‘มอส’ ควง ‘น้องโสน’ เปิดตัวครั้งแรก! พรีเซนเตอร์ ‘คิวเฟรช ทูน่าสไลซ์’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805748

‘มอส’ ควง ‘น้องโสน’ เปิดตัวครั้งแรก! พรีเซนเตอร์ ‘คิวเฟรช ทูน่าสไลซ์’

‘มอส’ ควง ‘น้องโสน’ เปิดตัวครั้งแรก! พรีเซนเตอร์ ‘คิวเฟรช ทูน่าสไลซ์’

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.50 น.

ความน่ารักของครอบครัวเป็นเหตุสำหรับครอบครัว “ปฐวีกานต์” ล่าสุด คิวเฟรช (Qfresh) ภายใต้ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก โดยคุณธนโชติ บุญมีโชติ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจกุ้ง บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดึง มอส-ปฏิภาณ พร้อมลูกสาวคนสวย น้องโสน-สิสราญ ปฐวีกานต์ มาเป็นพรีเซนเตอร์คู่กันครั้งแรก!! ให้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด  คิวเฟรช ทูน่าสไลซ์    เจ้าแรกในโลก!! ที่เปลี่ยนเนื้อปลาทูน่ากลายเป็นแผ่นทูน่าสไลซ์ ด้วยนวัตกรรม High Pressure Processing (HPP) กับ 2 รสชาติคือ ออริจินัลรมควัน และ ปาปริก้า มาพร้อมคุณประโยชน์เต็มแผ่น ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจในเรื่องสุขภาพมากขึ้น พร้อมกันนี้ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่โดยปิดเกาะมาบอกรักแบบตะโกนในงาน “Qfreshtival ตอน THE LOVE iSland” นอกจากสองพรีเซนเตอร์แล้ว ยังมี 3 ศิลปินจากวง DICE อย่าง อาโป-มิน และ เจย์ มาร่วมพูดคุยการมีสุขภาพดี พร้อมรังสรรค์เมนูบอกรักสุดพิเศษให้กับแขกที่มาร่วมงานได้ลิ้มรสความอร่อยด้วย และปิดท้ายปาร์ตี้สุดมันส์จาก มอส-ปฏิภาณ ปฐวีกานต์  ณ ลาน Eden ชั้น 1 เซ็นทรัล เวิล์ด

ผลิตภัณฑ์ คิวเฟรช เป็นอาหารทะเลแช่แข็งแบบพร้อมทาน พร้อมปรุง พิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบจากทั่วทุกมุมโลก ผ่านกรรมวิธีที่คงความสดใหม่ ใส่ใจคุณภาพ ความปลอดภัย สะดวก และมีคุณค่าทางโภชนาการ ในโอกาสเข้าสู่ปีที่ 7 คิวเฟรช ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพ จึงไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงได้นำนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญด้านอาหารทะเลระดับโลกของเรามาริเริ่มโปรเจกต์ “Healthy Tuna Slices” ที่ปลอดสารไนเตรตและไนไตรต์โดยเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ปลาทูน่าที่เหมาะสม จนได้ปลาคุณภาพดี ผ่านการคัดเลือกตามมาตรฐานความสดของปลาทูน่าของแคนาดา นอกจากนี้เรายังเป็นเจ้าแรกในโลก!  ในวงการอาหารทะเลที่นำนวัตกรรม High Pressure Processing (HPP) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการถนอมอาหารโดยใช้แรงดันสูงกว่า 600 MPa เข้ามาทำลายเชื้อจุลินทรีย์และเอนไซม์ ที่เป็นต้นเหตุทำให้อาหารเสื่อมคุณภาพและการเน่าเสีย ซึ่งเป็นการฆ่าเชื้อผ่านการพาสเจอร์ไรแบบเย็น (Cold pasteurization) โดยไม่ผ่านความร้อน จึงไม่ทำลายรสชาติ ความสด และคงคุณค่าทางสารอาหารต่าง ๆ อยู่อย่างครบถ้วน โดยส่ง คิวเฟรช ทูน่าสไลซ์ ผลิตภัณฑ์ใหม่และเป็นผลิตภัณฑ์แรกจากนวัตกรรม HPP ความอร่อยของปลาทูน่าจากท้องทะเลที่มาในรูปแบบแผ่นสไลซ์

สำหรับการมารับเป็นพรีเซนเตอร์คู่กับน้องโสน ลูกสาวคนสวย มอส-ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ เผยถึงความรู้สึกในครั้งนี้ว่า “รู้สึกดีใจที่ทางคิวเฟรชให้มอสและน้องโสนได้มาเป็นส่วนหนึ่งในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการทำงานในฐานะพรีเซนเตอร์คู่กันครั้งแรกของเราสองคนด้วย สนุกดีครับได้มาทำงานกับลูกถือว่าเป็นการให้โสนได้เรียนรู้อีกหนึ่งบทบาท รู้จักการทำงาน หน้าที่ความรับผิดชอบที่นอกเหนือจากการเรียน ซึ่งโสนก็ตั้งใจทำและทำออกมาได้ดีครับ สำหรับเรื่องอาหารโดยปกติมอสก็จะเป็นคนทำอาหารให้คนในบ้านอยู่แล้ว จะพิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบที่จะต้องสด สะอาด ปลอดภัย ยิ่งอาหารทะเลแล้วมอสไว้ใจคิวเฟรชมาตั้งแต่ก่อนมาเป็นพรีเซนเตอร์อีก เพราะคิวเฟรซใส่ใจเรื่องคุณภาพเสมอ จนมาถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ คิวเฟรช ทูน่าสไลซ์ มอสมีโอกาสได้เข้าไปบุกถึงโรงงานดูการผลิตทุกขั้นตอนทำให้มอสมั่นใจว่า คิวเฟรช ทูน่าสไลซ์ เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่คงคุณประโยชน์ของสารอาหาร และคุณค่าจากท้องทะเล ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน, โอเมก้า 3, วิตามิน B12, แร่ธาตุ Selenium มีไขมันต่ำ ไม่เติม msg สะดวกสบายทานง่าย กับ 2 รสชาติ ได้แก่ ออริจินัลรมควัน และ ปาปริก้า อร่อยจากเนื้อปลาแท้ แถมยังได้คุณค่าแบบเต็มคำ ซึ่งเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวจริง ๆ ครับ มอสจึงอยากชวนทุกคนมาบอกรักด้วย “คิวเฟรช ทูน่าสไลซ์” ผ่านบทเพลง “Love U too Na” ซึ่งมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับ แทน ลิปตา ที่มาแต่งเนื้อและทำนองน่ารักนี้ให้ ซึ่งตอนที่ถ่ายทำ MV มอสกับน้องโสนก็สนุกมาก ๆ ครับ ก็อยากให้ทุกคนติดตามเราสองคนด้วยนะครับ” มอส-ปฏิภาณ กล่าวทิ้งท้าย

นอกจากนี้ภายในงานยังมี 3 หนุ่ม อาโป, มิน และ เจย์ จากวง DICE มาร่วมพูดคุยถึงเคล็ดลับการมีสุขภาพดี พร้อมเปิด Mystery box with Qfresh เพื่อประชันฝีมือการทำอาหารกับเมนูบอกรักสุดเฟรชให้กับคนที่คุณรักแบบ อร่อยเต็มรส เนื้อสัมผัสเต็มคำ และบอกรักแบบตะโกนด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินยุค ‘90 มอส-ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ งานนี้บอกเลยว่าความสนุกและความมันส์หนุ่มมอสเอาอยู่จริง ๆ

สำหรับ คิวเฟรช ทูน่าสไลซ์ ทั้ง 2 รสชาติ ออริจินัลรมควัน และ ปาปริก้า รวมถึงผลิตภัณฑ์ Qfresh สามารถหาซื้อได้ที่ แม็คโคร, โลตัส, บิ๊กซี, เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์, ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต, กูร์เมต์ มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่ www.qfreshshop.com รวมถึง Lazada, Shopee (กดเสิร์ซ Qfresh Shop)สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ไลน์ ID: @Qfresh หรือ Facebook: Qfresh Shop facebook.com/qfreshshop.th

สัมภาษณ์ ‘คริส เฮมสเวิร์ธ’ผู้ที่รับบทบาทสำคัญกับตัวละคร ‘เดเมนทัส’ ใน ภ.Furiosa

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805714

สัมภาษณ์ 'คริส เฮมสเวิร์ธ'ผู้ที่รับบทบาทสำคัญกับตัวละคร ‘เดเมนทัส’ ใน ภ.Furiosa

สัมภาษณ์ ‘คริส เฮมสเวิร์ธ’ผู้ที่รับบทบาทสำคัญกับตัวละคร ‘เดเมนทัส’ ใน ภ.Furiosa

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.08 น.

