‘สวน 15 นาที’ สร้างสุขคนกรุง เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดมลพิษมุ่งสู่ชุมชนคาร์บอนต่ำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811190

‘สวน 15 นาที’ สร้างสุขคนกรุง เพิ่มพื้นที่สีเขียว  ลดมลพิษมุ่งสู่ชุมชนคาร์บอนต่ำ

‘สวน 15 นาที’ สร้างสุขคนกรุง เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดมลพิษมุ่งสู่ชุมชนคาร์บอนต่ำ

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เอ็ม บี เค (MBK) ตอกย้ำการเป็นองค์กรไทยหัวใจสีเขียว ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและให้ความสำคัญกับการพัฒนาสู่ความยั่งยืน (Sustainable Development)ในทุกมิติ ทั้งการลงทุนอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม ชุมชน สังคม โดยเฉพาะชุมชนโดยรอบธุรกิจ ภายใต้ความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ ล่าสุด เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกปทุมวัน ซึ่งเป็นย่านธุรกิจและการค้าการท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ ขานรับนโยบาย “สวน 15 นาที”ของกรุงเทพมหานคร สานต่อความร่วมมือสำนักงานเขตปทุมวันในการปรับปรุงภูมิทัศน์สวนหย่อมเกาะกลางถนนบริเวณแยกปทุมวัน และแนวรั้วจักรยานเกาะกลางถนนพระราม 1 (แยกปทุมวัน) ซึ่งที่ผ่านมา เอ็ม บี เคเซ็นเตอร์ ได้ร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการพัฒนาพื้นที่แยกปทุมวัน ภายใต้กิจกรรม MBK Green Heart ชุมชนไทยหัวใจสีเขียว เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวลดมลพิษทางอากาศ คืนความร่มรื่นมุ่งสู่ชุมชนคาร์บอนต่ำให้เขตปทุมวัน

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ นำโดยสมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เคจำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย ศตกมล วรกุลผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กรให้การต้อนรับ จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สุขวิชญาณ์นสมทรง ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่เขตปทุมวัน สน.ปทุมวัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลงพื้นที่เยี่ยมชมการพัฒนาสวน 15 นาทีบริเวณสี่แยกปทุมวัน ข้างป้อมสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ด้านหน้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ โดยความร่วมมือพัฒนาสวน 15 นาทีในบริเวณดังกล่าวมีพื้นที่รวม 96.23 ตร.ม. ซึ่งทางเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้จัดวางแผ่นหินทางเดิน ตั้งวางม้านั่ง ปูหญ้า ปลูกไม้พุ่มต้นเฟิร์นข้าหลวง พุดศุภโชค แฟน ไอริส พยับหมอก หลิวใบ หลิวทอง เตยด่าง นีออน สับปะรดสี แพงพวย ดาวกระจายทองอุไร บัวหลวง กวักมรกต บลูฮาวาย สร้างพื้นที่สีเขียว ลดมลพิษทางอากาศ คืนความร่มรื่น มุ่งสู่ชุมชนคาร์บอนต่ำให้เขตปทุมวัน… MBK Care ความใส่ใจ…ที่ไม่สิ้นสุด

‘BORN A FIGHTER’ ส่งพลังเคียงข้างนักสู้ ‘โรคท้าวแสนปม’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811193

‘BORN A FIGHTER’ ส่งพลังเคียงข้างนักสู้ ‘โรคท้าวแสนปม’

‘BORN A FIGHTER’ ส่งพลังเคียงข้างนักสู้ ‘โรคท้าวแสนปม’

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย)จำกัด ผนึกกำลังร่วมกับชมรมผู้ป่วยท้าวแสนปมแห่งประเทศไทย พร้อมพันธมิตรภาครัฐและเอกชน จัดงานวันโรคท้าวแสนปม (NF1) ประเทศไทย ครั้งที่ 7 ณ ลานกิจกรรม ลิโด้ สยามสแควร์ เพื่อร่วมเดินหน้าสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคท้าวแสนปม ในฐานะโรคหายากให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยเน้นการสร้างความตระหนักรู้ การแบ่งปันข้อมูลที่ถูกต้อง และการร่วมส่งเสริมการสร้างทัศนคติที่ดี เพื่อลดช่องว่างความแบ่งแยกระหว่างผู้ป่วยเอ็นเอฟวันและประชาชนทั่วไป เผยศักยภาพการวินิจฉัยและการรักษาโรคภายใต้ระบบสาธารณสุขไทยในปัจจุบัน พร้อมชูแนวคิด “BORN A FIGHTER” แสดงพลังนักสู้เคียงข้างเหล่าผู้ป่วยเพื่อสนับสนุนให้นักสู้ของเรามีกำลังใจที่จะมุ่งหน้าใช้ชีวิตในสังคมต่อไปอย่างมั่นใจ

ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ปัจจุบันโรคท้าวแสนปม หรือ เอ็นเอฟวัน (Neurofibromatosis type 1 : NF1) จัดว่าเป็นโรคหายากชนิดหนึ่ง ซึ่งความรุนแรงของอาการที่แสดงออกมาจะมีหลากหลาย ทั้งที่แสดงอาการอย่างเห็นได้ชัดเจนจากภายนอกโดยมีก้อนเนื้อขึ้นบริเวณผิวหนัง และในกรณีที่ไม่สามารถพบเจออาการได้ด้วยตาเปล่า จากข้อมูลอ้างอิงคาดว่า มีผู้ป่วยในประเทศไทยประมาณ 20,000 ราย และในระดับโลกคิดเป็นสัดส่วน1 ต่อ 2,500-4,000 ของประชากรทั่วโลก ซึ่งหมายความว่าใน 8 พันล้านคนมีกลุ่มคนที่ต้องเผชิญกับ Neurofibromatosis type 1 (NF1) ราว 2-3 ล้านคน

โรคนี้มีสาเหตุมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นในโครโมโซมคู่ที่ 17 ส่งผลให้เซลล์เยื่อหุ้มประสาทเจริญเติบโตผิดปกติ และหากมีการพบประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ ก็มีโอกาสส่งต่อความเสี่ยงทางพันธุกรรมได้ โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อจากการสัมผัสและระบบทางเดินหายใจ แต่มักได้รับการเข้าใจผิดว่าเป็นโรคติดต่อทางผิวหนัง เนื่องจากลักษณะของโรคในกลุ่มผู้ป่วยที่แสดงอาการอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ผู้ป่วยบางรายต้องเผชิญกับการแบ่งแยกจากสังคม และในบางกรณียังส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะหรือโครงสร้างภายในร่างกาย แม้ว่าจะมีการผ่าตัดก้อนเนื้อออกไปแต่ก็สามารถเกิดขึ้นก้อนเนื้อใหม่ได้

