รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : กินเค็มมาก สุขภาพจะทรุดโทรม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804194

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : กินเค็มมาก สุขภาพจะทรุดโทรม

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : กินเค็มมาก สุขภาพจะทรุดโทรม

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 07.30 น.

วันก่อนผู้เขียนไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือร้านชื่อดังแห่งหนึ่งที่มีสาขามากมาย นอกเหนือจากได้รสชาติอร่อยแล้ว ยังได้ความเค็มจัดตามมา หลังจากกินแล้วก็หิวน้ำมาก เนื่องจากน้ำซุปเค็มมาก ต้องบอกตรงๆ ว่ายุคนี้คนไทยกินอาหารรสจัดมาก ทั้งหวาน เค็ม เผ็ดจัด แต่หลายคนบอกว่าอร่อย แต่ก็ต้องเตือนว่าอันตรายมาก

คนที่มีอายุเกิน 45 ปี คงรับรู้ได้ว่าอาหารบ้านเรายุคนี้เค็มมากขึ้นกว่าสมัยก่อน สำหรับตัวผู้เขียนเองนั้นเมื่อครั้งได้ไปเรียนต่อที่อเมริกาเมื่อนานมาแล้ว ก็รู้สึกว่าขนมขบเคี้ยว เช่น มันฝรั่งถุงชื่อดังในอเมริกามีรสเค็มมากและเค็มกว่าที่ขายในไทย แต่ปัจจุปันขนมถุงที่ขายในไทยก็เค็มไม่แพ้ที่อื่น

คนส่วนมากในสังคมปัจจุบันพึ่งพาการกินอาหารจากร้านอาหาร ไม่ว่าจะกินในร้าน หรือสั่งไปกินที่บ้าน ทุกอย่างที่ปรุงรสนั้นล้วนอุดมไปด้วยเกลือ และโซเดียมในรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรสฝาสีต่างๆ น้ำมันหอย ผงชูรส ผงปรุงรสซุปก้อน จนไปถึงน้ำปลาร้า ทำให้ผู้บริโภคถูกบังคับให้คุ้นชินกับความเค็มมากไปโดยปริยาย จนคนในสังคมส่วนใหญ่กลายเป็นคนกินเค็ม

อาหารที่มีรสชาติจัดจ้านมากๆ นั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากกินไปโดยไม่ระมัดระวัง และกินบ่อยๆ กินมากๆ ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ จึงขอพูดเรื่องผลลบต่อสุขภาพที่เกิดจากการกินรสเค็มมากเกินไป

อาหารที่มีรสเค็มสามารถกระตุ้นการหลั่งสารโดปามีน ทำให้คนกินรู้สึกว่ามีรสชาติอร่อย จนในที่สุดก็กลายเป็นเสพติด จึงไม่แปลกใจที่คนเราจะติดความเค็ม

ในแต่ละวันนั้น คนหนึ่งคนควรกินโซเดียมไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัม หรือ เท่ากับเกลือไม่เกิน 5 กรัม หรือ 1 ช้อนชาเท่านั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเรากินเค็มมากเกินไป คือทำให้เกิดการคั่งของเกลือและน้ำส่งผลให้ไตต้องทำงานเพิ่มขึ้น และยังมีผลต่อความดันโลหิต หัวใจก็ทำงานหนักขึ้น 

นอกจากนั้น อาหารรสจัดยังทำให้เรากินอาหารในปริมาณมากขึ้น เช่น เมื่อกับข้าวมีรสชาติจัดก็จะทำให้กินข้าวมากขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อโรคอ้วน โรคเบาหวาน น้ำตาลในเลือดสูง แน่นอนว่าเพิ่มความเสี่ยงทั้งโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งโรคต่างๆ เหล่านี้ ส่งผลให้เกิดภาวะไตเสื่อม และไตวายเรื้อรังตามมา ซึ่งอาจจะเป็นที่มาของประโยคขำๆ ที่ว่า เค็มถูกใจ ไตถูกตัด 

การกินเค็มเกินไปจึงมีผลต่อการควบคุมโรคต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ในคนไข้ที่เป็นโรคเหล่านี้ จึงถูกเน้นย้ำเสมอว่าควรลด หรืองดการบริโภคอาหารที่เค็มเกินไป

เทคนิคง่ายๆ ในการลดการบริโภคเค็ม อันดับแรกคือ ลด หรืองดการเติมน้ำปลา หรือเกลือลงในกรรมวิธีการปรุงอาหาร อีกสิ่งหนึ่งที่สามารถทำได้ก็คือการหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปต่างๆ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอก แฮม เบคอน เพราะในอาหารเหล่านั้นมีปริมาณโซเดียมค่อนข้างสูง รวมถึงหลีกเลี่ยงการบริโภคขนมถุงกรุบกรอบ เพราะเป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่ปริมาณโซเดียมค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่เป็นโรคเบาหวาน หรือโรคความดันโลหิตสูง ยิ่งต้องงดการบริโภคของเหล่านั้นอย่างเด็ดขาด

ปัญหาที่คุยกันในอาทิตย์นี้ หลายท่านอาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่สำหรับบุคลากรทางการแพทย์แล้วมีความกังวล เพราะประเทศไทยอาจจะเต็มไปด้วยผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือไม่ก็โรคไต และจำนวนของผู้ป่วยที่ต้องล้างไตก็จะเพิ่มขึ้นจำนวนมากอย่างแน่นอน นอกจากผู้ป่วยจะมีคุณภาพชีวิตที่ไม่เหมือนเดิมแล้ว เงินจำนวนมหาศาลที่ประเทศต้องสูญเสียไปกับค่าดูแลรักษา และยังสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่ต้องเจ็บป่วยไป

ดูเหมือนว่า นอกจากมาตรการเก็บภาษีน้ำตาลแล้ว คงต้องพิจารณาออกกฎหมายภาษีเค็ม หรือภาษีเกลือ (ถ้าจะให้ครอบคุมก็ต้องเรียกว่า ภาษีโซเดียม) เพราะนายทุน หรือเจ้าของกิจการใดใส่ความเค็มกับผู้บริโภค ควรมีส่วนร่วมในการชดใช้ค่าเสียหายที่จะเกิดขึ้นให้กับประเทศด้วย

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว รักษาหายได้ด้วยเทคนิคสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804193

โรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว รักษาหายได้ด้วยเทคนิคสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด

โรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว รักษาหายได้ด้วยเทคนิคสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 07.15 น.

โรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ที่มักจะพบในเด็ก หรือวัยรุ่น แต่ในบางครั้งก็เพิ่งมาตรวจพบและวินิจฉัยได้ในช่วงที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว

นายแพทย์ศุภสิทธิ์ สถิตย์ตระกูล อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือดโรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า โรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว (Atrial Septal Defect: ASD) คือโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่เกิดจากความผิดปกติของพัฒนาการหัวใจตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ส่งผลให้ผนังกั้นหัวใจห้องบนไม่สมบูรณ์ มีรูรั่ว ทำให้เลือดแดงไหลจากหัวใจห้องบนซ้ายไปห้องบนขวา และผ่านไปปอดเพิ่มขึ้นส่งผลให้หัวใจโตผิดปกติ หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่ได้รักษา จะทำให้แรงดันในปอดสูง จนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวในท้ายที่สุด

อาการของโรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง และขนาดของรูรั่ว โดยทั่วไปในเด็กที่มีรูรั่วขนาดใหญ่มักจะแสดงอาการให้เห็นตั้งแต่อายุยังไม่มาก อาทิ หายใจเร็วเหนื่อยง่าย กินนมได้น้อย น้ำหนักตัวขึ้นช้า เหงื่อออกง่ายปอดติดเชื้อบ่อยๆ ตัวเขียว ในทางกลับกัน คนไข้ที่มีรูรั่วขนาดเล็กอาจจะไม่แสดงอาการอะไรให้เห็นเลยในช่วงวัยเด็กถึงวัยรุ่น แต่พอเข้าสู่วัยผู้ใหญ่จึงเริ่มแสดงอาการ อาทิ รู้สึกเหนื่อยง่ายหายใจไม่อิ่ม โดยเฉพาะเวลาออกแรง ใจสั่น ออกกำลังกายได้ลดลงกว่าเดิม หน้ามืดเป็นลม เป็นต้น แต่ในคนไข้บางรายอาจจะตรวจพบจากการไปตรวจสุขภาพประจำปี โดยที่ยังไม่ได้มีอาการให้เห็น

การวินิจฉัยโรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว มักเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ฟังเสียงหัวใจ การตรวจทางห้องปฏิบัติการประกอบด้วย  การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ปอด และการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจความถี่สูง (Echocardiogram) ที่จะทำให้เห็นโครงสร้างภายในหัวใจอย่างละเอียด ผนังกั้นหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ หากพบรูรั่วก็สามารถประเมินขนาดของรูรั่ว ตำแหน่ง ทิศทางการไหลเวียนของเลือด แรงดันในปอด เพื่อนำไปสู่การวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

การรักษาโรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วแต่กำเนิด สามารถรักษาได้ ด้วยวิธีการต่างๆ ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของรูรั่ว และอายุ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ได้แก่ ผู้ป่วยเด็กที่มีรูรั่วขนาดเล็กมาก ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ไม่มีอาการหรือ.ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวัน อาจจะยังไม่จำเป็นต้องทำการปิดรูรั่ว แต่ต้องได้รับการติดตามต่อเนื่อง

การรับประทานยา มักใช้เพื่อควบคุมอาการหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ แต่การรับประทานยาไม่สามารถที่จะทำให้รูรั่วนั้นปิดเองได้

การผ่าตัด เป็นวิธีรักษาแบบดั้งเดิม ซึ่งจะพิจารณาในรายที่มีรูรั่วขนาดใหญ่, มีหลายรู หรือตำแหน่งของรูรั่วไม่สามารถรักษาด้วยเทคนิคการปิดรูรั่วผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัดได้

การรักษาด้วย เทคนิคปิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วผ่านทางสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด (Transcatheter ASD Closure) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษา โดยจะทำในรายที่มีลักษณะรูรั่วที่เหมาะสม ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณา โดยนำอุปกรณ์ที่เป็นโลหะ เข้าไปปิดรูรั่วระหว่างผนังกั้นห้องหัวใจผ่านทางสายสวนหัวใจโดยนำเข้าทางหลอดเลือดดำที่ขาหนีบ เมื่อถึงบริเวณรูรั่วอุปกรณ์จะถูกปล่อยไปวางยังตำแหน่งรูรั่วเพื่อปิดรูที่รั่วนั้น หลังจากนั้นร่างกายจะค่อยๆ สร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาคลุมภายใน 3-6 เดือน ใช้เวลาในการทำหัตถการประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยวิธีการรักษาดังกล่าว จะช่วยลดความเสี่ยงเมื่อเทียบกับการผ่าตัดใหญ่ ลดความเจ็บปวด และผลแทรกซ้อนจากการผ่าตัด ช่วยให้แผลมีขนาดเล็กและฟื้นตัวเร็วกว่า

การปฏิบัติตัวหลังทำการรักษาผ่านทางสายสวนเมื่อกลับไปอยู่บ้าน มีดังนี้ 1.รับประทานยาต้านเกล็ดเลือดให้ครบและต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีความจำเป็นต้องหยุดยาควรติดต่อแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อนทุกครั้ง 2.ในระยะ 1-2 วันแรกไม่ควรเดินบ่อย และไม่ควรให้แผลถูกน้ำ ให้สังเกตบริเวณแผลหากพบอาการผิดปกติ เช่น แผลบวมแดง มีก้อนใต้ผิวหนังและกดเจ็บ มีหนองหรือน้ำเหลืองออกจากแผล มีไข้ควรรีบมาพบแพทย์ทันที 3.แพทย์จะนัดผู้ป่วยเพื่อติดตามผลการรักษาเป็นระยะๆ ที่ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปีควรมาตรวจให้ตรงตามเวลาที่แพทย์นัดหมายอย่างต่อเนื่อง 4.ควรดูแลสุขภาพในช่องปากและฟันเพื่อป้องกันฟันผุ หากฟันผุควรรีบปรึกษาทันตแพทย์ก่อนทำการรักษา โดยต้องรับประทานยาปฏิชีวนะตามดุลยพินิจของแพทย์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน รวมไปถึงการติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจและผนังหัวใจ 5.งดยกของหนักประมาณ 1 เดือน งดออกกำลังกายหนักๆในช่วงระยะ 3 เดือนแรก 6.ผู้ป่วยที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้หลังปิดรูรั่วหัวใจประมาณ 1-2 สัปดาห์ หรือปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาเพื่อความปลอดภัย

คุณแหน : 13 พฤษภาคม 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804207

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระเมตตาพระราชทานพระราชวโรกาสให้ สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ เข้าเฝ้าทูลเกล้าฯถวายเงินค่าตอบแทนจากการเป็นวิทยากร ให้กับส่วนราชการต่างๆ ประจำปี 2566 (เป็นปีที่ 30)โดยเสด็จพระราชกุศลสมทบกองทุนเพื่อนักเรียนที่ขาดแคลน ณ ศาลาดุสิดาลัยพระราชวังสวนจิตรลดา เมื่อ 3 พ.ค. 2567…