ในฐานะที่เป็นคนออสเตรเลีย คุณช่วยพูดถึงอิทธิพลจากหนังของจอร์จต่อตัวคุณทั้งในเชิงวัฒนธรรมและในความเป็นนักแสดงได้ไหมครับ

คริส เฮมสเวิร์ธ:ผมเริ่มจากดูCrocodile DundeeและMad Maxตอนยังเป็นเด็กครับแล้วมันก็มีอิทธิพลมากต่อวัยเด็กของผม ต่อประสบการณ์การชมภาพยนตร์ในวัยเด็ก ไปจนถึงทำให้ผมอยากเป็นนักแสดงและมาทำงานอยู่ตรงนี้ ผมมีความทรงจำในอดีตที่แจ่มชัดจากการดูMad Maxเมื่อยังเป็นเด็ก จากนั้นก็คุยกับพ่อเรื่องมอเตอร์ไซค์ รถ และโลกที่จอร์จสร้างขึ้นมา สมัยก่อนพ่อผมแข่งมอเตอร์ไซค์ด้วยและรู้อะไรเยอะแยะเกี่ยวกับนักขี่มอเตอร์ไซค์ที่เป็นสตันท์และอื่นๆ เพราะฉะนั้นการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ในอีกหลายปีต่อมา ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นเด็กน้อยที่ดูหนังเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ผมรู้สึกถึงความตื่นเต้นและกระตือรือร้นในระดับเดียวกันเลย เหมือนความฝันที่เป็นจริงครับ

เมื่อมองย้อนกลับไป คุณจำได้ไหมว่าคิดอะไรบ้างตอนได้อ่านบทของ Furiosa

คริส เฮมสเวิร์ธ:ผมจำได้ว่าประทับใจมากกับบทภาพยนตร์ที่ได้รับมาครับ นี่ไม่ใช่บทตามแบบแผนทั่วไป มันมีทั้งสตอรีบอร์ด มีภาพ มีเนื้อหาข้อมูลเหมือนในนิยาย แล้วก็บทสนทนาและฉากต่างๆ เป็นการอ่านบทที่ให้ประสบการณ์เต็มอิ่ม ผมไม่รู้ว่าทำไมคนไม่ค่อยทำแบบนี้กันนะ มันช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับโลกภายในหนังได้ทันทีและช่วยให้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าหนังเรื่องนี้จะเกี่ยวกับอะไร

แต่แม้ว่าจะมีรายละเอียดมากมายในบทหนัง แต่ก็ต้องอาศัยการร่ายเวทมนตร์เพื่อนำเอาถ้อยคำบนหน้ากระดาษมาเปลี่ยนให้เป็นมนุษย์ที่มีลมหายใจและมีชีวิตจริงๆอะไรคือกุญแจสำคัญสำหรับคุณในการค้นหาตัวละครเดเมนทัสครับ

คริส เฮมสเวิร์ธ:ผมกับจอร์จได้พูดคุยกันไปเยอะมากเมื่อตอนพบกันครั้งแรก ซึ่งตอนนั้นก็หลายปีก่อนเริ่มการถ่ายทำครับ ทั้งเกี่ยวกับจิตวิทยาและปรัชญา เกี่ยวกับเผด็จการและบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ซึ่งมีคุณสมบัติตรงกับตัวละครนี้ในแง่การนำเสนอว่าตัวเองดำรงอยู่ทุกหนทุกแห่งและจับต้องไม่ได้คล้ายเทพเจ้า รวมถึงมีความสามารถที่จะบงการกลุ่มคนที่อ่อนแอด้วยการบอกว่า “ข้ารู้ปัญหาของเจ้าและรู้ว่าอะไรเป็นตัวการ ข้ารู้ว่าเจ้ากลัวอะไรและรู้วิธีแก้ไขความกลัวนั้น” ความสามารถด้านการบงการอย่างที่เรามักจะพบในบรรดาเผด็จการเป็นสิ่งที่เราต้องการสอดแทรกลงไปในตัวละครตัวนี้… ตั้งแต่ในวิธีการพูดจาจนถึงแนวคิดและรายละเอียดของสิ่งที่เขาพูด หรือแม้กระทั่งการนำเสนอภาพลักษณ์ของ เอ่อ จักรพรรดิในเวอร์ชันของเวสต์แลนด์ จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เขาจะแต่งตัวยังไง จะเคลื่อนไหวยังไง เขาจะมีการตกแต่งประดับประดาและเสน่ห์ดึงดูดแบบไหนถึงได้ปลุกระดมให้นักขี่และผู้คนเหล่านี้มาติดตามเขาได้ ทั้งหมดเลยครับ

เห็นได้ชัดว่าจอร์จเป็นผู้กำกับที่ชอบการทำงานร่วมกับทีมงาน และคุณก็ได้ร่วมเดินทางไปกับเขาด้วยในครั้งนี้ การที่คุณทั้งสองคนได้ช่วยกันสร้างสรรค์ตัวละครเดเมนทัสขึ้นมาวันแล้ววันเล่าตลอดการสร้างหนังเรื่องนี้ให้ผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้างครับ

คริส เฮมสเวิร์ธ:เป็นเรื่องน่ายินดีมากเลยครับ นับเป็นโอกาสพิเศษมากๆ ที่ได้คุยกับเขานานสองสามปีก่อนการถ่ายทำ ได้ศึกษาและสำรวจค้นหาอย่างต่อเนื่องในสิ่งที่เรากำลังจะทำ เรามีบทภาพยนตร์ที่เรายึดเป็นคำภีร์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่บทก็เป็นเครื่องนำทางให้เราตลอดการทำงานครั้งนี้ และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็มาจากการพูดคุยปรึกษากันในเชิงสร้างสรรค์หลายๆ ครั้งว่า“เราจะทำให้ช่วงนี้เข้มข้นขึ้นได้ไหม เราจะเน้นฉากแอ็กชันช่วงนี้หรือการกระทำที่รุนแรงตรงจุดนี้ด้วยการทำแบบนี้ดีไหม”จอร์จมีความรู้และประสบการณ์กว้างขวาง เขารู้ทุกแง่มุมในกระบวนการทำงานและทำหนังในแฟรนไชส์นี้มาแล้ว 45 ปี แต่เขาก็ยังเปิดรับความคิดเห็นและการมีส่วนร่วม ดังนั้นผมจึงรู้สึกว่าเป็นอภิสิทธิ์อย่างยิ่งที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในโปรเจ็กต์นี้ ได้เสนอแนวคิดและคำแนะนำต่างๆ โดยมีคนคอยรับฟัง

อันยา เทย์เลอร์-จอยถ่ายทอดฟูริโอซ่าออกมาเป็นอย่างไรบ้าง เธอนำเสนอการแสดงอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในฐานะตัวละครผู้โดดเดี่ยวในโลกของคนคลั่ง การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างขุนพลกับตัวละครที่จะกลายมาเป็นนักรบรายนี้เป็นอย่างไรครับ

คริส เฮมสเวิร์ธ:เธอยอดเยี่ยมไปเลยครับ มีหลายช่วงเลยที่เธอต้องเก็บกดความอ่อนแอและความกลัวเอาไว้ภายในตามกลไกการเอาชีวิตรอดของตัวละครตัวนี้และการอยู่ในเวสต์แลนด์ ทำให้ไม่สามารถแสดงความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับความเห็นอกเห็นใจ ความเปราะบาง ความอ่อนแอ หรือความกลัว และต้องปล่อยให้ทุกสิ่งเหล่านั้นคุกรุ่นอยู่ภายใน ซึ่งหลอมรวมทั้งความรู้ ประสบการณ์ อารมณ์ ความรู้สึก และความเข้มแข็ง ผมว่ามีน้อยคนบนโลกใบนี้ที่พูดออกมาได้มากมายผ่านการกระทำเพียงเล็กน้อย เธอมีพรสวรรค์ด้านนี้และปกป้องตัวละครตัวนี้อย่างเข้มแข็งเลยครับ มันช่วยสร้างแรงผลักดันและส่งต่ออารมณ์ไปถึงการถ่ายทอดตัวละครของผมด้วย เพื่อให้เธอรู้สึกรังเกียจขุ่นเคือง และโกรธแค้นตัวละครของผม ผมจำเป็นต้องสร้างแรงกระตุ้นที่เพียงพอสำหรับรองรับความรู้สึกเหล่านั้น เป็นเรื่องดีที่เราได้รับส่งและแลกเปลี่ยนไอเดียและเหตุการณ์ต่างๆ ในฉากเพื่อให้ตัวละครทั้งสองเติบโตขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติตามการดำเนินเรื่องในหนังครับ

