‘เป้ย ปานวาด’เผยสถานะล่าสุด ยอมรับบล็อกไอจีสามี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/804304

'เป้ย ปานวาด'เผยสถานะล่าสุด ยอมรับบล็อกไอจีสามี

‘เป้ย ปานวาด’เผยสถานะล่าสุด ยอมรับบล็อกไอจีสามี

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 11.37 น.

โดนจับตามองไม่น้อย สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างนางร้ายคนสวย “เป้ย ปานวาด” กับคุณสามี “ป๊อป นิธิ” หลังแม่เป้ยอันฟอลโลว์ IG สามี แถมรูปคู่ยังหายเกลี้ยง ซึ่งก็มีคนโยงไปถึงข่าวเม้าท์จากเพจดัง เรื่องนางร้ายอันฟอลผัว สงสัยว่าอาจจะหมายถึงคู่นี้หรือเปล่า บ้างก็เป็นห่วง สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

ล่าสุด เป้ย ปานวาด มาร่วมงานประกาศรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 15 ประจำปี 2566 พร้อมกับเปิดใจถึงประเด็นดังกล่าวที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวเอ่ยปากบอกก่อนเลยว่า คำถามบางคำถามเราอาจจะไม่สะดวกตอบ เพราะมันค่อนข้างจะละเอียดอ่อน เราก็จะขอพูดได้แค่บางส่วนเพราะมันไม่ใช่เรื่องของเราคนเดียว มันมีคนอื่นด้วย รวมไปถึงลูกเราด้วย ถ้าเกิดเราไม่ตอบอะไรไปก็ขอให้ทุกคนเข้าใจ

กับข่าวที่มันออกมาเป็นยังไง?

เราไม่ได้เลิกติดตาม แต่เราบล็อก เหตุผลเพราะว่าเราต้องการดูแลจิตใจเรา เทคแคร์ความรู้สึกของเรา ซึ่งเราเอาจิตใจเราเป็นสำคัญ ซึ่งทุกคนก็รู้อยู่แล้วแปลว่าอะไร เราอยากเอาจิตใจเราเป็นหลัก ใช้เวลาแป๊บเดียวในการตัดสินใจบล็อก เป็นการตัดสินใจที่คิดดีแล้ว มันก็มีหลายๆ เหตุการณ์ที่ทำให้เราเลือกที่จะทำแบบนี้

เรื่องสถานะตอนนี้เป็นยังไง?

สถานะตอนนี้ขอไม่ตอบ 

พอเราบล็อกไป ก็มีกระแสข่าวเรื่องผู้หญิงมีมือที่ 3 เข้ามา?

ขออนุญาตไม่บอกค่ะ และขออนุญาตไม่ตอบค่ะ เพราะเราตอบไปมันจะกระทบกับคนอื่น ซึ่งมันมีคนอื่นอยู่ด้วยเรื่องนี้ มันไม่มีแค่เราคนเดียว

ดูเราสตรองจัง?

เพราะเราผ่านอะไรมาเยอะ จากที่ทุกคนเห็นเราก็พูดได้แค่นี้ ทุกคนคงรู้ว่าทำไมทุกวันนี้เป้ยถึงเป็นแบบนี้

เราห่วงความรู้สึกลูก?

การบล็อกมันเป็นการความรู้สึกของเรา ส่วนเรื่องอื่นๆ ภายในบ้านมันคือจิตวิญญาณของความเป็นแม่ล้วนๆ ที่เรานึกถึงลูก ซึ่งเป็นปัญหามาสักพักใหญ่แล้วสำหรับเรื่องนี้ มันไม่ใช่การง้องอนแล้ว

คือเรื่องนี้เราคุยกันก่อนหน้านี้แล้ว และเราก็เคยเจอกับปัญหาพวกนี้มาแล้ว ซึ่งคนเราถ้าจะเจอครั้งที่ 1 2 3 เราควรคิดได้แล้ว ณ ตอนนี้ถามว่าทำไมเราเข้มแข็ง เราไม่ได้เข้มแข็งหรอก เพียงแต่ว่าเราก็พยายามจะทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกของเป้ย

สิ่งที่ลำบากที่สุดกับการพูดเรื่องนี้คือลูก เพราะเค้าโตที่พอจะรู้เรื่องแล้ว แล้วก็เป็นเรื่องภายในบ้านก็ขอจัดการภายในบ้านแล้วกัน ซึ่งมันก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เราก็เข้าใจทุกคนที่อยากได้ข่าว แต่มองว่ามันเป็นเรื่องภายในบ้าน เราอยากให้ลูกได้ผลกระทบน้อยที่สุดจากเรื่องนี้ เลือกทุกอย่างในทางที่ดีที่สุดให้กับลูก ในฐานะแม่คนหนึ่งที่จะทำได้

เตรียมตัวรับมือกับคนมองเรื่องนี้ยังไง?

อะไรที่เราตอบได้เราก็จะตอบ อะไรที่เป็นคำถามที่มันค่อนข้างจะมีความละเอียดอ่อน เราก็ต้องขอความช่วยเหลือจากพี่ๆ เพราะที่ผ่านมาทุกคนก็น่าจะรู้เรื่องของเราอยู่แล้ว และเราก็เป็นคนตรงๆ ไม่อยากให้ถามคำถามที่มันส่งผลต่อสภาพจิตใจ อะไรที่เราตอบได้เราก็ตอบ แต่อะไรที่มันส่งผลต่อความรู้สึกเราก็ขอร้องกับส่วนนี้

สรุปเลิกจริงไหม?