●● ด้วยภารกิจมากมายทำให้ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ไม่ได้ไปพักผ่อนที่บ้านสันทราย เชียงใหม่ นานเป็นปี.. พอไปอีกทีเฟอร์นิเจอร์เครื่องประดับทั้งบ้านหายหมดเกลี้ยงด้วยฝีมือแม่บ้านและสามีนำไปขาย..แต่ฝีมือ “อากู๋นายใหญ่แห่งแกรมมี่” สามารถติดตามคืนได้หมด…

●● หนังสือพิมพ์แนวหน้าจัดแนวหน้า Talk ครั้งที่ 1 โดย แนวหน้าออนไลน์ “เมืองไทยวันนี้….มีอะไร” นำโดย Special Guest ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรวันเสาร์ 22 มิ.ย. 13.00-16.00 น. ที่ห้องบอลรูม รร.อัศวิน คอนเวนชั่น หลักสี่ พร้อมด้วยนักพูดฝีปากกล้า “อ.ปู” จิตกร บุษบา, “อ.กบ” กฤษณพงศ์ เกียรติศักดิ์, “ปอง” อัญชะลี ไพรีรัก โดยมี บุญยอดสุขถิ่นไทย และ นฤมล พุกยม เป็นพิธีกร…. เปิดเบื้องหลัง แอนิเมชั่น 2475 โดย “ดี้” นิติพงษ์ ห่อนาค และ “ซัง” วิวัธน์ จิโรจน์กุล.. บัตรใบละ 1,000 บาท ซื้อบัตรที่แนวหน้าออนไลน์ โทร.096-1800473 หากติดต่อไม่ได้จะซื้อผ่าน “คุณแหน” โทร. 02-5212690-1 ก็ได้…

●● คณะข้าราชบริพารและผู้เคยถวายงานในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นำโดย ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ, พล.ต.ต.ชูเกียรติ ประทีปะเสน, พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์, วัลลภ อธิคมประภา, พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์, รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์, ณัชชัย ถาวรธวัช, ผศ. (พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ และภัทธิรา หาญสกุล ไปร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสครบ 101 ปี วันคล้ายวันประสูติ ณ รพ.สงฆ์ จัดโดย มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย…

●● อุรภา สุทธิพงษ์ชัย วันเกิดปีนี้ได้ไปทำบุญที่วัดสระเกศฯ แล้วจะไปไหว้พระต่อที่อยุธยา…

●● สวด ประจวบ ณ ระนอง มารดา อัครรัตน์ ณ ระนอง 11-13 พ.ค. 18.30 น. ศาลา 28 วัดธาตุทอง.. ฌาปนกิจ 14 พ.ค. 17.00 น.เมรุหลัง…

●● สวด พล.ท.นพ.พีระพล ปกป้อง ศาลา 2 วัดมกุฏ 13-19 พ.ค.18.30 น. พระราชทานเพลิง 20 พ.ค. 14.00 น. …

●● รร.ใบหยกสกาย ขอขอบคุณ FC ใบหยกบุฟเฟต์ทุเรียนฟีเว่อร์ 2024 ที่ให้การสนับสนุนและตอบรับอย่างดีโดยจองเต็มแล้วทุกรอบ 13,000 ที่นั่ง…

●● วัดพระธาตุจอมกิตติ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เชิญร่วมทำบุญสรงน้ำพระธาตุประจำปี 19 พ.ค. 19.30 น. ร่วมทำบุญผ่าน ผาณิต พูนศิริวงศ์ โทร.02-5212690…●●

คุณแหน

FENDI คอลเลคชั่น SUMMER 2024 มาพร้อมเสน่ห์ของ Dolce Vita

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804209

FENDI คอลเลคชั่น SUMMER 2024 มาพร้อมเสน่ห์ของ Dolce Vita

FENDI คอลเลคชั่น SUMMER 2024 มาพร้อมเสน่ห์ของ Dolce Vita

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

FENDI เผยโฉมคอลเลคชั่น SUMMER 2024 สะท้อนถึงโชว์ของคอลเลคชั่น Spring/Summer 2024 โดย Kim Jones ผ่านการรังสรรค์พาเลทสีอันสดใสของสีฟ้าอ่อน สีแดงสด สีเหลืองสดใส และตัดด้วยสีธรรมชาติพร้อมทั้งสีสันสดใส ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาของฤดูร้อนและเสริมความหรูหราบนชิ้นงานที่สามารถใช้งานได้จริง คอลเลคชั่นนี้มาพร้อมเสน่ห์ของ Dolce Vita ซึ่งเป็นการเน้นย้ำอีกครั้งถึงแนวคิดเสรีภาพของชาวโรมัน ตัดกับฉากหลังอันสนุกสนานของทั้งเมืองและชายฝั่ง

เฉดสีพาสเทลอันละเอียดอ่อนของสีเบจและสีน้ำตาล สีฟ้าอ่อนและสีน้ำเงินกรมท่า ผสมผสานกับเฉดสีอันสดใส อีกทั้ง สีส้มแซลมอนและสีเหลืองทอง ถูกนำมาใช้ในตลอดทั้งคอลเลคชั่นเพื่อให้ความรู้สึกถึงความสบาย ความผ่อนคลาย และซิลูเอทของความเป็นสปอร์ต ซึ่งรังสรรค์ด้วยผ้าไหมโปร่งแสง นอกจากนี้ การตัดเย็บอันประณีตรวมถึงผ้าถักปักเลื่อม

แนวคิดความเป็นคู่ของขั้วตรงข้าม (duality) ได้สอดแทรกอยู่ในตลอดทั้งคอลเลคชั่น ตั้งแต่ถนนในเมืองไปจนถึงชายทะเล จากความเป็นจริงสู่ความสนุกสนาน ความเงียบงันไปจนถึงความมีชีวิตชีวา ทั้งหมดนี้คือบทสรุปของการชุบชีวิตลาย Pequin อันเป็นเอกลักษณ์ เป็นแพทเทิร์น “logo no logo” แนวตั้ง ในสีดำและสีน้ำตาล tobacco ได้ถูกออกแบบครั้งแรกโดย Karl Lagerfeld ในปี ค.ศ. 1983