ทราบมาว่าคุณต้องใช้เวลาไม่น้อยอยู่บนเก้าอี้แต่งหน้า มันส่งผลต่อการถ่ายทอดบทบาทของคุณอย่างไรครับ

คริส เฮมสเวิร์ธ:ผมถูกรับตัวมาจากโรงแรมตอนตีสามและนั่งให้ทีมงานแต่งหน้าอยู่สี่ชั่วโมงครับ มันช่วยสั่งสมความแค้นในตัวผมตามแบบที่ต้องการเพื่อไปปลดปล่อยหน้ากล้องได้พอดีเลยล่ะ ผมใช้มันให้เป็นประโยชน์ซะเลย ถือเป็นการฝึกความนิ่งด้วย ผมเองก็ไม่ถนัดเรื่องนั่งนิ่งๆ เสียด้วยสิ ผมชอบทำตัวขยุกขยิก อยากทำนู่นทำนี่ไปเรื่อย แต่นี่ผมถูกบังคับให้ต้องนั่งอยู่กับที่ ช่วยให้ผมมีเวลาคิดเรื่องตัวละครได้เยอะเลยครับ

สุดท้ายนี้ ประสบการณ์แบบไหนที่ผู้ชมหนังเรื่องนี้จะได้รับครับ คุณอยากให้ผู้ชมได้รับอะไรกลับไปจากมหากาพย์การเดินทางอันน่าทึ่งเรื่องนี้

คริส เฮมสเวิร์ธ:ผมคิดว่าสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของหนังเรื่องนี้ และทำให้มันแตกต่างจากหนังเรื่องอื่นๆ ในจักรวาล Mad Max ด้วย ก็คือเรื่องนี้กินเวลายาวนานกว่า 15 ปี ดังนั้นจึงมีขอบเขตที่ใหญ่กว่ามาก มีความเป็นเรื่องราวมหากาพย์แบบเชกสเปียร์ การสลับขั้วอำนาจ และการต่อสู้ที่แท้จริงด้วยไหวพริบจากอิมมอร์แทน โจ, เดเมนทัสและฟูริโอซ่า พวกเขาต่อสู้แย่งชิงทรัพยากรต่างๆ เพื่อความอยู่รอด ทั้งแก๊สทาวน์ บุลเล็ตฟาร์ม และซิตาเดล มันเป็นหนังที่อัดแน่นด้วยแอ็กชันมันระห่ำบ้าดีเดือดแต่ก็เป็นเรื่องราวที่สำรวจตัวละครอย่างจริงจังด้วย ดังนั้นผมตื่นเต้นมากครับที่ทุกคนจะได้ดูหนังเรื่องนี้

‘New Gen Hug บ้านเกิด ซีซั่น 2’เปิดศึกโชว์ไอเดียสุดเจ๋ง รายการเรียลลิตี้ค้นหา ‘เกษตรกรต้นแบบรุ่นใหม่’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805679

'New Gen Hug บ้านเกิด ซีซั่น 2'เปิดศึกโชว์ไอเดียสุดเจ๋ง รายการเรียลลิตี้ค้นหา 'เกษตรกรต้นแบบรุ่นใหม่'

‘New Gen Hug บ้านเกิด ซีซั่น 2’เปิดศึกโชว์ไอเดียสุดเจ๋ง รายการเรียลลิตี้ค้นหา ‘เกษตรกรต้นแบบรุ่นใหม่’

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.00 น.

เตรียมพบกับรายการ “New Gen Hug บ้านเกิด ซีซั่น 2” รายการ REALITY และ PITCHING SHOW สุดเข้มข้น จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ต่อยอดความความสำเร็จจากโครงการ “New Gen Hug บ้านเกิด ซีซั่น 1” ที่จะมายกระดับธุรกิจการเกษตรไปสู่เกษตรมูลค่าสูง (High Value) และสร้างแรงบันดาลใจในการปรับเปลี่ยนแนวคิดและรูปแบบการทำการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มภายใต้ BCG Model ด้วยการค้นหาสุดยอด “เกษตรกรต้นแบบรุ่นใหม่” ที่มีไอเดียสร้างสรรค์ และชิงรางวัลรวมกว่า 1 ล้านบาท ดำเนินรายการโดยพิธีกร New Gen มากฝีมืออย่าง “แบม-ปีติภัทร คูตระกูล” มาร่วมพิสูจน์ DNA เกษตรกรยุคใหม่ไปพร้อมกัน เริ่มวันแรกเสาร์ที่ 18 พ.ค.นี้ เวลา 09.30-10.30 น. ทางช่องอมรินทร์ทีวี ช่อง 34HD

สำหรับรูปแบบการแข่งขัน รายการ “New Gen Hug บ้านเกิด ซีซั่น 2” จะแบ่งออกเป็น 3 รอบ  โดยรอบแรกเป็นการนำเสนอแผนธุรกิจการเกษตรที่มีความโดดเด่น จำนวน 24 ราย จากผู้เข้าร่วมโครงการนับหมื่นทั่วประเทศ ที่ผ่านการคัดเลือกจากทุกภูมิภาคอย่างเข้มข้น เข้าสู่การ PITCHING ในสตูดิโอ เพื่อพิชิตใจคณะกรรมการด้วยวิธีการตัดสินที่เข้มข้นดุเดือด ทั้ง 3 ส่วน ได้แก่ 1.) กลุ่มคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ อย่าง “ดร.ศิริกุล เลากัยกุล” ผู้อำนวยการ Sustainable Brands (SB) Thailand, “ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร” คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชี่ยวชาญด้านการตลาด, “ดร.รัสรินทร์ ชินโชติธีรนันท์” ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรแม่นยำ CEO บริษัท ListenField Inc. แอปพลิเคชัน FarmAI  ฟาร์มเอไอ-เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ นักวิชาการผู้พัฒนาระบบการเกษตรแห่งอนาคต, “คุณไพศาล หงส์ทอง” ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 2.) กลุ่มเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการทำการเกษตร High Value 12 ราย และ 3.) กลุ่มดารา CELEB ที่ตัดสินและให้คะแนนในมุมมองของผู้ชม เช่น “ป๋าเต็ด ยุทธนา” เจ้าพ่อ Event ของไทยกับมุมมองด้าน Creative, “เสนาหอย” เจ้าของวินฟาร์ม มุมมองเกษตรกรยุคใหม่, “เชียร์ ฑิฆัมพร” ดารานักแสดงที่ทำธุรกิจผลิตภัณฑ์กับมุมมองการทำการตลาด, “เจนนี่ รัชนก” เจ้าแม่วงการ Social กับมุมมองการใช้สื่อของ Influencer ฯลฯ และสร้างแรงบันดาลใจในการประกอบอาชีพเกษตร เพื่อคัดเลือกเข้าสู่รอบที่ 2 ให้เหลือผู้เข้าแข่งขันเพียง 8 ราย ดำเนินการตามโจทย์ที่ได้รับจากคณะกรรมการ แล้วพัฒนาการเกษตรของตัวเองให้เป็น Influencer ด้านการเกษตร โดยนำเสนอในรูปแบบ REALITY CHALLENGE ที่จะต้องลงพื้นที่จริง เจอบททดสอบจริง เพื่อเข้าสู่รอบ FINAL คว้าชัยชนะเป็นสุดยอดเกษตรกรต้นแบบรุ่นใหม่คนต่อไป และชิงรางวัลรวมกว่า 1 ล้านบาท โดย คุณฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) “New Gen Hug บ้านเกิด Season 2 เป็นการค้นหาและสนับสนุนเกษตรกรที่มีศักยภาพในการเป็นต้นแบบ (Influencer) ที่สามารถพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตรที่สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ เทคโนโลยี และทักษะเฉพาะ เพื่อสร้างรายได้ที่ทัดเทียมกับอาชีพในภาคธุรกิจอื่นของประเทศ รวมทั้งต่อยอดธุรกิจไปสู่การทำธุรกิจแบบ Next Normal และยกระดับธุรกิจเกษตรสู่การสร้างเกษตรมูลค่าสูง”

