กกต. เคาะวันสมัคร สว. 20 – 24 พ.ค.นี้ เลือกระดับอำเภอ จังหวัด ประเทศ ภายใน มิ.ย.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574639

13 พ.ค. 2567

15:21 น.

กกต. เคาะวันสมัคร สว. 20 - 24 พ.ค.นี้ เลือกระดับอำเภอ จังหวัด ประเทศ ภายใน มิ.ย.

กกต. เคาะวันสมัคร สว. 20 – 24 พ.ค.นี้ เลือกระดับอำเภอ 9 มิ.ย. ระดับจังหวัด 16 มิ.ย. ระดับประเทศ 26 มิ.ย. รับใบสมัครได้ที่สำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ ทั่วประเทศ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศกำหนดวันเลือกและวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2567 โดยกำหนดวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา ตั้งแต่วันที่ 20 – 24 พฤษภาคม 2567 ระหว่างเวลา 08.30- 16.30 น. ที่สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกระดับอำเภอกำหนด ไม่เว้นวันหยุดราชการ

กำหนดวันเลือกสมาชิกวุฒิสภา

  • 9 มิถุนายน 2567 เลือกระดับอำเภอ
  • 16 มิถุนายน 2567 เลือกระดับจังหวัด 
  • 26 มิถุนายน 2567 เลือกระดับประเทศ

โดยสำนักงาน กกต. จะส่งประกาศนี้ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยเร็วต่อไป

สำหรับผู้ที่ประสงค์สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจะสมัครได้เพียงกลุ่มเดียว อำเภอเดียว และจะถอนการสมัครไม่ได้ โดยสามารถติดต่อขอรับใบสมัคร (สว. 2) พร้อมแบบข้อมูลแนะนำตัว (สว. 3) และแบบหนังสือรับรองความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในกลุ่มที่สมัคร (สว. 4) ด้วยตนเอง ได้ที่สำนักทะเบียนอำเภอ (ที่ว่าการอำเภอ ทุกแห่ง และสำนักทะเบียนท้องถิ่นสำหรับ กรุงเทพมหานคร (สำนักงานเขต)

‘ทักษิณ’ ไปโคราช ไหว้ท้าวสุรนารี 25 พ.ค.นี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574624

13 พ.ค. 2567

13:18 น.

‘ทักษิณ’ ไปโคราช ไหว้ท้าวสุรนารี 25 พ.ค.นี้

‘ประเสริฐ’ เผย ‘ทักษิณ’ มาโคราช 25 พ.ค.นี้ เป็นประธานณาปณกิจศพ สักการะ “ย่าโม” ในรอบ 20 ปี ย้ำยังห่วงใยประชาชน คิดถึงชาวโคราช

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงนายทักษิณ ชิณวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา วันที่ 25 พฤษภาคมนี้ว่า เป็นการเดินทางไปร่วมงานฌาปนกิจศพของบุคคลที่เคารพนับถือ โดยเป็นชาวอำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนายทักษิณ จะมาเป็นประธานในพิธี 

หลังจากนั้น นายทักษิณจะเดินทางไปสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ในรอบ 20 ปี และเชื่อว่า นายทักษิณ คงคิดถึงชาวโคราช และชาวโคราชก็อยากพบนายทักษิณเช่นเดียวกัน 

ส่วนนายทักษิณจะมีโอกาสพบปะกับชาวโคราชหรือไม่ เนื่องจากนายประเสริฐเคยระบุหากมีโอกาสก็อยากให้มาพบนั้น นายประเสริฐ ระบุว่า ต้องแล้วแต่นายทักษิณ เพราะต้องพิจารณาหลายอย่าง โดยเฉพาะเวลา แต่เชื่อว่า นายทักษิณ ยังห่วงใยประชาชน ซึ่งหากมีข้อคิดเห็น หรือมีข้อแนะนำดี ๆ ก็ยังยินดีที่จะช่วยเหลือประเทศชาติ

คลื่นใต้น้ำ ‘ชาดา’ สั่งมนัญญาถอย ‘เพื่อไทย’ ฮุบกรมพัฒนาชุมชน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574621

13 พ.ค. 2567

13:08 น.

