‘พาเวล นเรศ’ คว้ารางวัลThe Best Leading Role จากเวทีประกาศรางวัล ‘Y Universe Award2024’

https://www.naewna.com/entertain/848771

‘พาเวล นเรศ’ คว้ารางวัลThe Best Leading Role  จากเวทีประกาศรางวัล ‘Y Universe Award2024’

‘พาเวล นเรศ’ คว้ารางวัลThe Best Leading Role จากเวทีประกาศรางวัล ‘Y Universe Award2024’

วันเสาร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ประสบความสำเร็จดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง สำหรับ CHANGE2561 โดยล่าสุดคว้าอีกหนึ่งรางวัลทรงคุณค่ามาการันตีความสำเร็จของ “PIT BABE THE SERIES” Boy’s Love Series  ภายใต้โปรเจกท์ CHANGE2561 ORIGINAL เมื่อวันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ โรงละครสยามพิฆเนศพาเวล นเรศ ได้ขึ้นรับรางวัล The Best Leading Role ซึ่งได้รับผลโหวตสูงสุดจากกระแสความนิยมที่มาจากแฟนคลับทั้งชาวไทยและอินเตอร์แฟนจากทั่วทุกมุมโลกในงาน Y Universe Award 2024 สำหรับรางวัลนี้สร้างความภูมิใจให้กับพาเวลเป็นอย่างมากและถือเป็นกำลังใจสำคัญในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป พร้อมขอบคุณแฟนๆทุกคนที่ให้การสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด โดย พาเวล นเรศ กล่าวว่า

“ขอขอบคุณ “Y Universe Award 2024”และขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ร่วมโหวตให้กับรางวัลนี้หนึ่งปีที่ผ่านมากับ PIT BABE รางวัลนี้น่าจะเป็นรางวัลที่ 9 ของ “PIT BABE THE SERIES”อยากขอบคุณแฟนๆ ทุกคนเลยที่คอยซัพพอร์ตตั้งแต่ต้น ทุกคนให้ความรักกับผมและแก๊ง PIT BABE มากๆ อยากจะบอกว่ารักกองทัพแมวเหมียวของผมทุกคน ขอให้อยู่กันไปแบบนี้นานๆ นะครับ ผมขอขอบคุณพี่ฉอดกับพี่เอสมากๆ ที่เลือกผมมาเป็นเบ๊บในวันนั้น ผมไม่เคยว่าชีวิตของผมจะมายืนอยู่จุดนี้จริงๆ ผมสัญญาว่า PITBABE THE SERIES SEASON 2 ผมจะทำให้ King Of The Hallows กลับมาครับ” ซึ่งก่อนหน้านี้ พาเวล นเรศได้ขึ้นรับรางวัลนักแสดงซีรี่ส์ยอดนิยม ซึ่งได้รับผลโหวตสูงสุดจากกระแสความนิยมที่มาจากแฟนคลับทั้งชาวไทยและอินเตอร์แฟนจากทั่วโลกในงานประกาศผลรางวัล “FEED Y AWARDS 2024” และรางวัล D-Series Actor นักแสดงซีรี่ส์ที่มีความโดดเด่นและเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ ในงาน Dailynews Awards 2024 มาหมาดๆ

เพลงรักส่งท้ายปี ของหนุ่มโรแมนติก ‘แพทริคอนันดา’

https://www.naewna.com/entertain/848762

เพลงรักส่งท้ายปี ของหนุ่มโรแมนติก ‘แพทริคอนันดา’

เพลงรักส่งท้ายปี ของหนุ่มโรแมนติก ‘แพทริคอนันดา’

วันเสาร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

จากบทเพลงรักมากมาย ที่กลั่นกรองจากหัวใจ อาทิ “คนไกล”, “จันทร์อังคาร พุธ พฤหัสฯ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ (Everyday)”, หัวใจ (The Reason Why I Live)” นอกจากจะทำให้ แพทริคอนันดา (Patrickananda) กลายเป็นศิลปินหนุ่มที่อยู่ในหัวใจของคนฟังมากมายแล้ว ยังทำให้หนุ่มคนนี้กลายเป็นหนุ่มโรแมนติกอีกคนของวงการเพลงไทย เมื่อทุกเพลงล้วนบอกเล่าอารมณ์ เรื่องราว ความรู้สึกในทุกห้วงรักออกมาได้หลากหลายมุมมอง ไม่ว่าจะสุข-เศร้า, ผิดหวังหรือสมหวัง

โดยท่วงทำนองดนตรีที่ชวนฟัง กับเสียงร้องที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของ “แพทริคอนันดา” ก็ทำให้แต่ละเพลงมีความสมบูรณ์ในตัวเองมากขึ้น

ส่งท้ายปี 2567 “แพทริคอนันดา”กลับมาแล้วพร้อมเพลงใหม่ “ยังเหมือนเดิม(Still)” ที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความโรแมนติก เมื่อเป็นบทเพลงรักจากใครบางคนที่มั่นคงในความรัก โดยไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ที่นอกจากเสียงร้องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างดีเช่นที่เคยเป็น “ยังเหมือนเดิม (Still)” ยังมีความโดดเด่นจากภาษาง่ายๆ หากเรียงร้อยได้อย่างสวยงาม และให้ความรู้สึกที่จริงใจ และเพลงนี้ยังได้ร่วมงาน “ยี่ – ชยปัญญ์ จันทรานุสนธิ์” อดีตวง Safeplanet

แพทริคได้พูดถึงเพลงนี้ว่า “เพลงนี้เขียนขึ้นมานานมาแล้ว ประมาณต้นปีที่แล้วครับ ผมนึกถึงนาฬิกาตาย เหมือนว่าเวลามันหยุดนิ่งอยู่อย่างนั้น เหมือนความรู้สึกที่ถูกสต๊าฟไว้ไม่ขยับไปไหน”

“ฉันคงไม่อาจปล่อยให้รักที่มีให้เธอนั้นหายไป และแม้ตะวันจะลาลับไป ฉันรู้เธอไม่ได้อยู่แสนไกล อยู่ตรงนี้ และนั้นคือคำตอบ ยังเหมือนเดิม”

ซึ่งรับกับตัวดนตรีที่ฟังอ้อยอิ่ง เปิดทางให้คนฟังได้ละเลียดอารมณ์ไปกับทุกโน้ต ทุกเสียงร้องที่ “แพทริคอนันดา” ถ่ายทอดออกมาได้ในรายละเอียด

