‘รถเมล์ คะนึงนิจ’ประกาศข่าวดีท้องลูกคนที่ 2 แต่มีภาวะแท้งคุกคาม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811279

'รถเมล์ คะนึงนิจ'ประกาศข่าวดีท้องลูกคนที่ 2 แต่มีภาวะแท้งคุกคาม

‘รถเมล์ คะนึงนิจ’ประกาศข่าวดีท้องลูกคนที่ 2 แต่มีภาวะแท้งคุกคาม

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 18.39 น.

เป็นอีกหนึ่งคุณแม่คนสวย สำหรับ “รถเมล์ คะนึงนิจ” ที่ตอนนี้มีลูกชายสุดหล่อ “น้องคิด” เข้ามาเติมสีสันในครอบครัวกับคุณสามี “บอล สุเมธ” ล่าสุด รถเมล์ ก็ได้ประกาศข่าวดี ท้องลูกคนที่สองแล้ว พร้อมบอกสาเหตุที่หายไปเกือบ 2 เดือน เนื่องจากตอนนี้มีภาวะแท้งคุกคาม

โดยเธอได้โพสต์ข่าวดีผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ว่าตอนนี้กำลังตั้งท้องลูกคนที่สองอยู่ ส่วนช่วงสองเดือนที่ผ่านมาไม่ได้ไปอ่านข่าวใส่ไข่ และตลาดสด นั้นก็เพราะมีภาวะแท้งคุกคาม

“ถึงเวลาที่พอจะบอกทุกคนได้แล้วค่ะ ช่วงเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมาที่ไม่ได้ไปอ่านข่าวใส่ไข่ และตลาดสด เพราะว่าต้องดูแลลูก ทั้งน้องคิด และประคองอีกหนึ่งชีวิตในท้อง เนื่องจากรถเมล์มีภาวะแท้งคุกคาม เย็นนี้จะกลับไปอ่านข่าวแล้วค่ะ ไว้จะเล่าให้ฟังในข่าวใส่ไข่นะคะ”

“Soon to be family of 4. KIDD leveled up to big brother (ครอบครัวกำลังจะมี 4 คน และ น้องคิดกำลังจะเป็นพี่ชาย)”

‘แพรวพราว แสงทอง’เปิดใจครั้งแรก เคลียร์ดราม่าแอบคบซ้อนคนในวง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811258

'แพรวพราว แสงทอง'เปิดใจครั้งแรก เคลียร์ดราม่าแอบคบซ้อนคนในวง

‘แพรวพราว แสงทอง’เปิดใจครั้งแรก เคลียร์ดราม่าแอบคบซ้อนคนในวง

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.50 น.

แพรวพราว แสงทอง” เปิดใจครั้งแรก หลังเลิกราอดีตสามีเด็ก เคลียร์ดราม่าแอบคบซ้อนคนในวง !

เจ้าแม่ลำซิ่งแถวหน้าของเมืองไทย แพรวพราว แสงทอง จะมาเปิดใจครั้งแรกกับมรสุมชีวิตรักกับอดีตสามีเด็ก พร้อมตอบประเด็นถูกสังคมตราหน้าว่าแอบคบคนในวง ตอบทุกคำถาม เคลียร์ทุกดราม่า ผ่านทาง รายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มี หนิง ปณิตา และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ตอนนี้สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง?

แพรวพราว : โอเคมากๆ ค่ะ อยู่กับลูก เรารู้สึกผ่านตรงนั้นมาได้ ตอนนี้มันโล่งขึ้นเยอะมาก

ล่าสุดโพสต์อวดพรอดีตสามี?

แพรวพราว : ที่จริงเป็นปกติของอดีตสามี แต่เรายังมีลูกด้วยกัน 2 คน ซึ่งแพรวอยาเป็นตัวแทนของลูกอวยพรพ่อ  ยังไงมันก็หนีไม่พ้นคำว่า พ่อของลูก แม่ของลูกอยู่แล้ว

ถ้ามันไม่มีโมเมนต์หรือความรู้สึกดีๆ มันจะคุยกันเรื่องลูกลำบากเหมือนกัน เป็นแบบนั้นหรือเปล่า?

แพรวพราว  : จริงค่ะ เวลาที่เรามองหน้าลูกมันอ่อนลงเยอะ จากที่เราเป็นคนแข็ง ไม่ยอม

ใช้คำพูดนี้ได้ไหม  ต่อให้สถานการณ์นั้น เราอยากเอาชนะยังไงก็แล้วแต่ แต่พอเห็นหน้าลูกเรายอมเป็นฝ่ายถอย?

แพรวพราว : ใช่ค่ะ หนูยอมแพ้ก็ได้ เห็นหน้าลูกแล้วฉันยอมก็ได้

พูดแบบนี้คนก็ลุ้น  จะมีโอกาสให้อภัยและกลับมารีเทิร์น กลับมาเป็นสถานะเดิมไหม?

แพรวพราว : ที่จริงแพรวก็ไม่ได้มีอะไร อย่างที่บอกว่า ฉันยังอยู่ตรงนี้นะ อยู่กับลูกนะ ไม่ได้ไปไหน เขาจะมาตอนไหนก็ได้

มาหาลูกหรือมาหาเรา?

แพรวพราว : ยังไงก็ได้ มาอยู่ลูกหรือกลับมาอยู่ด้วยกันก็ได้ อันนี้แพรวไม่ได้ติดนะ

ยังรักเขาอยู่ไหม ?

แพรวพราว : มันเป็นความผูกพันมากกว่า แล้วก็ห่วงใยมากกว่า ถ้าจะบอกว่ารักก็คือ มันเรื่องราวเยอะแยะมากมายที่ทำให้เรารู้สึกว่า เสียใจเหมือนกัน

หลังจากที่โพสต์อวยพรไปมีการคุยกันไหม ?

แพรวพราว : ที่จริงแชทอวยพรส่วนตัวด้วย เขาตอบว่า ขอบคุณจ้า

ฝั่งนี้เหมือนเปิดใจรอได้กับการกลับมาอยู่ร่วมกัน  แต่อีกฝั่ง เขาบอกว่าถ้าเป็นไปได้ไม่ขอกลับมาร่วมงานกันอีก?

แพรวพราว : แพรวไม่ค่อยได้ดูคลิปอะไรเขาเลย แต่ก็มีคนส่งมาให้ดู แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้จริงๆ ก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ทำเพื่อลูกลูกได้ไหม

คำว่าทำเพื่อลูกได้ไหมคือให้กลับมาทำงานกัน แล้วสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่อลูก หรือให้กลับมาคบกัน คุยกันเพื่อลูก มันมี 2 กรณี?

แพรวพราว : ไม่ค่ะ ถ้าเขาบอกรีเทิร์น มูฟออนแล้ว เพื่อลูกก็คือ หาเวลามาอยู่กับลูกบ้าง ให้ลูกได้เห็นว่า พ่อ แม่ ลูก อยู่ด้วยกัน ไม่อยากให้มีการสาดสีอะไรใส่กัน หรือคอนเทนต์นู่นนี่นั่นให้รู้สึกว่ามันแย่ อยากให้จบ ไม่อยากให้พูดถึงเรื่องครอบครัว อาจจะพูดถึงเรา แต่มันกระทบถึงลูก เพราะว่าเราก็อยู่กับลูก 

ช่วงนี้เป็นช่วงเป็นฤดูกาลของหมอลำ แต่ก็มีงานของทั้งคู่ตอนที่ที่ยังไม่เลิกรา เขาจองกันข้ามปี มีการรับงานคู่ไว้แล้ว ลูกค้าก็น่ารักไม่คืนคิว คืนงาน พอเปิดฤดูกาลต้องทำงานด้วยกันอีก ตรงนั้นได้แพลนหรือมีการพูดคุยกันไหม?

แพรวพราว : อย่างที่เขาบอกไม่อยากร่วมงานกันแล้ว สำหรับแพรวถ้าเจ้าภาพจ้าง สปิริทของนักแสดงหรือศิลปินมันต้องทำได้สิ สำหรับแพรวไม่ติดนะถ้าขึ้นเวทีเดียวกัน เพราะมันคือการทำงาน แต่พอเขาพูดแบบนั้นว่าไม่อยากร่วมงาน เราก็พยายามเคลียร์เจ้าภาพ โอเคไหม ถ้าเขาไม่โอเคก็คืนงานได้

ย้อนกลับไปตอนมีเรื่อง จริงๆ ก่อนจะมีการโพสต์ถึงกันและกัน หลังเวที ยังวางแผนเรื่องไปเที่ยว เรื่องใช้ชีวิตมีความสุขด้วยกันอยู่เลย?

