เอาใจสายซิ่ง ‘ปล้นทะลุไมล์’ แอคชันบู๊เต็มสูบที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24

https://www.naewna.com/entertain/847847

เอาใจสายซิ่ง 'ปล้นทะลุไมล์' แอคชันบู๊เต็มสูบที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24

เอาใจสายซิ่ง ‘ปล้นทะลุไมล์’ แอคชันบู๊เต็มสูบที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.54 น.

วันอาทิตย์นี้ ห้ามพลาดชมปล้นทะลุไมล์ หรือ “The X-Treme Riders”มูฟวี่พรีเมียร์ครั้งแรกที่ทรูโฟร์ยู กับภาพยนตร์แอคชันบู๊เต็มพิกัดที่มีการแข่งรถซิ่งสุดตื่นเต้น แถมเคมีของเหล่านักแสดงก็เข้ากันได้ดีสุดๆ โดยตัวหนังจะบอกเล่าเรื่องดราม่าของ ฝัน (ณิชชา โชคประจักษ์ชัด) และ กล้า (จิรายุ ละอองมณี) สองพี่น้องนักแข่งรถที่ตกอับ ทั้งคู่ได้รับโอกาสทองในการเข้าร่วมแข่งขันชิงแชมป์เอ็มเอ็มเอที่สนามแข่งรถแห่งหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วเป็นแผนการร้ายของกลุ่มมาเฟียข้ามชาติที่ต้องการใช้สนามแข่งเป็นช่องทางลักลอบขนยาเสพติด ความขัดแย้งระหว่างหุ้นส่วนในแก๊งมาเฟียทำให้ฝันและกล้าตกเป็นเครื่องมือของมาเฟีย ถูกบังคับให้ลอบสังหารบุคคลสำคัญ ทั้งคู่ถูกไล่ล่าและต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดปักหมุดรอชมความมันส์วันที่ 22 ธันวาคมนี้ เวลา 18.40 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และ https://true4u.com/live

‘ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ปุจฉาพาเสียว’คว้ารางวัลใหญ่ Grand Final Winner Best Drama Series สุดยอดซีรีส์แห่งทวีปเอเชีย-แปซิฟิก

https://www.naewna.com/entertain/847844

'ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ปุจฉาพาเสียว'คว้ารางวัลใหญ่ Grand Final Winner Best Drama Series สุดยอดซีรีส์แห่งทวีปเอเชีย-แปซิฟิก

‘ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ปุจฉาพาเสียว’คว้ารางวัลใหญ่ Grand Final Winner Best Drama Series สุดยอดซีรีส์แห่งทวีปเอเชีย-แปซิฟิก

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.47 น.

นับเป็นการจารึกบทใหม่แห่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยในเวทีโลก เมื่อซีรีส์จาก Netflix ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ ปุจฉาพาเสียว” ผลิตโดย GMM Studios International ในเครือ The ONE Enterprise ถูกยกย่องให้เป็นอันดับ 1 โดยคณะกรรมการ ทรงคุณวุฒิจากทุกมุมโลก ท่ามกลางซีรีส์ยอดเยี่ยม ตัวเต็งจาก 14 ประเทศทั่วภูมิภาค ซีรีส์ที่เคยได้รับรางวัลในสาขานี้ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา คือ ซีรีส์จากประเทศเกาหลีใต้ โดย คุณเอกชัย เอื้อครองธรรม Creator, Showrunner และผู้อำนวยการสร้างของ “ดอกเตอร์ไคลแมกซ์” กล่าวว่า

“ต้องยอมรับว่า ผมเซอร์ไพรส์มากๆ เมื่อได้ยินเสียงประกาศว่าประเทศไทยได้รับรางวัลนี้บนเวทีที่

เปรียบเสมือนสนามแข่งโอลิมปิกของคอนเทนต์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผมขอขอบคุณทีม Netflix Thailand ทุกๆ คนที่เชื่อมั่น บ่มเพาะ และให้โอกาสGMM Studios Internationalเล่าเรื่องและตัวละครที่ยังไม่เคยถูกเล่า

ด้วยสไตล์และสายพันธุ์ที่ฉีกจากกรอบ และขอปรบมือดังๆ ให้กับทีมงานทุกๆ คน โดยเฉพาะ หัวเรือใหญ่ คงเดช จาตุรันต์รัศมี  ผู้เขียนบท และ ผู้กำกับฯ และอีกหนึ่งผู้กำกับฯ ปกป้องไพรัช คุ้มวันวมถึงทีมนักแสดงซึ่งนำทัพความทุ่มเทโดย เต๋อ ฉันทวิชช์ก้อย อรัชพรแพรวเฌอมาวีร์และนักแสดง

