งยืนในมหาวิทยาลัย (SDG 2) สัดส่วนของนักวิชาการหญิงอาวุโส (SDG 5) การมีนโยบายและการวัดการใช้น้ำซ้ำ (SDG 6) การรับประกันการประหยัดพลังงานด้วยการปรับปรุงอาคาร (SDG 7) และการรับประกันค่าจ้างที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ (SDG 8)

ผู้นำจาก 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำร่วมเวทีโลก  GSDC 2024 ที่ประเทศไทย

ภายในงาน Global Sustainable Development Congress 2024  ทางมหาวิทยาลัยชั้นนำของนิวซีแลนด์ นำโดย มหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ (University of Auckland; UOA), มหาวิทยาลัยแคนเทอร์เบอรี (University of Canterbury) และมหาวิทยาลัยไวกาโต( University of Waikato)ได้ร่วมเป็นหนึ่งในสถาบันที่จะส่งต่อแนวคิด ความรู้ และ วิธีการต่างๆที่ทางมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ศาสตราจารย์ ดอน เฟรชวอเตอร์ (Dawn Freshwater, Vice-chancellor and professor, University of Auckland) รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ (University of Auckland; UOA) เปิดเผยว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างและความขัดแย้งทางความคิดของชุมชนและสังคม จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของนักเรียน นักวิชาการ พนักงาน ผู้สนับสนุน และผู้คนในชุมชน ซึ่งสถาบันการศึกษามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการสนทนาสาธารณะในประเด็นที่หลากหลาย โดยเรามุ่งเน้นที่ความสำคัญของการพัฒนาสังคมที่ยุติธรรมและมีวัฒนธรรมเพื่อที่จะสามารถส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืนได้ เป็นเรื่องง่ายมากที่เราจะติดกับดักทางเทคโนโลยีเพื่อเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่เรายังคงมีอีกหลายหนทางที่จะโน้มน้าวให้ทุกคนเข้าใจ คิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่ยังคงต้องเคารพความแตกต่างในแต่ละวัฒนธรรมเพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในอนาคตที่ยั่งยืนอีกด้วย

“ไม่เพียงแค่การให้การศึกษาที่มีคุณภาพเท่านั้น เรายังทำงานกับโรงเรียนและการศึกษาภาคบังคับและให้ผู้คนเข้าถึงออนไลน์สำหรับการฝึกอบรม STEM ดังนั้นนโยบายของเราจริงๆแล้วคือ การเริ่มก่อนที่เด็กๆและเยาวชนก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัย โดยจะช่วยให้นักเรียนมีแนวคิดในเรื่องของความยั่งยืน และหลักสูตรใหม่ของเราจะมุ่งเน้นสร้างบัณฑิตให้เข้าใจเกี่ยวกับความยั่งยืน และเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงในนิวซีแลนด์” ศาสตราจารย์ ดอน เฟรชวอเตอร์ กล่าวและเสริมว่า

“หนึ่งในสิ่งที่เราต้องคำนึงถึง นั่นก็คือ เทคโนโลยีในอนาคตและแม้แต่เทคโนโลยีที่เรากำลังใช้อยู่ในวันนี้ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เราต้องคำนึงถึงวิธีการที่เราจะสามารถสนับสนุนนักศึกษาของเรา ที่จะเป็นบัณฑิตในอนาคต และเป็นพลเมืองที่สำคัญนิวซีแลนด์และของโลก ที่จะเตรียมพร้อมในการรับเทคโนโลยี AI และอื่นๆที่เกิดขึ้นจาก AI รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลในแบบผสมผสานให้เข้ากับชีวิตของพวกเขาได้” 

หนึ่งในการแสดงถึงเทคโนโลยีเหล่านั้นได้สะท้อนในรูปแบบการจัดบูทของมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ในงาน GSDC ที่มีทั้งจอ LED โชว์ภาพเคลื่อนไหว และ VR reality ให้ผู้เยี่ยมชมสัมผัสบรรยากาศเสมือนจริงของนิวซีแลนด์ได้ภายในงาน GSDC 2024

มร. นีล ควิกลีย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยไวกาโต (Neil Quigley, Vice-chancellor and ญPresident, University of Waikato) เปิดเผยว่า รู้สึกโชคดีที่มหาวิทยาลัยไวกาโตตั้งอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ที่มีชื่อเสียงและพื้นฐานที่ดีด้านความยั่งยืนอยู่แล้ว แต่เราก็ยังคงส่งเสริมความคิดริเริ่มในหลากหลายด้านทั่วทั้งมหาวิทยาลัยเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน ถึงแม้ว่าทางมหาวิทยาลัยไวกาโตจะมุ่งเน้นทางด้านการวิจัย แต่ก็ยังมุ่งเน้นในด้านของความยั่งยืนและความเป็นสากลในหลักสูตรอีกด้วย

“สำหรับอนาคตเรากำลังดำเนินการโปรแกรมใหม่ๆในด้านสุขภาพ ซึ่งรวมถึงการพยาบาล และการผดุงครรภ์ เภสัชศาสตร์ และเราหวังว่าจะได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลสำหรับแพทยศาสตร์ โปรแกรมใหม่จะสามารถทำให้เราก้าวข้ามปัญหาและเทคโนโลยีเก่าเพื่อที่เราจะมุ่งไปสู่อนาคตได้” มร. นีล ควิกลีย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยไวกาโต กล่าว

ทางด้านของ มร. เบร็ต เบอร์ควิสต์ ผู้ช่วยรองอธิการบดีด้านความร่วมมือ มหาวิทยาลัยแคนเทอร์เบอรี่ (Mr.Brett Berquist, Assistant vice-chancellor for engagement, University of Canterbury) ได้ให้ความเห็นร่วมกับ ศาสตราจารย์ ไซมอน คิงแฮม ศาสตราจารย์ด้านภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคนเทอร์เบอรี และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรี (Professor Simon Kingham, Geography Professor, UC) ว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้นสำคัญมากสำหรับโลกโดยรวม นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงมีผู้คนเข้าร่วมงานกว่า 3,000 คนในงานที่ใหญ่ที่สุดที่ Times Higher Education เคยจัดขึ้น นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้เห็นผู้คนมากมายจากหลากหลายประเทศในงานประชุม GSDC 2024 ที่กรุงเทพฯ ทุกคนต่างมุ่งเน้นไปที่ความยั่งยืนในระดับโลกสำหรับประเทศและสถาบันของตนเอง ดังนั้น สิ่งที่เรากำลังพูดถึงในเวทีสนทนาคือ ตัวอย่างจากนิวซีแลนด์ เราพูดถึงบริบทของสถาบันของเรา ประเทศของเราและรัฐบาลของเรา แต่เรายังเปรียบเทียบกับตัวอย่างจากประเทศไทยและอินเดียกับผู้ร่วมอภิปรายคนอื่นๆ  ถึงการที่มหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อช่วยเหลือปัญหาต่างๆในชุมชน ที่เป็นอะไรที่นอกเหนือจากงานวิจัยเพราะนำไปใช้แก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยชั้นนำของนิวซีแลนด์ มีเครื่องหมายด้านคุณภาพการศึกษาที่แข็งแกร่งมาก นอกจากนี้มหาวิทยาลัยทั้ง 8 แห่งของนิวซีแลนด์ยังได้ประกาศเป้าหมายสาธารณะในด้านความยั่งยืนและการร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศร่วมกับรัฐบาล ซึ่งเป็นปัญหาเรื่องความยั่งยืนที่สำคัญสำหรับพวกเราทุกคน

31 ส.ค. นี้ เชิญร่วมงานงานสำหรับการศึกษาสถานทูตนิวซีแลนด์ 2024 

สำหรับน้องๆที่สนใจอยากเรียนต่อประเทศนิวซีแลนด์ โอกาสมาแล้วกับงานใหญ่ประจำปีการศึกษานิวซีแลนด์ หนึ่งปีมีหนเดียว พบกันในงานสำหรับการศึกษาสถานทูตนิวซีแลนด์ 2024  (New Zealand Education Fair 2024) ขอรับคำปรึกษาได้โดยตรงจากกว่า 50 สถาบันการศึกษานิวซีแลนด์ ทั้งระดับมัธยม มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยี และสถาบันภาษา พร้อมทุนการศึกษามูลค่าสูงสุดกว่า 2 ล้านบาท  ทดลองเรียนในคลาสเรียนจำลองจากครูนิวซีแลนด์ และลุ้นรับรางวัลตั๋วเครื่องบินไปนิวซีแลนด์ เสาร์ที่ 31 ส.ค. นี้ 11.00-17.00 น. สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ 2 ชั้น 5 สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงาน (ฟรีตลอดงาน) คลิ๊ก https://www.learnenglishnewzealand.com/nzeducationfair

สศท.เปิดเวทีประชันไอเดียสร้างสรรค์งานออกแบบเครื่องแต่งกายแฟชั่น นำอัตลักษณ์ผ้าทอจากกลุ่มครูศิลป์ ครูช่าง และทายาทช่างศิลปหัตถกรรมสู่วงการแฟชั่นไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811858

สศท.เปิดเวทีประชันไอเดียสร้างสรรค์งานออกแบบเครื่องแต่งกายแฟชั่น นำอัตลักษณ์ผ้าทอจากกลุ่มครูศิลป์ ครูช่าง และทายาทช่างศิลปหัตถกรรมสู่วงการแฟชั่นไทย

สศท.เปิดเวทีประชันไอเดียสร้างสรรค์งานออกแบบเครื่องแต่งกายแฟชั่น นำอัตลักษณ์ผ้าทอจากกลุ่มครูศิลป์ ครูช่าง และทายาทช่างศิลปหัตถกรรมสู่วงการแฟชั่นไทย

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.49 น.