การแสดงออกถึงความหรูหราที่ซ่อนอยู่อย่างแท้จริง ซึ่งได้รับการตีความใหม่ด้วยโทนสีสองสีของเฉดสีที่สดใสและเฉดสีธรรมชาติโทนอ่อน ประกอบไปด้วย สีเหลืองสีฟ้าอ่อน สีเบจและสีน้ำเงินเข้มตั้งแต่เสื้อตัวนอกไปจนถึงเสื้อผ้าสำหรับใส่บนชายหาด โดยลาย Pequin ได้ถูกนำไปใช้กับเสื้อผ้า ready-to-wear สำหรับผู้หญิงพร้อมด้วยลูกเล่นแบบร่วมสมัยดังที่ได้เห็นบนเสื้อแจ๊กเกตที่สามารถใส่ได้ในทุกวัน เสื้อผ้าแยกชิ้นที่ทำจากผ้าไหมทวิล ชุดเดรสและกางเกงจากผ้าทูลลิ่งโปร่ง เช่นเดียวกับการปักเลื่อมอันระยิบระยับลงบนผ้าริบ (rib) ความรู้สึกเดียวกันนี้ได้ถูกสะท้อนให้เห็นในคอลเลคชั่นเสื้อผ้าบุรุษ โดยลาย Pequin ได้ปรากฏอยู่บนวัสดุที่เหมาะสมสำหรับฤดูร้อน ตั้งแต่ฟองน้ำไปจนถึงผ้าคอตตอนและโครเชต์วางจำหน่ายแล้วที่บูติก FENDIทั่วโลกและบน fendi.com

‘มาดามแป้ง’ร่วมผลักดัน Soft Power โชว์ 211 ประเทศ รับฟีฟ่า คองเกรส ครั้งที่ 74

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804208

‘มาดามแป้ง’ร่วมผลักดัน Soft Power โชว์ 211 ประเทศ รับฟีฟ่า คองเกรส ครั้งที่ 74

‘มาดามแป้ง’ร่วมผลักดัน Soft Power โชว์ 211 ประเทศ รับฟีฟ่า คองเกรส ครั้งที่ 74

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รัฐบาลไทย ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB และสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ร่วมแถลงข่าวความพร้อมการจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ “FIFA Congress ครั้งที่ 74” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “รัฐบาลไทย ให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีสมาชิกของฟีฟ่า เดินทางมาถึง 211 ประเทศ และจะมีการถ่ายทอดกิจกรรมการประชุมไปทั่วโลก นับเป็นโอกาสอันดีของประเทศไทยในการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม ซึ่งตรงกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์ของการประชุมสัมมนา สร้างรายได้ให้กับคนในประเทศ อีกทั้งยังเป็นการเน้นย้ำนโยบาย Soft Power ของไทยอีกด้วย”

นางนวลพรรณ ล่ำซำ กล่าวว่า “เป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยเพราะเป็นชาติแรกในอาเซียนและชาติที่ 5 ในเอเชียที่ได้จัดงานใหญ่ และในวันนี้ฟุตบอลไม่ได้จำกัดแค่เรื่องของกีฬาแต่ยังได้เชื่อมต่อไปยังมิติอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ความร่วมมือกันระหว่างประเทศ และเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้โชว์ศักยภาพ”

ขณะที่ นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB ) กล่าวว่า “Mega Events ครั้งนี้สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศและก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเชื่อว่าจะสร้างรายได้ให้กับประเทศกว่า 228 ล้านบาท เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในประเทศถึง 126 ล้านบาท และเกิดการจ้างงานกว่า 160 อัตรา”

สำหรับการประชุม ฟีฟ่า คองเกรส ครั้งที่ 74 เต็มไปด้วยผู้นำทางด้านฟุตบอลจากทั่วโลก นำโดย จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า พร้อมด้วย ประธานสหพันธ์ฟุตบอลจาก 6 ทวีป, ตัวแทนจาก 211 สมาคมสมาชิก และตำนานนักฟุตบอลชื่อดังระดับโลก โดยมีวาระสำคัญที่จะเกิดขึ้นในงานครั้งแรกในไทย คือ การโหวตเลือกเจ้าภาพ ฟุตบอลหญิง ชิงแชมป์โลก ในปี 2027

การจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ “FIFA Congress ครั้งที่ 74” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 พฤษภาคม นี้ โดยประเทศไทยถูกรับเลือกให้จัดงาน ฟีฟ่า คองเกรส ในฐานะประเทศแรกของอาเซียน และ ประเทศที่ 5 ในเอเชีย ต่อจาก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ กาตาร์ และ ออสเตรเลีย

เริ่มแล้วงาน ‘SIAM PARAGON TROPICAL FRUIT PARADE 2024’ บุฟเฟ่ต์ทุเรียน 10 วัน 70 รอบ พร้อมผลไม้ไทยส่งตรงจากเกษตรกร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804192

เริ่มแล้วงาน ‘SIAM PARAGON TROPICAL FRUIT PARADE 2024’  บุฟเฟ่ต์ทุเรียน 10 วัน 70 รอบ พร้อมผลไม้ไทยส่งตรงจากเกษตรกร

เริ่มแล้วงาน ‘SIAM PARAGON TROPICAL FRUIT PARADE 2024’ บุฟเฟ่ต์ทุเรียน 10 วัน 70 รอบ พร้อมผลไม้ไทยส่งตรงจากเกษตรกร

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศูนย์การค้าสยามพารากอน ผนึกกำลัง กูร์เมต์ มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส มอบประสบการณ์ความอร่อยและความสดชื่น จัดเทศกาลผลไม้สุดยิ่งใหญ่ในสไตล์ทรอปิคอล ในงาน “SIAM PARAGON TROPICAL FRUITPARADE 2024” (สยามพารากอน ทรอปิคอลฟรุ้ต พาเหรด 2024) พาเหรดผลไม้ไทยเกรดพรีเมียมที่คัดสรรความสดส่งตรงจากเกษตรกรผู้ผลิตจาก 30 แหล่งทั่วประเทศ ส่งท้ายฤดูกาลผลไม้ฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่อร่อยที่สุดของผลไม้ไทย พร้อมเอาใจสายทุเรียนด้วย “บุฟเฟ่ต์ทุเรียน” 10 วัน 70 รอบ!! และจำหน่ายทุเรียนพันธุ์หายากหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้รวมมากกว่า 150 ชนิด ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 พฤษภาคม 2567 ณ พาร์คพารากอน สยามพารากอน

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน อาทิ สรัลธร อัศเวศน์, โสภิดา กิติโกมลสุข และผู้บริหารกูร์เมต์ มาร์เก็ต อาทิ ศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล และ ภควัฏ ฉินทกานันท์ มาร่วมงานด้วยพร้อมตัวแทนเกษตรกรผู้ผลิตผลไม้ไทย อาทิ ราเชนทร์ สุขหวานอารมณ์ เจ้าของสวนมะม่วงราเชนทร์ และประธานวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตมะม่วงส่งออก, ธนิสร กำธรกิจตระกูล ประธานบริษัทตั้งถาวร 1 กำธรพัฒนา และคณะกรรมการสมาพันธ์สวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก และ อนัตดา ต่ายทอง เจ้าของแบรนด์ “บ้านไร่ท้ายบ้าน”และที่ปรึกษากลุ่มวิสาหกิจชุมชน จ.ตรัง,จ.นครศรีธรรมราช, จ.พิจิตร มาร่วมงานด้วย