มิวสิกวีดีโอของ “ยังเหมือนเดิม (Still)”ก็นำเสนอออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ โดยเฉพาะการแฝงนัยให้ตีความ จนสามารถชมได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ว่าจะเป็น การนำเสนอด้วยภาพสีและภาพขาวดำ ซึ่งมีทั้งความแตกต่างความขัดแย้ง ทั้งเป็นปริศนาให้ขบคิด หรือบทสรุปในตอนท้าย ที่หลายๆ คนมองว่า ทำให้ “ยังเหมือนเดิม (Still)” ไม่เป็นแค่เพลงรักของหนุ่มสาว แต่เป็นเพลงรักสำหรับความรักทุกรูปแบบ และสำหรับทุกคนที่ยังมีความทรงจำถึงความรักที่เกิดขึ้นในชีวิตโดยไม่เปลี่ยนแปลง

ฟัง “ยังเหมือนเดิม (Still)” ได้แล้วจากทุกบริการสตรีมมิ่ง : https://patrickananda.lnk.to/Still และห้ามพลาดการพาตัวเองเดินทางไปกับความทรงจำ และความรักของ “ยังเหมือนเดิม (Still)” ในฉบับมิวสิกวีดีโอได้ที่ ยูทูบ : PATRICKANANDA เพื่อเติมเต็มอารมณ์ความรู้สึกให้เต็มอิ่ม จากอีกหนึ่งเพลงรักของ “แพทริคอนันดา”

‘แหนม-รณเดช’ กลับมาในรอบ 2 ปีกับซิงเกิ้ลใหม่ ‘Roleplay’ ก้าวสำคัญของการทำเพลงสากล

https://www.naewna.com/entertain/848765

‘แหนม-รณเดช’ กลับมาในรอบ 2 ปีกับซิงเกิ้ลใหม่ ‘Roleplay’  ก้าวสำคัญของการทำเพลงสากล

‘แหนม-รณเดช’ กลับมาในรอบ 2 ปีกับซิงเกิ้ลใหม่ ‘Roleplay’ ก้าวสำคัญของการทำเพลงสากล

วันเสาร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

หลังจากห่างหายไปเกือบ 2 ปีศิลปินน้ำเสียงอบอุ่นที่แฟนเพลงคิดถึงเจ้าของเพลงฮิตอย่าง “จีบ” ได้เวลากลับมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของศิลปิน “แหนม-รณเดช วงศาโรจน์” นักร้องนักแต่งเพลงที่มาพร้อมกับกีตาร์คู่ใจเสมอครั้งนี้ถือโอกาสปรับเปลี่ยนลุคและสไตล์แนวเพลงภายใต้ชื่อใหม่ในนามว่า “RONNADET” สังกัดค่าย Melodic Corner ในเครือ Muzik Move กับซิงเกิ้ลภาษาอังกฤษเพลงแรก “Roleplay” เพลงจังหวะสนุกสนานผสมผสานความ Pop-Soul และสไตล์กีตาร์ที่เป็นเอกลักษณ์นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญกับการเตรียมตัวสู่ Chapter ใหม่สู่เส้นทางดนตรีอีกสเต็ปของ “RONNADET” ในฐานะศิลปินด้วยการนำดนตรีของเขาสู่ตลาดเพลงสากลซึ่งความพิเศษของเพลง “Roleplay” ยังได้โปรดิวเซอร์มากฝีมือที่เคยทำงานกับศิลปินแถวหน้าของประเทศไทยอย่าง “Mick Petchpoom” หรือ “เพชรภูมิเพชรแก้ว” โปรดิวซ์ร่วมกับ “PAE SAX” (เป้แซ็ก) หรือ “เป้-ไพสิฐ คำกลั่น” นักร้อง นักแต่งเพลง มากความสามารถ ศิลปินในสังกัดค่าย Melodic Corner เช่นเดียวกัน ซึ่งการทำงานร่วมกันครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ทำเพลงร่วมกันเท่านั้นแต่ยังตั้งเป้าหมายที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์และนำเสนอสไตล์ดนตรีที่โดดเด่นให้ก้าวไปสู่เวทีสากลอีกด้วย ในส่วนเนื้อร้องและทำนองยังได้ศิลปินรุ่นใหม่ภายใต้ชายคาเดียวกันอย่าง “PYC” (พี-วาย-ซี) หรือ “ปืนใหญ่ฉัตรวรา” มาสร้างสรรค์บทเพลงสุดโรแมนติกในครั้งนี้

“Roleplay” ถ่ายทอดเรื่องราวความโรแมนติกและความตื่นเต้นในการเตรียมตัวพบกับ “คนในฝัน” อย่างใจจดใจจ่อด้วยเนื้อเพลงที่เล่าเรื่องวิธีการน่ารักๆอย่างการซ้อมพูดประโยคจีบที่หน้ากระจกเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาพิเศษนั้นด้วยสไตล์ Pop-Soul ที่สดใสและจังหวะกีตาร์แบบ Funky ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงที่ให้อารมณ์สดใสเต็มไปด้วยความหวังเหมาะกับคนที่กำลังมีความรักหรือเฝ้ารอใครสักคนที่พิเศษในชีวิตในพาร์ท Music Video เล่าเรื่องด้วยโทนสีที่อบอุ่นและสดใสดูเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของ “RONNADET”ที่สะท้อนถึงความสนุกและตื่นเต้นในการเตรียมตัวซ้อมสารภาพรักที่หน้ากระจก ที่เชื่อว่าใครหลายคนจะต้องเคยมีโมเมนท์นี้อย่างแน่นอนพร้อมฉากโชว์กีตาร์ที่เผยให้เห็นฝีมือและความทุ่มเทในดนตรีของ “RONNADET” ตอกย้ำภาพลักษณ์นักร้องนักดนตรีมากความสามารถของเขาอย่างชัดเจนแฟนเพลงสามารถฟัง “Roleplay” ได้แล้ววันนี้ทาง Streaming Platform รับชม Music Video ทาง YouTube: Melodic Corner และเตรียมติดตามผลงานใหม่ๆ ของ “RONNADET” ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งจะพาเราไปรู้จักกับตัวตนและเสน่ห์ทางดนตรีที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นของเขา ได้ทาง Facebook-NammRonnadetและ Instagram – @nammronnadet

‘นิวหนวด’ ชวน ‘ฮาน่า-แอนน่า’ประชันสกิลอาร์ต พร้อมจับเข่ารีวิวเรื่องราวชีวิตส่งท้ายปี

https://www.naewna.com/entertain/848772

‘นิวหนวด’ ชวน ‘ฮาน่า-แอนน่า’ประชันสกิลอาร์ต  พร้อมจับเข่ารีวิวเรื่องราวชีวิตส่งท้ายปี

