สหรัฐฯ จับตา โควิด KP.2 น้องใหม่มาแรงสุด พบกลายพันธุ์เพิ่มจาก JN.1

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785320

สหรัฐฯ จับตา โควิด KP.2 น้องใหม่มาแรงสุด พบกลายพันธุ์เพิ่มจาก JN.1

13 พ.ค. 2567 19:40 น.

สหรัฐฯ จับตา โควิด KP.2 น้องใหม่มาแรงสุด พบกลายพันธุ์เพิ่มจาก JN.1

CDC สหรัฐฯ จับตาโควิดสายพันธุ์ KP.2 น้องใหม่มาแรงสุด พบติดเชื้อเพิ่มขึ้น มีการกลายพันธุ์เพิ่มจากสายพันธุ์ JN.1 นักวิทย์คาดอาจทำให้หลบหลีกภูมิจากการฉีดวัคซีนได้ดีมากขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล จะก่อให้เกิดอาการป่วยแรงขึ้นหรือไม่

เมื่อ 13 พ.ค. 2567 ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ (CDC) รายงานสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการระบาดระลอกใหม่ พบว่าขณะนี้เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ KP.2 ซึ่งเป็นเครือญาติกับสายพันธุ์ JN.1 กำลังเป็นเชื้อโควิดสายพันธุ์ที่พบคนติดเชื้อมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา เพราะขณะนี้พบคนติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ KP.2 เพิ่มขึ้นมาเป็น 28% ของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในสหรัฐฯ แล้ว โดยเพิ่มจากเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งยังพบคนติดเชื้อโควิด KP.2 แค่เพียง 6%

CDC ระบุว่า เชื้อโควิดสายพันธุ์ KP.2 กลายเป็นสายพันธุ์ที่โดดเด่นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนแล้ว เพราะมีคนติดเชื้อในสัดส่วนเพิ่มขึ้น มาแทนที่สายพันธุ์ JN.1 ซึ่งพบคนติดเชื้อมากที่สุดในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา 

อย่างไรก็ตาม มีนักวิทย์บางคนได้เรียกเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ KP.2 และสายพันธุ์ KP.1.1 ซึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมในตำแหน่งสำคัญเหมือนกันว่า กลุ่มสายพันธุ์ ‘FLirt’ (เฟลิร์ต) ซึ่งเชื้อโควิดทั้งสองสายพันธุ์นี้เป็นทายาทของสายพันธุ์ JN.1 ซึ่งเป็นรุ่นหลานของสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron)

ตามรายงานของ CDC ของสหรัฐฯ พบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ KP.2 และ KP.1.1 เป็นอัตราส่วนถึง 35.3% ของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นจาก 7.1% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

สำหรับเชื้อโควิด KP.2 เป็นสายพันธุ์ที่เป็นเครือญาติใกล้ชิดกับสายพันธุ์ JN.1 ซึ่งระบาดหนักเมื่อช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา โดยโควิดสายพันธุ์ KP.2 มีการกลายพันธุ์เพิ่มเติม 3 ตำแหน่งที่สไปก์โปรตีน หรือโปรตีนหนามของเชื้อโควิด เมื่อเทียบกับสายพันธุ์ JN.1 จึงทำให้ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า โควิด KP.2 อาจหลบหลีกภูมิต้านทานจากวัคซีน หรือการติดเชื้อก่อนหน้านี้ได้ดียิ่งขึ้น

ขณะที่มีรายงานผลวิจัยในห้องแล็บจากญี่ปุ่น ซึ่งได้ตีพิมพ์งานวิจัยก่อนจะได้รับการตรวจทานโดยคณะผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ในปัจจุบันที่ได้รับการแนะนำให้ใช้ในสหรัฐฯ นั้น อาจป้องกันสายพันธุ์ KP.2 ได้น้อยกว่าสายพันธุ์ JN.1 และในขณะเดียวกัน โควิดสายพันธุ์ KP.2 ก็อาจมีประสิทธิภาพในการติดเชื้อในเซลล์มนุษย์ได้ยากกว่าสายพันธุ์ JN.1 ซึ่งนั่นหมายถึงต้องมีเชื้อโควิดปริมาณสูงกว่า จึงสามารถจะก่อให้เกิดการติดเชื้อในร่างกายของมนุษย์ได้

นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญกล่าวด้วยว่า คนที่ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ JN.1 แล้ว ยังมีภูมิคุ้นกันในร่างกายที่จะต่อสู้กับ KP.2 ได้ ส่วนอาการจากการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ KP.2 ในขณะนี้ CDC ของสหรัฐฯ ยังไม่สามารถรวบรวมข้อมูลที่แน่ชัดได้ เพราะการติดตามอาการของโรคโควิด-19 จากการติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่นั้น จะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง จึงจะประเมินได้ว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่จะก่อให้เกิดอาการป่วยรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา nbcnews

สุดดีใจ นักปีนเขา ฉายา ‘เอเวอเรสต์ แมน’ ทุบสถิติ พิชิตยอดเอเวอเรสต์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785277

สุดดีใจ นักปีนเขา ฉายา ‘เอเวอเรสต์ แมน’ ทุบสถิติ พิชิตยอดเอเวอเรสต์

13 พ.ค. 2567 17:39 น.