เรื่องเลิกไม่เลิก เราขออนุญาตไม่ตอบ ไว้เดี๋ยวเราจะมาพูดเรื่องนี้อีกทีและทุกอย่างมันอาจจะไม่ได้รุนแรงอย่างที่เป็นข่าว และทุกอย่างสามารถคุยกันได้ สามารถตกลงกันได้ และมันไม่ใช่เรื่องของการทะเลาะเบาะแว้งเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องของกฎหมายไหม เราขออนุญาตไม่พูดเรื่องนี้ เราสามารถเจรจาและพูดคุยกันได้ดี และเป็นการคุยเรียบร้อยแล้ว

สำหรับเรื่องนี้เราอยากให้จบเร็วที่สุด ส่วนสภาพจิตใจเราตอนนี้มีความสุขทุกอย่าง และยังแข็งแรงอยู่ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามา หลังจากนี้ถ้าเราหาเงินเลี้ยงลูก หรือขายของ ช่วยกดไลค์กดแชร์ให้เราด้วยนะคะ ช่วยอุดหนุนด้วยนะคะหลังจากนี้เป็นต้นไป

ทีมนักศึกษาไทยคว้ารางวัล ‘Huawei ICT Competition 2023-2024’ ระดับเอเชีย-แปซิฟิก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804387

ทีมนักศึกษาไทยคว้ารางวัล ‘Huawei ICT Competition 2023-2024’ ระดับเอเชีย-แปซิฟิก

ทีมนักศึกษาไทยคว้ารางวัล ‘Huawei ICT Competition 2023-2024’ ระดับเอเชีย-แปซิฟิก

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ประกาศผลผู้ชนะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการแข่งขัน Huawei ICT Competition ระดับเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 8 ประจำปี 2023-2024 ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือ
ระหว่างหัวเว่ย และมูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) ที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียน ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย การแข่งขันระดับ ภูมิภาคภายใต้คอนเซ็ปต์ “Connection,Glory, and Future” ครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากนักเรียนนักศึกษากว่า6,400 คน จาก 14 ประเทศและเขตการปกครองทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมไปถึงตัวแทนนักศึกษา 4 ทีมจากประเทศไทย ซึ่ง 2 ทีมสามารถคว้ารางวัลจากการแข่งขันประเภท Network Track และ AI Track รวมทั้งได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมชิงแชมป์ต่อในรอบตัดสินของการแข่งขัน Huawei ICTCompetition ระดับโลก ณ เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 23-26 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 โดยพิธีประกาศผลรางวัลนี้ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เกา กึมฮวน เลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) เป็นประธานพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยคณะผู้แทนประจำอาเซียนและตัวแทนจากองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมในพิธี

นายไซมอน หลิน ประธานกรรมการบริหาร หัวเว่ย ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ได้กล่าวเกี่ยวกับการแข่งขันว่า เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 มานี้ เราได้เพิ่มการแข่งขันในหมวด Computing Track เข้ามาอีกหนึ่งประเภท นอกเหนือไปจากประเภท Network Track, Cloud Track และ Innovation Track เรายังได้ออกแบบกิจกรรมที่เน้นการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างทักษะเรื่องความเป็นผู้นำและทักษะเพื่อการทำงานให้กับนักเรียน และด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันทางการศึกษา โดยเราหวังที่จะได้เพาะบ่มผู้นำผู้เชี่ยวชาญ และนักนวัตกรรมในอนาคตให้กับภูมิภาคนี้

ผู้ชนะรางวัลสูงสุดในแต่ละประเภทของการแข่งขันระดับเอเชีย-แปซิฟิกในปีนี้ ประกอบด้วย สถาบัน Cebu Institute of Technology ประเทศฟิลิปปินส์ สำหรับประเภท Innovation Track สถาบัน Institut Teknologi Bandung ประเทศอินโดนีเซีย สำหรับประเภท Network Track สถาบัน Singapore Polytechnicสำหรับประเภท Cloud Track และสถาบัน i-Academy ประเทศฟิลิปปินส์ สำหรับประเภท Computing Track ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีอีก 16 ทีมจากทั่วภูมิภาค ซึ่งรวมถึงทีมนักศึกษาไทยจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ได้รับรางวัลอันดับหนึ่ง อันดับสอง และอันดับสาม พร้อมด้วยสิทธิ์ในการเป็นตัวแทนของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Huawei ICT Competition รอบตัดสินในระดับโลก

ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน กล่าวว่า การแข่งขัน Huawei ICT Competition เปิดเวทีให้นักเรียนนักศึกษาได้เข้ามาร่วมแข่งขันและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับการเพาะบ่มองค์ความรู้ด้านไอซีทีและเสริมทักษะด้านการปฏิบัติจริง นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2559 ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 แล้ว ที่มีการจัดการแข่งขันขึ้นในระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นไม่เพียงเพื่อมุ่งยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมของนักเรียนที่เข้าร่วมเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการลดช่องว่างด้านบุคลากรดิจิทัลหัวเว่ย มีความมุ่งมั่นที่จะขยายการสนับสนุนด้านการศึกษา ด้วยแผนการจัดตั้งสถาบันฝึกอบรม Huawei ICT Academyจำนวน 500 แห่ง เพื่อบ่มเพาะนักศึกษากว่า 200,000 คน ภายในปีพ.ศ. 2568 โดยทีมนักศึกษาไทยจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้รับรางวัลอันดับ 3 ในการแข่งขันประเภท Network Track และ AI Track ตามลำดับ โดยสามารถคว้าชัยชนะด้วยผลงานแอปพลิเคชั่นเทคโนโลยีสุดล้ำที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในสังคม

จากการแข่งขันระดับประเทศของนักศึกษาไทยจำนวน 317 คน จากมหาวิทยาลัย 14 แห่งทั่วประเทศคัดเลือกเหลือเพียง 4 ทีมเพื่อเข้าแข่งขันต่อในระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หลังเสร็จสิ้นพิธีประกาศรางวัลรอบเอเชีย-แปซิฟิก นักเรียนไทยผู้ชนะทั้ง 2 ทีม ได้แสดงความรู้สึกดีใจที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายในระดับโลก และเปิดเผยว่าการแข่งขันได้ให้ประสบการณ์มากมาย ได้เรียนรู้ทักษะทางเทคนิคเพิ่มเติมในสาขาวิชาที่ศึกษาอยู่ รวมไปถึงได้เรียนรู้วิธีที่เหมาะสมมากขึ้นในการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีม โดยทั้งสองทีมยังได้เผยแผนการต่อยอดโครงการสำหรับการแข่งขันในระดับโลกและหวังที่จะคว้ารางวัลสูงสุดกลับมาเช่นกัน

ประกาศผู้แทนประเทศไทยไปแข่ง ‘IOAA-Jr 2024 และ 17th IOAA’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/804384

ประกาศผู้แทนประเทศไทยไปแข่ง ‘IOAA-Jr 2024 และ 17th IOAA’

ประกาศผู้แทนประเทศไทยไปแข่ง ‘IOAA-Jr 2024 และ 17th IOAA’

วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ปิดฉากเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการแข่งขันดาราศาสตร์โอลิมปิกระดับชาติ ครั้งที่ 21 ซึ่งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ได้รับเกียรติจากมูลนิธิ สอวน. ให้จัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 5-10 พฤษภาคม 2567พร้อมกันนี้ เปิดตัว 5 ผู้แทนประเทศไทย ทั้งในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ไปร่วมการแข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ

โดย ศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ประธานกรรมการวิชาดาราศาสตร์ มูลนิธิ สอวน. ได้ประกาศรายชื่อนักเรียนที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้แทนประเทศไทย ซึ่งมีดังนี้ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้แก่ ด.ช.ธนเดช รุจานันท์ นักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน จาก ศูนย์ สอวน. โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย,ด.ช.วิริทธิ์พล กาญจนอลงกรณ์ นักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จากศูนย์ สอวน. โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย, ด.ช.ณชพล คูโณปการ นักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จาก ศูนย์ สอวน.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย,ด.ช.อติณัส ปัทมโยธิน นักเรียนโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย จาก ศูนย์ สอวน. โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย, ด.ช.ธีร์ ชอบแสงจันทร์ นักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จาก ศูนย์ สอวน.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ซึ่งจะเดินทางไปแข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ครั้งที่ 3 (IOAA-Jr 2024) ระหว่างวันที่ 3-10 ตุลาคม 2567 ณ เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล

ส่วน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีดังต่อไปนี้ นายปุณธวัชเลิศจรัญรัตน์ นักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จาก ศูนย์สอวน. โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย, นายวงศ์วรัณ อุปวงษ์ นักเรียนโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จาก ศูนย์ สอวน. โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์, เด็กชายชยพลนนทสูติ นักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จาก ศูนย์ สอวน. โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย, นายอัยยาสุทธิกุลบุตร นักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จาก ศูนย์ สอวน.โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์,นายธนกฤต อร่ามผล นักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จาก ศูนย์ สอวน. โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ซึ่งจะเดินทางไปแข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ครั้งที่ 17 (17th IOAA) ระหว่างวันที่ 17-27 สิงหาคม 2567 ณ เมืองริโอ เดอ จาเนโรประเทศบราซิล

ช่วงท้ายของการจัดงานดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช ผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ กล่าวแสดงความยินดีกับนักเรียนที่ได้รับรางวัลและได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้แทนประเทศไทย พร้อมทั้งได้ฝากถึงนักเรียนทุกคนว่า “สิ่งสำคัญที่สุดที่นักเรียนทุกคนได้รับคือ รางวัลชีวิต และมิตรภาพจากเพื่อนๆ ผมขอให้นักเรียนทุกคนมุ่งมั่น ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนในสิ่งที่ตัวเองรัก สนใจ เพื่อเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาที่ยิ่งใหญ่ของประเทศชาติ และมาตอบแทนคุณแผ่นดินบ้านเกิดต่อไปในอนาคต”

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2785140

"ชลิดา อนันตรัมพร" จัดโครงการพัฒนาครู เพื่อต่อยอดองค์ความรู้สู่นักเรียนที่ยั่งยืน

14 พ.ค. 2567 05:09 น.

“ชลิดา อนันตรัมพร” จัดโครงการพัฒนาครู เพื่อต่อยอดองค์ความรู้สู่นักเรียนที่ยั่งยืน

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…ฉบับประจำวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2567 

