มมส จัดแข่งขันวิ่ง ‘MSU RUNNING 2024’ สมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

https://www.naewna.com/local/848316

มมส จัดแข่งขันวิ่ง ‘MSU RUNNING 2024’ สมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

มมส จัดแข่งขันวิ่ง ‘MSU RUNNING 2024’ สมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดการแข่งขันวิ่ง “แลน-ปัน-ฝัน” MSU RUNNING 2024 รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย สมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยการวิ่งเพื่อสุขภาพ

โดยกิจกรรมเริ่มในเวลา 05.45 น.รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคามพร้อมด้วย ผศ.ดร.มลฤดี เชาวรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและกิจการสภา ร่วมปล่อยตัวนักกีฬาประเภท MINI MARATHON ระยะทาง 10 กิโลเมตร จากนั้นเวลา 06.00 น.ปล่อยตัวนักกีฬาประเภท FUN RUN ระยะทาง 5 กิโลเมตร และผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มอบโล่รางวัลผู้ชนะเลิศการแข่งขันในประเภทต่างๆ ณ สนามกีฬากลาง 1 (สนามลู่ฟ้า)มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

เส้นทางวิ่งใช้พื้นที่หลัก คือ บริเวณมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และถนนเส้นหน้าป้าย เริ่มจากจุดสตาร์ทข้างอาคารพลศึกษา ผ่านไฟแดงข้ามถนนไปเส้นวงแหวนรอบนอกมหาวิทยาลัยไปจนถึงวงเวียน หน้าโรงเรียนท่าขอนยางแล้วข้ามถนนมุ่งตรงไปแยกคณะพยาบาลศาสตร์ เลี้ยวขวาตรงไปผ่านหน้าอาคารชุดที่พักอาศัยบุคลากร ตรงไปถนนเส้นหน้าป้ายมหาวิทยาลัยมหาสารคาม แล้วกลับตัววิ่งย้อนกลับเส้นทางเดิม เลี้ยวขวาตรงสี่แยกไฟแดง ผ่านหน้าตลาดน้อย ผ่านสนามแดง อาคารศูนย์กีฬาและนันทนาการ และวิ่งเข้าเส้นชัยอย่างปลอดภัย

รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล กล่าวว่าการจัดงานวิ่ง “แลน-ปัน-ฝัน” MSU RUNNING 2024 ดำเนินงานต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ใช้ “มฤคมาศ” เป็นสัญลักษณ์สัตว์ประจำรุ่น “กวาง” ซึ่งปีนี้พิเศษเป็นการรวมเหรียญครบจำนวน4 รุ่น ได้แก่ เสือดาว-จามรี-ภุมริน-มฤคมาศ ตามลำดับการเรียงสัตว์สัญลักษณ์ประจำรุ่นของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

สำหรับธีมงานออกแบบทั้งเสื้อวิ่งเหรียญ โล่รางวัล มาจาก “น้องฝันฝัน”เจ้ากวางน้อย (มฤคมาศ) ที่เหล่านักวิ่งได้มาร่วมสัมผัสกับพื้นที่สวยงามภายในมหาวิทยาลัยและพื้นที่โดยรอบ ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าที่มีอากาศเย็นสบาย สดชื่น โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะมอบให้กับโรงพยาบาลสุทธาเวช มมส จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย รองรับการขยายการบริการแก่นิสิตบุคลากรและประชาชน และเป็นทุนการศึกษาให้กับนิสิต

โดยในปีนี้ มีผู้สนใจร่วมกิจกรรมวิ่งแลน-ปัน-ฝัน จำนวนทั้งสิ้น 1,127 คน แบ่งเป็นระยะ 5 กิโลเมตร จำนวน 682 คนและระยะ 10 กิโลเมตร จำนวน 445 คนนอกจากนี้ ภายในงานได้จัดกิจกรรมเพ้นท์ลวดลาย สีสัน color fullฟังดนตรี แสดงโชว์การตีกลองโดยนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ นำอบอุ่นร่างกายและผ่อนคลายร่างกาย โดยนิสิตสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ คณะศึกษาศาสตร์ โดยบรรยากาศการวิ่ง นักวิ่งได้พบกับกองเชียร์จากสโมสรนิสิตทุกคณะร่วมเชียร์ และสร้างสีสันยามเช้า สร้างความสุขและความสนุกสนานตลอดเส้นทาง

เสริมแกร่งกำลังคนทักษะสูง สู่ฮับการผลิต PCB อาเซียน

https://www.naewna.com/local/848313

เสริมแกร่งกำลังคนทักษะสูง  สู่ฮับการผลิต PCB อาเซียน

เสริมแกร่งกำลังคนทักษะสูง สู่ฮับการผลิต PCB อาเซียน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board : PCB) กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรม โดยประเทศไทยได้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยศักยภาพด้านทรัพยากรมนุษย์และโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้นำด้านการผลิต PCB ของโลกได้สร้างการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญในปี 2567 เพื่อรองรับความต้องการของตลาดแรงงานระดับสากล

ในเดือนมิถุนายน 2567 สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับสมาคมแผงวงจรไต้หวัน (Taiwan Printed Circuit Association : TPCA) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้จัดโครงการ Online Job Matching เพื่อเชื่อมโยงนักศึกษาไทยกับบริษัท PCB ชั้นนำจากไต้หวันที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากนักศึกษากว่า 300 คนทั่วประเทศ โครงการนี้ไม่เพียงสร้างโอกาสให้กับนักศึกษาไทย แต่ยังส่งสัญญาณความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมไฮเทคในภูมิภาค

ต่อมาในเดือนตุลาคม 2567 คณะผู้แทนจาก สอวช. และมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เดินทางเยี่ยมชมโรงงานผลิต PCB ในไต้หวัน เพื่อศึกษาเทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำสมัยและแนวทางการพัฒนาบุคลากร โดยการเยือนครั้งนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการจัดแสดงนิทรรศการของมหาวิทยาลัยไทยในงาน TPCA Show 2024 ที่ไต้หวัน นิทรรศการดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการไต้หวันอย่างกว้างขวาง โดยมหาวิทยาลัยได้นำเสนอศักยภาพด้านการวิจัยและการพัฒนาบุคลากรที่พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานระดับโลก ในโอกาสเดียวกันนี้ คณะผู้แทนยังได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ TPCA เพื่อขยายความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากร การถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงที่เข้มแข็งระหว่างภาคการศึกษาและอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ยังเป็นการตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิต PCB แห่งภูมิภาค

เดือนพฤศจิกายน 2567 TPCA ได้จัดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากไต้หวันและตัวแทนบริษัทผู้ผลิต PCB เข้าร่วมให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มอุตสาหกรรม และตำแหน่งงานที่มีความต้องการในประเทศไทย มีนักศึกษากว่า 300 คนเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ซึ่งนอกจากจะได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมแล้ว ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพของตนเองในการร่วมงานกับบริษัท PCB ชั้นนำ

ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 TPCA ร่วมกับ สอวช. และมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย มีแผนจัดกิจกรรมฝึกอบรมนักศึกษาทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยในรูปแบบผสมผสานระหว่างการเรียนออนไลน์และการเรียนปฏิบัติจริงในสถานที่ (Hybrid) โดยมุ่งเน้นให้ความรู้ด้านการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิต PCB และได้รับการพิจารณาเข้าทำงานกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย นักศึกษาที่ผ่านการฝึกอบรมจากโครงการจะได้รับประกาศนียบัตร ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่ช่วยเสริมสร้างทักษะและความมั่นใจให้นักศึกษาในการเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งนี้ ยังมีการพิจารณามอบโบนัสพิเศษให้แก่นักศึกษาที่ได้รับการจ้างงานและปฏิบัติงานในระยะเวลา 3-6 เดือน เพื่อสร้างแรงจูงใจและสนับสนุนเส้นทางอาชีพในระยะยาว

ตลอดระยะเวลาของความร่วมมือที่ผ่านมา TPCA ได้ทำงานร่วมกับ สอวช. และสถาบันการศึกษาไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับบุคลากรให้มีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานระดับโลก ความร่วมมือเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างเครือข่ายระหว่างภาคการศึกษาและอุตสาหกรรม แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิต PCB ชั้นนำของโลก พร้อมทั้งส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่มีศักยภาพอย่างยั่งยืน

ศธ.เปิดตัวระบบย้ายครูออนไลน์ แก้ทุจริตกระบวนการขอย้ายครู

https://www.naewna.com/local/848315

ศธ.เปิดตัวระบบย้ายครูออนไลน์ แก้ทุจริตกระบวนการขอย้ายครู

ศธ.เปิดตัวระบบย้ายครูออนไลน์ แก้ทุจริตกระบวนการขอย้ายครู

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดตัวระบบการย้ายข้าราชการครู Teacher Rotation System (TRS) ในการประชุมสัมมนาเปิดการใช้งานระบบย้ายข้าราชการครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (Teacher Rotation System : TRS) เพื่อมอบให้เป็นของขวัญแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศเนื่องในโอกาสวันครู ปี 2568 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. กล่าวว่า ที่ผ่านมา ศธ. ได้ยึดนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” เป็นนโยบายหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในภาพรวมของกระทรวง โดยเฉพาะการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้มีการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นกลไกหลักในการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายสำคัญสูงสุดคือครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ที่จะเติบโตขึ้นไปเป็นกำลังสำคัญของประเทศ จึงได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของครู อันจะส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน รวมถึงคุณภาพการจัดการศึกษาและคุณภาพผู้เรียน จึงได้สั่งการให้นำระบบการย้ายข้าราชการครู Teacher Rotation System (TRS) มาใช้กับการยื่นคำร้องขอย้ายทุกกรณีครอบคลุมการย้ายข้าราชการครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากจะเป็นการลดภาระงานด้านเอกสารทั้งจากตัวผู้ขอย้ายเอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการแล้ว การนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ในการประมวลผลยังจะช่วยปิดช่องว่างในการเรียกรับผลประโยชน์ในการย้ายได้อีกด้วย

ด้าน รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบการย้ายข้าราชการครู Teacher Rotation System (TRS) เป็นระบบที่พัฒนาต่อยอดมาจากระบบจับคู่ครูคืนถิ่น Teacher Matching System (TMS) ซึ่งเป็นระบบที่รองรับเฉพาะการย้ายสับเปลี่ยน โดยสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้นำร่องเปิดใช้งานไปแล้ว 2 รอบ ในช่วงการย้ายประจำปี 2567และได้รับผลตอบรับในทิศทางที่ดีโดยเฉพาะในเรื่องการช่วยลดขั้นตอนการดำเนินการย้าย ลดภาระงานด้านเอกสาร เพิ่มความสะดวกให้ครูในการดำเนินการย้ายอีกทั้งยังช่วยลดช่องว่างในการทุจริตระหว่างกระบวนการขอย้าย