สุดดีใจ นักปีนเขา ฉายา ‘เอเวอเรสต์ แมน’ ทุบสถิติ พิชิตยอดเอเวอเรสต์

คามิ ริตา ชายเนปาล ชนเผ่าเชอร์ปา วัย 54 ปี ได้รับการขนานนามว่า ‘Everest Man’ (เอเวอเรสต์ แมน) สามารถพิชิตยอดเอเวอเรสต์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกบนเทือกเขาหิมาลัย สำเร็จเป็นครั้งที่ 29 จนสามารถทำลายสถิติที่ตัวเองเคยทำไว้

จากการเปิดเผยของมิงมา เชอร์ปา เพื่อนนักปีนเขาชาวเนปาล บอกว่า คามิ ริตา (Kami Rita) สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ซึ่งมีระดับความสูงเหนือน้ำทะเล 8,849 เมตร เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ค. 2567 และสภาพอากาศในวันนั้นท้องฟ้าแจ่มใส อากาศดี เอื้อต่อการปีนไปสู่ยอดเขา

ตามรายงานข่าวระบุว่า เมื่อปีก่อน 2566 ริตาได้พิชิตยอดเอเวอเรสต์ถึง 2 ครั้งทำให้เขาสร้างสถิติเป็นนักปีนเขาที่พิชิตยอดเอเวอเรสต์ได้มากที่สุด ขณะที่ปาซัง ดาวา เพื่อนนักปีนเขาเผ่าเชอร์ปา ซึ่งแข่งขันกันพิชิตเอเวอเรสต์ สามารถปีนพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ตามหลังอยู่ที่ 27 ครั้ง 

คามิ ริตา เมื่อตอนพิชิตยอดเอเวอเรสต์สำเร็จ ครั้งที่ 14

ทั้งนี้ ริตา ได้เดินตามรอยเท้า ตำนานของพ่อ ซึ่งเคยเป็นไกด์นำทางปีนเขาเอเวอเรสต์ในยุคแรก โดยริตาสามารถพิชิตยอดเอเวอเรสต์สำเร็จครั้งแรกในปี 2537 จากนั้น ริตาก็มุ่งมั่นในการปีนขึ้นไปสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์เป็นประจำทุกปี จนได้รับฉายา ว่า ‘Everest Man’ (เอเวอเรสต์ แมน) และเขาได้สร้างชื่อเสียงในการเป็นไกด์คนสำคัญสำหรับนักปีนเขาชาวต่างชาติที่ใฝ่ฝันจะปีนไปถึงยอดเขาเอเวอเรสต์

คามิ ริตา เมื่อตอนพิชิตยอดเอเวอเรสต์สำเร็จ ครั้งที่ 14

ตามรายงานระบุว่า ในเดือนพฤษภาคมนี้ มีคนหลายร้อยคนที่พยายามจะมาปีนเขาเอเวอเรตส์ ในขณะที่ทางการเนปาลได้อนุญาตให้นักปีนเขาชาวต่างชาติสามารถมาปีนเขาพิชิตยอดเอเวอเรสต์ได้หลายร้อยคน หลังจากปีที่แล้ว มีนักปีนเขาจำนวนมากกว่า 600 คนสามารถปีนขึ้นไปสู่ยอดเอเวอเรสต์ได้สำเร็จ แต่ขณะเดียวกัน ฤดูปีนเขาเอเวอเรสต์เมื่อปีก่อน ก็เป็นปีที่นักปีนเขาเสียชีวิตมากที่สุดถึง 18 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา Aljazeera

ระทึก นาซาเผยภาพ นาทีดวงอาทิตย์ ปล่อยเปลวสุริยะยักษ์เจิดจ้า 2 หน (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785225

ระทึก นาซาเผยภาพ นาทีดวงอาทิตย์ ปล่อยเปลวสุริยะยักษ์เจิดจ้า 2 หน (คลิป)

13 พ.ค. 2567 15:38 น.

