หนุ่มๆ บราซิลผวา พบผู้ป่วยมะเร็งองคชาตเพิ่มขึ้น ต้องตัดทิ้งหลายพันราย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795249

หนุ่มๆ บราซิลผวา พบผู้ป่วยมะเร็งองคชาตเพิ่มขึ้น ต้องตัดทิ้งหลายพันราย

22 มิ.ย. 2567 12:39 น.

หนุ่มๆ บราซิลผวา พบผู้ป่วยมะเร็งองคชาตเพิ่มขึ้น ต้องตัดทิ้งหลายพันราย

หน่วยงานสาธารณสุขบราซิลเผย ผู้ป่วยมะเร็งองคชาตในประเทศกำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยหลายพันรายปล่อยลุกลามจนต้องตัดทิ้ง ขณะที่จำนวนผู้ป่วยทั่วโลกรวมทั้งไทยกำลังเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขของบราซิลระบุว่า ในช่วงระหว่างปี 2012-2022 มีรายงานผู้ป่วยมะเร็งองคชาตมากถึง 21,000 คน โดยในจำนวนนี้เสียชีวิตมากกว่า 4,000 ราย และยังมีอีกกว่า 6,500 รายที่จำเป็นต้องตัดอวัยวะเพศทิ้งคิดเป็นจำนวนเฉลี่ย 1 คน ต่อทุกๆ 2 วัน โดยในรัฐมารันเญา ซึ่งเป็นรัฐที่ยากจนที่สุดของบราซิล พบผู้ป่วยเฉลี่ยมากที่สุดในโลก ที่อัตราราว 6.1 ต่อ ผู้ชาย 100,000 คน

สำหรับอาการของมะเร็งที่อวัยวะเพศชาย มันจะเริ่มจากอาการเจ็บที่อวัยวะเพศ ตามมาด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์ บางรายอาจจะมีเลือดออก หรือสีของอวัยวะเพศเปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม โรคนี้หากได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ ก็มีโอกาสสูงที่จะรักษาได้ โดยวิธีการผ่าตัด การใช้รังสี และเคมีบำบัด แต่หากปล่อยไว้เป็นระยะเวลานานอาจจำเป็นต้องตัดบางส่วน หรือตัดองคชาตออกทั้งหมด หรือหากลุกลามอาจจะต้องตัดอัณฑะหรืออวัยวะที่อยู่ใกล้เคียงด้วย


โดยคนไข้บางรายที่ต้องตัดอวัยวะเพศทิ้งเพื่อรักษาชีวิต ต้องเผชิญกับปัญหาการใช้ชีวิตหลังจากนั้น โดยเฉพาะการขับถ่าย อย่างการปัสสาวะ คนไข้ที่ตัดออกบางส่วนอาจจะยังสามารถปัสสาวะได้ตามปกติ แต่หากคนไข้ถูกตัดออกทั้งหมด พวกเขาจำเป็นต้องปัสสาวะด้วยการนั่งแบบเดียวกับผู้หญิง


นายเมาริซิโอ ดีเนอร์ คอร์เดโร จากสมาคมระบบทางเดินปัสสาวะแห่งบราซิลระบุว่า เชื้อเอชพีวีนับเป็นหนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดมะเร็งชนิดนี้ เนื่องจากเชื้อเอชพีวี สามารถติดต่อกันได้ในระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งถึงแม้จะมีการฉีดวัคซีนป้องกันเอชพีวีอย่างแพร่หลาย แต่อัตราการรับวัคซีนของชาวบราซิลนั้นต่ำมาก โดยในเด็กผู้หญิงมีอัตราการรับวัคซีนเพียง 57 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เด็กชายอยู่ที่ไม่เกิน 40 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ประชาชนส่วนมากยังมีความเสี่ยงสูง

ด้านเว็บไซต์ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ หรือ NHS ระบุว่า การสูบบุหรี่ก็เป็นการเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดมะเร็งบริเวณองคชาตได้นอกจากนี้การที่ไม่ได้ขริบปลายอวัยวะเพศ และขาดการทำความสะอาดอย่างเหมาะสมจนมีการติดเชื้อแบคทีเรียอยู่บ่อยครั้ง ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคด้วยเช่นกัน

