มกอช.ยกระดับคัดทุเรียนมาตรฐาน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803118

วันอังคาร ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ได้เตรียมความพร้อมสร้างองค์ความรู้ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง หลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงงานและโรงคัดบรรจุ (มกษ.9070-2566) ให้ผู้เกี่ยวข้องในขอบข่ายของมาตรฐานดังกล่าว สร้างองค์ความรู้ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online รวมถึงเรียนรู้มาตรฐานผ่านระบบ E-Learning รวมถึงการจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน เพื่อให้สถานประกอบการ (ล้ง) ใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงาน อีกทั้งเตรียมความพร้อมโดยพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ตามมาตรฐานให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยรับรองที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับประชาสัมพันธ์มาตรฐานสินค้าเกษตรดังกล่าวผ่านช่องทางต่างๆ ของ มกอช.

สำหรับมาตรฐานสินค้าเกษตรดังกล่าว มีขอบข่ายในการกำหนดหลักปฏิบัติในขั้นตอนการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ เพื่อให้ได้ผลทุเรียนตามข้อกำหนดของมาตรฐานสำหรับจำหน่าย ส่งออกและนำเข้าซึ่งหลักการปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียน แบ่งได้ดังนี้ 1.การตรวจและรับผลทุเรียน ผู้ประกอบการโรงรวบรวมหรือโรงคัดบรรจุ ต้องมีมาตรการการตรวจสอบความแก่ของผลทุเรียนก่อนรับเข้าสู่กระบวนการจัดการ มีการตรวจหลักฐานแสดงการจัดการของแหล่งปลูกของผลทุเรียนทุกรุ่นที่เข้าสู่กระบวนการจัดการ การตรวจลักษณะภายนอกของผลทุเรียนแก่ทุกผลจากทุกรุ่นรวมถึงการสุ่มตรวจวิเคราะห์น้ำหนักแห้งของทุเรียน อย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนรุ่นที่จะรับเข้าต่อวัน

2.การฝึกอบรมผู้ที่เกี่ยวข้อง และ 3.การบันทึกข้อมูลเพื่อการตามสอบโรงรวมรวบและโรงคัดบรรจุผลทุเรียนสดต้องทำการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจและรับผลทุเรียนในแต่ละรุ่น นอกจากนี้ มกอช.ได้วางแผนสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ หลักการปฏิบัติตามมาตรฐาน มกษ.9070-2566 เพื่อยกระดับการผลิต การนำเข้า การส่งออกของทุเรียนไทยให้เกิดความเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน

ที่ปรึกษาฯติดตามวางแผน จัดการน้ำลุ่มน้ำยมตอนบน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803119

วันอังคาร ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมแผนงานการบริหารจัดการน้ำ และสถานการณ์น้ำลุ่มแม่น้ำยมตอนบน พร้อมด้วย นายสุรชาติ มาลาศรี ผอ.สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน ที่ว่าการ อ.ปง จ.พะเยา โดยบริเวณลุ่มน้ำยม ครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด คือพะเยา น่าน แพร่ สุโขทัย ลำปาง ตาก พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร และนครสวรรค์ มีพื้นที่รับน้ำฝนประมาณ 23,616 ตารางกิโลเมตร โดยมี นายจีรเดช ศรีวิราช สส.เขต 3 พะเยา ว่าที่ ร.ต.กรกฎ ประเสริฐวงษ์ปลัดจังหวัดพะเยา นางธนพรรธน์ สุขตัว ผู้แทน อบจ.พะเยา นางจีระนันท์ สว่างดวง เกษตรและสหกรณ์ จ.พะเยา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ เนื่องจากปัญหาสภาพพื้นที่น้ำลุ่มแม่น้ำยมตอนบนเป็นคอขวดของลำน้ำ ทำให้การระบายน้ำในฤดูฝนทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เกิดปัญหาอุทกภัยบ่อยครั้งอีกทั้งมีลักษณะคดเคี้ยว ทำให้ฤดูฝนเมื่อน้ำไหลบ่าอย่างแรง มักเกิดอุทกภัย จึงต้องวางแผนการบริหารจัดการน้ำ และติดตามสถานการณ์น้ำของลุ่มแม่น้ำยมตอนบนในพื้นที่ดังกล่าว

‘​กรมการข้าว’ประชุมเข้ม’ผอ.ศูนย์ทั่วประเทศ’ ชี้แจงงบประมาณ67 ขับเคลื่อนการทำงานเต็มสูบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803094

'​กรมการข้าว'ประชุมเข้ม'ผอ.ศูนย์ทั่วประเทศ' ชี้แจงงบประมาณ67 ขับเคลื่อนการทำงานเต็มสูบ

‘​กรมการข้าว’ประชุมเข้ม’ผอ.ศูนย์ทั่วประเทศ’ ชี้แจงงบประมาณ67 ขับเคลื่อนการทำงานเต็มสูบ

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 18.05 น.