ระทึก นาซาเผยภาพ นาทีดวงอาทิตย์ ปล่อยเปลวสุริยะยักษ์เจิดจ้า 2 หน (คลิป)

นาซาเผยให้เห็นภาพนาที ดวงอาทิตย์ปล่อยเปลวสุริยะอย่างรุนแรงเจิดจ้าถึง 2 หน ขณะที่ชาวโลกเพิ่งได้เห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ หรือออโรรา สีสันสวยงามหลังเกิดพายุสุริยะพุ่งชนโลกรุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี

เมื่อ 12 พ.ค.2567 หอดูดาว Solar Dynamics ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งสหรัฐฯ(นาซา) NASA เผยภาพระยะใกล้ นาทีดวงอาทิตย์ปล่อยเปลวสุริยะ หรือ solar flare ซึ่งเป็นการปะทุของรังสีที่กำเนิดจากจุดมืด (Sunspot) บนดวงอาทิตย์ถึงสองครั้ง ซึ่งมีความรุนแรงในระดับ X5.8 และ X1.5 ตามลำดับเมื่อวันที่ 11 และ 12 พ.ค.2567 ตามเวลามาตรฐานกรีนิช  

ชมคลิป: ดวงอาทิตย์ปล่อยเปลวสุริยะ

ตามรายงานของศูนย์พยากรณ์อวกาศ (SWPC) ขององค์การบริหารมหาสมุทร และชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ระบุว่า พลังของเปลวสุริยะเกิดขึ้นเมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 10 พ.ค. จากบริเวณจุดมืดบนดวงอาทิตย์ที่เรียกว่า AR3664 บริเวณซีกใต้ของดวงอาทิตย์ และทวีขึ้นถึงจุดพีกสูงสุด เมื่อเวลา 21.23 น.ตามเขตเวลาตะวันออก (หรือ 01.23 น.ของวันที่ 11 พ.ค. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช) ซึ่งได้รับการบันทึกว่าเปลวสุริยะที่ถูกปลดปล่อยออกมาครั้งนี้มีความรุนแรงระดับ X5.8

นาซาเผยแพร่ภาพดวงอาทิตย์ปล่อยเปลวสุริยะ 2 ครั้ง

เจ้าหน้าที่ของ SWPC กล่าวว่า ผลจากการเกิดพายุสุริยะ ในระดับ X5.8 ส่งผลให้คลื่นวิทยุความถี่สูง(HF) ขัดข้องชั่วคราว หรือขัดข้องเป็นเวลานาน อีกทั้ง ต่อมา ยังเกิดพายุสุริยะครั้งที่สอง ระดับความรุนแรงx1.5 เมื่อเวลา 07.44 น. ของเช้าวันที่ 11 ตามเขตเวลาตะวันออก หรือ 11.44 น.ของวันที่ 12 พ.ค. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช

เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือ หรือออโรรา ในหลายประเทศ ทางซีกโลกเหนือ หลังพายุสุริยะพุ่งชนโลกครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี เมื่อ 11 พ.ค.2567

ขณะที่นาซาได้ออกแถลงการณ์เตือนว่า พายุสุริยะที่เกิดขึ้นทั้งสองครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อสัญญาณวิทยุ โครงข่ายระบบสายส่งกำลังไฟฟ้า สัญญาณนำทาง และมีความเสี่ยงต่อยานอวกาศและนักบินอวกาศด้วย

ทั้งนี้ โลกของเราได้เผชิญกับพายุสุริยะครั้งรุนแรงที่สุดที่พุ่งชนโลกในรอบ 20 ปี เมื่อ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์พายุสุริยะครั้งนี้ ยังได้ก่อให้เกิดแสงเหนือ หรือออโรรา สีสันสดสวยในหลายประเทศทางซีกโลกเหนือด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา NASA ,Space

ลุ้นระทึก เครื่องบินเล็กออสเตรเลียเสี่ยงนำเครื่องลง ทั้งที่เกียร์ลงจอดไม่ทำงาน (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785181

ลุ้นระทึก เครื่องบินเล็กออสเตรเลียเสี่ยงนำเครื่องลง ทั้งที่เกียร์ลงจอดไม่ทำงาน (คลิป)

13 พ.ค. 2567 14:13 น.