สำหรับผลไม้คู่ฤดูกาลอย่าง “ทุเรียน” ถือเป็นไฮไลท์ที่ทุเรียนเลิฟเวอร์ห้ามพลาด! ชวนอิ่มอร่อยแบบจัดเต็มกับบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและผลไม้นานาชนิดในราคา 990 บาท วันละ 7 รอบ (รอบละ 60 นาที)โดยสามารถเลือกลิ้มรสทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ อาทิ หมอนทอง, ชะนี, พวงมณี,นกหยิบและทุเรียนเบญจพรรณหลากหลายสายพันธุ์ ตลอดจนผลไม้ตามฤดูกาล ได้แก่ ขนุนทองพลอย, มังคุด, เงาะโรงเรียน, แตงโม, มะม่วงน้ำดอกไม้สุก, สับปะรดตราดสีทอง, สละสุมาลี, ลิ้นจี่, มะม่วงดิบ,ลองกอง, น้ำปลาหวาน, ไอศกรีมผลไม้, ข้าวเหนียวมูน, น้ำเฉาก๊วย พิเศษสำหรับสมาชิก M Card และ ONESIAM SUPER APP ซื้อบัตรได้ในราคา 899 บาท พร้อมกันนี้สมาชิก M Card สามารถใช้คะแนน 300 คะแนนแลกรับส่วนลดได้ 300 บาทอีกด้วย

ในงานยังรวบรวมทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์จากแหล่งต่างๆ ทั่วประเทศให้ได้ลิ้มลองรสชาติและเลือกซื้อกลับบ้าน อาทิ ทุเรียนพันธุ์มูซังคิงทองคำ เป็นการนำทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงที่มีรสชาติที่หวาน หอม เนื้อเนียน ละเอียด มีกลิ่นเฉพาะตัว มาหุ้มด้วยทองคำบริสุทธิ์ (Food grade) เป็นทองที่สามารถนำมาทำอาหารรับประทานได้ แปะลงไปบนเนื้อทุเรียน, ทุเรียนน้ำกร่อย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี, ทุเรียนชะนีเกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด, ทุเรียนภูเขาไฟ อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี, ทุเรียนพันธุ์โอวฉี (หนามดำ) เนื้อสีจำปา (สีส้มเข้ม)

รวมทั้งทุเรียนเบญจพรรณหลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ชมพูพาน,ย่ำมะหวาด, ทองลินจง, เม็ดในยายปราง, ก้านยาวสีนาค, กบสุวรรณ, กบพิกุล,กบหน้าศาล, กำปั่นเหลือง, กบตาดำ, ก้านยาว, หมอนทอง, นกหยิบ, พวงมณี, ภูเขาไฟ, กบชายน้ำ, จันทบุรี 3, จันทบุรี 7, จันทบุรี 10, กระดุมทอง, หลงลับแล, หลินลับแล, นวลทองจันทร์, หลงพญา, อีหนัก, ทองย้อยฉัตร เป็นต้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของงานได้ที่โทร.02-6108000 และ Facebook : Siam Paragon

ร่วมขับเคลื่อนเพื่อเมืองที่ยั่งยืน กับ‘SX TALK SERIES ครั้งที่ 2’ กระตุกต่อมความคิด‘เมืองของทุกคน : คุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804202

ร่วมขับเคลื่อนเพื่อเมืองที่ยั่งยืน กับ‘SX TALK SERIES ครั้งที่ 2’  กระตุกต่อมความคิด‘เมืองของทุกคน : คุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน’

ร่วมขับเคลื่อนเพื่อเมืองที่ยั่งยืน กับ‘SX TALK SERIES ครั้งที่ 2’ กระตุกต่อมความคิด‘เมืองของทุกคน : คุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน’

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

หลายคนถามหาคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ว่าจะเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สุขภาพ การศึกษา การขนส่ง ที่อยู่อาศัย ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน SX TALK SERIES ครั้งที่ 2 กิจกรรมภายใต้งาน Sustainability Expo 2024 (SX2024) โดยไทยเบฟ จับมือองค์กรชั้นนำร่วมกันเปลี่ยนโลก จึงจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เมืองของทุกคน : คุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน” โดยวิทยากรมากประสบการณ์ที่มากระตุกต่อมความคิดหาคำตอบว่าแท้ที่จริงแล้ว เราทุกคนมีส่วนร่วมและช่วยกันสร้างเมืองที่ดีสำหรับทุกคนได้อย่างไร

ทำเรื่องปกติของคนธรรมดา ให้คนไร้บ้านเข้าถึงได้

สิทธิพล ชูประจง หัวหน้าโครงการ “จ้างวานข้า” มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า “ปัญหาหลักที่เจอจากเมืองในปัจจุบัน คือ ยังเป็นเมืองที่ไม่ได้รองรับสำหรับคนทุกกลุ่ม อาจเนื่องด้วยประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในฐานะที่ตนทำงานร่วมกับกลุ่มคนเปราะบาง หรือ คนไร้บ้าน ยังมองเห็นว่าเมืองไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนดังกล่าว จึงเป็นที่มาที่ทำให้มูลนิธิกระจกเงาเกิดโครงการ “จ้างวานข้า” พื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนไร้บ้านเข้าถึงระบบงาน ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต กลับคืนสู่สังคม และ “บ้านอิ่มใจ” ของกทม. ศูนย์รวมสวัสดิการคนไร้บ้าน สร้างงาน สร้างอาชีพ และ “สดชื่นสถาน” ที่ดำเนินการเพื่อรองรับและตอบโจทย์คนไร้บ้าน ให้สามารถมาใช้ชีวิตประจำวันแบบคนธรรมดาได้อย่างดียิ่งขึ้น ทั้งการอาบน้ำ ซักผ้า ตู้กดน้ำดื่ม ที่เป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป ให้กลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนไร้บ้าน รวมถึงคนทั่วไปก็สามารถมาใช้บริการได้เช่นเดียวกัน เพราะตั้งใจให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้”