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมชี้แจงงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 และโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ของศูนย์ข้าวชุมชน ประจำปี 2567 โดยมี นายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว คณะผู้บริหารฯ จากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว เข้าร่วมประชุมดังกล่าว ณ ห้องประชุมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

ในการนี้ ที่ประชุมได้ชี้แจงถึงงบประมาณรายจ่าย การจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ.2567 และแนวทางการปฏิบัติงานเตรียมการจัดซื้อจัดจ้างงบดำเนินงานและงบลงทุน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ตลอดจนได้ร่วมกันพิจารณาถึงแนวทางการเร่งรัดการดำเนินงานโครงการสำคัญที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมการข้าว ปี 2567

– 006

‘กรมการข้าว’สักการะบูชาแม่โพสพ เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มฤดูทำนา 67

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803038

'กรมการข้าว'สักการะบูชาแม่โพสพ เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มฤดูทำนา 67

‘กรมการข้าว’สักการะบูชาแม่โพสพ เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มฤดูทำนา 67

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.24 น.

เมื่อวันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.00 น. นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย นายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหารฯ จากส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ร่วมพิธีสักการะบูชาแม่โพสพ เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มฤดูกาลทำนาปี 2567 ณ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

– 006

หนองในช่องเยื่อหุ้มปอด ตัวการทำระบบหายใจล้มเหลว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/803057

หนองในช่องเยื่อหุ้มปอด ตัวการทำระบบหายใจล้มเหลว

หนองในช่องเยื่อหุ้มปอด ตัวการทำระบบหายใจล้มเหลว

วันอังคาร ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 07.00 น.

เจ็บหน้าอกแปลบๆ เมื่อหายใจ มีไข้ เหนื่อย หอบ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด มักเกิดขึ้นหลังจากที่มีการติดเชื้อ หากไม่รีบรักษาอาจเป็นสาเหตุนำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตในที่สุด

นายแพทย์ชวกร เหลี่ยมไพรบูรณ์ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอกโรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า หนองในช่องเยื่อหุ้มปอด สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายมีการติดเชื้อ โดยเฉพาะการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น เป็นไข้หวัดรุนแรง หรือปอดอักเสบติดเชื้อ ซึ่งโดยปกติเวลาเราหายใจเข้า-ออก ปอดจะมีการขยายตัวและหดตัวได้ดี แต่เมื่อมีหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด ปอดจะเกิดการเสียดสีกับหนอง และถูกหนองกดไว้ทำให้ไม่สามารถขยายและหดตัวได้ดีเหมือนเดิม จึงส่งผลให้มีอาการเจ็บแปลบๆ บริเวณหน้าอกเมื่อมีการหายใจ หายใจเหนื่อย หายใจไม่ไหว มีไข้ และไอร่วมด้วย โดยอาการรุนแรงที่สุดคือ ระบบหายใจล้มเหลวจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ รวมถึงเสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือดนำไปสู่ภาวะอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว

โรคหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไตวายมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง กลุ่มนี้จะติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ นอกจากนี้ ในคนที่ไม่มีโรคประจำตัว ก็สามารถพบได้ในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันต่ำ

การตรวจวินิจฉัยโรคหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด สามารถตรวจได้โดยการทำเอกซเรย์ปอด เพื่อดูว่ามีน้ำหรือหนองในช่องเยื่อหุ้มปอดหรือไม่ หากแพทย์ต้องการข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น อาจพิจารณาส่งทำ CT Scan ทรวงอก

การรักษาโรคหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด จำเป็นต้องเอาหนองออกทุกกรณี โดยแพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อ จากนั้นจึงจะพิจารณาว่าจะระบายหนองออกด้วยวิธีใด ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี ได้แก่ 1.การใส่สายระบายทรวงอก หรือการใส่สายเข้าไปยังช่องเยื่อหุ้มปอดเพื่อระบายหนองออก แต่วิธีนี้อาจระบายหนองออกไม่หมดกรณีที่ผู้ป่วยมีหนองในช่องเยื่อหุ้มปอดปริมาณมาก

2.การผ่าตัดระบายหนองในอดีตการผ่าตัดปอดเพื่อระบายหนองออกจะใช้วิธีการผ่าตัดแบบเปิด ซึ่งทำให้มีแผลผ่าตัดยาวประมาณ8-10 เซนติเมตร ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอาการเจ็บปวดมากหลังผ่าตัดและมีภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาการรักษา จึงสามารถผ่าตัดระบายหนองได้ด้วยวิธีการผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก

3.การผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก (Video-Assisted Thoracoscopic Surgery, VATS) แพทย์จะกรีดแผลขนาดเล็ก จากนั้นจะสอดกล้องและเครื่องมือทางการแพทย์เข้าไปยังเยื่อหุ้มปอด โดยวิธีนี้สามารถระบายหนองได้จนหมดและให้ผลเทียบเท่าการผ่าตัดแบบเปิด โดยผู้ป่วยมีจะแผลผ่าตัดยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร เพียง 1 แผลที่บริเวณข้างลำตัว จึงสามารถฟื้นตัวได้เร็ว นอนโรงพยาบาลในระยะเวลาที่สั้นเจ็บปวดน้อยลง มีผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า แต่หลังจากผ่าตัด ผู้ป่วยจำเป็นต้องใส่สายระบายทิ้งไว้ประมาณ 1-2 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีหนองในช่องเยื่อหุ้มปอดแล้ว

ทั้งนี้ หากเริ่มมีอาการที่กล่าวมาข้างต้น แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัย เพราะอาจไม่ใช่อาการของไข้หวัดธรรมดา หากตรวจแล้วพบว่าเป็นหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด อย่าเพิ่งกังวล เพราะโรคนี้สามารถรักษาได้ ไม่น่ากลัว แต่ถ้าไม่รักษาจะน่ากลัว เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น จนถึงขั้นระบบหายใจล้มเหลว หรืออวัยวะต่างๆ ล้มเหลวได้

มิว-แจน Ambassador of H&M Thailand คู่แรกของเอเชีย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/803069

มิว-แจน Ambassador of H&M Thailand คู่แรกของเอเชีย

มิว-แจน Ambassador of H&M Thailand คู่แรกของเอเชีย

วันอังคาร ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

H&M แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นที่ได้ความนิยมระดับโลก ประกาศเปิดตัว Ambassador of H&M Thailand อย่างเป็นทางการ กับสองนักแสดงมากความสามารถอย่าง มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ และ แจน-พลอยชมพู ศุภทรัพย์ ขึ้นเป็นคู่แรกของประเทศไทยและเอเชีย ซึ่งการประกาศแต่งตั้งในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการร่วมงานกับH&M ทั้งในและต่างประเทศของทั้งคู่

มิว-ศุภศิษฏ์ และ แจน-พลอยชมพู นับเป็นหนึ่งในนักแสดงชาวเอเชียซึ่งกำลังมาแรงเป็นอย่างมากในขณะนี้ โดยมิวโด่งดังและเป็นที่รู้จักกันในบทบาท “ธาร“ จากซีรี่ส์เรื่อง เกลียดนักมาเป็นที่รักกันซะดีๆ (TharnTypeThe Series) อีกทั้งยังเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ติดชาร์ต World Digital Song Sales chart ของบิลบอร์ด ซึ่งเพลงของมิวมากถึง5 เพลงติดชาร์ตอยู่ใน 10 อันดับแรก และยังมีผลงานที่ได้รับความนิยม อาทิ ซีรี่ส์เรื่องรักร้าย, อีกครั้งฉันรักเธอ (Love MeAgain), รักสลับลาย ทั้งยังมีผลงานเพลง Season of You (ทุกฤดู), Good Day, Drowning (ที่มีเธอ) และอีกมากมาย