ลุ้นระทึก เครื่องบินเล็กออสเตรเลียเสี่ยงนำเครื่องลง ทั้งที่เกียร์ลงจอดไม่ทำงาน (คลิป)

กัปตันเครื่องบินเล็กในออสเตรเลีย ต้องเสี่ยงชีวิตตัวเองและผู้โดยสาร นำเครื่องบินลงจอดทั้งๆ ที่มีปัญหาเกียร์ลงจอดไม่ทำงาน หลังพยายามบินวนเพื่อหาทางแก้ปัญหาอยู่นานจนน้ำมันจะหมด

โลกโซเชียลมีการแชร์คลิปภาพสุดระทึก ขณะที่เครื่องบินเล็กที่มีกัปตันวัย 53 ปี พร้อมผู้โดยสารอีก 2 คน เป็นชายอายุ 60 ปี และหญิงอายุ 65 ปี พยายามบังคับเครื่องลงจอดบนรันเวย์ที่สนามบินนิวคาสเซิล ทั้งๆ ที่เกียร์ลงจอดไม่ทำงาน โดยจะเห็นเครื่องบินค่อยๆ ร่อนลงจอดโดยที่ไม่มีล้อกางออกมาแต่อย่างใด กัปตันต้องใช้ท้องส่วนเครื่องกระแทกพื้น ก่อนที่เครื่องบินจะหยุดลงโดยที่ไม่มีใครได้รับอันตราย

โดยเครื่องบินเล็กลำที่เกิดเหตุเป็นเครื่องบินเล็กรุ่น บีช บี-200 ซุปเปอร์คิง ซึ่งได้นำเครื่องออกจากสนามบินเมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. ตามเวลาในท้องถิ่น เพื่อมุ่งหน้าไปยัง พอร์ท แมคไควรี่ จนกระทั่งเสร็จสิ้นภารกิจ และจะเดินทางกลับมาลงจอด อย่างไรก็ตาม หลังจากที่กัปตันพบว่าเกียร์ลงจอดไม่ทำงาน เขาจึงต้องบินวนไปวนมาอยู่นานจนเกือบเที่ยง เพื่อรอให้ภาคพื้นดินเตรียมความพร้อมทั้งรถพยาบาล รถดับเพลิง ในที่สุดเขาก็ต้องตัดสินใจนำเครื่องลงจอดทั้งแบบนั้น เนื่องจากน้ำมันใกล้จะหมดเต็มที เคราะห์ดีที่การลงจอดเป็นไปอย่างราบรื่น และนุ่มนวลกว่าที่คาด ทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่หอควบคุมสั่งการภาคพื้นดินต่างลุกขึ้นปรบมือให้แก่การนำเครื่องลงจอดในครั้งนี้

ทั้งนี้มีรายงานว่า สนามบินแห่งดังกล่าวต้องปิดชั่วคราวราว 24 ชั่วโมง เพื่อเคลียร์สถานการณ์ ขณะที่หน่วยงานควบคุมการบินของออสเตรเลียจะดำเนินการสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป.

ที่มา : 9new

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เครื่องบินเล็ก

ลี เซียน ลุง เตรียมลงจากตำแหน่ง ส่งไม้ต่อ ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯ ใหม่สิงคโปร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785153

ลี เซียน ลุง เตรียมลงจากตำแหน่ง ส่งไม้ต่อ ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯ ใหม่สิงคโปร์

13 พ.ค. 2567 12:44 น.

ลี เซียน ลุง เตรียมลงจากตำแหน่ง ส่งไม้ต่อ ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯ ใหม่สิงคโปร์

สิงคโปร์ผลัดใบ นายกฯ ลี เซียน ลุง เตรียมลงจากตำแหน่ง ส่งไม้ต่อให้ ลอว์เรนซ์ หว่อง รองนายกฯ และรมว.คลัง ดำรงตำแหน่งนายกฯ ใหม่สิงคโปร์

นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ วัย 72 ปี เตรียมลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์แล้วในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 เพื่อส่งไม้ต่อให้นายลอว์เรนซ์ หว่อง รองนายกรัฐมนตรี ก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนใหม่แทน จนนับเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ครั้งแรกในรอบ 20 ปี

ก่อนหน้านี้ นายลี เซียน ลุง บุตรชายคนโตของอดีตนายกรัฐมนตรี ลี กวน ยู ได้ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของสิงคโปร์ และหัวหน้าพรรคกิจประชาชน (PDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลบริหารมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2547

นายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง เตรียมลงจากตำแหน่งวันที่ 15 พ.ค.2567 ส่งไม้ต่อ ให้นายลอว์เรนซ์ หว่อง (ขวา) รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่สิงคโปร์

กระทั่ง เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2566 นายลี เซียน ลุง ได้แจ้งให้ชาวสิงคโปร์ได้ทราบว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2567 และพร้อมจะตั้งนายลอว์เรนซ์ หว่อง วัย 51 ปี ซึ่งปัจจุบันดำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังมาเป็นนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์คนใหม่

นายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง เคยมีความตั้งใจที่จะก้าวลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนที่เขาจะอายุเข้าสู่วัย 70 ปี แต่ความตั้งใจของเขาต้องเลื่อนออกไป เพราะเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ที่นอกจากจะทำให้ผู้คนทั่วโลกเสียชีวิตและป่วยหนักจำนวนมากแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของนานาประเทศ 