โดยบราซิลไม่ใช่ประเทศเดียวที่อัตราของผู้ป่วยมะเร็งองคชาตเพิ่มสูงขึ้น เพราะผลวิจัยล่าสุดพบว่า จำนวนผู้ป่วยมะเร็งชนิดนี้กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยวารสารการแพทย์ JMIR ได้ตีพิมพ์ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจาก 43 ประเทศ ระหว่างปี 2008-2022 พบว่า ประเทศที่พบผู้ป่วยมะเร็งองคชาตมากที่สุดคือยูกันดา อยู่ที่ 2.2 ต่อ 100,000 ตามมาด้วยบราซิล 2.1 ต่อ 100,000 และไทยอยู่อันดับที่ 3 ด้วยอัตรา 1.4 ต่อ 100,000 ส่วนประเทศที่พบผู้ป่วยน้อยที่สุดคือคูเวตอยู่ที่ 0.1 ต่อ 100,000

ขณะที่ประเทศในยุโรปก็พบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเช่นกัน อย่างอังกฤษมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจาก 1.1 ต่อ 100,000คน มาเป็น 1.3 ต่อ 100,000 คน ระหว่างปี 1979-2009 ขณะที่ในเยอรมนี มีเคสเพิ่มขึ้น ราว 50 เปอร์เซ็นต์ จาก 1.2 เพิ่มมาเป็น 1.5 ต่อ 100,000 คนในระหว่างปี 1961-2012 โดยคาดว่าภายในปี 2050 เคสผู้ป่วยมะเร็งองคชาตจะเพิ่มขึ้นทั่วโลกคิดเป็นมากกว่า 77 เปอร์เซ็นต์.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ มะเร็ง

น้ำท่วมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ทางตอนใต้ของจีน คร่าแล้ว 47 ศพ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795246

น้ำท่วมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ทางตอนใต้ของจีน คร่าแล้ว 47 ศพ

22 มิ.ย. 2567 11:11 น.

น้ำท่วมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ทางตอนใต้ของจีน คร่าแล้ว 47 ศพ

จีนยังเตือนภัยน้ำท่วมต่อเนื่องในสุดสัปดาห์นี้ หลังฝนตกหนักทำน้ำท่วมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ คร่าชีวิตประชาชนแล้วอย่างน้อย 47 ศพ

สถานีโทรทัศน์ CCTV ของทางการจีน รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2567 มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 47 ศพ จากน้ำท่วมครั้งใหญ่ และดินถล่ม ในมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของประเทศ หลังจากเกิดฝนตกหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตั้งแต่วันอาทิตย์ถึงวันอังคาร ทำให้ต้นไม้โค่นล้มและบ้านเรือนพังถล่ม โดยทางการเมืองเหมยโจว เหมยเซียน และเจียวหลิง ในมณฑลกวางตุ้ง สั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่น้ำท่วม หลังจากบ้านเรือนของประชาชนจมอยู่ใต้น้ำ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งออกช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดอยู่ในบ้านที่ถูกน้ำท่วม

ทางด้านหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของจีนประกาศเตือนหลายจังหวัดภาคใต้และบางพื้นที่ทางภาคเหนือ ระวังฝนตกหนักและสภาพอากาศเลวร้ายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่าปริมาณน้ำฝนในรอบ 24 ชั่วโมงอาจสูงถึง 50 ถึง 80 มิลลิเมตร ในมณฑลเหอหนาน อันฮุย และหูเป่ย

รายงานข่าวระบุว่า ทางการประเมินความสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยตรงว่าอยู่ที่ประมาณ 3,650 ล้านหยวน ในเขตเทศมณฑลเจียวหลิง ในขณะที่ในเขตเหมยเซียน ความสูญเสียอาจจะอยู่ที่ประมาณ 1,060 ล้านหยวน.

ศาลสหรัฐฯ เริ่มกระบวนการไต่สวนคดีทรัมป์จัดเก็บเอกสารลับ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795240

ศาลสหรัฐฯ เริ่มกระบวนการไต่สวนคดีทรัมป์จัดเก็บเอกสารลับ

22 มิ.ย. 2567 11:10 น.

ศาลสหรัฐฯ เริ่มกระบวนการไต่สวนคดีทรัมป์จัดเก็บเอกสารลับ

ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เริ่มกระบวนการรับฟังข้อโต้แย้งในคดีที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จัดการเอกสารชั้นความลับอย่างไม่เหมาะสม

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2567 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า ผู้พิพากษาของศาลรัฐบาลกลาง ในเมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ที่เป็นประธานในการไต่สวนคดีจัดเก็บเอกสารลับของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เริ่มการกระบวนการรับฟังข้อโต้แย้ง กรณีที่ทนายของทรัมป์อ้างว่า นายแจ็ค สมิธ พนักงานอัยการที่แจ้งข้อกล่าวหาในคดีนี้ได้รับการแต่งตั้งอย่างผิดกฎหมายในเดือนพฤศจิกายน 2565