แพรวพราว : ที่จริงเรื่องราวมันเกิด และรับรู้ปัญหา ก่อนหน้าที่เขาไลฟ์หนึ่งอาทิตย์ เราได้คุยกันหลังบ้านเรียบร้อย ยืนยันตรงนี้เลยมันไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นกับบุคคลที่สาม ที่บอกว่าอยู่ในวง เราไม่ได้มีอะไรที่เกินเลย หรือไปคบชู้อย่างที่สังคมเขากล่าว

ก่อนมีการโพสต์แสดงว่าเรามีปัญหากันในบ้านแล้ว?

แพรวพราว : มีปัญหากัน ครอบครัวมันก็ต้องมีเรื่องราวที่เราน้อยใจ อาจจะไม่เข้าใจ พอมาเกิดเรื่องนี้ขึ้น เราก็ได้พูดคุยกันหลังบ้าน ก็บอกไปแล้วมันไม่ได้มีอะไร แต่อยู่ดีๆ เขาก็โพสต์และไลฟ์สดขึ้นมา ก็เลยช็อคเหมือนกัน จริงๆมันไม่ได้มีอะไร ถามว่าคุยจริงไหม คุยจริง แต่มันไม่ได้มีอะไรเกินเลย

แล้วทำไมเขาออกมาไลฟ์ว่าเราไปคบกับคนหนึ่งที่อยู่ในวง ?

แพรวพราว : มันน่าจะมีหลายปัจจัย 1. เขาใจร้อนด้วย และอาจจะมีคนที่ใส่ข้อมูลอะไรเข้าไป หนูยืนยันตรงนี้เลยมันไม่ได้มีอะไรจริงๆ ซึ่งหนูก็คุยกับเขา แล้วเขาก็อัดคลิปเสียงไว้ด้วย หนูยืนยันกับเขาหนูไม่ได้มีอะไรนะ ไม่ได้มีอะไรเกินเลยจริงๆนะ 

ตอนนั้นมีปัญหาชีวิตคู่  แต่ไม่เจาะลึกว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ทำไมเราไม่เคลียร์กันสองคน แต่ใช้วิธีน้อยใจแล้วไปปรึกษาคนที่สาม?

แพรวพราว : ที่จริงมันไม่ได้เริ่มต้น ด้วยการเลือกที่จะปรึกษาเลย แต่เราคุยเรื่องงาน คนในวง เรามีการสื่อสารเรื่องการทำงาน บางทีเรามีความน้อยใจ ซึ่งก่อนหน้านั้นมันก็ไม่มีใครรู้หรอก หนูไม่สามารถออกมาพูดได้ว่าปัญหานั้นมันคืออะไร เพราะมันไม่จำเป็นต้องพูด เพราะว่ามันเป็นเรื่องของครอบครัว แต่ทุกอย่างมันมีเหตุและผลของมัน ถ้าผู้หญิงก็จะมองออกว่ามันคืออะไร แพรวไม่อยากลงรายละเอียดว่าเราน้อยใจเขาเรื่องอะไร

แล้วทำไมถึงเป็นคนนี้ที่เราคุย ทำไมถึงเลือกที่จะคุยกับคนนี้ ?

แพรวพราว : มันคุยเรื่องงาน เหมือนเราส่งงานให้เขา ไปเคลียร์ตรงนี้ให้หน่อย มันรู้สึกว่าเขาเคลียร์งานให้เราได้ ช่วยงานเรา เหมือนเราเป็นผู้หญิงคนเดียว ที่บริหารวง พอเราบอกว่าช่วยดูตรงนั้นให้หน่อย ตรงนี้ให้หน่อย เขาเหมือนทำงานตรงใจเรา

เรียกว่าไว้ใจ ที่คุยกับคนนี้น่าจะได้คำตอบ หรือได้รับความสบายใจ?

แพรวพราว : ก็ประมาณนั้น แต่มันไม่ได้มีอะไรเลย เราไม่ได้คิดจะเอาเขาเข้ามาในครอบครัว ทำให้เกิดปัญหา

แล้วทำไมทำให้อดีตสามีเราเข้าใจผิดในเรื่องของความสัมพันธ์ ?

แพรวพราว : มันก็ไม่ได้มีอะไร ความใจร้อนด้วยแหละ และเราก็เป็นคนใจร้อนเหมือนกัน มันเหมือนกับสาดกันไปกันมา เหมือนเราบอกว่าอยากให้เขาเป็นอย่างนี้ อยากให้เขาเปลี่ยนอย่างนี้ คือเราอยู่จุดนี้ ถ้าย้อนกลับ เราน่าจะมานั่งคุยกันมากกว่า เราน่าจะเยอะกว่านี้

ตอนนั้นที่อดีตสามีมาไลฟ์ ทางฝั่งเราก็มีการไลฟ์เหมือนกันบอกว่าเขาไปเที่ยวบาร์เกย์ ทำไมตอนนั้นถึงเอาข้อมูลนี้ออกมา?

แพรวพราว : ที่จริงแพรวก็เชื่อใจเขานะ ว่าเขาไม่ได้ไปนอกใจอะไรเรา เรื่องบาร์เกย์เขาก็เที่ยวจริง แต่เขาไม่ได้ไปคนเดียว เขาไปกับน้องๆ ในวง ตอนนั้นน่าจะเป็นภาวะทางอารมณ์ อดีตสามีเขาก็อายุน้อยกว่าเราเยอะ แต่เราผ่านอะไรมาเยอะ เรารู้ว่าอะไรยังไง แต่เขายังไม่เคยผ่านในจุดนี้ มันก็เลยมีเรื่องของอารมณ์ขึ้นมา

และตอนนั้นเห็นว่ามีความกลัวหลายอย่าง  กลัวเรื่องความสัมพันธ์ และกลัวเรื่องเจ้าภาพไม่จ้าง ตอนนั้นดาวน์ขนาดไหน เห็นว่าร้องไห้บ่อยมาก?

แพรวพราว : สำหรับแพรวเราอยู่ได้นะ เรามีธุรกิจส่วนตัว ที่เราห่วงคือลูกน้องในวง เจ้าภาพคนที่จ้างเรา บางงานก็เป็นงานที่ปิดวิค เก็บบัตร เจ้าภาพขาดทุนทำไงดี เราก็เป็นห่วง เพราะมันมีเอฟเฟคมาลูกน้องเรา 100 ชีวิต เขาจะอยู่ยังไง

วันนั้นเรารู้สึกยังไงเมื่อฐานะที่เป็นคนคุมวง  แล้วมันมีผลกระทบเป็นลูกโซ่เลย?

แพรวพราว : อันดับแรกเลยคือต้องมีสติ นั่งคุยกับตัวเอง โอเคเรื่องมันเกิดแล้ว เราไม่สามารถไปแก้ไข หรือคนคอมเม้นต์อะไร เราไม่สามารถไปหยุดใครได้ ณ ตอนนั้น คือกระแสมันแรง เรานิ่งและตั้งสติก่อนว่าเรื่องราวมันเกิดขึ้นแล้ว และตอนนี้เราทำอะไรอยู่ และเรามีอะไรต้องรับผิดชอบ 1.ลูก ครอบครัว งาน หน้าที่และลูกน้องในวง พอเราตั้งสติได้เราก็ทำงาน แต่ในระหว่างที่เราทำงาน เราก็มีความระแวงว่า ฉันไปงานนี้จะมีคนมาด่าไหม แต่มันก็ผ่านไปได้ทุกงาน โดยที่ไม่มีใครมาชี้หน้าด่าเรา และลูกน้องในวงก็ยังอยู่ครบ เหมือนเขามองเราแบบ บอส หัวหน้า เป็นยังไงบ้าง ทุกคนเห็นหน้าเราเหมือนจะร้องไห้ แต่เราก็ยิ้มให้เขา แล้วเราก็เดินขึ้นเวที แล้วลูกน้องข้างหลังก็ร้องไห้

ตอนอยู่ต่อหน้าลูกน้องเราเข้มแข็ง  แล้วตอนอยู่คนเดียวล่ะ?