 สศท.เชิญชวนนักออกแบบผู้ที่สนใจ และกลุ่มนิสิต/นักศึกษา ร่วมประชันเวทีปลดปล่อยไอเดียสร้างสรรค์ผลงาน ในโครงการเยาวชนสร้างสรรค์ต่อยอดแฟชั่นหัตถศิลป์ไทย sacit Youth Crafts Camp (sacit Soft Power : A Crafted and Creative Experience)” ภายใต้แนวคิดการออกแบบ: sacit The Future of Crafts มุ่งขับเคลื่อนผ้าไทยสู่ Soft Power ด้านแฟชั่น เชื่อมโยงงานศิลปหัตถกรรมผ้าทอจากมรดกทางภูมิปัญญาของไทยจากกลุ่มครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ให้เป็นที่รู้จัก และก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นไทย 
นางพรรณวิลาส แพพ่วง รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย หรือ สศท. เปิดเผยว่า เมื่อเทรนด์แฟชั่นจากทั่วทุกมุมโลกกำลังให้ความสนใจด้านสิ่งแวดล้อม จึงเป็นโอกาสที่ดีของ สศท. ในการเผยแพร่ทุนทางวัฒนธรรมที่มีความสัมพันธ์กับการอนุรักษณ์ภูมิปัญญาภายใต้การผลักดันด้านความยั่งยืนด้านหัตถกรรมไทยประเภทต่างๆ ซึ่งผ้าทอเป็น1 ใน 9 เครื่องในประเภทงานศิลปหัตถกรรมของ  สศท. กล่าวคืองานประเภทเครื่องทอ ซึ่งในภูมิประเทศไทยมีศักยภาพด้านความสมบูรณ์ในพื้นที่สูงมาก ทั้งในเรื่องการหยิบใช้วัสดุพื้นถิ่นเข้ามาเป็นส่วนผสมของผ้าทอ อาทิ การทำสีย้อมจากวัสดุธรรมชาติ การผลิตเส้นด้ายตุ่นจากต้นฝ้ายพื้นเมือง การใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมในการรักษาสภาพเส้นด้ายให้คงทนจากการหมักผ้าด้วยโคลน และการคิดค้นเทคนิคการทอผ้าจากการใช้รากความคิดในสังคม-วัฒนธรรมของตนเอง สิ่งเหล่านี้ เป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันให้ผ้าทอที่มีลักษณพเฉพาะของกลุ่มครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นได้ ปัจจุบันกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นมุ่งเน้นไปที่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสร้างความยั่งยืนให้แก่โลกในทุกมิติ ทอผ้าจากธรรมชาติในประเทศไทยมีการคิดค้นเทคนิคเฉพาะในแต่ละขั้นตอนก่อนจะทอออกมาเป็นผืนผ้าที่งดงามแสดงถึงความปราณีต ใส่ใจ ในทุกขั้นตอน  หาก สศท. จะผลักดันผ้าทอของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมเข้าสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นจากผ้าไทยให้ไปสู่เวทีระดับโลก รวมถึงการแสวงหาโอกาสในการแสดงศักยภาพสู่ระดับนานาชาติได้นั้น จุดสำคัญต้องมาจากแนวคิดการสร้างสรรค์ผลงาน ที่ต้องมีการเปิดรับแนวคิด ไอเดียผ่านมุมมองของนักออกแบบรุ่นใหม่ ที่เป็นบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าทอไทยที่สามารถสร้างสรรค์ไปสู่วงการแฟชั่น  

ดังนั้น จึงเกิดเป็นแนวคิดในโครงการ sacit Youth Crafts Camp (sacit Soft Power : A Crafted and Creative Experience) ที่มุ่งสนับสนุนให้นักออกแบบรุ่นใหม่ นิสิต/นักศึกษา ได้เข้ามาพัฒนาผลงานเครื่องแต่งกายจากการนำผ้าไทยของสมาชิก สศท. ประเภทเครื่องทอ มาเป็นวัสดุหลักในการออกแบบเครื่องแต่งกายแฟชั่น การพัฒนาคิดค้นเทคนิคผิวผ้าและพื้นผิว (Surfaces & Texture)  หรือรูปแบบเครื่องแต่งกายที่ทันสมัย ในแนวคิด “The Future of Crafts” เพื่อให้แฟชั่นที่มีจุดกำเนิดจากผ้าไทยสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย และทุกเจเนอเรชั่น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ สศท. ให้ความสำคัญ ผ่านการจัดกิจกรรมเวทีประกวดประชันไอเดีย การออกแบบเครื่องแต่งกายแฟชั่น เพื่อปั้นนักออกแบบหน้าใหม่ให้กับวงการแฟชั่นไทย อีกทั้งการร่วมสืบสาน สร้างสรรค์งานผ้าไทยจากสมาชิก สศท. ประเภทเครื่องทอ ให้เป็นเทรนด์แฟชั่นร่วมสมัยในอนาคตอย่างยั่งยืนต่อไปได้ 


ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ sacit Youth Crafts Camp (SACIT Soft Power : A Crafted and Creative Experience) ภายใต้แนวคิด: sacit The Future of Crafts โดยเปิดรับสมัครแบ่งเป็น 2 ประเภท  คือ ประเภทบุคคลทั่วไป ซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปที่มีความสามารถในการออกแบบและตัดเย็บ หรือควบคุมการตัดเย็บให้เป็นไปตาม sketch ได้อย่างเหมาะสม สวยงาม และสามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน  และประเภท นิสิต/นักศึกษา ซึ่งเป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือเทียบเท่า  นอกจากนี้ยังเปิดรับสมัคร กลุ่มสมาชิก สศท. ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประเภทเครื่องทอเข้าร่วมโครงการเพื่อสนับสนุนผ้าทอ และถ่ายทอดทักษะความเชี่ยวชาญ องค์ความรู้ภูมิปัญญารวมถึงการผลิตผ้าผืน ประเภทผ้าทอแก่นักออกแบบที่เข้าร่วมการประกวดในโครงการ

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัคร และรายละเอียดได้ที่ https://www.sacit.or.th/th/detail/2024-06-15-20-24-09?event-project=1  โดยส่งใบสมัครและแบบร่างผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2567 สอบถามเพิ่มเติมโทร. 093-619-9463 

โดยให้นำเสนอรูปแบบ กระบวนการออกแบบ และตัดเย็บชุดผ้าไทยที่แสดงให้เห็นถึงการต่อยอดคุณค่าผ้าไทย มุ่งเน้นให้สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ตรงกับความต้องการของทุก Generation ด้วยการผสมผสานองค์ความรู้ และภูมิปัญญาผ้าทอให้สอดรับกับทักษะการออกแบบเครื่องแต่งกายแฟชั่นได้อย่างยั่งยืน  นอกจากนี้คณะกรรมการจะคัดเลือกผลงานจากแบบร่าง ประเภทละ 15 ผลงาน รวม 30 ผลงาน พร้อมทั้งสนับสนุนเงินทุน เพื่อตัดเย็บชุดจริงให้นางแบบได้นำเสนอบนรันเวย์ในการประกวดรอบชิงชนะเลิศเพื่อชิงเงินรางวัล มูลค่ารวมกว่า 400,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันที่ 25 สิงหาคม 2567 ภายในงาน Craft Bangkok 2024 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค

สมาคมจัดการธุรกิจ ร่วมกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าว Thailand Competitiveness : What’ s Next

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811841

สมาคมจัดการธุรกิจ ร่วมกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าว Thailand Competitiveness : What’ s Next

สมาคมจัดการธุรกิจ ร่วมกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าว Thailand Competitiveness : What’ s Next

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.01 น.

สมาคมจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ร่วมกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าว Thailand Competitiveness : What’ s Next

สมาคมจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) นำโดย นิธิ ภัทรโชค ประธาน สมาคมจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) และที่ปรึกษา กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี พร้อมด้วย วรรณวีรา รัชฎาวงศ์ กรรมการบริหารสมาคมฯ ร่วมกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ วิโรจน์ นรารักษ์ รองเลขาธิการสภา พร้อมด้วยจัดงานแถลงข่าวเพื่อเผยแพร่ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยโดย  World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ (IMD – WCC) ประจำปี 2567 โดยในปีนี้ ประเทศไทยมีอันดับดีขึ้นถึง 5 อันดับ มาอยู่ในอันดับที่ 25 จากทั้งหมด 67 เขตเศรษฐกิจที่มีการจัดอันดับ โดยในปีนี้ IMD – WCC ได้มีการเพิ่มเขตเศรษฐกิจที่จัดอันดับอีก 3 เขตเศรษฐกิจ คือ กาน่า ไนจีเรีย และเปอร์โตริโก้ รวมเป็น 67 เขตเศรษฐกิจ ณ โรงแรมโอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ

จากปัจจัยหลักที่ IMD ใช้ในการจัดอันดับรวม 4 ด้าน มี 2 ปัจจัยที่ไทยมีอันดับดีขึ้นในปีนี้คือ สมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) ที่ดีขึ้นถึง 11 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 5 และประสิทธิภาพของภาคธุรกิจที่ดีขึ้น 3 อันดับ จากอันดับที่ 23 เป็นอันดับที่ 20 ในปีนี้ ในขณะที่ ด้านประสิทธิภาพของภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐาน มีอันดับคงเดิมในอันดับที่ 24 และ 43 ตามลำดับ ทั้งนี้ อันดับที่ดีขึ้นในด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจมาจากประเด็นด้านการค้าระหว่างประเทศ (International Trade) ที่ดีขึ้นถึง 23 อันดับมาอยู่อันดับที่ 6 ในปีนี้ อันเนื่องมาจากประเด็นด้านการท่องเที่ยวที่สัดส่วนของรายได้จากการท่องเที่ยวต่อ GDP (Tourism receipts) และการส่งออกด้านบริการ (Export of commercial services) รวมถึงดุลบัญชีเดินสะพัดมีอันดับที่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก ในขณะที่ด้านระดับราคาและค่าครองชีพ (Prices)  ดีขึ้น 10 อันดับจากปีที่แล้ว นอกจากนี้ ปัจจัยด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) มีอันดับดีขึ้นเล็กน้อย จากอันดับที่ 23 ในปี 2566 เป็นอันดับที่ 20 ในปี 2567 จากตัวชี้วัดด้านการบริหารจัดการ (Management Practices) ที่ตัวชี้วัดเกี่ยวกับความกลัวความล้มเหลวของผู้ประกอบการ (Entrepreneurial fear of failure) และกิจกรรมของผู้ประกอบการขั้นต้น (Total early-stage Entrepreneurial Activity) มีค่าและอันดับที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีถึงผลของความพยายามของทุกภาคส่วนในการผลักดันเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่น่าเป็นห่วงในด้านผลิตภาพในภาพรวมที่มีอันดับลดลงจากอันดับที่ 38 เป็น 42 โดยเป็นผลจากอันดับที่ลดลงของผลิตภาพในเกือบทุกภาคอุตสาหกรรม เมื่อมองภาพรวมในระดับโลก เขตเศรษฐกิจที่มีอันดับความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุด 5 อันดับแรกในปี 2567  ได้แก่ สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก ไอร์แลนด์ และฮ่องกง โดยเขตเศรษฐกิจที่ได้รับการจัดอยู่ในกลุ่มที่มีอันดับสูงสุดของปี 2567 ส่วนใหญ่ยังคงเป็นเขตเศรษฐกิจขนาดเล็กเช่นเดียวกับปีก่อนหน้า ซึ่ง IMD-WCC แสดงความคิดเห็นว่าผลดังกล่าวสะท้อนว่า ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของเขตเศรษฐกิจ และยังได้ตั้งข้อสังเกตว่าตลาดเกิดใหม่ (Emerging markets) มีการพัฒนาศักยภาพด้านการนวัตกรรม ดิจิทัล และความหลากหลายเศรษฐกิจได้เท่าทันกับเขตเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว ดังตัวอย่างของ จีน อินเดีย บราซิล อินโดนีเซีย และตุรกี ที่กลายเป็น  ผู้เล่นที่สำคัญในด้านการลงทุน นวัตกรรม และภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน และสร้างโอกาสใหม่ๆ (New opportunities) และตลาด สำหรับธุรกิจและผู้บริโภค รวมถึงความเสี่ยงและความไม่แน่นอนใหม่ ๆ ที่ทำให้ทั้งรัฐบาลและธุรกิจที่สนใจตลาดเกิดใหม่เหล่านี้ต้องศึกษาและทำความเข้าใจให้มากขึ้น

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ได้เล็งเห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงทั้งในภาครัฐและเอกชน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพขององค์กรและบุคลากรในด้านการบริหารจัดการโดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การสร้างความสามารถในการติดตามและคาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและตั้งเป้าหมายเชิงรุกผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ของ TMA โดยในวันที่ 16-19 กันยายน 2567 นี้ จะมีการจัดงานเพื่อเฉลิมฉลอง TMA ในวาระครบรอบ 60 ปีที่ได้ดำเนินการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ภายใต้ชื่องาน 60 YEARS OF EXCELLENCE “Creating Great Leaders, Designing the Futures” ขึ้น ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ โดยจะมีวิทยากรผู้บริหารชั้นนำจากภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ ให้เกียรติมาร่วมให้ความรู้ แบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ Building a Competitive Region, Way forward to Sustainability และ Technology as an Imperative

TMA เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการสร้างเสริมความเป็นเลิศด้านการบริหาร เพื่อมุ่งสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย TMA ร่วมมือเป็น Partner Institute กับ World Competitiveness Center แห่งสถาบัน IMD (International Institute for Management Development-Switzerland) ในการทำการสำรวจขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยมากว่า 20 ปี และยังมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในสหรัฐอเมริกาและยุโรปรวมถึงประเทศไทยในการฝึกอบรมและจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร และยังมีบริการที่ปรึกษา งานวิจัย การจัดประชุมระดับนานาชาติ และกิจกรรมสร้างเครือข่ายสำหรับทั้งภาครัฐและเอกชน โดยนับตั้งแต่องค์กรก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2507 มีผู้ใช้บริการกับ TMA มาแล้วมากกว่า 350,000 คน
 

ผู้บริหาร Bluebik คว้ารางวัลสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี ‘Thailand Top CEO of The Year 2024’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811839

ผู้บริหาร Bluebik คว้ารางวัลสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี  'Thailand Top CEO of The Year 2024'

ผู้บริหาร Bluebik คว้ารางวัลสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี ‘Thailand Top CEO of The Year 2024’

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.58 น.

นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK       บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำผู้ให้บริการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันครบวงจร คว้ารางวัล Thailand Top CEO of the Year Awards 2024 ในสาขา Rising Star ซึ่งเป็นเวทีที่จัดขึ้นโดยนิตยสาร BUSINESS+ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บริหารระดับประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือเทียบเท่าที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และโดดเด่นในแต่ละอุตสาหกรรม สะท้อนวิสัยทัศน์ ความเป็นผู้นำ และความสามารถในการบริหารองค์กร     ให้เติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ ตลอดจนต่อยอดไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจไทย 

ทั้งนี้ ภายในงานได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต เป็นประธานในพิธีและผู้มอบรางวัลรวม 15 รางวัล เป้าหมายเพื่อสร้างแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาและแข่งขันกัน ทำให้องค์กรธุรกิจของไทยก้าวหน้าทัดเทียมสากล

‘อ้อม พิยดา’โพสต์ซึ้งรำลึกถึง’เปี๊ยก พิศาล’ พรั่งพรูความคิดถึงหลังพ่อจากไป6ปี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/812022

'อ้อม พิยดา'โพสต์ซึ้งรำลึกถึง'เปี๊ยก พิศาล' พรั่งพรูความคิดถึงหลังพ่อจากไป6ปี

‘อ้อม พิยดา’โพสต์ซึ้งรำลึกถึง’เปี๊ยก พิศาล’ พรั่งพรูความคิดถึงหลังพ่อจากไป6ปี

วันเสาร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.59 น.

