รถบรรทุกสารเคมีชนรถบรรทุกก๊าซ LPG บนทางหลวงอินเดีย ดับ 11 ศพ บาดเจ็บกว่า 40 ราย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832162

รถบรรทุกสารเคมีชนรถบรรทุกก๊าซ LPG บนทางหลวงอินเดีย ดับ 11 ศพ บาดเจ็บกว่า 40 ราย

21 ธ.ค. 2567 07:22 น.

รถบรรทุกสารเคมีชนรถบรรทุกก๊าซ LPG บนทางหลวงอินเดีย ดับ 11 ศพ บาดเจ็บกว่า 40 ราย

ที่อินเดีย เกิดเหตุรถบรรทุกสารเคมี ขับชนรถบรรทุกก๊าซแอลพีจี ทำให้เกิดไฟลุกไหม้รุนแรงบนทางหลวงในรัฐราชสถาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 ศพ บาดเจ็บกว่า 40 ราย

วันที่ 21 ธันวาคม 2567 เว็ยไซต์ข่าว Times of India รายงานว่า เกิดไฟลุกไหม้รุนแรงจนท้องฟ้าเป็นสีส้ม และมีลูกไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งออกมา หลังจากรถบรรทุกสารเคมีชนกับรถบรรทุกก๊าซแอลพีจี บนทางหลวง ชัยปุระ-อัชเมอร์ ในเมืองชัยปุระ รัฐราชสถาน

รายงานข่าวระบุว่าเหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดของวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น เหตุการณ์นี้ยังเกิดขึ้นใกล้กับปั๊มน้ำมัน ส่งผลให้เกิดระเบิดหลายครั้งและไฟลุกลามไปเป็นระยะทาง 100-200 เมตร มีรถคันอื่นๆถูกไฟไหม้ไปด้วยหลายสิบกว่า 30 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่าโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 11 ศพ และมีผู้บาดเจ็บกว่า 40 ราย

ขณะเกิดเหตุยังมีผู้โดยสารหลายคนติดอยู่ในรถบัสซึ่งติดอยู่กลางกองเพลิง หลายคนรอดมาได้และบรรยายถึงเหตุการณ์ว่าพวกเขาต่างพยายามรีบหนีออกจากรถเพื่อเอาชีวิตรอด ขณะที่รถหลายคันถูกไฟไหม้ลุกท่วมและถนนเต็มไปด้วยเปลวไฟ

ทางด้านตำรวจเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รีบมาควบคุมไฟที่ลุกไหม้รถและถนน ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

แฟ้มภาพ

เกิดเหตุคนร้ายขับรถพุ่งชนผู้คนที่กำลังจับจ่ายสินค้าในตลาดคริสต์มาสเยอรมนี เจ็บตายจำนวนมาก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832158

เกิดเหตุคนร้ายขับรถพุ่งชนผู้คนที่กำลังจับจ่ายสินค้าในตลาดคริสต์มาสเยอรมนี เจ็บตายจำนวนมาก

21 ธ.ค. 2567 05:16 น.

เกิดเหตุคนร้ายขับรถพุ่งชนผู้คนที่กำลังจับจ่ายสินค้าในตลาดคริสต์มาสเยอรมนี เจ็บตายจำนวนมาก

เกิดเหตุสลด คนร้ายขับรถพุ่งชนประชาชนจำนวนมากที่กำลังจับจ่ายซื้อสินค้าที่ตลาดคริสต์มาส ในเมืองแม็กเดบูร์ก ของเยอรมนี เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 2 ศพ บาดเจ็บกว่า 80 ราย สาหัส 15 ราย ตร.เผยผู้ต้องสงสัยเป็นนายแพทย์ชาวซาอุดีอาระเบีย

วันที่ 21 ธันวาคม 2567 สำนักข่าว CNN รายงานว่าเกิดเหตุคนร้ายขับรถยนต์พุ่งชนผู้คนจำนวนมากที่กำลังเดินไปมาจับจ่ายซื้อสินค้าบริเวณกลางตลาดคริสต์มาส ในเมืองแม็กเดบูร์ก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรัฐซัคเซิน-อันฮัลท์ ทางตอนกลางของเยอรมนี เบื้องต้นตำรวจยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิต 2 ศพ และระบุว่ามีผู้บาดเจ็บประมาณ 80 ราย ในจำนวนนี้อาการสาหัส 15 ราย คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มมากกว่านี้