‘นิวหนวด’ ชวน ‘ฮาน่า-แอนน่า’ประชันสกิลอาร์ต พร้อมจับเข่ารีวิวเรื่องราวชีวิตส่งท้ายปี

วันเสาร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รายการ นิว พาซ่าขอให้ 2 นางเอกคนดัง ฮาน่า ลีวิส และ แอนน่ากลึคส์ จากละคร เล่ห์มยุราพักอาการตึงเชือดเฉือนกันแบบ อุ๊ กับ อลิซในละคร มาทำกิจกรรมศิลปะแบบชิคๆ กันที่บ้านเพื่อน คาเฟ่ & Creative Spaceย่านจรัญสนิทวงศ์

โดยวันนี้นิวหนวด เตรียมกิจกรรมสุดคิวท์ให้ทั้งคู่ได้โชว์ฝีมืออาร์ตๆ ระบายสี ระบายอารมณ์ แต่จะระบายสีง่ายๆ ก็ดูจะไม่ใช่รายการ นิว พาซ่า
ขอเริ่มกิจกรรมแรก โดยให้เขียนข้อความความในใจตัวละคร อุ๊ กับ อลิซ ในเรื่อง เล่ห์มยุรา ที่มีต่อกัน จากนั้นไปยิงปืนสี ทดสอบความเเม่น
มาลุ้นกันว่าใครจะเเม่นกว่ากัน พักเบรกด้วยการพูดคุยตอบคำถามเกี่ยวกับละคร เเละพูดคุยอัปเดตเรื่องราวในชีวิต พร้อมรีวิวชีวิตตลอดทั้งปีที่ผ่านหลังจากคุยกันแบบชิลๆ แล้วก็ไปต่อกับกิจกรรมกระชับมิตรที่ดูจะโดนใจทั้ง 2 สาวสุดๆเพราะได้เพนต์เสื้อที่ทั้งคู่ต่างชอบงานศิลปะอยู่แล้วและสุดท้ายกับการนั่งวาดรูปเป็นที่ระลึกให้กัน ซึ่งฮาน่าและแอนน่าจะวาดออกมาแบบไหนต้องติดตามในรายการติดตามความสนุกความน่ารักสดใส พร้อมฟังคำตอบทุกเรื่องราวของ ฮาน่า และ แอนน่า ได้ ในรายการ“นิว พาซ่า” ซีซั่น 2 วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคมนี้เวลา 15.35 น. ทางช่อง 7HD กด 35 ดูย้อนหลังได้ที่ BUGABOO.TV และ YouTube : Ch7HD และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG,X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘Ooh La La’ ซิงเกิ้ลใหม่ จาก ‘CLUB BOYBND’ได้ ‘2Ectasy’ ร่วมร้องและแต่งเนื้อเพลงภาษาไทย

https://www.naewna.com/entertain/848764

‘Ooh La La’ ซิงเกิ้ลใหม่ จาก ‘CLUB BOYBND’ได้ ‘2Ectasy’ ร่วมร้องและแต่งเนื้อเพลงภาษาไทย

‘Ooh La La’ ซิงเกิ้ลใหม่ จาก ‘CLUB BOYBND’ได้ ‘2Ectasy’ ร่วมร้องและแต่งเนื้อเพลงภาษาไทย

วันเสาร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เพลง “Ooh La La” ถือเป็นโปเจกท์ผลงานโกอินเตอร์ครั้งแรกของศิลปิน Hip-Hop R&B รุ่นใหม่ไฟแรงน่าจับตามองอย่าง “2Ectasy” (ทูเอ็กเตซี่)สังกัดค่ายเพลง SAUCE BKK นับเป็นการร่วมงานกันระหว่างศิลปินไทยอย่าง “2Ectasy” และศิลปินเกาหลี “CLUB BOYBND” ประกอบด้วย 2 หนุ่ม R&B ได้แก่ “Roc Lee” และ “Park Buwan” กับเพลงจังหวะสนุกชวนโยกตามด้วยบีทที่สดแต่ในขณะเดียวกันก็น่าตื่นเต้นเร้าใจซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากแนวเพลง EDMที่นำมาผสมผสานกับความเป็นตัวตนและสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินทั้ง2 ฝั่ง ได้อย่างลงตัว

โดยเพลง “Ooh La La” ซิงเกิ้ลที่ 3 ในปีนี้ของ “CLUB BOYBND” ถ่ายทอดความตื่นเต้นและน่าค้นหาเมื่อได้พบกับใครสักคนที่น่าดึงดูดเป็นครั้งแรกจนอยากเข้าไปสร้างความสัมพันธ์เป็นสถานการณ์ของการหลงใหลในความลึกลับของกันและกันด้วยเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของ “CLUB BOYBND” ที่เสริมความเซ็กซี่ด้วยเสียงร้องของ“2Ectasy” เพิ่มความพิเศษด้วยท่อนของ “โตะ” ที่แต่งเป็นเนื้อเพลงภาษาไทยอีกด้วย

“CLUB BOYBND” ศิลปินดูโอ้จากลอสแองเจลิสสัญชาติเกาหลีใต้ที่ถ่ายทอดแนวดนตรีแบบ R&B สมัยใหม่เดบิวต์เพลงแรกในปี 2023 และประสบความสำเร็จมีเพลงฮิตติดหูอย่าง kiss me thru the phone, like this, confessions และ hmu ที่มียอดสตรีมฟังเพลงมากกว่า 14 ล้านครั้ง นอกจากนั้นยังติดอยู่ในเพลย์ลิสต์ Spotify Viral 50 หลายประเทศเช่นเกาหลีใต้, ไต้หวัน, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ไทย, ฟิลิปปินส์และเวียดนามอีกด้วยคำว่า “BOYBND” มาจากความหมายสองนัย ได้แก่ มาตรฐานความงามของ K-POP ในมุมมองชาวตะวันตกและนิยามใหม่ของ K-POP ในแบบของวงที่อยากนำเสนอให้กับคนฟังซึ่งถือเป็นการผสมผสานระหว่างอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