22 มิถุนายน 2567 แม้พ่อจะจากไปแต่ก็ยังอยู่ในหัวใจของลูกสาวอย่าง ‘อ้อม’ พิยดา จุฑารัตนกุล เสมอ สำหรับ ‘คุณพ่อเปี๊ยก พิศาล อัครเศรณี’ โดยล่าสุดอ้อม พิยดา ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความสุดซึ้งในอินสตาแกรมส่วนตัว”@aomphiyad” ข้อความว่า 

“วันเกิดพ่อเปี๊ยก 21 มิถุนา เสียไปตอน 75 ถ้าอยู่ตอนนี้ก็ 81 คิดถึง ดีแท้ ตอนนี้พ่อ มีหลานครบ 4 คนละนะ จากลูกๆ 4 คน นาวา แคลร์ น้องลุยส์ และ คนล่าสุด ลูแปง อยากจิให้ อยู่เลี้ยงจริงๆ เลย จะได้เห็นถึงความวุ่นวาย คิดถึงพ่อทุกที ที่อยู่คนเดียว นี่เรื่องจริงเลย 555 เขียนไปน้ำตาจิไหลไป แต่ก็ยิ้มได้นะ ทำใจได้ แต่คิดถึ้งงง คิดถึงเนอะ วนๆๆคิดถึง มากบ้างน้อยบ้าง ดีบ้างเพี้ยนบ้าง วังวนมนุษย์ รักและคิดถึงเสมอ นะคุณพิศาล”

‘อ้อย จิระวดี’ควงลูกชาย เคลียร์ปมในใจโดนล้อมีแม่เป็นทอม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811984

'อ้อย จิระวดี'ควงลูกชาย เคลียร์ปมในใจโดนล้อมีแม่เป็นทอม

‘อ้อย จิระวดี’ควงลูกชาย เคลียร์ปมในใจโดนล้อมีแม่เป็นทอม

วันเสาร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 07.59 น.

อ้อย จิระวดี” ควงลูกชาย เคลียร์ปมในใจโดนล้อมีแม่เป็นทอม ! เล่านาที”คุณยายมารศรี”ติดโควิด หมอถึงขั้นบอกให้ทำใจ 

อ้อย จิระวดี นักแสดงรุ่นเก๋าที่วันนี้ขอเปิดเรื่องราวในอดีตหลังประกาศตนว่าเป็นทอม แม้ตอนนั้นกำลังเป็นนางเอกชื่อดัง ลั่นขอเป็นตัวของตัวเองดีที่สุด ! พร้อมควงลูกชายสุดหล่อ พอชตี้ค์ ณัฏฐพล เคลียร์ปมในใจวัยเด็กหลังโดนเพื่อนล้อมีแม่เป็นทอม จนต่อต้านแม่ขั้นสุด ! ย้อนเล่าเหตุการณ์คุณยายมารศรีติดโควิดในวัย 102 ปี ที่บอกเลยว่าวิกฤติหนัก หมอถึงขั้นบอกให้ทำใจ ! ทุกประเด็นในรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มี หนิง ปณิตา และ บูม สุภาพร เป็นพิธีกร

วันนี้วงการบันเทิงได้สูญเสีย แม่แอ๊ด โฉมฉาย  แม่อ้อยก็เคยได้ร่วมงานกับแม่ด้วย ?

แม่อ้อย : รู้จักแม่มาประมาณ 40 ปี เป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือนิสัยดีมาก สนิทกันมาก ลูกชายด้วย

พอชตี้ค์ :  ตั้งบ้านลุงรอง บ้านป้าทุม อยู่ด้วยกันหมดเลย

รู้ข่าวตอนแรกรู้สีกยังไงบ้าง ?

แม่อ้อย : ช็อก ต้องบอกจริงๆว่าช็อก แม่เขายังแข็งแรงอยู่ ไปเร็ว เสียใจ ทุกคนที่รู้จักสะเทือนใจมากๆ

แม่อ้อยรู้ข่าวเมื่อไหร่ ?

แม่อ้อย :  พี่รู้ข่าวเมื่อวานนี้ พี่ในกลุ่มพี่แต๋วโทรมาบอก พอเรารู้ก็จริงหรอ ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะหลังสุดที่เราเจอที่งานพี่โป้ย นิภาภรณ์ แม่ยังมีความสุขอยู่เลย

มีความทรงจำของแม่แอ๊ดยังไงบ้างคะ ?

แม่อ้อย : แม่เป็นคนที่มี่แต่รอยยิ้มและชอบคุยสนุก เขาก็เลี้ยงพอชตี้ค์มาแต่เด็ก

พอชตี้ค์ : ต้องบอกว่าป้าแอ๊ดเป็นคนที่น่ารักมาก จิตใจดี ให้ความอบอุ่นกับหลานๆตลอดเวลา ลูกๆทุกคนเขาจะสนิทกัน พี่สาวจะสนิทกับพี่อาร์ต สนิทกับพี่ยุ้ย จะอยู่กลุ่มเดียวกัน ป้าแอ๊ดจะน่ารักเสมอ

อยากจะบอกอะไรกับแม่แอ๊ด ?

แม่อ้อย : อยากจะบอกแม่แอ๊ดขอให้แม่แอ๊ดไปสู่สรวงสวรรค์ได้พบเจอกับพระเจ้าอย่างที่แม่แอ๊ดตั้งใจไว้

พอชตี้ค์ : เหมือนกันครับ ขอให้แม่แอ๊ดไปสู่สุคติไปสู่สรวงสวรรค์ ไปอยู่ที่สุขสบาย ไม่ต้องทุกข์ทรมานอะไรแล้ว

ที่เชิญแม่อ้อยมาออกรายการเพราะเราอยากจะร่วมฉลองยินดีไปกับ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม ที่เกิดขึ้นจริงๆแล้วในประเทศไทย แม่อ้อยคือตำนานยุคแรกๆที่ออกมายอมรับในวงการบันเทิง ถ้าย้อนกลับไปในอดีตเป็นที่ไม่ยอมรับเลย ถ้าใครออกมายอมรับเรื่องนี้ดูเป็นคนที่แปลกแยก ตอนนั้นออกมายอมรับเลยว่า ฉันคือทอม ?

แม่อ้อย :  ใช่ค่ะ เราเป็นตัวของตัวเอง มีความรู้สึกว่าเราเป็นอะไรก็เป็นอย่างนั้น ให้มานั่งเก็บกดมันก็ไม่ใช่แล้วดีตรงที่ว่า ครอบครัวยอมรับ

แต่ตอนนนั้นในวงการภาพยนตร์ วงการละคร นางเอกต้องอยู่ในกรอบ แล้วแม่อ้อยคือนางเอกที่กล้าออกมาพูด ขอย้อนไปนิดนึงประมาณกี่ปีที่ตัดสินใจออกมายอมรับและบอกให้คนทั้งประเทศได้ทราบ เราแตกต่างนะ ?

แม่อ้อย : ตั้งแต่วัยอลวน ปี 2518

ฟีดแบ็คกลับมาที่เราเป็นยังไงบ้าง ?

แม่อ้อย : มีคนถามเยอะ ใช่พี่เป็นแบบนี้แหละ พี่ก็เป็นทอม

แล้วมันมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานมั้ย ?

แม่อ้อย : เอาจริงๆไม่มีนะ เพราะว่าไม่ค่อยมีใครกล้าอะไรมั้ง เพราะว่าพี่ค่อนข้างดุ

สื่อยังไม่ค่อยมีเยอะด้วยมั้ย ?

แม่อ้อย : สื่อน่ะมีเยอะ บางทีเขียนว่าพี่ปลูกขนหน้าอก พี่ก็ต้องเชิญมาคุยต่อหน้าคนเยอะๆ แล้วพี่ค่อนข้างดุ แต่ตอนนี้ใจดี

ตอนนั้นพอเราได้เปิดเผยทุกอย่าง ไม่กลัวว่าเราเป็นนางเอกนะ ?

แม่อ้อย : พี่ไม่เคยกลัวเลยนะ พี่ถือว่าพี่ทำงานออกมาให้ดีที่สุด เป็นตัวของตัวเอง อยู่ที่เขาจะยอมรับหรือไม่ยอมรับ พี่ไม่ค่อยแคร์ จะให้พี่ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง พอออกไปข้างนอกทำเป็นกุลสตรีไทยมันไม่ใช่

ถ้าย้อนไปตอนนั้นมีพราชบัญญัติสมรสเท่าเทียมจริงๆ แม่จะใช้สิทธิ์กับเรื่องนี้มั้ย ?