สมทบทุกๆ ท่านผมภูมิใจมากครับที่ซีรีส์ไทยพุ่งเข้าสู่กระแสคอนเทนต์หลักใน World Pop Culture อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ด้วยพลังและความแน่วแน่ของครีเอเตอร์สายเลือดไทยทุกๆ ท่านมาโดยตลอด

ส่วน คุณสินยงยุทธ ทองกองทุน ผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์ประจำประเทศไทยของ Netflix  กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ Netflix ได้ร่วมกับ GMM Studios International  พาซีรีส์ไทยไปสู่พรมแดนใหม่ที่แสนจะท้าทาย ขอแสดงความยินดีกับทีม ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ครับ

ด้าน คุณคงเดช จาตุรันต์รัศมี  ผู้เขียนบท และ ผู้กำกับฯ กล่าวถึงการคว้ารางวัลอัน ทรงเกียรติเป็นครั้งแรกให้กับประเทศไทยว่า ดีใจมากครับพราะเป็นงานที่เราใช้เวลาในการทำงานยาวนานและใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมา การได้รางวัลในครั้งนี้จึงเป็น เหมือนผลตอบแทนที่สร้างกำลังใจให้ตัวเรา และทีมงานทุกคนที่ทุ่มเทกันมาตั้งแต่ต้นครับ

ส่วนคุณปกป้องไพรัช คุ้มวัน  ผู้กำกับฯ อีกท่าน กล่าวว่า “เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากๆ ที่ ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ได้ร่วมเป็นหนึ่งในกองทัพคอนเทนต์ไทย ไปปักหมุดบนเวทีโลก ในฐานะคอนเทนต์โดดเด่นจากเอเชีย ร่วมกับคอนเทนต์จาก เกาหลี ญี่ปุ่น และอินเดียครับ

สัมผัสประสบการณ์ชมซีรีส์ที่ใช้สารตั้งต้นจากปัญหาเรื่องเพศเพื่อสำรวจมิติต่างๆ ของการเป็นมนุษย์ ความสัมพันธ์ เรื่องต้องห้าม และความไม่เท่าเทียมในสังคม รับชม ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ ปุจฉาพาเสียว” ได้แล้วกว่า 190 ประเทศทั่วโลกที่ Netflix เท่านั้น

#ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ #ปุจฉาพาเสียว #NetflixTH #GMMStudiosInternational #AACA24

นางร้ายในตำนานกลับมาปัง! ‘เปิ้ล ภารดี’อายุ 42 แต่ความสวยยังปังเว่อร์

https://www.naewna.com/entertain/847840

นางร้ายในตำนานกลับมาปัง! 'เปิ้ล ภารดี'อายุ 42 แต่ความสวยยังปังเว่อร์

นางร้ายในตำนานกลับมาปัง! ‘เปิ้ล ภารดี’อายุ 42 แต่ความสวยยังปังเว่อร์

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.38 น.

เปิ้ล ภารดี ยังคงเป็นนางร้ายในดวงใจของหลาย ๆ คน แม้จะห่างหายจากจอแก้วไปบ้าง ทำให้หลายคนคิดถึงผลงานของเธอในละคร แต่ความสวยของเธอก็ยังคงเป๊ะปังไม่เปลี่ยนแปลง! ในวัย 42 ปี เปิ้ลยังดูสวยสดใสราวกับสาวๆวัย 20  ล่าสุด เปิ้ลได้อัปเดตชีวิตผ่านโซเชียลมีเดียและยังคงทำให้แฟนๆ ตะลึงกับ ความสวยฉ่ำ ที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้อายุจะเข้าเลข4แล้ว

แม้จะห่างหายจากจอแก้วไปบ้าง แต่สาวเปิ้ลก็ยังคงมีแก๊งเพื่อนซี้ตัวท็อปในวงการบันเทิง อย่าง เอ๋ พรทิพย์, กระแต ศุภักษร, ฮาน่า ทัศนาวลัย และ โอ๋ ภัคจีรา ที่มักจะรวมตัวกันสร้างความสุขให้กันและกันอยู่เสมอ ภาพความสนิทสนมของแก๊งนี้มักถูกแชร์ลงในโซเชียลมีเดีย ทำให้แฟน ๆ ได้เห็นมุมน่ารัก ๆ และความเป็นกันเองของพวกเธอ ได้เห็นมุมต่างๆ ของชีวิตเธอ ที่ยังคงสดใสและเต็มไปด้วยความสุขส่วนเคล็ดลับความสวย ของสาวเปิ้ลนั้น ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรให้ยังคงสวย หน้าเด็กได้ขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างที่เป๊ะปัง ผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง หรือแม้แต่รอยยิ้มที่สดใส เธอคือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข และความสวยสามารถอยู่กับเราได้ตลอดไปซึ่งไม่เพียงแต่เป็นนักแสดงมากฝีมือแล้วหลายคนยังยกให้เธอเป็นไอดอลด้านความสวยอีกด้วย