ส่วนแจน นักแสดงสังกัดจากค่าย GMMTV ที่โด่งดังจากการร่วมแสดงโฆษณาประกบคู่กับศิลปินเกาหลีจนเริ่มเป็นที่รู้จักมีผลงานเด่นในละครชุด SOTUS The Seriesพี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง ในบท “แพรไพลิน” และเรื่อง 30 กำลังแจ๋ว The Series ในบท “กิ๊ฟ” และเป็นสมาชิกเกิร์ลกรูปวงซิสซี่ นอกจากนี้ยังมีผลงานอีกมายในวงการจนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงงาน Asian television Awards ครั้งที่ 25 ในสาขา Best Actress In A Supporting Role อีกด้วย

มิว-ศุภศิษฏ์ และ แจน-พลอยชมพูพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของ H&M Thailand ในฐานะ Ambassador of H&M Thailand คู่แรกของประเทศไทยและเอเชีย ที่พร้อมจะถ่ายทอดความเป็นแบรนด์ผ่านบุคลิกภาพและความสามารถที่โดดเด่น รวมถึงสไตล์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับวัยรุ่นผ่านแคมเปญต่างๆ ในระดับสากล

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรักงานศิลป์ ในงาน‘บีเทรนด์ อาร์ต สเตชั่น 2024’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/803068

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรักงานศิลป์ ในงาน‘บีเทรนด์ อาร์ต สเตชั่น 2024’

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรักงานศิลป์ ในงาน‘บีเทรนด์ อาร์ต สเตชั่น 2024’

วันอังคาร ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บีเทรนด์ (BETREND) เดอะมอลล์ กรุ๊ป แหล่งรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ ชวนสายครีเอทีฟหัวใจศิลปะ ร่วมโชว์ไอเดียระเบิดความคิดสร้างสรรค์แบบไร้ขีดจำกัด กับแคมเปญ “บีเทรนด์ อาร์ต สเตชั่น 2024” (BETREND ART STATION 2024) ที่รวบรวมไอเทมสุดอาร์ตแบบครบครัน ทั้งอุปกรณ์ศิลปะ เครื่องเขียนอุปกรณ์สำนักงาน แกดเจ็ต หนังสือ รวมถึงของขวัญและอุปกรณ์ตกแต่งหลากสไตล์ พร้อมกิจกรรมและโปรโมชั่นสุดคุ้มค่าจากแบรนด์ชั้นนำ ที่มาร่วมดีไซน์รังสรรค์งานศิลป์ตลอดแคมเปญ ตั้งแต่วันนี้-27 มิถุนายน 2567 ที่ BETREND เดอะมอลล์ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา,เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

งาน “บีเทรนด์ อาร์ต สเตชั่น 2024” จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “COLLAGE ART” คัดสรรไอเทมสินค้าสำหรับงานศิลปะ ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นและดีไซน์งานศิลป์แบบครบครันทุกกลุ่มสินค้า ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ศิลปะ, เครื่องเขียน, อุปกรณ์สำนักงาน, แกดเจ็ต, หนังสือ รวมถึงของขวัญและอุปกรณ์ตกแต่งจากแบรนด์ดัง พร้อมเปิดพื้นที่รังสรรค์พื้นที่อาร์ตให้นักช้อปสายอาร์ตนิสต้ามาร่วมโชว์ไอเดียความคิดสร้างสรรค์ทุกงานศิลป์แบบไร้ขีดจำกัด อาทิ

ART & CRAFT ไอเทมยอดนิยมสำหรับสายอาร์ต ที่ชื่นชอบการวาดภาพระบายสี ทั้งสีน้ำ, สีน้ำมัน, ดินสอสี, จานสี, ปากกาหัวพู่กัน ตลอดจนผ้าใบแคนวาสวาดรูป

OFFICE SUPPLY ไอเทมสำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศ ที่ต้องการเพิ่มสีสันบนโต๊ะทำงาน อาทิ SCRAPBOOK, สมุดโน้ตลายเก๋, ปากกาสุดเท่, เครื่องคิดเลขตัวโปรด รวมถึงเครื่องใช้สำนักงานต่างๆ

SCHOOL SUPPLIES ตอบโจทย์คนรักการเรียนแบบครบครัน กับไอเทมสุดฮอต ที่มาสร้างบรรยากาศในคลาสเรียนให้สนุกสนาน อาทิ อุปกรณ์เครื่องเขียน, กล่องดินสอ, ปากกา, ไม้บรรทัด, ยางลบ รวมถึงไอทีแกดเจ็ตสุดเจ๋งทั้งหูฟัง, คีย์บอร์ด, พาวเวอร์แบงค์ ฯลฯ 