กระบวนการมีส่วนร่วม หัวใจสำคัญของการพัฒนาเมือง

ผศ.ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร และกลุ่มมนุษย์ปากคลองฯ กล่าวว่า “พื้นที่ของทุกคน” อาจไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องมาใช้ชีวิตหรือรวมกลุ่มอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่กลุ่มเดียว แต่อาจหมายถึงพื้นที่เล็กๆ ที่แต่ละคนสามารถมาทำกิจกรรมของตนเองได้เพียงแต่ยังอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งการพัฒนาเมืองเพื่อนำไปสู่การเป็นพื้นที่ของทุกคนจะเกิดขึ้นได้จริง ต้องอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายโดยเฉพาะชุมชนที่จะช่วยออกแบบพื้นที่ให้เข้ากับบริบทของชุมชนตนเองได้อย่างเหมาะสม การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมเป็นสิ่งสำคัญ และหากคนที่เราไปชวนไม่เห็นประโยชน์ จะชวนอย่างไรก็ยากที่จะเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงการพัฒนาสิ่งใด ต้องพัฒนาให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง”

การทำให้เมืองน่าอยู่ ไม่ใช่แค่การออกแบบ แต่เป็นเรื่องของซอฟต์แวร์

ไพทยา บัญชากิติคุณ ATOM Design : Founder และอุปนายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “ในปัจจุบัน “เมือง” ยังมีสิ่งที่ต้องพัฒนาอีกหลายด้าน ในด้านของสถาปนิก ทำงานด้านกายภาพ สิ่งปลูกสร้าง แต่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีแนวคิดที่นักสถาปนิกเห็นตรงกันว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ การทำให้เมืองน่าอยู่ ไม่ใช่แค่การออกแบบเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของซอฟต์แวร์ การปรับทัศนคติ ในการเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการอยู่ร่วมกันในสังคม นอกจากนี้การพัฒนาเมืองให้เป็นพื้นที่สีเขียวก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้นได้ โดย WHO ระบุว่าเมืองที่ดีควรจะมีพื้นที่สีเขียว 9 ตารางเมตร ต่อประชากร 1 คนปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีพื้นที่สีเขียว6.4 ตารางเมตร ต่อประชากร 1 คน ทางด้านโครงการก่อสร้างเพื่อที่อยู่อาศัยก็มีความพยายามที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวเข้าไปในโครงการเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีความสุข”

เมืองที่ดี ต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

สว่าง ศรีสม ประธานฝ่ายแผนงานและโครงการภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ (Transportation for All, T4A) กล่าวว่า “เมืองที่ดี ต้องเป็นเมืองที่รองรับการใช้ชีวิตสำหรับทุกคน รวมถึงกลุ่มคนเปราะบาง ผู้พิการ ซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรจะได้รับการดูแล เพราะในปัจจุบันถึงแม้เมืองจะมีการพัฒนา แต่เป็นการพัฒนาที่ให้รถยนต์เป็นศูนย์กลาง สร้างถนนหลายเลน แต่ทางเท้าที่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกกลับไม่ค่อยมี และไม่เอื้ออำนวยต่อผู้พิการ รวมถึงขนส่งสาธารณะต่างๆ ซึ่งจริงๆ ควรจะพัฒนาเมืองโดยยึดประชาชนทุกกลุ่มเป็นหลักให้สามารถใช้ชีวิตที่ดีที่ได้อย่างเท่าเทียมกัน เป็นเมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

สำหรับ SX TALK SERIES เป็นเวทีเสวนาที่มากกว่าการแลกเปลี่ยนความรู้ และ SX TALK SERIESครั้งที่ 3 จะจัดขึ้นในวันที่ 25 พฤษภาคม 2567 ที่ C asean SAMYAN CO-OP ชั้น 2 สามย่านมิตรทาวน์ ส่วนจะเป็นหัวข้อใด ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ ได้ที่ http://www.sustainabilityexpo.com, Facebook : Sustainability Expo และแอปพลิเคชั่น SX

สมาคมนักเขียนฯ จัดงานมิตรนํ้าหมึกผนึกสัมพันธ์ เนื่องในวันนักเขียน 5 พฤษภาคม 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804203

สมาคมนักเขียนฯ จัดงานมิตรนํ้าหมึกผนึกสัมพันธ์ เนื่องในวันนักเขียน 5 พฤษภาคม 2567

สมาคมนักเขียนฯ จัดงานมิตรนํ้าหมึกผนึกสัมพันธ์ เนื่องในวันนักเขียน 5 พฤษภาคม 2567

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นรีภพ จิระโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย มอบประกาศเกียรติคุณ ปิยมิตรวรรณศิลป์ ให้แก่ ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร

เนื่องใน “วันนักเขียน” 5 พฤษภาคม 2567 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่นักเขียนผู้ล่วงลับ ณ ที่ทำการสมาคม พร้อมจัดงานเลี้ยงสังสรรค์วันนักเขียน ภายใต้ชื่อ “มิตรนํ้าหมึกผนึกสัมพันธ์ 67”และการมอบรางวัลให้แก่นักเขียนผู้สร้างสรรค์ผลงานเป็นที่ประจักษ์2 รางวัล ได้แก่ รางวัลรพีพรประจำปี 2567 รางวัลศรีบูรพาและประกาศยกย่องบุคคลผู้มีอุปการคุณสนับสนุนส่งเสริมกิจการของสมาคมให้เป็น “ปิยมิตรวรรณศิลป์” เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 ณ โรงแรมอลิซาเบธ สะพานควาย

“วันนักเขียน” ตรงกับวันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปี สืบเนื่องจากในปี พ.ศ.2511 เลียว ศรีเสวกนักเขียนชื่อดังเจ้าของนามปากกา “อรวรรณ” ป่วยหนัก เหล่านักเขียนนำโดย สุวัฒน์ วรดิลก ได้รวมตัวกันจัดงานชุมนุมน้ำใจเพื่อหาเงินช่วยเหลือ “อรวรรณ” โดยจัดขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม 2511 จนเป็นที่มาของการจัดตั้งชมรมนักเขียน 5 พฤษภาคม และได้พัฒนาต่อเนื่องมาเป็น สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน และได้ยึดถือให้วันที่5 พฤษภาคม ของทุกปีเป็น“วันนักเขียน” ซึ่งได้มีการจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่นักเขียนผู้ล่วงลับ ณ ที่ทำการสมาคม โดยนิมนต์พระสงฆ์วัดเชิงหวาย 5 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ รับสังฆทาน งานนี้มีอดีตนายก ศิลปินแห่งชาติ กรรมการสมาคม และนักเขียนรุ่นพี่รุ่นน้องพร้อมใจร่วมทำบุญด้วยกันต่อเนื่องประจำทุกปี

