สภาเห็นชอบ “ร่าง พ.ร.บ. งบฯ” ปี 2568 ในวาระแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577589

21 มิ.ย. 2567

22:37 น.

สภาเห็นชอบ "ร่าง พ.ร.บ. งบฯ" ปี 2568 ในวาระแรก

สภาเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2568 ในวาระแรก ด้าน “ภูมิธรรม” ขอบคุณ สส. ร่วมพิจารณา

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเสียงข้างมาก 311 เสียง ต่อ 175 เสียง รับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2568 ในวาระแรก โดยที่ฝ่ายค้าน ลงมติไม่รับหลักการร่างงบประมาณฯ ดังกล่าว ภายหลังได้พิจารณา และอภิปรายกันมา 3 วัน 3 คืน พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการฯ ขึ้นมาชุดหนึ่ง จำนวน 72 คน เพื่อปรับแก้ก่อนเสนอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาอีกครั้ง ในวาระที่ 2 และ 3

โดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายสรุปภาพรวมการอภิปรายของฝ่ายค้านทั้งหมด ต่อร่างงบประมาณปี 2568 ของรัฐบาลฉบับนี้ โดยได้เสนอ 5 สิ่งเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องทำเกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดิน ได้แก่ แผนรายได้และแผนหนี้ของประเทศ, แผนการปฏิรูปภาษีอย่างเป็นธรรม, แผนการช่วยเหลือประชาชนที่งบประมาณไม่ครอบคลุม,  การเปิดเผยกระบวนการการพิจารณางบต่อสาธารณะ

และการปรับกระบวนการงบประมาณตามมาตรฐาน องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD โดยจะต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และคนชายขอบ ที่รัฐบาลได้มองข้ามไป เพราะตามกระบวนการกำหนดที่รัฐบาลจะต้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มคนครอบคลุม ไม่ Ignore ใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

รวมถึงการต้องอธิบายความโปร่งใส การประกันคุณภาพการตรวจสอบงบประมาณ ซึ่ง OECD เขียนไว้ชัดเจน ที่ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ จะต้องไม่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบงบประมาณ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล
 

นายพิธา ยังได้ทวงถามแผนการหารายได้ของรัฐบาล ที่จะนำมาใช้จ่ายในประเทศ โดยที่ไม่ต้องกู้มากขึ้น เนื่องจากรายได้ของรัฐบาลขณะนี้มีความผันผวน และสามารถเก็บได้น้อยลง แม้จะมีการคาดการณ์ว่า ในปีนี้ และปีหน้า จะสามารถเก็บได้มากขึ้น แต่ก็ยังมีความเสี่ยง ที่การจัดเก็บภาษีของรัฐบาล ที่จะไม่สามารถเก็บได้ตามเป้า ซึ่งในช่วงเดือน ต.ค. 2566 – เม.ย. 2567 รัฐบาลเก็บรายได้พลาดเป้าไปแล้ว 35,000 ล้านบาท

และกรมสรรพสามิต ที่ดูแลภาษีสิ้นเปลือง ก็ยังเก็บภาษีพลาดเป้าอีกกว่า 10,000 ล้านบาท จากนโยบายของรัฐเอง ทั้งการพยุงราคาน้ำมันดีเซล และสนับสนุนให้ประชาชนใช้รถอีวี จึงขอให้กระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดเก็บรายได้ เพื่อไม่ให้พลาดเป้า และมีรายได้เพียงพอสำหรับรายจ่าย เนื่องจาก การหารายได้ของรัฐบาล ยังไม่ทันต่อรายจ่ายของประเทศ ที่ทำให้อัตราการกู้สูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะรายได้ ไม่พอรายจ่าย

สภาเห็นชอบ \"ร่าง พ.ร.บ. งบฯ\" ปี 2568 ในวาระแรก

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี ขอบคุณที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ร่วมกันพิจารณาร่างงบประมาณฯ ฉบับนี้ ตามที่รัฐบาลเสนอ พร้อมยืนยันต่อที่ประชุมว่า ภายใต้วงเงินงบประมาณที่มีจำกัด รัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชน และผลประโยชน์ของประเทศ

โดยการจัดทำงบประมาณครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตเต็มศักยภาพ สร้างรายได้ให้ประชาชนและประเทศ ผ่านนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา และวิสัยทัศน์ Ignite Thailand มาเป็นแนวทางการบริหารงบประมาณ ในการพัฒนาและจัดสรรทรัพยากรประเทศให้บรรลุเป้าหมาย คำนึงและสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีทุกคน รวมทั้งสนับสนุนเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

สภาเห็นชอบ \"ร่าง พ.ร.บ. งบฯ\" ปี 2568 ในวาระแรก

นายภูมิธรรม ยังยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ และข้อสังเกตต่าง ๆ ยกเว้นวาทกรรม และคำพูดจาถากถาง ด้อยค่า ที่หลุดลอดออกมาเป็นช่วง ๆ เพื่อไปพิจารณาต่อในคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ นำไปใช้ประกอบตรวจสอบรายละเอียดงบประมาณประเทศอย่างรอบครอบ เคร่งครัด ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ยังได้รับทราบพระบรมราชโองการปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญ ระหว่างวันที่ 18 – 21 มิ.ย. โดยจะมีการประชุมสภา สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 อีกครั้ง ระหว่างวันที่ 3 ก.ค. ถึง 30 ต.ค. 2567 นี้
 

“ยิ่งลักษณ์” VDO Call ขอบคุณ “ด้อมปูแดง” อวยพรวันเกิด 57 ปี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577586

21 มิ.ย. 2567

20:31 น.

“ยิ่งลักษณ์” VDO Call ขอบคุณ “ด้อมปูแดง” อวยพรวันเกิด 57 ปี

“ยิ่งลักษณ์” VDO Call ขอบคุณ “ด้อมปูแดง” อวยพรวันเกิด 57 ปี พร้อมโพสต์ภาพถือดอกไม้ช่อโต ขอบคุณทุกคำอวยพรที่ทุกคนมอบให้ในวันเกิดปีนี้ ระบุ อยู่ไกลก็เหมือนใกล้

แฟนกลับแห่อวยพรวันเกิด "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"แฟนกลับแห่อวยพรวันเกิด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”



กลุ่มแฟนคลับผู้สนับสนุนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในพื้นที่เขตบางกะปิ ได้รวมตัวกันทำกิจกรรม เนื่องในวันคล้ายวันเกิดนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ครบ 57 ปี ในธีม “ยังรัก ยังรอ Happy Birthday Yingluck”


โดยมีในงานมีฟู้ดทรัคที่ติดภาพของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมติดข้อความอวยพรวันเกิดทั้งวันมาแจกอาหาร และขนมหวาน ทั้งบาร์บีคิว นักเก็ตไก่ เฟรนฟรายด์ และไอศกรีม ให้กับประชาชนในชุมชนสุขสันต์ 26 ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ใกล้บ้านของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ที่เหนียวแน่นกันมาตลอด และขอบคุณที่ทำกิจกรรมน่ารัก ๆ และมอบกำลังใจให้ และถ้ามีโอกาสปีหน้า ก็อยากเปลี่ยนเป็นไปฉลองที่เมืองไทยด้วยบ้าง
 

กลุ่มแฟนคลับ และประชาชนในชุมชน ได้ร่วมอวยพรวันเกิดให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ผ่านการเขียนข้อความลงบนกระดาษ และเขียนข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่ออวยพรให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  สุขภาพแข็งแรง ปลอดภัย และยังคิดถึง รอให้กลับมาเสมอ พร้อมติด #HBDYingluck2024 #ยังรักยังรอ

ทั้งนี้ ระหว่างจัดกิจกรรม นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ยังได้ VDO call มาพูดคุยกับแฟนคลับที่มาร่วมงาน โดยได้ขอบคุณแฟนคลับ


แฟนคลับ VDO CALL อวยพรวันเกิด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรแฟนคลับ VDO CALL อวยพรวันเกิด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ภาพพร้อมดอกไม้ช่อโตยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ภาพพร้อมดอกไม้ช่อโต