นับเป็นการเริ่มต้นการพิจารณาคดีที่จะใช้ระยะเวลา 3 วัน ซึ่งที่ผ่านมาเกิดความล่าช้าจากข้อพิพาททางกฎหมายต่างๆ โดยทนายของทรัมป์ใช้ข้อโต้แย้งว่า นายสมิธได้รับการแต่งตั้งอย่างผิดกฎหมายในเดือนพฤศจิกายน 2565 เนื่องจากเขาไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสในครั้งแรก

ทั้งนี้ อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ เผชิญข้อหาอาญา 37 กระทง ในคดีการจัดการเอกสารชั้นความลับอย่างไม่เหมาะสม จากการนำเอกสารลับออกจากทำเนียบขาวหลังพ้นตำแหน่งเมื่อต้นปี 2564 ไปยังคฤหาสน์มาร์ อะลาโก ในรัฐฟลอริดา รวมถึงที่สโมสรกอล์ฟที่เขาเป็นเจ้าของในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งถือเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ.

แตกตื่น ไฟไหม้สะพานทางรถไฟเก่าแก่ในแคนาดาวอดทั้งเส้น (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795237

แตกตื่น ไฟไหม้สะพานทางรถไฟเก่าแก่ในแคนาดาวอดทั้งเส้น (คลิป)

22 มิ.ย. 2567 11:02 น.

แตกตื่น ไฟไหม้สะพานทางรถไฟเก่าแก่ในแคนาดาวอดทั้งเส้น (คลิป)

ชาวแคนาดาแตกตื่นตกใจ หลังเกิดเพลิงไหม้สะพานทางรถไฟเก่าแก่ข้ามแม่น้ำที่ไม่ได้ใช้การแล้วในรัฐบริทิช โคลัมเบีย ส่งกลุ่มควันดำลอยคลุ้งจนต้องปิดสะพานใกล้เคียง

เกิดเหตุไฟไหม้ใหญ่ สะพานทางรถไฟข้ามแม่น้ำในเมืองริชมอนต์ รัฐบริทิช โคลัมเบีย ของแคนาดาที่ไม่ได้ใช้งานแล้วในช่วงค่ำวันพฤหัสบดีตามเวลาในท้องถิ่น โดยไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่งกลุ่มควันดำหนาทึบลอยปกคลุมไปไกลหลายกิโลเมตรจนต้องประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้ระวังการสูดดมควันไฟเข้าไป โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากสะพานเก่าแก่ดังกล่าวปกคลุมไปด้วยครีโอโซต สารเคมีประเภทคาร์บอนจากไม้ และน้ำมันดินจากการใช้งานมานานหลายสิบปี


นอกจากนี้ทางการยังต้องสั่งปิดสะพานโอ๊ค สตรีท ที่อยู่ใกล้เคียงทั้งขาไปและขากลับ เพื่อป้องกันอันตราย ก่อนจะเปิดให้ใช้การได้ตามปกติในวันถัดมา

มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงไหม้ดังกล่าว โดยใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบในช่วงเช้าวันต่อมา โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และสนามบินนานาชาติแวนคูเวอร์ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้แต่อย่างใด ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ทั้งนี้ สะพานทางรถไฟแห่งนี้ รู้จักกันในชื่อมาร์โพล เรลล์ บริดจ์ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1902 แต่ไม่ได้ใช้งานมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเพลิงไหม้สะพาน เพราะในปี 2014 เคยเกิดเพลิงไหม้ปลายสะพานอีกด้านหนึ่งมาแล้ว.

ที่มา : Vancouvercitynews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไฟไหม้

เจ้าหญิงเคท ฉายพระรูปเอง ฉลองวันประสูติ เจ้าชายวิลเลียม พระชนม์ 42 พรรษา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795146

เจ้าหญิงเคท ฉายพระรูปเอง ฉลองวันประสูติ เจ้าชายวิลเลียม พระชนม์ 42 พรรษา

21 มิ.ย. 2567 19:05 น.