กระทั่งหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดทุเลาเบาลงแล้ว ทำให้นายลี เซียน ลุง ได้ประกาศเมื่อกลางเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อส่งไม้ต่อให้นายลอว์เรนซ์ หว่อง ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสิงคโปร์แทน

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ :https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : AP

อินโดฯ เร่งล่าเสือดุ ขย้ำชาวบ้านดับ 1 ศพ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785158

อินโดฯ เร่งล่าเสือดุ ขย้ำชาวบ้านดับ 1 ศพ

13 พ.ค. 2567 12:13 น.

อินโดฯ เร่งล่าเสือดุ ขย้ำชาวบ้านดับ 1 ศพ

เจ้าหน้าที่เร่งตามล่าเสือสุมาตรา หลังเกิดเหตุเสือบุกทำร้ายชาวบ้านขณะที่เข้าไปทำไร่จนเสียชีวิตในจังหวัดเรียว บนเกาะสุมาตรา หวั่นกลับมาทำร้ายคนซ้ำอีก

เจ้าหน้าที่หน่วยงานอนุรักษ์สัตว์ป่า กระจายกำลังลงพื้นที่ที่จังหวัดเรียว บนเกาะสุมาตรา ทางตะวันตกของอินโดนีเซียเพื่อค้นหาเสือสุมาตราที่เข้ามาในพื้นที่ทำการเกษตรของชาวบ้าน และได้กัดชาวบ้านจนเสียชีวิตไป 1 ศพ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยตำรวจท้องถิ่นได้รับแจ้งเหตุจากชาวไร่ 2 คนที่เข้าไปฉีดพ่นยาฆ่าแมลงในไร่กระถินเทศ ที่ระบุว่าพวกเขาได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเพื่อนอีกคนที่เข้ามาฉีดยาด้วยกัน แต่เมื่อตามมาดูก็ไม่พบตัวเพื่อน โดยพบแต่รอยเท้าเสือบนพื้น จึงรีบแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งหลังจากที่ได้กระจายกำลังค้นหา ก็พบศพของชายวัย 26 ปี เสียชีวิตอยู่ในไร่และมีร่องรอยบาดแผลจากการถูกเสือทำร้าย โดยแขนขวาถูกกัดเป็นแผลฉกรรจ์ และมีร่องรอยถูกกัดเข้าที่ลำคอ

โดยจากข้อมูลล่าสุดพบว่า ปัจจุบัน มีเสือสุมาตราไม่กี่ร้อยตัวที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติบนเกาะสุมาตรา หลังจากที่พวกมันตกเป็นเป้าหมายของพรานป่า และนักล่าสัตว์เพื่อจะนำชิ้นส่วนร่างกายของพวกมันไปขายในราคาแพง ขณะที่การบุกรุกพื้นที่ป่าก็ยิ่งทำให้จำนวนประชากรเสือลดลง

ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีเกษตรกรอย่างน้อย 4 คนในพื้นที่ห่างไกลทางตะวันตกของจังหวัดอาเจะห์ ถูกเสือสุมาตราทำร้าย รวม 2 ครั้ง จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ที่ชาวบ้านถูกกัดจนเสียชีวิตครั้งล่าสุดนี้ โดยเสือสุมาตราเป็นสัตว์ที่ถูกจัดอยู่ในประเภทใกล้สูญพันธุ์ โดยสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยเชื่อว่ายังมีเสือสุมาตราที่หลงเหลืออยู่ตามธรรมชาติน้อยกว่า 400 ตัว.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เสือสุมาตรา

จีนเปิด “เลานจ์หมาแมว” แห่งแรกของประเทศที่สนามบินกวางตุ้ง เพื่อความสะดวกเจ้าของและเพื่อนสี่ขา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785170

จีนเปิด "เลานจ์หมาแมว" แห่งแรกของประเทศที่สนามบินกวางตุ้ง เพื่อความสะดวกเจ้าของและเพื่อนสี่ขา

13 พ.ค. 2567 12:06 น.