รายงานข่าวระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้คนพลุกพล่านในตลาดแห่งนี้ ขณะที่คนขับรถถูกตำรวจจับกุมตัวได้แล้ว จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า เป็นชายชาวซาอุดีอาระเบีย อายุประมาณ 50 ปีมีอาชีพเป็นแพทย์ที่เดินทางมาถึงเยอรมนีในปี 2549 และทำงานในแซกโซนี-อันฮัลท์ 

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็นการโจมตีโดยเจตนา 

ขณะที่นายกรัฐมนตรีเยอรมนี โอลาฟ โชลซ์ โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และจะอยู่เคียงข้างประชาชนในเมืองแม็กเดบูร์ก ขณะเดียวกันก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ทุ่มเทในช่วงเวลาแห่งความวิตกกังวลนี้

มาเลเซียไฟเขียวข้อตกลงค้นหาเที่ยวบิน “MH370” รอบใหม่ หลังเครื่องบินสูญหายไประหว่างการบิน 10 ปีก่อน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832113

มาเลเซียไฟเขียวข้อตกลงค้นหาเที่ยวบิน "MH370" รอบใหม่ หลังเครื่องบินสูญหายไประหว่างการบิน 10 ปีก่อน

21 ธ.ค. 2567 04:31 น.

มาเลเซียไฟเขียวข้อตกลงค้นหาเที่ยวบิน “MH370” รอบใหม่ หลังเครื่องบินสูญหายไประหว่างการบิน 10 ปีก่อน

รัฐบาลมาเลเซียอนุมัติสัญญาว่าจ้างบริษัทสำรวจเอกชนของสหรัฐฯ รื้อฟื้นปฏิบัติการค้นหาซากเครื่องบินโดยสารมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH370 ซึ่งยังเป็นหนึ่งในปริศนายิ่งใหญ่ที่สุดของแวดวงการบินโลก

วันที่ 20 ธันวาคม 2567 นายแอนโธนี โลค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของมาเลเซีย แถลงว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติข้อตกลงมูลค่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2,411 ล้านบาท ร่วมกับบริษัทสำรวจทางทะเล Ocean Infinity ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐฯ เพื่อให้เป็นผู้ดำเนินการค้นหาเครื่องบินโดยสาร โบอิ้ง 777 สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH370 ที่สูญหายไปอีกครั้ง

นายโลคกล่าวว่า รัฐบาลมาเลเซียได้ตกลงในหลักการที่จะกลับไปดำเนินการค้นหาเครื่องบินโดยสารที่หายไปเมื่อ 10 ปีก่อนอีกครั้ง โดยการค้นหาใหม่จะครอบคลุมพื้นที่ 15,000 ตารางกิโลเมตร ในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ และจะมีขึ้นภายใต้ข้อตกลง “ไม่พบ ไม่จ่าย” ซึ่งทาง Ocean Infinity จะได้รับการชำระเงินเมื่อพบซากเรือเท่านั้น ขณะที่การเจรจาเกี่ยวกับเงื่อนไขเฉพาะของข้อตกลงยังคงดำเนินต่อไปและจะสรุปให้เสร็จสิ้นในช่วงต้นปีหน้า

โดยการสูญหายของ MH370 ยังถือเป็นหนึ่งในปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแวดวงการการบิน หลังจากเที่ยวบิน MH370 หายไประหว่างการบินมุ่งหน้าจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย ไปยังกรุงปักกิ่ง ของจีน พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 239 คนบนเครื่อง เมื่อเดือนมีนาคม 2557 

ในขณะที่ความพยายามในการค้นหาซากเครื่องบินลำนี้ต้องประสบกับความล้มเหลวอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ครอบครัวของผู้โดยสารบนเครื่องบินหลายร้อยคนยังคงต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรม

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาความพยายามระดับนานาชาติที่ใช้งบประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 5,000 ล้านบาท สิ้นสุดลงในปี 2560 หลังจากดำเนินการค้นหาในน่านน้ำอันกว้างใหญ่มาเป็นเวลา 2 ปี จากนั้นการค้นหาเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดย Ocean Infinity ในปี 2561 มีขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่คล้ายกันสิ้นสุดลงอย่างไม่ประสบผลสำเร็จ.

กลุ่มผู้สูงวัยในอังกฤษยังเจ๋ง สร้างสถิติโลกนักร้องประสานเสียงอายุมากที่สุดในโลก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832031

กลุ่มผู้สูงวัยในอังกฤษยังเจ๋ง สร้างสถิติโลกนักร้องประสานเสียงอายุมากที่สุดในโลก

20 ธ.ค. 2567 11:51 น.