GIFT สายนักสะสมต้องห้ามพลาดคาแร็กเตอร์ยอดฮิต Collection สุดพิเศษ ดีไซน์สุดน่ารัก หรือกล่องสุ่ม ของสะสมลิขสิทธิ์แท้จากหลากหลายแบรนด์ดัง ขนทัพมาให้เหล่า collectible ได้ช้อปอย่างจุใจ

GADGET สัมผัสโมเมนต์ความสุขแห่งโลกยุคใหม่ เอาใจคนรักไอที ที่คัดสรรไว้ให้ไอทีนิสต้าได้เลือกสรรแบบฟูลออปชั่น อาทิ เคสโทรศัพท์สุดแนว, ลำโพงบลูทูธสุดล้ำ, นาฬิกาหลากสีสัน พร้อมฟังก์ชั่นล้ำสมัย ฯลฯ

ภายในงานได้เชิญหนุ่มสาวสายอาร์ตที่ชื่นชอบในงานศิลปะ มาร่วมเสพงานศิลป์อัปเดตเทรนด์ พร้อมส่งต่อไอเดียความครีเอทออกแบบงานศิลป์ในแบบฉบับศิลปะของตัวเอง ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อป อาทิ นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา นักแสดงมากฝีมือและนักอนุรักษ์ที่ชื่นชอบในงานศิลปะ, ก้อง-มนตรี ภัทรจิตร์ภิญโญ ศิลปิน นักแสดง และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ที่หลงใหลในงานศิลปะ พร้อมด้วย บัว-วรรณประภา ตุงคะสมิตศิลปินงานอาร์ตแบบเปเปอร์คัต, โอม-ณัตสุพล พรมสวัสดิ์ ศิลปินกระดาษแห่ง OH! My Craft Studio มาร่วมสร้างสีสันงานศิลป์

พบไอเทมสุดอาร์ตแบบครบครัน พร้อมสาดความสนุกให้กับทุกงานศิลป์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรักศิลปะ ได้ตั้งแต่วันนี้-27มิถุนายน 2567 ที่ BETREND เดอะมอลล์ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา, เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

คุณแหน : 7 พฤษภาคม 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/803071

วันอังคาร ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● การปรับ ครม. เศรษฐา 1/1 ดูประหนึ่งจะผ่านพ้นไปด้วยความราบรื่น ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจก็มีทีท่าพึงพอใจกันทั่ว จู่ๆ ก็มีหนังสือ รมว.ปานปรีย์ พหิทธานุกร ขอลาออกจากตำแหน่งรมว.ต่างประเทศและตำแหน่งอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย ภายในพรรคไม่ถือว่าเป็นวิกฤตแต่กับพับบลิคกลายเป็นอาฟเตอร์ช็อก เห็นว่าท่านอดีตรมต. มีผลงานต่อเนื่องและภาพลักษณ์ที่คนชื่นชมตำแหน่งรองนายกฯ ที่ถูกปลดสำคัญไฉน, 1) มี PRESTIGE และ SENIORITY เหนือกว่า รมต., 2) มีอำนาจบริหารครอบคลุมไปถึงหน่วยงานอื่นๆ นอกสังกัดได้, 3) สำคัญยิ่งเป็นรองนายกฯรายงานตรงต่อนายกฯ ไม่ต้องผ่าน… ส่วนที่ท่านอดีตรมว. อาจจะคิดว่าการนี้เป็นความประสงค์ของนายกฯ ซึ่งไม่ใช่แน่ เพราะเราทราบจากแหล่งข่าวระดับสูงว่า ท่านปานปรีย์ เป็นรายชื่อ รมต.ในโควตาของนายกฯ ในรัฐบาลเศรษฐา 1 โดยท่านต้องโน้มน้าวให้เห็นความจำเป็นที่ท่านนายกฯ ต้องเดินทางล็อบบี้ให้ไทยกลับคืนบนเวทีโลก จำเป็นต้องมี รมต.ต่างประเทศที่มีคุณสมบัติยอมรับโดยอารยประเทศ อีกทั้งดูไม่เป็นการเมืองเกินไป…