ในทางการแพทย์ปัจจุบันยังไม่พบการรักษาที่ทำให้หายขาด แต่ก็มีการคิดค้นแนวทางการรักษาที่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคนี้ได้
ในขณะเดียวกันการสร้างความตระหนักเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจจากประชาชนต่อโรคนี้ ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตต่อสู้กับโรคนี้ไปได้อย่างมีกำลังใจ

ปัจจุบันในประเทศไทยมีศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ด้านจีโนมิกส์และการแพทย์แม่นยำ (Excellence Center for Genomicsand Precision Medicine) ที่ใช้เทคโนโลยีจีโนมิกส์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์สมัยใหม่ในการนำข้อมูลทางพันธุกรรมของมนุษย์แต่ละคน และข้อมูลแวดล้อมอื่นๆ มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลทางคลินิก เพื่อช่วยในการตรวจวินิจฉัยและพยากรณ์โรคอย่างแม่นยำ ทำให้แพทย์สามารถเลือกรูปแบบการรักษาและการใช้ยาที่เหมาะสมต่อผู้ป่วยแต่ละรายเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด โดยเทคโนโลยีนี้ได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยวิเคราะห์พันธุกรรมของผู้ป่วยเอ็นเอฟวัน ในการเลือกรูปแบบการรักษา รวมถึงช่วยเป็นข้อมูลในการวางแผนการใช้ชีวิตหรือการมีครอบครัวในอนาคตสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง

นายโรมัน รามอส ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย และ Frontier Markets กล่าวว่า แอสตร้าเซนเนก้า ได้พัฒนานวัตกรรมยารักษาโรคเพื่อสร้างความครอบคลุมในการรักษาโดยเน้นผู้ป่วยในสามกลุ่มโรคคือ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs), โรคมะเร็ง และกลุ่มโรคหายาก ซึ่งพันธกิจของแอสตร้าเซนเนก้า คือการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ผ่านการเรียนรู้และพัฒนาแนวทางการรักษาโรคอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการมีส่วนในการสร้างความตระหนักรู้ของสังคม และในโอกาสนี้ เราได้ร่วมมือกับชมรมผู้ป่วยท้าวแสนปมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยพันธมิตรภาครัฐและเอกชน มาร่วมให้การสนับสนุนในการจัดงานวันโรคท้าวแสนปม (NF1) ประเทศไทย ครั้งที่ 7 โดยมีจุดประสงค์ในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคท้าวแสนปม อีกทั้งยังได้เลือกสถานที่จัดงานเป็นใจกลางสยามสแควร์ เนื่องจากเป็นแหล่งรวมตัวของกลุ่มคนหลากหลายวัย สะท้อนถึงการยอมรับในความแตกต่างระหว่างกลุ่มผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป เพื่อให้ผู้ป่วยเหล่านี้รู้สึกถึงการมีส่วนร่วมและไม่โดดเดี่ยวในสังคม

คุณแหน : 19 มิถุนายน 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811228

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll ชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ รอง ผวจ.อุบลราชธานี เข้ารับโล่จังหวัดที่มีผลงานในระดับดีเยี่ยม ในการดำเนินงานส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยอย่างเข้มแข็งในรอบครึ่งปีแรกปีงบประมาณ 2567 โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมานผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10เป็นประธานในพิธี..

ll นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ เป็นประธานประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สัญจร ครั้งที่ 3/2567 ณ จ.นครศรีธรรมราช มีผู้ร่วมงานกว่า 600 คน งานนี้ ชัยวัฒน์ พู่พิสุทธิ์ ได้นำเสนอนวัตกรรมการประยุกต์ใช้ AI อินสเป็คทรา ซีเอ็กซ์อาร์ (Inspectra CXR) ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายรังสีทรวงอกที่ความสามารถในการคัดกรองโรคได้ครอบคลุมถึง 8 สภาวะตั้งแต่มะเร็งปอด วัณโรค ไปจนถึงปอดบวมน้ำ และปอดแฟบ โดยมีความถูกต้องแม่นยำในการคัดกรอง(NPV)สูงถึง 99%..

ll รศ.เกศินี วิฑูรชาติ เป็นประธานเปิดศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมพลังงานสะอาด จากความร่วมมือของ ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมกับ บมจ.โซลาร์ตรอน เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานสะอาด โดยมีปัทมา วงษ์ถ้วยทอง,รศ.โรจน์ คุณเอนก และ รศ.ดร.พวงผกา คงวัฒนานนท์ ร่วมด้วย..

ll จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รับมอบเงินบริจาค จากพรศิลป์-รัตนาภรณ์ พัชรินทร์ตนะกุล เพื่อร่วมสมทบทุนศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้สูงอายุสายตาเลือนรางหรือพิการ ฝ่ายจักษุวิทยา รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย..

ll นพ.ยุทธ โพธารามิก พร้อมชาว ปธพ. 2 เช่น รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์, พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง,อัฐ ทองแตง, ดร.วารีรัตน์ ตั้งธนกูล,กรรณิการ์ เทววิชชุลดา,วราภรณ์ กุลสวัสดิ์ภักดี นัดสังสรรค์หารือเรื่องการจัดกิจกรรม CSR ของรุ่นร่วมกับสำนักการแพทย์ กทม.ในการให้บริการตรวจสุขภาพประชาชน และตรวจ X-Ray จอประสาทตา และอื่นๆ ณ บางนาฮอลล์ เซ็นทรัลบางนา 12-14 ก.ค. ..

ll ชาว ปธพ.1 ร่วมยินดีกับ เฉลิมกุล อภิบุณโยภาส ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสมาคมโรงพยาบาลเอกชน..ll ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ยินดีกับผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตร Digital CEO#7 เช่น วีระพงษ์ ฤทธิ์รอด,อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต,เฉลิมพล โชตินุชิต,เดช ฐิติวณิช,ษณกร กี่สิ้น,เพลินพิศ ศรีภพ,ฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ,จงกลนี แก้วสด,รศ.ดร.ประมาศาสตระรุจิ,ผศ.ดร.ปริญญา นาคปฐม,รณชัยกองบุญมา,ณาตยา สุขุม,สุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท,ไพศาล หงษ์ทอง,ทองคำ เกตุโชติ,ณัฐพลเหลืองวงศ์ไพศาล ,พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล,นพ.ชวลิตวิมลเฉลา,ชาญชัย ชัยประสิทธิ์,ดลิน โสภณพนิชยังพิชิต,อุรภา สุทธิพงษ์ชัย,ดร.รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์,ร.ท.กิตติคุณ จารุวัฒนายนต์,ชัชฎา อภิชาสุทธากุล,โรจน์ปิติ ธรรมชูเวท,ธิดารัตน์ จันทร์ไทย,อโณทัย บุญยะลีพรรณ,ร.ท.กิตติคุณ จารุวัฒนายนต์..