ในภาคบ่าย เวลา 16.30 น.มีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ วันนักเขียน 5 พฤษภาคม ภายใต้ชื่อ “มิตรน้ำหมึกผนึกสัมพันธ์ 67” เสื้อลายดอกบอกรักเธอ ภายในงานมีการมอบ รางวัลรพีพร ประจำปี 2567 ให้แก่ประสาทพร ภูสุศิลป์ธร เจ้าของนามปากกา คมทวน คันธนู และรางวัลศรีบูรพา ประจำปี 2567 ให้แก่ รุ่งมณี เมฆโสภณ โดยไฮไลท์สำหรับปีนี้คือสมาคมนักเขียนฯ ประกาศยกย่องบุคคล 3 ท่านที่ได้ให้การช่วยเหลือสนับสนุนสมาคมด้วยดีมาตลอด ให้เป็น “ปิยมิตรวรรณศิลป์” ได้แก่ ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร,คุณหญิงสุรีพันธ์ มณีวัต และ สุรีย์ พันเจริญ

ภายในงานอุ่นหนาฝาคั่งด้วยเพื่อนมิตรน้ำหมึกทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ มีนักเขียนรุ่น young blood เข้าร่วมงานเลี้ยงวันนักเขียนเป็นครั้งแรกกว่าสิบคน นับเป็นความสำเร็จของสมาคมนักเขียนฯ อีกครั้งหนึ่ง ที่จัดงานเลี้ยงเพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวมมิตรภาพของนักเขียนทุกรุ่นทุกวัยเข้าด้วยกัน

นรีภพ จิระโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนฯ, ท่านผู้หญิงวิวรรณ
วรวรรณ เศรษฐบุตร และ ชมัยภร บางคมบาง ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ อดีตนายกสมาคมนักเขียนฯ

นรีภพ จิระโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนฯ, ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร และ ชมัยภร บางคมบาง ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ อดีตนายกสมาคมนักเขียนฯ

สุรีย์ พันเจริญ ผู้รับรางวัลปิยมิตรวรรณศิลป์, ชมัยภร บางคมบาง, คุณหญิง
จำนงศรี หาญเจนลักษณ์, ท่านผู้หญิงวิวรรณ-ท่านทูตจิตริก เศรษฐบุตร, และ จุฑามาศ ณ สงขลา เลขาธิการสมาคมนักเขียนฯ ประธานจัดงานวันนักเขียน

สุรีย์ พันเจริญ ผู้รับรางวัลปิยมิตรวรรณศิลป์, ชมัยภร บางคมบาง, คุณหญิง จำนงศรี หาญเจนลักษณ์, ท่านผู้หญิงวิวรรณ-ท่านทูตจิตริก เศรษฐบุตร, และ จุฑามาศ ณ สงขลา เลขาธิการสมาคมนักเขียนฯ ประธานจัดงานวันนักเขียน

ชมัยภร บางคมบาง มอบรางวัลศรีบูรพา ประจำปี 2567 ให้แก่ รุ่งมณี เมฆโสภณ

ชมัยภร บางคมบาง มอบรางวัลศรีบูรพา ประจำปี 2567 ให้แก่ รุ่งมณี เมฆโสภณ

ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร ผู้ได้รับรางวัล “ปิยมิตรวรรณศิลป์”

ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร ผู้ได้รับรางวัล “ปิยมิตรวรรณศิลป์”

ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร
กล่าวคำขอบคุณ

ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร กล่าวคำขอบคุณ

คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์
อ่านบทกวีเกียรติยศ เป็นเกียรติแก่สมาคมนักเขียนฯ

คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ อ่านบทกวีเกียรติยศ เป็นเกียรติแก่สมาคมนักเขียนฯ

กนกวลี กันไทยราษฎร์ กล่าวสุนทรกถา

กนกวลี กันไทยราษฎร์ กล่าวสุนทรกถา

สุรีย์ พันเจริญ รับรางวัลปิยมิตรวรรณศิลป์ 2567

สุรีย์ พันเจริญ รับรางวัลปิยมิตรวรรณศิลป์ 2567

นรีภพ จิระโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนฯ ถ่ายรูปร่วมกับ ประสาน มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และนักเขียนรุ่นพี่ รุ่นน้อง

นรีภพ จิระโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนฯ ถ่ายรูปร่วมกับ ประสาน มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และนักเขียนรุ่นพี่ รุ่นน้อง

ชมัยภร บางคมบาง อดีตนายกสมาคมนักเขียนฯ, คม เบ้าสวัสดิ์ชัย,
สมปอง ดวงไสว และ ฉัตรชัย คุ้มอนุวงค์

ชมัยภร บางคมบาง อดีตนายกสมาคมนักเขียนฯ, คม เบ้าสวัสดิ์ชัย, สมปอง ดวงไสว และ ฉัตรชัย คุ้มอนุวงค์

จีระนันท์ พิตรปรีชา, วสันต์ ภัยหลีกลี้, รุ่งมณี เมฆโสภณ และ กิเลน ประลองเชิง ร่วมงาน

จีระนันท์ พิตรปรีชา, วสันต์ ภัยหลีกลี้, รุ่งมณี เมฆโสภณ และ กิเลน ประลองเชิง ร่วมงาน

อุปถัมภ์ กองแก้ว, นันทพร ไวศยะสุวรรณ์, มณสิการ รามจันทร์ ร่วมยินดีกับ คมทวน คันธนู

อุปถัมภ์ กองแก้ว, นันทพร ไวศยะสุวรรณ์, มณสิการ รามจันทร์ ร่วมยินดีกับ คมทวน คันธนู

พี่ๆ น้องๆ สมาชิกสมาคมนักเขียนร่วมร้องเพลงสร้างสีสัน

พี่ๆ น้องๆ สมาชิกสมาคมนักเขียนร่วมร้องเพลงสร้างสีสัน

คณะกรรมการสมาคมชุดปัจจุบัน

คณะกรรมการสมาคมชุดปัจจุบัน

ฟาร์ม เอ็กซ์โป จับมือ GMM25 ผลิตรายการ Farm Expo TV เพื่อเกษตรยุคใหม่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/804200