‘นก จริยา’โพสต์ร่ายยาว! ขอพูดจากใจถึงช่อง3 หลังผู้จัดฯดังหันไปซบช่องโมโนพรึ่บ

https://www.naewna.com/entertain/847825

'นก จริยา'โพสต์ร่ายยาว! ขอพูดจากใจถึงช่อง3 หลังผู้จัดฯดังหันไปซบช่องโมโนพรึ่บ

‘นก จริยา’โพสต์ร่ายยาว! ขอพูดจากใจถึงช่อง3 หลังผู้จัดฯดังหันไปซบช่องโมโนพรึ่บ

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.20 น.

16 ธันวาคม 2567 หลังจากที่เหล่าผู้จัดละครชื่อดังของทางช่อง 3 ทั้ง นก ฉัตรชัย ,นก จริยา รวมทั้งผู้จัดละครสุดปังแห่งยุคบุพเพสันนิวาสอย่าง หน่อง อรุโณชา ต่างตบเท้าพากันมาผลิตละครให้กับทางช่องโมโน (MONO) ท่ามกลางกระแสฮือฮาของโลกโซเชียล

ล่าสุด ‘นก’ จริยา แอนโฟเน่ ได้โพสต์ข้อความร่ายยาวผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@jariya.anfone” ระบุข้อความว่า ขอพูด จากหนึ่งปาก หนึ่งหัวใจ ของตัวเองและพื้นที่ของตัวเองให้ชัดเจน จากคนหนึ่งคน นอกจากการเกิดและเติบโตมาจากพ่อกับ แม่แล้ว คนที่ให้โอกาสครั้งที่สำคัญของชีวิตจนเป็นเราถึงทุกวันนี้ คือช่องสาม และทุกท่านในมาลีนนท์ (พี่จิ๋ม มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช คือแม่ในสายอาชีพ) รากฐานของดิฉัน หลอมรวมมาจากที่นี่ ทุกโอกาสที่ดี และทุกคำสอนสั่งจนเติบโตแข็งแรง 

และวันนี้ ทุกคนทราบดี ว่า อุตสาหกรรมทีวี กำลังต้องต่อสู้ อย่างหนัก จากการ distrup เป็นระรอกๆมาเหมือนหลายอุตสาหกรรม และท่ามกลางสงครามข่าวสารที่ดุเดือดและเศรษฐกิจที่หนักสาหัส ดิฉันเชื่ออย่างยิ่ง ว่าถ้า อุตสาหกรรมบันเทิงและสื่อไทยทุกแขนง ช่วยกันอย่างสุดพลังด้วยการผนึกกำลังทำให้เป็นบูรณาการ สินค้าไทย จะขายได้ผ่านบันเทิง อาหารไทยที่ดีมีชื่อเสียงอยู่แล้วจะถูกกระตุ้น เหมือน ตอนที่เราดู ซีรีย์แดจังกึม จากเกาหลี ให้รู้จักอาหารเกาหลี และต่างชาติ จะมาใช้จ่าย กับสตรีทฟู๊ดไทยที่มีเสน่ห์ สถานที่ท่องเที่ยวไทย จะคึกคัก เหมือนที่ คนไปเที่ยวอยุธยา จากบุพเพสันนิวาส พร้อมใส่ชุดไทยที่สวยงาม ชาวต่างชาติ จะมาเที่ยว ใช้จ่าย หลายอาชีพ จะไม่ซบเซา เพียง แค่ เราต้องมียุทธศาสตร์ชาติ ที่นำพาไปแบบ เนียนๆ 

สุดท้ายนี้ ขอบอก จากปาก คนตัวเล็กๆคนหนึ่งนะคะ ว่า ช่องสามคือที่ที่สร้างดิฉันขึ้นมาด้วยคุณภาพ ด้วยคำสอน แนะนำ นำพาขอขอบคุณทุกๆโอกาสที่ได้รับและดิฉันไม่ได้หายไปจากช่องสาม เมื่อเรามีงานที่สอดคล้องกันยังทำงานด้วยกันอย่างที่สุดเสมอ ขอพูดจากหัวใจนะคะ รักที่สุดช่องสามมาลีนนท์ และขอบคุณที่สุดกับทางMONO ทุกคนในอุตสาหกรรมนี้กำลังต่อสู้เพื่อสิ่งที่ดีขึ้นค่ะ ❤️❤️❤️???? ภาพ จาก #ลมเล่นไฟ