  • การเมืองเริ่มจะร้อนระอุ …คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก…รอยแยกใหม่ ในรวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่าจะสร้างภาพสยบรอยร้าวอย่างไร…ความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ…พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ขาดผู้นำจิตวิญญาณ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา…ก็ไปไม่เป็น…ถึง เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค จะนำสมาชิกพรรคไปแสดงความยินดีกับ สุชาติ ชมกลิ่น ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ หรือ อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรค จะออกมาปฏิเสธว่า พรรคไม่แตก ไม่มีความขัดแย้งในพรรค วันวานยังหวานอยู่… แต่การทยอยลาออกจากสมาชิกพรรค ไม่ว่าจะเป็น สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรค…หรือ ม.ล.ชโยทิต กฤดากร ผู้แทนการค้าไทย…และล่าสุด กฤษฎา จีนะวิจารณะ อดีต รมช.คลัง…คงไม่ใช่ปัญหาไฟไหม้ฟางแน่นอน…เอาที่สบายใจ
  • ฟางเส้นสุดท้าย ตำแหน่ง รมช.คลัง ที่จะแทน กฤษฎา จีนะวิจารณะ…จะเป็นใคร และใครจะเป็นคนตัดสินใจ…ที่แม้แต่ ผู้บริหารพรรค ก็ยังไม่กล้าขยับเขยื้อน…เกรงจะ ทำให้เกิดร่องรอยไปมากกว่านี้… โควตา ครม.จะเป็นคำตอบสุดท้าย ใช่ไม่ใช่
ชื่นมื่น – สายพิณ พหลโยธิน นัดเพื่อนสมาชิกกลุ่ม NEW WAVE มาร่วมงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์ โดยมี รัตนา นรพัลลภ, สุพรรณรัศม์ ศิริหงษ์, นุชนาถ วสุรัตน์, ปัญจรัตน์ มังกรกนก, วิวรรณ จตุจินดา และ ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง วันก่อน.
  • ไหนๆ ก็ไหนๆ ว่ากันให้สุดไปเลย…กระแสข่าว มนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.เกษตรฯ น้องสาว ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย …ไขก๊อกยื่นใบลาออกจาก สมาชิกพรรคภูมิใจไทย อีกกระทอก…ว่ากันว่า มนัญญา สบายใจที่จะคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ มากกว่า ผู้ใหญ่ในภูมิใจไทย… จริงเท็จประการใดเวลาจะพิสูจน์…แนะคอการเมืองห้าม กะพริบตา…หลังเดือน ส.ค.นี้ไปแล้ว…ภาคการเมืองจะมีความชัดเจนระหว่าง ขั้วเพื่อไทย ขั้วก้าวไกล…และ ขั้วที่สาม…บ้านใหญ่จะย้ายค่ายเกิดจากอาการผิดฝาผิดตัว…การไม่ให้เกียรติกันทางการเมือง…จะกลายเป็นชนวนน้ำผึ้งหยดเดียว
  • สว.กำลังมาแรง การเปิดรับสมัคร ผู้ประสงค์จะลงสมัคร สว. แค่ 2 วันแรกที่ กกต.เปิดให้รับเอกสารการรับสมัคร เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา…สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แจ้งว่า ณ วันที่ 11 พ.ค. มีผู้มารับเอกสารไปแล้ว 3,407 คน… “อินทรีเหล็ก” ห่วงแต่วิธีการเลือก สว. และขั้นตอนการเลือก สว.ตามประกาศของ กกต. ที่มีช่องโหว่ มากมาย…จะนำไปสู่การร้องให้เลือก สว.ชุดนี้เป็นโมฆะ…ได้ประชาธิปไตยมาแค่ครึ่งใบ ครึ่งๆกลางๆ พับผ่า
คู่สวีท – ศ.นพ.เหลือพร–ดาริกา ปุณณกันต์ และ กลินท์–เพชรพริ้ง สารสิน เป็นประธานในพิธีหมั้นและหลั่งน้ำพระพุทธมนต์มงคลสมรสระหว่าง ดร.วริศรา บุตรี พ.ต.อ.พิพัฒน์–ดร.วิราภรณ์ บุญเพ็ชร์ กับ กษิดิศ บุตร ดร.กฤษณะ–ยลดา วจีไกรลาศ ที่ รร.แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ วันก่อน.
ช่วยโลก – บวร สัตยาวุฒิพงศ์ และ สรรชาย นุ่มบุญนำ จัดงาน “สัมมนาสัญจรประจำปี” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการพื้นที่ ECC เดินหน้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียว โดยมี สุธี อุประวรรณา และ พัฒนพงศ์ เฉลิมเมือง มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมโนโวเทล ระยอง สตาร์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ วันก่อน.
  •  ช่องโหว่ที่ว่า หลังจากครบกำหนดการเปิดรับสมัคร สว. …จะมีการเลือกในระดับอำเภอ ไม่เกิน 20 วันหลังจากวันปิดรับสมัคร…ในระดับจังหวัด ไม่เกิน 7 วันหลังจากเลือกระดับอำเภอ และ วันเลือกระดับประเทศ ไม่เกิน 10 วันหลังจากการเลือกในระดับจังหวัด…เลือกไขว้ จากผู้ที่ได้รับเลือกเข้ามาจาก 20 กลุ่มสาขาอาชีพ กลุ่มละ 10 คน…เมื่อได้ว่าที่ สว.จำนวน 200 คน กกต.จะใช้เวลาตรวจสอบไม่เกิน 5 วัน…จะประกาศผลการเลือก สว.ชุดใหม่…ในระหว่างนั้น ถ้ามีการร้องเรื่องทุจริตการเลือก สว. ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งตั้งแต่ระดับอำเภอ หรือจังหวัด…ที่คาดว่าจะมีผู้ลงสมัครนับหมื่นคน…เท่ากับว่า ขั้นตอนการเลือก สว.ทั้งหมด เป็นโมฆะทันที…งานนี้การันตียุ่งเป็นฝอยขัดหม้อ
  • เอ๊ะยังไง นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการ นำข้าวในโครงการรับจำนำข้าว 10 ปี ที่ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า จะนำออกขายให้ แอฟริกา…ว่า มีการตรวจสอบคุณภาพข้าวชัดเจนหรือยัง…มีคำตอบสุดท้าย เราคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ถ้าไม่ปลอดภัยเราก็ไม่ทำ (ไม่ขาย) เราชัดเจนอยู่แล้ว …ปัญหาที่ตามมาคือ หน่วยงานไหนจะกล้าเอาข้าว 10 ปีไปตรวจสอบ…และตรวจสอบไปแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร จะมีความน่าเชื่อถือ หรือไม่ (มีความเชื่อว่าข้าวเน่าไปแล้ว)…จบไม่สวยอยู่ดี
  • ชะตากรรมของประธาน กสทช. นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขึ้นอยู่กับ มติที่ประชุม สว. พิจารณาถึงคุณสมบัติของ ประธาน กสทช. …หลังจากมีมติไปก่อนที่ สว.จะครบวาระ…เรื่องอยู่ในมือของรักษาการประธาน สว. พรเพชร วิชิตชลชัย…ถ้าเรื่องส่งถึงมือ ครม.เมื่อไหร่…หมายถึงอนาคตของ นพ.สรณ…แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธว่าไม่เคยทำหน้าที่ กรรมการธนาคารกรุงเทพ หรือ ไม่ได้ทำหน้าที่แพทย์รักษาไข้ ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด…แต่กระบวนการได้ผ่านมติที่ประชุม สว.ไปเรียบร้อยแล้ว…จบข่าว 
ตามไปกิน – ศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล และ พลอยชมพู อัมพุช เปิดงาน “Gourmet Fruit First” เทศกาลรวบรวมผลไม้จากแหล่งปลูกคุณภาพและอาหารคาวหวานปรุงจากผลไม้นานาชนิด โดยมี อรยา กลอยดี และ วาสนา สุขพิงค์ มาร่วมงานด้วย ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค วันก่อน.
พัฒนาครู – ดร.ชลิดา อนันตรัมพร จัดโครงการพัฒนาครู เพื่อต่อยอดองค์ความรู้สู่นักเรียนที่ยั่งยืน รุ่นที่ 3 พร้อมเชิญ ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ มาเป็นวิทยากร โดยมี บุณยาวีย์ เหลามี, สายธาร คุ้มครอง และ มยุราพร บุญสิริพาณิชย์ มาร่วมงานด้วย ที่ชลจันทร์พัทยา บีช รีสอร์ท วันก่อน.
  • แนวโน้มสถานการณ์ตลาดน้ำมัน ประจำสัปดาห์…โฟกัสไปที่การประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ…ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 5.25-5.50% สูงสุดในรอบ 23 ปี…ขณะนี้ Jerome Powell ประธาน Fed ย้ำว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังสูงเกินกว่าเป้าหมาย ที่ร้อยละ 2…ส่งสัญญาณว่า ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ยังสูงไปอีกนาน… เป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและตลาดน้ำมัน…ประกอบกับการประกาศสงครามรอบใหม่ระหว่าง อิสราเอล กับ ฮามาส มีความชัดเจนขึ้น แม้ สหรัฐฯ จะประกาศ ไม่สนับสนุนอิสราเอลในการทำสงครามกับฮามาสก็ตาม…สงครามการละครยังมีผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกต่อไป…ส่วน ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ โดยเฉพาะ น้ำมันดีเซล สำเร็จรูปจะอั้นเอาไว้ได้อีกนานแค่ไหน… จับตา กองทุนน้ำมัน ที่ติดลบบานตะไทเป็นดินพอกหางหมู จะทำให้ราคาน้ำมัน ดีเซลทะลุเพดาน
  • การใช้พลังงานทดแทนเป็นเรื่องเร่งด่วน ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน ปตท. ลงนามแสดงเจตจำนงเพื่อศึกษาและพัฒนาความร่วมมือธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าในไทย มี เชิดชัย บุญชูช่วย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ ปตท. มร.มาซากิ สึเกะโน ผู้บริหารมิตซูบิชิ และ มร.โนโบรุ สึจิ ประธานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ร่วมลงนามในการพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าส่งออกต่อไป
  • วันนี้ถึง 15 พ.ค. สวดศพ คุณพ่อไวกูร อัครจันทโชติ บิดาของ ปรีดา อัครจันทโชติ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ศาลา 4 วัดปริวาสราชสงคราม 16 พ.ค. พิธีกงเต๊ก และเผา 17 พ.ค. 17.00 น. 
แบรนด์แคมป์ – ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์, โอเมอร์ มาลิค และ จตุรพร ธนาพรสังสุทธิ์ เปิดตัวแคมเปญ “BRAND’S Brain Camp บูสต์สมองเด็กไทย สู่โลก AI ไร้ขีดจำกัด” เพื่อส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทย โดยมี ฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ มาร่วมงานด้วย ที่อาคารเพกาซัส วันก่อน.
น่าซื้อมาก – จักรกฤต เบเนเดทตี้ และ ฟา เบเนเดทตี้ จัดงานเปิดโชว์รูม “อิตาเลเซีย” รวบรวมสินค้าอิมพอร์ตระดับพรีเมียมรวมทั้งเครื่องดื่มไว้อย่างครบครัน โดยมี เปาโล ดีโอนีซี, กรณ์ ณรงค์เดช และ ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์ มาร่วมงานด้วย ที่อิตาเลเซีย สาขาสาทร วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