จีนเปิด “เลานจ์หมาแมว” แห่งแรกของประเทศที่สนามบินกวางตุ้ง เพื่อความสะดวกเจ้าของและเพื่อนสี่ขา

จีนเปิดห้องรับรองที่สนามบินสำหรับสุนัขและแมว โดยเฉพาะที่สนามบินกวางตุ้ง นับเป็นที่แรกของประเทศ เพื่อมอบความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารที่เดินทางพร้อมเพื่อนสี่ขา

เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2567 สถานีโทรทัศน์ CCTV ของทางการจีนรายงานว่า จีนได้เปิดให้บริการห้องรับรองสนามบินสำหรับสุนัขและแมวโดยเฉพาะ ในพื้นที่ขนส่งสินค้าภายในประเทศของสนามบินนานาชาติเซินเจิ้นเป่าอัน ในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน โดยเป็นพื้นที่แยกต่างหากสำหรับสุนัขและแมว โดยสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวจะมีพื้นที่รอพิเศษ พร้อมระบบติดตามที่ครอบคลุมภายในห้องรับรอง

โจว เจี๋ย ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทเซินเจิ้น แอร์พอร์ต โดเมส คาร์โก เทอร์มินัล ระบุว่า การเปิดห้องรับรองสำหรับสัตว์เลี้ยงแห่งแรกของประเทศ เป็นการมอบความสะดวกสบายให้กับทั้งผู้โดยสารและสัตว์เลี้ยงที่เดินทางมาด้วยกัน ในขณะเดียวกันทางสนามบินก็มีบริการอื่นๆ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง อาทิ การจองตั๋วสัตว์เลี้ยง บริการยานพาหนะสำหรับสัตว์เลี้ยง และใบรับรองการกักกัน ผู้โดยสารที่พาสัตว์เลี้ยงเดินทางด้วยกันก็สามารถติดตามสัตว์เลี้ยงของตัวเองได้ทางออนไลน์

นอกจากนี้ยังระบุว่า ได้อัปเกรดบริการซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ ในการขนส่งสัตว์เลี้ยงอย่างครอบคลุม และสร้างช่องทางเช็กอินและขึ้นเครื่อง เพื่อความปลอดภัยพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยมีบริการดูแลโดยเฉพาะและการตรวจสอบเป็นประจำ สัตว์เลี้ยงที่ติดค้างเนื่องจากเที่ยวบินล่าช้าสามารถใช้บริการดูแลอุปถัมภ์ได้ฟรี

แฮร์รี่-เมแกน เยี่ยมชม ร.ร.ในกรุงลากอส ปิดฉากภารกิจเยือนไนจีเรีย 3 วันอย่างชื่นมื่น

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785156

แฮร์รี่-เมแกน เยี่ยมชม ร.ร.ในกรุงลากอส ปิดฉากภารกิจเยือนไนจีเรีย 3 วันอย่างชื่นมื่น

13 พ.ค. 2567 11:08 น.

แฮร์รี่-เมแกน เยี่ยมชม ร.ร.ในกรุงลากอส ปิดฉากภารกิจเยือนไนจีเรีย 3 วันอย่างชื่นมื่น

เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน เสด็จเยือนโรงเรียนมัธยมในกรุงลากอส ปิดฉากการเยือนไนจีเรีย 3 วันอย่างเป็นทางการ

สำนักข่าว BBC รายงานว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2567 เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน ภรรยา ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ เสด็จเยือนโรงเรียนมัธยมในกรุงลากอส เมืองหลวงของไนจีเรีย ในวันสุดท้ายของกำหนดการเยือนประเทศไนจีเรียอย่างเป็นทางการ ซึ่งการเดินทางเยือนไนจีเรียครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสครบรอบ 10 ปีของการแข่งขัน Invictus Games การแข่งขันกีฬาสำหรับทหารผ่านศึก ซึ่งไนจีเรียเข้าร่วมเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว

โดยเจ้าชายแฮร์รี่เสด็จร่วมงานขององค์กรการกุศลซึ่งจัดค่ายบาสเกตบอลสำหรับเด็กในแอฟริกา ทรงร่วมเล่นเกมกับนักเรียนอย่างสนุกสนาน 

ก่อนหน้านี้ ทั้งสองพระองค์ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากบาบาจิเดะ ซันโว โอลู ผู้ว่าราชการกรุงลากอส และเสด็จเยี่ยมชมงานของโรงเรียนที่ดูแลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิต นอกจากนี้เจ้าชายแฮร์รี่ได้ทรงพบปะกับทหารไนจีเรียที่ได้รับบาดเจ็บทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ

ระหว่างการเยือนครั้งนี้ เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนได้เข้าร่วมการแข่งขันบาสเกตบอลกับมูลนิธิ Giants of Africa ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยเหลือเยาวชนผ่านการเล่นกีฬา ทรงตรัสว่า พลังของกีฬาสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน และสร้างชุมชน และไม่มีอุปสรรค ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด.

ฝนถล่มสภาฯหมื่นล้าน ต้นไม้ใหญ่หักล้ม เสียหายหนัก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574658

13 พ.ค. 2567

19:31 น.