llสวด เตือนใจ เอื้อละพันธ์ มารดา ธนาวุฑ เอื้อละพันธ์ ณ มูลนิธิส่งเสริมสามัคคีบ้านนา อ.บ้านนา จ.นครนายก 16-19 มิ.ย. 19.30 น.
20 มิ.ย. พิธีกงเต๊ก 21 มิ.ย. 12.30 น. เคลื่อนศพไปสุสานกุ่ยฮง..

ll จิราภรณ์ รุ่งศรีทอง วตท.2 ช่วยจัดรอบพิเศษ“ฟ้าจรดทราย เดอะมิวสิคัล”ให้ สวตท. ในกิจกรรม ACMA Visit-Art & Cultural Tour 2024 งานนี้ ประภา ปูรณโชติ,วันเพ็ญธนธรรมสิริ,รสริน เธียรนุกุล,ปฐมา พรประภา,วิสิฐ ตันติสุนทร,กัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา,สมศักดิ์กุญชรยาคง,สิริพร จังตระกุล,เยาวลักษณ์ อร่ามทวีทอง,ดวงพร ธีรภาพไพสิฐ ไม่พลาด..ll

น้องใหม่

สศท.เชิญชวนเข้าชม pre-launch นิทรรศการ ‘sacit concept 2024’ สนับสนุนโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้ากลุ่มหัตถกรรม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811196

สศท.เชิญชวนเข้าชม pre-launch นิทรรศการ 'sacit concept 2024' สนับสนุนโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้ากลุ่มหัตถกรรม

สศท.เชิญชวนเข้าชม pre-launch นิทรรศการ ‘sacit concept 2024’ สนับสนุนโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้ากลุ่มหัตถกรรม

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 15.02 น.

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ สศท. ขอเชิญเข้าชม pre-launch นิทรรศการ “sacit concept 2024 : Geographical Indications of Art and Craft” ภายใต้กิจกรรม Crafts Design Matching มิติใหม่ในการสนับสนุนโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้ากลุ่มหัตถกรรม

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ สศท. สร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้ากลุ่มหัตถกรรมที่ได้ขึ้นทะเบียน GI และรวมถึงวัสดุ/วัตถุดิบที่มีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ GI ที่จะมามีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐาน เพิ่มมูลค่าของงานหัตถกรรมไทย สร้างโอกาสให้คนทำงานหัตถกรรมอยู่ดีกินดีเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังรวมไปถึงการปลุกกระแสการรักถิ่นฐานบ้านเกิด การดูแลรักษาหวงแหนภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่มีคุณค่าต่อคนรุ่นหลัง ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืนได้ต่อไป

โดยโครงการนี้ สศท. ได้ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการสินค้าหัตถกรรม 30 ราย และนักออกแบบ 10 ราย มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยให้เป็นที่ยอมรับและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งนิทรรศการการจัดแสดงผลงาน “sacit concept 2024” นี้ จะแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่ถูกซ่อนอยู่ ผลิตภัณฑ์ที่จัดแสดงจะสะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะของความเป็นไทย ซึ่งถือว่าเป็น soft power ของชาติที่ไม่มีใครเหมือนในโลก ผู้ที่เข้าชมจะได้สัมผัสกลิ่นอายของความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม วิถีและชีวิตของคนไทย ผสมผสานกับแนวคิดของโลกยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

นางพรรณวิลาส แพพ่วง รักษาการแทนผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่าปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่ผลิตในประเทศไทยมีอยู่จำนวนมาก แต่ปัญหาที่พบคืองานหัตถกรรมไทยยังเข้าไปมีส่วนใน  วิถีชีวิตคนแบบกระจุกตัว ไม่ได้กระจายไปสู่คนในวงกว้าง ประกอบกับปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีที่เข้ามามีผลกระทบ มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญกับหลายภาคส่วน และรวมถึงงานฝีมือด้วย

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มีของโครงการ sacit concept ที่สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทยในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่สืบสาน สนับสนุน ส่งเสริมให้งานหัตถกรรมไทยโตได้อย่างยั่งยืน ได้ตระหนักถึงความสำคัญที่จะเป็นผู้นำทาง ชี้ช่องทางและเปิดแนวคิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับคนทำงานหัตถกรรมได้มีโอกาสสร้างรายได้ สร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรม “Crafts Design Matching” การจับคู่ทำงานร่วมกันระหว่างผู้ผลิตสินค้าหัตถกรรมกับนักออกแบบร่วมกันทำงานผ่านแนวคิดการออกแบบ “GI Smart Craft Combinations” ซึ่งมุ่งเน้นให้การออกแบบสร้างสรรค์ของการหยิบใช้วัสดุ/วัตถุดิบ หรือกระบวนการเฉพาะตัวในภูมิปัญญาเชิงช่างในท้องถิ่นที่ซ่อนเร้นอยู่ในพื้นที่ของตนเองได้นำเสนอผ่านผลงานอย่างชาญฉลาด

อีกทั้งยังร่วมกันพัฒนางานหัตถกรรมผ่านผลิตภัณฑ์จากการใช้ทุนวัฒนธรรมในแหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (พื้นที่GI) ของตนเอง เข้ามาผสมผสานเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนางานออกแบบสินค้า เพื่อสะท้อนให้เห็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะสร้างคุณค่า ความโดดเด่น ความแตกต่างให้กับสินค้า ผ่านการเล่าเรื่อง (story telling) เหล่านี้สามารถทำให้เกิดความเป็น Authentic Brand และกลายเป็นจุดแข็งของการผลักดันรูปแบบผลิตภัณฑ์จากแหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่จะสามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระดับชุมชนและพัฒนาเป็นสินค้าหัตถกรรมสู่การท่อง เที่ยวในระดับโลกได้ ทำให้ผู้ผลิตในชุมชนสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจให้ครบวงจรเพื่อความยั่งยืน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ที่จะช่วยส่งเสริมหน่วยงานภาครัฐซึ่งกันและกันโดยเฉพาะด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยว รวมไปถึงการยกระดับองค์ความรู้/เทคนิค/วิธีการในภูมิปัญญาวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่อาจจะไม่เคยมีใครได้พบเห็น ได้นำมาเปิดเผยอย่างเป็นรูปธรรมผ่านประเภทสินค้าในผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่จะสื่อสารให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวได้นำไปสู่การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์จากรากฐานภูมิปัญญาสู่งานคราฟต์ยุคใหม่ ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่จะสร้างและเพิ่มมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจและพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