สำหรับระบบ TRS จะเชื่อมโยงข้อมูลของคุณครูจากระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (HRMS) ระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (DPA) และระบบการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (SCS) เพื่อให้เกิดการบูรณาการฐานข้อมูล และเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน โดยต่อไปคุณครูที่ต้องการขอย้าย ทั้งกรณีปกติ กรณีพิเศษ และกรณีเพื่อประโยชน์ของทางราชการ จะต้องดำเนินการผ่านระบบ TRS เท่านั้น

ซึ่งขณะนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานระบบ TRS เรียบร้อยแล้ว และกระบวนการต่อจากนี้ทางสำนักงาน ก.ค.ศ. จะเร่งดำเนินการชี้แจง เพื่อให้ทางสำนักงานเขต/ส่วนราชการ ได้เข้าใจในทิศทางเดียวกันก่อนที่จะเปิดให้คุณครูได้ยื่นคำร้องขอย้ายในวันที่ 16 มกราคม 2568 ที่จะถึงนี้ผ่านเว็บไซต์ https://trs.otepc.go.th ถือเป็นของขวัญวันครูที่กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้มอบให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในปี 2568 และมั่นใจว่าจะช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ รวมถึงสร้างความโปร่งใส เป็นธรรมในกระบวนการย้ายได้อย่างเป็นรูปธรรม

‘อาชีวะ-หัวเว่ย’ ร่วมเปิดหลักสูตรดิจิทัล สร้างนศ.อาชีวะมืออาชีพ รับตลาดแรงงาน

https://www.naewna.com/local/848314

‘อาชีวะ-หัวเว่ย’ ร่วมเปิดหลักสูตรดิจิทัล สร้างนศ.อาชีวะมืออาชีพ รับตลาดแรงงาน

‘อาชีวะ-หัวเว่ย’ ร่วมเปิดหลักสูตรดิจิทัล สร้างนศ.อาชีวะมืออาชีพ รับตลาดแรงงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี นายยศพล เวณุโกเศศเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษานายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการ กอศ.นายธนภัทร แสงจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สอศ. รวมทั้ง นายวิลเลี่ยม จาง ประธานธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ นายสรง เทา หัวหน้าฝ่ายสัญญาเชิงพาณิชย์ และนายบรูซ ฟาน รองประธานธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ ร่วมลงนามในครั้งนี้ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. กล่าวว่า ศธ.มุ่งเน้นนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดภาระของครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงผู้ปกครองยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านแนวคิด 2 ประการ คือ การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต การลงนามความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับบริษัทหัวเว่ย ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เห็นผลในเชิงประจักร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะนักศึกษาอาชีวศึกษาให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน และสนับสนุนการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจกับบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาให้ก้าวทันเทคโนโลยีและตอบสนองความต้องการตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล โดยมีแผนพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรการศึกษา จัดทำหลักสูตรฝึกอบรมด้านดิจิทัล 3 หลักสูตร ได้แก่ Datacom, Cloud Service และ AI Certification Training เพื่อเตรียมความพร้อมนักเรียนนักศึกษาอาชีวะฯให้เผชิญความท้าทายในโลกดิจิทัล และพัฒนาบุคลากรให้ตรงกับความต้องการภาคอุตสาหกรรม โดยเริ่มดำเนินการในกรุงเทพฯ และศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา พร้อมวางแผนขยายไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้มีระยะเวลา 3 ปี

ขณะที่ นายวิลเลี่ยม จาง กล่าวเสริมว่า อาชีวศึกษามีบทบาทสำคัญในการพัฒนากำลังแรงงาน โดยเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้คนรุ่นใหม่ หัวเว่ยเชื่อว่าการส่งเสริมทักษะดิจิทัลต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย จึงมุ่งสนับสนุนการพัฒนาทักษะดิจิทัลในระบบอาชีวศึกษา ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Cloud, AI และ Big Data เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานดิจิทัล และพัฒนาโครงการฝึกอบรมที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัดในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาการศึกษาอาชีวศึกษาของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี กระชับช่องว่างระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม และเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยก้าวสู่ตลาดแรงงานในยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ คาดว่าจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับนักเรียนอาชีวศึกษาในอนาคต

รายงานพิเศษ : เปิดเวที ‘การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ’ ผลิตคนตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

https://www.naewna.com/local/848391

รายงานพิเศษ : เปิดเวที ‘การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ’  ผลิตคนตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

รายงานพิเศษ : เปิดเวที ‘การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ’ ผลิตคนตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมสัมมนาการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ(Executive Forum for FosteringExcellence in Education) โดยมีพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดและปาฐกถาพิเศษ โดยมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ.นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ.ผู้บริหารระดับสูง พร้อมด้วยตัวแทนจากภาคเอกชน อาทิ นายปรัชญา สมะลาภา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย นายถาวรชลัษเฐียร รองประธานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นางกิตติยา โตธนะเกษมผู้อำนวยการสถาบันธนาคารไทย เข้าร่วม