แพรวพราว : ตอนอยู่คนเดียวเรานึกถึงแม่ คือแม่เสียแล้วนะ ตอนนั้นเรามีแม่ เรามีปัญหาอะไรปรึกษาแม่ แม่ช่วยหน่อย แต่พอแม่ไม่อยู่ เราอยู่คนเดียว ก็พยามจะนึกถึง แม่ก็ไปแล้ว ถ้าเราล้มอีกคนนึงแล้วครอบครัวลูกจะอยู่ยังไง ที่สำคัญเรื่องนี้ฉันไม่ได้ไปฆ่าใครตาย ในส่วนที่หนูผิด หนูก็ยอมรับ ทำไมเราไม่เลือกที่จะคุยกัน เธอไปคุยกับคนนั้น อันนี้หนูผิด แต่ก่อนหน้าหน้านั้น ทำไม 1,2,3,4 มันมีเหตุผลของมันอยู่แล้ว แต่มันเกิดขึ้นแล้ว ไม่เป็นไรหนูต้องยอมรับให้ได้ หนูต้องบอกตัวเองว่าต้องยอมรับมันให้ได้ มันไม่มีความทุกข์ไหนที่ตลอดไป ไม่มีความสุขไหนที่จะอยู่กับเราตลอดไป

วันนั้นเราโดนชาวเน็ตประณามว่าเราเป็นฝ่ายผิด ไปยุ่งกับผู้ชายคนอื่น วันนี้เรายืนยันว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง?

แพรวพราว : ไม่แน่นอน ไม่มีอะไรเกินเลย เราไม่ได้คบชู้แน่นอน

มันมีการตกกลงทั้งสองฝ่ายในการใช้ชีวิตต่อไป เห็นว่ามีการยื่น 3 ข้อด้วยกัน 1.ไม่ให้นำเด็กไปทำคอนเทนต์ 2.สิทธิคุ้มครองบุตร และเรื่องการแบ่งสมบัติ?

แพรวพราว : เรื่องแรก เรื่องลูก คือเหมือนเขาไม่ให้บุคคลที่สาม เช่น คนในวง น้องไปหลังเวที คนในวงถ่ายคลิปน้องไปลงช่องของตัวเอง เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เขาไม่โอเค แล้วป้ากับลุง ซึ่งเป็นพี่สาวของแพรว เขาก็ไม่โอเคที่จะให้ป้าถ่ายคลิปร้องไปลง แต่ใดๆ คือ หลักๆ ตั้งแต่เล็กถึงปัจจุบัน ป้ากับลุงเป็นคนเลี้ยง แต่ทีนี้แฟนคลับบอกป้า ทำไมไม่ถ่ายคลิปหน่อย ถ้าคุณพ่อเขาไม่โอเคให้คนอื่นถ่ายคอนเทนต์ลูกอันนี้หนูก็ไม่ติดนะ ถ้ามันเป็นสิทธิ์ของพ่อที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ป้ากับลุงเป็นญาติพี่น้อง เหมือนเขาเป็นผู้ปกครองเหมือนกัน อีกอย่างหนูก็มอบอำนาจให้เขาเป็นผู้แทนโดยชอบโดยชอบธรรม หนูอยากบอกทุกคนเหมือนกันว่า ทัวร์ไปลงป้ากับลุง ที่จริงหลังจากที่เกิดเรื่อง 1 เดือน หนูคิดหลายๆ อย่าง ปรึกษาทนาย หนูก็กลัวปัญหาตามมาหลายอย่าง หนูเลยทำเรื่องให้ป้ากับลุงเป็นผู้แทนโดนชอบโดยกฎหมาย มีทนาย เอกสารครบ ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่หนูทำตรงนี้

อีกเรื่องหนึ่งคือการแบ่งทรัพย์สินเห็นว่าเป็นร้อยล้าน?

แพรวพราว : ถ้าไม่ซื้ออะไรเลย รวมที่ รวมรถ รวมบ้านก็ถึง แต่ในเรื่องที่เขาให้แพรวแบ่ง แบ่งเขาของนาริตะไลฟ์สดออนไลน์ แต่ที่จริงในเรื่องของไลฟ์สดออนไลน์ มันเป็นเงินหมุนภายในวง แสงทองฟินแลนด์ ที่แต่ก่อนชื่อ แพรวพราว แสงทอง แต่พอเราอยู่ด้วยกัน เรามาเปลี่ยนชื่อเป็นแสงทองฟินแลนด์ เราทำไลฟ์สดออนไลน์ในช่วงโควิดจนถึงปัจจุบัน แต่ไลฟ์สดนาริตะไลฟ์หนูทำเพื่อทีมงาน ความอยู่รอดขององค์กร และเงินตรงนั้นมันจะหมุนเวียน ไม่ว่าเป็นการซื้อรถ การซ่อมแซม การซื้ออุปกรณ์อะไรต่างๆ มันเป็นเงินหมุนภายในวง และอีกอย่างตอนที่เขาก้าวออกไป หนูไม่เคยไล่เขา แต่เขาตัดสินใจเดินออกไปเอง

มีเรื่องที่ถูกพูดถึงในโซเชียล คือเราไปกีดกันไม่ให้เขาเจอลูก?

แพรวพราว : ไม่จริงค่ะ ไม่เคยกีดกันเลย เขาก็รู้ว่าลูกอยู่ตรงไหน มาตอนไหนก็ได้ ถ้ามันจะมีเหตุการณ์ว่า มาแล้วน้องไม่อยู่ เหมือนมันมีเหตุการณ์หรือธุระที่จะต้องไปด่วนๆ พอเขามาก็ไม่เจอลูก

ไม่ได้บอกก่อนว่าจะมา ?

แพรวพราว : ใช่ค่ะ มีบางวันที่บอกว่าจะมา แต่มันก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เรากลับมาไม่ได้

เขาจะมองว่าเป็นข้ออ้างหรือเปล่า ?

แพรวพราว : ไม่แน่นอนค่ะ แต่ที่จริงมันไม่จำเป็นต้องไปลงคอนเทนต์หรอกว่ากลับมาแล้วไม่เจอลูกอีกแล้ว พอแฟนคลับเห็นหัวข้อ เขาก็จะมองว่าหนูแกล้ง ทัวร์ก็ลง

เรื่องการทำคอนเทนต์ เราไม่อยากให้เขาทำคอนเทนต์แล้วโทรมาลงเรา?

แพรวพราว : ที่จริงมันก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่เราอยากให้คิดถึงลูกมากๆ อะไรที่มันกระทบกับแม่ มันก็ย่อมมีผลกับลูกด้วย ถ้ามูฟออนกันจริงๆ ก็อยากให้ต่างคนต่างทำงาน ถ้าจะคุยกันจริงๆก็เรื่องลูก ถ้าเป็นเรื่องภายในบ้าน ก็อยากให้เราคุยกันภายใน หนูยังมีแชทนะ ที่บอกว่า หาเวลาว่างหน่อยสิ มาอยู่ด้วยกัน พ่อ แม่ ลูก 

ถ้าเขาดูรายการอยู่อยากบอกอะไร ?

แพรวพราว : อยากให้เขาหาเวลาว่าง เพื่อที่จะมาอยู่กับลูก กับแม่ ให้ลูกเห็นว่าพ่อแม่อยู่ด้วยกัน อาจจะไม่ต้องลงสื่อก็ได้ เราเข้าใจเอฟซีทางฝั่งเขาแอนตี้เรา เอฟซีทางฝ่ายเราอาจจะไม่ชอบเขา แต่มันจะมีเอฟซีที่เขากลางๆ ก็มี แต่เราไม่สามารถไปห้ามความคิดของทั้งสองฝ่ายได้ ไม่ต้องทำคอนเทนต์อะไร ว่างๆ มาอยู่กับลูก เล่นกับลูก ถึงความรู้สึกมันจะไม่ได้รักกันแล้วก็ตาม

อยากบอกอะไรกับคนที่อคติกับเรา ?

แพรวพราว : ที่จริงหนูก็ไปห้ามความคิดเขาไม่ได้ ถึงหนูจะอธิบายยังไงก็ตาม ณ วันนี้ เขาก็ไม่เข้าใจเราอยู่ดี  ไม่รักเราอยู่ดี เพราะฉะนั้นคือเอาที่คุณสบายใจ  คนที่ที่รักเราก็มี คนที่ไม่รักทำยังไงก็ไม่รัก บางคนก็คือคอมเม้นต์เอามัน เอาเวลาไปทำมาหากินเถอะ ถ้าไม่ชอบก็เลื่อนผ่านแค่นั้น

สถานะหัวใจตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

แพรวพราว : โสดค่ะ ถามว่ามีคนมาจีบไหม มันก็มีเข้ามา แต่เราก็บอกทุกคนว่าฉันไม่ได้พร้อบจะครบใครนะ ฉันอยู่กับลูก โอเค แฮปปี้ ดี ถ้าใครอยากคุย คุยได้ แต่คุยเป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกันนะ

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘ศรีริต้า’เปิดโหมดเซ็กซี่ สวมชุดว่ายน้ำล่องเรือชมวิว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811221

'ศรีริต้า'เปิดโหมดเซ็กซี่ สวมชุดว่ายน้ำล่องเรือชมวิว

‘ศรีริต้า’เปิดโหมดเซ็กซี่ สวมชุดว่ายน้ำล่องเรือชมวิว

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 16.07 น.