ฝนถล่มสภาฯหมื่นล้าน  ต้นไม้ใหญ่หักล้ม เสียหายหนัก

ฝนถล่มทั่วกรุงเทพฯ “สภาฯ” หมื่นล้าน โดนด้วย พบประตูกระจก หลุดแตกเสียหายหนัก แม้มีลวดสลิงค้ำยันต้นไม้ไว้หลายเส้นแต่ไม่สามารถรั้งต้นไม้ดังกล่าวไว้ได้ ทำให้ล้มขวางทางเดิน  

เจ้าหน้าที่พยายามใช้ลวดสลิงค้ำยันต้นไม้ ที่อาคารรัฐสภาเจ้าหน้าที่พยายามใช้ลวดสลิงค้ำยันต้นไม้ ที่อาคารรัฐสภา

จากพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ฝนตกกระจายทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบกับมีลมกระโชกแรง

ปรากฎว่าเวลาประมาณ 15.00 น. ที่อาคารรัฐสภา มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ประกอบกับมีลมกระโชกแรง สร้างความเสียหายให้แก่ต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกไว้บริเวณริมทางเดินในตัวอาคาร ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร และฝั่งวุฒิสภา แม้มีลวดสลิงค้ำยันต้นไม้ไว้หลายเส้นแต่ไม่สามารถรั้งต้นไม้ดังกล่าวไว้ได้ ทำให้ล้มขวางทางเดิน  

ต้นไม้ล้มขวางทางเดินต้นไม้ล้มขวางทางเดิน

โดยพบว่ามีต้นไม้ใหญ่ล้มลงแล้ว 2 ต้น และมีอีกหลายต้นที่เอนลง ส่อว่าจะล้มอีกเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าบานประตูกระจก บริเวณทางเข้าออกอาคารชั้น9ของอาคารรัฐแตก เนื่องจากลมแรงจนทำให้ประตูทั้งบานหลุดล้มลงไปบนพื้น และกระจกแตกร้าวอีกด้วย

ผ่าซุ้ม รทสช. ‘พีระพันธุ์’ นอมินีขุนศึกพึ่ง ‘บ้านใหญ่’ ไม่เอานายทุน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574648

13 พ.ค. 2567

16:56 น.

ผ่าซุ้ม รทสช. ‘พีระพันธุ์’ นอมินีขุนศึกพึ่ง ‘บ้านใหญ่’ ไม่เอานายทุน

ชำแหละ รทสช. พีระพันธุ์ กอดดีเอ็นลุงตู่ บ้านใหญ่ ฝั่งบูรพา-ปักษ์ใต้แตกต่างไม่แตกแยก วัดใจบิ๊กสปอนเซอร์สมัยหน้าไปต่อหรือไม่

อนาคต รทสช. อยู่ที่พีระพันธุ์ และเอกนัฏ จะไปต่อแบบไหนอนาคต รทสช. อยู่ที่พีระพันธุ์ และเอกนัฏ จะไปต่อแบบไหน

ผ่าซุ้ม รทสช. พีระพันธุ์ กอดดีเอ็นลุงตู่ บ้านใหญ่ ฝั่งบูรพา-ปักษ์ใต้แตกต่างไม่แตกแยก วัดใจบิ๊กสปอนเซอร์สมัยหน้าไปต่อหรือไม่ 

ชำแหละพรรค รทสช. มรดกการเมืองลุงตู่ กำเนิดจากนายทุน-ขุนศึก และบ้านใหญ่ ไม่ต่างจากพรรคเฉพาะกิจสายสีเขียวในอดีต 

ครม.สัญจรเมืองเพชรบุรี เป็นคิวของพรรครวมไทยสร้างชาติ เนื่องจาก สส.เพชรบุรี 2 คน จากทั้งหมด 3 คน สังกัดพรรค รสทช.

ดังนั้น พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค รทสช. และเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค จึงนัดประชุมสัมมนาพรรคฯ ที่โรงแรมเดอะรีเจ้นท์ ชะอำบีชรีสอร์ท เมื่อ 12 พ.ค.2567

ขณะที่พรรค รทสช.มีปัญหาวุ่นๆ หลังจาก กฤษฎา จีนะวิจารณะ ลาออกจากตำแหน่ง รมช.คลัง และเตรียมลาออกจากสมาชิกพรรค รทสช.ภายในสัปดาห์นี้ 

ก่อนหน้านั้น สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรค รทสช. ได้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคไปแล้วเช่นกัน

การขยับลาออกของกฤษฎา และสุพัฒนพงษ์ ทำให้มีการวิเคราะห์ทำนองว่า สปอนเซอร์ใหญ่ เตรียมถอนตัว และพรรค รทสช.ในอนาคต อาจแตกแยกเป็นเสี่ยงๆ 