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ.กล่าวเปิดการประชุม และปาฐกถาพิเศษนโยบายการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ ตอนหนึ่งว่า ลำดับแรก ขอขอบคุณผู้บริหารภาคเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สละเวลาอันมีค่ามาร่วมพัฒนาการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมาและเมื่อเร็วๆนี้ ศธ.ได้ MOU ร่วมกับสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และภาคส่วนต่างๆ ในโครงการ “โรงเรียนร่วมพัฒนา” (Partnership School Project มีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการแล้ว 182 โรงเรียน ซึ่งในปี 2568 ตั้งเป้าจะให้เพิ่มขึ้นเป็น 1,800 โรงเรียน และให้ครบ 29,000 กว่าโรงเรียน รวมถึงวิทยาลัยอาชีวศึกษาอีกกว่า 400 แห่ง ในยุคที่ตนยังเป็น รมว.ศึกษาธิการ ตั้งใจจะเชิญชวนภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา เพิ่มทักษะครู ร่วมมือทางวิชาการเพิ่มมากขึ้น จะเห็นว่าเมื่อเราทำงานร่วมกันทุกวินาทีคือการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า จากผลการจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันที่จัดโดย IMD (International Institute for Management Development) จะพบว่า ในปี 2024 ประเทศไทยมีความสามารถทางการแข่งขันในภาพรวมอยู่อันดับที่ 25 จาก 67 ประเทศทั่วโลก ดีขึ้น 5 อันดับ ขณะที่อันดับด้านการศึกษา อยู่ในอันดับที่ 54 จากทั้งหมด 67 ประเทศ คงที่จากปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าประเทศไทยยังมีโอกาสอีกมากในการพัฒนาความสามารถทางการแข่งขันให้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การยกระดับการศึกษา ต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน

“ศธ.มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย เพื่อคนไทยมีความรู้ ทักษะ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ ซึ่งความก้าวหน้าในการพัฒนาการศึกษาของ ศธ. ตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” คือ การมีความสุขในการเรียน การทำงาน และให้เด็ก เยาวชน มีความฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา Anywhere Anytime จึงอยากให้ทุกภาคส่วนมาร่วมกันแก้ปัญหาการศึกษา ทำให้เด็กฉลาดรู้ในสิ่งที่ควรรู้ และสิ่งควรทำ รู้ในสิ่งที่ยังไม่ได้รู้ และฉลาดคิด มีเหตุมีผลในการใช้ชีวิต อะไรไม่เกิดประโยชน์ก็อย่าไปทำ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกภาคส่วนจะเห็นถึงความตั้งใจของศธ. เพราะศธ.ไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพัง จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมออกแบบระบบการจัดการศึกษาที่ตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังของการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชน นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ หากคนไทยฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ ประเทศจะมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว

ด้าน รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ สกศ. กล่าวว่า การจัดการศึกษาในปัจจุบันต้องให้ความสำคัญกับบริบทแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และต้องสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ทำให้การศึกษาเปรียบเทียบสมรรถนะการศึกษาของประเทศไทยกับนานาชาติเป็นสิ่งที่จำเป็น สกศ.วิเคราะห์แล้วพบว่า ดัชนีของสถาบันเพื่อพัฒนาการจัดการนานาชาติ (IMD) เป็นดัชนีความสามารถทางการแข่งขันที่ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และปรากฏเป็นตัวชี้วัดในยุทธศาสตร์ และแผนของประเทศไทยจำนวนมาก โดยการจัดประชุมสัมมนาครั้งนี้ เพื่อรับฟัง และแลกเปลี่ยนแนวคิด ความต้องการของภาคเอกชน ในการจัดการศึกษาให้สามารถพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และผลิตบัณฑิตที่มีความพร้อมเข้าสู่โลกของการทำงานอย่างเต็มสมรรถนะ

นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. กล่าวว่า ศธ.ได้ปรับเปลี่ยนการดำเนินการขับเคลื่อนการศึกษาตามนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ คือ ยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอนที่ให้เน้นการคิดวิเคราะห์ ส่วนการจัดการเรียนการสอนของครู ให้เน้นการสอนตามมาตรฐานของ PISA นอกจากนี้จะไม่มีการตัดเสื้อโหลอีกต่อไป ให้แต่ละจังหวัดจัดทำแผนการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เพื่อให้ได้บุคคลที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานในพื้นที่ พร้อมกับลดภาระครู โดยมีกระบวนการพิจารณาวิทยฐานะให้สอดคล้องกับวิชาชีพครู

ส่วน นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการฯ กอศ. กล่าวว่าสอศ.มีการปรับหลักสูตร ลดทฤษฎี เน้นลงมือทำ เพิ่มทักษะการปฏิบัติงานมากขึ้น โดยเริ่มพัฒนาครูเป็นอันดับแรก ปรับหลักสูตร นอกจากนี้ จัดรูปแบบการเรียนการสอนแบบทวิภาคี จัดการศึกษาร่วมกับภาคเอกชน ผู้ประกอบการ หรือในรูปแบบที่รัฐมนตรีว่าการ ศธ.เน้นย้ำ คือ จัดการศึกษาในรูปแบบ PPP (Public Private Partnership) พร้อมกับเปิดเวทีให้เด็กอาชีวะแสดงความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมขึ้นมาช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ ต่อไป สอศ.จะพัฒนาเด็กให้มี 3 ทักษะ คือ ทักษะวิชาการ ทักษะวิชาชีพ และทักษะการใช้ชีวิต เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานต่อไป