“2Ectasy” ศิลปินแร็พเปอร์รุ่นใหม่น่าจับตามองมากที่สุดในช่วงเวลานี้สังกัดค่ายเพลง SAUCE BKK ภายใต้การดูแลของค่ายเพลง What The Duck (วอทเดอะดัก) กับแนวดนตรี Hip-Hop R&B ที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์แตกต่างจากศิลปินอื่นๆ ด้วยเสียงร้องที่ไม่เหมือนใครกับเนื้อหาเพลงที่หยิบเอาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเรื่องบนเตียงมาถ่ายทอดผ่านการเรียบเรียงที่เข้าใจง่ายและสื่ออารมณ์อย่างตรงไปตรงมาโดย 2Ectasy สร้างปรากฏการณ์เพลงฮิตติดเทรนด์อย่าง Beside me และ Vivienne Westwood ที่กวาดยอดวิวไปแล้วมากกว่า 10 ล้านวิว นอกจากนั้นยังมีเพลงฮิตติดหูคนฟังมากมายไม่ว่าจะเป็น Missed Call, Fully Naked, Party G1rl, Take off your cloths, Bad Boy Broken Heart และ Miserable In December ซึ่งมียอดฟังบน Spotify มากกว่า1.5 ล้านครั้ง และกวาดยอดวิวบน YouTubeไปแล้วมากกว่า 7.3 ล้านครั้ง รวมถึงมียอดการใช้แผ่นเสียงบนโลก TikTok มากกว่า3 แสนคลิป 2Ectasy เริ่มทำเพลงครั้งแรกในวงการUnderground ตั้งแต่ปี 2018 ตอนอายุได้ 16 ปี โดยเริ่มต้นจากการหาบีทเพลงและเขียนเนื้อเพลงเองทั้งหมดจากนั้นอัปโหลดผลงานผ่าน Soundcloud มีผู้ติดตามแรกเริ่มเพียงหลักร้อยคนจากนั้นไม่นานชื่อศิลปิน 2Ectasy เริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา โดยปล่อยผลงานเพลงใหม่ๆ และเริ่ม Collaboration กับศิลปินแร็พเปอร์ชื่อดังของไทยมากมายในระยะเวลาเพียง 3 ปี มีผลงานเพลงมาแล้วมากกว่า 20 เพลง ซึ่งปัจจุบัน 2Ectasy มียอดผู้ฟังบน Spotify มากกว่า 250,000 คนและมียอดผู้ติดตามบนโลกโซเชียลมากกว่า 9 หมื่นคน

‘Pigkaploy’ Youtuber สายท่องเที่ยว ส่งเพลงฮีลใจ ‘พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว’ ที่ได้ร่วมทำกับ ‘marr team’

https://www.naewna.com/entertain/848763

‘Pigkaploy’ Youtuber สายท่องเที่ยว ส่งเพลงฮีลใจ ‘พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว’ ที่ได้ร่วมทำกับ ‘marr team’

‘Pigkaploy’ Youtuber สายท่องเที่ยว ส่งเพลงฮีลใจ ‘พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว’ ที่ได้ร่วมทำกับ ‘marr team’

วันเสาร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พลอย พลอยไพลิน ตั้งประภาพร หรือ พลอย Pigkaployนักแสดง นักเขียน นักเดินทาง และยูทูบเบอร์ชื่อดัง ที่มีผู้ติดตามบนช่องยูทูบ 1.59 ล้าน ฝีมือที่มีผลงานการแสดงอยู่หลายเรื่อง จนเป็นที่จดจำของใครหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง Low Season สุขสันต์วันโสด เป็นต้น และมิวสิกวีดีโออีกหลากหลายตัวและปัจจุบันพลอย เป็นยูทูบเบอร์ ถ่าย Vlog ท่องเที่ยว เกี่ยวกับสายท่องเที่ยวที่แสนผจญภัยของเธอ
นั้นเอง และล่าสุด Pigkaploy (พิกกะพลอย) ร่วมทำเพลงกับ marr team ซึ่งมีชื่อเพลงว่า “พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว”

“พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว” Single ที่ 12 จาก marr team ซึ่งเพลงนี้ได้ “Pigkaploy (พิกกะพลอย)” มาร่วมในครั้งนี้ด้วย เพลงนี้ยังแต่งมาจาก Concept ที่ว่า “ต่อให้เราเจอเรื่องอะไร แต่ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว” โดยเนื้อหาในเพลงนี้ ยังมีการกล่าวถึง ไม่ว่าเธอจะเจอเรื่องหนักมาแค่ไหน ไม่ว่าจะเจอเรื่องที่ปวดร้าวเท่าไรแต่ไม่เป็นไรนะเดี๋ยวมันผ่านพ้นไปทิ้งมันเอาไว้ในคืนนี้นะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว อย่างกับท่อนที่ว่า “เดี๋ยวพรุ่งนี้มันก็เช้าผ่านเรื่องราวที่ปวดร้าว ไม่ว่าจะเจออะไร เดี๋ยวมันจะผ่านไป พรุ่งนี้เอาใหม่ ได้เสมอ”อีกทั้งเพลงนี้ถูกแต่งโดย marr music team บวกเสียงร้องที่สดใสของ Pigkaploy (พิกกะพลอย) จึงยิ่งทำให้เพลงนี้ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างลงตัวอีกด้วย 

‘ศุภมาส’ ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งทีมผู้พันวิทย์ อว. กรมวิทย์ฯ บริการติดตั้งเครื่องกรองน้ำ

https://www.naewna.com/local/848816

'ศุภมาส' ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งทีมผู้พันวิทย์ อว. กรมวิทย์ฯ บริการติดตั้งเครื่องกรองน้ำ

‘ศุภมาส’ ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งทีมผู้พันวิทย์ อว. กรมวิทย์ฯ บริการติดตั้งเครื่องกรองน้ำ

วันเสาร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 08.42 น.

รัฐมนตรีศุภมาส ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งทีมผู้พันวิทย์ อว. กรมวิทย์ฯ บริการติดตั้งเครื่องกรองน้ำ พร้อมปล่อยขบวนรถคาราวานลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

วันที่ 19 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์น้ำท่วม “อว. เพื่อประชาชน” กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. พร้อมคณะผู้บริหารหน่วยงาน ร่วมปล่อยขบวนรถคาราวานลำเลียงสิ่งของเพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ พร้อมมอบหมายหน่วยปฏิบัติการ “ผู้พันวิทย์ อว.” กรมวิทยาศาสตร์บริการ นำทีมโดย นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนพ.รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ลงพื้นที่ เพื่อบริหารจัดการแก้ไขปัญหา เช่น แก้ไขปัญหาเพื่อให้มีน้ำดื่มสะอาดปลอดภัย โดยบริหารจัดการในพื้นที่ ให้มีการติดตั้งเครื่องกรองน้ำดูแลน้ำดื่มที่สะอาดปลอดภัยในสภาวะวิกฤตจำเป็นเร่งด่วน ในพื้นที่ภาคใต้ จังหวัดชุมพร ก่อนจะกระจายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่อื่นๆ ครอบคลุมทุกที่พื้นที่ประสบอุทกภัย ให้ทันต่อสถานการณ์และมีประสิทธิภาพ ช่วยเหลือ  ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในสังกัด อว. ลงพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ในจังหวัดชุมพร และ ลงพื้นที่ โดยคาราวานรถลำเลียงสิ่งของจำเป็นนี้จะเดินทางตรงไปยัง จ.ชุมพร 