คลื่นใต้น้ำ ‘ชาดา’ สั่งมนัญญาถอย ‘เพื่อไทย’ ฮุบกรมพัฒนาชุมชน

กลเกม ชาดา-มนัญญา บ้านใหญ่ภูมิใจไทย เบื้องลึกปูดข่าวน้องสาวถอยแท้จริงแล้ว หวังจุดพลุกรณีบิ๊กเพื่อไทยสั่งฮุบกรมพัฒนาชุมชน

ชาดา-มนัญญา ยังไม่ทิ้งค่ายสีน้ำเงินชาดา-มนัญญา ยังไม่ทิ้งค่ายสีน้ำเงิน

จับตา “ชาดา” – “มนัญญา” บ้านใหญ่ภูมิใจไทย เบื้องลึกข่าวน้องสาวถอยแท้จริงแล้ว หวังจุดพลุกรณีบิ๊กเพื่อไทยสั่งฮุบกรมพัฒนาชุมชน

สัญญาณเตือนนายใหญ่ ภูมิใจไทย-เพื่อไทย จากปมดึงกัญชากลับเป็นยาเสพติด หน้าฉากหวานชื่น หลังฉากเหมือนมีคลื่นใต้น้ำ

นายกฯเศรษฐา ทัวร์นกขมิ้น 4 บุรี 4 จังหวัดในภาคกลางคือสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ซึ่งจะมีการประชุม ครม.สัญจรที่เมืองขนมหม้อแกง

ระหว่างนี้กลับมีข่าวใหญ่ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ น้องสาวของชาดา ได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ทำเอาวิเคราะห์กันให้วุ่นวาย


บังเอิญ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย และชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เดินเคียงข้างนายกฯเศรษฐา จึงมีการชี้แจงโดยพลันทันที

ชาดา ไทยเศรษฐ์ แจงว่า มนัญญา น้องสาวลาออกจากสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่เดือน กพ.2567 เป็นผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการ บริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ของกรมพัฒนาชุมชน กระทรวง มหาดไทย

ตามข้อบังคับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี มีข้ออยู่ข้อหนึ่ง ห้ามสมาชิกพรรคการเมืองเป็นกรรมการกองทุนฯ มนัญญาจึงลาออกจากพรรคภูมิใจไทย

มท.3 บ้านใหญ่เมืองอุทัยธานี ยังขยายความว่า หลังปรับ ครม.เศรษฐา 2 มีการแบ่งงานใหม่ในมหาดไทย โดยยกกรมพัฒนาชุมชน ที่ชาดาดูแลอยู่ไปให้ เกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย เป็นผู้กำกับดูแลแทน

ชาดาบอกว่า เมื่อกรมพัฒนาชุมชนไปอยู่ในมือเพื่อไทย จึงให้น้องสาวถอยออกมาช่วยงานตัวเอง ซึ่งทุกวันนี้ มนัญญาก็มีตำแหน่งประธานที่ปรึกษา รมช.มหาดไทย

ดังนั้น การลาออกของมนัญญา จึงไม่เกี่ยวกับการจะย้ายพรรค หากแต่เป็นจุดหัวเชื้อการเมือง เพื่อให้สื่อมาสนใจเรื่องการแบ่งงานในกระทรวง มหาดไทย กรณีเพื่อไทยฮุบกรมพัฒนาชุมชนไปดูแล  

ฐานเสียงกองทุนสตรี


หลังตั้งรัฐบาลเศรษฐา 1 ชาดา ไทยเศรษฐ์ ในฐานะ มท.3 กำกับดูแลกรมพัฒนาชุมชน เล็งเห็นว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี น่าจะนำมารับใช้งานการเมืองได้ จึงให้มนัญญา น้องสาวเข้าไปขับเคลื่อนกองทุนดังกล่าว


กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ที่มีเครือข่ายในทุกจังหวัด ไม่ต่างจาก อสม. สังกัดกระทรวงสาธารณสุข สมัยที่แล้ว ค่ายสีน้ำเงินได้ประโยชน์จากกองทัพ อสม. อยู่มิใช่น้อย

อย่างเมื่อ 20 มี.ค.2567 มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ประธานคณะที่ปรึกษา รมช.มหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการคณะทำงานเครือข่ายขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับภาค รุ่นที่ 3 ภาคอีสานที่ จ.อำนาจเจริญ 