ขณะที่ภาคเอกชน สะท้อนว่า ปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปโดยไม่มีความสัมพันธ์กัน เทคโนโลยีก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก มีเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ ทำให้เราต้องการคนที่มีสกิลที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่การเรียนรู้แบบ STEM คือ การบูรณาการความรู้ระหว่าง 4 สาขาวิชา ซึ่งได้แก่ วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี,วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์เท่านั้น นอกจากนี้ภาคอุตสาหกรรม ยังต้องการแรงงานทักษะสูง เช่น ทักษะด้าน AI, การต่างประเทศ ดังนั้น อาจจะต้องพัฒนาการศึกษาเพื่อการตอบโจทย์ตลาดแรงงานเพิ่มขึ้นด้วย

SCOOP@NAEWNA.COM

‘ศุภมาส’เยี่ยมชม’สอวช.’หลังปรับโฉมสำนักงานในรูปแบบ’SMART Green Office’

https://www.naewna.com/local/848403

'ศุภมาส'เยี่ยมชม'สอวช.'หลังปรับโฉมสำนักงานในรูปแบบ'SMART Green Office'

‘ศุภมาส’เยี่ยมชม’สอวช.’หลังปรับโฉมสำนักงานในรูปแบบ’SMART Green Office’

วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.17 น.

‘ศุภมาส’เยี่ยมชม’สอวช.’หลังปรับโฉมสำนักงานในรูปแบบ’SMART Green Office’ ชื่นชมเป็นมันสมอง-หัวใจของ’อว.-รัฐบาล’ ด้าน’สุรชัย’ชี้ภาพอนาคต สอวช. เป็นหน่วยงานชี้ทิศทางด้าน อววน. ของประเทศ 

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2567 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เดินทางมายัง สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เพื่อเยี่ยมชม สอวช. หลังจากปรับปรุงสำนักงานใหม่ให้อยู่ในรูปแบบ “SMART Green Office” โดยนางสาวศุภมาส ได้กล่าวชื่นชม ว่าสามารถจัดสำนักงานได้อย่างร่มรื่น ทันสมัย ตอบโจทย์การทำงานในยุคปัจจุบัน  

น.ส.ศุภมาส ยังได้กล่าวขอบคุณ ผู้บริหาร บุคลากรของ สอวช. ตลอดจนหน่วยบริหารและจัดการทุนทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ในความตั้งใจ และการทุ่มเททำงานเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล และดูแลพี่น้องประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ตั้งแต่วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ในท้องถิ่น

“สอวช. เป็นหน่วยงานที่เป็นเสมือนหัวใจและมันสมอง รวมจอมยุทธที่ทรงพลัง ความน่าเชื่อถือสูง มีบุคลากรที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งของ กระทรวง อว. และของรัฐบาล นอกจากนี้ หน่วยบริหารจัดการทุนทั้ง 3 แห่ง ก็มีส่วนสำคัญในการสร้างชาติจากงานวิจัย ตั้งแต่วิจัยขั้นพื้นฐานไปจนถึงงานวิจัยเรื่องยาก ๆ เกิดการต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์ สร้างประโยชน์ต่อสาธารณะ ขอให้ทุกท่านภูมิใจว่าภารกิจที่ได้ร่วมกันทำ เป็นภารกิจที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนทุกภาคส่วน” น.ส.ศุภมาส กล่าว

ด้านนายสุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. ได้มอบนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของ สอวช. ต่อพนักงานว่า สอวช. เป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ทั้งในฐานะเจ้ากระทรวงฯ และประธานคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กอวช.) และในฐานะผู้อำนวยการ สอวช. ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กร โดยมีหลักการทำงานใน 3 ส่วน ได้แก่ 1. Lean office ให้ความสำคัญสูงสุดกับบุคลากร ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สามารถทำงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ได้เป็นเครือข่ายเดียวกัน 2. Clean office คือการมีธรรมาภิบาลในสำนักงาน และ 3. Green office ใช้เทคโนโลยีสะอาด โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัล พนักงานของ สอวช. ต้องมี work-life balance มีสุขภาพดี มีความมั่นคงและหลักประกันในชีวิตที่ดี มีความสุขในการทำงานมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นพนักงาน สอวช. 

นายสุรชัย กล่าวถึงภาพอนาคตของ สอวช. ที่อยากเห็น คือ เป็นหน่วยงานนโยบายที่ชี้ทิศทางด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) เป็น Strategic Intelligence Unit ที่มีความสำคัญต่อรัฐบาล มีความน่าเชื่อถือ และเป็นอิสระทางวิชาการ นอกจากนี้ สอวช. ยังเป็นเลขานุการสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นพันธมิตรร่วมดำเนินการกับหน่วยงานในระบบ อววน. และสิ่งที่ สอวช. ได้ดำเนินการมาตลอดคือ การทำให้ อววน. ไทย ก้าวไปสู่ระดับ World Class ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยเชื่อมโยง กับบริบทประเทศ การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดอันดับและดำเนินการเพื่อให้สามารถเลื่อนอันดับทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวกับ อววน. ในระดับนานาชาติ ขณะเดียวกัน สอวช. ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่งเสริมในสาขาที่เป็นจุดแข็งของประเทศด้วย

‘ดีแลน หวัง’ ส่งตรงคลิปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ!! ‘ทักทาย ‘ชงตี้ฮั่วไทย’

https://www.naewna.com/entertain/847918

‘ดีแลน หวัง’ ส่งตรงคลิปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ!! ‘ทักทาย ‘ชงตี้ฮั่วไทย’

‘ดีแลน หวัง’ ส่งตรงคลิปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ!! ‘ทักทาย ‘ชงตี้ฮั่วไทย’

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 18.20 น.