นอกจากนี้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพพร้อมดอกไม้ช่อโต ระบุข้อความว่า ขอบคุณทุกคำอวยพรที่ทุกคนมอบให้ในวันเกิดปีนี้ ขอบคุณพี่ ๆ น้อง ๆ รวมถึงแฟนคลับ ที่ทั้งทำบุญ ส่งคลิป ส่งภาพ และข้อความอวยพรมาให้ แม้จะอยู่ไกลกัน แต่รู้สึกเหมือนอยู่ใกล้กันเสมอ ขอบคุณจริง ๆ ที่เติมความสุขให้ในวันเกิดปีนี้ 

 

ทั้งนี้ ตลอดทั้งวัน มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  ญาติ ๆ ทีมงาน นักการเมือง และคนใกล้ชิด ได้อวยพร พร้อมกับ เป็นตัวแทน ร่วมทำบุญถวายผ้าไตร จีวร สังฆทาน และภัตตาหารเพล แก่พระสงฆ์ 9 รูป ในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 57 ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วย 

 

โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ต่อสายมาในงานทำบุญ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จึงเปิดลำโพง ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รับพรจากพระเดชพระคุณพระธรรมโพธิมงคล เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ซึ่งได้อวยพร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า

 

“ขอให้นายกฯ ปูมีความสุข ความเจริญ และมีโอกาสจะได้เจอกันที่ประเทศไทย”

กระทรวงการคลัง ประกาศยกเว้นอากรศุลกากร สินค้านำเข้า มูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577577

21 มิ.ย. 2567

18:21 น.

กระทรวงการคลัง ประกาศยกเว้นอากรศุลกากร สินค้านำเข้า มูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท

ราชกิจจาฯ ออกประกาศกระทรวงการคลัง ยกเว้นอากรศุลกากร สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ มูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท มีผลใช้บังคับ 5 ก.ค. 2567 จนถึง 31 ธ.ค. 2567

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ออกประกาศกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2567 เรื่องการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท

โดยรัฐบาลมีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในการขายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคระหว่างผู้ขายในต่างประเทศที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มกับผู้ขายในประเทศซึ่งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ประกอบกับประเทศไทยต้องปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งให้กำหนดราคาขั้นต่ำของของที่นำเข้าแต่ละรายเพื่อให้คุ้มค่ากับการจัดเก็บอากรศุลกากร อันเพื่อประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 12 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกําหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. พ.ศ. 2567 ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเว้นอากรสําหรับของที่นําเข้า ซึ่งแต่ละรายผู้รับในประเทศมีราคารวมค่าขนส่ง และค่าประกันภัย (CIF) ที่มีมูลค่ามากกว่าหนึ่งบาท แต่ไม่เกินหนึ่งพันห้าร้อยบาท

ข้อ 2 ผู้นําของเข้าต้องปฏิบัติตามพิธีการที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศกําหนด

ข้อ 3 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดสิบห้าวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. พ.ศ. 2567

ประกาศ ณ วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567

พิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กระทรวงการคลัง ประกาศยกเว้นอากรศุลกากร สินค้านำเข้า มูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท

“นายกฯ” รำคาญถูกวิจารณ์ลงพื้นที่ถี่ สวนกลับ ถ้าไม่ลงพื้นที่ก็ไม่รู้ปัญหา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577522

21 มิ.ย. 2567

12:32 น.

"นายกฯ" รำคาญถูกวิจารณ์ลงพื้นที่ถี่ สวนกลับ ถ้าไม่ลงพื้นที่ก็ไม่รู้ปัญหา

“นายกฯ” ยอมรับ รำคาญเสียงวิจารณ์ลงพื้นที่ถี่ ไม่อยากเอามารกหู พร้อมโต้กลับ ถ้าไม่ลงพื้นที่ก็ไม่รู้ปัญหาจริงๆ

21 มิ.ย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การ ลงพื้นที่ เยอะ เพื่อเอาจำนวน แต่ผลงานยังไม่เห็น ว่า ที่ ลงพื้นที่ ทุกครั้งใช้เวลาช่วงเสาร์อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุด เชื่อว่าการบริหารราชการแผ่นดินเราไม่ได้เสียเวลาตรงนี้ ทั้งนี้ ตนไปต่างประเทศบ่อยก็ถูกว่า ไปต่างจังหวัดดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนก็โดนว่า