ใครก็รู้ว่า อำนาจเจริญเป็นที่มั่นการเมืองของค่ายสีน้ำเงิน นำโดยเจ๊รวย สุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ 

พูดจาภาษาการเมือง ค่ายสีน้ำเงิน กำลังเจาะฐานกองทุนสตรีทั่วประ เทศ เหมือนสมัยที่แล้ว เสี่ยหนู คุมฐาน อสม.ทั่วไทยไว้เบ็ดเสร็จ


ใบสั่งฮุบกรมพัฒนาชุมชน


ช่วงปรับ ครม.เศรษฐา 2 เกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย ก็ติดโผจะหลุดจากเก้าอี้รัฐมนตรี เพราะไม่มีผลงาน ซึ่งเสี่ยเกรียงบอกว่า ตนเองได้คุมกรมเดียวคือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงสร้างผลงานไม่ได้ตามเป้าหมาย

หลังจากนั้น เสี่ยหนู อนุทิน จึงดึงกรมพัฒนาชุมชน ออกจากชาดาไปให้เสี่ยเกรียงกำกับดูแล ตามใบสั่งของผู้มากบารมีเหนือพรรคเพื่อไทย

กรณีค่ายสีน้ำเงินเสียกรมพัฒนาชุมชนไปให้ค่ายสีแดง เป็นเรื่องกลืนไม่เข้าคายไม่ออก 

บังเอิญสัปดาห์ที่แล้ว นายกฯเศรษฐา สั่งให้กระทรวงสาธารณสุข แก้ไขคำสั่งให้กัญชากลับมาเป็นยาเสพติด เหมือนผีซ้ำด้ำพลอยของภูมิใจไทย


แม้อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พยายามกลบเกลื่อนว่า พร้อมน้อมรับนโยบายนายกฯเศรษฐา ไม่กระทบความสัมพันธ์ในพรรคร่วมรัฐบาล แต่ทางฝั่งบ้านใหญ่บุรีรัมย์ กลับอึดอัดคับข้องใจยิ่งนัก

ถอดรหัสข่าวมนัญญาลาออกจากภูมิใจไทยนั้น มีเบื้องหน้าเบื้องหลังแน่นอน ซึ่งข่าวนี้ซ่อนไว้ด้วยเรื่องค่ายสีน้ำเงินถูกค่ายสีแดงฮุบกรมพัฒนาชุมชน

เมื่อภูมิใจไทยไม่ได้คุมกรมพัฒนาชุมชน แผนการสร้างฐานเสียง โดยใช้กองทุนสตรี สายมหาดไทยเป็นกลไกขับเคลื่อนเหมือนสมัยสร้างกอง ทัพ อสม. ก็มอดดับไปด้วย

‘พีระพันธ์ – เอกนัฏ’ ควงกันลงพื้นที่ รทสช. ยังเหนียวแน่น

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574619

13 พ.ค. 2567

12:56 น.

‘พีระพันธ์ - เอกนัฏ’ ควงกันลงพื้นที่ รทสช. ยังเหนียวแน่น

‘พีระพันธ์ – เอกนัฏ’ ควงกันลงพื้นที่เพชรบุรี รทสช. ยังเหนียวแน่น หลังออกมายืนยันว่าภายในพรรคสงบเรียบร้อยดี ไม่มีความแตกแยกกันภายในอย่างที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้

ก่อนหน้าที่มีกระแสข่าวระส่ำระส่ายภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งแต่นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ลาออกจากสมาชิกพรรค , นายนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ลาออกจาก รมช.คลัง และกระแสข่าวการบริหารงานในพรรคและความสัมพันธ์ระหว่าง สส. กับผู้บริหารพรรค จนนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ต้องออกมายืนยันว่าภายในพรรคสงบเรียบร้อยดี ในงานสัมมนาพรรคที่เพชรบุรี

ล่าสุดวันนี้ (13 พ.ค.67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี เขต 1 และ จ.อ. อภิซาติ แก้วโกศล สส.เพชรุบรี เขต 3  รวมทั้ง สส. และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ และคณะผู้บริหารพรรค ลงพื้นที่ จังหวัดเพชรบุรี ณ องค์การบริหารส่วนตำบลแก่งกระจาน ตำบลแก่งกระจานอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อรับหนังสือร้องเรียนชาวบ้านเรื่องการก่อสร้างบานเปิด-ปิด ระบายน้ำ หรือสปิลเวย์ เขื่อนแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