พายุถล่มมุมไบ ป้ายบิลบอร์ดยักษ์ล้มทับคน ดับ 14 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785398

พายุถล่มมุมไบ ป้ายบิลบอร์ดยักษ์ล้มทับคน ดับ 14 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย (คลิป)

14 พ.ค. 2567 10:06 น.

พายุถล่มมุมไบ ป้ายบิลบอร์ดยักษ์ล้มทับคน ดับ 14 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย (คลิป)

ฝนตกฟ้าคะนองรุนแรงในนครมุมไบ ของอินเดีย ทำให้ป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่พังล้มลงมา มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2567 เว็บไซต์ข่าว The Times of India รายงานว่า เกิดเหตุป้ายโฆษณาสินค้าขนาดใหญ่มหึมาตั้งอยู่ริมถนนที่มีการจราจรคับคั่งในแถบชานเมืองมุมไบ ถูกกระแสลมแรงพัดจนโยก แล้วต่อมาก็พังถล่มลงใส่บ้านเรือนหลายหลัง และสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ศพ และมีคนได้รับบาดเจ็บ 61 ราย นอกจากนี้ยังคาดว่ามีประชาชนไม่น้อยกว่า 40 คนติดอยู่ใต้ซากป้ายบิลบอร์ด ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย หน่วยดับเพลิง ตำรวจ หน่วยบรรเทาภัยพิบัติและส่วนงานอื่นๆ ได้เร่งเดินหน้าค้นหาผู้ที่ยังติดอยู่ใต้ซากอาคารและป้ายบิลบอร์ด

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า พายุยังส่งผลกระทบต่อการคมนาคมเป็นวงกว้าง เที่ยวบินหลายเที่ยวไม่สามารถขึ้นบินหรือลงจอดที่สนามบินมุมไบเป็นการชั่วคราว

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเมืองมุมไบเปิดเผยว่า คาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะฝนตกหนักปานกลางที่มาพร้อมลมกระโชกแรง ด้วยระดับความเร็วที่ 40-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในบางพื้นที่ของมุมไบ

ทั้งนี้ ในช่วงฤดูมรสุมของอินเดียที่เริ่มต้นในเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนของทุกปี พื้นที่หลายเมืองซึ่งรวมถึงมุมไบ มักประสบปัญหาน้ำท่วมรุนแรงและเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพายุฝนตกหนัก.

ชมคลิป ที่นี่

แคนาดาผจญไฟป่า 146 จุด ผลาญแล้ว 60,000 ไร่ อพยพอีกหลายพันคน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785375

แคนาดาผจญไฟป่า 146 จุด ผลาญแล้ว 60,000 ไร่ อพยพอีกหลายพันคน

14 พ.ค. 2567 07:15 น.

แคนาดาผจญไฟป่า 146 จุด ผลาญแล้ว 60,000 ไร่ อพยพอีกหลายพันคน

แคนาดากำลังเผชิญฤดูไฟป่าเร็วกว่าปกติเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยมีไฟลุกไหม้กว่า 146 จุด เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วร่วม 60,000 ไร่ ขณะที่ควันไฟลามถึงสหรัฐฯ ทำคุณภาพอากาศย่ำแย่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แคนาดากำลังเผชิญไฟป่ามากถึง 146 จุดทั่วประเทศ รวมถึงหลายสิบแห่งในรัฐบริติชโคลัมเบียและแอลเบอร์ตา ซึ่งถูกจุดว่า “อยู่เหนือการควบคุม” โดยเผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 24,000 เอเคอร์ หรือราว 60,000 ไร่

ไฟป่าจุดที่ใหญ่ที่สุดคือ ‘ไฟป่าพาร์กเกอร์ เลค’ ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น 3 เท่าในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็น 13,000 เอเคอร์ (ราว 32,000 ไร่) และตอนนี้อยู่ห่างจากเมืองเล็กๆ อย่าง ฟอร์ท เนลสัน ไม่ถึง 2.5 กม. เท่านั้น โดยพยากรณ์อากาศระบุว่า ในช่วงวันจันทร์และอังคารนี้ จะมีลมพัดแรง ทำให้ไฟอาจลุกลามเข้าสู่เมืองได้

ไฟป่า พาร์กเกอร์ เลค กำลังคืบคลานในรัฐบริติชโคลัมเบีย

เมื่อวันอาทิตย์ ทางการแคนาดาสั่งอพยพประชาชนราว 3,200 คน ในเขตเทศบาล นอร์เทิร์น ร็อกกี และฟอร์ท เนลสัน ในรัฐบริติชโคลัมเบีย หลังไฟป่าพาร์กเกอร์ เลค ทวีความรุนแรง ส่วนประชาชนในหลายพื้นที่ของรัฐแอลเบอร์ตาได้รับคำเตือนให้เตรียมพร้อมอพยพ หลังไฟป่า MWF-017 อยู่ห่างจากเมืองฟอร์ท แมคเมอร์เรย์ เพียง 16 กม.