●● สัปดาห์ที่แล้วเขียนเรื่องอดีตนายกฯ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เชิญ ชีค ยามานี อดีต รมว. พลังงานของซาอุดีฯ ควบตำแหน่งมนตรีองค์กร OPEC มาเยือนไทยในฐานะแขกส่วนตัว… มีผู้ถามว่าท่านชีค ยามานี เนื้อหอมทั่วโลกขนาดนี้ทำไมถึงมาสนิทสนมกับน้าชาติได้เรื่องนี้เมื่อขยายความแล้วทำให้เห็นว่าแม้แต่บนเวทีโลก “CONNECTION” ยังเป็นเรื่องที่มีอยู่จริงและสำคัญยิ่ง ภารกิจตลอดมาของ พล.อ. ชาติชาย จะเกี่ยวข้องกับงานด้านต่างประเทศและพลังงานมาโดยตลอด ดังนั้นในการเดินทางไปยุโรปประชุมเกี่ยวกับงานเหล่านี้ ทำให้มีโอกาสรู้จักคุ้นเคยกับท่านชีค และบังเอิญท่านชีค ชอบการพักผ่อนที่ประเทศสวิสมาก ส่วนน้าชาติเองใช้เวลาคลุกคลีในสวิสตั้งแต่หนุ่ม ทั้งติดตามถวายการรับใช้เจ้านายไทย และน้าชาติเองก็มีบ้านชาเล่ย์ในสวิสด้วย ครั้งหนึ่ง ชีค ยามานี ปรึกษาน้าชาติว่าท่านอยากจะส่งบุตรสาวเข้าเรียน รร.บอร์ดดิ้งสกูลอันเลื่องชื่อของสวิส น้าชาติเลยอาสาว่า “โนพร็อบเบลม”เพราะตนรู้จักกับครูใหญ่ดีจะดำเนินการให้เรียบร้อยตั้งแต่นั้นมาความสัมพันธ์ดังกล่าวกลายเป็นมิตรแท้ลึกซึ้ง เป็นแง่มุมว่าในยุคที่น้ำมันขาดแคลนทั่วโลกประเทศไทยกลับมีน้ำมันใช้อย่างเพียงพอ และบางลอตในราคามิตรภาพด้วย…

●● นับเป็นข่าวที่น่ายินดีเมื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ 1/2567 เมื่อเดือนก่อน ซึ่งที่ประชุมฯได้มีมติเห็นชอบ (ร่าง) เอกสารการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม สงขลา และชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลา ภายใต้ชื่อ Songkhla and itsAssociated Lagoon Settlements เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลกประกอบด้วยแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม จำนวน4 พื้นที่ ได้แก่ 1) เมืองโบราณพังยาง เมืองโบราณพะโคะ และเมืองโบราณสีหยัง, 2) เมืองโบราณสทิงพระ, 3) เมืองป้อมค่ายซิงกอร่า ณ เขาแดงและแหลมสน, 4) เมืองเก่าสงขลา บ่อยาง, ในพื้นที่4 อำเภอของ จ.สงขลา คือ อ.ระโนด อ.สทิงพระ,อ.สิงหนคร และ อ.เมือง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมด้านสถาปัตยกรรมที่มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับอารยธรรมอื่นๆ ตามเส้นทางการค้าทางทะเลเลียบแนวชายฝั่ง หลักฐานทางโบราณคดีของชุมชนในอดีต…การขอรับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก ส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ยกระดับการอนุรักษ์ …นับเป็นเรื่องที่ดีงามยิ่ง…

●● ข่าวเศร้า…ขอแสดงความเสียใจในการจากไปของ สุวลักษณ์ วงศ์เทศ แมสคอมมช.รหัส 15 กำหนดสวดถึง 8 พ.ค.และฌาปนกิจ 9 พ.ค.17.00 น. ณ วัดด่านสำโรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ…เพื่อนๆ ไปไว้อาลัยกันด้วย !!…●●

บารอนเนส

ชวนสัมผัสคุณค่าของธรรมชาติและสัตว์ป่า ในนิทรรศการภาพถ่าย ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/803061

ชวนสัมผัสคุณค่าของธรรมชาติและสัตว์ป่า ในนิทรรศการภาพถ่าย ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’

ชวนสัมผัสคุณค่าของธรรมชาติและสัตว์ป่า ในนิทรรศการภาพถ่าย ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’