นายพีระพันธุ์ กล่าวภายหลังได้รับหนังสือร้องเรียนจากประชาชนว่า จะต้องประสานข้อมูลและข้อเท็จจริงกับทางหน่วยราชการที่เป็นเจ้าของเรื่องว่า มีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร อีกทั้งมีวิธีการดำเนินการได้แค่ไหน ในกรณีแบบนี้บางอย่าง ก็ต้องหาวิธีการเพื่อมาชดเชย แต่ถ้าหน่วยราชการมีรูปแบบวิธีการแก้ปัญหาก็สามารถนำมาพิจารณา ขณะเดียวกัน ตนก็จะดูเรื่องการแก้ปัญหานี้ควบคู่ไปด้วยเช่นกัน

นายวิรัตน์ นกวอน นายกองค์การบริหารตำบล แก่งกระจาน เปิดเผยว่า วันนี้ตนและประชาชนในพื้นที่ มายื่นหนังสือร้องเรียนให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี นายพีระพันธุ์ เพื่อต้องการให้ท่านช่วยชะลอการก่อสร้างบานเปิด-ปิดระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจานไปจนกว่า สอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่แล้วเสร็จ 

ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะชาวบ้านที่อยู่ขอบอ่าง ไม่เห็นด้วย เพราะหากมีการก่อสร้างบานเปิด-ปิดดังกล่าวที่สูงขึ้นไปอีก จะทำให้ประชาชน ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมหนัก หากน้ำล้นเขื่อนขึ้นมาในปริมาณที่มากอีก และถ้าหนีขึ้นไปด้านหลังซึ่งเป็นเขาและเป็นพื้นที่เขตอุทยานฯ ก็อาจจะมีความผิดฐานบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ โครงการดังกล่าวทางกรมชลประทาน ไม่ได้มีการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเลย

รมว.สธ. เผย นายกฯ สั่งดึงกัญชา กลับเป็นยาเสพติด ภายในสิ้นปีนี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574610

13 พ.ค. 2567

11:22 น.

รมว.สธ. เผย นายกฯ สั่งดึงกัญชา กลับเป็นยาเสพติด ภายในสิ้นปีนี้

รมว.สธ. เผย นายกฯ สั่งดึงกัญชา กลับเป็นยาเสพติด ภายในสิ้นปีนี้ ยอมรับตอนเป็น รมว.ยุติธรรม รัฐบาลที่แล้ว ไม่ได้คัดค้าน เพราะทำงานกับพรรคร่วม ยังรู้ไม่ชัดเจน จึงไม่ค้าน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงนโยบายนายกรัฐมนตรี ให้นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ประเภท 5 ว่า นายกรัฐมนตรีให้เวลาดำเนินการถึงสิ้นปี ซึ่งจะต้องมีการรแก้ไขกฎกระทรวง และประกาศกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนจะนำกัญชาทั้งหมดหรือเฉพาะส่วนเข้าบัญชียาเสพติดนั้น นายสมศักดิ์ ชี้แจงว่า กัญชาถูกควบคุมตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ ทั้งช่อดอก กัญชา และสารสกัดเป็นยาเสพติด ยกเว้นเส้นใย เมล็ด หรือการควบคุมการปลูกกัญชา หรือการจัดรายงานที่เกี่ยวข้อง พื้นที่ปลูก การนำเข้าต้องขึ้นอยู่กับการพูดคุยกัน เพราะต้องแก้กฎกระทรวง และหากไม่พูดคุยกันแล้วแก้กฎกระทรวงก็จะเสียหายมาก และประกาศตามคำสั่ง ที่จะให้แพทย์แผนไทย แพทย์พื้นบ้าน และวิธีการวิจัยต่าง ๆ นั้นจะต้องคุยกันอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วน และถ้าข้อมูลไม่ครบถ้วนแล้วดำเนินการไปในฐานะรัฐบาลจะเสียหายได้ 