แม่อ้อย : มุมมองของพี่อาจจะยัง อาจจะไม่ใช้สิทธิ์เพราะตอนนั้นเราคือนางเอก คือเราเป็นทอมแบบนี้แต่ถ้าจะให้ถึงขั้นจดทะเบียนคนต้องไม่ยอมรับแน่ๆ

ณ วันนี้พระราชบัญญัติผ่านไปแล้ว รุ่นเดอะอย่างพี่อ้อย คิดยังไงกับพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียมในวันนี้ ?

แม่อ้อย : พี่เห็นด้วยนะคะ เห็นด้วยจริงๆ เพราะทุกคนมีสิทธิ์เสรีภาพของตัวเองและอะไรก็ตามการที่เขามีความรัก ไม่ว่าเพศไหนก็ตาม มันคือความรักที่บริสุทธิ์ที่ออกมาจากใจ ขอให้เป็นคนดีแค่นั้นพอแล้ว

หลายๆคนอาจจะไม่เคยเห็นสุดหล่อที่สุดของแม่อ้อย หลายคนเข้าใจว่าแม่อ้อยเป็นโสด แล้วลูกชายมาได้ยังไง ?

พอชตี้ค์ : เมื่อก่อนแม่ชอบพูดว่าเป็นน้อง หมายถึงว่าเวลามีใครแซว ไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ นอกจากว่ามีคนบอกว่าน้องจริงหรอ ก็จะบอกว่าลูก

พี่อ้อย  : ที่ไม่พูดไม่ได้อายใครนะ แต่มีความรู้สึกว่าหน้ามันใกล้เคียงกันไม่ใครหน้าอ่อนกว่ากัน

คู่นี้ไม่ค่อยแสดงความรักกันจนบางทีแม่อ้อยน้อยใจทำไมไม่แสดงความรักกับแม่บ้าง ?

พี่อ้อย  : ขอกอดก็ไมให้กอด ขอหอมก็ไม่ให้หอม

พอชตี้ค์ : มันอาจจะไม่ชินครับ น่าจะตั้งแต่เด็กความห่าง เพราะว่าเรามีอดีตที่เรารู้สึกว่ายังไม่มีใครยอมรับ แล้วก็เป็นปมด้อยตั้งแต่เด็กแม่เป็นทอม โดนล้อมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งเมื่อก่อนทอมเป็นอะไรที่ไม่มีใครกล้าเปิดตัว

มีปมมากเรื่องที่คุณแม่เป็นทอม ?

แม่อ้อย  : ก่อนเข้าโรงเรียนตอนเด็กๆเขาจะเป็นคนที่ภูมิใจในตัวพี่มากก็รู้ว่าพี่เป็นแบบนี้แหละแต่ก็ภูมิใจมาก แต่พอเข้าโรงเรียนแล้วเท่านั้นแหละ เหตุการณ์ที่เขามีปมคือ

พอชตี้ค์ : จะโดนล้อ อันนี้คือช่วงสมัยประถม มัธยมต้น จะโดนล้อ แล้วมันมีเรื่องตลอด ต้องเข้าห้องปกครองตลอด เหมือนล้อแม่เรา แม่เป็นทอม มีลูกหรอ เรารู้สึกว่ามาว่าแม่เราแบบนี้ไม่ได้ เลยรู้สึกว่าเป็นปม เวลาเจอแม่เหมือนเป็นการต่อต้าน ณ ช่วงนั้น แต่จริงๆคือรัก รักแม่ แต่ว่าการแสดงออกมันตั้งแต่เด็กมันเป็นการต่อต้าน ในความรู้สึกของตัวเอง มันยังไม่มีการยอมรับเกิดขึ้น แล้วยิ่งโดนล้อทุกวันแล้วเราต้องเข้าห้องปกครองมีเรื่องการรุ่นพี่ รุ่นน้อง เพราะว่าในโรงเรียนคนจะรู้ว่าเราเป็นลูกจิระวดี เพราะเขาจะรู้ว่าแม่ของเรามีชื่อเสียง ก็เหมือนเขาจะเล็งมาที่เราเลย มันก็เลยเป็นปมด้อย

ร้องไห้บ่อยด้วยใช่มั้ย ?

พอชตี้ค์ : โดนล้อไม่ร้อง แต่ร้องตอนอยู่คนเดียว รู้สึกทำไมแม่ถึงเป็นแบบนี้ ณ ตอนนั้นทำไมไม่เหมือนแม่คนอื่น ทำไมแม่ถึงแข็ง แม่คนอื่นเวลาเจอลูก กินข้างหรือยังมากอด ของเราอาจจะเป็นด้วยความห่างด้วย ก็เลยรู้สึกว่าเป็นการต่อต้านในช่วงแรกๆ

แม่อ้อยรู้มั้ยว่าลูกเราโดนล้อ ?

แม่อ้อย :  ตอนนั้นไม่รู้เลย พี่ทำงาน 7 วัน จนถึงอายุ 60 การที่จะได้คุยกันยาก นอกจากวันหยุด

พอรู้ว่าลูกเราโดนล้อช่วงไหน ?

แม่อ้อย : ก็ตอนเล่าออกรายการต่างๆ ก็รู้สึกเสียใจนะที่ทำให้ลูกโดนล้อ

พอชตี้ค์ : แต่ต้องบอกก่อนว่า ณ ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วนะครับ ณ ตอนนี้โอเคมากๆกับการที่แม่เป็นตัวของตัวเอง เพราะว่าเรารู้สึกว่าเราโตขึ้นเราก็จะเริ่มรู้แล้วว่า ความสุขของเขาคืออะไร เราก็เจอเพศที่สามหลายๆแบบ แล้วเรารู้สึกว่าแต่ละคนน่ารักมาก

ทำไมตอนนั้นไม่เลือกที่จะคุยกับแม่ตรงๆว่ามีปัญหาแบบนี้ ?

พอชตี้ค์ : อย่างที่บอกว่ามันเป็นความต่อต้านแต่แรก คือตั้งแต่เด็กจะไม่ได้อยู่กับแม่ ก็จะอยู่กับคุณยาย อยู่กับย่า ความห่างก็จะมีอยู่แล้ว มันก็จะไม่กล้าที่จะพูดความรู้สึก แล้วยิ่งโดนพูดเยอะๆทุกวันๆ วันยิ่งเป็นกาต่อต้านเป็นการดันกัน

แต่เข้าใจใช่มั้ยที่แม่เขาทำงานเหนื่อย 7 วัน จนอายุ 60 จริงๆเขาทำเพื่อพี่ ?

พอชตี้ค์ : เข้าใจครับ พอเราโตขึ้นแล้วเราคิดได้ เราก็เริ่มรู้แล้วว่าสิ่งที่เขาเป็นมันไม่ได้สำคัญเลย ความรักที่เขาให้เรามา การดูแล การเลี้ยงดู การทำงาน มันทำให้เรารู้สึกว่าตรงนั้นไม่ใช่ประเด็น ไม่ใช่ความสำคัญกับเราแล้ว

อยากพูดกับคนที่มีปัญหาตรงนี้ยังไงมั้ย ?

พอชตี้ค์ : ใครที่ดูอยู่อยากให้ยอมรับตัวตนของคนที่เป็นพ่อ เป็นแม่ คนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นพี่ เป็นน้อง ขอให้ยอมรับในตัวตนของเขามากกว่า สุดท้ายแล้วมันอยู่ที่ตัวบุคคลมากกว่า มันไม่ได้อยู่ที่เพศ บางคนเป็นแบบนี้ก็รักกันได้ มันไม่ผิด พอเราโตขึ้นก็อยากจะส่งต่อ รักคนในครอบครัว เข้าใจเขาดีกว่า

ตอนนี้ที่ลูกเริ่มต่อต้านพี่อ้อยสัมผัสได้มั้ยว่าลูกเริ่มไม่สนิทกับเรา ?

พี่อ้อย : ก็มีบ้าง จากที่เขาเคยบอกว่าเขาภูมิใจในตัวแม่ พอไปเข้าโรงเรียนมันเริ่มเปลี่ยนไป การที่จะมาคุยเล่นน้อยลง แต่คุยกันปกติ

เขากล้าที่จะพูดความรู้สึกออกมาทั้งหมด ในมุมคนเป็นแม่ เรารู้สึกยังไงบ้าง  ?