เป็นคุณแม่ลูกหนึ่งที่สวยสุดๆ สำหรับ “ศรีริต้า เจนเซ่น” ที่มักมีโมเมนต์อบอุ่นกับครอบครัวให้ได้ชมกันอยู่บ่อยๆ ล่าสุด ศรีริต้า ก็ได้จัดทริปไปเที่ยวทะเลพักผ่อนพร้อมครอบครัว แถมครั้งนี้เจ้าตัวก็ได้โพสต์ภาพในชุดว่ายน้ำอวดหุ่นเป๊ะสุดปังโชว์ผิวขาวเนียนสวยรับลมทะเลชิลๆ ทำเอาแฟนคลับถึงกับบอกว่าละสายตาจากความสวยของ สาวริต้า ไม่ได้เลยทีเดียว

ข่าวลือเป็นจริง! ‘โรเซ่ BLACKPINK’เซ็นสัญญากับค่ายใหม่’THE BLACK LABEL’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811184

ข่าวลือเป็นจริง! 'โรเซ่ BLACKPINK'เซ็นสัญญากับค่ายใหม่'THE BLACK LABEL'

ข่าวลือเป็นจริง! ‘โรเซ่ BLACKPINK’เซ็นสัญญากับค่ายใหม่’THE BLACK LABEL’

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.42 น.

18 มิถุนายน 2567 หลังจากที่ทั้ง 3 สาวสมาชิกวง BLACKPINK อย่าง เจนนี่ , จีซู ,ลิซ่า ได้เปิดค่ายดูแลตัวเอง เหล่าบลิ้งค์ก็ลุ้นว่าอีก 1 สมาชิกอย่าง’โรเซ่’จะเปิดค่ายดูแลตัวเองเหมือนเมมเบอร์ทั้ง 3 หรือไม่ ล่าสุดทางค่าย ‘THE BLACK LABEL’ ได้ออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่า’โรเซ่’ได้เซ็นสัญญากับทางค่าย’THE BLACK LABEL’เรียบร้อยแล้ว 

ทาง’THE BLACK LABEL’ บอกว่า จากความไว้วางใจของกันและกันของโรเซ่และเท็ดดี้ ซึ่งเคยทำงานร่วมกันในฐานะโปรดิวเซอร์และศิลปินมาเป็นเวลานาน โดยออกแถลงการณ์แล้วว่า “โรเซ่กำลังเตรียมพบกับแฟนๆ ทั่วโลกด้วยเพลงใหม่ และในอนาคตเธอวางแผนทำกิจกรรมทางดนตรีทั่วโลกกับค่ายเพลงระดับโลก เราสัญญาว่าเราจะไม่ละทิ้งการสนับสนุนใดๆ ในอนาคต เพื่อให้โรเซ่สามารถมีบทบาทในสาขาที่หลากหลายมากขึ้น”

‘THE BLACK LABEL’บริษัทบันเทิงที่ก่อตั้งในปี 2559 โดยอดีตโปรดิวเซอร์อย่างเท็ดดี้ ซึ่งมีศิลปินดังในค่ายอย่างแทยัง,และนักแสดงดังอย่างพัคโบกอม ก็อยู่ใน’THE BLACK LABEL’เช่นกัน 

‘คิมเบอร์ลี่’นุ่งบิกินี่อาบแดด สาดความแซ่บทำไอจีไฟลุก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/811183

'คิมเบอร์ลี่'นุ่งบิกินี่อาบแดด สาดความแซ่บทำไอจีไฟลุก

‘คิมเบอร์ลี่’นุ่งบิกินี่อาบแดด สาดความแซ่บทำไอจีไฟลุก

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.38 น.

ไม่ทำให้แฟนคลับต้องผิดหวังเลยจริงๆ สำหรับการลุกขึ้นมาเข้าโหมดเซ็กซี่ของนางเอกซุปตาร์ “คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส” ภรรยาของ “หมาก ปริญ” ที่ล่าสุดสาวคิมเบอร์ลี่ ได้ออกมาโพสต์ภาพของตัวเองอวดความสวยเเซ่บในชุดบิกินี่สีสดใสไปเที่ยวทะเลที่ประเทศฝรั่งเศส เผยหุ่นสวยเซี้ยะ แต่ละรูป อกเป็นอก เอวเป็นเอว ทำเอาแฟนคลับของคิมเบอร์ลี่ เข้ามาคอมเมนต์ แปะอีโมจิลูกไฟกันเพียบ

สพฐ.ขับเคลื่อนงานโครงการร้อยพลังการศึกษา กับ มูลนิธิยุวพัฒน์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811334

สพฐ.ขับเคลื่อนงานโครงการร้อยพลังการศึกษา กับ มูลนิธิยุวพัฒน์

สพฐ.ขับเคลื่อนงานโครงการร้อยพลังการศึกษา กับ มูลนิธิยุวพัฒน์

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 10.35 น.

สพฐ.ขับเคลื่อนงานโครงการร้อยพลังการศึกษา กับ มูลนิธิยุวพัฒน์ มุ่งเน้น9 โครงการสำคัญ พัฒนาคุณภาพการศึกษา พัฒนาทักษะชีวิตและคุณธรรม 

วันที่ 18 มิถุนายน 2567 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) มอบหมายให้ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนงานโครงการร้อยพลังการศึกษา กับ มูลนิธิยุวพัฒน์ นำโดยนายวิเชียร พงศธร ประธานกรรมการมูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อร่วมกันวางแผนและเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการร้อยพลังการศึกษา โดยมีผู้อำนวยการสำนักและบุคลากรที่เกี่ยวข้องของทั้งสองหน่วยงาน เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 2 อาคาร สพฐ. 5 ชั้น 9 กระทรวงศึกษาธิการ

รองเลาธิการ  กพฐ. กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) โครงการร้อยพลังการศึกษา กับ มูลนิธิยุวพัฒน์ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2567 เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการร้อยพลังการศึกษา เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในประเทศไทยได้รับการสนับสนุนรอบด้าน โดยในที่ประชุม ได้พิจารณาการทำงาน 9 โครงการสำคัญ ภายใต้ความร่วมมือโครงการร้อยพลังการศึกษา ได้แก่ โครงการทุนการศึกษาและการประคับประคอง มูลนิธิยุวพัฒน์ โครงการโรงเรียนคุณธรรม มูลนิธิยุวพัฒน์ โครงการ FOOD FOR GOOD โครงการพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัย (ICAP) โครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง โครงการสื่อดิจิทัลวิชาคณิตและวิทยาศาสตร์ โครงการสื่อดิจิทัลวิชาภาษาอังกฤษ โครงการแนะแนวรุ่นใหม่ และโครงการดูแลนักเรียนผ่านการบูรณาการด้านจิตวิทยาสังคม โดยมุ่งเน้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาทักษะชีวิตและคุณธรรม และการดูแลโภชนาการที่ดี ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในประเทศไทย

ทั้งนี้ ผู้บริหารและคณะทำงานได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานหลอมรวมการดำเนินงานเป็น 1 โครงการใหญ่ หลอมรวมตัวชี้วัด วางแผนการดำเนินงานตลอดปีการศึกษา เพื่อเป็นการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา พิจารณานำต้นแบบสถานศึกษาที่ดำเนินการประสบความสำเร็จมาถ่ายทอดให้เกิดการต่อยอดการทำงานและสร้างแรงบันดาลใจ โดยเตรียมสื่อสารประชาสัมพันธ์ไปยังโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายในระยะแรกกว่า 500 โรงเรียน  นับได้ว่าเป็นนวัตกรรมด้านการศึกษาที่ริเริ่มและร่วมดำเนินการโดยหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาครัฐ ขยายผลสู่โรงเรียนต่างๆ ในสังกัด สพฐ. ให้สามารถเข้าถึงเด็กและเยาวชนจำนวนมากขึ้น ครอบคลุมนักเรียนในโรงเรียนระดับประถมศึกษา ขยายโอกาสทางการศึกษา มัธยมศึกษา และการศึกษาพิเศษ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายในทุกภูมิภาค ตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ. รวมถึงนโยบายและจุดเน้นของ สพฐ. ในการส่งเสริมให้นักเรียนมีเป้าหมายชีวิต สุขภาวะที่ดี และได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน

สกู๊ปพิเศษ : เปิดใจ ‘คณกร สว่างเจริญ’ อธิการบดี มบส.คนใหม่ มุ่งมั่นสร้างปรากฏการณ์ นำพาบ้านสมเด็จฯ โกอินเตอร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811191