สำหรับ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รทสช. ยืนยันไร้ปัญหาความขัดแย้งแตกแยกในพรรค ไม่มีก๊กไม่มีซุ้ม

“ผมเคยบอกแล้ว ถ้ามีพีระพันธุ์ ก็ต้องมีเอกนัฏ ถ้ามีเอกนัฏ ก็ต้องมีก็ต้องพีระพันธุ์ เราทำงานเหมือนเป็นคนเดียวกัน”

อย่างทราบกัน พรรครวมไทยสร้าง ถือกำเนิดมาเพื่อรองรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเวทีเลือกตั้ง สส.ปีที่แล้ว จึงเปรียบเหมือนพรรคสืบทอดอำนาจ คสช. โดยมีกลุ่มทุนเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ 

องค์ประกอบของ รทสช. ที่มีทั้งตัวแทนลุงตู่ กลุ่มทุน และสส.บ้านใหญ่ จึงถูกเรียกขานว่า พรรคนายทุน-ขุนศึก-บ้านใหญ่

ซุ้มนายทุนขุนศึก

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต สส.ที่ย้ายมาจากพรรค ปชป. และเป็นคนที่ พล.อ.ประยุทธ์ มอบให้ดำเนินการจัดตั้งพรรค รทสช.

ในพรรค รทสช. กลุ่มก๊วนใหญ่ที่สุดนำโดย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ประกอบด้วย วิทยา แก้วภราดัย ,จุติ ไกรฤกษ์ ,ชัชวาลล์ คงอุดม ,หิมาลัย ผิวพรรณ, ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ,ธนกร วังบุญคงชนะ และดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง   

ส่วนใหญ่เป็น สส.บัญชีรายชื่อ ยกเว้น หิมาลัย ผิวพรรณ ที่หัวหน้าพีระพันธุ์ แต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการพรรค แทนมาดามออย พิชชารัตน์ 

สำหรับตัวแทนสปอนเซอร์คือ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, มล.ชโยทิต กฤดากร และ พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ รวมถึง กฤษฎา จีนะวิจารณะ อดีต รมช.คลัง ที่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ในโควตากลุ่มทุนใหญ่

รอยร้าวเริ่มชัดขึ้นระหว่างตัวแทนขุนศึกกับนายทุน กรณีกฤษฎาลาออกจาก รมช.คลัง และการปลดมาดามออย 

พลพรรคบ้านใหญ่

มังกรเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น หวนกลับมานั่ง รมช.พาณิชย์ เพราะพักหลัง เสี่ยเฮ้งได้ทำงานใกล้ชิดกับขิง เอกนัฏ และ สส.ปักษ์ใต้มากขึ้น จึงได้รับการสนับสนุนให้เป็นรัฐมนตรี

รวมถึงการปรากฏตัวของ พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ตัวแทนกลุ่มทุนที่เดินทางไปร่วมคณะกับเสี่ยเฮ้งอยู่บ่อยครั้ง 

ขุมกำลังของเสี่ยเฮ้ง ได้แก่ จิรวุฒิ สิงโตทอง สส.ชลบุรี และ ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ สส.บัญชีรายชื่อ ,ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี และ อภิชาติ แก้วโกศล สส.เพชรบุรี 

นอกจากนี้ ยังมี สส.ภาคตะวันตก อย่าง อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี,กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี และ พท.สินธพ แก้วพิจิตร สส.นครปฐม

สำหรับซุ้มบ้านใหญ่ปักษ์ใต้ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นผู้ประสานงาน ซึ่งสส.ในภาคใต้ 14 ที่นั่ง ประกอบด้วยกลุ่มลูกหมี ชุมพล จุลใส อดีต สส.ชุมพร พันธมิตรกับกลุ่มพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฏร์ธานี 

กลุ่มลูกหมี ชุมพล จุลใส ที่มี สส.ปักษ์ใต้ในมือมากกว่าทุกซุ้ม เป็นผู้สนับสนุนให้ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นั่ง รมว.อุตสาหกรรม 

นอกจากนี้ ยังกลุ่มชุมพล กาญจนะ อดีต สส.สุราษฏร์ธานี และกลุ่มวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง ซึ่งไม่นับรวม สส.เขตอีก 3-4 คน ที่ไม่ได้สังกัดซุ้มไหน

อนาคตของพรรค รทสช. ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มบ้านใหญ่ ที่มี สส.เขตอยู่ในซุ้มว่า จะเดินหน้าไปอย่างไร หากสปอนเซอร์รายใหญ่ถอนตัว