ขณะเดียวกัน ควันจากไฟป่าในแคนาดาถูกกระแสลมพัดลอยข้ามพรมแดนเข้าสู่สหรัฐฯ ทำให้พวกเขาต้องประกาศเตือนภัยฝุ่นควันใน 4 รัฐ ได้แก่ มอนทานา, นอร์ท ดาโกตา, เซาท์ ดาโกตา และ มินนิโซตา เนื่องจากคุณภาพอากาศย่ำแย่ลงจนอยู่ระดับ ‘ปานกลาง’ ไปจนถึง ‘ไม่ดีต่อสุขภาพ’

ควันจากไฟป่าแคนาดาลอยมาปกคลุมกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ นี่นับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่แคนาดาเผชิญฤดูไฟป่ารุนแรงเร็วกว่าปกติ โดยเหตุไฟป่าในปี 2566 เผาผลาญพื้นที่ไปมากกว่า 45 ล้านเอเคอร์ (ราว 113 ล้านไร่) มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยสาเหตุเกิดจากฤดูหนาวที่แห้งแล้ง และอากาศร้อนขึ้นกับหิมะที่น้อยลง อันเป็นผลจากภาวะโลกร้อนฝีมือมนุษย์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : nbcnews , cnn

เมลินดา เกตส์ เตรียมบอกลามูลนิธิ ‘เกตส์’ เล็งทำงานเพื่อสตรี-ครอบครัว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785369

เมลินดา เกตส์ เตรียมบอกลามูลนิธิ ‘เกตส์’ เล็งทำงานเพื่อสตรี-ครอบครัว

14 พ.ค. 2567 03:27 น.

เมลินดา เกตส์ เตรียมบอกลามูลนิธิ ‘เกตส์’ เล็งทำงานเพื่อสตรี-ครอบครัว

เมลินดา เกตส์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานร่วมของ มูลนิธิ บิล และ เมลินดา เกตส์ แล้ว โดยจะหันไปมุ่งเน้นทำงานเพื่อสิทธิสตรีและครอบครัวต่อไป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมลินดา เฟรนช์ เกตส์ หนึ่งในมหาเศรษฐีผู้ใจบุญผู้เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 13 พ.ค. 2567 ว่า เธอจะลาออกจากตำแหน่งประธานบอร์ดบริหารร่วมของ ‘มูลนิธิ บิล และ เมลินดา เกตส์’ (Bill & Melinda Gates Foundation) ที่เธอร่วมก่อตั้งและช่วยดูแลมาตั้งแต่ปี 2543

มูลนิธิ บิล และ เมลินดา เกตส์ เป็นมูลนิธิเพื่อผู้ด้อยโอกาสขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มียอดการใช้จ่ายเพื่อการกุศลมากถึง 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.87 ล้านล้านบาท) นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อเกือบ 25 ปีก่อน

นายมาร์ก ซุสมาน ซีอีโอของมูลนิธิเกตส์ ระบุผ่านแถลงการณ์ลายลักษณ์อักษรซึ่งเผยแพร่ในวันจันทร์ว่า เมลินดาตัดสินใจจะลาออก หลังจากไตร่ตรองอย่างหนัก ว่าเธออยากให้เรื่องราวบทต่อไปของการทำเพื่อการกุศลของเธอเป็นอย่างไร

“เมลินดามีแนวคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับบทบาทที่เธออยากทำในการพัฒนาชีวิตของสตรีและครอบครัวในสหรัฐฯ และทั่วโลก และหลังจากเฝ้ามองความถดถอยของสิทธิสตรีในสหรัฐฯ และทั่วโลกในช่วง 2-3 ปีที่ยากลำบากที่ผ่านมา เธอจึงอยากใช้บทต่อไปในชีวิตเพื่อเปลี่ยนแนวโน้มขาลงที่กำลังเกิดขึ้นนั้น”

ขณะที่ตัวเมลินดา เกตส์ โพสต์แสดงความรู้สึกผ่าน X ว่า “นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉันทำโดยไม่คิดอะไร” “ฉันภูมิใจอย่างยิ่งในมูลนิธิที่บิลกับฉันก่อตั้งขึ้นด้วยกัน และงานอันเหนือธรรมดาที่มูลนิธิได้ทำเพื่อแก้ไขความไม่เท่าเทียมทั่วโลก” เมลินดาบอกด้วยว่า เธอจะออกจากมูลนิธิในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ และจะเปิดเผยเรื่องแผนการกุศลในอนาคตในเร็วๆ นี้

นายซุสมานบอกด้วยว่า มูลนิธิ บิล และ เมลินดา เกตส์ จะถูกเปลี่ยนชื่อว่า ‘มูลนิธิเกตส์’ (Gates Foundation) และบิล เกตส์ จะเป็นประธานเพียงผู้เดียว

ด้านบิล เกตส์ โพสต์แถลงการณ์แยกต่างหากผ่าน X ในวันจันทร์ ระบุว่า “ผมเสียใจที่เห็นเมลินดาจากไป แต่ผมมั่นใจว่าเธอจะสร้างผลกระทบใหญ่หลวงในการทำงานเพื่อการกุศลในอนาคตของเธอ” บิล เกตส์ บอกด้วยว่า เขาจะมุ่งมั่นในงานของมูลนิธิต่อไป เพื่อพัฒนาชีวิตของคนนับล้านทั่วโลก

ทั้งนี้ การออกจากมูลนิธิเกตส์ของเมลินดา เป็นที่คาดหมายกันมานานหลายปีแล้ว หลังจากที่เธอประกาศหย่ากับบิล เกตส์ ในเดือนพฤษภาคม 2564 โดยทั้งคู่กล่าวในเวลานั้นว่า พวกเขาจะใช้เวลาจนถึงปี 2566 เพื่อทดลองดูว่า จะสามารถทำงานร่วมกันเพื่อดูแลมูลนิธิการกุศลขนาดใหญ่แห่งนี้ต่อไปได้หรือไม่ และหากทำไม่ได้ เมลินดาจะลาออกจากตำแหน่ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กองทัพรัสเซียอ้างเข้าเมืองโวฟชานสก์ได้แล้ว หลังเปิดศึกใหม่ที่คาร์คิฟ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785368

กองทัพรัสเซียอ้างเข้าเมืองโวฟชานสก์ได้แล้ว หลังเปิดศึกใหม่ที่คาร์คิฟ

14 พ.ค. 2567 02:28 น.