โครงการ sacit concept 2024 กำหนดจัด pre-launch นิทรรศการแสดงกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายน 2567 นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ไอคอนสยาม โซนไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ให้ผู้ที่สนใจการขยายโอกาสทางการค้า การเปิดมุมมองในการทำงานหัตถกรรมที่ร่วมสมัย การรับทราบองค์ความรู้ เทคนิคในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในยุคปัจจุบันในมุมต่าง ๆ อาทิ ประโยชน์ของการนำวัสดุ/วัตถุดิบในพื้นที่ GI มาพัฒนารูปแบบงานเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรม การสกัดทุนทางประวัติศาสตร์/วัฒนธรรมท้องถิ่น ทุนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นั้น ๆ  มาประยุกต์ใช้การพัฒนาสินค้าออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน

ในการนี้ ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในยุค 5.0 สามารถติดตาม “การจัดแสดงนิทรรศการแสดงต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่เสร็จสมบูรณ์ได้ในงานแสดงสินค้า Crafts Bangkok 2024 ระหว่างวันที่ 24 – 28 สิงหาคม 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา

-(016)

เปิดโหมดหวาน ‘เอิ้ก พรหมพร’ลงคลิปคู่ โพสยินดีสมรสเท่าเทียม แฟนๆ จับตาข่าวดี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811377

เปิดโหมดหวาน 'เอิ้ก พรหมพร'ลงคลิปคู่ โพสยินดีสมรสเท่าเทียม แฟนๆ จับตาข่าวดี

เปิดโหมดหวาน ‘เอิ้ก พรหมพร’ลงคลิปคู่ โพสยินดีสมรสเท่าเทียม แฟนๆ จับตาข่าวดี

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.53 น.

เอิ้ก พรหมพร ยูวะเวส ผู้ประกาศข่าวสาวสวย ในวัย 53 ที่ก่อนหน้านี้ยังพูดได้ไม่เต็มปากว่า”ไวน์”สาวหล่อคนสนิท ใช่แฟนหรือไม่ ล่าสุดสาวเอิ้กโพสต์คลิปสั้นๆสุดหวานคู่กับไวน์’ ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมข้อความแสดงความยินดีกับกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่ประกาศใช้ในประเทศไทย

ซึ่งในคลิปมีข้อความว่า เธอๆ เค้าให้เราแต่งงานกันได้ละนะ แต่งป่ะ แล้วในคลิปมีทำท่าจุ๊บ แบบฉ่ำมาก พร้อมแฮชแท็ก 

โดยทั้งคลิปและข้อความดังกล่าวของ สาวเอิ้กสร้างความฮือฮาให้กับแฟนๆ หลายคน ต่างตั้งข้อสงสัยว่า เอิ้ก พรหมพร กำลังจะมีข่าวดีกับสาวหล่อคนนี้หรือไม่ เพราะทั้งคู่คบหาดูใจกันมานานหลายปี และมักโพสต์รูปคู่อวดโมเมนต์หวานๆ ลงบนโซเชียลมีเดียอยู่เสมอ งานนี้ทำเอาเพื่อนในวงการบันเทิงและเหล่าบรรดาแฟนคลับหลายคนเข้ามาแซวและแสดงความยินดีล่วงหน้าจำนวนมาก อาทิ  แต่งค่ะ, น่ารักมาก, ยินดีด้วยนะคะ ,อยากเห็นงานคุณเอิ้ก พร้อมคอมเม้นหัวใจกันรัวๆ อีกทั้งชุดที่ใส่คือพร้อมมากๆ และหวังว่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้นะคะ

มีคลิป

จากขยะที่รีไซเคิลไม่ได้สู่การอัพไซเคิลเป็นถนนลานจอดรถและลานกางเต็นท์มอบให้อุทยานแห่งชาติ ภายใต้แคมเปญ ‘ท้าไม่ทิ้งกับกาแฟเขาช่องซีซั่น 4’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811369

จากขยะที่รีไซเคิลไม่ได้สู่การอัพไซเคิลเป็นถนนลานจอดรถและลานกางเต็นท์มอบให้อุทยานแห่งชาติ ภายใต้แคมเปญ 'ท้าไม่ทิ้งกับกาแฟเขาช่องซีซั่น 4'

จากขยะที่รีไซเคิลไม่ได้สู่การอัพไซเคิลเป็นถนนลานจอดรถและลานกางเต็นท์มอบให้อุทยานแห่งชาติ ภายใต้แคมเปญ ‘ท้าไม่ทิ้งกับกาแฟเขาช่องซีซั่น 4’

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.27 น.

กาแฟเขาช่องมุ่งดำเนินโครงการมาจนถึงปีที่ 4 แล้วกับโครงการ “ท้าไม่ทิ้งกับกาแฟเขาช่องซีซั่น 4” ที่จัดกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นมาจากวัตถุประสงค์หลักที่มุ่งมั่นผลักดันให้แคมเปญนี้เป็นแรงกระตุ้น ปลุกกระแสให้ประชาชนทุกคนตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันแยกขยะพลาสติกนำไปรีไซเคิลให้เกิดประโยชน์หรือส่งมาร่วมแคมเปญกับเราเพื่อนำไปอัพไซคลิ่งสร้างมูลค่าก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนจึงเกิดเป็นแคมเปญนี้ขึ้นมาจากบรรจุภัณฑ์กาแฟเขาช่องที่รวบรวมได้จากผู้บริโภคทั่วประเทศจะถูกนำมาอัพไซคลิ่งเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งลานกิจกรรมอเนกประสงค์ลานจอดรถลานกางเต็นท์เก้าอี้ม้านั่งและถนนเขาช่องกรีนโรดที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่โดยในครั้งนี้ใช้ซองกาแฟเขาช่องมาอัพไซคลิ่งทั้งสิ้น 7,000 กิโลกรัมรวมพื้นที่ 6,400 ตารางเมตร

นอกจากถนนสีเขียวและลานกิจกรรมแล้วเรายังสามารถทำอย่างอื่นได้อีกเช่นเก้าอีม้านั่งและหางเสือของกังหันลมเป็นต้นซึ่งโดยรวมแล้วตั้งแต่ซีซั่น 1 จนถึงซีซั่น 4 ปัจจุบันกาแฟเขาช่องได้ช่วยโลกลดขยะไปแล้วรวมทั้งสิ้น 38,419 กก. สร้างถนนสีเขียวมอบให้แก่อุทยานแห่งชาติเพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์รวมพื้นที่ 29,982 ตร.ม. ด้วยกัน