ฟาร์ม เอ็กซ์โป จับมือ GMM25 ผลิตรายการ Farm Expo TV เพื่อเกษตรยุคใหม่

ฟาร์ม เอ็กซ์โป จับมือ GMM25 ผลิตรายการ Farm Expo TV เพื่อเกษตรยุคใหม่

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ฟาร์ม เอ็กซ์โป จับมือพันธมิตร GMM25 สร้างสรรค์รายการ Farm Expo TV รายการเกษตร สำหรับคนรุ่นใหม่ รวมนวัตกรรมด้านการเกษตร สินค้าเกษตรที่น่าสนใจรายการนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะคัดเลือกสินค้าและนวัตกรรมการเกษตร เพื่อไปจัดแสดงในงาน Farm Expo 2024 มหกรรมเกษตรในร่ม กลางกรุงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในวันที่ 3-6 ตุลาคมนี้ ณ ฮอล 98-99 ไบเทค บางนา โดย คุณนรบดี ผดุงเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ฟาร์ม เอ็กซ์โป จำกัด จับมือพันธมิตร เดินหน้าสร้างสรรค์รายการเกษตร สำหรับคนรุ่นใหม่ร่วมกับ GMM25 โดยมี คุณเดียว วรตั้งตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการในฐานะตัวแทนผู้บริหารช่อง GMM25 ให้เกียรติถ่ายภาพ เผยถึงความร่วมมือ ที่ตึกจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ เมื่อบ่ายวันก่อน

คุณนรบดี ผดุงเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟาร์ม เอ็กซ์โป จำกัด เปิดเผยว่ารายการ Farm Expo TV นำเสนอเรื่องราวของเกษตรสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่รวบรวมเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมด้านการเกษตรที่น่าสนใจมาให้ผู้ชมได้เรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจในการทำเกษตรยุคใหม่ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มวัยรุ่น หรือ กลุ่มคนทำงานที่ต้องการก้าวออกมาจากไลฟ์สไตล์เดิมๆ รายการแบ่งเป็น 2 ช่วงดำเนินรายการโดย คุณนรบดี ผดุงเจริญ ช่วงแรกเป็นช่วง QUESTION MARK? (เควสชั่น มาร์ค) ซักถามประเด็นนวัตกรรมด้านการเกษตร สินค้าเกษตรที่น่าสนใจ สัมภาษณ์ผู้บริหารที่มีการผันตัวไปทำเกษตร บริษัทชั้นนำที่มีความสนใจด้านการเกษตร และช่วงที่สองใช้ชื่อว่า ช่วง AGRITHON (แอกริธอน) เป็นการประกวดนวัตกรรม และการแข่งขัน นำเสนองานวิจัยและนวัตกรรมด้านการเกษตรของคนไทยที่ถูกคิดค้นขึ้นและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนเพื่อชิงรางวัลทุนวิจัยในการพัฒนาโครงการ โดยในรายการจะมีผู้ทรงคุณวุฒิผู้บริหารจากหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่อยู่ในความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีและส่งเสริมตลาด ในอุตสาหกรรมเกษตรไทยที่จัดขึ้นโดย ฟาร์ม เอ็กซ์โป ที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการจะสับเปลี่ยน หมุนเวียน มาให้คอมเม้นท์ ไอเดีย แนวความคิด เพื่อต่อยอดในอุตสาหกรรมการเกษตร โดยสินค้าและนวัตกรรมด้านการเกษตรที่มาออกในรายการช่วง AGRITHON นั้นจะถูกคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา เช่น นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีนักวิชาการด้านนวัตกรรม นักบริหาร นักการตลาดผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่สนใจ ต้องการนำเสนอนวัตกรรมเข้ามาแข่งขัน สามารถส่งนวัตกรรมการเกษตรมาได้ที่ http://www.agrithon.com หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook Farm Expo Thailand รายการ Farm Expo TV เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท ฟาร์ม เอ็กซ์โป จำกัด และ GMM25 เพื่อสร้างสรรค์ถ่ายทอด ความรู้ แนวความคิด วาไรตี้ และอัปเดตความรู้ เทคโนโลยีทางการเกษตรใหม่ๆ ด้านการเกษตร ให้กับคนรุ่นใหม่ ที่สนใจด้านการเกษตร นอกเหนือจากการสร้างคุณค่าหรือเพิ่มรายได้แล้ว ยังสามารถต่อยอดไปยังเรื่องของการท่องเที่ยวได้ด้วยสามารถติดตามรับชมได้ที่ช่อง GMM25 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 15.00-15.30 น. และชมย้อนหลังผ่าน Facebook, YouTube GMM, แอปพลิเคชั่น oneDออกอากาศเทปแรก วันที่ 26 พฤษภาคมนี้

ศิลปินหญิงแห่งยุค ‘BOWKYLION’ ปลุกกระแสเพลงเศร้ายิ้มทั้งน้ำตา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/804196

ศิลปินหญิงแห่งยุค ‘BOWKYLION’ ปลุกกระแสเพลงเศร้ายิ้มทั้งน้ำตา

ศิลปินหญิงแห่งยุค ‘BOWKYLION’ ปลุกกระแสเพลงเศร้ายิ้มทั้งน้ำตา

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“BOWKYLION” (โบกี้ไลอ้อน) หรือ “โบกี้-ณิชชาฎา วีระสุทธิมาศ” ศิลปินหญิงมากความสามารถจากค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) เจ้าของผลงานเพลงฮิตติดหูอย่าง วาดไว้, ลงใจ, ทราบแล้วเปลี่ยน, บานปลาย, รู้กันแค่นี้, เลี้ยงไข้ ซึ่งมียอดวิวมากกว่า 10 ล้าน รวมถึงยอดสตรีมต่อเดือนกว่า 1 ล้านสตรีมพร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ศิลปินหญิงแห่งยุคด้วยการคว้ารางวัล “Best Music of The Year” สาขา Female Artist จากเวทีคุณภาพ TOTY AWARD 2024 และยังการันตีความสามารถด้วยการบินลัดฟ้าเดินสายทัวร์ต่างประเทศครั้งนี้โบกี้ไลอ้อนกลับมาพร้อมเพลงเศร้าที่จะทำให้ทุกคนยิ้มทั้งน้ำตาไปกับ “ส่วนต่าง (Do it without me)”

กลับมาอีกครั้งกับเพลงที่จะทำให้เศร้าตลอดทั้งปีอย่าง “ส่วนต่าง (do it without me) ”ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด ของ “BOWKYLION” ที่ชวนค้นหาคำตอบในความสัมพันธ์ที่จำใจให้ต้องแยกจาก แต่ยังคงคอยดูแลอยู่ห่างๆ ซึ่งยังคงเต็มไปด้วยความยินดีกับความสำเร็จของเธอ“You can do it without me” ถึงแม้ว่าจะไม่มีคำว่า “เรา”อีกแล้วก็ตาม “ส่วนต่าง (do it without me)” จึงถือเป็นอีกหนึ่งผลงาน ที่นอกจากจะใช้เพื่อแสดงความยินดีแล้ว ยังสามารถใช้ปลอบใจตัวเองและบรรยายอาการคนที่ยิ้มทั้งน้ำตาได้เป็นอย่างดี