ส่วนที่เคยเห็นด้วยในที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. สมัยเป็น รมว.ยุติธรรม รัฐบาลที่แล้วนั้น นายสมศักดิ์ ชี้แจงว่า การทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาล หากเราไม่รู้จริง หรือยังไม่ชัดเจนจริง ก็ไม่มีสิทธิ์ไปค้าน ซึ่งในการประชุม ป.ป.ส.หลายครั้ง ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับกัญชาคือกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากเกี่ยวข้องอนุสัญญาระหว่างประเทศ แต่นอกวงการประชุม ก็มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยรุนแรง ทั้ง ป.ป.ส. เอง และตำรวจ 

ที่ผ่านมามีการพูดคุยกัน ทั้งนอกรอบและในรอบการประชุม แต่แม้ในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส.อย่างเป็นทางการ ตนก็ไม่ได้คัดค้าน แต่มีการพูดคุยนอกรอบกัน เพราะต้องให้เกียรติกันในขณะนั้น แต่เมื่อจะดำเนินการ ตนเองเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีเวลาที่จะทำความเข้าใจในข้อเท็จจริง เราเดินมาตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ 4 ปีแล้ว เอาข้อมูลมาดูกันและยอมรับข้อเท็จจริง โดยรัฐบาลให้แนวทางยึดประชาชนเป็นหลัก

ส่วนผู้คัดค้านนำกัญชากลับเข้าบัญชีรายชื่อยาเสพติด จะเข้ามาพบที่กระทรวงสาธารณสุขนั้น นายสมศักดิ์ บอกว่า พร้อมพูดคุยและต้องไปพูดคุยด้วย เพราะไม่อยากดำเนินการโดยที่มีข้อมูลไม่เพียงพอ และจะต้องไม่ให้ผู้คัดค้านเสียหาย ต้องมีกรอบกัญชาทางการแพทย์ 

‘ธรรมนัส’ลุยแก้เกษตร นครปฐม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804236

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ แก้ไขปัญหาการเลี้ยงกุ้ง การปลูกข้าว และการแก้ไขปัญหาประตูระบายน้ำให้กับเกษตรกรในพื้นที่ จ.นครปฐม โดยมี นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าส่วนราชการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรกร และชาวจังหวัดนครปฐม ให้การต้อนรับ โดยร้อยเอกธรรมนัส รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่ได้มอบหมายนโยบายและหลักการทำงานสำคัญให้กับผู้บริหาร หัวหน้า ส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน รวมทั้ง บุคลากรหน่วยงานทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และต่างประเทศ เน้นนโยบายการแก้ไขปัญหาด่านการเกษตร เพื่อให้ “เกษตรกรกินดี อยู่ดี มีรายได้ มีอาชีพที่มั่นคง สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน และ ภาคเกษตรไทยคือผู้นำสินค้าเกษตรในตลาดโลก” เน้นการสร้างวิธีการทำงาน สู่การปฏิบัติ อาทิ การจัดตั้งศูนย์บริการประชาชน ภาคการเกษตร การรับมือ ภัยธรรมชาติ ปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ยกระดับ สินค้าเกษตรเสริมศักยภาพเกษตรกร การจัดการทรัพยากรทางการเกษตร ทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม การอำนวยความสะดวกด้านการเกษตร นั้น  ขอขอบคุณ นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม  พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดนครปฐม ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรกรทุกท่าน ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมให้ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่ร่วมกันในวันนี้

นายอรรถวุฒิ รอง ผวจ.นครปฐม กล่าวว่า จ.นครปฐม เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญ มีทรัพยากรดินและน้ำอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเกษตร โดยมีแม่น้ำท่าจีนเป็นแม่น้ำสายหลัก และมีระบบชลประทานครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัด เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าว พืชผัก และผลไม้ที่สำคัญ นอกจากนี้ ยังมีการทำประมงน้ำจืดที่สำคัญ ได้แก่ การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม กุ้งขาวแวนนาไม และปลาน้ำจืด แต่ในขณะนี้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว และเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ต้องประสบปัญหา ทำให้ผลผลิตมีปริมาณน้อย ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรขาดทุนอย่างต่อเนื่อง

ที่ปรึกษาฯตรวจ เส้นทางส่งออก สินค้าปศุสัตว์ ไปยังลาว-จีน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804235