ท้าไม่ทิ้งกับกาแฟเขาช่องเริ่มดำเนินโครงการครั้งแรกที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพีจ.กระบี่ใช้ขยะอัพไซคลิงมาทำถนน 10,270 กก. รวมพื้นที่ 6,000 ตร.ม. เกิดเป็นถนนสีเขียวหมายเลข 1 แห่งแรกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติต่อมาถนนสีเขียวหมายเลข 2 ที่อุทยานแห่งชาติออบขานจ.เชียงใหม่ 11,872 กก. พื้นที่กว่า 9,280 ตร.ม. และถนนสีเขียวหมายเลข 3 ที่อุทยานแห่งชาติภูลังกาบริเวณถ้ำนาคีถ้ำนาคาและพระธาตุภูลังกา จ. นครพนม 9,277 กก. ถนนสีเขียวและลานกิจกรรมรวมพื้นที่กว่า 8,302 ตร.ม.

และในครั้งนี้ท้าไม่ทิ้งกับกาแฟเขาช่องซีซั่น 4 ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้แก่บริเวณด่านปากช่องจังหวัดนครราชสีมารวมไปถึงลานกางเต็นท์ลำตะคองจังหวัดนครนายกและบริเวณหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเนินหอมจังหวัดปราจีนบุรีใช้ขยะอัพไซคลิ่งมาสร้างถนนลานจอดรถยนต์ลานกิจกรรมและลานอิฐบล็อกอเนกประสงค์ 7,000 กก. รวมพื้นที่ 6,400 ตร.ม. เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์กลับคืนสู่สังคม

แคมเปญท้าไม่ทิ้งกับกาแฟเขาช่องครั้งนี้แล้วเสร็จสมบูรณ์อย่างสวยงาม และได้ส่งมอบถนนสีเขียวให้กับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมากับอีเว้นท์รักษ์โลกที่จัดขึ้น ณ ลานกางเต็นท์ลำตะคองอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นำทีมโดยดร.อริยาจิระเลิศพงษ์กรรมการผู้จัดการแห่งกาแฟเขาช่องและนายชุติเดชกมนณชนุตม์ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรีตัวแทนรับมอบพร้อมด้วยนายชัยยาห้วยหงษ์ทองหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และทีมงานเข้าร่วมงานท้าไม่ทิ้งกับกาแฟเขาช่องซีซั่น 4 โดยมีต้าเหนิงกัญญาวีร์พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของกาแฟเขาช่องและโอห์มฐิติวัตน์ดารานักแสดงร่วมสร้างสีสันในงาน                       

ต้าเหนิงกัญญาวีร์พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของกาแฟเขาช่อง ขอขอบคุณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรีและกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและเปิดโอกาสให้กาแฟเขาช่องได้มาทำกิจกรรมดีๆที่เขาใหญ่เพื่อช่วยลดขยะพลาสติกให้กับโลกใบนี้ให้ทุกคนได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกัน #เปลี่ยนขยะให้เป็นถนน เพื่อสร้างลานจอดรถทางเดินเท้าและลานกิจกรรมอเนกประสงค์จากซองกาแฟเขาช่องที่รวบรวมจากทั่วประเทศ

ดร.อริยาจิระเลิศพงษ์กรรมการผู้จัดการแห่งกาแฟเขาช่อง สุดท้ายนี้กาแฟเขาช่องได้ชี้ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าซองกาแฟเขาช่องมีคุณค่าต่อโลกใบนี้เพียงใดเพียงแค่ดื่มกาแฟเขาช่องเก็บซองเปล่ากาแฟเขาช่องของคุณเอาไว้ให้ดีและรอติดตาม Facebook Fanpage : Khao Shong Coffee Thailand ว่าถนนสีเขียวเขาช่องกรีนโรดหมายเลข 5 จะไปลงพื้นที่ทำภารกิจที่ไหนจังหวัดอะไรแฟนๆเขาช่องรอติดตามชมกันได้เร็วๆนี้

‘เจี๊ยบ โสภิตนภา’คอนโทรลชีวิตไม่ได้ถึงขั้นเป็นแพนิก มีสามีและลูกช่วยเยียวยาใจ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811368

'เจี๊ยบ โสภิตนภา'คอนโทรลชีวิตไม่ได้ถึงขั้นเป็นแพนิก  มีสามีและลูกช่วยเยียวยาใจ

‘เจี๊ยบ โสภิตนภา’คอนโทรลชีวิตไม่ได้ถึงขั้นเป็นแพนิก มีสามีและลูกช่วยเยียวยาใจ

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.24 น.

เรียกว่าโลดแล่นในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน สำหรับผู้จัดและนักแสดงมากความสามารถ “เจี๊ยบ-โสภิตนภา ชุ่มภาณี” โดยล่าสุดมาเปิดใจในรายการ WOODY INTERVIEWถึงเรื่องราวที่พลิกผันเพราะโควิด ทำให้ชีวิตและธุรกิจคอนโทรลไม่ได้เครียดหนักถึงขั้นเป็นแพนิก ได้สามีและลูกช่วยเยียวยาใจ จนสามารถที่จะก้าวข้ามจุดนั้นมาได้ 

ชีวิตของเจี๊ยบเป็นยังไงบ้าง เหมือนเป็นรถไฟเหาะไหม ?

เจี๊ยบ โสภิตนภา : เหมือนเป็นรถไฟเหาะชมวิวที่ญี่ปุ่นที่ห้อยขาแล้วลมเย็นๆ มาแล้วมีความสุข เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มาคุยกับวู้ดดี้แล้วใจเต้นไปถึงโน้น เหมือนเข้าวงการใหม่ๆ เหมือนโดนสัมภาษณ์ครั้งแรก เราเคยเจอกันมาตั้งแต่เด็กวู้ดดี้จะรู้ว่าเจี๊ยบเป็นคนสนุกสนานมาก ไปที่ไหนคือเจี๊ยบสนุกสุด แล้วก็มีเหตุการณ์ที่มันทริกเกอร์เรามากๆ ก่อนโควิด แล้วช่วงโควิด 2-3 ปีเหมือนเราเก็บตัวอยู่บ้าน แล้วเราก็ไปเจอที่ๆ มีความสุขมากที่บ้าน แล้วกลายเป็นว่าพอเราออกไปข้างนอกตื่นเต้น แปลกไหม (หัวเราะ) พอออกไปเจอคนเยอะๆ มันแปลกไม่เหมือนเมื่อก่อน เพื่อนทุกคนบอกว่าเจี๊ยบไม่เหมือนเดิมเลย ซึ่งในที่นี้หมายถึงเรามีความสุขกับชีวิตง่ายๆ ตอนเช้าเดินเก็บดอกไม้ที่บ้าน ไหว้พระ สวดมนต์ เล่นกับหมา

ซึ่งก่อนหน้านี้คุณไม่เคยทำ ?