แม่อ้อย : เราเสียใจที่ทำให้เขาต้องมีความรู้สึกแบบนี้ แต่พี่เคยสอนเขาตั้งแต่เกิดเลย คนเราถ้าเรารักใครซักคนถ้าเขามีความสุขยังไง เราต้องให้เขา กับการที่เรารักเขาแต่เขาต้องอยู่ในกำมือของเราจะทำอะไรก็ไม่ได้ เขาจะเก็บกด เขาจะไม่มีความสุข แต่ถ้าเรารักเขาคือการให้

พี่อ้อยได้อธิบายมั้ยว่าแม่เป็นแบบนี้ เราต้องเล่าให้เขาเข้ายังไง ?

แม่อ้อย : เอาจริงๆพี่เนี่ยเป็นทอมตั้งแต่เด็ก แต่พี่เป็นคนที่อยากแต่งงาน อยากมีครอบครัว อยากมีลูก เพราะว่าพี่อยู่บ้านเสรรีรัตน์ครอบครัวที่เลี้ยงพี่มา ครอบครัวเขาทุกคนไม่มีใครที่นอกใจกันแล้วครอบครัวเขามีความสุขมากๆ พี่เลยมีความรู้สึกว่าพี่มีความอบอุ่นมากๆ พี่อยากมีลูกมากๆ พี่ก็เลยแต่งงาน

ยอมที่จะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นผู้หญิงทั้งๆที่ตอนนั้นมีแฟนเป็นผู้หญิง ?

แม่อ้อย : มีแฟนเป็นผู้หญิงอยู่ด้วย พี่ก็บอกแฟนว่าพี่อยากแต่งงานแล้วนะ ตอนนี้มีหนุ่มๆมาขอเยอะมากเลย ตอนนั้นเป็นนางเอกด้วย ก็เลยตัดสินใจแต่งงาน พอแต่งแล้วก็เป็นกุลสตรีไทยค่ะ ทาเล็บ ไว้ผมยาว เวลาพูดจาก็หนีบค่ะ มีการค้อน(หัวเราะ) เรียบร้อยด้วยค่ะ

เรามีเบบี๋แล้ว วันนึงเราต้องอธิบายให้เขาฟังว่า แม่ไม่ทาเล็บแล้วนะ แม่ไม่ผมยาวแล้วนะ ?

 แม่อ้อย : พอวันนึงก็บอกลูกตามตรงว่าเราอยู่กันไม่ได้ มันไม่ใช่เราไง ก็คงต้องแยกกันแต่แม่กับพ่อเขาก็เป็นเพื่อนกัน ไปมาหาสู่บางทีก็มานอนที่บ้าน

อธิบายเขายังไงคุณแม่เป็นทอม เด็กไม่เข้าใจ ตอนนั้นพี่อ้อยอธิบายเขายังไง ?

แม่อ้อย : พี่อธิบายอย่างที่บอกไปคือความรัก เรารักเขาเขามีความสุขแบบไหน เราต้องโอเคยอมรับตรงนั้น เพื่อให้เขามีความสุข แต่ว่าถ้าเรารักเขา เรามากดดันเขามาบีบคั้นเขาไม่ให้เขาเป็นตามที่เขาต้องการ เขามีความสุขมั้ย ความรักคือการให้ ง่ายๆ 

พอพี่พอชโตขึ้นเห็นอะไรในตัวผู้หญิงคนนี้ ต่อให้จะอยู่ในสภาพเพศไหนก็ตาม แต่หัวใจความเป็นแม่เขามีเต็ม ?

พอชตี้ค์ : คือแม่เขาเป็นคนที่ตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อลูกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเรื่องทำงาน เรื่องครอบครัว เขาเต็มที่กับตรงนี้อยู่แล้ว รู้สึกภูมิใจ ตอนนี้เราอาจจะยังคิดไม่ได้หรอก พอเราโตขึ้นมา รู้สึกภูมิใจในตัวแม่ มีแต่คนรักเขา

แม่อ้อยเริ่มมีแฟน ตอนนั้นพี่พอชเห็นมั้ย มีคำถามมั้ย อธิบายยังไง ?

พอชตี้ค์ : เห็นครับ เห็นมาตลอด

แม่อ้อย : ไม่ได้อธิบายอะไรเลย เขาชินตั้งแต่เด็กแล้ว

เปลี่ยนบ่อยมั้ยคะ ?

พอชตี้ค์ : บ่อยมาก(หัวเราะ)

พี่อ้อย : ขอโทษนะ ที่เปลี่ยนบ่อยเพราะโดนทิ้ง เพราะพี่ไม่ดีพอ

คนที่เข้ามาในชีวิตเราต้องเข้ากับลูกเราได้ด้วยมั้ย ?

พี่อ้อย : ค่ะ อันนั้นสำคัญที่สุด

ตอนนั้นเราเห็นแฟนของแม่มา เรามีคำถามมั้ย ?

พอชตี้ค์ : อย่างที่บอกเรารู้มาตั้งแต่เด็กว่าแม่เป็นแบบนี้ แล้วผู้หญิงที่มาอยู่กับแม่เป็นแบบไหน บางทีเราก็ต่อต้าน เจอเขาบางทีเราก็ไปที่อื่นออกไปข้างนอก อันนี้หมายถึงบางคนนะ แต่บางคนที่เข้ากับเราได้ เข้ามาพูดคุย เราก็โอเคคิดว่าเป็นเพื่อนแม่คนนึง ก็มีหลายคนที่ประทับใจ

ที่ผ่านมาคุรยายติดโควิดเรียกว่าบีบหัวใจคนในครอบครัวเลย ?

แม่อ้อย : 2 ปีที่แล้ว ลูกสาวชาวพม่าเขาไปซื้อผักผลไม้ที่หน้ารั้ว เขาติดจากอะไรไม่ทราบตังค์หรืออะไรซักอย่างนึงแล้วก็มาติดแม่ คนที่ติดต่อคือพี่เพราะพี่ไปอาบน้ำให้ ช่วงนั้นหาโรงพยาบาลไม่ได้เลย ต้องให้ลูกชายเป็นคนจัดการเรื่องโรงพยาบาล พอเข้าโรงพยาบาลเข้าออกไอซียูตลอด วันนึงหมอก็บอกว่าให้ทำใจนะเพราะว่าของแม่เข้าขั้นโคม่า แล้วก็ถามว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นให้ปั๊มมั้ย ตอนนั้นอายุคุณยายประมาณ 101-102 ปี

คุณหมอได้บอกมั้ยว่าภาวะโคม่าเนื่องจากอะไร ?

แม่อ้อย : ติดเชื้อในกระแสโลหิตค่ะ

พอหมอพูดแบบนี้มาเรารับมือกับสถานการณ์นี้ยังไง ?

แม่อ้อย : พี่ยอมรับว่าผอมไปเลยตอนนั้น เครียด พอโทรศัพท์มาใจเสียหมดเลย

พอชตี้ค์ : ตอนนั้นรู้สึกแย่มาก มันเป็นช่วงโควิดแรกๆที่คนเป็นมีโอกาสที่จะเสีย แล้วตอนแรกคุณยายปอดเป็นฝ้าก่อนพอดีขึ้นก็มาติดเชื้อในกระแสเลือดขึ้นลงไอซียูเหมือนรถไฟเหาะ วันนึงขึ้นวันนึงลง เราเข้าไปเยี่ยมไปไม่เต็มที่ ผมต้องนั่งอยู่ในรถ ไหว้พระอยู่ในรถ ประมาณเกือบชั่วโมง สองชั่วโมง ไม่กล้าที่จะไปไหน หมอบอกว่าโอกาสคือ 50 50 เลย

มีมาตรการที่เข้มงวดเลยไม่ให้ใครเข้าใกล้เลย ?

พอชตี้ค์ : หลังจากนั้นไม่อยากให้ใครที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกหรือตัวเราเองด้วยเข้าไปหายายเลย ทุกคนจะต้องใส่แมสก์ อาบน้ำ ต้องตรวจโควิดก่อน ต้องอยู่บ้านอย่างน้อย 3 วันก่อนจะเข้าไปหาคุณยายได้ จริงๆแล้วเมื่อก่อนคือ 7 วัน คือผมก่อนที่จะเข้าไปหาคุณยายเมื่อก่อนจะต้องอยู่บ้าน 7 วัน เราเห็น ณ วันนั้นที่คุณยายอยู่โรงพยาบาล เราเห็นอาการคุณยายความทรมาน เราก็รู้สึกว่าไม่อยากให้เป็นแบบนั้นอีก เราอยากให้เขาอยู่แล้วมีความสุขดีกว่าที่จะมาทรมาน

อยากให้บอกรักกัน ?

แม่อ้อย : เป็นอะไรที่สำคัญที่สุดในชีวิตพี่ พี่สามารถตายแทนเขาได้

พอชตี้ค์ : รักแม่ครับผม ไม่ค่อยได้พูด แต่วันนี้พูดออกมาเต็มปาก

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ ปุจฉาพาเสียว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811885

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ ปุจฉาพาเสียว

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ ปุจฉาพาเสียว

วันเสาร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“สยิว” คือ หนึ่งในหนังไทย ในปี 2546 แนวสัปดี้สีประดนที่พาย้อนกลับไปสู่หนังสือปลุกใจเสือป่า ที่  คงเดช จาตุรันต์รัศมีเคยกำกับเอาไว้มาวันนี้ “คงเดช” กลับมาทำงานแนวนี้อีกครั้งใน“ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ ปุจฉาพาเสียว” ออริจินอลซีรี่ส์ 8 ตอนจบของ Netflix ที่เขียนบทและกำกับร่วมกับ ปกป้อง-ไพรัช คุ้มวันมี เอกชัย เอื้อครองธรรม เป็นโปรดิวเซอร์

“หมอนัท” หมอหนุ่มผู้ใฝ่ฝัน อยากจะเป็นนักเขียนนิยายผจญภัยแต่กลับกลายมาเป็น ดร.ไคลแมกซ์ ตอบปัญหาทางเพศ ใน ปุจฉาพาเสียวคอลัมน์ใหม่ของบางกอกทันข่าว ออกมาตีตลาดหนังสือพิมพ์กับแนวหน้าสยาม “ดร.ไคลแมกซ์” ต้องคอยแก้ปัญหาให้คนทุกเพศวัย

“ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ ปุจฉาพาเสียว” เดินเรื่องสนุก เล่าเรื่องได้ชวนติดตาม แต่ละ EP เรื่องไม่มีอะไรใหม่ แต่มีวิธีการนำเสนอ การหักมุมที่น่าสนใจ แต่ละตอนไม่ซ้ำเคส แต่ทุกเคสถูกดึงเข้ามาสู่ตัวละครหลัก โดยเส้นเรื่องหลัก ตามติดชีวิต “หมอนัท” ทั้งในครอบครัว ในแต่ละเคส
ที่ ดร.ไคลแมกซ์ ให้คำแนะนำ ตัวหนังทำได้ดี ชวนให้นึกถึง สมัยที่เคยเปิดอ่านคอลัมน์นี้ในชีวิตจริง…จริงๆ คงเดช ยังคง มันส์มือ สนุกสนาน
ไปกับการทำหนังที่ย้อนไปกลับสู่ความทรงจำในอดีต เหมือนที่ผ่านๆ มาแล้วเขาทำได้ดีด้วยบทเพลงเพราะๆ ของ ดิ อิมพอสซิเบิ้ล

“ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ ปุจฉาพาเสียว” มาพร้อมกับโปรดักชั่นที่ดีงาม ทั้งด้านภาพ การตัดต่อ เสื้อผ้าหน้าผม ฉาก โลเกชั่น ดนตรี/เพลงประกอบ และที่ต้องชม คือ นักแสดงทั้งนักแสดงนำและสมทบหลายฉากหลายตอน มุมกล้อง แสงเงา (โดยเฉพาะฉากปิดเรื่อง) ชวนให้นึกถึงหนังเหงาๆ ของ หว่องกาไว บทหนังแจงรายละเอียด ตัวละครได้ดี ชัดเจนในที่มา-ที่ไป และจุดจบของตัวละครแต่ละคน

เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี แม้จะมาในลุคเดิมภาพเดิมๆ ที่คุ้นตากันดีแต่ก็เป็น “หมอนัท” ได้ดี จัดเต็มทั้งในส่วนดาราม่าสนุกสนานหรือเลิฟซีน

ก้อย-อรัชพร โภคินภาคร พลิกบทบาทมาเป็น “ลินดา” เล่นดีออร่าความเป็นสาวมั่น สาวแรง ดูเป็นฝ่ายศิลป์ ติส สาวอาร์ต มาแบบจัดเต็ม ชัดเจน มีความเซ็กซี่ในตัวเอง เร่าร้อนในลีลา

แพรว-เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค ดูสวยใส ไร้เดียงสา ในบท “ตุ๊กตา” เมียหมอนัท ที่มีทั้งภาพเรียบร้อย เป็นผ้าพับไว้ หรือสวยดูดีไฮโซ
เมื่อแอบเข้าสังคม เป็นตัวละครที่มีทั้งน่าสงสาร เอาใจช่วย เล่นดีตีบทแตกทั้งบทธรรมดา ดราม่า และฉากเลิฟซีนที่มาแบบครบรสทั้งแข็งทื่อและเร่าร้อน

ตน-ต้นหน ตันติเวชกุล เป็น “เพิ่มพล” ตัวละครที่ทำให้เรื่องดูผ่อนคลาย เป็นตัวเกรียนตัวยุ่ง ตัวสอดรู้สอดเห็น ตัวแอบดูตัวแอบฟังประจำเรื่อง ดูก๊องแก๊งตามวัย แม้ในบางตอน ออกจะน่ารำคาญอยู่บ้างเพิ่มพลเป็นตัวละครที่เหมือนจะอยู่ถูกที่ถูกทางช่วยแก้ปัญหาได้ในหลายครั้ง

ต๊อบ-ชัยวัฒน์ แสงทอง โชว์หุ่นฟิตเปรี๊ยะ ดูเด่นในลุคเพลย์บอยเป็น ทองเทียน นักเขียนนิยายที่เหมือนจะได้ทั้งชาย-หญิง

สมเล็ก-สมชาย ศักดิกุล บุคลิกชัดเจนในการเป็น น้าชู บก.หนังสือพิมพ์ อุทุมพร ศิลาพันธุ์ เด่นๆ มากกับ แม่หมอนัท จอมเจ้ากี้เจ้าการทำทุกอย่างเพื่ออยากมีหลาน ทำแม้แต่กระทั่งจ้างนักสืบมาตามสืบหมอนัท

บ๊อบบี้-นิมิตร ลักษมีพงศ์ ในบท หมอพรชัย นักการเมืองตัวร้ายที่ตามล้างตามเช็ด ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ เล่นใหญ่เล่นเยอะในแบบการ์ตูน

ฮันนี่-ภัสสร เหลียวรักวงศ์ มารับบท แม่ของ “ลินดา” ฐิติ พุ่มอ่อน ผู้กองเผ่า มือปราบถุงมือดำ ที่ตามไล่ล่า ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ แต่ มักจะพลาด เพราะอยู่ผิดที่ผิดทาง อัด-อวัช รัตนปิณฑะ เป็นแสงจันทร์ หนึ่งใน FC ที่เข้ามาเป็นตัวแปร ให้กับทีมปุจฉาพาเสียว วสันต์ ฟัดทอง เป็น เสี่ยเจ้าของ “บางกอกทันข่าว”

ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ ปุจฉาพาเสียว สนุกโดนใจสำหรับคอหนังสนุกวาบหวิว เลิฟซีนเร่าร้อนรุนแรง แต่..อาจจะไม่ถูกใจ ขัดอกขัดใจ คอหนังที่อยู่ในศีลในธรรม งานนี้อยู่ที่จริต รสนิยม ของคนดูล้วนๆบทสรุปของตัวละครหลักๆ ชัดเจน แต่ก็ยัง แอบหยอดเชื้อ เพื่อต่อเรื่องราวต่อไป…ในซีซั่นต่อไป 9/10 คะแนน

‘ต่าย อรทัย’ ผู้หญิงหัวใจอีสาน กับ 7 สถานที่ท่องเที่ยวสุดโปรด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811911

‘ต่าย อรทัย’ ผู้หญิงหัวใจอีสาน  กับ 7 สถานที่ท่องเที่ยวสุดโปรด

‘ต่าย อรทัย’ ผู้หญิงหัวใจอีสาน กับ 7 สถานที่ท่องเที่ยวสุดโปรด

วันเสาร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นับเป็นนักร้องลูกทุ่งอีสานที่อยู่ในใจคนไทยทั้งประเทศมายาวนาน สำหรับสาวดอกหญ้า“ต่าย อรทัย” สิ่งหนึ่งที่ ต่าย อรทัย ไม่เคยลืมและมักแสดงออกไม่ว่าจะเป็นผลงานเพลง ผลงานละคร นั่นคือความเป็นคนอีสานหรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือ ต่าย อรทัย คือ “ผู้หญิงหัวใจอีสาน” เต็มตัว