กลุ่มผู้สูงวัยในอังกฤษยังเจ๋ง สร้างสถิติโลกนักร้องประสานเสียงอายุมากที่สุดในโลก

กลุ่มผู้พักอาศัยในบ้านพักคนชราในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีอายุเฉลี่ย 94 ปี ทำลายสถิติใหม่ของ Guinness World Record กลายเป็นคณะนักร้องประสานเสียงที่อายุมากที่สุดในโลก

กลุ่มนักร้องสูงวัย 17 คน จากบ้านพักคนชรารวม 7 แห่งในวอวิกเชียร์ สหราชอาณาจักร ซึ่งตั้งชื่อกลุ่มตัวเองว่า “Prime Timers” ทำลายสถิติใหม่ของ Guinness World Record กลายเป็นคณะนักร้องประสานเสียงที่อายุมากที่สุดในโลก โดยสมาชิกในกลุ่มมีอายุน้อยที่สุดที่ 87 ปี และอายุมากที่สุดคือ 99 ปี เฉลี่ยอายุทั้งกลุ่มอยู่ที่ 94 ปี 

สำหรับกลุ่มนักร้องประสานเสียงกลุ่มนี้ มีโทนี คริสตี้ นักดนตรีและนักร้องชาวอังกฤษเป็นผู้ควบคุมวง โดยมีการรวมตัวสมาชิกไปร้องเพลงในงานที่โรงแรมในเวสต์มิดแลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งผู้สูงอายุทั้งหมดได้สวมหมวกซานต้าและร้องเพลงคลาสสิกอย่าง “Jingle Bells” และ “Silent Night”และ “We Wish You a Merry Christmas” เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง และเป็นการทำลายสถิติโลกของ Guinness World Record อย่างเป็นทางการ

โดยจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ระบุว่า สถิติเดิมสำหรับวงคอรัส หรือวงประสานเสียงที่อายุมากที่สุดที่เคยบันทึกไว้ มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 91 ปี เมื่อปี 2013.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ นักร้องประสานเสียง

เวียดนามจัดนิทรรศการกลาโหมนานาชาติ 250 บริษัทจากหลายประเทศ ตบเท้าแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832032

เวียดนามจัดนิทรรศการกลาโหมนานาชาติ 250 บริษัทจากหลายประเทศ ตบเท้าแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์

20 ธ.ค. 2567 11:28 น.

เวียดนามจัดนิทรรศการกลาโหมนานาชาติ 250 บริษัทจากหลายประเทศ ตบเท้าแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์

เวียดนามเป็นเจ้าภาพจัดงานนิทรรศการด้านกลาโหมนานาชาติ รวบรวมผู้ร่วมแสดงสินค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ กว่า 250 ราย จากหลายประเทศ รวมไปถึงคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ สหรัฐฯ จีน รัสเซีย ยูเครน อิสราเอล และอิหร่าน

วันที่ 19 ธันวาคม 2567 เวียดนามเป็นเจ้าภาพจัดงานนิทรรศการด้านกลาโหมนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นในโอกาสรำลึกครบรอบ 80 ปีวันก่อตั้งกองทัพประชาชนเวียดนาม โดยเป็นการรวบรวมผู้ร่วมแสดงสินค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ กว่า 250 ราย จากหลายประเทศ รวมไปถึงคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ สหรัฐฯ จีน รัสเซีย ยูเครน อิสราเอล และอิหร่าน

โดยผู้แสดงสินค้าจากสหรัฐฯ ได้แก่ บริษัทโบอิ้ง และเท็กซ์ตรอน เอวิเอชั่น ส่วนจีนก็เข้าร่วมด้วยกัน โดยมีบริษัทนอร์รินโก และบริษัทเกาดู อินเตอร์เนชั่นแนล เทรด เข้าร่วม นอกจากนี้ยังมีบูธของบริษัทผู้ผลิตอาวุธจากอิหร่านรัสเซีย และอิสราเอล

นายกรัฐมนตรีฟาม มินห์ จิ๋งห์ ของเวียดนาม กล่าวว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อส่งสัญญาณแห่งสันติภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนา นอกจากนี้ ยังพยายามเพิ่มศักยภาพในการผลิตอาวุธและจัดแสดงอุปกรณ์ทางทหารที่ผลิตในประเทศ ขณะที่งานแสดงสินค้ากลาโหมจัดขึ้นที่สนามบิน เกียลัม ในกรุงฮานอย ซึ่งจะมีไปจนถึงวันอาทิตย์
นี้

