ฮือฮา ขนนกแพงสุดในโลก ประมูลขายออกไปแล้วที่นิวซีแลนด์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787778

ฮือฮา ขนนกแพงสุดในโลก ประมูลขายออกไปแล้วที่นิวซีแลนด์

23 พ.ค. 2567 05:30 น.

ฮือฮา ขนนกแพงสุดในโลก ประมูลขายออกไปแล้วที่นิวซีแลนด์

(ภาพจาก Webb’s Auction House)

ขนนก 1 เส้นจากนกพื้นถิ่นของนิวซีแลนด์ ซึ่งสูญพันธุ์ไปเมื่อกว่า 100 ปีก่อน ถูกประมูลขายออกไปแล้ว ในราคาทุบสถิติซึ่งทำให้มันกลายเป็นขนนกที่แพงที่สุดในโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 22 พ.ค. 2567 ว่า ขนนก 1 เส้นจากนก ‘ฮูยา’ (huia) นกพื้นถิ่นของนิวซีแลนด์ซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อกว่า 100 ปีก่อน ถูกขายไปในราคาสูงถึง 46,521.50 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือราว 1.03 ล้านบาท ที่การประมูลของสถาบัน ‘เวบบ์ส’ (Webb’s) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

เดิมทีสถาบัน เวบบ์ส ประเมินราคาขายของขนนกเส้นนี้เอาไว้ที่ราว 2,000-3,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ แต่การประมูลกลับทำให้ราคาของมันแซงหน้าสถิติเดิมที่ขนจากนกสายพันธุ์เดียวกันอีกเส้นเคยทำไว้ถึง 450%

ทั้งนี้ นกฮูยาเป็นนกขนาดเล็กในตระกูล แวทเทิลเบิร์ด (wattlebird) นิวซีแลนด์ มีเสียงไพเราะ และเป็นที่รู้จักเรื่องความสามารถในการกระโดด กับขนที่มีปลายสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ อย่างไรก็ตาม พวกมันได้รับการยืนยันว่าสูญพันธุ์ไปตั้งแต่ปี 2450 แล้ว แม้จะมีรายงานการพบเห็นที่ไม่ได้รับการยืนยันอีกครั้งในปี 2467 ก็ตาม

นกชนิดนี้ถือเป็นนกศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมารี ซึ่งมักใช้ขนของมันประดับบนเครื่องประดับศีรษะของหัวหน้าเผ่าและครอบครัว รวมถึงถูกใช้เป็นของขวัญหรือการค้าขาย

น.ส.เลอาห์ มอร์รัส หัวหน้าฝ่ายมัณฑนศิลป์ของสถาบันประมูล เวบบ์ส ระบุว่า ขนนกเส้นนี้ได้รับการจดทะเบียนเป็น ‘taonga tūturu’ หรือสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งจะจำกัดให้นักประมูลที่มีใบอนุญาตเท่านั้นที่จะสามารถซื้อได้ และห้ามนำออกนอกประเทศ หากไม่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงมรดกและวัฒนธรรมนิวซีแลนด์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ครอบครัวตัวประกันอิสราเอล แพร่คลิปตอนโดนจับ จี้เนทันยาฮูช่วยเหลือ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787777

ครอบครัวตัวประกันอิสราเอล แพร่คลิปตอนโดนจับ จี้เนทันยาฮูช่วยเหลือ

23 พ.ค. 2567 04:25 น.

ครอบครัวตัวประกันอิสราเอล แพร่คลิปตอนโดนจับ จี้เนทันยาฮูช่วยเหลือ

ครอบครัวตัวประกันอิสราเอล เผยแพร่คลิปวิดีโอช่วงที่กลุ่มทหารหญิงถูกฮามาสจับตัวไป เพื่อเพิ่มแรงกดดันแก่รัฐบาลเนทันยาฮู ให้รีบหาทางช่วยเหลือตัวประกันกลับมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 22 พ.ค. 2567 ว่า ครอบครัวของทหารหญิงชาวอิสราเอล 7 คน ซึ่งถูกกลุ่มฮามาสจับไปเป็นตัวประกันระหว่างการบุกโจมตีเมื่อ 7 ต.ค.ปีก่อน เผยแพร่คลิปวิดีโอช่วงเวลาที่พวกเธอถูกจับตัวไป เพื่อเพิ่มแรงกดดันแก่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ให้รีบหาทางช่วยเหลือพวกเธอ

วีดีโอดังกล่าวแสดงให้เห็นภาพกลุ่มผู้หญิง ซึ่งทั้งหมดเป็นบุคลากรของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ถูกจับให้นั่งเรียงแถวพิงกำแพง ในสภาพมือเท้าถูกมัด บางคนมีรอยฟกช้ำและเลือดออกบริเวณใบหน้า