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมสถานที่ขนส่งสัตว์มีชีวิต อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อรองรับการค้าด้านปศุสัตว์ ไทย-ลาว-จีน โดยมีนายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายสุรพล ธัญญเจริญ ปศุสัตว์เขต 5 และนายพืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์ จ.เชียงราย นายโชคชัย วงละคร หัวหน้าด่านกักกันสัตว์เชียงราย ร่วมให้ข้อมูลในการตรวจราชการ

สำหรับเส้นทางรองรับการค้าด้านปศุสัตว์ ไทย-ลาว-จีน ขนส่งทางน้ำ ประกอบด้วย 2 เส้นทาง ดังนี้ 1.ท่าปศุสัตว์เชียงแสน ด่านกักกันสัตว์เชียงราย เป็นสถานที่ดำเนินการของผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญ เช่น สัตว์มีชีวิต และผลิตภัณฑ์ ไทยมีมาตรการควบคุมป้องกันการระบาดโรคที่เข้มงวด ไทยมีระบบควบคุม ป้องกันโรคระบาดสัตว์ที่ผ่านเข้า-ออกประเทศ และ 2.ท่าเรือห้าเชียงเทรดดิ้ง อ.เชียงแสนท่าขนถ่ายสินค้าด้านปศุสัตว์ (โค-กระบือ-แพะ แกะ-สุกร-สัตว์ปีก) ของเอกชน

ทั้งนี้ แผนในอนาคตการพัฒนาท่าปศุสัตว์เชียงแสน ด่านกักกันสัตว์เชียงราย ทางภาครัฐสนับสนุนให้เป็นทางนำเข้า-ส่งออกสัตว์มีชีวิตในช่องทางนี้ต่อไป ยกระดับท่าปศุสัตว์เชียงแสนเพื่อรองรับการเป็นท่านำเข้า-ส่งออกสินค้าปศุสัตว์ตามมาตรฐานสากล และถูกต้องตามระเบียบของกรมปศุสัตว์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรองรับการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปยังประเทศลาว-จีน

ผู้ช่วยฯดูแปลงฯต้นแบบ หนุนเกษตรเขตเมืองอัจฉริยะ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804237

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงเกษตรกรต้นแบบ โครงการส่งเสริมการเกษตรเขตเมืองอัจฉริยะ นายสมศักดิ์ เกิดเปี่ยม ที่ฟาร์มทรัพย์แทนวันดี ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร โดยกรมส่งเสริมการเกษตร มีนโยบายการดำเนินงานโครงการส่งเสริมเกษตรเขตเมืองอัจฉริยะ ปี 2567 โดยมีกลไกส่งเสริมเกษตรเขตเมืองอัจฉริยะ ประกอบด้วย 1.หุ้นส่วนเกษตรเขตเมืองคือเจ้าของที่ดินที่ต้องการพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าเขตเมืองหรือพื้นที่การเกษตรที่ใช้ประโยชน์ไม่เต็มประสิทธิภาพ 2.เกษตรกรผู้ประกอบการเกษตรเขตเมือง (Startup CEO) คือเกษตรกรหรือผู้ที่มีประสบการณ์ความรู้ความสามารถทำหน้าที่บริหารจัดการแปลงเกษตรเขตเมือง 3.เจ้าของนวัตกรรมระบบเกษตรอัจฉริยะ คือผู้ให้การสนับสนุนเทคโนโลยีด้านการเกษตรเพื่อพัฒนาการทำเกษตรเขตเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ และ 4.วิสาหกิจชุมชนหรือผู้ประกอบการด้านตลาด คือเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรหรือภาคเอกชน ที่รวบรวมและกระจายผลผลิตฟาร์มเกษตรเขตเมือง สู่ตลาดทุกระดับ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร จะทำหน้าที่สนับสนุนวิชาการด้านพืช การวางแผนการผลิต การดูแลป้องกันอารักขาพืช การประสานงานจัดหาช่องทางตลาด และเป็นที่ปรึกษาธุรกิจเกษตรให้แก่หุ้นส่วนเกษตรเขตเมือง การดำเนินงานในโครงการนี้จะสามารถส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาพื้นที่เขตเมืองให้เกิดการใช้ประโยชน์ในการผลิตทางการเกษตร สามารถพัฒนาเป็นฟาร์มเกษตรอัจฉริยะ ผ่านกลไกพัฒนาการเกษตรของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร และเกษตรกรต้นแบบในพื้นที่ และเพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรเขตเมือง

สำนักงานเกษตร จ.สมุทรสาคร ได้ขับเคลื่อนงานโครงการส่งเสริมเกษตรเขตเมืองอัจฉริยะ ประจำปี 2567 นำร่อง 1,000 แปลง ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และ กทม.โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาพื้นที่เขตเมืองให้เกิดประโยชน์ในการผลิตทางการเกษตร สามารถพัฒนาเป็นฟาร์มเกษตรอัจฉริยะ ผ่านกลไกพัฒนาการเกษตรของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และเกษตรกรต้นแบบในพื้นที่ เกษตรกรปราดเปรื่อง Smart Farmer และ Young Smart Farmer กลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาพื้นที่เกษตรเขตเมือง โดยร่วมวางแผนกับเจ้าของที่ดินในฐานะหุ้นส่วนเกษตรเขตเมืองดำเนินการผลิตเกษตรที่สอดคล้องกับตลาดมีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เช่น ระบบเกษตรอัจฉริยะ และเกษตรปลอดภัยโดยใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบการทำเกษตรในเขตเมืองเกิดพื้นที่สีเขียว ใน จ.สมุทรสาคร มีเป้าหมาย 200 แปลง

กรมชลฯปรับรอบ2ไม่ปลูกข้าวนาปรัง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804240

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน ว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 48,795 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 64% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 24,854 ล้าน ลบ.ม.(47% ของความจุอ่างฯรวมกัน)เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 13,446 ล้าน ลบ.ม.(54% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ปริมาณน้ำใช้การได้ 6,750 ล้าน ลบ.ม.(37% ของความจุอ่างฯรวมกัน) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 จนถึงขณะนี้ มีการจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งปี 2566/67 ทั้งประเทศไปแล้วกว่า17,312 ล้าน ลบ.ม.(69%) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 6,339 ล้าน ลบ.ม.(73%)

ด้านสถานการณ์การเพาะปลูกข้าวนาปรัง ทั้งประเทศมีการทำนาปรังไปแล้วประมาณ 8.82 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 152 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยา มีการทำนาปรังไปแล้วประมาณ 5.68 ล้านไร่คิดเป็นร้อยละ 188 ของแผนฯ ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่าพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังในลุ่มเจ้าพระยาเริ่มคงที่ เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรได้เริ่มทยอยเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังรอบแรกแล้ว อย่างไรก็ตาม ขอให้เกษตรกรที่เก็บเกี่ยวนาปรังรอบแรกแล้วเสร็จ ไม่ทำนาปรังรอบสอง เพื่อลดความเสียผลผลิตเสียหายจากปริมาณน้ำไม่เพียงพอ พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ เร่งเข้าสำรวจพื้นที่ที่เก็บเกี่ยวแล้ว เพื่อวางแผนปรับลดการรับน้ำเข้าพื้นที่ เป็นการประหยัดน้ำสำรองไว้ใช้ในการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศ โดยการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาถึงปรากฏการณ์ลานีญาจะส่งผลให้ครึ่งปีหลังช่วงปลายฤดูฝน มีปริมาณฝนตกมากกว่าค่าปกติ จึงกำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์สภาพอากาศด้วย

ปลัดฯเคาะหลักเกณฑ์ฯ ทำโครงการนมโรงเรียน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804241

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 4/2567 โดยมีนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าที่ประชุมได้รับทราบสรุปผลการตรวจสอบปริมาณน้ำนมดิบที่ฟาร์มเกษตรกร 2,821.86 ตัน ซึ่งจะยึดเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการนมโรงเรียนทั้งระบบ

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2567 รวมทั้งเห็นชอบการกำหนดแผนการดำเนินงานโครงการฯ โดยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ลงนามประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2567 เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมาทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการดำเนินงานโครงการฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของนักเรียนที่กำลังจะเปิดเทอมในปีการศึกษา 2567จะต้องได้ดื่มนมโรงเรียนทันเปิดเทอม