ด้านข้อมูลของข้อมูลของสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม ระบุว่าเวียดนามกำลังพยายามเพิ่มการผลิตอาวุธภายในประเทศขณะเดียวกันลดการพึ่งพารัสเซียในการนำเข้าอาวุธ ซึ่งในปี 2022 อาวุธจากรัสเซียคิดเป็นประมาณ 60% ของการซื้ออาวุธทั้งหมดของเวียดนาม แต่ความพยายามอันยาวนานของเวียดนามในการเพิ่มความหลากหลายในการนำเข้าอาวุธ ถูกเร่งเร้าขึ้นจากสงครามในยูเครน ตลอดจนความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าและความมั่นคงที่สำคัญสำหรับเวียดนาม

เผย “ทหารแตงโม” ทำกองทัพเมียนมาระส่ำ เสียพื้นที่ส่วนใหญ่ให้กองกำลังเรียกร้องประชาธิปไตย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832020

เผย "ทหารแตงโม" ทำกองทัพเมียนมาระส่ำ เสียพื้นที่ส่วนใหญ่ให้กองกำลังเรียกร้องประชาธิปไตย

20 ธ.ค. 2567 11:05 น.

เผย “ทหารแตงโม” ทำกองทัพเมียนมาระส่ำ เสียพื้นที่ส่วนใหญ่ให้กองกำลังเรียกร้องประชาธิปไตย

สื่อนอกเผยกลุ่มสายลับในกองเมียนมา ที่เรียกกันว่าทหารแตงโม มีส่วนทำให้กองทัพต้องพ่ายแพ้ในการสู้รบหลายเมือง และต้องเสียการยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ให้กับฝ่ายกองกำลังเรียกร้องประชาธิปไตย

วันที่ 20 ธันวาคม 2567 เว็บไซต์ข่าว BBC รายงานว่า สถานการณ์สงครามการสู้รบรุนแรงภายในเมียนมาระหว่างกองทัพกับกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยต่อต้านรัฐบาลกำลังมาถึงจุดที่กองทัพได้สูญเสียการครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ไปแล้ว โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา กองทัพได้สูญเสียดินแดนไปจำนวนมาก และกำลังควบคุมพื้นที่อยู่เพียงไม่ถึง 1 ใน 4 ของประเทศ 

รายงานข่าวระบุว่า กองทัพเมียนมาที่ครั้งหนึ่งเคยแข็งแกร่งกำลังแตกร้าวจากภายใน โดยเต็มไปด้วยสายลับที่ทำงานลับๆ ให้กับกลุ่มกบฏที่สนับสนุนประชาธิปไตย ซึ่งสายลับทหารเหล่านี้ถูกเรียกว่า “ทหารแตงโม” ด้านนอกเป็นสีเขียว หมายถึงภายนอกนั้นจงรักภักดีต่อกองทัพ แต่ด้านในเป็นสีแดง หมายถึงการแอบทำงานอย่างลับๆให้กับกลุ่มกบฏที่สนับสนุนประชาธิปไตยซึ่งมีสีสัญลักษณ์เป็นสีแดง

นายทหารคนหนึ่งที่ประจำการอยู่ในหน่วยรบทางภาคกลางของเมียนมาเปิดเผยกับบีบีซีว่า ความโหดร้ายของกองทัพทำให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนฝ่าย หลังจากเห็นศพพลเรือน และเห็นพลเรือนที่ถูกทรมาน ทำให้เขาหลั่งน้ำตา และตั้งคำถามว่าพวกเขาโหดร้ายกับคนในประเทศของตัวเองได้อย่างไร และในขณะที่ทหารมีหน้าที่ปกป้องพลเรือน แต่ตอนนี้กลับถูกใช้ให้มาสังหารพลเรือน ซึ่งเขามองว่านี่ไม่ใช่กองทัพอีกต่อไป แต่เป็นกองกำลังที่สร้างความหวาดกลัว

นายทหารรายนี้เล่าว่า ในตอนเราเขาคิดว่าจะหนีทัพ แต่ก็ตัดสินใจว่าการเป็นสายลับคือหนทางที่ดีที่สุดในการรับใช้พลเรือนต่อต้านอำนาจกองทัพ

จากนั้นก็ปล่อยข้อมูลภายในของกองทัพไปยังกองกำลังป้องกันประชาชน ซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่มกองกำลังพลเรือน ซึ่งฝ่ายต่อต้านจะใช้ข้อมูลข่าวกรองเพื่อซุ่มโจมตีกองทัพ หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตี นอกจากนี้พวกเขายังสนับสนุนเงินทุนในการซื้ออาวุธให้แก่กองกำลังฝ่ายต่อต้าน

ขณะองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ระบุว่า มีผู้ถูกควบคุมตัวมากกว่า 20,000 คน และมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน นับตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจจากการรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งก่อให้เกิดการลุกฮือของกลุ่มประชาชนที่ต่อต้านอำนาจของกองทัพ.