อาชีวะอาสา จับมือ กรมขนส่งฯ เปิดจุดบริการ รับปีใหม่ 2568 ส่งเสริมขับขี่ปลอดภัยลดอุบัตเหตุ

https://www.naewna.com/local/848100

อาชีวะอาสา จับมือ กรมขนส่งฯ  เปิดจุดบริการ รับปีใหม่ 2568  ส่งเสริมขับขี่ปลอดภัยลดอุบัตเหตุ

อาชีวะอาสา จับมือ กรมขนส่งฯ เปิดจุดบริการ รับปีใหม่ 2568 ส่งเสริมขับขี่ปลอดภัยลดอุบัตเหตุ

วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีลงนามในบันทึกความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการดำเนินโครงการบูรณาการตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ช่วงเทศกาลปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยนายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับ กรมการขนส่งทางบก โดยนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ร่วมด้วย นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการเดินทางและสร้างจิตสำนึกในการขับขี่ที่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลสำคัญ กระทรวงศึกษาธิการจึงร่วมสนับสนุนความร่วมมือระหว่าง สอศ. กับกรมการขนส่งทางบก ในการดำเนินงานโครงการบูรณาการตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกเพื่อความปลอดภัย ช่วงเทศกาลปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งมั่นให้การศึกษาเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาชุมชนและสังคม สร้างทักษะวิชาชีพและส่งเสริมการมีจิตอาสา ให้เยาวชนมีส่วนในการพัฒนาประเทศ ตลอดจนเสริมสร้างการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงให้แก่ผู้เรียนอาชีวศึกษา และมีทักษะที่สามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพในอนาคต

“นับเป็นความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนโครงการฯ ขอให้ทุกท่านร่วมสร้างความตระหนักและความปลอดภัยในการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ปี พ.ศ. 2568 และโครงการนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความปลอดภัยและความสุขในช่วงเทศกาลสำคัญของประเทศไทย และส่งเสริมการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนอย่างต่อเนื่องในอนาคตต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน นายยศพล กล่าวว่า สอศ.ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก จำนวน 16,430,400 บาท เพื่อให้ประชาชน นักเรียน และนักศึกษา ตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมของรถและการขับขี่อย่างปลอดภัย รวมถึงการป้องกันอุบัติเหตุจากความบกพร่องของรถยนต์และอุปกรณ์ต่างๆ นอกจากจะสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนแล้ว ยังเป็นการพัฒนาทักษะ และปลูกฝังจิตอาสาให้กับนักเรียนอาชีวศึกษาส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยและมีความสุขยิ่งขึ้น

โครงการฯ ดังกล่าวนี้ ได้กำหนดการตั้งจุดบริการ “อาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน” จำนวน 150 จุดใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2567 ถึง 2 ม.ค. 2568 เวลา 06.00-19.00 น. เพื่อให้บริการประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ บนถนนสายหลัก และสายรอง ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยนต์ และรถไฟฟ้าในเบื้องต้น รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมแซมยานพาหนะ ในกรณีฉุกเฉิน มีจุดบริการพักคน พักผ่อนระหว่างเดินทาง จุดบริการเคลื่อนที่ และให้คำแนะนำเส้นทางสำหรับผู้เดินทาง ทั้งนี้ เรื่องความปลอดภัยของครูและนักเรียน นักศึกษา ที่เข้าปฏิบัติหน้าที่และการตั้งจุดบริการต้องอยู่ในความปลอดภัย ซึ่ง สอศ. ขอยืนยันว่าจะดำเนินงานอย่างเต็มศักยภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์ ตามเป้าหมายของโครงการที่ตั้งไว้

ขณะที่ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก ได้รับจัดสรรงบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อสนับสนุนโครงการฯ และเป็นการแสดงเจตจำนงในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างจริงจัง อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมและพัฒนาทักษะนักศึกษา ได้นำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคม สร้างจิตอาสาช่วยเหลือผู้อื่น ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำกิจกรรมที่นำไปสู่การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน รวมทั้งร่วมกันกำหนดแนวทางและเป้าหมายในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ให้มีความสอดคล้องกันทั่วประเทศ