อย่างที่จะมีการประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 1-2 ก.ค.2567 ถือโอกาสไปให้มันสุดตั้งแต่เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร ทัวร์จังหวัดในอีสานไล่ลงมา ถ้าไม่ ลงพื้นที่ เราก็ไม่ทราบปัญหาจริงๆ ดังนั้นตรงนี้เป็นเรื่องของการเมืองมากกว่า ก็ไม่อยากเอามารกหู เรามีหน้าที่ก็ต้องทำไป

เมื่อถามว่า เสียงวิจารณ์แบบนี้ไม่ทำให้ นายกฯ เกิดความรำคาญใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เอาแบบตรงตรงเลยก็ต้องรำคาญบ้างเป็นธรรมดา แต่ตนแน่วแน่ในหลักการทำงาน

“ผมก็คนๆนึงเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก”

ส่วนที่มีผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน ชี้ว่าคุณภาพการลงพื้นที่ในการทำงานของรัฐบาล ยังไม่เห็นผล นั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า ตรงนี้ก็มีสาระอันนึงเหมือนกัน ไม่ใช่ทุกอย่างจะเป็นเรื่องน่ารำคาญหรือรกหู เราก็มานั่งดู  อย่างเช่นมีเสียงบอกมาว่าอาจจะ ลงพื้นที่ ถี่ ไป อาจจะลงพื้นที่ไม่ลึกพอ อาจจะมีการหยุดในหลายจุดเยอะเกินไป

ในพรรคเพื่อไทยเราก็มีการคุยกันว่า ตนควรจะลงพื้นที่ในระยะเวลาเท่าเดิม แต่จำนวนจุดให้ลดลง จาก 4 จุด ให้เหลือ 2 จุด เพื่อจะได้พูดคุยลงลึกถึงปัญหาได้เยอะขึ้น อันนี้ตนก็รับฟัง ไม่ใช่ทุกเรื่องเป็นเรื่องน่ารำคาญ หรือจะไม่รับฟังตรงนี้

มติ “ฝ่ายค้าน” ไม่รับหลักการ “งบรายจ่ายปี 68”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577516

21 มิ.ย. 2567

11:56 น.

มติ "ฝ่ายค้าน" ไม่รับหลักการ "งบรายจ่ายปี 68"

มติ “ฝ่ายค้าน” ไม่รับหลักการ “งบรายจ่ายปี 68” เหตุเบียดบังงบฯอื่น โดยพยายามผลักดัน “ดิจิทัลวอลเล็ต” จนเกินไป

21 มิ.ย. 2567 ที่อาคารรัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(ปวิป ฝ่ายค้าน ) พร้อมด้วย สส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงมติวิป ฝ่ายค้าน ถึงแนวทางในการลงมติ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ว่า ทุกพรรคเห็นไปในแนวทางเดียวกัน ว่าการจัดสรร งบประมาณปี 2568 ฉบับนี้ ไม่เหมาะสมกับประเทศไทยในอนาคต

มีความพยายามที่จะเบียดบังงบประมาณเพื่อให้นโยบายของภาครัฐ ที่เป็นแกนนำจะตั้งรัฐบาลนั้น สามารถสำเร็จลุล่วงได้โดยไม่สนใจว่าจะไปเบียดบังงบประมาณส่วนอื่น พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคจึงมีมติร่วมกันว่า พรรคร่วม ฝ่ายค้าน จะไม่รับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.พรรคก้าวไกล กล่าวถึงเหตุผลที่พรรคร่วม ฝ่ายค้าน ไม่รับร่าง ฉบับนี้ ว่า มี 3 เหตุผล 1.เรากำลังจัดทำงบประมาณที่พาประเทศเข้าไปเสี่ยง ทั้งเรื่องของปัญหาทางการคลัง เสี่ยงที่ประเทศไม่สามารถเดินหน้าต่อสู้กับความท้าทายใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นได้ ปีนี้เป็นปีที่เราขาดทุนสูงที่สุด และมีการขาดดุลงบประมาณเต็มเพดานจนทำให้ประเทศไม่สามารถที่จะรองรับกับสถานการณ์ฉุกเฉินสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นในอนาคตได้เพียงเพื่อที่จะต้องทำโครงการที่เป็นโครงการเรือธงโครงการเดียวของรัฐบาลคือโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต

2.รัฐบาลพยายามที่จะทำโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต มาก จึงละเลยโครงการที่สำคัญของตนเองโครงการอื่น เช่น ignite Thailand , Soft Power , โครงการที่ช่วยเหลือ SME ต่างๆจนงบประมาณไม่เพียงพอ 3. ประเทศยังคงมีความท้าทายใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย

จึงไม่สามารถที่จะรับร่างงบปี 68 เพียงเพื่อที่จะส่งมอบนโยบายที่เป็นเรือธงใหญ่นโยบายเดียวได้แต่นโยบายอื่น ถูกละเลยและรวมถึงการเตรียมความพร้อม กับความท้าทาย ใหม่ๆที่ประเทศจะต้องรับมือ

ส่วนจะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการ จัดสรรงบประมาณให้กับโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต หรือไม่นั้น นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า ตามกระบวนการทางกฎหมายถ้าต้องการยับยั้ง โครงการเรือธงอย่างน้อยก็ต้องรอให้ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ผ่านวาระ 3 ไปก่อน เพราะอาจจะมีการแก้ไขได้ในชั้นกรรมาธิการ

แต่หลังจากนั้น ถ้ายังจะดื้อดึงที่จะทำต่อจนโครงการนี้เกิดขึ้นจริงก่อน จึงจะมีการไปร้องต่อศาล วันนี้ถือว่าการกระทำยังไม่เกิด ส่วนการทำงานในชั้นคณะกรรมาธิการนั้น รอบนี้คงไม่มีเหตุผลข้ออ้างใดๆ กรรมาธิการจะตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อให้งบประมาณปี 68 เป็นไปยังมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายมากที่สุด

ขณะที่นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคประชาธิปัตย์เองก็มีมติ ไม่เห็นชอบไม่รับหลักการร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ด้วยประเด็นที่เห็นว่างบประมาณในปีนี้มีความพยายามที่จะกู้เงินเพื่อไปทำโครงการที่สำคัญของรัฐบาล อย่างโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต เพราะโครงการนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณปีนี้เพียงอย่างเดียวยังต้องกลับไปใช้ปี 67 และต้องออกพ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติมอีก และมีความพยายามที่จะกู้เงินจาก ธกส. อีก ซึ่งต้องแลกมาด้วยค่าเสียโอกาส ที่จะสามารถนำไปทำโครงการอื่นๆได้ รัฐบาลควรฟังคำท้วงติงจากหลายๆภาคส่วน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

อีกทั้งรัฐบาลไม่ใส่ใจปัญหาอื่นๆของประเทศไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจปากท้อง มิจฉาชีพ สิ่งแวดล้อม แต่งบประมาณก็ยังจัดสรรค์แบบเดิมๆ

ด้านนายกัณวีร์ สืบแสง สส.พรรคเป็นธรรม ยืนยันว่า ความมีประสิทธิภาพในการจัดทำงบประมาณชุดนี้ของรัฐบาล ขาดไป ไม่สามารถตอบสนองพันธกิจต่างๆความจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลไม่ได้เอาประชาชนไปศูนย์กลางจริงๆ เอาแต่ความต้องการส่วนพรรคส่วนตน

นายปกรณ์วุฒิ ยังกล่าวถึง มาตรการจัดการ สส.ที่โหวตสวนมาติดพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า แต่ละพรรคคงต้องควบคุมเสียงของตนเอง และแต่ละครั้งก็ต้องมีการลงโทษทางพรรคของตนเอง หากไม่สามารถควบคุมเสียงของตนเองได้ เพียงแต่ตอนนี้มีมติร่วมกันว่าไม่รับหลักการ ส่วนของพรรคก้าวไกลยืนยันไม่มีคนโหวตสวน

ขณะที่ภาพรวมการอภิปรายทั้ง 3 วัน เป็นไปในทางที่ดี เน้นเนื้อหาจริงๆฝั่งรัฐบาลก็ไม่ได้ลุกขึ้นประท้วงอะไร เราพูดกันด้วยเนื้อหาพูดกันด้วยสาระ การชี้แจงและอภิปรายที่ดีเป็นที่น่าพอใจ

ด้านนางสาวศิริกัญญา กล่าวเสริมว่า ขอชื่นชมการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะ สส. ฝั่งเพื่อไทยที่ในรอบนี้มีการเตรียมการในการอภิปรายมาเป็นอย่างดี และมีข้อมูลที่ค่อนข้างหนักแน่นแต่น่าเสียดาย ที่ข้อมูลที่หนักแน่นนั้นไม่สามารถที่จะเป็นเหตุผล กับการจัดงบประมาณที่เกิดขึ้นได้ เลยเหมือนบอกเหตุผลอีกอย่างแต่งบประมาณจัดอีกอย่าง แต่ก็เข้าใจว่าสส.อาจจะเพิ่งเข้ามาเห็นงบประมาณ

จึงอยากเสนอแนะว่าในโอกาสหน้าให้เข้าไปร่วมในกระบวนการจัดทำเพื่อได้ขับเคลื่อนนโยบายที่ตัวเองเห็นว่าสำคัญตามเหตุผลที่ได้ อภิปรายและทำให้เกิดขึ้นจริงในงบประมาณปีต่อไป ไม่ฉะนั้นจะเห็นว่าเหตุผลทุกอย่างงบประมาณจัดอีกอย่าง

นายกฯ ขออย่าด่วนสรุปผลสอบ 2 บิ๊กตำรวจ ยันไม่ละเลย ยอมรับทำคนเสื่อมศรัทธา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577514

21 มิ.ย. 2567

11:45 น.

นายกฯ ขออย่าด่วนสรุปผลสอบ 2 บิ๊กตำรวจ ยันไม่ละเลย ยอมรับทำคนเสื่อมศรัทธา

นายกฯ ขอ ปชช. อย่าด่วนสรุปผลสอบ 2 บิ๊กตำรวจ ขอดูรายละเอียดว่าเผยแพร่ได้หรือไม่ ยันไม่ปล่อยปละละเลย แต่ยอมรับทำคนเสื่อมศรัทธา ต้องเร่งกอบกู้คืน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลงนามคำสั่งให้ พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  กลับคืนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผลสอบที่ออกมา ประชาชนค่อนข้างผิดหวัง เพราะอยากให้มีการลงโทษ ว่า “ขอดูคำสั่งก่อน ว่าส่วนที่สามารถออกสู่สาธารณชนได้ มีเนื้อหาอย่างไร ให้พวกคุณอ่านผลสอบว่าเป็นอย่างไร อย่าเพิ่งไปหาบทสรุปเร็วขนาดนั้นเลย”
 

ส่วนภาพลักษณ์วงการตำรวจที่กระฉ่อนในทางลบ ในฐานะที่กำกับดูแล สตช. จะล้างทำความสะอาดบ้านหลังนี้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาในองค์กรมีอยู่แล้ว ต้องยอมรับว่าตอนที่ตนเข้ามาพยายามที่จะสะสาง พยายามที่จะบริหารจัดการ เรื่องที่เป็นปัญหาที่เบอร์ 1 เบอร์ 2 ทะเลาะกัน เมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ก็มีการสั่งการ จึงมีการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบ หาข้อเท็จจริงต่างๆ  วันนี้มาถึงจุดที่ใกล้จะจบแล้ว ต้องทำอะไรบ้างขออีกนิดนึง ให้ผลออกมา แล้วค่อยมาพูดคุยกันใหม่ดีหรือไม่ เรื่องของปัญหา เราทราบดีอยู่แล้ว เราไม่ได้ปล่อยปละละทิ้ง ละเลย 

เมื่อถามย้ำว่า จะสามารถเรียกศรัทธา ประชาชนกลับมาได้หรือไม่ นายกฯ ยอมรับว่า ต้องใช้เวลา และต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองคน แต่มีขบวนการตามกฏหมายอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเป็นนายกฯ แล้วจะทำได้ทุกอย่าง ก็ต้องให้ให้เกียรติกับคู่กรณี หรือคนที่ถูกรับโทษ พร้อมกับมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนให้มันถูกต้อง ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากมีความผิด ต้องจัดการขั้นเด็ดขาด

‘บุญสิงห์’ร่วมหารือแนวทาง ปรับปรุงพันธุ์สัตว์ปีกพะเยา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811727

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ปีก จ.พะเยา ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์พะเยา ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์สัตว์ปีก ทั้งเป้าหมายของการคัดเลือกพันธุ์สัตว์ปีกให้ได้ลักษณะตามต้องการ ทั้งลักษณะคุณภาพและลักษณะปริมาณ ส่งเสริมการวิจัยพัฒนาปรับปรุงพันธุ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพันธุ์สัตว์ปีกที่ในประเทศยังต้องการผลผลิตจำนวนมาก สอดคล้องกับการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย เพื่อเพิ่มรายได้ 3 เท่าใน 4 ปี ของ รมว.เกษตรฯ

ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย นายดนัย คำขวัญ ผอ.สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ นายกฤษณ์ พิมพ์งาม ปศุสัตว์ จ.พะเยา น.ส.จีระนันท์ สว่างดวง เกษตรและสหกรณ์ จ.พะเยา น.ส.หยาดรุ้ง โปรงชนะ เจ้าพนักงานสัตวบาลชำนาญงาน รักษาการ ผอ.ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์พะเยา และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมให้ข้อมูลในการตรวจราชการในครั้งนี้ สำหรับศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์พะเยา ดำเนินการผลิตสัตว์พันธุ์ดี ทั้งหมด 4 ชนิด ได้แก่ 1.โคพื้นเมืองพันธุ์ขาวลำพูน 2.กระบือพันธุ์น้ำว้า 3.สุกรพันธุ์แลนด์เรซ และ 4.ไก่พื้นเมืองพันธุ์ประดู่หางดำเชียงใหม่

ที่ปรึกษาฯรับฟังร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811726

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมอภิปรายสาระสำคัญและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ได้รับผลกระทบหรือผู้เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษล้านนาตะวันออก พ.ศ. … กลุ่ม จ.พะเยา ที่โรงแรม M2 hotel waterside อ.เมือง จ.พะเยา มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพและขีดความสามารถทั้งทางด้านทรัพยากรและศักยภาพของพื้นที่ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน หรือกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก ที่มีศักยภาพ เป็นเมืองหน้าด่านสำคัญเชื่อมโยงการค้าและการนำเข้าส่งออก อีกทั้งมีฐานทรัพยากรธรรมชาติ เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญ หากมีกลไกการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบ และเกิดความต่อเนื่องสอดคล้องกับบริบทและศักยภาพเชิงพื้นที่ สอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวม

ทั้งนี้ เนื่องจากกฎหมายที่ใช้ปัจจุบันไม่เอื้อต่อการพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางดังกล่าว เพราะการส่งเสริมด้านการบริหารด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และระบบการอนุมัติอนุญาตตลอดจนการให้สิทธิประโยชน์เป็นการบริหารที่มีลักษณะรวมศูนย์ ขาดการส่งเสริมการกระจายโอกาสในเชิงพื้นที่ อีกทั้งการจัดทำระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของหน่วยงานรัฐยังขาดความต่อเนื่อง ไม่เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริง ทำให้ไม่สามารถพัฒนาเชิงพื้นที่หรือกลุ่มจังหวัดได้อย่างเต็มศักยภาพจึงกำหนดให้มีกฎหมายเฉพาะเพื่อกำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษล้านนาตะวันออกในพื้นที่กลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก เพื่อวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่นั้นๆ อย่างเหมาะสมกับสภาพและศักยภาพของพื้นที่ บูรณาการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคให้เกิดความต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษล้านนาตะวันออกมีการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร รวมทั้งกำหนดแผนงานด้านการพัฒนาพื้นที่นั้นๆ อย่างมีเป้าหมายและมีมาตรการส่งเสริมภาคเอกชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วม

สทนช.บูรณาการข้อมูล รับมือ‘ลานีญา’ลดภัยน้ำท่วม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811728

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมแผนรับมือ ซึ่งเร็วๆ นี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ 10 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2567 และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2567 และการกักเก็บน้ำเพื่อฤดูแล้ง ปี 2567/2568 ตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เสนอ เพื่อให้ทุกหน่วยงานด้านน้ำยึดเป็นหลักในการเตรียมแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขภัยอันเกิดจากน้ำให้เหมาะสมกับสภาพและบริบทของแต่ละลุ่มน้ำ รวมถึงการเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำอุปโภค-บริโภคให้กับประชาชนตลอดทั้งปี ไม่ให้ส่งผลกระทบในช่วงฤดูแล้งถัดไป จึงกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนมาตรการและโครงการฯ ไปสู่แผนปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด และจะติดตามประเมินผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

สำหรับการได้มาซึ่งข้อมูลการคาดการณ์ที่แม่นยำนั้น สทนช.ได้บูรณาการร่วมกับ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำฯ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศฯ ร่วมวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ได้มาซึ่งสถานการณ์น้ำฝนและน้ำท่าที่มีความแม่นยำสูง เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ อาทิ กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมทรัพยากรธรณี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้จำลองสถานการณ์ให้ใกล้เคียงกับสภาพการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อซักซ้อมการเตรียมความพร้อมรับมือและป้องกันภัย รวมถึงการปรับแผนการบริหารจัดการน้ำ ผ่านแม่น้ำ คู คลอง ระบบหรือเครื่องมือชลประทานต่างๆ ที่มีอยู่ได้อย่างแม่นยำ สัมพันธ์และเหมาะสมกับสภาพที่เกิดในพื้นที่นั้นๆ ที่สำคัญคือ สามารถเตือนภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ทันการณ์หรือล่วงหน้า 3 วัน ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน สามารถบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ประเทศไทยจะอยู่ในช่วงฤดูฝนแล้วแต่ยังมีบางพื้นที่ไม่มีฝนตกและอาจประสบภาวะภัยแล้งในอีก 2 เดือนข้างหน้า เช่น พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ จ.มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ประกอบกับเกษตรกรบางส่วนมีการหว่านข้าวไปแล้ว ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมแผนในการให้ความช่วยเหลือแล้ว เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรในการเลื่อนการเพาะปลูกออกไปเพื่อป้องกันผลผลิตเสียหาย ส่วน ปภ.สนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย และ สทนช.ภาค 3 จะเร่งลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์แจ้งข้อมูลสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ผู้ช่วยฯพบชาวบ้าน มีปัญหาเดือดร้อน ท่าเทียบเรือฯชำรุด เร่งดำเนินการแก้ไข

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811729

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากสะพานท่าเทียบเรือประมงชำรุดเสียหายที่หน้าวัดรางจันทร์สามัคคีธรรม หมู่ 4 ต.นาโคก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่ง ดร.จอมขวัญ ได้รับแจ้งจากนายพูลศักดิ์ นิลเภตรา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 และนายสมศักดิ์ แจ่มจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.นาโคก ให้พบปะเกษตรกรและประชาชน เพื่อรับเรื่องร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนกรณีดังกล่าว โดยจะรายงานต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ รับทราบและพิจารณาต่อไป

สำหรับสะพานท่าเทียบเรือประมง ที่หน้าวัดรางจันทร์สามัคคีธรรม หมู่ 4 ต.นาโคก ก่อสร้างและใช้งานมานานประมาณ 30 ปี สร้างด้วยงบประมาณของกรมประมง เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ ต.นาโคก และตำบลใกล้เคียง ใช้เป็นท่าเทียบเรือประมง นำสัตว์น้ำทะเลที่จับได้ขึ้นขายบนฝั่ง รวมทั้งเป็นจุดเที่ยวชมทะเลและธรรมชาติป่าชายเลน ซึ่งเป็นการส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้จากการขายสินค้าประมงแปรรูป แต่ปัจจุบันสะพานมีความชำรุดเสียหายจากคลื่นน้ำทะเลกัดเซาะ เกษตรกรและชาวบ้านผู้ประกอบอาชีพประมงชายฝั่งและนักท่องเที่ยวไม่สามารถใช้สะพานท่าเทียบเรือประมงได้ เพราะเสี่ยงกับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ส่งผลให้เกษตรกรและประชาชน ขาดรายได้จากการประกอบอาชีพ จึงมีความต้องการให้กรมประมง พิจารณาดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมสะพานดังกล่าวให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