เจ้าหญิงเคท ฉายพระรูปเอง ฉลองวันประสูติ เจ้าชายวิลเลียม พระชนม์ 42 พรรษา

เจ้าหญิงเคท ฉายพระรูปเอง เผยแพร่เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ เจ้าชายวิลเลียม พระชนม์ 42 พรรษา เป็นพระรูปครอบครัวที่แสนอบอุ่นของพระองค์

เจ้าหญิงแคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ หรือเจ้าหญิงเคท เผยพระรูปใหม่แสนอบอุ่นของครอบครัว เป็นพระรูปเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ พระสวามี พร้อมทั้งโอรสธิดาทั้ง 3 พระองค์ เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายลูอีส์แห่งเวลส์ เนื่องในโอกาสคล้ายวันประสูติของเจ้าชายวิลเลียม พระชนมายุ 42 พรรษา ในวันที่ 21 มิถุนายน 2567

เจ้าหญิงเคท ได้ทรงเผยแพร่พระรูปใหม่นี้ทางแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย  X หรือทวิตเตอร์เดิม พร้อมทั้งทรงเขียนคำอวยพรว่า ‘Happy birthday Papa, we all love you so much!’ (สุขสันต์วันเกิดปาป้า พวกเราทุกคนรักคุณมาก)

เจ้าหญิงเคท ซึ่งทรงอยู่ระหว่างการรักษาอาการประชวรด้วยโรคมะเร็ง ทรงเป็นผู้ฉายพระรูปใหม่ของครอบครัวนี้ด้วยพระองค์เองเมื่อเดือนก่อน โดยเจ้าชายวิลเลียม พร้อมทั้งโอรสธิดาทั้ง 3 พระองค์ ซึ่งฉลองพระองค์ด้วยชุดลำลอง เจ้าชายวิลเลียมทรงสวมเสื้อกีฬาแขนยาวแบบมีฮู้ด กางเกงขาสั้น ขณะที่เจ้าชายจอร์จ ชันษา 10 ปี สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้น เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ ชันษา 9 ปี สวมเสื้อยืดแขนยาว ลายขวาง และเจ้าชายลูอีส์ ชันษา 6 ปี สวมเสื้อยืดแขนสั้น กางเกงขาสั้น ได้ ‘แอ็กชัน’ จับพระหัตถ์กันกระโดด เพื่อฉายพระรูปครอบครัว ขณะไปพักผ่อนท่องเที่ยวชายทะเล

ที่มา : Dailymail

WHO เตือนภัยปากกาฉีดยาลดน้ำหนักปลอมระบาด เสี่ยงอันตราย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795010

WHO เตือนภัยปากกาฉีดยาลดน้ำหนักปลอมระบาด เสี่ยงอันตราย

21 มิ.ย. 2567 14:11 น.

WHO เตือนภัยปากกาฉีดยาลดน้ำหนักปลอมระบาด เสี่ยงอันตราย

องค์การอนามัยโลกเตือนภัยคนอยากผอม หลังตรวจพบยาโอเซมปิก หรือปากกาฉีดยาลดน้ำหนักปลอมระบาด อาจเกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานได้

องค์การอนามัยโลกออกประกาศเตือนภัย หลังพบยาโอเซมปิกปลอมระบาดในหลายพื้นที่ทั่วโลก หลังจากมีการติดตามสืบสวนเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2022 โดยมีการจับกุมยาปลอมได้ทั้งในอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และบราซิล โดยยาโอเซมปิกได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากบรรดาเหล่าคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ เปิดเผยว่าใช้ยาตัวนี้เพื่อให้มีรูปร่างผอมบาง จนมีความต้องการซื้อสูง นำไปสู่การผลิตยาปลอมออกมาจำหน่าย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ พร้อมกันนี้องค์การอนามัยโลกยังแนะนำผู้ที่จะหาซื้อยานี้มาใช้ควรจะซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือตามใบสั่งแพทย์ ไม่ควรซื้อจากร้านค้าออนไลน์ หรือซื้อผ่านโซเชียลมีเดีย

ยาโอเซมปิกมีลักษณะเป็นปากกาฉีดยาเข้าที่ท้อง ใช้งานเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดกับผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2 เป็นหลัก แต่ปัจจุบันมีสาวๆ จำนวนมากที่นิยมนำยาตัวนี้มาใช้เพื่อลดน้ำหนัก เนื่องจาก กลไกของตัวยาจะสร้างฮอร์โมนที่กระตุ้นสมองทำให้รู้สึกว่าร่างกายเพิ่งกินจนอิ่ม ทำให้ร่างกายไม่ต้องการอาหารเพิ่ม เมื่อคุมความอยากอาหาร กินน้อยลง ก็จะส่งผลให้น้ำหนักของผู้ใช้ยาลดลง จนได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่ต้องการลดความอ้วน

อย่างไรก็ตาม หากเป็นยาปลอม มักจะไม่มีสาร semaglutide หรือตัวยาอื่นๆ อย่างอินซูลินอยู่เลย ซึ่งอาจจะส่งผลให้ผู้ใช้ยาได้รับผลข้างเคียงร้ายแรงที่คาดไม่ถึง และเป็นอันตรายต่อร่างกายได้.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ปากกาลดความอ้วน

ไซต์ก่อสร้างรถไฟใต้ดินจีนพังถล่ม เกิดหลุมยุบใหญ่กลางถนน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795025

ไซต์ก่อสร้างรถไฟใต้ดินจีนพังถล่ม เกิดหลุมยุบใหญ่กลางถนน

21 มิ.ย. 2567 13:48 น.