สกู๊ปพิเศษ : เปิดใจ ‘คณกร สว่างเจริญ’ อธิการบดี มบส.คนใหม่  มุ่งมั่นสร้างปรากฏการณ์ นำพาบ้านสมเด็จฯ โกอินเตอร์

สกู๊ปพิเศษ : เปิดใจ ‘คณกร สว่างเจริญ’ อธิการบดี มบส.คนใหม่ มุ่งมั่นสร้างปรากฏการณ์ นำพาบ้านสมเด็จฯ โกอินเตอร์

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“ผมพร้อมสร้างปรากฏการณ์และความมั่นคง ให้กับพี่น้องชาวบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ทุ่มเทให้กับการทำงานเต็มร้อย โดยนำค่านิยมองค์กร (BSRU PHENOMENA) มาขับเคลื่อน เพื่อก้าวสู่องค์กรแห่งความรุ่งเรืองที่เน้นศักยภาพรอบด้านยึดคุณธรรม จริยธรรม พร้อมเปิดกว้างมุมมองที่แตกต่างและเสริมสร้างทัศนคติที่มีค่า ร่วมพัฒนาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ตลอดจนต้องยึดวิสัยทัศน์การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้ที่ทันสมัย สร้างคุณค่า นำภูมิปัญญาไทยสู่สังคมที่ยั่งยืน และก้าวสู่การเป็น World Class University ในอนาคต”

ประโยคที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของ ผศ.ดร.คณกร สว่างเจริญ ที่ประกาศชัดเจนถึงวิสัยทัศน์การเดินหน้าทำงาน หลังนั่งเก้าอี้ตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) คนใหม่อย่างเต็มตัว และในวันนี้ทีมข่าวการศึกษา หนังสือพิมพ์แนวหน้า ได้มีโอกาสมานั่งคุยกับอธิการบดี มบส.ถึงแนวทางการบริหารงาน มาเริ่มกันที่….

“เส้นทางการทำงานในรั้วราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา”

ผศ.ดร.คณกร สว่างเจริญ เปิดเผยว่า ทำงานบ้านสมเด็จฯ ตั้งแต่ปี 2546 โดยมีประสบการณ์ด้านการบริหาร เริ่มจากรองผู้อำนวยการศูนย์คอมพิวเตอร์ ดูแลเกี่ยวกับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยทั้งหมด ต่อมาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาวิทยาเขตสระยายโสม จ.สุพรรณบุรี คือ ศูนย์การศึกษาอู่ทองทวารวดีในปัจจุบัน ทำงานที่นี้ 10 ปี จากนั้นก็มาเป็นรองคณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ก่อนไปรับตำแหน่งคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย 2 วาระติดต่อกัน และตำแหน่งอธิการบดี มบส. ในปัจจุบัน

ส่วนหลักการทำงาน และผลงานการบริหารที่โดดเด่นนั้น อธิการบดี มบส. กล่าวว่า ในระยะแรกที่เป็นผู้บริหาร มีผู้ใต้บังคับบัญชาส่วนใหญ่เป็นรุ่นพี่ เราก็ไม่คิดว่าตัวเองเป็นผู้บริหาร คิดอยู่เสมอว่าตัวเองเป็นน้อง เป็นเพื่อนร่วมงาน ให้ความเคารพรุ่นพี่เสมอ ส่วนการทำงานจะใช้วิธีขอความร่วมมือ ช่วยกันดูแลเสมือนเป็นญาติพี่น้องทำให้ได้รับความเมตตา และความร่วมมือเป็นอย่างดี ความภาคภูมิใจมากในการทำงาน คือตอนที่เข้ามาทำงานใหม่ ก็ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารให้ดูแลนักศึกษาต่างชาติ ทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้บริบทจากต่างแดน โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งได้รับประสบการณ์ด้านนี้มาไม่น้อยกว่า 20 ปี เมื่อได้ดำรงตำแหน่งคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย จึงได้โอกาสเปิดรับนักศึกษาระดับป.โทและป.เอก เข้ามาเรียน โดยเฉพาะนักศึกษาต่างชาติจากจีน ส่งผลให้มหาวิทยาลัยมีรายได้เพิ่มขึ้นหลายร้อยล้านบาท และได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจากมหาวิทยาลัย 2 ปีติดต่อกัน รวมถึงรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) อีกด้วย

สำหรับกลยุทธ์การเปิดตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะการดึงเงินหยวนเข้ามหาวิทยาลัย ผศ.ดร.คณกรสว่างเจริญ อธิการบดี มบส. กล่าวว่า จากประสบการณ์ด้านการดูแลนักศึกษาต่างชาติในระยะเวลากว่า 20 ปี มานั้น ทำให้ได้เรียนรู้ถึงความต้องการของนักศึกษาต่างชาติอย่างแท้จริง รวมถึงบ้านสมเด็จฯ ของเราที่มีเครือข่ายในประเทศจีนที่เข้มแข็งมายาวนาน จึงเป็นโอกาสที่ดีเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับจีนให้มากยิ่งขึ้นไปอีกทำให้เกิดการยอมรับและความเชื่อมั่น จึงมีนักศึกษาไทยและต่างชาติเข้ามาเรียน มากกว่า 2,000 คน และมีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศมาดูงานการจัดการศึกษาของบัณฑิตวิทยาลัยจำนวนมาก ซึ่ง มบส.เป็นมหาวิทยาลัยไทยที่มีนักศึกษาจีนมาเรียนมากติดเป็นอันดับต้นๆ เป็นเรื่องที่เราภูมิใจกันมากเช่นกัน ส่วนกลยุทธ์สำคัญการเปิดตลาดวิชาการต้องอาศัยความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ ด้วยความสัมพันธ์กับจีนที่ยาวนานมา 20 กว่าปี จึงทำให้เครือข่ายในประเทศจีน มีความเชื่อมั่นในศักยภาพด้านวิชาการของเรา แต่ผมไม่ได้มองแค่จีน เราจะต้องมองหาความร่วมมือและเครือข่ายประเทศอื่นด้วย เช่น อินเดีย หรือประเทศในแถบยุโรป เราต้องรุกไปข้างหน้าจะมานั่งอยู่กับที่คงไม่ได้ เพราะว่าการแข่งขันของแต่ละมหาวิทยาลัยมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ขณะเดียวกันปัจจุบันเด็กไม่สนใจปริญญา และสถานประกอบการต้องการคนมีทักษะทำงานได้เลย อธิการบดี มบส. ให้ความเห็นว่า สถานประกอบการนั้นต้องการคนเก่งมาทำงานได้เลย และไม่จำเป็นต้องจบปริญญาแค่ขอให้มีทักษะ ขณะที่เด็กก็ไม่สนใจปริญญา อยากมีทักษะและความรู้ระยะสั้น ไม่อยากมานั่งเรียนยาวๆ ดังนั้น มหาวิทยาลัยต้องตอบโจทย์ให้ได้ ว่าเราจะเดินไปข้างหน้าให้ได้อย่างไร เราต้องทำหลักสูตรระยะสั้นที่นักศึกษาสนใจ การสร้างเครดิตแบงก์ทางวิชาการ เด็กมาเรียนหลักสูตรระยะสั้นกับเราสามารถเก็บไว้เป็นเครดิตแบงก์ได้ ไม่มีวันหมดอายุ และสามารถนำความรู้มาเทียบโอนเพื่อจบปริญญา ในอนาคตเราต้องเปลี่ยนแปลงถ้าไม่ปรับตัวเราจะอยู่ไม่ได้ มีการยุบรวมสาขาวิชาเป็นศาสตร์บูรณาการ ดังนั้น การเรียนการสอนต้องทันสมัยและมีหลายรูปแบบ ให้มีความคล่องตัวไม่เช่นนั้นเราเดินต่อไม่ได้ ที่สำคัญทุกอย่างต้องเริ่ม และลงมือทำเลยเดิมปลาใหญ่กินปลาเล็ก เดี๋ยวนี้ปลาเร็วกินปลาช้า ต้องรีบทำ ต้องทำงานเชิงรุกทุกหน่วยงานและทุกจุด