หนึ่งในผู้หญิงในคลิปคือ น.ส. โอรี เมกิดิช ถูกรับความช่วยเหลือในปฏิบัติการพิเศษ 23 วันหลังถูกจับตัวไป อีกคนคือ น.ส. โนอา มาร์เซียโน ถูกสังหารในกาซาและศพถูกนำกลับอิสราเอลเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ส่วนที่เหลือได้แก่ ลีรี อัลบัก, คารินา อาริเอฟ, อากัม เบอร์เกอร์, ดานิเอลา กิลโบอา และ นามา ลีไว ยังคงถูกฮามาสจับตัวเอาไว้

กลุ่มครอบครัวตัวประกันและผู้สูญหาย (Hostages and Missing Families Forum) ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนครอบครัวชาวอิสราเอลที่ถูกลักพาตัวโดยฮามาส ระบุว่า คลิปวิดีโอนี้ถูกเผยแพร่โดยกลุ่มฮามาสมาก่อนแล้ว และพวกเขาได้วิดีโอมาจาก IDF และก่อนหน้านี้ถูกตัดต่อเพื่อตัดภาพที่ดูรุนแรงออกไป

“ทุกหลักฐานใหม่ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเหล่าตัวประกัน สะท้อนความจริงอันโหดร้ายแบบอย่างเดียวกันคือ เราต้องพาพวกเขาทั้งหมดกลับบ้าน” กลุ่มครอบครัวตัวประกันและผู้สูญหาย แถลงเมื่อวันพุธ

ทั้งนี้ หญิงทั้ง 7 คนเป็นเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ภาคสนามของ IDF และเป็นหนึ่งในตัวประกันมากกว่า 250 คนที่ถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไประหว่างการบุกโจมตีเมื่อ 7 ต.ค. แม้ว่าหลังจากนั้นฮามาสจะยอมปลอดตัวประกันหญิงและเด็กที่เป็นพลเรือนกลับมาราว 105 คน แต่ยังเหลืออีกมากที่ยังตกอยู่ในกำมือของกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มนี้

หลายเดือนที่ผ่านมา มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอตัวประกันหลายคลิป เพิ่มแรงกดดันให้แก่รัฐบาลเนทันยาฮู ให้รีบทำข้อตกลงปล่อยตัวประกันกับกลุ่มฮามาส แต่การเจรจาหยุดยิงระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อแลกกับตัวประกันครั้งล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ประสบความล้มเหลว ยิ่งสร้างความไม่พอใจแก่กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อช่วยเหลือตัวประกันในอิสราเอลขึ้นไปอีก

ด้านนายเนทันยาฮูกล่าวในวันพุธว่า คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นการลักพาตัวเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ภาคสนามที่รักของเราทำให้เขารู้สึกตกใจกลัว และว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อพาพวกเธอกลับบ้าน ความโหดร้ายของกลุ่มฮามาสมีแต่จะเพิ่มความมุ่งมั่นให้เขาต่อสู้ต่อไปจนกว่าจะทำลายกลุ่มฮามาสได้ เพื่อรับประกันว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

ขณะที่นายเบนนี แกนต์ซ สมาชิกคณะรัฐมนตรีสงครามของอิสราเอล กล่าวว่า เขารู้สึกมวนท้องหลังจากได้ดูคลิปเป็นครั้งแรก แต่ว่าความรับผิดชอบของผู้นำไม่ใช่แค่การมองความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า แต่เป็นการสร้างความเป็นจริงที่แตกต่างออกไป แม้ว่าจะต้องมีการตัดสินใจที่ยากลำบาก และนั่นคือความรับผิดชอบของเรา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ออสเตรเลียพบมนุษย์ติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 รายแรกของประเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787775

ออสเตรเลียพบมนุษย์ติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 รายแรกของประเทศ

23 พ.ค. 2567 02:33 น.

ออสเตรเลียพบมนุษย์ติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 รายแรกของประเทศ

ออสเตรเลียพบมนุษย์ติดเชื้อไข้หวัดนกเป็นรายแรกของประเทศ แต่เชื่อว่าไม่ได้ติดต่อไปยังบุคคลอื่น ขณะที่พบเชื้ออีกสายพันธุ์ที่มีการติดต่อสูงในฟาร์มไข่แห่งหนึ่งด้วย

เมื่อวันพุธที่ 22 พ.ค. 2567 หน่วยงานสาธารณสุขในรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยว่า พวกเขาพบมนุษย์ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกเป็นรายแรกของประเทศ โดยเป็นเด็กซึ่งติดเชื้อสายพันธุ์ H5N1 มาจากประเทศอินเดีย โดยเป็นการติดเชื้ออย่างรุนแรง แต่ตอนนี้รักษาตัวจนหายดีแล้ว

ขณะที่ผลการตามรอยโรคไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม และมีโอกาสต่ำมากที่จะมีผู้ติดเชื้อรายอื่น เนื่องจากไวรัสชนิดนี้แพร่จากคนสู่คนยาก

ด้าน ดร.แคลร์ ลุคเกอร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขรัฐวิกตอเรียระบุว่า นี่ยังนับเป็นครั้งแรกที่พบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ติดสู่คนหรือสัตว์ในประเทศ

ที่ผ่านมา ออสเตรเลียเป็นทวีปเดียวในโลกที่ยังไม่เคยมีสัตว์ติดเชื้อชนิด H5N1 มาก่อน แต่ในวันพุธ รัฐบาลยืนยันว่า พวกเขาตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกอีกสายพันธุ์หนึ่ง ซึ่งมีการติดต่อสูง ที่ฟาร์มไข่แห่งหนึ่งใกล้กับเมืองเมลเบิร์น โดยผลการตรวจสอบในห้องทดลองพบว่าเป็นเชื้อสายพันธุ์ H7 ซึ่งอาจติดมาจากนกป่า และเคยพบในออสเตรเลียมาก่อนแล้ว

ดร.แกรม คุก หัวหน้าสัตวแพทย์รัฐวิกตอเรียระบุว่า ทางการได้บังคับใช้คำสั่งควบคุมการเดินทางบริเวณรอบฟาร์มแห่งนี้แล้ว และสัตว์ปีกทุกตัวในฟาร์มแห่งนี้จะถูกทำลาย เนื่องจากพื้นที่แถบนี้มีธุรกิจสัตว์ปีกหนาแน่นมาก และในตอนนี้พวกเขายังบอกไม่ได้ว่า เชื้อได้แพร่กระจายไปยังฟาร์มอื่นด้วยหรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

นายกฯ อังกฤษ ประกาศจัดเลือกตั้ง 4 ก.ค.นี้ หลังถูกกดดันอย่างหนัก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787774

นายกฯ อังกฤษ ประกาศจัดเลือกตั้ง 4 ก.ค.นี้ หลังถูกกดดันอย่างหนัก

23 พ.ค. 2567 01:56 น.

นายกฯ อังกฤษ ประกาศจัดเลือกตั้ง 4 ก.ค.นี้ หลังถูกกดดันอย่างหนัก

ริชี ซูแน็ก ประกาศวันเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่แล้ว ท่ามกลางกระแสกดดันอย่างหนัก กับคะแนนความนิยมของทั้งตัวเขาและพรรคที่ตกต่ำสุดขีด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ประกาศในวันพุธที่ 22 พ.ค. 2567 ว่า รัฐบาลจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 4 ก.ค.นี้ ในขณะที่พรรคอนุรักษนิยมของเขากำลังตกที่นั่งลำบากในการรักษาอำนาจ ที่ครอบครองมานานร่วม 14 ปีเอาไว้

นายซูแน็กกล่าวในงานแถลงข่าวที่หน้าบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ท่ามกลางฝนที่โปรยปรายว่า เขาแจ้งเรื่องกำหนดวันจัดการเลือกตั้งให้กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทราบแล้ว และระบุว่า “ถึงเวลาที่ชาวบริติชจะได้เลือกอนาคตของตัวเอง” พร้อมกับโจมตีคู่แข่งว่า การเลือกพรรคแรงงานจะเสี่ยงทำให้ยูเคย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง แต่ก็ยอมรับด้วยว่า พวกเขาก็ไม่ได้ทำถูกต้องทุกอย่าง

ทั้งนี้ นายซูแน็กต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปภายในเดือนมกราคม 2568 แต่เขาไม่ยอมเปิดเผยแผนการที่ชัดเจนมาตลอด จนถูกกดดันอย่างหนักจากฝ่ายค้าน และสมาชิกพรรคอนุรักษนิยมด้วยกันเอง ที่เริ่มหารือกันแล้วว่าจะหาใครมาแทนที่เขา เพราะมองว่า พรรคจะต้องประสบกับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

นายซูแน็กยังพยายามยกปัจจัยภายนอกอย่าง การระบาดของไวรัสโควิด-19 และสงครามในยูเครน เป็นหนึ่งในสาเหตุที่สหราชอาณาจักรประสบปัญหาเศรษฐกิจ ระบุว่าปัจจัยทั้ง 2 อย่างรวดเร็ว คือความท้าทายที่สุดนับตั้งแต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2

ด้านนายเคียร์ สตาร์เมอร์ ผู้นำพรรคแรงงาน ออกมาตอบรับการประกาศของนายซูแน็กอย่างรวดเร็ว โดยกล่าวในงานแถลงข่าวในที่ร่มว่า “คืนนี้ ในที่สุดนายกรัฐมนตรีก็ประกาศวันเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าเสียที” และว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คือ “โอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เพื่อต่ออนาคต, ชุมชน และประเทศของคุณ”