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับงานคอนเสิร์ตปาร์ตี้ ที่นักแสดงหนุ่มตี๋ซูเปอร์สตาร์แดนมังกร “หวังเฮ่อตี้” (Wang He Di) หรือ “ดีแลน หวัง” (Dylan Wang) ฟิตซ้อมจนพร้อมแล้วที่จะมาเสิร์ฟความสนุก พร้อมพบปะเหล่า “ชงตี้ฮั่ว” (ชื่อด้อมแฟนคลับ) ทุกคนอย่างใกล้ชิดให้ได้ใจสั่นระรัวพร้อมกัน ที่งาน “2024-2025 Dylan Wang D.PARTY CONCERT IN BANGKOK” งานนี้หนุ่มดีแลนตอกย้ำความฮอตแรงสร้างปรากฏการณ์ บัตร SOLD OUT อย่างรวดเร็ว!! ใครที่มีบัตรไว้ในครอบครองเตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปสนุกด้วยกันได้เลยกับงานปาร์ตี้คอนเสิร์ตที่จะให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ตื่นตาตื่นใจที่ครบอรรถรสมากที่สุด และเซอร์ไพรส์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแน่นอน!!

ก่อนที่จะได้พบกัน “ดีแลน หวัง” ได้ส่งตรงคลิปสุดเอ็กซ์คลูซีฟมาถึงแฟนๆ ให้ได้เตรียมตัว เตรียมหัวใจให้พร้อมก่อนมาเจอกัน “สวัสดีครับ ผม หวังเฮ่อตี้ ครับ ผมตื่นเต้นมากๆ อีก 2 สัปดาห์ D.PARTY ของเราก็กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว! พวกคุณพร้อมมาปาร์ตี้กับผมแล้วหรือยังครับ? แล้วพบกัน 28 ธันวาคมนี้ ที่ อิมแพ็ค อารีน่า! ผมรักคุณ! แล้วเจอกันครับ! บ๊าย บาย~

แค่เห็นรอยยิ้มและความสดใสของดีแลนเข้าไป เชื่อว่าทุกคนอยากตะโกนถามดังๆ ว่า ขอคนเข้าใจกับสิ่งนี้ที่ทำให้ใจฟูและใจละลายยกด้อมแล้ว ถ้าใครเข้าใจก็กำบัตรไว้ดีๆ อีก 2 สัปดาห์ก็จะได้ไปพบเจอกับหนุ่มฮอตคนนี้ด้วยตาเนื้อแล้ว ได้โปรดเตรียมตัวให้ดี เพราะปาร์ตี้คอนเสิร์ตครั้งนี้ดีแลนไม่ได้มาคนเดียว เขายังพาสเปลเชียลเกสต์และเหล่าพ้องเพื่อนมาร่วมเสิร์ฟความมันส์ให้ทุกคนได้มาสนุกกันเต็มอัตรา นอกจากนั้นยังเตรียมความพิเศษอีกหลายโชว์เพื่องานนี้โดยเฉพาะอีกด้วย บอกได้เลยว่างานนี้มีแต่ความคุ้ม! ดีแลนพร้อมมาตอบแทนความรักที่ทุกคนมอบให้เสมอมาผ่านความสนุกและความสุขที่ทุกคนจะได้รับจากปาร์ตี้คอนเสิร์ตครั้งนี้

รวมถึงผู้จัด “ไอมี่ไทยแลนด์” ก็พร้อมซัพพอร์ตไม่อั้นกับโปรดักชั่นสุดอลังการ แสง สี เสียงจัดเต็มอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อให้ทุกคนในงานได้ดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกับดีแลนอย่างเต็มที่ ค่ำคืนนั้นจะเป็นค่ำคืนที่ดีแลนและเหล่าชงตี้ฮั่ว จะได้มาร่วมเก็บความประทับใจแบบไม่มีวันลืมไปด้วยกัน แล้วพบกันที่งาน 2024-2025 Dylan Wang D.PARTY CONCERT IN BANGKOK ในวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2567 เวลา 18.00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ติดตามรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ Facebook @imethailand, IG และ Twitter @ime_th

21ธันวาคมนี้!เตรียมพบกับการกลับมาของมหกรรมดนตรีแจ๊สจากศิลปินชื่อดังระดับโลกในงาน ‘Hua Hin Jazzical Festival’

https://www.naewna.com/entertain/847864

21ธันวาคมนี้!เตรียมพบกับการกลับมาของมหกรรมดนตรีแจ๊สจากศิลปินชื่อดังระดับโลกในงาน 'Hua Hin Jazzical Festival'

21ธันวาคมนี้!เตรียมพบกับการกลับมาของมหกรรมดนตรีแจ๊สจากศิลปินชื่อดังระดับโลกในงาน ‘Hua Hin Jazzical Festival’

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.21 น.