โดยจุดแข็งของ มบส. ในการดึงนักศึกษาไทยและต่างชาติมาเรียน ผศ.ดร.คณกร สว่างเจริญ กล่าวว่า จากการเรียนรู้และได้พูดคุยกับนักศึกษาต่างชาติว่าทำไมถึงเลือกมาเรียนที่ มบส. ได้คำตอบว่า มบส.ดูแลนักศึกษาดี เหมือนเป็นลูกคนที่ 2 ของเรา มีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยดูแลตลอดเวลาทำให้นักศึกษาประทับใจขณะที่ผู้ปกครองของเด็กก็ประทับใจ เพราะเราดูแลนักศึกษาต่างชาติเหมือนนักศึกษาไทยทุกอย่าง ส่วนจุดเด่นของ มบส. มีความเก่าแก่ มีชื่อเสียง และเปิดมา 100 กว่าปี มีศิษย์เก่ากระจายอยู่ทั่วประเทศ นอกจากนี้การผลิตครูของเรามีชื่อเสียงมายาวนาน ทั้งด้านดนตรีก็เด่น เป็นสถาบันการศึกษาที่มีการผลิตบัณฑิตทางด้านดนตรี ครูทางด้านดนตรีที่ไปสอนในสถาบันการศึกษาเกือบทั่วประเทศส่วนใหญ่จบการศึกษาสาขาดนตรีจากบ้านสมเด็จฯ ผมจะนำจุดแข็งที่มีอยู่มาทำให้เกิดมูลค่ามากยิ่งขึ้น โดยการสร้างแบรนด์ขององค์กรให้คนรู้จักกันมากขึ้น ขณะเดียวกัน ต้องเน้นคุณภาพด้วย ผมจะเปิดบ้านสมเด็จฯให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาใช้บริการ เป็นคอมเพล็กซ์ จัดกิจกรรมที่โดดเด่น และให้แต่ละคณะไปดูว่าตัวเองมีจุดเด่นระดับประเทศอย่างไร อย่างน้อยคณะละ1 เรื่อง จากนั้นเริ่มสร้างภาพลักษณ์ และต้องผลักดันกันอย่างจริงจัง ที่สำคัญต้องจัดรูปแบบหน่วยงานที่สนับสนุนให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างเต็มร้อย ให้ความสำคัญด้านการให้บริการและดูแลนักศึกษาเสมือนเป็นลูกหลานของเรา

“ผมตั้งเป้าไว้ชัดเจนว่าจะต้องทำในสิ่งที่เราตั้งใจตามที่ได้มุ่งมั่นไว้แล้วเสร็จในช่วงวาระการดำรงตำแหน่งอธิการบดี ในช่วง 4 ปีจากนี้ ผมเป็นคนคิดแล้วก็จะเร่งดำเนินการควบคู่กันไป โดยนำประสบการณ์ที่ยาวนานด้านการบริหารที่ผ่านมาร่วมกับพลังของเครือข่ายและพลังของเราชาวบ้าน
สมเด็จฯ จึงมีความเชื่อมั่นจะสำเร็จแน่นอน ตั้งแต่การเพิ่มศักยภาพรอบด้านโดยเฉพาะทางด้านวิชาการ ที่ส่งผลต่อการเพิ่มจำนวนนักศึกษาไทยและต่างชาติ ทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก รวมถึงหลักสูตรระยะสั้น โดยเฉพาะหลักสูตรสำหรับผู้สูงวัย เน้นหลักสูตรทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ เพื่อรองรับผู้สูงวัยที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน เพื่อจะได้ดูแลตัวเองได้ส่วนรูปแบบการศึกษาก็จะประยุกต์ให้ทันสมัยทันต่อยุค และทันต่อเหตุการณ์” ผศ.ดร.คณกรสว่างเจริญ อธิการบดี มบส. กล่าวและว่า เด็กรุ่นใหม่มีความอดทนน้อยและเปราะบาง

ดังนั้น ในฐานะที่ผมเป็นคุณพ่อลูกสาม ต้องยอมรับเลยว่าเด็กสมัยนี้มีความคิดเป็นของตัวเอง เราก็ให้การสนับสนุนเต็มที่ แต่ก็ไม่ปล่อย ผมสอนลูกให้ตั้งใจและดูตนเองเป็นต้นแบบ ผมดีใจที่ลูกเป็นเด็กดีและผมสนับสนุนให้ลูกๆ ได้มีงานอดิเรก เพื่อให้มีเวลาผ่อนคลายบ้าง ส่วนผมถ้าว่างชอบร้องเพลงของยุค 90 เช่น ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ พลพล พลกองเส็งวงกะลา นอกจากนี้ ผมชอบไหว้พระ และสวดมนต์ เพราะทำให้จิตใจสงบและมีสมาธิ สำหรับเด็กรุ่นใหม่เราต้องให้เค้าได้แสดงออก ให้อิสระ แต่ไม่ปล่อย ซึ่งตรงนี้สำคัญพ่อแม่ต้องเข้าใจลูก แม้แต่ลูกศิษย์ก็เหมือนกัน เราต้องคุยกับเขาด้วยเหตุและผลต้องเอาใจใส่ ต้องอธิบายให้เค้าเข้าใจและเค้าก็จะทำตามเอง

จากนี้ไป เรามาช่วยให้กำลังใจอธิการบดี มบส.คนใหม่ ที่จะนำพามหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาไปสู่เป้าหมายได้ตามที่คาดหวังไว้ สุดท้ายนี้อธิการบดี มบส. ได้ฝากคติประจำใจในการทำงาน “คุณธรรมนำความสำเร็จ เพื่อบ้านสมเด็จเจ้าพระยา”

กองทุนปปช.ร่วมกับ ม.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา จัดโครงการ’ต้องไม่โกง ต้านทุจริต รับผิดชอบต่อสังคม เยาวชนรุ่นใหม่พร้อมใจสร้างสรรค์’ ผลิตสื่อหนังสั้น 3 ภาษา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811294

กองทุนปปช.ร่วมกับ ม.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา จัดโครงการ'ต้องไม่โกง ต้านทุจริต รับผิดชอบต่อสังคม เยาวชนรุ่นใหม่พร้อมใจสร้างสรรค์' ผลิตสื่อหนังสั้น 3 ภาษา

กองทุนปปช.ร่วมกับ ม.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา จัดโครงการ’ต้องไม่โกง ต้านทุจริต รับผิดชอบต่อสังคม เยาวชนรุ่นใหม่พร้อมใจสร้างสรรค์’ ผลิตสื่อหนังสั้น 3 ภาษา

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 19.28 น.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. คณกร สว่างเจริญ  อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เผยว่า การสร้างสรรค์หนังสั้น 3 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน การผลิตหนังสั้น จะมีทั้งแบบพากษ์ไทย และมีการใส่คำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษและจีน เพื่อสนับสนุนการรณรงค์ให้กว้างขวาง ทั้งสู่การรับรู้ของประชาชนคนไทย และชาวต่างชาติให้รับทราบการขับเคลื่อนส่งเสริมสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งค่านิยมและวัฒนธรรมซื่อสัตย์สุจริต ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เยาวชน และประชาชน ให้มีจิตสำนึกซื่อสัตย์สุจริต ต่อต้านการทุจริตในสังคม และมีการเผยแพร่หนังสั้นของโครงการผ่านช่องทางสื่อสมัยใหม่

ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาเข้าร่วมกับกองทุนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นปีที่ 2 เพื่อส่งเสริมทักษะในกลุ่มเยาวชนและประชาชน ในการผลิตหนังสั้นเพื่อการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมไม่ทําและไม่ทนต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ และรณรงค์ให้เกิดจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม สนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เยาวชน และประชาชน ให้มีจิตสํานึกซื่อสัตย์สุจริต ต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบในสังคม และรณรงค์ให้เกิดจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. คณกร กล่าวว่า สำหรับผู้ดำเนินโครงการฯ มีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พิบูลย์ วิฑูรย์ปัญญากุล เป็นหัวหน้าโครงการ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร. พนอเนื่อง สุทัศน์ ณ อยุธยา ,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร และอาจารย์มนชนก จุลสิกขี เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ มีเป้าหมาย ส่งเสริมให้เยาวชนรุ่นใหม่ ในระดับมัธยมศึกษา และ อุดมศึกษา ได้เป็นพลังสำคัญในการรณรงค์ต่อการทุจริต โดยการดึงและเสริมศักยภาพของเยาวชนในการสร้างสื่อสมัยใหม่ คือ หนังสั้น เพื่อการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมไม่ทําและไม่ทนต่อการทุจริตและประพฤติมิชอบ นำมาสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เยาวชน และประชาชน ให้มีจิตสํานึกซื่อสัตย์สุจริต ต่อต้านการทุจริตในสังคม ไม่ยอมรับพฤติกรรมการโกง มีความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อเป็นกำลังสำคัญของประเทศในการต้านทุจริต และส่งเสริมจิตสำนึก พฤติกรรมรับผิดชอบต่อสังคม  และขยายผลไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เยาวชน และประชาชน ให้มีจิตสํานึกซื่อสัตย์สุจริต ต่อต้านการทุจริตในสังคม ไม่ยอมรับพฤติกรรมการโกง มีความรับผิดชอบต่อสังคม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. คณกร กล่าวต่อว่า มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการจำนวน 5 มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ,มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ,มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ,มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ  และมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เพื่อการผลิตหนังสั้น ในการสร้างค่านิยม และวัฒนธรรมไม่ทํา และไม่ทนต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ และรณรงค์ให้เกิดจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อวันที่ 27-28 เมษายน และ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยได้ผลงานหนังสั้น 3 ภาษา จำนวน 10 เรื่อง เผยแพร่ทาง Tiktok มีการขยายผลไปยังโรงเรียนสตรีวัดระฆัง กับนักเรียนในระดับมัธยมตอนปลาย เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567 และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2567 เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เยาวชน และประชาชน ให้มีจิตสํานึกซื่อสัตย์สุจริต ต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบในสังคม และรณรงค์ให้เกิดจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านหนังสั้น 3 ภาษา

สอวช.เผยผลสำเร็จพัฒนากำลังคน หนุนแนวทาง IGNITE THAILAND

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811174

สอวช.เผยผลสำเร็จพัฒนากำลังคน หนุนแนวทาง IGNITE THAILAND

สอวช.เผยผลสำเร็จพัฒนากำลังคน หนุนแนวทาง IGNITE THAILAND

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.17 น.

‘อว.’โดย‘สอวช.’เผยผลสำเร็จ-เป้าหมายการพัฒนากำลังคน ตั้งแต่มหาวิทยาลัยจนถึงวัยทำงาน สนับสนุนแนวทาง IGNITE THAILAND สร้างอุตสาหกรรมอนาคต

ในการแถลงวิสัยทัศน์ “เตรียมทัพกำลังคน สร้างอุตสาหกรรมอนาคต” IGNITE THAILAND : Future Workforce for Future Industry เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2567 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้เป็นประธานในการแถลง ร่วมด้วยนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) หน่วยงานภายใต้กระทรวง อว. ได้ดำเนินโครงการสนับสนุนการพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่กระทรวง อว. กำลังขับเคลื่อน ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (Semiconductor & Advanced Electronics) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเป็นโครงการที่เดินหน้าพัฒนากำลังคน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อาทิ โครงการ STEMPlus แพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงตอบการลงทุนของภาคผลิตและบริการ ที่มีหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น สำหรับกำลังคนที่อยู่ในอุตสาหกรรม โดยมีแรงจูงใจให้บริษัทเอกชนที่ส่งบุคลากรมาฝึกอบรม สามารถนำค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมไปลดหย่อนภาษีได้ 250% ปัจจุบันมีหลักสูตรด้านอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง 150 หลักสูตร ด้าน EV 124 หลักสูตร ด้าน AI 313 หลักสูตร ตั้งเป้าผลิตกำลังด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง 12,500 คนต่อปี ด้าน EV 24,000 คนต่อปี ด้าน AI 8,000 คนต่อปี

โครงการ Coop+ หรือ สหกิจศึกษารูปแบบพิเศษ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่เรียนในสาขาที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์มาพัฒนาทักษะเพิ่มเติมและฝึกงานกับภาคอุตสาหกรรม หลังจบการศึกษาแล้วยังสามารถทำงานกับบริษัทได้ทันที โดยตั้งเป้าผลิตกำลังคนผ่าน Coop+ 1,500 คนต่อปี เริ่มนำร่องไปแล้วกับ 8 บริษัทชั้นนำ ได้แก่ บริษัท อนาล็อก ดีไวเซส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท ฮานาไมโครอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ฮานา เซมิคอนดักเตอร์ (อยุธยา) จำกัด บริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) บริษัท นิชชินโบ ไมโคร ดีไวซส์ (ประเทศไทย) จํากัด และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ขณะที่ด้าน EV และ AI ก็จะใช้รูปแบบเดียวกัน ตั้งเป้าผลิตกำลังคนด้าน EV 500 คนต่อปี และด้าน AI 500 คนต่อปี

โครงการจัดทำหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ ทั้งระดับปริญญาตรีและโท โดย 15 มหาวิทยาลัย ตั้งเป้าผลิตกำลังคนให้ได้ 1,300 คนต่อปี ขณะเดียวกัน สอวช. ร่วมกับ สป.อว. และ บพค. จัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะตามโจทย์ความต้องการจ้างงานของประเทศ GenNX Model ซึ่งเป็นรูปแบบการพัฒนาทักษะการทำงานผ่านการฝึกอบรมระยะสั้นแบบเข้มข้น (Bootcamp) โดยปรับรูปแบบการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับความต้องการและบริบทของประเทศไทย โดยได้มีการจัดการอบรมหลักสูตรนักพัฒนาซอฟต์แวร์แล้ว จำนวน 7 รุ่น และหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุมืออาชีพ จำนวน 2 รุ่น นอกจากนี้ ยังมีการขยายผลโครงการไปยังมหาวิทยาลัย และภาคเอกชนในการพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2794049

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติรับมอบนมถั่วเหลืองในโครงการ "แลคตาซอยรักคุณ × สภากาชาดไทย"

19 มิ.ย. 2567 04:55 น.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติรับมอบนมถั่วเหลืองในโครงการ “แลคตาซอยรักคุณ × สภากาชาดไทย”

@มัลลิกา จิรพัฒนกุล ส่งมอบนมถั่วเหลืองขนาด 250 มิลลิลิตร ในโครงการ “แลคตาซอยรักคุณ × สภากาชาดไทย” จำนวน 9,600 หีบ มูลค่า 4,147,200 บาท ให้ ปิยนันท์ คุ้มครอง เพื่อนำไปเติมพลังแก่ผู้มาบริจาคโลหิต ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีขายดีที่สุด เร่งฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 19 มิถุนายน 2567 

● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนา พลเอกหม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล เป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ประกาศ ณ วันที่ 16 มิถุนายน พุทธศักราช 2567 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน พลเอกหม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล เป็นพระโอรสใน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร กับ หม่อมทองแถม ยุคล ณ อยุธยา

● วันนี้ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน จะเข้าสภาเสนอ งบประมาณรายจ่ายปี 2568 วงเงิน 3.752 ล้านล้านบาท ต่อสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นงบประมาณที่จัดทำโดย รัฐบาลเศรษฐา เป็นครั้งแรก เปิดให้อภิปรายกัน 3 วัน 3 คืน 19-21 มิถุนายน เกมนี้ อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงมาคุมเอง กำหนดให้ สส.อภิปรายสนับสนุนเพียง 22 คน ประเภทขอพูดเพื่อออกทีวี ประท้วงเพื่อออกทีวี เที่ยวนี้โดนหั่นเกลี้ยง ถือเป็นการสร้างมิติใหม่ในสภาผู้แทนฯ

ภูมิใจ-วัลยา จิราธิวัฒน์ กก.ผจก.ใหญ่ เซ็นทรัลพัฒนา รับรางวัล “CEO of the Year” จากงาน Retail Asia Awards 2024 พร้อมรางวัล Mall of the Year และ Marketing Initiative of the Year โดยมี ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา มาร่วมปลื้มด้วย ที่ประเทศสิงคโปร์ วันก่อน.

● “ไต้ฝุ่น” พลิกดู ร่างงบประมาณ 68 คร่าวๆ วงเงิน 3.752 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบปี 67 เพียง 272,700 ล้านบาท แต่เป็นงบที่ขาดดุลบานทะโร่ถึง 865,700 ล้านบาท กว่า 23% ของวงเงินงบประมาณ ในขณะที่ รัฐบาลคาดว่าจะมีรายได้เพียง 2.887 ล้านล้านบาท ถือเป็น งบประมาณดินพอกหางหมู เพราะ ในงบปี 68 รัฐบาลต้องจ่ายคืนเงินต้นหนี้เงินกู้กว่า 150,000 ล้านบาท เท่ากับ รัฐบาลกู้หนี้ใหม่มาจ่ายหนี้เก่า เหมือนกับ หนี้ครัวเรือน ที่รัฐบาลพยายามจะแก้ แต่อิเหนาเป็นเสียเอง นี่ยังไม่นับ ดอกเบี้ยเงินกู้ อีกมหาศาล

ดีใจด้วย-ไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ ศ.กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ในโอกาสได้เป็นประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ โดยมี พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช, วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์, พงษ์ชัย เศรษฐีวรรณ และ อรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล มาร่วมปลื้มด้วย ที่โรงแรมแม่นํ้า วันก่อน.

● แต่เรื่องนี้ “ไต้ฝุ่น” ขอชม นายกฯเศรษฐา ที่มีความรอบคอบสั่งการให้ กระทรวงพาณิชย์ กลับไปทบทวน สินค้าที่ให้เข้าร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ต หลังจากที่ เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยคลัง แถลงว่า เอาไปซื้อโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนได้ ถือเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ทำให้งงกันทั้งประเทศ

ส่องกล้อง-ซากิ ชิมาดะ และ ศ.นพ.รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร ลงนามความร่วมมือจัดการประชุม“Chula-Endoscopy Short Course EUS ERCP series” เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหาร โดยมี รศ.นพ.ประเดิมชัย คงคำ มาร่วมในพิธีด้วย ที่โรงพยาบาลจุฬา วันก่อน.

● นายกฯเศรษฐา เลยสั่งให้กลับไปทบทวนใหม่ เพราะ โครงการแจกเงินดิจิทัล 5 แสนล้านบาท รัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ถ้าให้เอาไปซื้อสมาร์ทโฟนและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำเข้าจากต่างประเทศได้ เงินใช้จ่ายในรอบแรกก็จะไหลออกไปต่างประเทศหมด พับเผื่อย ยิ่งคิดก็ยิ่งติดลบ เพราะคิดผิดมาตั้งแต่ต้น

● การเลือก สว.รอบสองระดับจังหวัด จาก 23,645 คน เหลือ 3,080 คน สู่รอบไฟนอลการเลือกระดับประเทศ “ไต้ฝุ่น” เห็นรายชื่อที่ผ่านเข้ารอบ ส่วนใหญ่มาจากพรรคการเมืองใหญ่และกลุ่มทุน สุดท้ายแล้วก็จะได้ สว. 200 คน ที่มาจากพรรคการเมือง+ทุนการเมืองเป็นหลัก ไม่ต่างอะไรจาก สว. ลากตั้ง 250 คน อนาคตประชาธิปไตยไทยไม่มีอะไรดีขึ้น

มอบทอง-ยืนยง โอภากุล มอบรางวัลทองคำมูลค่า 1 ล้านบาท จากแคมเปญ “บาวแดงช่วยคนไทยสร้างอาชีพ ปี 3” ให้ วันชัย แย้มกลิ่น โดยมี จิตสุภา วัชรพล, ชนะ เดชภิรัตนมงคล, ชิสา อธิบุญญาโชค และ รัชตวรรณ โพชนุกูล มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.ไทยรัฐ กรุ๊ป วันก่อน.

●ใต้ดวงอาทิตย์นี้ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ วันนี้ยังเป็นจริง ขนาดเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน 3 แสนลิตร 5 ลำ ที่ถูกจับมาจอดที่ สะพานท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ ก็ยัง หายไปอย่างไร้ร่องรอย 3 ลำ โดย ตำรวจไทยระดมติดตามทุกวิถีทางรวมทั้งเครื่องบินก็หาไม่เจอ ต้องถือว่า “เสี่ยโจ้ ปัตตานี” มีความสามารถ อำพรางเรือได้เก่งจริงๆ หรือ ตำรวจไทยตาไม่ดี ก็ไม่รู้ได้

● ล่าสุด “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. แถลง พบเรือ 3 ลำแล้ว ที่ บริเวณเขตเศรษฐกิจจำเพาะ 3 ประเทศ ไทย กัมพูชา เวียดนาม ฟังแล้วก็งงๆ ต้องลากจูงเรือไปจอดที่ท่าเรือสงขลา ส่วนน้ำมัน 3 แสนลิตรอยู่ไม่ครบ แสดงว่า “เสี่ยโจ้” เขาเอาเรือเปล่ามาทิ้งให้ตำรวจจับดูต่างหน้านะซี

เบิร์ธเดย์-ดร.อัศวิน อิงคะกุล จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ “ขอบคุณทุกท่านจากช่อทิพย์ รวงทอง” ในโอกาสวันเกิด รวงทอง ทองลั่นธม โดยมี ม.ล.ปราลี ประสมทรัพย์, พ.อ.(พิเศษ) หญิง วัฒนา บุญเฉลียว, ออมรัก รัตนะพีระพงศ์ และ กรรณิกา ดวงมณี มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.

● สังคมสบายใจดีกว่า กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ เล่าให้ วตท.รุ่น 1–6 ที่ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสได้รับตำแหน่ง ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า การสรรหา กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนใหม่ ที่มีตนเป็นประธานเคาะชื่อ อัสสเดช คงสิริ ตั้งแต่ 10 มิถุนายนแล้ว แต่กรรมการเก็บความลับได้เยี่ยมมาก สื่อเพิ่งมารู้ตอนเสนอเข้าบอร์ด 14 มิถุนายน หลังจากที่ได้เจรจาตกลงทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

● ตำแหน่ง กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนใหม่ ของ อัสสเดช คงสิริ จะมีผลใน 19 กันยายน 2567 หลังจากที่ ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนปัจจุบันครบวาระ แต่ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนใหม่ จะเข้าไปทำงานตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม เพื่อเตรียมความพร้อม

● เพื่อเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. คนใหม่ เปิดเผย กำลังทบทวนกลยุทธ์ทางธุรกิจตามแผนลงทุน 5 ปี (2568–2572) ของ ปตท. วงเงิน 89,000 ล้านบาท พร้อมงบลงทุนในอนาคตอีก 106,932 ล้านบาท เพื่อเสนอเข้าบอร์ดในเดือนสิงหาคมนี้ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ปตท.แข็งแรงร่วมกับสังคม ไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” 

อิ่มอร่อย-วิกเตอร์ หว่อง พาผู้โชคดีในแคมเปญ “COKE Foodmarks” ร่วมสัมผัสร้านอร่อยย่านบรรทัดทอง โดยมี ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล, อริสา ภักดีเมฆานนท์, ริชา ซิงห์, ณัฐวุฒิ ศรีหมอก และ กฤษฏ์ อำนวยเดชกร มาร่วมชิมด้วย ที่ร้านสามย่าน-จุฬา 14 วันก่อน.

● บรรทัดนี้ “ไต้ฝุ่น” ขอแสดงความยินดีกับ ชาวธนาคารออมสิน และ วิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ที่คว้ารางวัล รางวัลธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยแห่งปี 2567 Best Retail Bank of the Year 2024 ไปครองต่ออีกสมัยเป็นปีที่ 9 จากการสำรวจผู้มีธุรกรรมทางการเงินใน งานมหกรรมการเงิน Money Expo 2023–2024 ที่จัดขึ้นต่อเนื่อง 7 ครั้งใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดย ศูนย์วิจัยสวนดุสิตโพล สมกับเป็น Social Bank ธนาคารเพื่อสังคม

● อีกรายที่ “ไต้ฝุ่น” ต้องขอแสดงความยินดีก็คือ ศุภโชค ศุภบัณฑิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บล.เกียรตินาคินภัทร ที่นำ บล.เกียรตินาคินภัทร คว้าแชมป์ บริษัทหลักทรัพย์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 Best Securities Company of the Year 2024 จากการจัดอันดับของ วารสารการเงินธนาคาร ฉบับมิถุนายน 2567

รักคุณ-มัลลิกา จิรพัฒนกุล ส่งมอบนมถั่วเหลืองขนาด 250 มิลลิลิตร ในโครงการ “แลคตาซอยรักคุณ × สภากาชาดไทย” จำนวน 9,600 หีบ มูลค่า 4,147,200 บาท ให้ ปิยนันท์ คุ้มครอง เพื่อนำไปเติมพลังแก่ผู้มาบริจาคโลหิต ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย วันก่อน.

● สายกินห้ามพลาด 20-23 มิถุนายน 10.00-22.00 น. ณ Central Court ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นิตยสาร Gour met & Cuisine จับมือกับเชฟดังมากมายจัดงาน Gourmet Foodie Fest 2024 ภายใต้คอนเซปต์ “Chef Signature” ยกขบวน 40 ร้านเมนูซิกเนเจอร์จานเด็ด มาให้ลิ้มลองในงาน ภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Gourmet & Cuisine เป็นประธานจัดงานการันตีความอร่อย

● บนแผงวันนี้ วารสารการเงินธนาคาร ฉบับมิถุนายน ประกาศผล Best Retail Bank of the Year 2024 และ Best Securities Company of the Year 2024 บทสรุป Future Bank ธนาคารยุคหน้าลูกค้าได้อะไร, การค้ำประกันเครดิต SMEs, ผู้ซื้อ Pizza แพงที่สุดในโลกด้วย Bitcoin, ศิลปวัฒนธรรม รัฐนาฏกรรมในงานวันชาติ ราชดำเนิน 2482-2484, สหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรปและเบร็กซิท โดย รศ.ดร.ณัฐนันท์ คุณมาศ

“ไต้ฝุ่น”