ข้อมูล BBC

สุดทึ่ง กูเกิลสตรีทวิว ช่วยไขคดีฆาตกรรมปริศนาในสเปน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832011

สุดทึ่ง กูเกิลสตรีทวิว ช่วยไขคดีฆาตกรรมปริศนาในสเปน

20 ธ.ค. 2567 10:14 น.

สุดทึ่ง กูเกิลสตรีทวิว ช่วยไขคดีฆาตกรรมปริศนาในสเปน

กูเกิลสตรีทวิว แอปพลิเคชันที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานได้ดูมุมมองถนนแบบ 360 องศากลายเป็นพระเอก เมื่อสามารถบันทึกเบาะแสที่นำไปสู่การไขคดีฆาตกรรมปริศนาในสเปนได้สำเร็จ

ภาพจากกูเกิลสตรีทวิว ที่ชายคนหนึ่งกำลังเคลื่อนย้ายถุงต้องสงสัยขนาดใหญ่ไปใส่ที่ท้ายรถยนต์สีแดง เป็นอีกหนึ่งเบาะแสสำคัญที่นำไปสู่การไขคดีฆาตกรรมปริศนา ที่เกิดขึ้นในสเปน

โดยภาพนี้เป็นภาพช่วงเวลาที่เหยื่อฆาตกรรมกำลังถูกเคลื่อนย้ายเพื่อนำไปอำพรางศพพอดิบพอดี และยังมีอีกชุดภาพหนึ่งแสดงให้เห็นเงามัวๆของคนคนหนึ่งที่กำลังขนของขนาดใหญ่สีขาวในรถเข็น ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นศพ จนทำให้ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ได้ 2 คน แม้ว่าภาพเหล่านี้ไม่ได้เป็นหลักฐานหลักในการไขคดีเพียงอย่างเดียวก็ตาม

สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หลังจากที่มีผู้แจ้งเหตุว่าญาติชาวคิวบาวัย 33 ปีของเขาหายตัวไป ทิ้งไว้เพียงข้อความแปลกๆ และก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก โดยมีเพียงเบาะแสว่าก่อนหน้านี้เขาได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่ง จนกระทั่งตำรวจสามารถจับกุมหญิงคนดังกล่าวได้เมื่อ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และขุดเจอร่างที่เน่าเปื่อยของเหยื่อถูกฝังในสุสานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งล่าสุดตำรวจกำลังเร่งสอบสวนผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน เพื่อไขปริศนาทั้งหมดแล้ว

ทั้งนี้ กูเกิลสตรีทวิว แอพพลิเคชั่น แอปพลิเคชันที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานได้ดูมุมมองถนนแบบ 360 องศา และนี่นับเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีที่รถของกูเกิลได้ไปยังเมืองทาฆูเอโคในจังหวัดซอเรีย ทางตอนเหนือของสเปน.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ กูเกิล

มาดามทุสโซเปิดตัวหุ่นขี้ผึ้งเอลตัน จอห์นเวอร์ชั่นสุดเฟี้ยวใหม่ล่าสุด

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832000

มาดามทุสโซเปิดตัวหุ่นขี้ผึ้งเอลตัน จอห์นเวอร์ชั่นสุดเฟี้ยวใหม่ล่าสุด

20 ธ.ค. 2567 09:09 น.

มาดามทุสโซเปิดตัวหุ่นขี้ผึ้งเอลตัน จอห์นเวอร์ชั่นสุดเฟี้ยวใหม่ล่าสุด

มาดามทุสโซ ลอนดอน ได้เปิดตัวหุ่นขี้ผึ้งเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดของเอลตัน จอห์น เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์สุดเฟี้ยวของนักร้องชื่อดัง ย้อนกลับไปในการแสดงคอนเสิร์ตในทศวรรษที่ 1970 ด้วยท่ายกเท้าขึ้นลอยกลางอากาศ ขณะที่มือทั้งสองยังอยู่บนเปียโน

ผลงานปั้นครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการแสดงของเอลตัน จอห์นในงานเทศกาลมิดซัมเมอร์ มิวสิค เฟสติวัล ที่เวมบลีย์ในปี 1975 ซึ่งเขาได้สวมชุดจัมป์สูทของบ็อบ แมคกีที่ประดับไปด้วยอัญมณี แว่นตาที่โดดเด่น และรองเท้าส้นสูง รวมถึงเปียโนยามาฮ่าเบบี้แกรนด์