คำประกาศของนายซูแน็กถือเป็นการเริ่มต้นการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเหลือระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์เท่านั้น ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติของพรรคอนุรักษนิยม เนื่องจากมีคะแนนจากผลสำรวจความนิยมตามหลังพรรคแรงงานอยู่ประมาณ 20 จุด ขณะที่ดัชนีความพึงพอใจในผลงานส่วนตัวของเขาแตะระดับต่ำสุดตลอดกาลที่ ติดลบ 59 จุด โดยมีประชาชนเพียง 16% ที่บอกว่าพอใจในผลงานของเขา ขณะที่มากถึง 75% บอกว่าไม่พอใจ

นับตั้งแต่การปกครองของพรรคอนุรักษนิยมเริ่มขึ้นในปี 2553 พวกเขาต้องเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีไปถึง 4 คนแล้ว โดนนายซูแน็กเป็นคนที่ 5 มาแทนที่ น.ส.ลิซ ทรุส ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้นำได้เพียง 6 สัปดาห์ก็ต้องลาออก เนื่องจากพยายามผลักดันแผนงบประมาณที่ล้มเหลว จนทำให้ตลาดการเงินปั่นป่วน ค่าเงินปอนด์ร่วงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

คาดกันว่า พรรคอนุรักษนิยมจะพยายามผลักด้านความพยายามรับมือผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย เป็นแกนหลักฐานการหาเสียงของนายซูแน็ก ส่วนฝ่ายพรรคแรงงาน จะโต้กลับด้วยการชูเรื่องความยากลำบากของรัฐบาลในการลดอัตราเงินเฟ้อ, การใช้จ่ายที่มากเกินไปในระบบประกันสุขภาพ และเรื่องอื้อฉาวต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

นอร์เวย์-ไอร์แลนด์-สเปน เตรียมประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787591

นอร์เวย์-ไอร์แลนด์-สเปน เตรียมประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์

22 พ.ค. 2567 15:10 น.

นอร์เวย์-ไอร์แลนด์-สเปน เตรียมประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์

รัฐบาลนอร์เวย์ ไอร์แลนด์ และสเปน เตรียมประกาศการรับรองรัฐปาเลสไตน์ ด้วยความหวังว่าจะช่วยนำสันติภาพมาสู่ภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีโยนาส การ์ สเตอร์ เปิดเผยว่า นอร์เวย์เตรียมให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์ ด้วยความหวังว่าจะช่วยนำสันติภาพมาสู่ภูมิภาค ขณะที่ไอร์แลนด์และสเปน เตรียมประกาศการรับรองรัฐปาเลสไตน์เช่นกัน

นอกจากนั้น สโลวีเนียและมอลตา ซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ยังได้ระบุในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า พวกเขาวางแผนที่จะให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์ โดยโต้แย้งว่าการแก้ปัญหาแบบสองรัฐเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีสเตอร์ กล่าวในการแถลงข่าวว่า “ท่ามกลางสงคราม ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายหมื่นคน เราต้องรักษาไว้ซึ่งสิ่งเดียวที่สามารถสร้างบ้านที่ปลอดภัยสำหรับทั้งชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์ นั่นคือการที่สองรัฐที่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ”

เขากล่าวว่า ชาวปาเลสไตน์มีสิทธิขั้นพื้นฐานและมีอิสระในการตัดสินใจด้วยตนเอง ส่วนชาวอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์ต่างมีสิทธิในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในรัฐของตน และกล่าวเสริมว่า “จะไม่มีสันติภาพในตะวันออกกลางหากไม่มีวิธีแก้ปัญหาแบบสองรัฐ และจะไม่มีวิธีแก้ปัญหาแบบสองรัฐหากไม่มีรัฐปาเลสไตน์ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า รัฐปาเลสไตน์เป็นข้อกำหนดเบื้องต้นในการบรรลุสันติภาพในตะวันออกกลาง”

ในขณะเดียวกันในไอร์แลนด์ นายกรัฐมนตรีไซมอน แฮร์ริส กล่าวว่าไอร์แลนด์จะรับรองรัฐปาเลสไตน์ ขณะที่นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชส ของสเปน ได้ประกาศว่ารัฐบาลสเปนจะประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์ในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้

นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์กล่าวว่า ไอร์แลนด์เชื่อว่าสันติภาพถาวรสามารถเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีเจตจำนงเสรีของประชาชนที่เสรีเท่านั้นโดยระบุถึงการที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ลงมติอย่างท่วมท้นกว่า 143 เสียง เพื่อสนับสนุนให้ปาเลสไตน์มีสิทธิพิเศษเทียบเท่าสมาชิกสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.