วันอังคาร ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เดินหน้าปลุกจิตสำนึกเยาวชนและคนไทยทั้งประเทศ สร้างแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าไม้ ผ่านการประกวดภาพถ่าย “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 29กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยการดำเนินงานของซีพีเอฟ ซีพีออล์ และทรู คอร์ปอเรชั่นจัดพิธีมอบรางวัลโครงการปลุกจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมการประกวดภาพถ่าย “สัตว์มีค่าป่ามีคุณ” ประจำปี 2565-2566 รางวัลเกียรติยศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และถ้วยประทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมจัดนิทรรศการภาพถ่ายอันทรงคุณค่าประจำปี 2565 และปี 2566 โดยมีจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ดร.เนตรชนกวิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและด้านการศึกษา บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น

ผู้ได้รับรางวัลเกียรติยศในปี 2565-2566 มีดังนี้ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2566 ระดับบุคคลทั่วไป ประเภทสัตว์มีค่า ภาพพฤติกรรมสัตว์ป่า ธีรพงศ์ เพ็ชร์รัตน์ เจ้าของภาพ “ศึกชนช้าง”, ประจำปี 2565ระดับบุคคลทั่วไป ประเภทสัตว์มีค่าภาพสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ปฤษฎิ์ เก่งสูงเนินเจ้าของภาพ “More than Dream”ถ้วยประทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปี 2566 ระดับบุคคลทั่วไป ประเภทป่ามีคุณภาพถ่ายระยะใกล้ ศราวุฒิ ทองเมือง เจ้าของภาพ “Hoar Frost”, ประจำปี 2565 ระดับบุคคลทั่วไป ประเภทป่ามีคุณภาพทิวทัศน์ สุชาติ เกื้อทาน เจ้าของภาพ “ไออุ่นแห่งขุนเขา”

ทั้งนี้ โครงการประกวดภาพถ่ายได้รับความสนใจจากผู้รักการถ่ายภาพธรรมชาติและสัตว์ป่า ร่วมส่งภาพเข้าประกวดเป็นจำนวนมากจนได้ภาพที่ชนะการประกวดที่สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามและทรงคุณค่า ซึ่งภาพทั้งหลายเหล่านี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้นำไปเผยแพร่ให้ความรู้ และผลิตเป็นสื่อเพื่อเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “สัตว์มีค่าป่ามีคุณ” รวมถึงสื่อโซเชียลต่างๆอีกทั้งยังนำไปจัดพิมพ์เป็นหนังสือภาพและปฏิทินชุด “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ”นอกจากนี้ ยังได้นำภาพถ่ายอันทรงคุณค่าส่งต่อความงดงามเพื่อปลูกความรู้ ปลูกใจรักธรรมชาติให้เยาวชน ประชาชนคนไทยในคลังความรู้และสื่อต่างๆ ของทรูปลูกปัญญาอีกด้วย

ยูโอบี ประเทศไทย เปิดหลักสูตรออนไลน์สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้เด็กไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/803064

ยูโอบี ประเทศไทย เปิดหลักสูตรออนไลน์สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้เด็กไทย

ยูโอบี ประเทศไทย เปิดหลักสูตรออนไลน์สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้เด็กไทย

วันอังคาร ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มุ่งมั่นเป็นผู้นำในการสร้างอนาคตเด็กไทยให้มีภูมิคุ้มกันทางการเงินผ่านหลักสูตรการเงินออนไลน์ “UOB Money 101: Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน” โดยมีนักเรียนมากกว่า 1,700 คน จบหลักสูตรที่จัดขึ้นเป็นปีที่สาม และเข้าร่วมพิธีมอบเกียรติบัตรซึ่งจัดขึ้นที่ห้องประชุม อาคารยูโอบี พลาซา กรุงเทพ โดยได้รับเกียรติจาก เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี หลักสูตรนี้เป็นการทำงานร่วมกับโครงการร้อยพลังการศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ UOB My Digital Space มีเป้าหมายลดช่องว่างทางการศึกษาและสร้างโอกาสในการเรียนรู้จากสื่อดิจิทัลแก่เด็กไทยที่ขาดโอกาส

นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนกันยายน ปี 2564 หลักสูตรนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากโรงเรียนต่างๆ จำนวนโรงเรียนที่ลงชื่อขอเข้าร่วมหลักสูตรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้นมากกว่า 4,000 คน จาก 45 โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งทั้งหมดได้เข้าอบรมแนวคิดการบริหารจัดการการเงินและภูมิคุ้มกันทางการเงินในหลักสูตรการเงินออนไลน์ ซึ่งได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นมีความรู้เรื่องการเงิน มีความรู้พอที่จะตัดสินใจทางการเงิน และสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างมั่นคง ผ่านกิจกรรมและการสื่อสารออนไลน์ใน 6 บทเรียน เพื่อปลูกฝังความคิดในการวางแผนทางการเงิน โดยเริ่มวางแผนอย่างชัดเจนจนบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ครอบคลุมแนวคิดเรื่องจิตวิทยาการเงิน การหารายได้ การเก็บออม การลงทุน การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการตั้งเป้าหมายทางการเงิน

นายสัญชัย อภิศักดิ์ศิริกุล กรรมการและกรรมการผู้จัดการ ที่ปรึกษาสำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร ยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ความรู้ทางการเงินเป็นพื้นฐานสำคัญในการส่งเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและการขยับสถานะทางสังคมให้สูงขึ้น การให้การศึกษาทางการเงินแก่เยาวชนไทยในวันนี้จะช่วยทำให้อนาคตทางเศรษฐกิจของไทยและภูมิภาคอาเซียนในภาพรวมมั่นคงและเข้มแข็งยิ่งขึ้น หลักสูตร UOB Money 101: Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน เป็นหนึ่งในตัวอย่างความมุ่งมั่นเสมอมาของธนาคารในการพัฒนาผู้นำที่มีความสามารถทางการเงินและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนให้ประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน”

นางสาวกนกวรรณ โชว์ศรีผู้อำนวยการโครงการร้อยพลังการศึกษามูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวว่า “โครงการร้อยพลังการศึกษาร่วมกับธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างให้เด็กไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่ขาดโอกาส ให้มีภูมิคุ้มกันทางการเงิน และเราเห็นความคืบหน้าที่สำคัญในช่วงสามปีที่ผ่านมา นักเรียนใช้จ่ายน้อยลง เก็บออมมากขึ้น และเริ่มวางแผนสู่เป้าหมายหลักสูตรความรู้ทางการเงินนี้มิใช่เป็นเพียงหลักสูตรที่สอนให้นักเรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการการเงินอย่างรอบคอบเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ เพราะการตัดวงจรความยากจนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนักเรียนมีความรู้ทางการเงินที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยปกป้องความมั่นคงทางการเงินทั้งของตนเองและของครอบครัว”

ทวิณา ไชยยงยศ รองผู้อำนวยการโรงเรียนภัทรญาณวิทยา กล่าวว่า “โรงเรียนต้องการให้นักเรียนมีความรู้ทางการเงินที่ถูกต้อง เพราะหากนักเรียนไม่สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายประจำเดือนของตนได้ ก็อาจตกเป็นเหยื่อทางการเงิน แม้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นอาจมองว่าความรู้ทางการเงินเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แต่ปลูกฝังแนวคิดทางการเงินที่หลากหลายในชั้นเรียนจะช่วยให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้นี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้”

ด้าน นางสาวธัญญธร เปรมประเสริฐ นักเรียนโรงเรียนภัทรญาณวิทยา เล่าให้ฟังว่า “ก่อนหน้านี้หนูไม่รู้วิธีออมเงิน แต่หลังจากเข้าร่วมหลักสูตร “UOB Money 101: Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน” หนูก็เปลี่ยนพฤติกรรมการเงิน ขอขอบคุณธนาคารยูโอบีที่ได้นำหลักสูตรนี้มาสอนในห้องเรียน ทำให้หนูสามารถประยุกต์ใช้ในอนาคตได้ หนูอยากให้ทุกคนมีโอกาสได้เรียนหลักสูตรนี้เหมือนหนูค่ะ”

หลักสูตรประจำปี 2567 เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว สำหรับคุณครูและโรงเรียนที่สนใจพัฒนาความรู้ สร้างทักษะและภูมิคุ้มกันด้านการเงินให้กับนักเรียนกับหลักสูตร “UOB Money 101 : Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน”สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/ThailandCollaborationForEducation.