เจี๊ยบ โสภิตนภา : เจี๊ยบไม่เคยอยู่บ้านเลย เพราะเราไม่ได้สนุกกับการอยู่บ้านมากนัก คือเราก็อยู่ในวงการบันเทิงมาตลอดทำละคร 6-7 ปีที่ผ่านมา จนวินาทีสุดท้ายที่มันชนกันมากๆ ก่อนโควิด เราก็เลยได้อยู่บ้านนานมาก

ชีวิตในตอนเด็กของเจี๊ยบเป็นยังไง ?

เจี๊ยบ โสภิตนภา : ครอบครัวเจี๊ยบเป็นครอบครัวนักการเมือง ซอยราชครู บ้านเราจะอยู่เกือบหลังแรก แล้วก็จะเป็นบ้านคุณหญิงอุดมลักษณ์ ศรียานนท์ แล้วก็จะเป็น พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ทุกคนจะอยู่แถวๆ นั้นหมด ซึ่งที่บ้านก็จะมีโต๊ะกินข้าวยาวเราจะสลับกันทานข้าวในบ้านต่างๆ แล้วพวกเจี๊ยบก็จะเป็นรุ่นเด็กๆ เราก็จะวิ่งบ้านนั้นออกบ้านนี้มีความสุขตามชีวิตวัยเด็ก แล้วมีปีหนึ่งคุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจว่าเราจะมีบ้านอยู่ที่หัวหินกัน ก็จะไปหัวหินกันครอบครัวก็จะไปเที่ยวหัวหิน แล้วเจี๊ยบเหมือนไปติดครอบครัวหนึ่งที่เขาวาดรูปเก่งมากก็เลยขอนั่งรถเขาไป แล้วคุณพ่อคุณแม่น้องชายแล้วก็พี่เลี้ยงอยู่ในรถอีกคันหนึ่งแล้วก็ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ เจี๊ยบไปถึงหัวหินด้วยความร่าเริงทุกคนก็ไม่มีใครบอกอะไรเราเลย

จำได้เลยว่าผู้ใหญ่นั่งคุยกันอยู่ในโต๊ะกินข้าวที่กรุงเทพฯ แล้วเจี๊ยบเล่นของเล่นอยู่ที่พื้นแล้วก็ได้ยินว่าเขาร้องไห้กันว่าคุณพ่อเสีย คือกลไกของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเลี้ยงให้มีความสุขให้เติบโตมาอย่างดี พอเข้าห้องไปเขาก็ไม่บอกความจริงกับเรา ที่บ้านก็บอกพ่อแม่ไปทำงานอย่างงั้นอย่างงี้ คือคุณแม่ก็หักทั้งตัวอยู่โรงพยาบาล แต่จริงๆแล้วเรารู้ความจริง คือหลายๆ คนอาจจะไม่รู้ว่าเจี๊ยบรู้

มีวันหนึ่งเจี๊ยบฝันแล้วเห็นคุณพ่อยืนอยู่ที่ห้อง เป็นไข้จับสั่นเลยเพราะกลัวมาก คลุมโปงแล้วร้องไห้อยู่คนเดียวไม่เคยมีใครรู้ พอตื่นมาตอนเช้าเจี๊ยบพูดไม่ได้ 2-3 วัน กลัวมากจนพูดไม่ได้ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีความทรงจำของการสูญเสียเลย เพราะทุกคนไม่บอกอะไร ไม่เคยมีใครมานั่งเล่าให้ฟัง บางทีเจี๊ยบออกจากห้องไปแล้วเรารู้ผู้ใหญ่กำลังเศร้าอยู่ เราจะสนุกไม่อยากให้เขาเสียใจ รู้สึกว่าการที่เรารับรู้เป็นสิ่งที่เขาเสียใจ ก็เลยพยายามไม่รับรู้ เป็นความคิดของเด็กน้อยๆ คนหนึ่ง ซึ่งจริงๆ พอมันส่งผลมาปัจจุบันช่วงโควิดเลยทำให้เจี๊ยบเอาเรื่องนี้กลับมา เพราะเราได้ไปคุยกับคุณหมอว่าทำไมเราถึงได้เป็นคนที่สนุกมากในทุกๆที่เราไป แต่พอเจี๊ยบกลับมาบ้านจะเงียบ จะอยู่ในห้องเล็กๆ

คุณหมอบอกว่ายังไง ?

เจี๊ยบ โสภิตนภา : น่าเป็นกลไกนี้ในชีวิตที่อยากจะทำให้ครอบครัวมีความสุข จนมาถึงจุดหนึ่งที่พอมีปัญหาเยอะๆ มากมาย แล้วเราเหมือนค้นหาเรื่องในวัยเด็กที่มันเกิดอะไรขึ้น ก็เลยได้ตรงนี้มา ถึงอย่างไรมันก็ผ่านไป ก็ต้องขอบคุณทุกคนที่ทำให้เจี๊ยบมีความสุขในช่วงเด็กที่สุด

ช่วงที่ผ่านมาคุณก็ได้มีโอกาสเจอกับสิ่งที่คนไทยหลายคนเป็นอยู่ในตอนนี้ก็คือซึมเศร้า ?

เจี๊ยบ โสภิตนภา : เรื่องวัยเด็กก็หนึ่งก้อนใช่ไหมคะ โรคซึมเศร้าคือก่อนโควิด เจี๊ยบทำละครอยู่เรื่องหนึ่งแล้วก็ทำธุรกิจเยอะมาก แล้วพอช่วงโควิดเริ่มมา ในสิ่งที่ทำมันควบคุมไม่ได้สักอย่าง คนนี้ป่วยคนนี้ต้องหยุด แล้วพอมาคุยกับบางคนแล้วคุยเริ่มไม่รู้เรื่อง เจี๊ยบก็เริ่มมีอาการมือสั่นเวลาคอนโทรลอะไรไม่ได้ เริ่มมีปัญหา เจี๊ยบจะเคลียร์อาการมือสั่นและหัวใจเต้นแรงได้ก็ต่อเมื่อเจี๊ยบเคลียร์กับเขาเสร็จ แล้วก็เริ่มเป็นมากขึ้น ก็เลยไปคุยกับคุณหมอ คือเจี๊ยบไม่เคยทานยาอะไรสักเม็ดเดียวเลยนะคะจนถึงวันนี้ คุณหมอพูดว่าคุณเจี๊ยบไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้าแต่เป็นคนที่ประสบปัญหาและยังหาทางแก้ไม่ได้ แล้วเป็นคนที่คอนโทรลทุกอย่างด้วยตัวเองมาตลอด พอคอนโทรลไม่ได้มันก็คือแพนิค

แพนิคมาในรูปแบบไหน ?