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า จากสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมในพื้นที่ทางภาคใต้ของประเทศไทย ส่งผลให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจำนวนมาก และต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภค โดยที่ผ่านมา กระทรวง อว. ได้ส่งรถคาราวานลำเลียงสิ่งของลงไปพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง จังหวัดสงขลา เพื่อกระจายความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเร่งด่วนในพื้นที่ 3 จังหวัด  และครั้งนี้เกิดวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ต่อเนื่องส่งผลกระทบพี่น้องปะชาชนในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ตนจึงเร่งสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด อว. ระดมให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยปฏิบัติการ “ผู้พันวิทย์ อว.” กรมวิทย์ฯ บริการ ดูแลเรื่องระบบน้ำดื่มในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยเพื่อให้มีระบบน้ำดื่มที่สะอาดปลอดภัย โดยนำเครื่องกรองน้ำที่กรมวิทย์ฯ บริการ ได้พัฒนาให้สามารถกรองสนิมเหล็ก ตะกอน กลิ่น คลอรีน หินปูนหรือความกระด้างในน้ำที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้ ซึ่งเครื่องกรองน้ำนี้ สามารถกรองน้ำได้ถึง 500 ลิตรต่อชั่วโมง เป็นเครื่องกรองน้ำคุณภาพดี ประสิทธิภาพสูง ราคาประมาณ 50,000 บาทเท่านั้น การดูแลรักษาทำได้ง่าย โดยพี่น้องประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาปีละประมาณ 1,000 บาท  ทำให้ชุมชนมีระบบน้ำดื่มคุณภาพสะอาดปลอดภัยอย่างยั่งยืน 

นอกจากนี้ หน่วยงาน อว. ได้นำสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นไปส่งมอบให้ผู้ประสบภัย ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ เช่น เจลล้างมือแอลกอฮอล์ ครีมทากันยุง ยาหมองน้ำ และสิ่งของจำเป็นตามความต้องการ เช่น น้ำดื่ม นมกล่อง ขนม อาหารกระป๋อง และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เป็นต้น

สำหรับภารกิจการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลดนั้น  กระทรวง อว. จะดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนและหน่วยงานในพื้นที่ ในการนำองค์ความรู้เทคโนโลยี นวัตกรรม  แก้ไขปัญหา บรรเทาผลกระทบและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ หากผู้ใดประสงค์จะร่วมสนับสนุนปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ สามารถติดต่อนำสิ่งของมาร่วมบริจาคได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์น้ำท่วม “อว.เพื่อประชาชน ” อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. โทรศัพท์ Call center 1313
 

‘คุรุสภา’เปิดธีมงานวันครู ครั้งที่ 69 ปี 68

https://www.naewna.com/local/848746

'คุรุสภา'เปิดธีมงานวันครู ครั้งที่ 69 ปี 68

‘คุรุสภา’เปิดธีมงานวันครู ครั้งที่ 69 ปี 68

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 19.08 น.

“อมลวรรณ” เผย ธีมงานวันครู ครั้งที่ 69 ปี 2568 ชูหัวข้อ “เรียนดี มีความสุข : ครูไทยร่วมใจปฏิวัติการศึกษา สร้างเด็กฉลาดรู้  ฉลาดคิด ฉลาดทำ” ชวนร่วมกิจกรรมระลึกถึงพระคุณครู และกิจกรรมวิชาการเพื่อพัฒนาวิชาชีพ

ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า วันที่ 16 มกราคมของทุกปี เป็น “วันครู” สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้กำหนดจัดงานวันครู ครั้งที่ 69 พ.ศ.2568 ภายใต้หัวข้อ “เรียนดี มีความสุข : ครูไทยร่วมใจปฏิวัติการศึกษา สร้างเด็กฉลาดรู้  ฉลาดคิด ฉลาดทำ” โดยจัดพร้อมกันทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ มีกิจกรรมที่หลากหลาย ในรูปแบบผสมผสานทั้ง Onsite และ Online เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา รวมทั้งประชาชนทั่วไป ได้ร่วมกันระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์, ส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครู และความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน ตลอดจนส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประกอบคุณงามความดี หรือทำคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษาให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน และเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติตาม

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า การจัดงานวันครูวันที่ 16 มกราคม 2568 ในส่วนกลาง ณ หอประชุมคุรุสภากระทรวงศึกษาธิการ ได้เรียนเชิญ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีงานวันครู มีการคารวะครูอาวุโสของนายกรัฐมนตรี โดยถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) และ Online ทางยูทูปและฟซบุ๊กแฟนเพจคุรุสภา กิจกรรมวันครูนั้น จะเริ่มตั้งแต่ภาคเช้า ในพิธีทำบุญตักบาตรวันครู พิธีบูชาบูรพาจารย์ และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี จากนั้นมีพิธีมอบรางวัลของคุรุสภาและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้มีการปาฐกถาพิเศษ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ครั้งที่ 8 การเสวนาทางวิชาการ การอภิปรายเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนาคุณภาพการศึกษา และพัฒนาวิชาชีพครู ขณะที่การจัดงานในส่วนภูมิภาค มีการจัดกิจกรรมที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือ สถานที่ที่เหมาะสม และมีการจัดกิจกรรมสัปดาห์วันครู ระหว่างวันที่ 11-17 มกราคม 2568 ด้วย

“สำหรับธีมงานวันครู พ.ศ. 2568 “เรียนดี มีความสุข : ครูไทยร่วมใจ ปฏิวัติการศึกษา สร้างเด็กฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ” มีแนวคิดมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างเด็กที่ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ ผ่านการผสมผสานเทคโนโลยี ความร่วมมือของครู และบรรยากาศการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยความสุข ความคิดสร้างสรรค์ และความก้าวหน้า เพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นของประเทศ ขอเชิญชวนทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมวันครู ระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ส่งบัตรคารวะครูออนไลน์ และตักบาตรออนไลน์ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการเสวนาทางวิชาการ ชมนิทรรศการวิชาการออนไลน์ของผู้ได้รับรางวัลของคุรุสภา และรางวัลอื่นๆ การอบรมผ่านหลักสูตรออนไลน์เพิ่มพูนสมรรถนะเพื่อการปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพ จำนวน 2 หลักสูตร และบทเรียนจรรยาบรรณของวิชาชีพทางการศึกษา โดยติดตามรายละเอียดและเข้าร่วมได้ทาง http://wankru.ksp.or.th ระหว่างวันที่ 15 มกราคม – 30 เมษายน 2568 หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.ksp.or.th ” ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว. 