กองทัพรัสเซียอ้างเข้าเมืองโวฟชานสก์ได้แล้ว หลังเปิดศึกใหม่ที่คาร์คิฟ

กองทัพรัสเซียอ้างว่า ทหารของพวกเขาเข้าสู่เมืองโวฟชานสก์ได้แล้ว หลังจากโจมตีอย่างหนักมาหลายวัน ขณะที่ฝ่ายยูเครนระบุว่า สามารถโจมตีตอบโต้กลับไปได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพรัสเซียเปิดเผยในวันจันทร์ที่ 13 พ.ค. 2567 ว่า พวกเขาสามารถเข้าสู่เมืองโวฟชานสก์ บริเวณชายแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครนได้แล้ว หลังจากพวกเขาเปิดฉากโจมตีแคว้นคาร์คิฟรอบใหม่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และยึดหมู่บ้านไปได้อย่างน้อย 9 แห่ง

ขณะที่กองทัพยูเครนระบุว่า รัสเซียส่งกองกำลังขนาดใหญ่ สูงสุดคือ 5 กองพัน ในการบุกโจมตีครั้งล่าสุด และยอมรับว่า ทหารรัสเซียประสบความสำเร็จทางเทคนิคบ้าง

แต่ต่อมาในช่วงเย็น กองทัพยูเครนออกแถลงการณ์อีกฉบับระบุว่า รัสเซียสูญเสียทหารไปมากกว่า 100 นาย นับตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ในวันจันทร์ และยูเครนสามารถผลักดันศัตรูกลับไปจากชานเมืองทางเหนือของเมืองโวฟชานสก์ได้สำเร็จ และพวกเขากำลังฟื้นฟูฐานที่มั่นเก่า

กองทัพยูเครนบอกด้วยว่า ตอนนี้การต่อสู้ยังคงดำเนินอยู่ใน 12 พื้นที่ และกระจายไปยังหมู่บ้านสตาริตซา ทางตะวันตกของเมืองโวฟชานสก์ด้วย

ทั้งนี้ เมืองโวฟชานสก์ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองคาร์คิฟ เมืองเอกของแคว้นชื่อเดียวกัน และเมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครนเพียง 74 กม. โดยโวฟชานสก์ถูกทิ้งระเบิดโจมตีอย่างหนักในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา และทำให้ชาวบ้านอพยพออกจากเมืองไปแล้วเกือบ 6,000 คน และตอนนี้เหลือประชาชนอยู่ในเมืองเพียง 200-300 คนเท่านั้น

นายโอเลห์ ซีเนฮูบอฟ ผู้ว่าการแคว้นคาร์คิฟระบุว่า รัสเซียกำลังพยายามขยายพื้นที่แนวหน้าให้กว้างขึ้น ด้วยการส่งกองกำลังขนาดเล็กโจมตีพื้นที่ใหม่ๆ โดยตอนนี้กองทัพยูเครนกำลังต้านทานการโจมตีของรัสเซีย แต่การต่อสู้อาจกระจายไปยังชุมชนอื่นๆ ได้ โดยตอนนี้มีชุมชนอย่างน้อย 30 แห่งที่ถูกโจมตีด้วยปืนครกหรือปืนใหญ่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัฐบาลเมียนมาปฏิเสธทันที กบฏกล่าวหายิงปืนใหญ่ถล่มหมู่บ้านดับ 32 ศพ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785370

รัฐบาลเมียนมาปฏิเสธทันที กบฏกล่าวหายิงปืนใหญ่ถล่มหมู่บ้านดับ 32 ศพ

14 พ.ค. 2567 05:07 น.

รัฐบาลเมียนมาปฏิเสธทันที กบฏกล่าวหายิงปืนใหญ่ถล่มหมู่บ้านดับ 32 ศพ

ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเมียนมากล่าวหากองทัพรัฐบาลว่า ยิงปืนใหญ่เข้าใส่หมู่บ้านที่พวกเขาพยายามยึดครอง จนทำให้ชาวบ้านเสียชีวิตถึง 32 ศพ

สำนักข่าว อิรวดี รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 13 พ.ค. 2567 ว่า กองกำลัง ‘เสือดำมยินจาน’ ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาในอำเภอ มยินจาน (Myingyan) กล่าวหากองทัพรัฐบาลว่า ยิงปืนใหญ่เข้าใส่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งกำลังถูกกองกำลังประชาชน (PDF) บุกโจมตีเพื่อยึดครองเมื่อสัปดาห์ก่อน จนเป็นเหตุให้มีชาวบ้านเสียชีวิตถึง 32 ศพ

ตามการเปิดเผยของ PDF นักรบของพวกเขาในมยินจาน รวมตัวกันโจมตีหมู่บ้านซอน (Son) ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกองกำลังกลุ่ม ปยูซอที (Pyu Saw Htee) ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลทหาร ก่อนที่เรือของกองทัพ ซึ่งกำลังลาดตระเวนในแม่น้ำอิรวดี จะยิงปืนใหญ่เข้ามาในหมู่บ้าน จนมีพลเรือเสียชีวิต 32 ศพ เป็นชาย 17 ศพ หญิง 15 ศพ

กองกำลังเสือดำระบุด้วยว่า เรือของกองทัพยิงปืนใหญ่ขนาด 60 มม. เข้าใส่หมู่บ้านซอน หลังจากนักรบของกลุ่ม PDF โจมตีได้ไม่นาน