เจี๊ยบ โสภิตนภา : มือสั่น มันสั่นมาก มันเหมือนเรายืนอยู่กับที่แล้วทุกอย่างมันวิ่ง เจี๊ยบต้องทำสมาธิหนักมากแล้วมันก็ค่อยๆ กลับมา

ดีที่ยังคอนโทรลมันได้ ?

เจี๊ยบ โสภิตนภา : หูย! สั่นไปหมดเลย นั่งอยู่ในรถก็คือสั่นมาก เจี๊ยบเคยได้ดูที่วู้ดดี้ก็เป็น คือเจี๊ยบเป็นคล้ายๆแบบนั้น แต่เจี๊ยบหลอกตัวเองว่าไม่ได้เป็นอะไร แล้วก็ไม่ได้ทานยา ใช้วิธีธรรมชาติในการรักษาตัวเอง  ด้วยการทำแบบฝึกหัดกับตัวเอง เราลิสต์เลยว่าอะไรที่จะทำให้เราเดินทางไปถึงพลังงานที่ดีและการใช้ชีวิตในพลังงานบวกให้ได้ ค่อยๆ เริ่มทำ เจี๊ยบทำอยู่ 2 ปีโดยที่ไม่ได้ทานยาเลยแม้แต่เม็ดเดียว เหมือนใช้ระบบหายใจเพื่อควบคุมหัวใจของตัวเอง ตอนนี้ก็หายแล้ว แต่ก็ใช้เวลาเป็นปีนะ มันอาจจะมากกว่า 2 ปีด้วยซ้ำ แต่ว่าคุณต้องหาความสุขเล็กๆน้อยๆ ในทุกวันให้เจอนะ

ครอบครัวตอนนี้ลูกอายุเท่าไหร่แล้ว ?

เจี๊ยบ โสภิตนภา :18 ปีค่ะ ขอพูดถึงลูกกับสามีด้วยนะคะ เมื่อกี้ที่พูดมาทั้งหมดอาการต่างๆ ที่ผ่านมา คนที่เป็นคุณหมอและเป็นคุณครูที่ดีที่สุดที่ทำให้เจี๊ยบหายโดยที่ไม่ต้องทานยาอะไรเลยคือสามีกับลูก เราเป็นคนที่เป็นอะไรแล้วจะพูดก็นั่งร้องไห้คุยกับสามีคุยและลูก ซึ่งมันจะมีคำพูดของลูกและสามีเยอะมากที่เตือนสติ แล้วก็จะมีคำสอนต่างๆ ที่ทำให้กลับมาเป็นมนุษย์ปกติที่ลูกและสามีส่งให้ แล้วเราก็ทำตาม

สามารถติดตามWOODYได้ที่ช่องทางFacebook: Woody, Youtube: Woody

คลิกชมย้อนหลัง :https://www.youtube.com/watch?v=FNGOYcAXA-4&t=361s&ab_channel=WOODY

ตัวแม่มาเอง! ‘หนิง ปณิตา’เปิดหลักสูตรเมียหลวง อัด13วิธีเก็บหลักฐาน’ฟ้องชู้’แบบดิ้นไม่หลุด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811335

ตัวแม่มาเอง! 'หนิง ปณิตา'เปิดหลักสูตรเมียหลวง อัด13วิธีเก็บหลักฐาน'ฟ้องชู้'แบบดิ้นไม่หลุด

ตัวแม่มาเอง! ‘หนิง ปณิตา’เปิดหลักสูตรเมียหลวง อัด13วิธีเก็บหลักฐาน’ฟ้องชู้’แบบดิ้นไม่หลุด

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 10.39 น.

19 มิถุนายน 2567  เรียกว่าโดนใจชาวเน็ตโดยเฉพาะเหล่าบรรดาเมียๆ ไปเต็มๆ เมื่อนักแสดง-พิธีกรดังอย่าง ‘หนิง ปณิตา’ โพสต์เฟซบุ๊ก”@Ning Panita”แชร์ประเด็นเรื่องการ”ฟ้องชู้”พร้อมเขียนวิธีแนะนำแบบละเอียดยิบ ชี้เป็นข้อๆ 13 ข้อ วิธีเก็บหลักฐานฟ้องชู้ แบบแน่นๆ ไม่มีคำว่าหลุด โดย’หนิง ปณิตา’เผยจากประสบการณ์ตามเก็บหลักฐานทีครึ่งปี 

เฟซบุ๊กของ’หนิง ปณิตา’ ระบุว่า “ฟ้องชู้ยังฟ้องได้นะ แค่แก้ไขกฏหมายให้เท่าเทียม  กม.เก่า ภรรยาจะฟ้องชู้ที (จากประสบการณ์) ตามเก็บหลักฐานทีครึ่งปี ฝ่ายสามีได้เปรียบมาก ภรรยามีชู้ ได้เสียกับใครโดยไม่เปิดเผย ฝ่ายสามีก็ฟ้องชู้ได้ 

แต่ทางฝ่ายภรรยาจะฟ้อง ชู้ของสามีเรียกค่าเสียหาย ไม่ใช่แค่จับได้ว่ามีชู้ได้เสียกัน ชู้ต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้นด้วย เพศอื่นฟ้องไม่ได้ และยังจะต้องพิสูจน์ว่าสามีเปิดเผยชู้คนนั้นต่อสาธารณะ และมีหลักฐานการเป็นชู้จริงๆ  กม. ใหม่ ทุกอย่างเท่าเทียมชู้จะเป็นเพศไหนก็ฟ้องได้ และ สามีฟ้องภรรยาได้แบบไหน ภรรยาก็ฟ้องสามีได้แบบนั้น”

ใครอยากจะฟ้อง หลักฐานที่ต้องเตรียม(เอาแบบแน่นๆไม่ให้หลุดนะ) เตรียมสิ่งนี้ 

1.บุคคลที่เห็นเหตุการณ์การคบชู้,ล่วงเกินกันทางชู้สาวหรือการแสดงตนเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก 