ส่วนในกรุงมาดริด นายกรัฐมนตรีสเปน เปโดร ซานเชซ กล่าวในรัฐสภาว่า สเปนจะให้การยอมรับปาเลสไตน์ด้วยเหตุผล 3 ข้อ ได้แก่สันติภาพ ความยุติธรรม และความสม่ำเสมอ “เราต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าการแก้ไขปัญหาแบบสองรัฐได้รับการเคารพ และต้องมีการรับประกันความปลอดภัยร่วมกัน และจำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องเจรจาเพื่อสันติภาพ และด้วยเหตุนี้เราจึงยอมรับรัฐปาเลสไตน์”

จนถึงเดือนพฤษภาคม 2024 มีรัฐสมาชิกสหประชาชาติ 143 รัฐ จาก 193 รัฐ ให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์ ขณะที่ประเทศในยุโรปมีแนวทางแก้ไขปัญหาที่แตกต่างออกไป เช่นสวีเดน ที่ให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์เมื่อสิบปีก่อน ในขณะที่ฝรั่งเศสยังไม่มีแผนที่จะทำเช่นนั้น เว้นแต่วิธีการดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสร้างสันติภาพ

ด้านอิสราเอลระบุกำลังเรียกทูตของตนประจำไอร์แลนด์และนอร์เวย์กลับ “เพื่อขอคำปรึกษาด่วน” โดยนายอิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล กล่าวว่า เขากำลังส่งสารถึงไอร์แลนด์และนอร์เวย์ว่า อิสราเอลจะไม่ยอมอ่อนข้อต่อผู้ที่บ่อนทำลายอำนาจอธิปไตยของตนและเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ “อิสราเอลจะไม่ยอมปิดปากเงียบ และจะนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรง หากสเปนตระหนักถึงความตั้งใจที่จะรับรองรัฐปาเลสไตน์ ก็จะมีการดำเนินการที่คล้ายกันเพื่อต่อต้าน”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กองกำลังอิสราเอลเปิดการโจมตีพื้นที่ทางเหนือและใต้ของฉนวนกาซา ส่งผลให้ผู้คนหลายแสนคนต้องอพยพออกไปอีกครั้ง และส่งผลกระทบต่อการจัดส่งความช่วยเหลืออย่างรุนแรง ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะอดอยาก

นอร์เวย์ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป เคยกล่าวว่าจะยอมรับปาเลสไตน์ในฐานะประเทศก็ต่อเมื่อปาเลสไตน์สามารถส่งผลกระทบเชิงบวกต่อกระบวนการสันติภาพ ตามขั้นตอนเดียวกับที่สหประชาชาติเคยกล่าวในประเด็นนี้

นอร์เวย์ยังเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของสหรัฐฯ และได้พยายามเป็นตัวกลางในการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์หลายครั้งในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา.

ที่มา Reuters

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ด่วน สนามบินสิงคโปร์งานเข้าอีก รถบัสชนที่กั้นถนน ผดส.บาดเจ็บนับสิบคน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787575

ด่วน สนามบินสิงคโปร์งานเข้าอีก รถบัสชนที่กั้นถนน ผดส.บาดเจ็บนับสิบคน

22 พ.ค. 2567 14:06 น.

ด่วน สนามบินสิงคโปร์งานเข้าอีก รถบัสชนที่กั้นถนน ผดส.บาดเจ็บนับสิบคน

เกิดอุบัติเหตุรถบัสส่งผู้โดยสารในสนามบินชางงีของสิงคโปร์ ชนกับที่แผงกั้นถนนอัตโนมัติ เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บต้องนำส่งโรงพยาบาลถึง 21 คน


อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่สนามบินชางงีของสิงคโปร์ เมื่อรถบัสรับส่งผู้โดยสารสาย 858 ภายในสนามบินไปชนกับแผงกั้นถนนอัตโนมัติ บริเวณอาคารเทอร์มินัล 3 เมื่อเวลาราว 12.40 น.ตามเวลาในท้องถิ่น ส่งผลให้ทั้งผู้โดยสารรวมทั้งคนขับรถบาดเจ็บถึง 21 คน โดยมีรายงานว่าทั้งคนขับรถวัย 25 ปี รวมทั้งผู้โดยสารอายุตั้งแต่ 21-68 ปีรวม 21 คน ยังคงมีสติหลังเกิดเหตุและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บของทุกคนแล้ว และตำรวจจะเข้าไปสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

ด้านนายเกล็นน์ ลิม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและบริการลูกค้าระบุว่า หลังจากยกแผงกั้นรักษาความปลอดภัยเพื่อให้รถบัสมุ่งหน้าไปยังป้ายรถเมล์อาคาร 3 อยู่ๆ แผงกั้นถนนอัตโนมัติก็กระเด้งขึ้นทำให้รถบัสชนเข้าเต็มแแรง โดยทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้แล้ว