ด้านรัฐบาลทหารเมียนมาก็ออกมาปฏิเสธคำกล่าวหาในทันที โดยโพสต์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของกองทัพ กล่าวหากลับว่า เป็นกลุ่ม PDF ที่ยิงอาวุธหนักและอาวุธเบาเข้าใส่หมู่บ้าน จนทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตถึง 32 ศพ และบาดเจ็บอีก 14 คน

แต่ฝ่าย PDF ก็ออกมาตอบโต้ว่า โพสต์ของรัฐบาลทหารไม่เป็นความจริง พร้อมอธิบายว่าสมาชิกของ PDF พยายามช่วยชาวหมู่บ้านซอนหนีจากกระสุนปืนและปืนใหญ่ ขณะที่กลุ่มเสือดำโพสต์คลิปวิดีโอ อ้างว่าเป็นภาพนักรบของ PDF กำลังช่วยพาชาวบ้านไปยังที่ปลอดภัย และใช้จักรยานยนต์ขนส่งผู้สูงอายุออกจากหมู่บ้าน

ทั้งนี้ หมู่บ้านซอนตั้งอยู่ระหว่างเมืองมยินจานและเมืองง่าซูน (Ngazun) และเป็นฐานที่มั่นใหญ่สุดของกลุ่ม ปยูซอที ในอำเภอมยินจาน โดยกองกำลังฝ่ายต่อต้านโจมตีหมู่บ้านแห่งนี้ในเวลาประมาณ 5.00 น. ของวันที่ 9 พ.ค. และยึดได้ใน 4 ชั่วโมงต่อมา มีสมาชิกกลุ่มปยูซอทีถูกสังหาร 5 ศพ

ชาวบ้านของหมู่บ้านซอนเป็นผู้สนับสนุนกองทัพมาตลอด โดยประชากรส่วนใหญ่ลงคะแนนโหวตให้ พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ของกองทัพ และพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของนาง ออง ซาน ซูจี ก็แพ้การเลือกตั้งที่หมู่บ้านแห่งนี้มาตลอด ก่อนที่กลุ่ม ปยูซอที จะเข้าควบคุมหมู่บ้านแห่งนี้หลังการรัฐประหารเมื่อปี 2564

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : irrawaddy

อิสราเอลบุกกาซาทั้งเหนือ-ใต้ หวนโจมตีค่ายผู้ลี้ภัย ถล่มหนักเมืองราฟาห์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2785367

อิสราเอลบุกกาซาทั้งเหนือ-ใต้ หวนโจมตีค่ายผู้ลี้ภัย ถล่มหนักเมืองราฟาห์

14 พ.ค. 2567 00:28 น.

อิสราเอลบุกกาซาทั้งเหนือ-ใต้ หวนโจมตีค่ายผู้ลี้ภัย ถล่มหนักเมืองราฟาห์

กองทัพอิสราเอลกำลังโจมตีฉนวนกาซาจากทางทิศเหนือและใต้ โดยหวนกลับไปโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยในเขตจาบาเลีย ขณะที่ยกระดับการโจมตีที่เมืองราฟาห์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิสราเอลกำลังโจมตีฉนวนกาซาจากทางทิศเหนือและทิศใต้ โดยในวันจันทร์ที่ 13 พ.ค. 2567 พวกเขาส่งรถถังมุ่งสู่ค่ายผู้ลี้ภัยในเขตจาบาเลีย ทางตอนเหนือ ซึ่งถูกปูพรมถล่มอย่างหนักมาตั้งแต่วันเสาร์ ขณะเดียวกันก็เพิ่มความรุนแรงในการโจมตีเมืองราฟาห์ทางตอนใต้

ที่เขตจาบาเลีย ประชาชนต้องเก็บข้าวของและหนีออกจากค่ายผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ 75 ปีก่อน ในขณะที่เครื่องบินกับรถถังของอิสราเอลระดมโจมตีเข้าสู่ใจกลางค่าย ทำลายบ้านเรือนเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกาซาระบุว่า พวกเขาพบศพผู้เสียชีวิตจากการโจมตีเมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมาแล้วอย่างน้อย 20 ศพ

ชาวปาเลสไตน์อพยพจากค่ายผู้ลี้ภัยในเขตจาบาเลีย

กองทัพอิสราเอลประกาศเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า พวกเขาทำลายโครงข่ายของกลุ่มฮามาสในเขตจาบาเลียเรียบร้อยแล้ว แต่ในวันเสาร์ที่ผ่านมา โฆษกของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกคำสั่งอพยพค่ายผู้ลี้ภัยในจาบาเลีย พร้อมทั้งเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง อ้างว่ากลุ่มฮามาสกำลังซ่องสุมกำลังขึ้นมาใหม่ที่นั่น

ทั้งนี้ อิสราเอลต้องการทำลายกลุ่มฮามาสให้หมดสิ้นเพื่อล้างแค้นต่อการโจมตีเมื่อ 7 ต.ค. 2566 ซึ่งทำให้มีชาวอิสราเอลเสียชีวิตเกือบ 1,200 ศพ และอีกกว่า 250 คนถูกจับไปเป็นตัวประกัน แต่การโจมตีฉนวนกาซาตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ทำให้จำนวนชาวปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตพุ่งทะลุ 35,000 ศพแล้ว และอีกนับล้านชีวิตต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น

ส่วนที่เมืองราฟาห์ ซึ่งมีผู้พลัดถิ่นทั่วกาซาอพยพมาอยู่รวมกันกว่า 1.4 ล้านคน อิสราเอลยกระดับการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดินในพื้นที่ทางตะวันออกของเมือง โดยพวกเขาสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน และขยายคำสั่งอพยพไปถึงพื้นที่ตอนกลางเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ชาวปาเลสไตน์เก็บข้าวของอพยพจากเมืองราฟาห์

ชาวบ้านคนหนึ่งผู้อาศัยอยู่ในเมืองชาบูรา ติดกับเมืองราฟาห์ บอกกับสื่อว่า การโจมตีของอิสราเอลรุนแรงขึ้น และมีรถถังมาปิดกั้นถนนซาลาฮุดดิน ซึ่งเป็นถนนสายหลัก แบ่งแยกพื้นที่ทางตะวันออกกับตอนกลางของเมืองราฟาห์ออกจากกัน

สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) ประเมินว่า นับตั้งแต่อิสราเอลมีคำสั่งอพยพครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ก่อนจนถึงตอนนี้ มีประชาชนอพยพจากเมืองราฟาห์ไปแล้วประมาณ 360,000 คน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna