‘มานี มานะ The Movie’ เตรียมโลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811833

'มานี มานะ The Movie' เตรียมโลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม

‘มานี มานะ The Movie’ เตรียมโลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.51 น.

ภาพยนตร์เรื่อง “มานี มานะ เดอะมูฟวี่” ถูกสร้างโดย บริษัท อังกอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพิ่ง เบิกฤกษ์บวงสรวง ภาพยนตร์ เรื่อง “มานี มานะ เดอะมูฟวี่” ไปเรียบร้อย ซึ่งดัดแปลงมาจากหนังสือเรียนชื่อดังในยุค90นำแสดงโดย “ริส วิชญพงศ์ เอี่ยมสะอาด” พระเอกเลือดใหม่ จากช่อง7 สี , “สยาโม สยาภา สิงห์ชู” และ “โอ๊ต สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์” นักแสดงจากช่อง7สี โดยมี“นันทพล กมุทวณิช” หรือ (อ้น อังกอร์)  รั้งตำแหน่งผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ และมีผู้ใหญ่ใจดี “ดร. ภานุพงศ์ ศิริ” นายอำเภอ ชัยบาดาล จังหวัด ลพบุรี, “พ.จ.ต.​ ฉลอง​ อ่อนนวน” ตำแหน่ง​ รองศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี รักษาการในตำแหน่ง​ ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี และ “สจ. มยุรี บุญจันทร์” จังหวัด ลพบุรี , “อดิเรก บุญจันทร์” นายกองค์กาาบริหารส่วนตำบล เข้าร่วมพิธี ณ. อนุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์ พร้อมเปิดกล้องถ่ายทำทันที

สำหรับการจัดสร้างภาพยนตร์ เรื่อง “มานีมานะ เดอะมูฟวี่” นี้มีวัตถุประสงค์  เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมด้านการใช้ภาษาไทยในการสื่อสารส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเป็นอีกหนึ่ง Soft  Power ของจังหวัดลพบุรี  โดยจะใช้โลเคชั่น ในจังหวัด ลพบุรี เป็นสถานที่ถ่ายทำหลัก โดยภาพยนตร์เรื่อง “มานี มานะ เดอะมูฟวี่” วางกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ทั่วประเทศ ในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2025 นี้

ครอบครัวแจ้งกำหนดการพิธีไว้อาลัย-พิธีฌาปนกิจ’แม่แอ๊ด โฉมฉาย’ ณ คริสตจักรอภิสุทธิสถาน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811829

ครอบครัวแจ้งกำหนดการพิธีไว้อาลัย-พิธีฌาปนกิจ'แม่แอ๊ด โฉมฉาย' ณ คริสตจักรอภิสุทธิสถาน

ครอบครัวแจ้งกำหนดการพิธีไว้อาลัย-พิธีฌาปนกิจ’แม่แอ๊ด โฉมฉาย’ ณ คริสตจักรอภิสุทธิสถาน

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.46 น.

21 มิถุนายน 2567 วงการบันเทิงเศร้าเมื่อได้สูญเสียบุคคลสำคัญอย่าง นักแสดงอาวุโส แม่แอ๊ด โฉมฉาย ฉัตรวิไล ที่ได้จากไปอย่างสงบในวัย 73 ปี ซึ่งมีคนเข้ามาร่วมแสดงความอาลัยกันอย่างไม่ขาดสาย

ล่าสุดครอบครัวฉัตรวิไล ได้เปิดกำหนดการพิธีไว้อาลัย ตามประเพณีศาสนาคริสต์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่ แม่แอ๊ด โฉมฉาย ฉัตรวิไล ซึ่งพิธีดังกล่าวจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2567 จนถึงวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ณ คริสตจักรอภิสุทธิสถาน มูลนิธิปันรักเปี่ยมสุข จากนั้นในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 เวลา 15.30 น. จึงจะเป็นพิธีฌาปนกิจ ณ วัดพระศรีมหาธาตุ (บางเขน) ในลำดับถัดไป

กำหนดการพิธีไว้อาลัย และพิธีฌาปนกิจ แม่แอ๊ด โฉมฉาย (วัลชุลี) ฉัตรวิไล กลับสู่สวรรค์ ณ คริสตจักรอภิสุทธิสถาน มูลนิธิปันรักเปี่ยมสุข 548 หมู่ 4 ซ.เทศบาลบางปู 39 ถ.แพรกษา ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10280

วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2567

เวลา 19.00 น. พิธีไว้อาลัย

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2567

เวลา 19.00 น. พิธีไว้อาลัย

วันอังคารที่ 25 มิถุนายน 2567

เวลา 19.00 น. พิธีไว้อาลัย

วันพุธที่ 26 มิถุนายน 2567

เวลา 15.00 น. ร่างถึง วัดพระศรีมหาธาตุ (บางเขน)

เวลา 15.30 น. เวียนเมรุ

เวลา 15.45 น. เริ่มพิธีการ

เวลา 16.00 น. พิธีฌาปนกิจ

พิธีไว้อาลัยวันที่ 23 – 25 มิถุนายน 2567 พิธีฌาปนกิจ 26 มิถุนายน 2567

หมายเหตุ : พิธีไว้อาลัยขอความร่วมมือสวมใส่ชุดสีขาว / ชุดสุภาพ หมายเหตุ : พิธีฌาปนกิจขอความร่วมมือสวมใส่ชุดสีดำ

สุดเศร้า! นักพากย์ระดับตำนาน ‘อาดำ ศุภสรณ์’ เสียชีวิตแล้ว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811806

สุดเศร้า! นักพากย์ระดับตำนาน 'อาดำ ศุภสรณ์' เสียชีวิตแล้ว

สุดเศร้า! นักพากย์ระดับตำนาน ‘อาดำ ศุภสรณ์’ เสียชีวิตแล้ว

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 11.38 น.

วันที่ 21 มิถุนายน 2567 ทีมพากย์อินทรี โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งข่าวเศร้าพร้อมทั้งแสดงความอาลัยการจากไปของ นักพากย์ในตำนานที่คุ้นเสียงกันเป็นอย่างดีว่า ““อาดำ ศุภสรณ์ ” ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน ร่วมสั่งสอน ร่วมสร้างทีม กับเรามายาวนาน เป็นอีกบุคคลผู้ทรงคุณค่าของทีมพากย์อินทรี และ ทีมพากย์เสียงไทย

จนวันนี้ อาดำได้จากเราไป  ขอให้คุณงามความดีของอา น้ำเสียงอันทรงคุณค่าและเปี่ยมเอกลักษณ์ หาใครเหมือนนี้  จงได้ตราตรึง ตลอดไป  ด้วยรัก คิดถึง ขอบคุณ และ อาลัยยิ่ง

– อาดำ ป่วยด้วยโรคประจำตัว ติดเชื้อในกระแสเลือด และ โควิด  

– อาดำ เป็นนักพากย์ที่ลายมือสวยมาก  อามักจะเขียนชื่อ และ นามสกุล ตัวเองที่บทพากย์เสมอ จนเป็นเอกลักษณ์

คนรักหนังพากย์ไทย เผยผลงานที่ฝากไว้

Max – Ben 10 (Cartoon Network)

Théoden (Bernard Hill) – The Lord of the Rings : The Two Towers / The Return of the King (2002 / 2003)

Eddie Scrap-Iron Dupris (Morgan Freeman) – Million Dollar Baby (2004)

Toll Road (Randy Couture) – The Expendables 2-3 (2012-2014)

Robert Baratheon (Mark Addy) – Game of Thrones (Catalyst)

Ratchet – Transformers 1-4 (2007-2014)

ชางหยู – Mulan (1998)

Slinky Dog – Toy Story 2-3 (1999-2010)

Gill – Finding Nemo (2003)

กมว.อนุมัติออกและต่ออายุตั๋วครูกว่า 7 หมื่นราย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811956

กมว.อนุมัติออกและต่ออายุตั๋วครูกว่า 7 หมื่นราย

กมว.อนุมัติออกและต่ออายุตั๋วครูกว่า 7 หมื่นราย

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 19.10 น.

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567 รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ครั้งที่ 5/2567 โดยมี ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็น ร่างข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. …. ตามที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเสนอ ในประเด็นปรับแก้ไข ประกอบด้วย 1) การกำหนดนิยามศัพท์เพิ่มเติม คำว่า เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับแก้ไขประสบการณ์ของมาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาและศึกษานิเทศก์  2) การปรับแก้ไขนิยามศัพท์ “ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา” และ 3) การปรับแก้ไขมาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์
 ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการส่งเสริม ยกย่องและพัฒนาวิชาชีพไปสู่ความเป็นเลิศ ในสาขาต่างๆ พ.ศ. ….

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบการอนุมัติออกและต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาโดยเลขาธิการคุรุสภา ให้แก่ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตและขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาตรวจสอบแล้วมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้

– ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 25,171 ราย , ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จำนวน 24,646 ราย , ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 440 ราย , ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา จำนวน 47 ราย , ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ จำนวน 38 ราย

– ต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 13,099 ราย , ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จำนวน 12,086 ราย , ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 860 ราย , ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา จำนวน 57 ราย , ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ จำนวน 96 ราย

เร่ง ก.ค.ศ.กำหนดตำแหน่งลงโครงสร้างใหม่ สกร.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811950

เร่ง ก.ค.ศ.กำหนดตำแหน่งลงโครงสร้างใหม่ สกร.

เร่ง ก.ค.ศ.กำหนดตำแหน่งลงโครงสร้างใหม่ สกร.

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 19.01 น.

“ธนากร” เผย“รมว.เพิ่มพูน”ห่วงความรู้สึกบุคลากร กศน.เดิม หลังเห็นโครงสร้างใหม่ สกร. มั่นใจขับเคลื่อนงานได้ดี เร่งประสาน ก.ค.ศ.กำหนดมาตรฐานตำแหน่งบุคลากรในพื้นที่

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (อธิบดี สกร.) เปิดเผยว่า ตามที่ สำนักงานพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ได้มีหนังสือด่วนที่สุดแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เรื่องการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มาแล้ว โดยโครงสร้างใหม่ สกร. มีจำนวน 7 กอง 2 กลุ่มงาน ได้แก่ สำนักงานเลขานุการกรม, กองบริหารทรัพยากรบุคคล, กองมาตรฐานและส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิ, กองยุทธศาสตร์และแผนงาน, กองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้, ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้, ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์, กลุ่มตรวจสอบภายใน และกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไขให้ สกร.ยุบเลิกและโอนถ่ายภารกิจศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ให้หน่วยงานรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ส่วนราชการเข้ามาดำเนินการแทนภายใน 3 ปี นั้น พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นห่วงความรู้สึกของบุคลากรของ สกร. หรือ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เดิม ซึ่งตนขอชี้แจงว่า รมว.ศธ. พิจารณาเสนอโครงสร้างโดยดำเนินการอย่างเต็มที่แล้ว แต่การเปลี่ยนโครงสร้างของกรม ขึ้นอยู่กับคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ (อ.ก.พ.ร.) และ กรรมการ ก.พ.ร. ซึ่งโครงสร้างที่ออกมาอาจจะไม่ถูกใจบ้าง แต่ต้องเข้าใจว่าโครงสร้างองค์กรสมัยใหม่ ขนาดองค์กรจะมีความกระชับ ลดความซ้ำซ้อน โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนผู้รับบริการ ซึ่งตนมั่นใจว่าเราสามารถขับเคลื่อนงานได้ ส่วนการจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านองค์กร (OD Transition plan ) ระยะ 5 ปี และเสนอ ก.พ.ร. พิจารณาให้ความเห็นชอบภายใน 6 เดือนนับจากกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการมีผลใช้บังคับนั้น แผนการเปลี่ยนผ่านองค์กร ถือเป็นหน้าที่ของกรมใหม่ ที่ต้องดำเนินการและทำรายงาน ก.พ.ร. ถือเป็นงานปกติ ไม่ใช่ภาระงานที่เพิ่มขึ้น

อธิบดี สกร.กล่าวต่อไปว่า หลังจากนี้ สกร.จะนำหนังสือแจ้งมติ ก.พ.ร.ดังกล่าว ไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) เพื่อเสนอคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พิจารณากำหนดสถานะหน่วยงานการศึกษาและสถานศึกษาสังกัด สกร. รวมถึงกำหนดมาตรฐานตำแหน่ง ผู้บริหารการศึกษา และกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยจะเร่งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่ง รมว.ศธ.ก็เป็นห่วงและต้องการให้การทำงานขับเคลื่อนไปได้ โดยเฉพาะการขาดแคลนบุคลากร ซึ่งปัจจุบัน สกร. มีตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด และผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ว่างอยู่เป็นจำนวนมากต้องรีบขับเคลื่อนต่อโดยเร็ว.

ศธ.ห่วงโควิด-19 ระบาดซ้ำ กำชับโรงเรียนเฝ้าระวังดูแลสุขภาพอนามัยนักเรียน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811917

ศธ.ห่วงโควิด-19 ระบาดซ้ำ กำชับโรงเรียนเฝ้าระวังดูแลสุขภาพอนามัยนักเรียน

ศธ.ห่วงโควิด-19 ระบาดซ้ำ กำชับโรงเรียนเฝ้าระวังดูแลสุขภาพอนามัยนักเรียน

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.24 น.

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567 นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ข้อมูลล่าสุดของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และโรคไข้หวัดใหญ่ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนต่อเนื่องทั้งในโรงเรียน เรือนจำ ค่ายทหาร วัด และโรงงาน ระหว่างวันที่ 9-15 มิ.ย.2567 มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จำนวน 2,881 ราย เฉลี่ยวันละ 412 ราย ซึ่ง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) มีความเป็นห่วงสุขภาพอนามัยของนักเรียน ได้เน้นย้ำให้สถานศึกษาติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวัง และดูแลเรื่องสุขภาพอนามัยของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง

รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ซึ่งที่ผ่านมา ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ได้ทำหนังสือแจ้งเวียนและมีข้อเน้นย้ำไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ทั่วประเทศ เรื่องมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสถานศึกษา โดยให้ยึดแนวทางปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเดิม คือ ตรวจคัดกรองเด็กและบุคลากร ก่อนเข้าเรียนทุกเช้า แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ เว้นระยะห่างสวมหน้ากากอนามัย หมั่นทำความสะอาด และจัดจุดบริการให้มีการล้างมือ สบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์  พร้อมจัดทำแผนเผชิญเหตุป้องกันความเสี่ยง ซึ่งเรื่องที่ต้องระวังมากที่สุด คือ การกลับมาระบาดอีกครั้งของ โควิด-19 หากในพื้นที่ใดมีการระบาดค่อนข้างรุนแรง ก็ให้ขอความร่วมมือกระทรวงสาธารณสุข หรือจังหวัด และปิดการเรียนก่อน โดยสามารถจัดการเรียนการสอนเรียนในรูปแบบอื่น หรือให้เรียนออนไลน์ ออนดีมานด์ ออนแอร์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่สถานศึกษาเคยดำเนินการในช่วงโรคโควิด-19 แพร่ระบาดหนัก ทั้งนี้ ตนขอเน้นย้ำให้โรงเรียนสร้างความตระหนักรู้ และสร้างทักษะ การเฝ้าระวัง ดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของตนเองให้แก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อไม่ประมาท มีการป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ เป็นพาหะ และเจ็บป่วยได้

“สุภาพอามัยของนักเรียน เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่สถานศึกษาต้องดูแล ซึ่งไม่เฉพาะการป้องกันโรคโควิด-19 หรือโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจที่แพร่ระบาดในปัจจุบันเท่านั้น สถานศึกษาต้องติดตามข้อมูลข่าวสารสถานการณ์โรคอุบัติใหม่อื่นๆที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันได้ทันท่วงที  ขณะเดียวกันต้องกำหนดเป้าหมายในการส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพอนามัยทั้งด้านน้ำหนักและส่วนสูงของนักเรียน ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด, ส่งเสริมให้นักเรียนได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและหลักการบริโภคที่เหมาะสม, ให้เด็กได้ออกกำลังกายและเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ, โรงเรียนกับผู้ปกครองนักเรียน ควรมีการทำข้อตกลงร่วมกันในการป้องกัน บำบัดและดูแลรักษา ระหว่างที่นักเรียนอยู่ที่โรงเรียนเป็นหน้าที่ของครู และเมื่อนักเรียนกลับไปที่บ้านก็จะเป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง ตลอดจนร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล  ชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่น หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในการเฝ้าระวังดูแลสุขภาพอนามัยสุขภาพอนามัยเด็กอย่างต่อเนื่อง” นายธีร์ กล่าว

วธ.ซ่อมแซมเรือพระที่นั่งงดงามสมพระเกียรติ เตรียมแผนรองรับการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ฯเรือ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811826

วธ.ซ่อมแซมเรือพระที่นั่งงดงามสมพระเกียรติ  เตรียมแผนรองรับการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ฯเรือ

วธ.ซ่อมแซมเรือพระที่นั่งงดงามสมพระเกียรติ เตรียมแผนรองรับการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ฯเรือ

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.41 น.

‘รมว.วธ.’ ตรวจเยี่ยมการซ่อมแซมและตกแต่งเรือพระราชพิธี พร้อมเตรียมแผนรองรับการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ฯเรือพระราชพิธี

วันที่ 21 มิถุนายน 2567 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) ตรวจเยี่ยมการซ่อมแซมและตกแต่งเรือพระราชพิธี และเยี่ยมชมการฝึกซ้อมฝีพาย ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี และ แผนกเรือราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ กองทัพเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พลเรือตรี ฉัตรชัย ศุกระศร เสนาธิการกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ผู้แทนเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ กองทัพเรือ พลเรือตรี สมบัติ จูถนอม เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ กองทัพเรือ พลเรือตรี ไพฑูรย์ ปัญญสิน ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี (คตร.) พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร ให้การต้อนรับ

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินพุทธศักราช 2567 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ได้แก่ การอนุรักษ์ ซ่อมแซมเรือพระราชพิธี และอาภรณ์ภัณฑ์เครื่องประกอบ จำนวน 52 ลำ โดยกรมศิลปากร ได้มอบหมายให้กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และสำนักช่างสิบหมู่ ดำเนินการอนุรักษ์เรือพระราชพิธี ซึ่งมีสถานะเป็นโบราณวัตถุ และการประดับตกแต่งเรือพระราชพิธี ด้วยการลงรัก ปิดทองประดับกระจกตามแบบศิลปะไทยโบราณ รวมทั้งการซ่อมแซม และจัดสร้างอาภรณ์ภัณฑ์เครื่องประกอบเรือพระราชพิธี โดยได้รับจัดสรรงบกลางจากรัฐบาล เพื่ออนุรักษ์และตกแต่งเรือพระราชพิธี จำนวน 52 ลำ เป็นเงินทั้งสิ้น 47,301,800 บาท ซึ่งกรมศิลปากรยึดหลักการในการอนุรักษ์เรือพระราชพิธี ให้มีความปลอดภัย พร้อมใช้งาน คงความเป็นของแท้ดั้งเดิม งดงามตามแบบฝีมือช่างไทยโบราณ สมพระเกียรติ และยังเป็นการสืบสานประเพณีการจัดขบวนเรือพระราชพิธี ซึ่งปัจจุบันมีเพียงประเทศไทยประเทศเดียวในโลก ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมตระหนักถึงความสำคัญของภารกิจดังกล่าว จึงทุ่มเทแรงกาย แรงใจ เพื่อให้การปฏิบัติงานดังกล่าวลุล่วงด้วยความสมบูรณ์พร้อม ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันหาที่สุดมิได้

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวต่อว่า จากการที่นายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) เดินทางมาตรวจเยี่ยมเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้กล่าวว่าพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เป็นพระราชพิธีสำคัญ ที่ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติต่างรอคอยที่จะเฝ้าชม ถือเป็นความภาคภูมิใจของพสกนิกรชาวไทย และความภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมของชาติที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น จนเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลก จึงควรเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับผู้ที่จะเข้าชมความงามของเรือพระราชพิธี ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภายหลังพระราชพิธีฯ ด้วย ซึ่งเรือพระราชพิธีที่จัดแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี จำนวน 8 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือรูปสัตว์ 4 ลำ ได้แก่ เรือเอกไชยเหิรหาว เรืออสุรวายุภักษ์ เรือครุฑเหิรเห็จ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร 

นับเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรือพระราชพิธีแห่งเดียวของโลก จึงได้รับนโยบายดังกล่าว และมอบให้กรมศิลปากรจัดทำแผนการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการเรื่องเรือพระราชพิธี และการจัดกระบวนเรือ ในเว็บไซต์พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง (Virtual Museum) ของกรมศิลปากร และสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ  รวมทั้งการนำเอาความสำเร็จของการจัดกิจกรรมชมพิพิธภัณฑ์ยามราตรี (Night Museum) มาประยุกต์ใช้กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี      

โดยจะเริ่มดำเนินการปรับปรุงการจัดแสดงเรือพระราชพิธี ทั้ง 8 ลำ ในเดือนตุลาคม 2567 ด้วยการติดตั้งไฟจัดแสดงเพิ่มเติม เพื่อเน้นความงามของเรือพระราชพิธี ให้สอดรับกับบรรยากาศยามค่ำคืนริมคลองบางกอกน้อย อันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ โดยให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการจัดแสดง แสง สี สำหรับการจัดแสดง และการจัดบรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์ออกแบบเป็นพิเศษ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2567 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้นักท่องเที่ยว และเป็นการสนับสนุนนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ และเดินทางเข้าชมทางเรือ คาดว่าการปรับปรุงและพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ครั้งนี้ จะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ พร้อมทั้งจะเพิ่มเวลาเข้าชมจาก 16.00 น. เป็น 20.00 น. โดยจะร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตามบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรี ต่อไป
 

‘เพิ่มพูน’ ย้ำปปฏิวัติการศึกษา วอนงประชาชน ภาครัฐ-ภาคเอกชนร่วมด้วยช่วยกัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811825

‘เพิ่มพูน’ ย้ำปปฏิวัติการศึกษา วอนงประชาชน ภาครัฐ-ภาคเอกชนร่วมด้วยช่วยกัน

‘เพิ่มพูน’ ย้ำปปฏิวัติการศึกษา วอนงประชาชน ภาครัฐ-ภาคเอกชนร่วมด้วยช่วยกัน

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.32 น.

‘เพิ่มพูน’ ย้ำ โปรดฟังอีกครั้ง!!  “ปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ” วอนสมาชิกผู้ทรงเกียรติพี่น้องประชาชน ภาครัฐ-ภาคเอกชนร่วมด้วยช่วยกัน

วันที่ 21 มิถุนายน 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ชี้แจงคำของบประมาณฯ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (วาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ) ณ ห้องประชุมสุริยัน สัปปายะสภาสถาน

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (วาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ) ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ฝั่ง คือ การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต ซึ่งเป้าหมายหลักในการจะมีความสุขได้ก็คือการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงลดภาระของนักเรียนและผู้ปกครอง ทั้งนี้ จากนโยบายที่ได้เคยแถลงไปและดำเนินการไปแล้ว ศธ. ยังมีการดำเนินการนโยบายเพิ่มเติมที่น่าสนใจ เช่น การยกเลิกครูเวร การจัดจ้างนักการภารโรง การปรับลดภาระงานที่ไม่จำเป็นหรือซ้ำซ้อน ดำเนินการจ้างครูผู้ช่วยเป็นกรณีพิเศษ  เป็นต้น  ส่วนทางด้านนักเรียน ศธ.ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งได้รับมติเห็นชอบในการจัดหาอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนขยายโอกาส  รวมทั้งเห็นชอบและอนุมัติเรื่องศูนย์การเรียนสำหรับเด็กในโรงพยาบาล  โดย ศธ.ได้จัดทำคำของบประมาณมาในร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี พ.ศ.2568 นี้ด้วยเช่นกัน 

ขณะที่ในส่วนของ ศธ.ได้ขับเคลื่อนโครงการ “สุขาดีมีความสุข” โดยเบื้องต้นได้ดำเนินการสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็กไปก่อน รวมทั้งดำเนินแนวทางนโยบายการยกเว้นหรือผ่อนผันการแต่งเครื่องแบบนักเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำไปพลางก่อน โดยในคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2568 จะมีการจัดทำเรื่องงบอุดหนุนที่จำเป็นในเรื่องของเครื่องแบบ ให้เป็นไปตามอัตรามติของ ครม. คือ อัตราร้อยละ 2 ร้อยละ 4 และปีนี้เป็นอัตราที่ร้อยละ 16 ก็จะมาขึ้นอยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2568 

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ความท้าทายสำคัญของการศึกษา ที่เราทำอยู่คือเรื่องการศึกษาของเด็กปฐมวัย  ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการขับเคลื่อน ซึ่งมีการปรับรูปแบบให้หน่วยงานที่ขับเคลื่อนหลักเป็น ศธ.  โดยให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นเลขาคณะทำงานในการขับเคลื่อนทุกจังหวัด ดังนั้น งบประมาณจึงต้องมาอยู่ใน ศธ. ด้วย

สำหรับเรื่องเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษาและกลุ่มเด็กเปราะบาง ทำอย่างไรให้การศึกษาไร้รอยต่อ โดย ศธ.จะทำงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อสแกนหาเด็กกลุ่มต่าง ๆที่หลุดจากระบบไป นำเขากลับเข้ามาในระบบการศึกษาให้ได้ 

ขณะที่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นั้น ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล โรงเรียนที่ผู้ปกครองนักเรียนมีฐานะยากจน เราจำเป็นต้องมาหาวิธีลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งกลไกหลักที่จะมาตอบรับ คือ การศึกษา Anywhere Anytime และการสอบเทียบต่าง ๆ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณ โดยมีในคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2568 แล้วส่วนหนึ่ง 

นอกจากนี้ยังมีความท้าทายด้านกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเข้ามามีบทบาทของระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะมีส่วนช่วยในการดำเนินการศึกษา โดย ศธ.พยายามที่จะพัฒนาครูให้มีคุณภาพในการจัดการเรียนการสอน นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน และเป็นส่วนหนึ่งของการขอประเมินวิทยฐานะ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ครูได้มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ  ตอบโจทย์การพัฒนาผู้เรียนที่เปลี่ยนแปลงไปให้ก้าวทันโลก ตลอดจนการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV ซึ่งหากชำรุดก็จำเป็นจะต้องมีการซ่อมแซมบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ และด้วยความจำกัดด้านงบประมาณ แต่เมื่อพิจารณาความจำเป็นแล้ว ศธ.จะพยายามบริหารงบประมาณอย่างจำกัดในการทำงานให้ได้ดีที่สุด

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ภาพรวมงบประมาณของ ศธ. ย้อนหลัง 6 ปี (2563-2568) เห็นได้ว่าปี 2563 งบประมาณจะได้สูง จากนั้นแนวโน้มต่ำลงมาเรื่อย ๆจนกระทั่ง ปี 2567 จึงได้รับการพิจารณางบประมาณสูงขึ้น และในคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 รัฐบาลก็ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา มีการปรับงบประมาณเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม หากเทียบจากปี 2568 กับปี 2563 ยังคงลดลงคิดเป็นร้อยละ 6.11 ขณะที่โครงสร้างงบประมาณปี 2568 ศธ.ได้รับจำนวน 340,584. ล้านบาท มีงบในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเพียง 11.14% จากที่ได้รับการจัดสรร

“ศธ.อยากขอความกรุณาให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ลงความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และขอฝากผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องทางการศึกษาทุกท่าน ว่า ปัญหาการศึกษาของประเทศไทยไม่ใช่เรื่องเฉพาะของ ศธ. แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่จะต้องร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาและปรับเปลี่ยนการศึกษา ให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆและกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งคงไม่สามารถทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้ หรือเพียงแค่ปฏิรูปการศึกษา แต่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเร่งด่วน จึงขอเชิญชวนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ พี่น้องประชาชน ภาครัฐและภาคเอกชน มาช่วยกันปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ และโปรดฟังอีกครั้ง ‘ปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ’” รมว.ศธ. กล่าว

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2794990

MTL จับมือกับ LH Bank  เปิดตัวบัญชีเงินฝากออมทรัพย์คุ้มครองโรคร้าย  "LHB Health Care Savings"

22 มิ.ย. 2567 04:55 น.

MTL จับมือกับ LH Bank เปิดตัวบัญชีเงินฝากออมทรัพย์คุ้มครองโรคร้าย “LHB Health Care Savings”

MTL จับมือกับ LH Bank เปิดตัว “LHB Health Care Savings” บัญชีเงินฝากออมทรัพย์คุ้มครองโรคร้าย เปิดขั้นต่ำ 100,000 บาท วงเงินคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยมี ดร.สุธี โมกขะเวส และ ไพฑูรย์ ไกรอมร มาร่วมงานด้วย ที่เมืองไทยประกันชีวิต สนง.ใหญ่ วันก่อน.

ถ้าคานเอนก็จะทำให้เสาเอียงตามไปด้วย หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2567

● “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…ในห้วงการประชุม สภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ พิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท โดย ชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2568 ว่า น่าผิดหวังถึงขั้นหมดหวัง ดูเหมือนมียุทธศาสตร์แต่ไม่มียุทธศาสตร์ รายจ่ายการลงทุนจำนวนมากไม่มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ไปยึดโยงกับเครือข่ายการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ที่มีส่วนผลักดันให้รัฐบาลเข้าสู่อำนาจ แต่ละกระทรวงไร้ทิศทาง เสนอโครงการเดิมๆ ที่ใหม่มีแค่เรื่องเดียว นั่นคือผลักดันในระดับดันทุรัง เพื่อทำ โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ให้สำเร็จ แบบที่เรียกว่าเจ๊งไม่ว่าแต่เสียหน้าไม่ได้ โดย พรรคแกนนำรัฐบาล โหมโฆษณาว่าจะ เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจ แต่แนวคิดกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้ถือเป็นการจัดงบฯที่มักง่ายที่สุด สุ่มเสี่ยงที่สุด โดยเอาอนาคตของคนไทยทุกคนและของประเทศมาเป็นเดิมพัน

บำเพ็ญกุศล-พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ อดีต ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธีทำบุญครบรอบ 50 วัน ดร.สุณี ศรีอรทัยกุล ภรรยา ดร.พรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล โดยมี พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์, พล.อ.ประพาฬ นิลวงศ์ และ พล.อ.อ.บุญช่วย สุภรสุข มาร่วมในพิธีด้วย ที่รอยัลเจมส์ ศาลายา วันก่อน.

● ขณะที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาระบุถึงการอภิปรายของ แกนนำพรรคก้าวไกล ที่พุ่งเป้าอภิปรายโจมตี โครงการดิจิทัลวอลเล็ต แจกเงิน 1 หมื่นบาท แก่ประชาชนว่า ได้ชี้แจงครบแล้วเรื่อง ดิจิทัลวอลเล็ต แต่คิดว่าเป็นข้อกังขามากกว่าว่าจะช่วยเศรษฐกิจ ตรงนี้ถือเป็นเงินใหม่เข้าไปในระบบประมาณ 5 แสนล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ ระดับภูมิภาค เพราะจำกัดใช้ในพื้นที่ตามบัตรประชาชน ระยะเวลา 6 เดือน และหากทราบวันที่แน่นอนที่จะออกมาเชื่อว่า ภาคอุตสาหกรรม และ เอสเอ็มอีทั้งหลาย จะเร่งการผลิตเพื่อรองรับกำลังซื้อตรงนี้ก็จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนที่มองว่าเงินงบประมาณก้อนโตตรงนี้จะเป็นภาระของ รัฐบาล ในอนาคตโดยเฉพาะหลังปี 2570 นั้น เราต้องบาลานซ์ ระยะสั้น ระยะกลาง และ ระยะยาว ด้วย การที่กระตุ้น เศรษฐกิจระยะสั้น ไปก่อนที่ นโยบายอื่นๆ จะเริ่มออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น การลงทุนจากบริษัทข้ามชาติ ที่จะเข้ามา และ มีการจ้างงาน สร้างการผลิต ด้วยการยกระดับอุตสาหกรรมไทยขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ระหว่างนั้นเมื่อ เงินดิจิทัลวอลเล็ต มาช่วยแล้ว บวกกับการลงทุนจาก ต่างประเทศ จะทำให้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี โตขึ้นก็จะทำให้การใช้หนี้เกิดขึ้นได้

แก้ปัญหา-รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ จัดประชุมเรื่องการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของคนและสัตว์ กรณีศึกษาลิงลพบุรีและกรณีเพลิงไหม้ตลาดขายสัตว์ในตลาดนัดจตุจักร โดยมี รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร และ เจษฎา อนุจารี มาร่วมประชุมด้วย ที่โรงแรมแคนทารี เฮาส์ วันก่อน.

● แน่นอน ฝ่ายรัฐบาล กับ ฝ่ายค้าน ต่างมองกันคนละมุม แต่เมื่อ รัฐบาล เป็น ฝ่ายกำหนดนโยบาย และมีหน้าที่ บริหารงบประมาณแผ่นดิน เพื่อแก้ปัญหา เศรษฐกิจ ของประเทศ ก็ต้องเดินหน้าต่อไปตามที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน ที่สำคัญ ผู้นำรัฐบาล จะต้องรับผิดชอบ ผลลัพธ์ จากการดำเนินนโยบายหากเกิด ความผิดพลาดเสียหายด้วย เข้าใจตรงกันนะ

มีฝีมือ-ศ.ดร.สาคร สุขศรีวงศ์ เปิดงาน “ซีไอดีไอ อาร์ต ธีสิส โชว์เคส 2024” แฟชั่นโชว์ศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาสาขาออกแบบและตกแต่งภายใน สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์โดยมี เถกิง ออศิริชัยเวทย์ และ สิทธิพัฒน์ ธนสารสิน มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มควอเทียร์ วันก่อน.

● อืม ปัญหาความขัดแย้งของ 2 บิ๊กตำรวจ ผ่านมา 4 เดือน เพิ่งมีคำตอบออกมาอีกระดับหนึ่ง เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา วิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลสอบของ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีเกี่ยวกับความขัดแย้งในเรื่องคดีของบุคลากรภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มี ฉัตรชัย พรหมเลิศ เป็นประธาน ว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ตั้งอนุกรรมการหลายชุด ช่วง 4 เดือน สอบพยานไป 50 กว่าคน มีคู่กรณี คือ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. รวมอยู่ด้วย โดยผลสอบสรุปว่า 1.มีความขัดแย้งและความไม่เรียบร้อยใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จริง ทั้งในระดับสูง กลาง เล็ก ทุกระดับ จนเกิดเป็นคดีความร้องเรียนกัน

2.เรื่องที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะเกี่ยวพันกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รวมทั้งทีมงาน มีคดีสำคัญที่เกี่ยวพัน เช่น คดีเป้รักผู้การ 140 ล้านบาท, คดีกำนันนก, คดีมินนี่, คดีพนันออนไลน์บีเอ็นเค และ คดีย่อยๆอีกสิบคดี

บินสบาย-พิชัย จิราธิวัฒน์ และ กรกฏ ชาตะสิงห์ เปิดแคมเปญ “A Journey Of Seamless Delights” ต้อนรับเส้นทางกรุงเทพ-มิลานและกรุงเทพ-ออสโล ของการบินไทยด้วยของขวัญของที่ระลึกสุดพิเศษให้ผู้โดยสาร โดยมี ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี วันก่อน.

3.เมื่อเป็นเช่นนี้ต้องดำเนินการส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ บางเรื่องส่งให้หน่วยงาน กระบวนการยุติธรรม ทั้ง ตำรวจ อัยการ ศาล

4.บางเรื่องเกี่ยวกับหน่วยงานนอกกระบวนการยุติธรรม คือ องค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. ปปง. ดีเอสไอ โดยคดีต่างๆ มีเจ้าภาพรับผิดชอบแล้ว

5.กรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ถูกสั่งให้มาช่วยราชการที่ สำนักนายกรัฐมนตรี แต่ได้รับคำสั่งให้กลับไปปฏิบัติราชการที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ตามมาด้วยคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ส่วนกรณี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ที่ยังไม่ได้กลับไป เมื่อแต่ละเรื่องมีเจ้าภาพรับผิดชอบแล้วจึงสมควรส่ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กลับไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งเดิม คือ ผบ.ตร. สำหรับเรื่อง คดี ให้ดำเนินการ ตามสายงาน หรือจะมีการตั้ง คณะกรรมการสอบวินัยเพิ่มเติม หรือไม่ให้เป็นเรื่อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย นายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้ออกคำสั่งให้กลับไปดำรงตำแหน่งเดิม ส่วนการดำเนินการอย่างอื่นให้ผบ.ตร. และ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไปดำเนินการจะต้อง สอบวินัยใครเพิ่มเติมหรือไม่

สนับสนุน-กฤษณ์ จันทโนทก และ อุทัย อุทัยแสงสุข แถลงข่าวความร่วมมือธนาคารไทยพาณิชย์สนับสนุนทางการเงินแก่แสนสิริจำนวน 15,200 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใน 3 พื้นที่ โดยมี ธนพจน์ ภาคสุวรรณ และ วิชาญ วิริยะภูษิต มาร่วมงานด้วย ที่สิริแคมปัส อ่อนนุช วันก่อน.

● สรุปก็ไม่ต่างจากที่เคยมีคำสั่งส่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กลับไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งกรรมการสอบวินัยและมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน แต่สำหรับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ จะยึดแนวทางเดียวกันรึเปล่า หรือจะอยู่จนถึงเกษียณเดือน ก.ย.นี้ ต้องตามลุ้นคำตอบกันต่อไป จบข่าว

● สังคมทั่วไป…อนุชา นาคาศัย อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานฉลองมงคลสมรส ธนาพร ดำรงพิริยกุล ลูกสาว สุวิทย์–เพ็ญจันทร์ ดำรงพิริยกุล กับ นิติพงศ์ เสริมสุข ลูกชาย จัตุรงค์–นิภาภัทร เสริมสุข ที่อายัท อบาโลน คอนเวนชั่น ฮอลล์ ตึกไทยซีซี ทาวเวอร์ ชั้น 12 วันที่ 22 มิ.ย. 09.09 น. 

ตามไปกิน-ภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ จัดเทศกาลอาหาร “Gourmet Foodie Fest 2024” รวบรวม40 ร้านจากเชฟดังและร้านยอดฮิตในโซเชียลมาให้เลือกช็อป ชิม จัดถึง 23 มิ.ย. โดยมี ดวงกมล เวปุลละ วาเกนเซ่น และ เสาวณีย์ พิพัฒน์เจริญกิจ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

● พระราชทานเพลิงศพ ธนิศร์ วงศ์ปิยะสถิตย์ อดีตหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย วัดมกุฏกษัตริยาราม 22 มิ.ย. 16.00 น. 

● ศพ ทองใส ทองแกมแก้ว มารดา พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ตั้งสวดวัดหว่านบุญ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 19.30 น. ถึง 22 มิ.ย. ฌาปนกิจ 23 มิ.ย. 16.00 น. 

“ธนูเทพ”

“รบเดือด” พม่ารุกหนักยึดคืน “ลอยกอว์” กะเหรี่ยงตลบหลังประชิด “เนปิดอว์”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/north/2795272

"รบเดือด" พม่ารุกหนักยึดคืน "ลอยกอว์" กะเหรี่ยงตลบหลังประชิด "เนปิดอว์"

22 มิ.ย. 2567 14:17 น.

“รบเดือด” พม่ารุกหนักยึดคืน “ลอยกอว์” กะเหรี่ยงตลบหลังประชิด “เนปิดอว์”

“ทัพพม่า” ฝ่าแนวป้องกัน “ทหารกะเหรี่ยง” ยึดเมือง “ลอยกอว์” คืนได้สำเร็จ  โดนฝ่ายชาติพันธุ์ตลบหลัง สนธิกำลังหลายกลุ่มเคลื่อนพลประชิดเมืองหลวง “เนปิดอว์” พุ่งเป้าโจมตีหนัก ขณะที่แนวรบ “ค่ายผาซอง” ยังเดือด ทหารกะเหรี่ยงถอยร่น อ้างโดนพิษอาวุธเคมีพม่า

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย 67 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ทางการรบกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง เปิดเผยว่า ตลอดระยะ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทหารเมียนมาจากหลายหน่วยรวมกว่า 500 นาย ได้บุกโจมตีกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์กะเหรี่ยง จนสามารถฝ่าแนวป้องกันเข้าถึงกลางเมืองลอยกอว์ เมืองหลวงรัฐคะเรนนี และสามารถยึดคืนเมืองลอยกอว์ได้ โดยกองกำลังกลุ่มติดอาวุธกะเหรี่ยง KNDF, KA, และ PDF ยอมถอนกำลังออกจากเมืองลอยกอว์ หลังตรึงกำลังมานานกว่า 2 เดือน เนื่องจากเกรงว่าราษฎรที่อาศัยอยู่ในเมือง จะได้รับผลกระทบจากการสู้รบกับทหารเมียนมา โดยได้หันไปทำการบล็อกเส้นทางในพื้นที่เมืองดีมอร์โซ และทำการก่อกวนการส่งกำลังบำรุงของทหารเมียนมา ที่บริเวณเมืองโมเบียแทน

นอกจากนี้หลังจากกองทัพเมียนมาเคลื่อนพลจำนวนมาก เพื่อบุกยึดคืนเมืองลอยกอว์ เมืองหลวงรัฐคะเรนนี จนได้สำเร็จ ทางกองกำลังกลุ่มติดอาวุธกะเหรี่ยงคาเรนนีแก้เกมตลบหลัง โดยการสนธิกำลังกลุ่มชาติพันธุ์จากหลายฝ่าย เคลื่อนกำลังมุ่งหน้าเข้าประชิดเมืองเนปิดอว์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเมียนมา พุ่งเป้าโจมตีเมืองหลวงเนปิดอว์ครั้งใหญ่ โดยใช้โดรนรุ่นใหม่ระยะไกล ที่ได้สั่งซื้อเข้ามาหลังจากการเปิดรับบริจาคผ่านทางสื่อโซเชียล เข้าปฏิบัติการในการโจมตีเมืองหลวงเนปิดอว์ครั้งนี้ด้วย

ขณะเดียวกันกองกำลังกะเหรี่ยงคาเรนนี KA และกองกำลังป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยงแดง KNDF อีกฝ่ายได้ทำการบุกโจมตีทหารเมียนมา ที่ค่ายผาซอง อ.แม่แจ๊ะ จ.บ่อลาแคะ เพื่อยึดค่ายดังกล่าวที่มีทหารเมียนมาจากกองพันทหารราบที่ 134, 135, และกองพันเคลื่อนที่เร็ว 531 ประจำการจำนวนหลายร้อยนาย ซึ่งในการสู้รบกับทหารเมียนมาที่ค่ายผาซอง ทางกองกำลังกลุ่มติดอาวุธกะเหรี่ยงระบุว่า มีกำลังพลกลุ่มกะเหรี่ยงจำนวน 7 คน ได้รับผลกระทบจากอาวุธเคมีของทหารเมียนมา ที่ยิงเข้าใส่จากการปะทะบริเวณรอบค่ายผาซอง แต่ละคนมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ และอาเจียนอย่างแรง จนทำให้กองกำลังกะเหรี่ยงที่เข้าบุกโจมตีเมืองค่ายผาซอง ต้องล้นถอยออกมาเพื่อวางแผนบุกโจมตีใหม่ภายหลัง