ม.วลัยลักษณ์ เปิดตัวนวัตกรรมหมุดถนนเรืองแสง เพิ่มความปลอดภัยทางถนน

https://www.naewna.com/local/848098

ม.วลัยลักษณ์ เปิดตัวนวัตกรรมหมุดถนนเรืองแสง เพิ่มความปลอดภัยทางถนน

ม.วลัยลักษณ์ เปิดตัวนวัตกรรมหมุดถนนเรืองแสง เพิ่มความปลอดภัยทางถนน

วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รศ.ดร.ทนงศักดิ์ อิ่มใจ นักวิจัยจากสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับนักวิจัยจากประเทศไทย อินโดนีเซีย และ สหราชอาณาจักร ได้พัฒนาหมุดถนนแบบไฮบริด ที่ผสมผสานเทคโนโลยี

ตัวสะท้อนแสงเรืองแสง Glow-in-the-Dark และผงแก้วรีไซเคิล ภายใต้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิ Mitsui Sumitomo Insurance Welfare Foundation จากประเทศญี่ปุ่น และมีการยื่นจดอนุสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว

รศ.ดร.ทนงศักดิ์ กล่าวว่า หมุดถนนแบบไฮบริดเรืองแสงนี้สามารถดูดซับพลังงานจากแสงในช่วงเวลากลางวันและปล่อยแสงในที่มืดได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง และยังสามารถสะท้อนแสงไฟจากพาหนะ ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่ที่มีแสงสว่างน้อย เช่น ทางโค้ง ทางแยก และจุดทางข้าม โดยคุณสมบัติเด่นของวัสดุสะท้อนแสง ประกอบด้วย เพิ่มความสว่าง มีความสว่าง 150 mcd/m²หลังแปดชั่วโมงในความมืดสามารถสะท้อนแสงไฟจากพาหนะ ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานสะท้อนแสงทั่วไป ประหยัดพลังงาน ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ ลดต้นทุนการผลิต ลดต้นทุนวัสดุได้ถึง 30% ด้วยการใช้ผงแก้วรีไซเคิล และทนทานต่อสภาพอากาศ

อย่างไรก็ตาม จากการทดลองนำตัวสะท้อนแสงเรืองแสงติดตั้งบนถนนภายในมหาวิทยาลัยและในพื้นที่ต่างๆ ปรากฏว่า ตัวสะท้อนแสงนี้สามารถทนต่อแรงกดจากยางรถยนต์น้ำหนักกว่า 30 ตัน และยังคงความสว่างได้ดีในทุกสภาพแวดล้อม และในอนาคตทีมวิจัยมีแผนที่จะพัฒนาและปรับปรุงวัสดุให้ทนทานยิ่งขึ้น รวมถึงขยายการใช้งานในระดับประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ยังไม่มีระบบไฟถนน

นอกจากนี้ คณะวิจัยได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาประยุกต์ เป็นนวัตกรรมม้านั่งเรืองแสงและกรวดเรืองแสง จากวัสดุรีไซเคิลสามารถเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือใช้และยังใช้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ และหวังว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะได้รับการนำไปใช้ในระดับสากล เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยบนถนนทั่วโลกอีกด้วย

สพฐ.เล็งนำเทคโนโลยีดิจิทัล – AI สร้างการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ

https://www.naewna.com/local/848099

สพฐ.เล็งนำเทคโนโลยีดิจิทัล - AI สร้างการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ

สพฐ.เล็งนำเทคโนโลยีดิจิทัล – AI สร้างการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ

วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมผู้บริหารระดับสูงสพฐ. ครั้งที่ 49/2567 ตนได้นำข้อสั่งการของ รมว.ศธ. แจ้งต่อที่ประชุม เพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรดำเนินการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน และติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานที่ได้สั่งการไปแล้ว โดยมี นางเกศทิพย์ ศุภวานิช, นายพัฒนะ พัฒนทวีดล, นายธีร์ ภวังคนันท์รองเลขาธิการ กพฐ. นายภูธร จันทะหงษ์ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบ zoom meeting

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า เพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สพฐ. จึงได้จัดกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนชั้น ม.6 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบวัดความถนัด (TGAT และ TPAT) จำนวน8 วิชา ระหว่างวันที่ 2-6 ธ.ค.2567 ที่ผ่านมา ผ่านระบบออนไลน์ ช่องทาง OBEC Channel ของ สพฐ. ทั้งแพลตฟอร์ม YouTube, Facebookและ TV ซึ่งในระยะเวลา 5 วัน มีนักเรียนทั่วประเทศสนใจเข้าร่วมกิจกรรมโดยรับชมผ่าน YouTube จำนวนมากถึง 5 แสนครั้ง ร่วมแสดงความเห็นกว่า 1.1 แสนข้อความ และรับชมผ่าน Facebook มากกว่า 2 แสนครั้ง ร่วมแสดงความเห็นกว่า 1.1 หมื่นข้อความ โดยจากการสำรวจความคิดเห็น นักเรียนส่วนใหญ่มีความพึงพอใจมาก และต้องการให้จัดกิจกรรมนี้ต่อไปถึงร้อยละ 98.75

เรื่องต่อมา คือ ความคืบหน้าการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการพัฒนาทักษะภาษา โดยการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมทักษะในอนาคต (Future Skill) โดยใช้เกมเทคโนโลยีจำลองสถานการน์ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ของครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สพฐ. รวมถึงการขับเคลื่อนอีสปอร์ต (ESPORTS) ต่อยอดนวัตกรรมทางการศึกษา 2025 การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง และการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีฝาแฝดเสมือนจริงบนโลกดิจิทัล (Digital Twin 3.O) สำหรับ สพฐ. ซึ่งในส่วนของ Future skill ได้ทำ MOU ร่วมกับ มทร.สุวรรณภูมิในช่วงเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา ส่วนอีสปอร์ต ได้ทำ MOU ร่วมกับ มรภ.สวนสุนันทา มีนักเรียนสมัครแข่งขันอีสปอร์ตของ สพฐ. จำนวน 1,200 ทีม (นักเรียน 8,400 คน ครู 1,200 คน) และยังอยู่ระหว่างการรับสมัครจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2567 ขณะที่การพัฒนาครูด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง และ Digital Twin อยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติหลักการโครงการ และจัดทำแผนการดำเนินโครงการต่อไป

“นอกจากนี้ ยังได้หารือในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับพัฒนาคุณภาพการศึกษา อาทิ การแก้ปัญหาเด็กออกนอกระบบ Thailand Zero Dropout การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อปฏิบัติหน้าที่เครือข่ายนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน การพัฒนาทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริงของผู้เรียน ทำให้มีรายได้ระหว่างเรียน-จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ การดำเนินงานโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ การประเมินผลการศึกษาผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) การสร้างความปลอดภัยให้กับผู้เรียน เป็นต้น เพื่อให้นักเรียนและครูทุกคน “เรียนดี มีความสุข” ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมในทุกพื้นที่” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

ภาคอีสานโชว์ของ 201 ผลงาน ในงาน ‘ประกวดสิ่งประดิษฐ์’ ครั้งที่ 35

https://www.naewna.com/local/848101

ภาคอีสานโชว์ของ 201 ผลงาน ในงาน ‘ประกวดสิ่งประดิษฐ์’ ครั้งที่ 35

ภาคอีสานโชว์ของ 201 ผลงาน ในงาน ‘ประกวดสิ่งประดิษฐ์’ ครั้งที่ 35

วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานพิธีเปิดการประกวดสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษา ครั้งที่ 35 ประจำปีการศึกษา 2567 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม 2567 ณ โคราช ฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช โดยมี นายอาคม จันทร์นาม ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษา ระดับชาติ, นายนิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษาผู้แทนสถานประกอบการ ผู้บริหารสถานศึกษาครูที่ปรึกษา นักเรียน นักศึกษา จากสถานศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะกรรมการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชน และผู้ที่สนใจ กว่า 2,000 คน ร่วมงาน

นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า กิจกรรมสิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษา ครั้งที่ 35 นี้ นับเป็นประโยชน์และส่งเสริมเยาวชนนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ให้มีความคิดริเริ่มและความคิดสร้างสรรค์ รู้จักนำองค์ความรู้และทักษะประสบการณ์ ในการเรียนรู้สายวิชาชีพ มา
สร้างสรรค์เป็นสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมและประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมเป็นผู้ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ ซึ่งกิจกรรมสิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษา เป็นส่วนที่จะช่วยพัฒนาเยาวชนของชาติ ด้วยการสร้างผลงานเชิงประจักษ์ เป็นสิ่งที่การันตีผู้เรียนอาชีวะที่มีศักยภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม พร้อมเป็นกำลังหลักนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ในยุคของการขับเคลื่อนประเทศไทย ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นพลวัตคนไทยในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

ซึ่งสิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแบ่งออกเป็น 7 ประเภท มีผลงานจำนวน 201 ผลงาน ดังนี้ ประเภทที่ 1สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรหรือเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสมัยใหม่ : จำนวน 29 ผลงาน ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อุปกรณ์อัจฉริยะ : จำนวน 29 ผลงาน ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงานสิ่งแวดล้อม : จำนวน 29 ผลงาน ประเภทที่ 4 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอาหาร : จำนวน 29 ผลงาน ประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (HEALTH CARE) : จำนวน 29 ผลงาน ประเภทที่ 6 สิ่งประดิษฐ์ต้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ : จำนวน 29 ผลงาน และประเภทที่ 7 สิ่งประดิษฐ์ประเภทกำหนดโจทย์ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นไทย (Thai Fashion) : จำนวน 27 ผลงาน

ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมอาชีวศึกษา ผลิตภัณฑ์จากสิ่งประดิษฐ์ฯ ของนักเรียน นักศึกษา จัดแสดงนิทรรศการผลงานสิ่งประดิษฐ์ฯและนวัตกรรมอาชีวศึกษา เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาได้แสดงศักยภาพและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ จึงเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการพัฒนาการศึกษาอาชีวศึกษาด้วย โดยผลงานที่ได้รับคัดเลือกในระดับภาคจะเข้าสู่การประกวดฯ ในระดับชาติต่อไป

‘วัดพระธรรมกาย’ชวนสวดมนต์ข้ามปี-ตักบาตรพระกว่า 3,000 รูป รับศักราชใหม่

https://www.naewna.com/local/848116

'วัดพระธรรมกาย'ชวนสวดมนต์ข้ามปี-ตักบาตรพระกว่า 3,000 รูป รับศักราชใหม่

‘วัดพระธรรมกาย’ชวนสวดมนต์ข้ามปี-ตักบาตรพระกว่า 3,000 รูป รับศักราชใหม่

วันอังคาร ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.57 น.

วัดพระธรรมกายชวนสวดมนต์ข้ามปี-ตักบาตรพระกว่า 3,000 รูป รับศักราชใหม่-ต้อนรับพระธรรมยาตรา 2-31 มกราคม 68 เสริมสิริมงคลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า วัดพระธรรมกายจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยในคืนวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เวลา 20.30 น. จัดพิธีฉลองชัย สวดธรรมจักรครบ 7,000,000,000 จบ และสวดมนต์ข้ามปี สร้างบุญเป็นสิริมงคลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ณ มหารัตนวิหารคด หน้าพระมหาธรรมกายเจดีย์ จากนั้น วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 เวลา 06.20 น. มีพิธีตักบาตรพระต้อนรับศักราชใหม่ 2568 ณ ลานธรรมพระมหาธรรมกายเจดีย์ โดยมีพระธรรมทายาทในโครงการอุปสมบทบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ พ.ศ. 2567 จำนวน 3,000 กว่ารูป มาเป็นเนื้อนาบุญ

“การสวดมนต์ข้ามปีนี้ จัดขึ้นตามนโยบาย กรรมการมหาเถรสมาคม โดยพระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้จัดเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ในปีนี้ ซึ่งนอกจากมีกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี และตักบาตรรับปีใหม่ด้วยแล้ว วัดพระธรรมกายได้เปิดสวนดอกไม้ “ทุ่งสวรรค์ ตะวันฉาย” ให้ประชาชนเข้าชมฟรีจนถึง วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2568 ซึ่งดอกไม้ที่ปลูกขึ้นมีด้วยกัน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ดอกแพงรวย สีแดง (แพงพวย) ดอกเบญจทรัพย์ สีม่วง และดอกทรัพย์บานชื่น สีชมพู ซึ่งปลูกขึ้นเพื่อนำไปบูชาพระรัตนตรัยในกิจกรรมต้อนรับพระภิกษุธรรมยาตราโครงการกตัญญูบูชา มหาปูชนียาจารย์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร อนุสรณ์สถาน 7 แห่ง ปีที่ 13 ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 2-31 มกราคม 2568 นี้ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมกิจกรรมส่งท้านปีเก่าต้อนรับปีใหม่ตามวันและเวลาดังกล่าว โดยติดตามและสอบถามรายละเอียดการร่วมกิจกรรมได้ทาง http://www.dmc.tv, เพจ Facebook สำนักสื่อสารองค์กร และ http://www.gbnus.com หรือ โทร.02-831-1000 และ 02-831-1234” พระครูสมุห์สนิทวงศ์กล่าว

ศธ.เปิดตัวระบบย้ายครูออนไลน์ เชื่อมโยงข้อมูล ประมวลผลดิจิทัล แก้ทุจริตกระบวนการขอย้ายครู

https://www.naewna.com/local/847995

ศธ.เปิดตัวระบบย้ายครูออนไลน์ เชื่อมโยงข้อมูล ประมวลผลดิจิทัล แก้ทุจริตกระบวนการขอย้ายครู

ศธ.เปิดตัวระบบย้ายครูออนไลน์ เชื่อมโยงข้อมูล ประมวลผลดิจิทัล แก้ทุจริตกระบวนการขอย้ายครู

วันอังคาร ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.04 น.

ศธ. เปิดตัวระบบย้ายครูออนไลน์ทุกกรณีเชื่อมโยงข้อมูล ประมวลผลดิจิทัล แก้ทุจริตกระบวนการขอย้ายครู

วันที่ 17 ธันวาคม 2567 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดตัวระบบการย้ายข้าราชการครู Teacher Rotation System (TRS) ในการประชุมสัมมนาเปิดการใช้งานระบบย้ายข้าราชการครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (Teacher Rotation System: TRS)เพื่อมอบให้เป็นของขวัญแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสวันครู ปี 2568 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

พลตำรวจเอก เพิ่มพูน กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการได้ยึดนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” เป็นนโยบายหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในภาพรวมของกระทรวง โดยเฉพาะการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้มีการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นกลไกหลักในการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายสำคัญสูงสุดคือครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถทำงานได้อย่าง มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ที่จะเติบโตขึ้นไปเป็นกำลังสำคัญของประเทศ จึงได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินการด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของครู อันจะส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน รวมถึงคุณภาพการจัดการศึกษาและคุณภาพผู้เรียน จึงได้สั่งการให้นำระบบการย้ายข้าราชการครู Teacher Rotation System (TRS)มาใช้กับการยื่นคำร้องขอย้ายทุกกรณีครอบคลุมการย้ายข้าราชการครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากจะเป็นการลดภาระงานด้านเอกสารทั้งจากตัวผู้ขอย้ายเอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายด้านอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการแล้ว การนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ในการประมวลผลยังจะช่วยปิดช่องว่างในการเรียกรับผลประโยชน์ในการย้ายได้อีกด้วย

ด้าน รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบการย้ายข้าราชการครู Teacher Rotation System (TRS) เป็นระบบที่พัฒนาต่อยอดมาจากระบบจับคู่ครูคืนถิ่น Teacher Matching System (TMS) ซึ่งเป็นระบบที่รองรับเฉพาะการย้ายสับเปลี่ยน โดยสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้นำร่องเปิดใช้งานไปแล้ว 2 รอบ  ในช่วงการย้ายประจำปี 2567และได้รับผลตอบรับในทิศทางที่ดีโดยเฉพาะในเรื่องการช่วยลดขั้นตอนการดำเนินการย้าย ลดภาระงานด้านเอกสาร เพิ่มความสะดวกให้ครูในการดำเนินการย้าย อีกทั้งยังช่วยลดช่องว่างในการทุจริตระหว่างกระบวนการขอย้าย       

สำหรับระบบ TRS จะเชื่อมโยงข้อมูลของคุณครูจากระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (HRMS) ระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (DPA) และระบบการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (SCS) เพื่อให้เกิดการบูรณาการฐานข้อมูล และเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน โดยต่อไปคุณครูที่ต้องการขอย้าย ทั้งกรณีปกติ กรณีพิเศษ และกรณีเพื่อประโยชน์ของทางราชการ จะต้องดำเนินการผ่านระบบ TRS เท่านั้น ซึ่ง    

ขณะนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานระบบ TRS เรียบร้อยแล้ว และกระบวนการต่อจากนี้ทางสำนักงาน ก.ค.ศ. จะเร่งดำเนินการชี้แจง เพื่อให้ทางสำนักงานเขต/ส่วนราชการ ได้เข้าใจในทิศทางเดียวกันก่อนที่จะเปิดให้คุณครูได้ยื่นคำร้องขอย้ายในวันที่ 16 มกราคม 2568 ที่จะถึงนี้ ผ่านเว็บไซต์ https://trs.otepc.go.th ถือเป็นของขวัญวันครูที่กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้มอบให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในปี 2568 และมั่นใจว่าจะช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ รวมถึงสร้างความโปร่งใส เป็นธรรมในกระบวนการย้ายได้อย่างเป็นรูปธรรม