ใครจะเป็นสุดยอดเกษตรกรต้นแบบรุ่นใหม่ของเมืองไทยคนต่อไป ติดตามได้ในรายการ “New Gen Hug บ้านเกิด ซีซั่น 2” ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 09.30-10.30 น. ทางช่องอมรินทร์ทีวี ช่อง 34HD เปิดศึกโชว์ไอเดียวันแรกเสาร์ที่ 18 พ.ค. นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: New Gen Hug บ้านเกิด และ https://www.amarintv.com/

#NewGenHugบ้านเกิด2

#รายการNewGenHugบ้านเกิด2

Spot รายการ : https://drive.google.com/file/d/1meZqAAJV7KxR3IkxauV_PMU9pVEteOXZ/view?usp=sharing

Facebook : https://www.facebook.com/share/v/sbfzHNHAPExdA3dD/?mibextid=WC7FNe

เริ่มต้นปล่อยพลังกับเวทีค้นหาผู้ชายที่เป็นไอดอล พร้อมส่งต่อพลังสร้างแรงบันดาลใจ ‘Mister International Thailand 2024’ในแนวคิด ‘Let Your POWER Begin’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805678

เริ่มต้นปล่อยพลังกับเวทีค้นหาผู้ชายที่เป็นไอดอล พร้อมส่งต่อพลังสร้างแรงบันดาลใจ  'Mister International Thailand 2024'ในแนวคิด 'Let Your POWER Begin'

เริ่มต้นปล่อยพลังกับเวทีค้นหาผู้ชายที่เป็นไอดอล พร้อมส่งต่อพลังสร้างแรงบันดาลใจ ‘Mister International Thailand 2024’ในแนวคิด ‘Let Your POWER Begin’

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 12.56 น.

กดปุ่ม Power ON เตรียมความพร้อมเข้าสู่เทศกาลแห่งความสนุกกันแล้ว สำหรับเวทีค้นหาสุดยอดผู้ชายที่เป็นไอดอล พร้อมส่งต่อพลังและแรงบันดาลใจ “Mister International Thailand 2024” ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Let Your Power Begin” เพื่อเฟ้นหาหนุ่มหล่อที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่แข็งแกร่ง เพือก้าวสู่ประสบการณ์ใหม่ๆ ของชีวิต รวมถึงโอกาสในการร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำระดับประเทศมากมาย พร้อมดึงพันธมิตรร่วมจัดเต็มด้วยกิจกรรมเก็บตัวในรูปแบบไม่เหมือนใคร ผลักดันวงการประกวดฝั่งชายให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

บริษัท แอคทีฟ แอพพาเรล จำกัด ผู้ถือลิขสิทธิ์และจัดการประกวด Mister International Thailand    จัดงาน MI Thailand : POWER ON กับการพบปะครั้งแรก เพื่อประกาศการเริ่มต้นในการจัดการประกวด Mister International Thailand 2024 โดยมีทีม National Director และผู้จัดการประกวด ประกอบด้วย นายอานนท์ จันทราช, นายกิตติพงษ์ สัจจพลากร, นางสาวภิริฎา สีลาภรณ์ และนายกัมพล ทองไชย ให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ ทาโค ฮาชิ รูฟท็อป บาร์  โรงแรม TRIBE Living Bangkok Hotel สุขุมวิท 39 กรุงเพทฯ

นายอานนท์ จันทราช National Director และผู้จัดการประกวด Mister International Thailandในนามของ ACTIFF กล่าวว่า การประกวด “Mister International Thailand 2024” เรายังคงมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานเวทีการประกวด เพื่อค้นหาผู้ชายที่มีมากกว่าคุณภาพ เพราะหนุ่ม MI Thailand จะต้องเป็นไอดอล   เป็นที่รัก พร้อมส่งต่อพลังและแรงบันดาลใจให้คนรอบข้าง รวมถึงเป็นตัวแทนไทยในการประกวดระดับนานาชาติต่อไป โดยปีนี้กำหนดจัดการประกวดในแนวคิด “Let Your Power Begin” ปล่อยพลังให้ปังยิ่งกว่า ซึ่งหมายถึง MI Thailand จะเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่ร่วมผลักดันให้ผู้เข้าประกวดได้แสดงพลังของศักยภาพและความสามารถ เพื่อต่อยอดโอกาสของชีวิตในการทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายและมากขึ้นต่อไป

“ปีที่ผ่านมา เราประสบความสำเร็จจนสามารถปลุกกระแสการประกวดสุภาพบุรุษของเมืองไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมทั้งได้รับการจัดอันดับว่าเป็นการประกวดฝั่งชายที่ดีที่สุดในไทยต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน โดยเฉพาะปีที่ผ่านมา กับการประสบความสำเร็จกับตำแหน่ง Mister International 2023 คนแรกของไทย นั่นคือ คิม – ธิติสรรค์ กู้ดเบิร์น และในปีนี้เรายังได้เพิ่มความพิเศษด้วยการผนึกกำลังกับพันธมิตรมากมาย เพื่อให้กิจกรรมของเราสนุกและเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะกิจกรรมการเก็บตัวที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเราได้ร่วมมือกับ บริษัท อันดามันเจริญ จำกัด หรือทีมภูเก็ต นำโดย คุณธีระศักดิ์ ผลงาม ในการร่วมเป็นเจ้าภาพกิจกรรมการเก็บตัว เพื่อสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับวงการประกวดชายไทย พร้อมผลักดันให้ผู้เข้าประกวดได้มีส่วนร่วมในการผลักดัน Soft Power ของไทย ให้ขยายวงกว้างไปถึงระดับนานาชาติ” นายอานนท์ กล่าว

นอกจากนี้ ผู้เข้าประกวดในปีนี้ จะได้รับประสบการณ์จากกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ ที่เตรียมไว้อย่างจัดเต็ม
ทั้งการ Kick Off : Road To On Runway x Siam Discovery ที่จะเปิดตัวผู้สมัครในรูปแบบสุดว้าวที่สื่อถึงพลังที่แตกต่าง โดยเป็นกิจกรรมหลักในงาน Bangkok PRIDE 2024 โดยกลุ่มสยามพิวรรธน์  กิจกรรมการเก็บตัวนอกสถานที่ ณ บางแสน จ.ชลบุรี โดยผู้สนับสนุนหลัก RatchaLife รวมถึงกิจกรรมสุดพิเศษต่าง ๆ ก่อนที่จะเข้าสู่การประกวดรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน ณ MCC Hall The Mall Lifestore Ngamwongwan เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะ ที่จะเป็นตัวแทนประเทศในการประกวด Mister International 2024 และ Mister Friendship International 2024 พร้อมโอกาสสำคัญในการร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ มากมาย ทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้สามารถติดตามข่าวสาร และกิจกรรม และกิจกรรมของการประกวดได้ที่แฟนเพจ Mister International Thailand หรือ IG : mithailandofficial โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 06 2864 6595 / 09 6592 6462 หรืออีเมล์ contact@misterinternationalthailand.com

#MisterInternationalThailand #MIThailand2024 #LetYourPowerBegin #ปล่อยพลังให้ปังยิ่งกว่า

Mister International Thailand 2024

Sponsored by

– AssetWise

– RatchaLife

– VitC Serum

– Numju

– Jelly Fiber

– Bryt..Good Skin Naturally

– Aestheta Aesthetic & Wellness Center

– Rocket Fitness

– CHAT Cosmetics

– TUR Hair Salon

– TRIBE Living Bangkok

– Brandname .Com

– POEM Men’s Wear

– GOS Sportswear

– US Master Polo Club

– B.Y.O. Underwear Taiwan

– Fullmoon Brewworks

– PM Center

– Bistro Asia

– Elida Clinic

– The Mall Group

– The Mall Lifestore Ngamwongwan

– Siam Discovery

– SO/ Bangkok

– Worawit Diamond

– Taco Hachi

– MUST

– คุ้มสึ

– KAI Grooming

– ชาแพนด้าประเทศไทย

ร่วมสนับสนุนการเก็บตัวโดย ทีมภูเก็ต

Produced By ACTIFF

มินิคอนเสิร์ต60 ปี ‘ออโธปิดิคส์ ศิริราช’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805677