ทั้งนี้ คลิปวิดีโอที่มีการแชร์บนเพจเฟซบุ๊ก Singapore roads accident.com แสดงให้เห็นว่าด้านหน้าของรถโดยสารมีร่องรอยความเสียหายจากการถูกชน ขณะที่ประตูรถโดยสารก็หลุดออกมาด้วย ขณะที่ภายในรถจะมีร่องรอยความเสียหายของเสาและแผงเหล็กหักตกอยู่บนพื้น โดยมีผู้โดยสารบางคน ยังนั่งอยู่บนพื้น และมีบางคนมีแผลที่ศีรษะ ซึ่งทางทาวเวอร์ทรานสิส ผู้ให้บริการรถโดยสารแจ้งว่าได้ติดต่อไปยังผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว เพื่อที่จะให้การดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลต่อไป

ดูคลิป ที่นี่

ที่มา : channelnewsasia

ซีอีโอ “สิงคโปร์แอร์ไลน์” แถลงเสียใจเหตุเครื่องบินตกหลุมอากาศ (ชมคลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787572

ซีอีโอ "สิงคโปร์แอร์ไลน์" แถลงเสียใจเหตุเครื่องบินตกหลุมอากาศ (ชมคลิป)

22 พ.ค. 2567 13:45 น.

ซีอีโอ “สิงคโปร์แอร์ไลน์” แถลงเสียใจเหตุเครื่องบินตกหลุมอากาศ (ชมคลิป)

ซีอีโอของสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ กล่าวถ้อยแถลงผ่านวิดีโอ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เครื่องบินตกหลุมอากาศ จนทำให้มีผู้โดยสารเสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บจำนวนมาก

นายโก๊ะ ชุน ฟง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ของสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ กล่าวถ้อยแถลงผ่านวิดีโอ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เครื่องบินตกหลุมอากาศ ว่า “ในนามของสิงคโปร์แอร์ไลน์ ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและบุคคลอันเป็นที่รักของผู้เสียชีวิต เราเสียใจอย่างมากต่อเหตุการณ์เลวร้ายที่ทุกคนที่อยู่บนเที่ยวบิน SQ321 ต้องเผชิญ สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการให้ความช่วยเหลือเท่าที่เป็นไปได้แก่ผู้โดยสารและลูกเรือทุกคน

จากกรณีเครื่องบินโดยสารของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบิน SQ321 ประสบเหตุตกหลุมอากาศอย่างรุนแรง ระหว่างเดินทางจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ไปยังประเทศสิงคโปร์ จนต้องนำเครื่องลงฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 30 คน โดยเครื่องบินที่เกิดเหตุเป็นเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-300ER มีผู้โดยสาร 211 คน และลูกเรือ 18 คน ส่วนผู้โดยสารที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ คือนายเจฟ คิตเชน ชาวอังกฤษ วัย 73 ปี

สิงคโปร์แอร์ไลน์ ระบุว่า มีผู้โดยสารทั้งหมด 211 คนและลูกเรือ 18 คนบนเที่ยวบิน SQ321 โดยสัญชาติของผู้โดยสารประกอบด้วย 56 คนจากออสเตรเลีย, 2 คนจากแคนาดา, 1 คนจากเยอรมนี, 3 คนจากอินเดีย, 2 คนจากอินโดนีเซีย, 1 คนจากไอซ์แลนด์, 4 คนจากไอร์แลนด์, 1 คนจากอิสราเอล, 16 คนจากมาเลเซีย, 2 คนจากเมียนมา, 23 คน จากนิวซีแลนด์, 5 คนจากฟิลิปปินส์, 41 คนจากสิงคโปร์, 1 คนจากเกาหลีใต้, 2 คนจากสเปน, 47 คนจากสหราชอาณาจักร และ 4 คนจากสหรัฐฯ

นายโก๊ะ ชุน ฟง กล่าวว่า สิงคโปร์แอร์ไลน์ ได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ไปที่กรุงเทพฯ อย่างรวดเร็วเมื่อคืนที่ผ่านมา และได้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ด้วยการสนับสนุนภาคพื้นดิน โดยเที่ยวบินบรรเทาทุกข์ที่มีผู้โดยสารและลูกเรือจำนวน 143 ราย ที่สามารถเดินทางได้ เดินทางไปสิงคโปร์ ในช่วงเช้าวันนี้ (22 พ.ค.) เมื่อเวลา 05.05 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนผู้โดยสารอีก 79 คนและลูกเรือ 6 คนยังคงอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งรวมถึงผู้บาดเจ็บที่ได้รับการรักษาพยาบาล ครอบครัว และบุคคลอันเป็นที่รักบนเที่ยวบินด้วย เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสิงคโปร์แอร์ไลน์จะให้การสนับสนุนที่เป็นไปได้ทั้งหมดต่อไป สายการบินได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวน

ข้อมูลการติดตามเที่ยวบินที่บันทึกโดยเว็บไซต์ “ไฟลต์เรดาร์ 24” แสดงให้เห็นว่าก่อนเกิดเหตุ เที่ยวบินของสิงคโปร์แอร์ไลน์ กำลังเดินทางที่ระดับความสูง 37,000 ฟุต หรือ 11,300 เมตร แต่หลังจากเวลา 08.00 น. ตามเวลามาตรฐานสากล หรือ 15.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เครื่องก็ดิ่งลงอย่างกะทันหันลงสู่ระดับ 31,000 ฟุต หรือ 9,400 เมตร ในช่วงเวลาประมาณ 3 นาที โดยเครื่องบินอยู่ที่ระดับความสูงดังกล่าวเป็นเวลาเพียงไม่ถึง 10 นาที ก่อนที่จะร่อนลงและลงจอดที่กรุงเทพฯ อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง.

ที่มา BBC

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ผู้เชี่ยวชาญการบินเตือน กรณีสิงคโปร์แอร์ไลน์ นั่งเครื่องบินรัดเข็มขัดนิรภัยปลอดภัยสูงสุด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787564

ผู้เชี่ยวชาญการบินเตือน กรณีสิงคโปร์แอร์ไลน์ นั่งเครื่องบินรัดเข็มขัดนิรภัยปลอดภัยสูงสุด

22 พ.ค. 2567 13:23 น.

ผู้เชี่ยวชาญการบินเตือน กรณีสิงคโปร์แอร์ไลน์ นั่งเครื่องบินรัดเข็มขัดนิรภัยปลอดภัยสูงสุด

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินเตือนว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ชี้ให้เห็นว่า การตกหลุมอากาศอาจเกิดขึ้นได้แบบไม่คาดคิด และการคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2567 เว็บไซต์ข่าว The Sun เผยแพร่บทสัมภาษณ์นายเดวิด เลียร์เมาท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน ซึ่งเป็นอดีตนักบินกองทัพอากาศของอังกฤษ ที่ระบุว่า โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินโดยสารสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบิน SG321 ซึ่งตกหลุมอากาศ ทำให้นักบินต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิของไทย เมื่อวานนี้ และทำให้มีผู้โดยสารเสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 30 ราย ในจำนวนนี้อาการสาหัส 6 ราย นับเป็นเครื่องเตือนใจผู้โดยสารและลูกเรือเกี่ยวกับความสำคัญของเข็มขัดนิรภัยที่มีต่อความปลอดภัยบนเครื่องบิน

โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า มีผู้คนจำนวนมาก รวมถึงลูกเรือบนเครื่องบิน ที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เมื่อเหตุการณ์ตกหลุมอากาศก็ทำให้เกิดความสูญเสียร้ายแรงกับเที่ยวบินของสิงคโปร์ แอร์ไลน์

อดีตนักบินกองทัพอากาศเตือนว่า แม้จะรู้สึกอึดอัด แต่ผู้โดยสารควรคาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บสาหัส หากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกลางอากาศ

และอย่างกรณีเที่ยวบินทำให้เราทราบว่า ลูกเรือเองก็อาจจะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เครื่องบินจะตกหลุมอากาศตอนไหน หรือพวกเขาไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเป็นอะไรอย่างที่มันเกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งการที่ทุกคนบนเครื่องบินค่อนข้างไม่ได้เตรียมพร้อม ก็จะยิ่งเป็นอันตราย และเขามองว่า หากคาดเข็มขัดนิรภัยหลวมๆ ไว้ตลอดเวลา มหันตภัยแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นกับคุณ.

อิหร่านจัดพิธีอำลา ปธน.ราอีซี กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ 28 มิ.ย.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787554

อิหร่านจัดพิธีอำลา ปธน.ราอีซี กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ 28 มิ.ย.

22 พ.ค. 2567 13:22 น.

อิหร่านจัดพิธีอำลา ปธน.ราอีซี กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ 28 มิ.ย.