‘เสมา 1’พร้อม’สพฐ.’เปิดงาน TJ-SIF 2024 ผลักดันเยาวชนไทย-ญี่ปุ่น พัฒนานวัตกรรมไอซีที

https://www.naewna.com/local/848731

'เสมา 1'พร้อม'สพฐ.'เปิดงาน TJ-SIF 2024 ผลักดันเยาวชนไทย-ญี่ปุ่น พัฒนานวัตกรรมไอซีที

‘เสมา 1’พร้อม’สพฐ.’เปิดงาน TJ-SIF 2024 ผลักดันเยาวชนไทย-ญี่ปุ่น พัฒนานวัตกรรมไอซีที

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.58 น.

“เสมา 1″พร้อม”สพฐ.”เปิดงาน TJ-SIF 2024 ผลักดันเยาวชนไทย-ญี่ปุ่น พัฒนานวัตกรรมไอซีทีสู่การขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดงานมหกรรมสิ่งประดิษฐ์ไอซีทีสำหรับนักเรียนไทยและนักเรียนญี่ปุ่น Thailand-Japan Student ICT Fair 2024 (TJ-SIF 2024) โดยมีนายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนรัฐบาลญี่ปุ่น นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารการศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา คณะครูและนักเรียน เข้าร่วม ณ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล

โอกาสนี้ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ได้กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในการส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยกับหน่วยงานการศึกษาของญี่ปุ่น จนสามารถจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านนวัตกรรมไอซีทีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถ สร้างสรรค์ผลงาน และพัฒนาทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาความร่วมมือทางการศึกษาและวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนทางด้าน STEM สู่การขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำให้เยาวชนตระหนักถึงการใช้งานเทคโนโลยีอย่างปลอดภัยและยั่งยืน โดยกระทรวงศึกษาธิการพร้อมให้การสนับสนุนนักเรียนได้เรียนในสิ่งที่ชอบตามความถนัดและสนใจ อย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาแบบ Anywhere Anytime

“ขอชื่นชมนักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยเฉพาะการนำปัญหาของคนในชุมชนเรื่องการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนกซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดสตูลที่สามารถเก็บเกี่ยวได้เฉพาะหน้าร้อน มาศึกษาวิธีการเพาะเลี้ยงให้สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาระบบควบคุมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนกด้วยระบบ IoT เช่น ระดับความเค็ม แสง การไหลเวียนน้ำ สารอาหาร โดยการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และการขยายผลสู่ชุมชน สอดคล้องตามแนวนโยบาย Learn to earn เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างอาชีพ การมีรายได้ระหว่างเรียน สร้างชุมชนการค้าที่เข้มแข็งภายในโรงเรียน สนับสนุนการเรียนรู้ด้านการประกอบธุรกิจและส่งเสริมให้นักเรียนมีประสบการณ์ในการจัดการธุรกิจด้วยตนเองต่อไป” รมว.ศธ.กล่าว

ทางด้าน ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา กล่าวว่า งานมหกรรมสิ่งประดิษฐ์ทางด้านไอซีทีของนักเรียนไทยและนักเรียนญี่ปุ่น ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 ธันวาคม 2567 เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมความร่วมมือทางวิชาการของกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย กับกลุ่มโรงเรียนในโครงการ Super Science High Schools และสถาบันโคเซ็น ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (MEXT) องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (JICA) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลงานสิ่งประดิษฐ์ทางด้านไอซีที ของนักเรียนไทยและนักเรียนญี่ปุ่น รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จัดการเรียนรู้ของครู และการแข่งขัน Game Programming Hackathon ภายใต้การเป็นที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย โดยมีกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย 18 แห่ง สถาบันการศึกษาที่เน้นการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 18 แห่ง กลุ่มโรงเรียนในโครงการ Super Science High Schools ประเทศญี่ปุ่น 14 แห่ง และ สถาบันโคเซ็น ประเทศญี่ปุ่น 11 แห่ง จำนวนกว่า 1,000 คน เข้าร่วมงาน

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย 1. การนำเสนอผลงานสิ่งประดิษฐ์ไอซีทีจำนวน 137 ผลงาน ในรูปแบบ Poster Presentation และ Oral Presentation 2. นิทรรศการสิ่งประดิษฐ์ไอซีทีและหุ่นยนต์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย 3. การบรรยายด้าน ICT โดยนักวิทยาศาสตร์ไทยและญี่ปุ่น 4. ICT Workshop สำหรับนักเรียน 5. การศึกษาแหล่งเรียนรู้ด้าน ICT ในจังหวัดสตูล 6. การประชุมวิชาการผู้นำทางการศึกษาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น (TJ-ELS 2024) ในหัวข้อ AI for Education

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีผลงานสิ่งประดิษฐ์ไอซีทีของนักเรียนที่น่าสนใจ อาทิ หุ่นยนต์อัตโนมัติสำหรับสวนโกโก้ ที่ใช้ GPS ในการอ้างอิงตำแหน่งของตัวเอง ตรวจจับและทำนายโรคของผลโกโก้จากภาพที่ถ่าย การส่งข้อมูลและการควบคุมผ่านเว็บแอปพลิเคชันจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช การพัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการแชร์รูปภาพบนโซเชียลมีเดีย เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล โดยนักศึกษา Hachinohe KOSEN ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น โดยผู้ที่สนใจสามารถชมนิทรรศการออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://tj-sif2024.pcshsst.ac.th/member/ex_proj.php

– 006

OKMD + CMDF ปลื้ม Fin Lab สำเร็จเกินคาด มั่นใจติดปีกเยาวชนมีความรู้ด้านการเงินลงทุน

https://www.naewna.com/local/848649

OKMD + CMDF ปลื้ม Fin Lab สำเร็จเกินคาด มั่นใจติดปีกเยาวชนมีความรู้ด้านการเงินลงทุน

OKMD + CMDF ปลื้ม Fin Lab สำเร็จเกินคาด มั่นใจติดปีกเยาวชนมีความรู้ด้านการเงินลงทุน

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 08.37 น.