ไซต์ก่อสร้างรถไฟใต้ดินจีนพังถล่ม เกิดหลุมยุบใหญ่กลางถนน

สถานีรถไฟใต้ดินที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างที่เมืองเฉิงตูของจีนพังถล่ม ทำให้เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่บนถนน

สื่อจีนรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.50 น. ของวันนี้ (21 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุถนนแห่งหนึ่งพังถล่มบริเวณสถานที่ก่อสร้างรถไฟใต้ดินสาย 13 ในเมืองเฉิงตู

บัญชีเว่ยป๋ออย่างเป็นทางการของโครงการก่อสร้างรถไฟ ระบุว่า การถล่มดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ก่อสร้างของสถานีถนนเสี่ยวหนาน และมีสาเหตุมาจากท่อน้ำแตก

ประชาชนรายหนึ่งที่อยู่ใกล้ถนนที่เกิดอุบัติเหตุ กล่าวว่า เธอและครอบครัวได้ยินเสียงดังสนั่นในช่วงเช้า ต่อมาสามีของเธอมองผ่านหน้าต่างออกไป พบว่ามีหลุมขนาดใหญ่อยู่ที่ถนน ขณะที่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงจำนวนมาก กล่าวว่าหลังเกิดอุบัติเหตุ พวกเขาได้รับการแจ้งเตือนให้อพยพออกจากที่อยู่อาศัยชั่วคราว

เจ้าของร้านอาหารรายหนึ่งใกล้กับจุดเกิดเหตุ ระบุว่า น้ำ ไฟฟ้า และแก๊สในร้านอาหารถูกตัดขาดทันทีหลังถนนถล่ม โดยระบบประปาและไฟฟ้ากลับมาเป็นปกติในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ถนนถูกปิด และไม่อนุญาตให้ยานยนต์ หรือยานพาหนะผ่าน มีเพียงคนเดินเท้าเท่านั้นที่สามารถเดินผ่านได้

ตามรายงานก่อนหน้านี้ของสื่อท้องถิ่น โครงการระยะที่ 1 ของรถไฟใต้ดินเฉิงตูสาย 13 ส่วนใหญ่ผ่านเขตชิงหยาง เขตจินเจียง เขตหลงเฉียนอี้ และพื้นที่อื่นๆ โดยสถานีส่วนใหญ่จะผ่านเขตเมืองตอนกลาง ซึ่งมีปริมาณการจราจรสูง ซึ่งไม่สามารถทำการก่อสร้างแบบเปิดได้ทั้งหมด จึงใช้วิธีการขุดแบบปิดครึ่งหนึ่ง ด้วยการแบ่งหลุมฐานรากใต้ถนนสายหลักออกเป็นสองส่วน หลังจากที่ขุดดินด้านหนึ่งแล้ว จะมีการเพิ่มฝาครอบคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อให้ยานพาหนะผ่านไปได้ จากนั้นอีกด้านหนึ่งจะถูกขุดเพื่อสร้างพื้นผิวการทำงานแบบ “เปิดครึ่งและปิดครึ่ง”

บัญชีเว่ยป๋ออย่างเป็นทางการของโครงการก่อสร้างรถไฟ ระบุว่า ท่อน้ำ 2 ท่อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร และ 0.3 เมตร ตามลำดับ ซึ่งฝังอยู่ใต้ดินลึกประมาณ 2 เมตร เกิดแตกโดยไม่ทราบสาเหตุ นอกหลุมก่อสร้างของสถานีถนนเซียวหนาน ส่งผลให้พื้นผิวถนนยาวประมาณ 12 เมตร พังถล่ม แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการก่อสร้าง และการดำเนินงานระบบขนส่งทางราง

ทั้งนี้ บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาชมต้นแปะก๊วยพื้นเมือง ขณะที่รถไฟใต้ดิน “เฉิงตู เมโทรไลน์ 13” มีกำหนดจะเปิดให้บริการในปี 2568 และมีสถานีใต้ดินรวมทั้งสิ้น 21 สถานี.

ที่มา Beijing News

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯไปเชียร์ทีมชาติอังกฤษ ถึงขอบสนาม ในศึกยูโร 2024

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795015

เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯไปเชียร์ทีมชาติอังกฤษ ถึงขอบสนาม ในศึกยูโร 2024

21 มิ.ย. 2567 12:54 น.

เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯไปเชียร์ทีมชาติอังกฤษ ถึงขอบสนาม ในศึกยูโร 2024

เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ เสด็จฯไปเชียร์ นักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ ถึงขอบสนามที่แฟรงก์เฟิร์ต ในศึกยูโร 2024 ขณะที่กษัตริย์เฟรเดอริกที่ 10 แห่งเดนมาร์ก ก็เสด็จพระราชดำเนินมาเชียร์ทีมชาติเดนมาร์กเช่นกัน ก่อนจบลงด้วยสกอร์เสมอ 1 ต่อ 1 ประตู

เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ ได้เสด็จฯไปทอดพระเนตรการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 (Euro 2024) นัดสอง กรุ๊ป C ระหว่างทีมชาติเดนมาร์ก กับ อังกฤษ ที่สนามแฟรงก์เฟิร์ต อารีนา ในเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เมื่อ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา

เจ้าชายวิลเลียม พระชนมายุ 41 พรรษา ได้เสด็จฯไปเชียร์ทีมชาติอังกฤษ ถึงขอบสนาม โดยที่เจ้าหญิงแคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ พระชายา และเจ้าชายจอร์จ พระโอรสองค์โต ไม่ได้ตามเสด็จมาด้วย ในขณะที่ เจ้าชายวิลเลียมได้ทรงพบกับสมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดอริก ที่ 10 แห่งเดนมาร์ก พระญาติห่างๆ ของพระองค์ ที่เสด็จพระราชดำเนินมาเชียร์ทีมชาติเดนมาร์ก โดยมีเจ้าหญิงโจเซฟิน พระธิดา เสด็จฯมาเชียร์นักฟุตบอลทีมชาติเดนมาร์กด้วย

เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯไปเชียร์ทีมชาติอังกฤษในศึกยูโร 2024 ที่สนามแฟรงก์เฟิร์ต อารีนา ในเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เมื่อ 20 มิถุนายน 2567

อย่างไรก็ตาม การฟาดแข้งระหว่างทีมชาติอังกฤษกับทีมเดนมาร์ก ต้องจบลงแบบเสมอ ด้วยสกอร์ 1 ต่อ 1 หลังจากแฮร์รี เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษเป็นฝ่ายยิงประตูได้ก่อน ในนาทีที่ 18 ทำให้เจ้าชายวิลเลียม และแฟนบอลชาวอังกฤษเฮลั่นสนาม แต่ต่อมา มอร์เท่น ฮุลมันด์ ตามยิงประตูได้สำเร็จในนาที 34 ทำให้ทีมชาติเดนมาร์กตีเสมอ และจบลงด้วยสกอร์ 1 ต่อ 1 ประตู

เจ้าชายวิลเลียม และกษัตริย์เฟรเดอริก ที่ 10 แห่งเดนมาร์ก เสด็จฯไปเชียร์ทีมชาติอังกฤษที่ฟาดแข้งกับทีมเดนมาร์ก ในศึกยูโร 2024 ที่แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เมื่อ 20 มิ.ย.2567

ที่มา : Dailymail

ภาพถ่ายดาวเทียมชี้ เกาหลีเหนือสร้าง ‘กำแพง’ ใกล้ชายแดนเกาหลีใต้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795011

ภาพถ่ายดาวเทียมชี้ เกาหลีเหนือสร้าง 'กำแพง' ใกล้ชายแดนเกาหลีใต้

21 มิ.ย. 2567 12:51 น.

ภาพถ่ายดาวเทียมชี้ เกาหลีเหนือสร้าง ‘กำแพง’ ใกล้ชายแดนเกาหลีใต้

ภาพถ่ายดาวเทียมชี้ เกาหลีเหนือกำลังสร้างสิ่งที่ดูเหมือนเป็นกำแพงในหลายพื้นที่ใกล้ชายแดนติดกับเกาหลีใต้

ภาพที่วิเคราะห์โดย BBC Verify ยังแสดงให้เห็นว่าดินแดนภายในเขตปลอดทหาร (DMZ) ได้รับการเคลียร์พื้นที่แล้ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าอาจเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงกับเกาหลีใต้

โดยเขตปลอดทหาร เป็นเขตกันชนกว้าง 4 กม. ที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ซึ่งในทางเทคนิคแล้วทั้งสองประเทศยังคงอยู่ในภาวะสงคราม เนื่องจากไม่เคยลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพ และเขตปลอดทหารถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ซึ่งแต่ละฝ่ายควบคุมโดยประเทศที่เกี่ยวข้อง