ชาวอิหร่านหลั่งไหลร่วมพิธีอำลาอาลัยต่อการจากไปของประธานาธิบดีอิบราฮิม ราอีซี ตลอดจนคณะเดินทางที่เสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมเฮลิคอปเตอร์ตก ขณะที่ทางการประกาศวันเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นช่วงกลางเดือนหน้า

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2567 ทางการอิหร่านจัดพิธีอำลาอาลัยประธานาธิบดีอิบราฮิม ราอีซี รัฐมนตรีต่างประเทศ และคนอื่นๆ ของอิหร่านที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพิธีไว้อาลัยจัดขึ้นในกรุงเตหะรานโดยมีประชาชนสวมชุดสีดำเข้าร่วมไว้อาลัยอย่างเนืองแน่น

ขณะเดียวกันประชาชนจำนวนมากไปรวมตัวกันอย่างเนืองแน่นตามท้องถนนในเมืองตาบริซ เมืองหลวงของจังหวัดอาเซอร์ไบจานตะวันออกของอิหร่าน ซึ่งถูกใช้เป็นหนึ่งในสถานที่จัดพิธีศพของประธานาธิบดีผู้ล่วงลับ รวมทั้งนายฮอสเซน อามีร์-อับดุลลาเฮียน รัฐมนตรีต่างประเทศ 

รัฐบาลอิหร่านได้จัดพิธีศพและขบวนแห่ อย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้เสียชีวิตและแสดงความเข้มแข็งในตะวันออกกลางท่ามกลางสถานการณ์รุนแรงคุกรุ่น 

โดยพิธีศพของประธานาธิบดีราอีซี จะจัดขึ้นต่อเนื่องในหลายเมืองตลอดสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 5 วัน ก่อนที่จะมีพิธีฝังศพที่เมืองมัชฮัด ซึ่งเป็นบ้านเกิดของประธานาธิบดีราอีซี 

ขณะที่ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ประกาศวันเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า การเลือกตั้งผู้นำอิหร่านคนใหม่จะเกิดขึ้นภายใน 50 วัน และก่อนหน้านี้เขาได้แต่งตั้งรองประธานาธิบดีโมฮัมหมัด มอคเบอร์ รับตำแหน่งแทนประธานาธิบดี ส่วนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อาลี บาเกอรี จะขยับขึ้นมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศแทนนายอับดุลลาเฮียน. 

สิงคโปร์แอร์ไลน์ลำที่เกิดเหตุเดินทางถึงสนามบินชางงีแล้ว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787537

สิงคโปร์แอร์ไลน์ลำที่เกิดเหตุเดินทางถึงสนามบินชางงีแล้ว

22 พ.ค. 2567 11:51 น.

สิงคโปร์แอร์ไลน์ลำที่เกิดเหตุเดินทางถึงสนามบินชางงีแล้ว

เครื่องบินโดยสารสิงคโปร์แอร์ไลน์ที่ตกหลุมอากาศอย่างรุนแรงวานนี้ เดินทางกลับมาลงจอดที่สนามบินชางงีแล้ว โดยผู้โดยสารและลูกเรือบางส่วนยังคงอยู่ที่เมืองไทย

เครื่องบินโดยสารของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ321 เดินทางกลับมาถึงสนามบินชางงีของสิงคโปร์แล้ว หลังตกหลุมอากาศอย่างรุนแรงจนต้องลงจอดฉุกเฉินที่ประเทศไทย โดยผู้โดยสารบนเที่ยวบินดังกล่าวอีก 79 คน รวมทั้งลูกเรืออีก 6 คน ยังคงอยู่ที่กรุงเทพฯโดยมีบางคนที่ยังคงต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บในโรงพยาบาล ส่วนผู้โดยสารและลูกเรืออีกส่วนหนึ่งได้เดินทางกลับมาถึงสิงคโปร์ด้วยเที่ยวบินชั่วคราว ซึ่งเดินทางมาถึงสิงคโปร์ตั้งแต่เวลา 05.05 น.ตามเวลาในท้องถิ่นแล้ว โดยมีนายโก๊ะ ชุน ฟง ผู้บริหารของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์มารอรับ โดยมีการจัดรถรับส่งบริการ ให้แก่ผู้โดยสารทุกคนไปยังจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย และเตรียมที่พักให้แก่ผู้โดยสารที่ต้องรอต่อเครื่อง ก่อนที่จะถึงกำหนดเดินทางในเที่ยวบินต่อไปอีกด้วย

อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่เครื่องบินโดยสารลำดังกล่าวพร้อมด้วยผู้โดยสาร 211 คน และลูกเรือ 18 คน กำลังออกเดินทางจากกรุงลอนดอนไปยังสิงคโปร์ แต่กัปตันจำเป็นต้องเปลี่ยนมาลงจอดฉุกเฉินที่กรุงเทพฯ หลังเจอกับหลุมอากาศรุนแรง ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 30 คน และทำให้นายเจฟ คิทเช่น ชายชาวอังกฤษ วัย 73 ปี ซึ่งตั้งใจจะเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนที่สิงคโปร์กับภรรยา เสียชีวิต 1 ศพ ซึ่งเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากหัวใจวาย.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สิงคโปร์แอร์ไลน์