ต่าย อรทัย กล่าวว่า “ต่ายโชคดีมากๆที่มีโอกาสได้มาทำอาชีพที่ตัวเองรัก นั่นคือการเป็นนักร้อง ร้องเพลงให้คนได้ฟัง ขอบคุณไปยังครูสลา คุณวุฒิ ศิลปินแห่งชาติ ที่ปลูกฝังให้ต่ายรักและภูมิใจในความเป็นคนอีสาน ใช้เสียงเพลงสื่อสารกับคนอีสานด้วยกันที่ไปทำงานในเมืองหลวง หรือในจังหวัดต่างๆ หรือแม้แต่ในต่างประเทศ

ในการทำงานของต่าย ต้องตระเวนไปแสดงคอนเสิร์ตทั่วประเทศ ถือว่าทำงานไปด้วย ได้เที่ยวไปด้วย วันนี้ต่ายมี 10 สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสานในดวงใจมาฝากค่ะ

พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม เป็นสถานที่ที่ต่ายมาบ่อยมากๆ มาตั้งแต่ก่อนเป็นศิลปินจนเป็นศิลปินแล้วก็มา โดยเฉพาะต่ายมีโอกาสได้มาถ่ายทำมิวสิกวีดีโอในสถานที่จริง ในเพลง “เบิ่งนครพนม” ยิ่งทำให้ต่ายเลื่อมใสและศรัทธามากๆ ค่ะ ใครมีโอกาสมาจังหวัดนครพนมอย่าลืมมาแวะพระธาตุพนมกันนะคะ”

พระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคามต่ายมีโอกาสมาไหว้พระธาตุนาดูนหลายครั้งมาก แต่ครั้งที่สำคัญคือต่ายได้มีโอกาสร่วมรำบวงสรวงในงานนมัสการพระธาตุนาดูน ในปี 2566 รู้สึกอิ่มใจ และได้เห็นแรงศรัทธาของชาวมหาสารคามมากๆ ค่ะ”

แก่งสามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานีนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดอะเมซิ่งสำหรับต่ายมากๆ ธรรมชาติจัดสรรปั้นแต่งจนออกมาสวยงามเหลือเกิน ต่ายได้มีโอกาสมาถ่ายมิวสิกวีดีโอที่สามพันโบกนี้ด้วยในเพลง อีสานลำเพลิน ใครแวะมาอุบลฯ อย่าลืมมาเที่ยวแก่งสามพันโบกกันนะคะ”

พระธาตุภูกุ้มข้าว จังหวัดร้อยเอ็ด ต่ายมีโอกาสมารำบวงสรวงรูปปั้นท้าววิรูปักโขนาคราช มหาราชแห่งนาคาด้วยความเลื่อมใสและศรัทธา ใครผ่านมาจังหวัดร้อยเอ็ด แวะมาได้ที่วัดภูกุ้มข้าวนะคะ”

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ต่ายมีโอกาสผ่านมาก็จะแวะมาสักการะเสมอ นับเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวโคราชและจังหวัดใกล้เคียง ใครมาเที่ยวโคราช แวะมาสักการะย่าโมนะคะ”

พระมหาธาตุแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น หรือคนทั่วไปอาจเรียก พระธาตุ 9 ชั้น ตั้งอยู่ในวัดหนองแวง พระอารามหลวง ริมบึงแก่นนคร ต่ายมานมัสการหลายครั้งแล้วค่ะ จะมี 9 ชั้นชั้น 1 จะเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ส่วนชั้น 2-8 จะเป็นหอพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของเก่าส่วนชั้น 9 จะเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าค่ะ ใครมาจังหวัดขอนแก่นแวะไปนมัสการพระธาตุ 9 ชั้น กันนะคะ”

ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์มีความเชื่อว่า บริเวณนี้เคยเป็นจุดพักของรัชกาลที่ 1 และเป็นจุดกำเนิดเมืองบุรีรัมย์อีกด้วยจึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่เคารพสักการบูชาและยึดเหนี่ยวจิตใจที่สำคัญของชาวบุรีรัมย์ ต่ายผ่านมาจึงหามีโอกาสได้มาสักการะศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ด้วยค่ะ

ไม่ทันได้เตรียมใจ! ‘อาร์ต พนิตนาฏ’ลูกสาว’แอ๊ด โฉมฉาย’เผยสาเหตุการเสียชีวิตของคุณแม่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811855

ไม่ทันได้เตรียมใจ! 'อาร์ต พนิตนาฏ'ลูกสาว'แอ๊ด โฉมฉาย'เผยสาเหตุการเสียชีวิตของคุณแม่

ไม่ทันได้เตรียมใจ! ‘อาร์ต พนิตนาฏ’ลูกสาว’แอ๊ด โฉมฉาย’เผยสาเหตุการเสียชีวิตของคุณแม่

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.42 น.

21 มิถุนายน 2567 วงการบันเทิงเศร้าเมื่อได้สูญเสียบุคคลสำคัญอย่าง นักแสดงอาวุโส แม่แอ๊ด โฉมฉาย ฉัตรวิไล ที่ได้จากไปอย่างสงบในวัย 73 ปี ซึ่งมีคนเข้ามาร่วมแสดงความอาลัยกันอย่างไม่ขาดสาย

ล่าสุด’อาร์ต พนิตนาฏ’ ลูกสาวของแม่แอ๊ด โฉมฉาย ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง’ไนน์เอ็นเตอร์เทน’ว่า “อาการป่วยของคุณแม่เริ่มต้นเมื่อปี 2559 เริ่มจากที่คุณแม่รู้สึกว่าความจำไม่ค่อยดี ทั้งที่คุณแม่จำบทได้เก่งมาก ยิ่งเล่นซิตคอม ยิ่งต้องจำบทแม่น กลายเป็นจำอะไรไม่ค่อยได้ กระทั่งมาตรวจพบติ่งเนื้อในสมอง ส่งผลต่อความจำของคุณแม่ จนไม่สามารถจำบทละครได้ ทำให้คุณแม่รู้สึกเสียใจและผิดหวังมาก ประกอบกับคุณแม่ป่วยเป็นโรคเบาหวานมาตั้งแต่อายุ 30 ปี ซึ่งกินยาคุมอาการมาตลอด แต่คุณแม่ก็ไปทำงานตามปกติ แม้ว่าสุขภาพจะไม่เต็มร้อยก็ตาม”

“ด้วยโรคเบาหวานที่คุณแม่เป็น ส่งผลกระทบไปถึงอวัยวะอื่นอย่างหัวใจ และไต ที่ทำงานไม่ปกติด้วย คุณแม่เริ่มไม่ไหว เพราะน้ำตาลในเลือดเริ่มสวิงขึ้น ๆ ลง ๆ จนทรุด คุณแม่จึงต้องกลับมารักษาจริงจัง กระทั่ง 3 เดือนที่ผ่านมา คุณแม่อาการป่วยทรุด น้ำหนักลด จนผอมลงมาก ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ด้วยการล้างไต กระทั่งคุณแม่ไม่ไหวจากไปอย่างสงบ ที่ไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อน” อาร์ต พนิตนาฏ กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก :: ไนน์เอ็นเตอร์เทน 

‘ฮันนี่ ณภัค’ปลื้มสุดชีวิต ! ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเข้าเฝ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811840

'ฮันนี่ ณภัค'ปลื้มสุดชีวิต ! ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเข้าเฝ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ

‘ฮันนี่ ณภัค’ปลื้มสุดชีวิต ! ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเข้าเฝ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.01 น.

วันอังคาร 18 มิถุนายน 256เวลา 09.58 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนบ้านเลยวังไสย์ อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ทรงติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาสขนาดเล็ก 

พร้อมทั้งในพระวโรกาสนี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงโปรดให้ นางสาวณภัค มุทธาเสถียร Mrs. Universe Thailand 2023 นางเอกซีรีส์ธรรมะ นางวิสาขา และพระนางสุเมธา ซึ่งจะมีคิวออกอากาศทางช่อง ททบ.5HD1  ในเดือนกรกฎาคม ที่จะถึงนี้ และ คุณมาธร ธรรมอชิระกุล เข้าเฝ้า นับเป็นพระมหากรุณาธิกุลหาที่สุดไม่ได้ และนับเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุดแก่ครอบครัวและวงศ์ตระกูล โดยนางสาวณภัค เผยว่า

“สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจะมาตรัสกับข้าพเจ้าเสมอทุกครั้งที่ได้เจอ  และครั้งนี้ท่านอวยพรการไปประกวด Mrs.Classic Universe ให้ดีๆ สำเร็จๆ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้และนับเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุดแก่ข้าพระพุทธเจ้าและครอบครัววงค์ตระกูลของข้าพระพุทธเจ้า

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”