บลูพอร์ต หัวหิน ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงมอสโก พร้อมจัดให้ชมกับงานแจ๊สที่หลายคนรอคอย ที่กลับมาในครั้งนี้พร้อมยกขบวนศิลปินแจ๊สระดับโลกชาวรัสเซียอย่าง อิกอร์ บุตแมน และศิลปินดีว่าสาวเสียงทรงพลังระดับประเทศ กับ แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น พร้อมศิลปินแจ๊สชาวไทยชื่อดังที่ตบเท้ามาร่วมงานอย่างคับคั่งกับงานเทศกาลดนตรี   “Hua Hin Jazzical Festival ”พร้อมกิจกรรมสนุกๆ ให้ได้แจ๊สกันอย่างเต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมาพร้อมกับการแสดงโชว์ Thai Cultural Performance ที่เป็นโชว์การแสดงต่างๆมากมาย ที่รวบรวมไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของไทย อาทิเช่น การแสดงโขน และรำไทย ประกอบดนตรีไทยประยุกต์ พร้อมการแสดงโชว์อัตลักษณ์ไทยที่หาชมได้ยาก ซึ่งเป็นชุดการแสดงพิเศษที่จัดมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยการจัดงานในครั้งนี้ บลูพอร์ต หัวหิน ในฐานะพื้นที่จัดงานมั่นใจว่า จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองหัวหิน ส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆโดยใช้ดนตรีและวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมโยง ที่สำคัญยังเป็นการช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ เนื่องในโอกาสครบรอบ 126 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างไทยและรัสเซียอีกด้วย

นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด  ได้กล่าวว่า “ เมืองหัวหินถือเป็นเมืองตากอากาศระดับโลกที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังถือเป็นเมืองมีชื่อในเรื่องของดนตรีแจ๊ส ที่ผ่านมาเคยได้มีการจัดกิจกรรมที่มีนักดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Benny Golson ซึ่งถือเป็นตำนานแจ๊สที่ยังมีชีวิตอยู่ , The Yellowjackets วงดนตรีแจ๊สชั้นนำระดับโลกที่เล่นกันมา 40 ปี และ เคนเนธ บรูซ กอลีลิกซ์ (Kenneth Bruce Gorelick)” หรือ “Kenny G” ผู้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการดนตรีแจ๊สของโลกเจ้าของผลงานยอดขายสูงที่สุดในโลก เจ้าของรางวัล American Music Awards และ Grammy Awards  ก็เคยมาเล่นที่เมืองหัวหินเช่นกัน แล้วยิ่งไปกว่านั้น รัชกาลที่ 9 สมัยที่พระองค์ท่านทรงประทับอยู่ที่หัวหิน ท่านก็มีชื่อที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น King of Jazz ดังภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป่าแซกโซโฟน ที่เป็นภาพคุ้นตาของหลายต่อหลายคน การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นเมืองแห่งศิลปะและดนตรีของหัวหิน ที่คราวนี้ บลูพอร์ตหัวหิน ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงมอสโก นำเสนอสุดยอดของโชว์จากศิลปินแจ๊สทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เป็นศิลปินแห่งชาติชื่อดังระดับโลกชาวรัสเซียมาให้ชมกัน รวมไปถึงการแสดงโชว์ต่างๆที่เน้นการนำเสนอความผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมต่างชาติ โดยใช้พลังซอฟพาวเวอร์ของอัตลักษณ์ไทย เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้จักเมืองไทยในมุมมองใหม่ๆมากขึ้น พร้อมทั้งยังเป็นการส่งเสริมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวไทยและสร้างความประทับใจในการมาเยือนหัวหินอีกด้วย”

โดยในปีนี้ได้ศิลปินระดับแม่เหล็กเบอร์ใหญ่ระดับโลก ที่กลับมาเยือนหัวหินอีกครั้ง หลังจากครั้งที่แล้วได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากๆ อย่าง อิกอร์ บุตแมน (Mr. Igor Butman) ศิลปินแห่งชาติรัสเซียที่มีชื่อเสียงระดับโลกทางด้านดนตรีแจ๊สและเป็นผู้ควบคุมวง Moscow Jazz orchestra ที่ได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติจากประธานาธิบดีรัสเซียในปี ค.ศ 2021 โดยการกลับมาครั้งนี้มาพร้อมกับวงดนตรี Igor Butman Quintet ซึ่งเป็นวงที่รวบรวมนักดนตรีแจ๊สรุ่นใหม่มากความสามารถจากรัสเซียมาแบบเต็มวงอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังมีศิลปินดีว่าสาวเสียงทรงพลังระดับแนวหน้าของเมืองไทยอย่าง แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น ที่เป็นแขกรับเชิญพิเศษมาร่วมเซอร์ไพรส์ทุกท่านในงานนี้  

เตรียมตัวให้พร้อม เพราะบลูพอร์ต หัวหิน จัดเต็มพร้อมส่งมอบความสุขทางเสียงดนตรีให้กับคอแจ๊สกันแบบเต็มอิ่มและนอกจากนี้ภายในงานยังมีการออกบู๊ทจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม จากร้านดังมากมายทั้งอาหารไทยและอาหารจากนานาชาติ มาให้ร่วมชิม ช้อป และดื่มด่ำไปกับความกลมกล่อมของบรรยากาศดนตรีแจ๊สในยามค่ำคืน   มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ดนตรีที่ไม่เหมือนใครกับปรากฏการณ์แจ๊สที่จะสร้างตำนานหน้าใหม่ให้เมืองหัวหิน กับงาน “Hua Hin Jazzical Festival” โดยตอนนี้ บัตร VIP sold out เป็นที่เรียบร้อย กดกันให้ทันกับที่ว่าง บัตร zone A,B,C  ในราคา / 2,500 /1,800 และ 800 บาท จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ ที่https://bluporthuahin.gosalepage.co/lfa-dlgr-mxw แล้วมาพบกัน ในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ เวลา 18.00 น. เป็นต้นไปที่ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหินสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.032-905-111 หรือ Facebook : BluportHuaHinOfficial, Line official : @bluport

กระหึ่มโซเชียล!เปิดภาพเงาปริศนาพระเอกคนแรกที่จะประกบคู่กับ’มุกดา นรินทร์รักษ์’

https://www.naewna.com/entertain/847852

กระหึ่มโซเชียล!เปิดภาพเงาปริศนาพระเอกคนแรกที่จะประกบคู่กับ'มุกดา นรินทร์รักษ์'

กระหึ่มโซเชียล!เปิดภาพเงาปริศนาพระเอกคนแรกที่จะประกบคู่กับ’มุกดา นรินทร์รักษ์’

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.57 น.

ก้าวเข้าสู่นักแสดงอิสระแบบเต็มตัวก็เนื้อหอมสุดๆ สำหรับนางเอกคุณภาพ มุกดา นรินทร์รักษ์ ไม่เพียงมีดีกรีความสวยสะกดทุกสายตา ทำให้ใครต่อใครตกหลุมรัก แต่ยังครบเครื่องด้วยฝีมืองานแสดงที่พัฒนาไม่หยุด ร่วมทั้งงานถ่ายแบบนิตยสารชื่อดัง เดินแบบทั้งในประเทศและต่างประเทศ งานในวงการโฆษณา และผลงานการแสดงที่ไม่ว่าบทไหนมุกดาก็เอาอยู่ เรียกได้ว่าเป็นนางเอกที่ครบเครื่องในเรื่องคุณภาพและความสามารถจริงๆ

ล่าสุดมีภาพเงาพระเอกคนแรกของนางเอกมากความสามารถ มุกดา ปรากฏหลังจากที่เจ้าตัวได้ประกาศผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ งานนี้แฟนๆต่างก็เข้ามาทายกันสนั่นกระหึ่มโซเชียลว่าแต่พระเอกคนนี้เขาคือใครหนอ?? และเรื่องแรกที่ มุกดา เซย์เยสรับเล่นจะเป็นแนวไหน จะละครหรือภาพยนตร์ จับตามองและลุ้นไปพร้อมกัน …

เสี่ยโต้ง! ดึงนักร้องลูกทุ่งดังร่วมฉลอง วันขึ้นปีใหม่ ที่บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น

https://www.naewna.com/entertain/847850

เสี่ยโต้ง! ดึงนักร้องลูกทุ่งดังร่วมฉลอง วันขึ้นปีใหม่ ที่บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น

เสี่ยโต้ง! ดึงนักร้องลูกทุ่งดังร่วมฉลอง วันขึ้นปีใหม่ ที่บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.55 น.

วันนี้ผมขอเชิญไปร่ามส่งท้ายปีเก่า 2567 ต้อนรับปีใหม่ 2568ณบริเวณสนามข้างปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านไผ่อำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่นงานเริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 31 ธันวาคม 2567ถึงวันจันทร์ที่6 มกราคม 2568ชมฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง เริ่มในวัน31ธันวาคม มาร่วมส่งท้ายปีเก่า 2567 กับ ต้นหอม ณัฐชยา ปะทะกับ นักร้องสาวสวยเสียงเต็มร้อย พลอย พุ่มพวง ที่มากับ เพลง  โส-น้า-น่า เพลงใจเต้นตุ๊บตั๊บ ที่สลับกับเพลง คนหน้าตาดี และเพลงหอยหลอดก้าวเข้าสู่ปีใหม่ วันพุธที่1 มกราคม 2568 มาต้อนรับปีมะเส็งกับ น้องอายนภัชชาที่มากับ โบตั๋น ชนิการต์ และ เจ้าแม่เพลงแดนซ์  พลอย พุ่มพวง ตามด้วย กิ๊ฟ -มิ้ง,ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์,เสกไฮโล,ต้า วสันต์ vs นิว วรมน  งานนี้ เฮียโต้ง  รับประกันการันตีต้อนรับปีใหม่ 2568

ภายในงานได้รวบรวมร้านค้าจำหน่ายสินค้าราคาถูกจากร้านค้าที่ได้มาตรฐานพร้อมชิมอาหารรสเด็ดหลากหลายนานาชนิดรวมทั้งสิ้นค้าราคาจากโรงงานสนุกสนานกับสวนสนุกชุดใหญ่ร้านค้า ของกินของใช้มากมายสำหรับพ่อค้าแม่ขายที่ต้องการนำสินค้าไปจำหน่าย สามารถโทรไปจับจองบูธร้านค้าตอต่อประสานงานโดย ป๋ากัส093-627-5337หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ 098-145-2555 เสี่ยโต้ง รอรับสายอยู่ทุกวันส่วนเจ้าภาพที่ต้องการติดต่อ สาวสวยเสียงเต็มร้อยพลอย พุ่มพวง ไปร้องไปเล่นไปเต้นให้ชมกันสดๆกดไปที่  เสี่ยธงชัย-กฤษดา พุ่มฤทธิ์ 063-296-4656 ได้ตลอดเวลา สวัสดี หมึก มายา รายงาน