2.ภาพถ่าย ภาพกล้องวงจรปิด ที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ฉันชู้สาวหรือการล่วงเกินในทำนองชู้ชาว หรือ การใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเปิดเผย

3. สูติบัตรหรือทะเบียนบ้านของเด็กในกรณีที่ชายหญิงอยู่ด้วยกันจนมีบุตร

4.ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ติดต่อกัน

5.รายการเคลื่อนไหวทางบัญชี กรณีที่มีการโอนเงินให้ใช้ หรืออุปการะเลี้ยงดูกัน

6. พยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าชู้ ได้รู้อยู่แล้วว่าฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงที่ตนคบชู้หรือล่วงเกินนั้นมีครอบครัวอยู่แล้ว

7. ข้อความการสนทนทางโทรศัพท์มือถือ แอปพลิเคชั่นไลน์ เว็บไซด์เฟซบุ๊ก แอพพลิเคชั่นหาคู่ ฯลฯ  

8.หลักฐานการเข้าพักตามสถานที่ต่างๆ

9. ข้าวของเครื่องใช้เสื้อผ้าของชู้ ที่อยู่ในรถ ในบ้าน เป็นต้น ????กางเกงชั้นในที่ยังไม่ได้ซัก สามารถเอาไปตรวจ DNA ว่าคือใคร (กรณีได้มาเก็บรักษาในช่องแช่แข็ง) 

10.หลักฐานการซื้อทรัพย์สิน ให้แก่กัน   เช่น ที่ดิน บ้าน รถ หุ้น เงินฝากในบัญชี ฯลฯ

11. คลิปเสียงการสนทนา

12.คลิปวีดีโอการมีเพศสัมพันธ์ คลิปชู้สาว คลิปวีดีโอต่างที่เกี่ยวข้อง ๆ

13. อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เคลื่อนไหวแล้ว! ‘สไปรท์’แร็ปเปอร์ดังหลังโดนค่ายเก่าฟ้อง14ล้าน ลั่นชีวิตนี้ไม่เคยเอาเปรียบใคร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811329

เคลื่อนไหวแล้ว! 'สไปรท์'แร็ปเปอร์ดังหลังโดนค่ายเก่าฟ้อง14ล้าน ลั่นชีวิตนี้ไม่เคยเอาเปรียบใคร

เคลื่อนไหวแล้ว! ‘สไปรท์’แร็ปเปอร์ดังหลังโดนค่ายเก่าฟ้อง14ล้าน ลั่นชีวิตนี้ไม่เคยเอาเปรียบใคร

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 09.59 น.

29 มิถุนายน 2567 จากกรณีที่ทนายเจมส์พาครอบครัวของแร็ปเปอร์’สไปรท์’ ศุกลวัฒน์ พวงสมบัติ มาที่ศาล จ.ฉะเชิงเทรา นัดแรก เพื่อนัดเจรจาไกล่เกลี่ย หลัง’สไปรท์’ถูกต้นสังกัดเก่าฟ้องเรียกค่าเสียหาย 14 ล้านโดยอ้างว่าผิดสัญญาว่าจ้างศิลปิน ทั้งที่ฝ่ายพ่อของสไปรท์ ขอยกเลิกสัญญาไปแล้ว ก่อนที่’สไปรท์’จะผลักดันตัวเองให้มีชื่อเสียงระดับโลกด้วยผลงานเพลงดังอย่าง ‘ทน’ ยอดวิวพุ่งทะยาน 420,000,000 วิว จนติดอับดับ 89 ในชาร์ต Billboard Global ซึ่งสไปรท์เป็นหนึ่งในศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลงนี้ เป็นหนึ่งในแรปเปอร์ที่อายุน้อยที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย และ น้อยนักที่เพลงของศิลปินในประเทศไทยจะติดชาร์ต Billboard Global

ล่าสุด’สไปรท์ ศุกลวัฒน์’ ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งแรกผ่านสตอรี่บนอินสตาแกรมส่วนตัว”@spritezakup” โดยระบุข้อความว่า “ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ผมนะครับ ทั้งชีวิตนี้ผมไม่เคยเอาเปรียบใคร สร้างความเดือดร้อนอะไรให้ใครเลย แม่กับพ่อผมเครียด ผมก็เครียด แต่ว่าทุกอย่างจะผ่านไป ขอบคุณครับ”

“ตอนนี้ผมอยู่อเมริกากับพี่โน่ และครอบครัวพี่นีโน่ก็ช่วยจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมอยู่ และดูแลผมเป็นอย่างดีมาก เป็นแบบนั้นมาตลอด ป๋ากับแม่มารับผมไปตั้งแต่ตอนผมเป็นเด็กเก็บขวด ขอบคุณทุกๆ คนที่เป็นห่วงผมมากๆ นะครับ”

นักร้องดังยุค90’เมย์ จีระนันท์’หายจากบ้าน แม่ประกาศวอนช่วยหาตัวลูก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811305

นักร้องดังยุค90'เมย์ จีระนันท์'หายจากบ้าน แม่ประกาศวอนช่วยหาตัวลูก

นักร้องดังยุค90’เมย์ จีระนันท์’หายจากบ้าน แม่ประกาศวอนช่วยหาตัวลูก

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 20.52 น.

ทำเอาแฟนๆ เป็นห่วงไม่น้อย เมื่อ คุณแม่ของ เมย์ จีระนันท์ กิจประสาน อดีตนักร้องดังยุค 90 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวประกาศตามหาลูกสาว หลังหายตัวออกจากบ้านไปตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา โดยได้บอกเล่าถึงรายละเอียดเผื่อมีผู้พบเจอไว้ว่า

“คุณแม่มีเรื่องขอความช่วยเหลือ ทุกๆท่าน…ตอนนี้ ‘น้องเมย์ จีระนันท์ กิจประสาน’อดีตนักร้องยุค 90 (เพลง เทียนไข , คนเดียวไม่เหงาเท่า 3 คน)
ได้ขับรถ Honda Jazz สีขาว ทะเบียน 4กน 2708 ออกจากบ้านไป ตั้งแต่เวลา 03.05 น. ของเช้าวันอังคารที่ 18 มิถุนายน จนขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ ….
พิกัดสุดท้ายจากกล้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ บริเวณ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เมื่อเวลา ประมาณ 13.30 น.
หากใครพบเห็นหรือสามารถติดต่อได้ กรุณาแจ้งกลับ มายังคุณแม่ด่วนนะคะ คุณแม่เป็นห่วงและเครียดมากๆ น้องเมย์ใส่เสื้อสีขาว กางเกงช้างออกไปค่ะ”