BBC Verify ได้ทำการตรวจสอบถ่ายภาพดาวเทียมความละเอียดสูง บริเวณชายแดนยาว 7 กม. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงที่เกาหลีเหนือกำลังดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งแสดงให้เห็นพื้นที่อย่างน้อยสามส่วนที่มีการสร้างแนวกั้นใกล้กับเขตปลอดทหาร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 1 กม. ใกล้กับบริเวณปลายด้านตะวันออกของชายแดน ที่อาจเป็นไปได้ว่าอาจมีการก่อสร้างแนวกั้นเพิ่มเติมตามแนวชายแดนอื่นๆ

ทั้งนี้ ยังคงไม่ทราบวันที่เริ่มก่อสร้างที่แน่ชัด เนื่องจากไม่มีภาพความละเอียดสูงในพื้นที่ดังกล่าวก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างเหล่านี้ไม่ปรากฏในภาพที่ถ่ายเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566

ดร.อุค ยัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารและการป้องกันจากสถาบันอาซันเพื่อการศึกษานโยบายในกรุงโซล กล่าวว่า จากการประเมิน เขาคิดว่านี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาสร้างสิ่งกีดขวางในแง่ของการแยกสถานที่ออกจากกัน “ย้อนกลับไปในทศวรรษ 1990 เกาหลีเหนือได้สร้างกำแพงต่อต้านรถถัง เพื่อขัดขวางการรุกคืบของรถถังในกรณีที่เกิดสงคราม แต่เมื่อเร็วๆ นี้ เกาหลีเหนือได้สร้างกำแพงสูง 2-3 เมตร และดูไม่เหมือนกำแพงต่อต้านรถถัง”

เขากล่าวว่า รูปทรงของกำแพงบ่งบอกว่า มันไม่ได้เป็นเพียงสิ่งกีดขวางสำหรับรถถัง แต่มีไว้เพื่อแบ่งพื้นที่ 

นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานการเคลียร์ที่ดินภายในเขตปลอดทหารฝั่งเกาหลีเหนือ ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดบริเวณปลายด้านตะวันออก ยังแสดงให้เห็นสิ่งที่ดูเหมือนเป็นถนนทางเข้าที่สร้างขึ้นใหม่

เจ้าหน้าที่จากคณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ กล่าวในการสัมภาษณ์สรุปเมื่อเร็วๆ นี้ว่า กองทัพได้ตรวจพบกิจกรรมที่ที่เกี่ยวข้องกับ “การเสริมกำลังของถนนยุทธวิธี การวางทุ่นระเบิด และการแผ้วถางพื้นที่รกร้าง” โดยศาสตราจารย์คิล จู บัน ศาสตราจารย์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเกาหลี กล่าวว่า การแผ้วถางพื้นที่รกร้างอาจมีจุดประสงค์ทั้งด้านทหารและไม่ใช่ทางทหาร หรืออาจเพื่อการสร้างจุดสังเกตการณ์ “เพื่อที่เกาหลีเหนือที่จะสามารถติดตามกิจกรรมทางทหารในเกาหลีใต้ และมองเห็นผู้แปรพักตร์ที่พยายามข้ามพรมแดนไปยังเกาหลีใต้”.

ที่มา BBC

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

คลื่นความร้อนเดือด ทำผู้แสวงบุญพิธีฮัจญ์ดับทะลุ 1,000 ศพ (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794975

คลื่นความร้อนเดือด ทำผู้แสวงบุญพิธีฮัจญ์ดับทะลุ 1,000 ศพ (คลิป)

21 มิ.ย. 2567 11:07 น.

คลื่นความร้อนเดือด ทำผู้แสวงบุญพิธีฮัจญ์ดับทะลุ 1,000 ศพ (คลิป)

ยอดผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนระหว่างร่วมประกอบพิธีฮัจญ์ในซาอุดีอาระเบียปีนี้ พุ่งสูงสุดทะลุเกิน 1,000 ศพแล้ว โดยมากกว่าครึ่งเป็นผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนอย่างถูกต้อง ทำให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างล่าช้า

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานยอดผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนรุนแรง ในระหว่างการประกอบพิธีฮัจญ์ในปีนี้ทะลุเกิน 1,000 ศพแล้ว โดยมีผู้เสียชีวิตจาก 10 ประเทศรวม 1,081 ศพ ซึ่งที่น่าตกใจคือ ในจำนวนผู้เสียชีวิต มีจำนวนเกินกว่าครึ่งที่ไม่ได้ลงทะเบียนการมาร่วมพิธีอย่างถูกต้อง ทำให้ยากที่จะตรวจสอบ และให้การดูแลอย่างทั่วถึง โดยในจำนวนยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เป็นชาวอียิปต์ 58 ศพ ทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตจากอียิปต์อยู่ที่ 658 ศพ ในจำนวนนี้เป็นผู้แสวงบุญที่ไม่ได้ลงทะเบียนถึง 630 ศพ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางการอียิปต์กำลังเร่งลงพื้นที่เพื่อสำรวจและให้ความช่วยเหลือ แต่เนื่องจากไม่มีฐานข้อมูลทำให้การติดตามตัวผู้สูญหายเป็นไปอย่างยากลำบาก และต้องใช้เวลา

ด้านนายอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี ประธานาธิบดีของอียิปต์ ได้สั่งการไปยังนายกรัฐมนตรีให้เร่งติดตามเรื่องนี้แล้ว โดยกำลังเร่งประสานงานกับทางการซาอุดีอาระเบีย เพื่อติดตามยอดผู้เสียชีวิตและดำเนินการเรื่องการส่งกลับร่างไร้วิญญาณของพลเมืองอียิปต์ต่อไป

ในแต่ละปีจะมีรายงานผู้แสวงบุญนับหมื่นคนที่ลักลอบมาร่วมประกอบพิธีฮัจญ์ผ่านช่องทางธรรมชาติอื่นๆ เนื่องจากพวกเขาไม่มีกำลังทรัพย์มากพอที่จะมาตามช่องทางปกติได้ โดยทางการซาอุดีอาระเบียเองก็พยายามจะสกัดผู้แสวงบุญนับแสนคนที่ไม่ได้ลงทะเบียนอย่างถูกต้องออกไปจากนครเมกกะในเดือนนี้ แต่ก็ยังไม่สามารถสกัดได้ทั้งหมด ซึ่งกลุ่มผู้แสวงบุญที่ไม่ได้ลงทะเบียนมา จะไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่มีการติดเครื่องปรับอากาศสำหรับคลายร้อน ซึ่งจัดเตรียมไว้รองรับกับผู้แสวงบุญราว 1.8 ล้านคนได้ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะล้มป่วย หรือเสียชีวิตจากอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งส่งผลต่อความดันเลือดและตามมาด้วยภาวะผิดปกติของร่างกายส่วนอื่นๆ โดยหน่วยงานพยากรณ์อากาศแห่งชาติรายงานว่า สัปดาห์นี้อุณหภูมิที่มัสยิดอัลฮะรอม หรือมัสยิดใหญ่แห่งเมกกะ อุณหภูมิสูงถึง 51.8 องศาเซลเซียส

นอกจากผู้เสียชีวิตชาวอียิปต์แล้ว ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตจากทั้งปากีสถานและอินโดนีเซียด้วย โดยมีชาวปากีสถานเสียชีวิตอย่างน้อย 58 ศพ จากผู้แสวงบุญราว 150,000 คน ขณะที่มีผู้แสวงบุญชาวอินโดนีเซียเสียชีวิต 183 ศพ จากจำนวนผู้แสวงบุญทั้งหมดราว 240,000 คน นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตจาก มาเลเซีย อินเดีย จอร์แดน อิหร่าน เซเนกัล ตูนิเซีย ซูดาน และเคอร์ดิสถานด้วย

ล่าสุด มีรายงานจากแหล่งข่าวทางการทูตว่า ทางการซาอุดีอาระเบียเริ่มดำเนินการฝังศพผู้แสวงบุญที่เสียชีวิตแล้ว ขณะที่มีการแจ้งข่าวไปยังญาติของผู้เสียชีวิตเท่าที่จะทำได้ โดยทางกระทรวงต่างประเทศจอร์แดนระบุว่า ญาติผู้แสวงบุญชาวจอร์แดน 68 ราย ที่เสียชีวิตในเมกกะได้อนุญาตให้ฝังร่างของพวกเขาไว้ที่เมกกะแล้ว โดยขณะนี้ยังคงมีชาวจอร์แดนสูญหายอีก 16 ราย และยังรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 22 ราย ในจำนวนนี้ 7 รายอาการยังวิกฤติ

การประกอบพิธีฮัจญ์ที่ผ่านมา มักจะมีผู้เสียชีวิตในทุกๆ ปี เนื่องจากปัญหาสุขภาพหรืออุบัติเหตุอื่นๆ โดยในปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 300 คน ซึ่งยังน้อยกว่าปีนี้หลายเท่า ส่วนเหตุโศกนาฏกรรมในพิธีฮัจญ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2558 จากเหตุชาวมุสลิมเหยียบกันตาย โดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,300 คน.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ พิธีฮัจญ์