มินิคอนเสิร์ต60 ปี 'ออโธปิดิคส์ ศิริราช'

มินิคอนเสิร์ต60 ปี ‘ออโธปิดิคส์ ศิริราช’

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 12.53 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับกิจกรรมดี กับงาน 60 ปีหมอกระดูกศิริราชที่มีการให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ พร้อมกับความบันเทิงจากเหล่าศิลปินที่พากันตบเท้า เข้าไปสร้างสีสัน กันอย่างคึกคักถึงโรงพยาบาลซึ่งนอกจากจะได้ชมคอนเสิร์ตจากพี่ใหญ่ในวงการอย่างแอ๊ด, เล็ก ,เทียรี่คาราบาว และหมู พงษ์เทพ กระโดนชำนาญแล้วทางฝั่งมินิคอนเสิร์ต ก็มีโชว์เล็ก ๆ และกิจกรรมที่อบอุ่นจากศิลปินมากมายเช่นหนูมิเตอร์ ,ปราโมทย์ วิเลปะนะ,แดนนี่ โสฬส, โอ้ เสกสรรค์ ,พิศาล วรรัตน์ ณ อยุธยา , ธารทิพย์ พวงมาลัยเพื่อร่วมกันหารายได้สมทบทุนโดยแบงค์ ตรัย ทรงศิล ผู้เชี่ยวชาญทางด้านค่าสายตา จากNamo Brandได้เป็นตัวแทนมอบเงินสมทบทุนให้กับโรงพยาบาลศิริราชในงานนี้ด้วยถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดี ๆ จากโรงพยาบาล ซึ่งนอกจากคนดูจะอิ่มใจสบายกาย สุขภาพดีและมีความรู้ทางสุขภาพมากขึ้นแล้วก็ยังอิ่มบุญร่วมกับศิลปินและหมอกระดูกศิริราช อีกด้วย

ปีนี้มีสมาชิกเพิ่ม! ‘เอ ทินพันธ์’หวานใจ’แอน ทองประสม’โพสต์ไอจีฉลองวันเกิดสุดน่ารัก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805651

ปีนี้มีสมาชิกเพิ่ม! 'เอ ทินพันธ์'หวานใจ'แอน ทองประสม'โพสต์ไอจีฉลองวันเกิดสุดน่ารัก

ปีนี้มีสมาชิกเพิ่ม! ‘เอ ทินพันธ์’หวานใจ’แอน ทองประสม’โพสต์ไอจีฉลองวันเกิดสุดน่ารัก

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 10.58 น.

20 พฤษภาคม 2567 นานๆ ทีจะโชว์ความหวานสำหรับ เอ ทินพันธ์ ตันตินิรันดร์ นักธุรกิจหนุ่ม หวานใจของเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง แอน ทองประสม หลังจากที่ทั้งคู่คบหาดูใจกันมาอย่างยาวนาน ล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว”@atinnabhan”โพสต์ภาพกับแอน ทองประสม ฉลองวันเกิดแบบส่วนตัว ที่สุดแสนจะเรียบง่ายและอบอุ่น ซึ่งมีเหล่าบรรดาคนในวงการบันเทิงเข้ามาอวยพรกันเป็นจำนวนมาก

ซึ่ง’เอ ทินพันธ์’ ยังระบุแคปชั่นด้วยว่า “วันเกิดปีนี้ มีสมาชิกเพื่มมา 1 …เลยต้องเพื่มเค้กเป็น 2 ชิ้น! @andygoodboy_official ขอบคุณทุกคำอวยพรที่ให้ผมครับ” ซึ่งสมาชิกใหม่ของปีนี้คือเจ้า’แอนดี้’สุนัขสุดน่ารักนั่นเอง 

‘เสก โลโซ’เปิดใจ! เลิกทุกอย่างเพื่อครอบครัว ยอมรับเคยเป็นพ่อที่แย่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/805646

'เสก โลโซ'เปิดใจ! เลิกทุกอย่างเพื่อครอบครัว ยอมรับเคยเป็นพ่อที่แย่

‘เสก โลโซ’เปิดใจ! เลิกทุกอย่างเพื่อครอบครัว ยอมรับเคยเป็นพ่อที่แย่

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 10.24 น.

“เสก โลโซ” ยอมรับเคยเป็นพ่อที่แย่มาก ตอนนี้เลิกทุกอย่างแล้วลั่น! ยังรักและอยากกลับไปร่วมงานกับ GMM

ร็อกสตาร์ระดับตำนาน “เสก โลโซ” มาเปิดใจพร้อมลูกชาย “เสือ เสฏกานต์ สุขพิมาย” และวงโลโซแบบยกทีม เผยถึงการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ 28 ปี LOSO We Are The Rock And Roll Concert ที่เป็นการรวมตัวกันในรอบหลายปี และเรื่องราวดราม่าของครอบครัวระหว่างพ่อลูก ตอนนี้เลิกทุกอย่างแล้วเพื่อครอบครัว ยอมรับอดีตเคยเป็นพ่อที่แย่มาก ลั่น! ยังรัก GMM อยู่เสมอ ถ้าเป็นไปได้ก็ยังอยากกลับไปร่วมงานกับค่ายอีกครั้ง ในรายการ WOODY FM

อยากรู้ว่าตอนที่ยังเด็กแล้วรู้ว่ามีคุณพ่อเป็น เสก โลโซ ใช้ชีวิตแบบไหน ต้องเจอกับเรื่องอะไรบ้าง ?

เสือ เสฏกานต์ : ตอนเล็กๆผมไม่ค่อยได้เจอพ่อเจอแม่ ผมโตมากับคุณยายคุณตา คุณพ่อก็ไปทัวร์บ่อยไปต่างจังหวัด ไปต่างประเทศบ่อย ตอนนั้นก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรตั้งแต่เด็กก็เลยไม่ได้สนิทอะไรกันมาก ซึ่งมันเป็นอะไรที่เก็บมาตั้งแต่เด็กครับ เรื่องการที่เรามีความห่างกันนิดหนึ่ง พอโตมาประถมก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าพ่อทำงานอะไร พ่อเป็นใคร ไปเล่นคอนเสิร์ตให้คนดูเยอะมาก ช่วงนั้นก็ได้ไปดูคอนเสิร์ตพ่อบ้าง ได้ไปทัวร์ต่างประเทศด้วย ไปยุโรป ไปอเมริกา ก็ได้ไปกับพ่อเกือบทุกงาน คือตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่านี่ก็คือชีวิตเด็กธรรมดาแบบนี้หรือเปล่า แต่ว่าจริงๆ แล้วมันก็ต่างจากชีวิตคนอื่นมากเลย พอเราโตมาเรื่อยๆก็เห็นว่าอะไรเป็นอะไร งานเป็นยังไง ครอบครัวเป็นยังไง ที่โรงเรียนเพื่อนๆคุณครูก็ไม่มีใครมาคุยอะไรที่ทำให้ผมกระวนใจอะไร ผมว่าเขาก็คงรู้ว่าต้องมีการเว้นพื้นที่กันในการคุยเรื่องครอบครัวด้วยที่พ่อเป็น เสก โลโซ แต่พอโตมาเจอข่าวมันก็มีการเครียด กังวล เป็นห่วงครอบครัว เป็นห่วงพ่อแม่เป็นห่วงน้องด้วย ก็อดทนมาตลอดรู้ว่าครอบครัวก็อดทนมาตลอด สู้มาตลอด ผ่านปัญหาด้วยกันมาตลอด ก็รู้สึกดีมากที่มาถึงจุดนี้ได้

เคยมีวันหนึ่งไหมที่รู้สึกว่าเราอาจจะยอมแพ้ ?