OKMD + CMDF ปลื้ม Fin Lab สำเร็จเกินคาด เด็กเยาวชนร่วมกิจกรรมทะลุเป้า มั่นใจได้รับการติดปีกความรู้ด้านการเงินและการลงทุน และสามารถพัฒนาสู่นักลงทุนที่มีศักยภาพในอนาคต

19 ธ.ค.67 ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ  OKMD แถลงผลสำเร็จตลอดปี 2567 ของ โครงการ Fin Lab : คาราวานความรู้ตลาดทุนรุกสู่ภูมิภาค และบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ (New Gen) เข้าสู่ตลาดทุน ร่วมกับ นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้อำนวยการ  กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ผู้สนับสนุนหลักของโครงการ นายเศรษฐพล ธรรมจินดา ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ นายชนินทร์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีการศึกษา สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร

ดร.ทวารัฐ กล่าวว่า โครงการดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่องค์ความเผยแพร่องค์ความรู้ทางการเงินผ่านตลาดทุนให้กับเด็กเยาวชน และคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 13-18 ปี ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในด้านการเงินการลงทุนผ่านตลาดทุน สร้างทัศนคติการลงทุนที่ดี รวมทั้งพัฒนาให้เป็นคนต้นแบบ ที่สามารถขยายผลองค์ความรู้ดังกล่าวไปสู่คนรอบข้างและครอบครัว อันนำไปสู่การเป็นนักลงทุนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในอนาคต ซึ่งมีเครือข่ายพันธมิตรเข้าร่วมโครงการกว่า 70 หน่วยงาน โดยสามารถนำองค์ความรู้ทางการเงินการลงทุนไปขยายผลในรูปแบบต่างๆ หลากมิติ ทั้งมุมความรู้ในเชิงกว้าง และมุมความรู้ในเชิงลึก

“ความรู้ในเชิงกว้าง” ได้แก่ (1) Online Platform ที่เด็กทุกคนสามารถใช้เครื่องมือเข้าถึงข้อมูลจากคลิปองค์ความรู้ด้านการเงินการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงวัยทั้ง 6 ด้าน  ได้แก่ รายได้ การออม รายจ่าย การลงทุน การจัดการหนี้ และภัยการลงทุน โดยมีการเผยแพร่ผ่าน E-Book ที่เกี่ยวข้องกับทักษะการจัดการทางการเงิน การออม และการบริหารการลงทุนผ่านตลาดทุนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ Knowledge Portal และ TK Read รวมทั้งสื่อออนไลน์ในโซเชียลมีเดีย เช่น FB TikTokและช่องทางออนไลน์ของ OKMD โดยมีผู้เข้าถึงองค์ความรู้มากกว่า 6 ล้านคน/ครั้ง (2) Knowledge Corner

โดยพัฒนาการเชื่อมโยงและกระจายมุมความรู้ด้านการเงินการลงทุนในพื้นที่เป้าหมายโดยติดตั้งไว้ 14 แห่ง ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ศรีสะเกษ นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ลำปาง ขอนแก่น ร้อยเอ็ด สิงห์บุรี ชลบุรี และภูเก็ต มีผู้เข้าถึงองค์ความรู้จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2567 จำนวนน 543,636 คน (3) Knowledge Kiosk Alive โดยการสร้างสรรค์ชุดความรู้เผยแพร่ผ่าน Kiosk TV ซึ่งนำเสนอความรู้ด้านการเงินการลงทุนและประชาสัมพันธ์แหล่งเรียนรู้การเงิน 24 แห่ง พร้อมติดตั้งไว้ที่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พะเยา ลำปาง พิษณุโลก พิจิตร อุดรธานี อุบลราชธานี สิงห์บุรี กาญจนบุรี ปทุมธานี ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี สมุทรสาคร พังงา นครศรีธรรมราช กระบี่ ภูเก็ต สงขลา และกรุงเทพมหานคร มีผู้เข้าถึงองค์ความรู้ จนถึงพ.ย. 2567 จำนวน 335,901 คน 

“ความรู้ในเชิงลึก” มุ่งเน้นในการพัฒนาคน ประกอบด้วย (1) Knowledge Market : การจัดตลาดนัดความรู้ในพื้นที่ 8 จังหวัด ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ขอนแก่น นครราชสีมา จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ภูเก็ต และยะลา โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมการเข้าสู่ตลาดทุนของนักลงทุนรุ่นใหม่ และคาราวานความรู้จากหน่วยงานภาคีเครือข่ายกว่า 32 หน่วยงาน โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจด้านการเงินการลงทุนจาก กองทุนการออมแห่งชาติ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สมาคมยุวชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อไทย

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีเด็กและเยาวชนเข้าร่วม 10,117 คน เกินความคาดหมายที่ตั้งเป้าไว้ที่ 3,500 คน (2) Fin Lab Online Bootcamp : การจัดค่ายอบรมบ่มเพาะ เชิงลึกออนไลน์ เน้นสร้างบุคลากรต้นแบบรุ่นใหม่ด้านการเงินและการลงทุนในภูมิภาค และพัฒนาต่อยอดเป็นต้นแบบคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีน้องๆ ระดับชั้นม.ต้น และม.ปลายกว่า 1,000 คนเข้าร่วมอบรม (3) กิจกรรม Fin Lab Hackathon : ฝึกฝนให้เยาวชนที่เข้าร่วมอบรม รวมทีมและระดมสมองจัดทำโครงงาน รู้จักวางแผน กำหนดเป้าหมาย และฝึกกระบวนการคิด วางแผนทางการเงิน บริหารผลตอบแทนและความเสี่ยง มีทีมผ่านเข้ารอบสุดท้ายมากกว่า 58 ทีม

ทีมชนะเลิศระดับ ม.ต้น ได้แก่ ทีมออมคำ Project จากร.ร.บ้านแม่ง่อนขี้เหล็ก จ.เชียงใหม่ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมDebt Free จากโรงเรียนดรุณสิกขาลัย ร.ร.นวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ กรุงเทพฯ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Smart Money Life Gamification จากร.ร.เซนต์คาเบรียลและร.ร.โยธินบูรณะ กรุงเทพฯ

ทีมชนะเลิศในระดับ ม.ปลาย ได้แก่  ทีม isave aplication จากร.ร.วิสุทธรังษี และ ร.ร.กาญจนานุเคราะห์ จ.กาญจนบุรี รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม ClearFinn ร.ร.หนองบัวพิทยาคาร จ.หนองบัวลำภู และร.ร.กาญจนาภิเษกวิทยาลัย จ.นครปฐม รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม AllFin จากร.ร.หาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา จ.สงขลา

ยังมีการพัฒนาบอร์ดเกม The Fin Warrior : ยุทธการขยับเงิน เป็นชุดความรู้สำคัญ (Knowledge Kit) ภายใต้โครงการเพื่อเป็นสื่อการเรียนรู้และเสริมทักษะด้านการเงิน การลงทุน ทั้งนี้ได้มีการสนับสนุนบอร์ดเกมให้กับโรงเรียน ครู และแหล่งเรียนรู้ 662 แห่ง ทั้งนี้ได้ผลิตสื่อในรูปแบบ Print and Play เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดไปใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ได้ ผ่านเว็บไซต์ของ OKMD และเพจกระตุกต่อมคิดกับ Fin Lab

ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวว่า เนื้อหาหลักที่ใช้ดำเนินการในแต่ละกิจกรรมนั้น ได้พัฒนาคอนเทนท์และสื่อที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เด็กและเยาวชนอายุ 13-18 ปี สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างทั่วถึง โดยมี

การออกแบบหลักสูตรครอบคลุมเนื้อหาการเงินและการลงทุนใน 6 เรื่องหลัก ได้แก่ 1. การวางแผนการเงิน

การลงทุน 2. รายได้ 3. การบริหารรายจ่าย 4. การออม 5. การลงทุน 6. การบริหารหนี้ และภัยการลงทุน

ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวเสริมอีกว่า กิจกรรมส่งท้ายของ Fin Lab คือการเปิดหลักสูตรอบรมเสริมทักษะทางการเงิน หรือ Fin Lab Online Bootcamp โดยเชิญกูรูทางการเงินมาให้ความรู้ เพื่อปลดล็อคปัญหาการเงินของคนไทยที่อยู่ในภาวะ “วัวหายล้อมคอก” จากกับดัก “หาได้เยอะ แต่ใช้ไม่พอ”  ส่วนหนึ่งคือการจัดการทางการเงินไม่เป็น ดังนั้นจึงควรมีทักษะ “ล้อมคอก” โดยผู้เชี่ยวชาญได้ให้ความรู้เชิงกลยุทธ์ “หา ใช้ ออม ลงทุน ปกป้อง” ซึ่งก็คือความรู้ทางการเงินและตลาดทุน เพื่อเปลี่ยน Mindset โดยผู้เชี่ยวชาญได้ปูวิธีคิดแบบ Fin Mindset ซึ่งเป็นหลักคิดทางการเงินที่ดี โดยสอดแทรกเทคนิคและกลยุทธ์ในการนำเสนอไอเดียธุรกิจอย่างมืออาชีพ ทำความเข้าใจกระแสรายวัน ช่องทางการหาเงิน และวิธีการสร้างรายได้ ตลอดจนเรียนรู้การวางแผนทางด้านการเงิน การจัดการเงิน การบริหารการเงินส่วนบุคคล การวางแผนการการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงเทคนิคการจัดการหนี้อย่างถูกต้อง ทางด้านการเงินและตลาดทุน นอกจากนี้ยังมีการจําลองการใช้ AI กับโปรเจค วิธีการดึงเทคโนโลยีเข้ามาบูรณาการ

ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวด้วยว่า Fin Lab ถือเป็นโครงการที่อัพเกรดความรู้ด้านการเงินการลงทุนให้เด็กไทย ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของ CMDF และ OKMD ที่ต้องการเห็นเด็กและเยาวชนร่วมแบ่งปันมุมมองจากสิ่งที่ได้เรียนรู้และจะนำไปปรับใช้ในอนาคต ตั้งแต่การจัดการเรื่องการเงินของครอบครัว การตระหนักในด้านการเงินและรู้จักผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่จะลงทุนในอนาคตที่มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง การทำความเข้าใจว่าการเล่นหุ้นไม่ใช่อาชีพ ไปจนถึงความเท่าเทียมในการเข้าถึงความรู้ด้านการเงินการลงทุน สอดรับกับแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาทักษะทางการเงิน พ.ศ. 2565-2570 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอและภาครัฐได้มีมติเห็นชอบ ซึ่งเป็นนโยบายและกลไกบูรณาการการดำเนินการพัฒนาทักษะทางการเงินของประเทศ เพื่อนำไปสู่ความมั่งคั่งร่วมกันและลดความเหลื่อมล้ำในอนาคต

“ความสำเร็จในครั้งนี้ จะทำให้เกิดความยั่งยืนได้ทั้งในมิติของการเผยแพร่องค์ความรู้ทางการเงินผ่านตลาดทุนให้กับเด็กเยาวชน และคนรุ่นใหม่ และสื่อการเรียนรู้ จะยังคงได้รับการถ่ายทอดสู่เด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ ผ่านโรงเรียน ครู อาจารย์ ที่ได้รับการสื่อและกระบวนการในการถ่ายทอดที่เหมาะสมเพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อการลงทุน และการวางแผนการเงินสำหรับตนเองต่อไป นอกจากนี้ ยังสามารถเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพเด็กเยาวชน และคนรุ่นใหม่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในด้านการเงิน การลงทุนผ่านตลาดทุน ให้มีความรู้ความเข้าใจ พฤติกรรมการออมและการลงทุนที่เหมะสม รวมทั้งพัฒนาให้เป็นคนต้นแบบ ที่สามารถขยายผลองค์ความรู้ดังกล่าวไปสู่คนรอบข้างและครอบครัว  สามารถเชื่อมโยงและเพิ่มแหล่งเรียนรู้องค์ความรู้ด้านการเงินการลงทุนในภูมิภาค เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงความรู้ด้านการเงินการลงทุนผ่านตลาดทุนให้แก่เด็กเยาวชน คนรุ่นใหม่ ประชาชนทั่วไป และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการเงินการลงทุนในภูมิภาคได้”

“อยากให้ทุกท่านติดตาม โครงการ Fin Lab ผ่านช่องทางต่างๆ ของ OKMD และอยากให้ชวนลูกหลาน หรือแม้ตัวท่านเองเข้าร่วมกิจกรรมดีๆ ที่ทาง CMDF เป็นผู้ให้การสนับสนุน และ OKMD ทำหน้าที่เป็นผู้คัดสรรกิจกรรมกระตุกต่อมคิด ให้เข้าใจ เข้าถึง เรื่องการเงินและการลงทุนต่อไป” ดร.ทวารัฐ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB กระตุกต่อมคิดกับ Fin Lab  และ TikTok : FinLabForFu