โดยเอลตัน จอห์น ได้อนุญาตให้ทีมงานมาดามทุสโซ ลอนดอน ได้ดูชุดจัมป์สูทตามต้นฉบับของจริงซึ่งเขาเคยใส่ในการแสดงครั้งนั้น จากนั้นทีมงานก็ได้สร้างสรรค์ชุดนี้ขึ้นมาใหม่อย่างประณีต พร้อมกับแว่นตาที่เป็นเอกลักษณ์และรองเท้าส้นสูงแพลตฟอร์มของเขา  รวมทั้งเปียโนที่ประดับจัดเต็มด้วยคริสตัลกว่า 24,000 เม็ด

สำหรับหุ่นขี้ผึ้งรูปนี้ จะตั้งอยู่ในโซน Impossible Festival ของพิพิธภัณฑ์มาดามทุสโซ ลอนดอน ซึ่งมีการจัดแสดงหุ่นของซูเปอร์สตาร์อย่างบียอนเซ่และเฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมหุ่นขี้ผึ้งนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2024 เป็นต้นไป.

ที่มา : เดลีเมล์

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เอลตัน จอห์น

ปูตินแถลงข่าวยาว 4 ชั่วโมง ลั่นสงครามยูเครนทำให้รัสเซียแข็งแกร่งขึ้น

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2831977

ปูตินแถลงข่าวยาว 4 ชั่วโมง ลั่นสงครามยูเครนทำให้รัสเซียแข็งแกร่งขึ้น

20 ธ.ค. 2567 06:48 น.

ปูตินแถลงข่าวยาว 4 ชั่วโมง ลั่นสงครามยูเครนทำให้รัสเซียแข็งแกร่งขึ้น

วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย จัดงานแถลงข่าวยาว 4 ชั่วโมง โดยเน้นหนักเรื่องสงครามในยูเครน แต่ก็มีตอบคำถามเรื่องสถานการณ์โลกด้านอื่นๆ เช่น ซีเรีย, จีน และโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย จัดงานแถลงข่าวสิ้นปี ซึ่งถูกเรียกว่า “ผลงานแห่งปีกับวลาดิเมียร์ ปูติน” โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์กระแสหลักไปทั่วประเทศ ในวันพฤหัสบดีที่ 19 ธ.ค. 2567 โดยเขาพูดยาวถึง 4 ชั่วโมง โดยเน้นหนักเรื่องยูเครน แต่ก็มีพูดถึงประเด็นอื่นๆ เช่นกัน

ปูตินปรากฏตัวต่อหน้าจอสีฟ้าขนาดใหญ่ ที่มีภาพแผนที่รัสเซียที่ควบรวมแคว้นทั้ง 4 ของยูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไปเรียบร้อยแล้ว และตบคำถามของผู้สื่อข่าวทั้งในและต่างประเทศ แต่คำถามผ่านการคัดกรองในระดับสูง และถูกควบคุมอย่างเข้มงวด

ผู้นำรัสเซียกล่าวอีกว่า รัสเซียควรมีการเตรียมความพร้อมที่เป็นระบบในตอนที่เริ่มสงครามกับยูเครน หรือที่รัสเซียเรียกว่า ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร เมื่อปี 2565 และว่าเขาเปิดกว้างที่จะมีการประนีประนอมเพื่อยุติสงครามกับยูเครน แต่ไม่บอกชัดเจนว่าจะประนีประนอมเรื่องอะไรบ้าง

ปูตินกล่าวชื่นชมเหล่าทหารว่าเป็นวีรบุรุษ และว่ากองทัพของเขามีความคืบหน้าบริเวณแนวหน้าการปะทะทุกวัน ก่อนที่ ณ จุดหนึ่ง ปูตินแสดงธงสัญลักษณ์ที่เขาได้รับมาจากนาวิกโยธินรัสเซีย ซึ่งกำลังต่อสู้เพื่อมาตุภูมิในแคว้นคูสค์ และบอกให้เจ้าหน้าท่ 2 คนมาช่วยถือธงไว้ด้านหลังเพื่อถ่ายรูป

ผู้นำรัสเซียยังพูดถึงเรื่องโครงการก่อสร้างในดินแดนที่พวกเขายึดมาจากยูเครน โดยอ้างว่า มาตรฐานของถนนในแคว้นลูฮานสก์ ทางตะวันออกของยูเครน ดีขึ้นมาก นับตั้งแต่ถูกกองกำลังติดอาวุธฝักฝ่ายรัสเซียยึดได้ในปี 2557