เสือ เสฏกานต์ : มีอยู่แล้วครับ แต่ผมเป็นคนที่มีความคิดว่าทุกอย่างมันจะลงตัวเอง ผมเป็นคนที่รู้สึกว่าเราชอบที่จะปรับตัวกับทุกเหตุการณ์ ทุกสถานการณ์ครับ เป็นคนที่ปรับตัวได้ง่ายกับการเปลี่ยนแปลงของชีวิต มีช่วงที่ผมย้ายบ้านบ่อยเพราะเริ่มมีปัญหามันก็อาจจะเครียดนิดหน่อยครับแต่ว่ารู้สึกว่าผมปรับตัวได้ง่าย ก็ใช้ชีวิตต่อไป ทำหน้าที่ของเรา ตอนนั้นผมเรียนอยู่ ม.ปลาย ก็ดฟกัสกับการเรียน โฟกัสการเข้ามหาวิทยาลัย แต่เรื่องชีวิตมันก็เครียดคิดว่าอยากหนี ไม่อยากอยู่ในจุดนี้แล้ว ไม่อยากเป็นคนที่ทุกคนรู้จัก แต่ว่าด้วยมายเซ็ทของผม คิดว่าในที่สุดมันก็ต้องจบในทางที่ดี

ทำไมถึงตัดสินใจส่งลูกไปเรียนอินเตอร์ ?

เสก โลโซ : เขาอยากไปเรียน เขาเลือกโรงเรียนเองด้วยนะ แล้วเขาไปคนเดียวเลย พี่ไม่ได้ไปด้วยเลย วันที่จะไปเขามาขอตังค์พี่ ให้จ่ายค่าเทอมให้ เสือเขามาที่บ้านแล้วก็บอกว่าเขาจะไปเรียนที่อเมริกา วอชิงตัน ดี.ซี. พี่ก็น้ำตาซึมเลย จ่ายค่าเทอมเสร็จแล้วลูกก็บอกบ๊ายบาย แต่เสือไม่เห็นหรอก เขาไปอยู่ที่ต่างประเทศเก่งมากคนเดียว 3 ปีครึ่ง

อายุเท่าไหร่ครับ ?

เสือ เสฏกานต์ : ตอนนั้นก็ช่วงจบ ม.ปลาย อายุ 17-18 ครับ คิดไว้ตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากจะไปต่อมหาวิทยาลัยที่อเมริกา ไม่ก็อังกฤษ เพราะตอนสมัยเรียนพ่อก็พาไปเรียนที่อังกฤษ แล้วตอนนั้นพ่อก็ไปเรียนภาษาเหมือนกัน ก็เลยอยากจะใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ

พี่เสกเป็นคนที่เรียลมาก ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาพี่ก็เผชิญกับหลายเรื่อง ?

เสก โลโซ : เป็น 10 ปีที่หนักหน่วงมากวู๊ดดี้

ก่อนที่จะมาถึงวันนี้ก็มีหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องเหล้า ยา อะไรต่างๆ ที่วนอยู่ตรงนั้น เคยคิดไหมว่าฉันอยากจะออกจากตรงนี้ ?

เสก โลโซ : คือชีวิตร็อกสตาร์ ถ้าเป็นร็อกสตาร์จริงๆ มันก็คล้ายๆกันนั้นแหล่ะ มีทั้งผู้หญิง มีทั้งยาเสพติด มีทั้งชื่อเสียงเข้ามาทั้งดีทั้งร้ายนะครับ พี่ก็ผ่านมาหมดแล้ว ก็บอกตัวเองว่าเราเข้มแข็งพอที่จะเอาชนะมันได้ ซึ่งทุกวันนี้สะอาดมาก ดื่มเหล้าอย่างเดียว นอกนั้นไม่มีอะไรเลย บุหรี่ก็เลิกสูบ ไม่รู้เลิกสูบได้ไงก็ไม่รู้ เลิกสูบซิการ์หมดเลย เลิกมาน่าจะ 2 ปีได้แล้ว

เป็นอุทาหรณ์หรือเป็นตัวอย่างให้กับคนที่อยากเลิก พี่เลิกยังไง ?

เสก โลโซ : คือต้องเลิกให้กับครอบครัว แล้วก็ต้องกลับมาเป็นพ่อที่ดี เพราะว่าผมผ่านการเป็นพ่อที่แย่มาก่อน ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองต้องทำอะไรให้เกี่ยวกับดนตรี เพราะรู้สึกว่าดนตรีอย่างเดียวที่จะนำเงินทองเข้ามา แล้วก็ส่งเสียลูกเรียนได้ พออยู่มาวันหนึ่งเราผ่านจุดนั้นมาแล้ว ผมแต่งงานกับคุณกานต์ 3 รอบแล้วนะ แต่งแล้วก็หย่า แต่งแล้วก็หย่า วู้ดดี้คิดดูสิไม่มีใครเป็นนะ อาจจะเป็นคู่แรกของโลกก็ได้ (หัวเราะ) แล้วก็มีความรู้สึกว่าตัวเองแย่มากพอมองกลับไป ในวันนี้รู้สึกว่าตัวเองเข้มแข็งขึ้นที่เลิกทุกอย่างได้ แล้วก็มาเป็นพ่อที่เรียกว่าได้ดูลูกบ้าง เพราะปกติเขาต่อสู้มาด้วยตัวเอง ผมภูมิใจในความเป็นเสือมาก ที่เขามาเป็นนักร้องอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นแร็พเปอร์

คุณพ่อเคยชมไหม ?

เสือ เสฏกานต์ : เคยครับ (หัวเราะ) ก็แนวนี้ครับ ก็พ่อลูกกันอ่ะครับ ไม่ได้มี Emotional ขนาดนั้น

ก็ต้องยอมรับว่ามีความคาดหวังเหมือนกัน เพราะเป็นลูกของ เสก โลโซ ?

เสือ เสฏกานต์ : มีคนถามบ่อยนะครับว่าเป็นเสือในตอนนี้รู้สึกกดดันไหม ผมกับพ่อคือเป็นพ่อลูกกัน แต่ก็ไม่ใช่คนเดียวกัน แนวเพลงก็ต่างกัน ความชอบก็ไม่เหมือนกัน ผมชอบหลายแนว ร็อก ป๊อบ แร็ฟ แต่ที่ชอบจริงๆก็คือ อยากทำเพลงแร็ฟ การที่ผมมาทำต่างจากพ่อ มันก็คือพาร์ทของมายเซ็ทหนึ่งที่คิดว่าก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีความกดดันอะไร เพราะว่าเราไม่ได้ทำเพลงแนวแบบพ่อ ไม่ได้มีคาแรคเตอร์ มีลุคที่เหมือนพ่อ เราเป็นคนของตัวเอง บางทีผมก็เห็นคนมาบอกว่า ไม่เก่งเท่าพ่อเลย ไม่เห็นได้อะไรจากพ่อ ซึ่งผมก็โอเคเข้าใจ แต่ว่าก็ไม่ได้เก็บไปคิดอะไร เพราะว่าผมไม่ได้มีความหวังที่จะเหมือนพ่อ ที่จะเก่งเท่าพ่อ พ่อเป็นตำนานของไทย ของเอเชียเลยก็ได้ King Of Rock And Roll ความคิดของผมคืออยากจะทำเพลงให้ดี อยากทำเพลงให้คนได้ฟัง ได้มีอินสไปเรชั่นจากเพลง แต่ว่าผมไม่ได้มีความคิดที่อยากจะเป็นตำนานแบบพ่อ อยากจะเก่งที่สุด แค่อยากทำเพลงที่ผมชอบในแนวของตัวเอง ไม่ต้องกังวลว่าใครจะคิดอะไร

จากที่พี่เคยสดใสแฮปปี้แล้วมันไปดาร์กเกิดอะไรขึ้นในชีวิต มาจากเรื่องอะไรที่ทำให้เราตกลงไปในหลุม ?

เสก โลโซ : พี่สนุกเกินไป ใช้ชีวิตแบบ Rock & Roll Star เพราะว่ามีเพื่อนเป้นโปรดิวเซอร์ระดับโลกเข้ามา มีเพื่อนเป็นนักดนตรีระดับโลกมาเล่นด้วยกันนะครับ ก็เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้เดือดร้อนใครแล้วก็ไม่อันตรายมาก แต่พี่คิดผิดที่เข้าไปสู่สิ่งเหล่านั้น แล้วก็ทำลายความสุขในครอบครัวไปมากทีเดียวเหมือนกัน พอมาวันนี้ก็รู้สึกว่าเราเอาชนะมันได้ ก็รู้สึกดีใจที่ได้ออกมาจาก Sex, Drugs and Rock ‘n’ Roll

สมมุติว่ามีใครที่ติดในกับดักนั้นอีกพี่อยากจะแนะนำว่า ?

เสก โลโซ : ก็จะเตือน อยากแนะนำเลยว่าอย่าไปยุ่งนะ เพราะอันนี้อันตรายถึงชีวิตทีเดียว คือรอดได้ไม่กี่คน พวกฝรั่งที่เขารอดได้เพราะว่าไป Rehab แล้วก็ทำกิจกรรมอะไรเยอะแยะ เราก็ต้องออกมาแล้วก็ต่อสู้ด้วยตัวเอง ซึ่งพี่เองคือเอาชนะใจตัวเองได้เพราะว่าเรามีครอบครัว ถ้าคนที่ไม่มีครอบครัวพี่คิดว่าลำบากนะ เพราะว่าไม่มีเป้าหมายว่าเราจะเลิกสิ่งนั้นเพื่ออะไร เพราะว่ามันเข้าไปแล้วมันสนุกจริงๆ สนุกสนานโดยที่ลืมไปว่าตัวเองมันอันตรายนะ เวลาที่คิดทีไรพี่ก็ยังมีอารมณ์ที่ดาวน์อยู่เหมือนกันนะ แต่ก็ต้องเอาชนะมันให้ได้ ต้องบอกว่ามันเป็นประสบการณ์และเป็นสิ่งที่เรานำมาสร้างงานจริงๆ ก็ไม่อยากให้น้องๆ เข้ามาข้องเกี่ยว

เสือเองมองเรื่องนั้นยังไง ?

เสือ เสฏกานต์ : ครอบครัวเรารู้สึกดาวน์มาก ไม่ได้อยากที่จะพูดให้พ่อรู้สึกไม่ดี มันก็เป็นอะไรที่ผ่านมา พี่วู้ดดี้ก็คงจินตนาการได้ว่ามันเป็นเป็นช่วงที่เครียดที่เศร้ามาก ทุกอย่างมันเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าทางครอบครัวเรา ทั้งพ่อและแม่เข้ามาร่วมมือกันทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น ผมก็รู้ว่าเขาอยากทำเพื่อครอบครัว เพื่อลูก พอเราคิดไปแบบนั้นก็ทำให้เราคิดในแง่บวกเพิ่มมากขึ้น ก็รู้สึกโอเคขึ้นเรื่อยๆ เครียดน้อยลง พอเวลาผ่านไป เวลามันช่วยทุกอย่างได้ครับ พอได้เจอพ่ออีกทีทุกอย่างที่เรารอคอยมามันก็ได้ผล

วันนั้นจนถึงวันนี้ไม่มีใครที่จะสามารถมาท็อปความรู้สึกในการฟังเพลงของ LOSO คือทุกเพลงมันฟีลกูู๊ดแล้วก็แฮปปี้ แล้วผมก็หวังว่าสักวันหนึ่งอาจจะมีโอกาสทำอะไรใหม่ๆ อีกเช่นอัลบั้มใหม่ ?
เสก โลโซ : ใช่ครับ พี่หวังไว้ พี่คิดอยู่ กำลังคิดอยู่ว่าจะไปออกในช่องทางไหนที่จะเป็นไป เพราะว่าหลังจากที่ออกมาจาก GMM พี่ก็ไม่ได้อยู่กับบริษัทอะไร ทำบริษัทเอง ซึ่งมันเรียกว่าก็ค่อนข้างยากเหมือนกัน พี่อยากกลับไปอยู่บริษัทใหญ่ๆ จริงๆแล้วบริษัทใหญ่เขาจัดการได้ดีกว่าเราล้าน % ทุกวันนี้พี่ยังได้รับเงินจากแกรมมี่อยู่ทุกเดือน ยังรู้สึกขอบคุณเขามาก ที่ดูแลกันอยู่ เพลงเก่าๆของพี่เขาเอาไปทำเป็นไวนิลเป็นอะไรต่างๆ ค้าขายดีมาก ซึ่งแม้ว่าพี่ไม่ได้ออกอัลบั้มมาร่วม 10 ปีแล้ว ยังมีความรู้สึกว่าเรายังมีบริษัทใหญ่ที่ดูแลเราอยู่เรื่องการค้าขาย เพราะเพลงที่พี่แต่งเป็นเจ้าของกับแกรมมี่คนละครึ่ง พี่ทำเงินให้บริษัทแกรมมี่ 2,000 ล้าน ประมาณนะ บวกลบคูณหารแล้วพี่ก็รู้สึกว่าทั้งคอนเสิร์ต ทั้งการขาย CD เทปคาสเซ็ทอะไรต่างๆนาๆ ขายได้เยอะทีเดียว เพราะฉะนั้นเราก็มีความผูกพันกันอยู่ ถามว่าพี่ยังรักแกรมมี่อยู่ไหม พี่ยังรักอยู่เสมอ เพราะว่าเขาดูแลพี่มาตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว เกิดมาจากตรงไหนก็รู้สึกเขามีบุญคุณกับเรา ทุกวันนี้ก็รับเงินจากแกรมมี่ทุกเดือน เพราะฉะนั้นถามว่าพี่ยังอยากกลับไปทำงานกับแกรมมี่ไหม อยากทำงานกับแกรมมี่ อยากทำงานบริษัทใหญ่ๆ แล้วพี่ก็ยังมองว่าวงของเสือสามารถไปอยู่ในค่ายใหญ่ๆได้ แล้วก็ทำออกมาให้มันเพอร์เฟ็กต์

สามารถติดตาม Woody FM ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY FM , Facebook: Woody, Youtube: Woody ทุกวันพุธ เวลา 19.00 น.
 

มทร.ธัญบุรี พัฒนาการสอนภาษาอังกฤษ ด้วย AI สร้าง Adaptive Learning เกิดการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/805756

มทร.ธัญบุรี พัฒนาการสอนภาษาอังกฤษ ด้วย AI  สร้าง Adaptive Learning เกิดการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา

มทร.ธัญบุรี พัฒนาการสอนภาษาอังกฤษ ด้วย AI สร้าง Adaptive Learning เกิดการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดโครงการพัฒนาการสอนภาษาอังกฤษแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา 4 ภูมิภาค จุดประกายนวัตกรรมการศึกษา สร้างโรงเรียนต้นแบบ 36 แห่งทั่วประเทศ พัฒนาการจัดการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสร้าง Adaptive Learning พัฒนาบุคลากร การจัดการห้องเรียน และสร้างเยาวชน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ได้แล้วกว่า 12,600 คน

ดร.สุรินทร์ มั่นประสงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวจะส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยครูสามารถสื่อสารและใช้สื่อทรัพยากรการเรียนรู้สมัยใหม่ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และมีศักยภาพสูงในการขยายผลการเรียนรู้ และยกระดับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ  ข้อสำคัญคือการได้ร่วมพัฒนาเยาวชน ซึ่งในโครงการนี้ได้ฉายภาพการเรียนรู้ของเด็กกว่า 12,600 คน เป็นจุดตั้งต้นที่ชัดเจน และมีบุคลากรการศึกษากว่า 150 คน จาก 36 โรงเรียนในทั้ง 4 ภูมิภาค ได้มีการเรียนรู้และปรับตัวไปสู่การเรียนรู้ที่เรียกว่า Adaptive Learning ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น คือ โดยเน้นการปรับกระบวนการเรียนการสอน ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้เรียน และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาเป็นเครื่องมือกระตุ้นการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยไม่จำกัดเพียงแค่ในโรงเรียน แต่เรียนรู้ได้จากทุกที่ และสามารถที่จะเรียนรู้ได้ไม่จำกัดเวลา

ด้าน ผศ.ดร.มโน สุวรรณคำ ผู้ช่วยอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า มทร.ธัญบุรี ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินโครงการนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจพื้นฐานและฝึกอบรมจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ทำให้ครูผู้สอนสามารถจัดการเรียนการสอนและใช้ชุดสื่อการสอนได้ ซึ่งหลังจากได้ทดลองจัดการเรียนตลอด 1 ภาคการศึกษา ในการใช้แพลตฟอร์มอัจฉริยะเพื่อการเรียนรู้ทักษะภาษาอังกฤษ เช่น โปรแกรม English Galaxy, Chivox, Edmodoworldจอสัมผัส แท็บเลต และหูฟัง ในการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ เราพบแนวปฏิบัติที่ดี จากครู 36 โรงเรียน ซึ่งมี 5 ประเด็นสำคัญคือ (1) การใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่น่าสนใจสำหรับนักเรียน (2) บทเรียนที่เน้นการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ เช่น กิจกรรมกลุ่ม การฝึกภาษาในสถานการณ์จริง และการใช้สื่อต่างๆช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ (3) การสร้างและสนับสนุนแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ทำให้นักเรียนมีโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะกับรูปแบบการเรียนของแต่ละคน (4) การใช้ข้อมูลในการติดตามความก้าวหน้าของนักเรียน และประเมินผลของการเรียนรู้ได้ตลอดและต่อเนื่อง เป็นการปรับปรุงกระบวนการการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพขึ้น และ (5) การสร้างพื้นที่ที่สนับสนุนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักเรียนและครู และสร้างสถานการณ์ที่กระตุ้นการสนทนาและการทำงานกลุ่ม ทำให้นักเรียนมีความสุขและสนุกกับการเรียน

ทั้งนี้ ผลการทดลองของครูผู้สอนในภาพรวม พบว่า ชุดสื่อมีความทันสมัย น่าสนใจ ทำให้เด็กนักเรียนอยากเรียนรู้และสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้และยังเสริมสร้างทักษะการรู้ดิจิทัล ในระหว่างการเรียนวิชาภาษาอังกฤษสนับสนุนครูในการจัดการเรียนการสอน รวมถึงการวัดและประเมินผลได้อย่างดีมาก มองเห็นความสำคัญของชุดสื่อและกำลังวางแผนการขยายผลการใช้งานอย่างยั่งยืนต่อไปครูผู้สอนส่วนมากมีทัศนคติที่ดีต่อการบูรณาการชุดสื่อเทคโนโลยีของโครงการ การสวมบทบาทการเป็นผู้นำการสอน จึงเกิดบรรยากาศการเรียนรู้ที่ผ่อนคลายและสนุกสนาน เนื่องจากการลดบทบาทของความเป็นผู้สอน และเพิ่มบทบาทของการเป็นผู้ร่วมเรียนรู้ของครูผู้สอน ซึ่งนำไปสู่สร้างทัศนคติเชิงบวกต่อการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ และข้อสำคัญยังจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนในเชิงนโยบายจากฝ่ายบริหารในทุกระดับ ทั้งในระดับสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อสร้างสังคมการเรียนรู้อย่างยั่งยืนต่อไป 

อว.ยกระดับสาธารณสุขไทยผ่านงานวิจัยและนวัตกรรมล้ำสมัย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/805752

อว.ยกระดับสาธารณสุขไทยผ่านงานวิจัยและนวัตกรรมล้ำสมัย

อว.ยกระดับสาธารณสุขไทยผ่านงานวิจัยและนวัตกรรมล้ำสมัย

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ The Annual Meeting of International Conference on Gnomics (ICG-19) จัดโดย BGI Genomics ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมประกาศเจตจำนงในการดำเนินการ (LOI) เกี่ยวกับความร่วมมือด้านนวัตกรรมที่ใช้ในการคัดกรอง ป้องกัน และจัดการโรคหัวใจและหลอดเลือดในประเทศไทย โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร รักษาการแทนอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Professor Yang Huanming, Academician of Chinese Academyof Sciences Co – founder of BGI Groupนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และผู้นำในอุตสาหกรรมจากทั่วโลกเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1210ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากในด้านจีโนมิกส์และเทคโนโลยีชีวภาพ ก่อให้เกิดความสำเร็จอันโดดเด่นในด้านต่างๆ เช่น การแพทย์แม่นยาเทคโนโลยีชีวภาพการเกษตร และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งนวัตกรรมที่ใช้ในการคัดกรอง ป้องกัน และจัดการโรคหัวใจและหลอดเลือดในประเทศไทยด้วย ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติการป้องกันและจัดการโรคหัวใจและหลอดเลือด ผ่านความร่วมมือระหว่างศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และแบงกอกจีโนมิกส์ อินโนเวชัน (BKGI) ที่ได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมใหม่ เป็นเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้นของโรคหัวใจและหลอดเลือดแดง (ASCVD) ที่เรียกว่าการตรวจ Trimethylamine N-Oxide (TMAO) ในเลือด ซึ่งเป็นสารเมตาบอไลต์ที่ผลิตโดยแบคทีเรียในลำไส้ โดยได้รับการระบุว่าเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพใหม่สำหรับความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด การนำการตรวจนี้ไปใช้ในระบบการดูแลสุขภาพของไทยจะช่วยในการคัดกรองบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ก่อนที่จะมีอาการ ทำให้สามารถดูแลเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสม

“เนื่องจากโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตในประเทศไทยมีผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันประมาณ 100,000 รายต่อปี โรคหลอดเลือดสมองมีผู้ป่วยประมาณ 300,000 รายต่อปี คิดเป็นค่าใช้จ่ายของภาครัฐไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี โดยค่าใช้จ่ายนี้ยังไม่รวมถึงค่าเสียโอกาสและค่าใช้จ่ายอื่นๆในการดูแลประคับประคองด้วย นวัตกรรมนี้จึงไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของพลเมืองเท่านั้น แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย” รมว.อว. กล่าว

ศธ.เปิดระบบ SCS วางแผนอัตรากำลังสู่การผลิตครูในอนาคต

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/805755

ศธ.เปิดระบบ SCS วางแผนอัตรากำลังสู่การผลิตครูในอนาคต

ศธ.เปิดระบบ SCS วางแผนอัตรากำลังสู่การผลิตครูในอนาคต

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานแถลงเปิดตัวระบบการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (School Capacity System : SCS) ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. กล่าวว่า นโยบาย “เรียนดีมีความสุข” เป็นนโยบายหลักที่ศธ.ใช้ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในภาพรวมของกระทรวง โดยเฉพาะการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ศธ.ได้ให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการ เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีเวลาอยู่ในชั้นเรียนมากขึ้น สามารถจัดการเรียนการสอนโดยไม่ต้องกังวลในภาระงานด้านอื่นๆ รวมทั้งการขับเคลื่อนแนวทางในการปฏิบัติงานที่มุ่งเน้นความ “ถูกต้อง รวดเร็ว ประโยชน์ และประหยัด” จึงได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ศึกษารูปแบบและแนวทางปฏิบัติในการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นกลไกหลักในการดำเนินงาน ทั้งการเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลระหว่างส่วนราชการ และภาคส่วนต่างๆ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ระบบ SCS จะทำหน้าที่ดึงข้อมูลจากระบบบริหารทรัพยากรบุคคลและระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล ของสำนักงาน ก.ค.ศ. มาประมวลผลตามเงื่อนไขเกณฑ์อัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อำนวยความสะดวกให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ บริหารอัตรากำลังได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ เป็นไปตามมาตรฐานวิชาเอก และสามารถนำข้อมูลจากระบบ SCS ไปใช้ในการวางแผนบริหารอัตรากำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับภาระงานและบริบทของสถานศึกษา ถือเป็นจุดตั้งต้นในการแก้ปัญหาอัตรากำลังในสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อนำไปสู่การจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คืนครูสู่ห้องเรียนได้อย่างแท้จริง” รมว.ศธ. ระบุ

ด้าน รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวเพิ่มเติม ว่า ระบบ SCS เป็นระบบที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในการทำงาน ซึ่งจะช่วยลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน ประหยัดเวลา และลดความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น สามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการวางแผนและประกอบการตัดสินใจ ทำให้กระบวนการบริหารจัดการอัตรากำลังในสถานศึกษาทำได้รวดเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านการบริหารสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอน ช่วยให้สถานศึกษามีสภาพอัตรากำลังที่มีความเหมาะสมกับภาระงานตามสภาพบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะตำแหน่งครูที่จะมีข้อมูลรองรับความขาดแคลนวิชาเอกต่างๆ และถือเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่จะนำไปสู่การวางแผนผลิตและพัฒนากำลังคนเข้าสู่วิชาชีพครูในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศให้สูงขึ้นตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา สามารถขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและยุทธศาสตร์ชาติต่อไป