และเมื่อผู้ชมคนหนึ่งถามขึ้นมาว่า คิดว่าชาติตะวันตกได้รับข้อความ เรื่องความเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การใช้อาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนหรือไม่ ปูตินก็ตอบว่า “คุณต้องไปถามพวกเขาเอง”

ปูตินยังเน้นย้ำขีดความสามารถของ “โอเรชนิก” ขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลางรุ่นใหม่ของรัสเซีย โดยระบุว่า กองทัพควรยิงมิสไซล์ โอเรชนิกไปยังยูเครน เพื่อทดสอบพลังอำนาจของมัน และระบบป้องกันทางอากาศของยูเครน ซึ่งได้รับมาจากสหรัฐฯ ก็ควรพยายามยิงมันให้ร่วง

ส่วนเรื่องที่มาของชื่อ “โอเรชนิก” ปูตินตอบพร้อมรอยยิ้มว่า “บอกตามตรงนะ ผมไม่รู้เลย”

นายสตีฟ โรเซนเบิร์ก บรรณาธิการของ บีบีซี ภาษารัสเซีย ที่ไปร่วมงานด้วย ถามปูตินว่า เขารู้สึกว่าประเทศดีขึ้นกว่ายุคของนาย บอริส เยลต์ซิน ที่ลงจากตำแหน่งไปเมื่อ 25 ปีก่อนหรือไม่ ปูตินตอบว่า รัสเซียได้อธิปไตยกลับคืนมา จากเดิมที่กำลังมุ่งหน้าไปสู่การสูญเสียอธิปไตยอย่างสิ้นเชิง

ปูตินกล่าวว่า การลดการพึ่งพาหุ้นส่วนระหว่างประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก เป็นหนึ่งในความสำเร็จสำคัญจากการยกทัพโจมตียูเครนของเขา

ผู้นำรัสเซียระบุด้วยว่า เศรษฐกิจของรัสเซียก็กำลังมั่นคง โดยชี้ยังอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าเยอรมนี แต่ยอมรับว่า อัตราเงินเฟ้อของประเทศที่ตอนนี้สูงถึง 9.1% เป็นเรื่องน่ากังวล

เมื่อถูกถามเรื่องการล่มสลายของรัฐบาลประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรียที่รัสเซียให้ความช่วยเหลือมาตลอด ปูตินยืนยันว่า นั่นไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของรัสเซีย แต่เขายอมรับว่า สถานการณ์มันซับซ้อน ปูตินบอกด้วยว่า เขายังไม่ได้พูดคุยกับนายอัสซาด ที่หลบหนีมายังกรุงมอสโกเลย แต่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

ปูตินเสริมด้วยว่า รัสเซียได้พูดคุยกับผู้นำใหม่ของซีเรียแล้ว เพื่อรักษาฐานทัพ 2 แห่งซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของพวกเขา บริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเอาไว้ และว่ามอสโกจะพิจารณาใช้ฐานทัพเหล่านี้เพื่อเป้าหมายด้านมนุษยธรรม

ส่วนเรื่อง โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ปูตินกล่าวว่า ทั้งคู่ไม่ได้คุยกันมา 4 ปีแล้ว และเขาพร้อมจะพบกับนายทรัมป์หากอีกฝ่ายต้องการ

เมื่อนักข่าวถามปูตินว่า รู้สึกอย่างไรที่ถูกวางให้อยู่ในสถานะที่อ่อนแอกว่า หากเปรียบเทียบกับนายทรัมป์ ผู้นำรัสเซียก็ตามด้วยการยกคำพูดของนาย มาร์ก ทเวน นักเขียนชาวอเมริกันขึ้นมาว่า “ข่าวลือเรื่องการเสียชีวิตของผม ฟังดูเกินจริงกว่ามาก” เรียกเสียงหัวเราะไปทั่วห้องแถลงข่าว

ในเรื่องประเทศจีน ปูตินกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับประเทศเพื่อนบ้านแห่งนี้พุ่งขึ้นไปสู่จุดสูงสุดตลอดกาล และทั้งสองประเทศกำลังร่วมมือกันในระดับเวทีโลก

อนึ่ง นอกจากเรื่องสถานการณ์โลกแล้ว ปูตินยังตอบคำถามเกี่ยวกับปัญหาภายในประเทศด้วย ตั้งแต่เรื่องการหลอกลวงทางโทรศัพท์ ไปจนถึงเรื่องราคาเนย และความยากลำบากในการขอสินเชื่อของคนหนุ่มสาวด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รบ.สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ ทรัมป์ต้านร่าง ก.ม.งบประมาณ จี้ขยายเพดานหนี้

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2831973

รบ.สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ ทรัมป์ต้านร่าง ก.ม.งบประมาณ จี้ขยายเพดานหนี้

20 ธ.ค. 2567 04:45 น.

รบ.สหรัฐฯ จ่อชัตดาวน์ ทรัมป์ต้านร่าง ก.ม.งบประมาณ จี้ขยายเพดานหนี้

สภาคองเกรสสหรัฐฯ ปั่นป่วน หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ต้านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวที่ 2 พรรคร่างร่วมกัน ในขณะที่เส้นตายรัฐบาลชัตดาวน์เหลืออีกไม่กี่วันแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 19 ธ.ค. 2567 ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องชัตดาวน์เมื่อพ้นเที่ยงคืนวันศุกร์ที่ 20 ธ.ค.นี้ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ เรียกร้องให้ สส.พรรครีพับลิกันปฏิเสธร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว ที่รีพับลิกับเดโมแครตเห็นร่างร่วมกันเพื่อให้รัฐบาลมีทุนใช้ไปจนถึง 14 มี.ค.ปีหน้า

ทั้งนี้ สภาคองเกรสสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2568 ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อ 1 ต.ค. ไม่สำเร็จ ทำให้ต้องพึ่งพาร่างกฎหมายงบประมาณระยะสั้น ที่ 2 พรรคตกลงร่วมกัน เพื่อขยายเส้นตายชัตดาวน์ออกไปจนถึงวันที่ 20 ธ.ค.นี้

นายทรัมป์กับ เจ.ดี. แวนซ์ ว่าที่รองประธานาธิบดีเรียกร้องให้สภาคองเกรสทิ้งร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวฉบับล่าสุด แล้วผ่านร่างกฎหมายฉบับที่มีระยะเวลาสั้นกว่านี้ และไม่รวมข้อกำหนดที่ฝ่ายเดโมแครตสนับสนุน รวมทั้งเรียกร้องให้สภาคองเกรสขยายเพดานหนี้ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นค่าที่บ่งชี้ว่า รัฐบาลจะสามารถกู้เงินมาใช้จ่ายได้เท่าใด

นายทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ซึ่งเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ของตัวเขาเองด้วยว่า เขาต้องการเห็นการอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวฉบับใหม่ก่อนเขาสาบานตนรับตำแหน่ง และบอกด้วยว่าเขาจะช่วยปลด สส.รีพับลิกันคนใดก็ตามที่ โง่พอ ไปลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายงบประมาณฉบับปัจจุบัน

ขณะที่ อีลอน มัสก์ ผู้ได้รับเลือกเป็นผู้ดูแลเรื่องการตัดลดการใช้จ่ายของรัฐบาลทรัมป์ที่กำลังจะมาถึง พยายามล็อบบี้ต่อต้านร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างหนักผ่าน X และบ่อยครั้งที่ใช้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง

อย่างไรก็ตาม นายสตีฟ สคาลิส ผู้นำเสียงข้างมากของฝ่ายรีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรกล่าวเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาว่า ร่างกฎหมายงบประมาณฉบับนี้จบสิ้นแล้ว หลังนายทรัมป์ประกาศต่อต้าน

ตอนนี้ แกนนำฝ่ายรีพับลิกันต้องกลับไปร่างกฎหมายกันใหม่ และพวกเขามีเวลาถึงแค่ 23.59 น. ของวันศุกร์เท่านั้น ที่จะบรรลุข้อตกลงใดๆ ก่อนที่งบประมาณก้อนปัจจุบันจะหมดอายุ และทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องชัตดาวน์ ซึ่งจะทำให้บริการต่างๆ ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่การดูแลอุทยานไปจนถึงการลาดตระเวนชายแดน ต้องถูกจำกัดหรือหยุดลง


ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่านาย ไมค์ จอห์นสัน ประธานรัฐสภาที่พยายามไปทั่วจนกำเนิดร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวฉบับปัจจุบันได้สำเร็จ จะทำอย่างไรต่อไป โดยทั้งฝ่ายรีพับลิกันและเดโมแครตประชุมร่วมกันในวันพฤหัสบดี แต่ยังหาทางออกไม่ได้ และเดโมแครตก็ไม่น่าช่วยนายจอห์นสัน สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับปรับปรุงด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc