กรมชลฯปิดจ๊อบชุมชนต้นน้ำ 4 จังหวัดภาคเหนือ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802572

กรมชลฯปิดจ๊อบชุมชนต้นน้ำ 4 จังหวัดภาคเหนือ

กรมชลฯปิดจ๊อบชุมชนต้นน้ำ 4 จังหวัดภาคเหนือ

วันศุกร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 13.11 น.

นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ พร้อมด้วยนายพรมงคล ชิดชอบ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน สำนักงานชลประทานที่ 2 นายมหิทธิ์ วงศ์ษา ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม  และคณะที่ปรึกษา ร่วมเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศเวทีที่ 3 “โครงการจัดทำแผนส่งเสริมความมั่นคงด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ ในพื้นที่ชุมชนต้นน้ำสาธิต จังหวัดลำพูน จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก และจังหวัดเชียงใหม่” โดยมีนายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง เป็นประธานการประชุม ณ โรงเรียนบ้านห้วยทราย อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน สภาเกษตรกร สื่อมวลชน และกลุ่มองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าร่วมประชุม

กรมชลประทานในฐานะหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบในการพัฒนาแหล่งน้ำและจัดหาน้ำให้เพียงพอ ทั่วถึง และเป็นธรรม ได้ให้ความสำคัญต่อความต้องการของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต้นน้ำ โดยได้ดำเนินงาน “โครงการจัดทำแผนส่งเสริมความมั่นคงด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ ในพื้นที่ชุมชนต้นน้ำสาธิต จังหวัดลำพูน จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก และจังหวัดเชียงใหม่” โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 240 วัน พื้นที่ศึกษารวม  20 ตำบล ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน  6 ตำบล ในเขตอำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย  จังหวัดลำพูน  1 ตำบลในเขตอำเภอลี้  จังหวัดตาก 5 ตำบล ในเขตอำเภอท่าสองยาง และอำเภอสามเงา จังหวัดเชียงใหม่ 8 ตำบล ในเขตอำเภออมก๋อย อำเภอฮอด และอำเภอดอยเต่า 

ซึ่งตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ 240 วันที่ผ่านมา (วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 จนถึง วันที่ 6 กรกฎาคม 2567) กรมชลประทานได้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งในรูปแบบการประชุมใหญ่ และการจัดประชุมกลุ่มเล็ก เพื่อสร้างโอกาสพูดคุยกับประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่อย่างทั่วถึงมากกว่า 50 เวที ทำให้สามารถรวบรวมความต้องการของประชาชนที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือพัฒนามากถึง 610 โครงการ ครอบคลุมทั้งด้านแหล่งน้ำ การเกษตร การท่องเที่ยว การศึกษา รวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้มีการคัดเลือกโครงการนำร่องจำนวน 4 โครงการ ได้แก่ ฝายห้วยแม่ก้อ จังหวัดลำพูน อ่างเก็บน้ำห้วยจ๊อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน  อ่างเก็บน้ำห้วยข้าวหลาม จังหวัดตาก และอ่างเก็บน้ำแม่ต๋อมตอนล่าง จังหวัดเชียงใหม่ อีกทั้งความต้องการพัฒนาทั้ง 610 โครงการจะถูกนำมาจัดทำแผนงานในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อกรมชลประทานจะได้นำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาของประชาชน

สำหรับการประชุมปัจฉิมนิเทศในครั้งนี้กรมชลประทาน จะนำข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญของการจัดทำแผนส่งเสริมความมั่นคงทางด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ข้อเสนอแนะ ความคิดเห็น และความต้องการต่างๆ ของประชาชนไปกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ให้เป็นไปตามเป้าประสงค์โครงการต่อไป

ทั้งนี้ หลังจากการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ ในช่วงบ่ายเวลา 13.30 น. กรมชลประทาน ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอแม่สะเรียง และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง จะร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาแก้มช้ำ ปลาพลวงหิน และปลามูดหน้านอ รวมถึง 50,000 ตัว ลงสู่แม่น้ำยวม บริเวณกาดฮิมยวม ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแม่ฮ่องสอน ได้นำกล้าพันธุ์กาแฟเชียงใหม่ 80 จำนวน 400 ต้น มาแจกให้กับประชาชนที่สนใจและมีพื้นที่ปลูกในระดับความสูงที่เหมาะสมด้วย ซึ่งกาแฟเป็นพืชที่ต้องปลูกร่วมกับป่าไม้ ทำให้ลดการตัดไม้ทำลายป่า เป็นการทำการเกษตรแบบผสมผสานในพื้นที่เดียวกัน ช่วยสร้างความหลากหลายของชีวภาพของพืชและสัตว์ รวมทั้งลดการเผาป่าซึ่งจะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของพื้นที่ในเขตภาคเหนืออีกด้วย

นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ชาว อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่กรมชลประทานได้กำหนดให้พื้นที่ อ.แม่สะเรียง เป็นพื้นที่ศึกษาการจัดทำแผนส่งเสริมความมั่นคงด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ ซึ่งพื้นที่ อ แม่สะเรียง และ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ถือเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม รวมทั้งปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ซึ่งการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุตามแผนการพัฒนาโครงการ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนข้อมูลด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และมีทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนโครงการ ซึ่งผลสำเร็จจากการศึกษาโครงการดังกล่าวจะเป็นเสมือนแนวทางหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ อ.แม่สะเรียงและ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการจัดทำแผนส่งเสริมความมั่นคงด้านการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการจะสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง และ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ให้บรรลุเป้าหมายและเป็นต้นแบบในการขยายผลการจัดทำแผนในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่อื่นต่อไป

นายพรศักดิ์ ปัญญา ผู้ใหญ่บ้านแพะคะปวง ม.12 ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ทางกรมชลประทาน มีโครงการด้านน้ำ ที่จะช่วยให้ชาวบ้านนั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งการมีอาชีพประมง การเกษตร ที่เป็นวิถีชาวบ้านที่จะคงอยู่ สร้างความเป็นอยู่ให้กับประชาชนได้ดีขึ้น ตัวเองในฐานะผู้นำจึงขอขอบคุณกรมชลประทาน ที่มีโครงการด้านน้ำเข้ามา โดยเฉพาะในพื้นที่แม่สะเรียงที่ถูกคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 4 ของโครงการฯนี้

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802651

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

วันเสาร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร (รัชกาลที่ 10) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อความเป็นสวัสดิมงคลของประเทศชาติเป็นที่ปลาบปลื้มปีติยินดีของพสกนิกรโดยทั่วกัน

การพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีกำหนดการพระราชพิธีเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1.พระราชพิธีเบื้องต้นประกอบด้วย การเตรียมน้ำอภิเษก การจารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกร ระหว่างวันที่ 6-23 เมษายน พ.ศ. 2562 ช่วงที่ 2.พระราชพิธีเบื้องกลาง คือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กำหนดวันที่ 2-6 พฤษภาคม พ.ศ.2562 และช่วงที่ 3.พระราชพิธีเบื้องปลาย คือพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ไปยังวัดอรุณราชวราราม
ในปลายเดือนตุลาคม พ.ศ.2562

ซึ่งพิธีทำน้ำอภิเษกนั้น ทำพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั่วราชอาณาจักร จำนวน 107 แห่งตามโบราณราชประเพณี และทำพิธีพร้อมกันในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2562 จากนั้นตั้งพิธีทำน้ำอภิเษก ณ พระอารามสำคัญประจำจังหวัดของแต่ละจังหวัด 76 แห่ง ในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2562 และเวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษกในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2562 ต่อมาในวันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2562 ทุกจังหวัดเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์จาก 76 จังหวัดมาตั้งไว้ในพระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวราราม เพื่อเสกน้ำอภิเษก ประกาศชุมนุมเทวดา ทำน้ำเทพมนตร์ เจริญพระพุทธมนต์ทำน้ำพระพุทธมนต์ โดยรวมกับน้ำอภิเษกของกรุงเทพมหานคร (จากหอศาสตราคม พระบรมมหาราชวัง)

และวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2562 แห่เชิญน้ำอภิเษกทั้ง 77 จังหวัด รวมทั้งน้ำเบญจสุทธคงคา (แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำราชบุรี และแม่น้ำเพชรบุรี) และน้ำจากสระ 4 สระ (สระแก้ว สระเกษ สระคา สระยมนา) ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อพราหมณ์ประกอบพิธี ส่วนในวันที่ 22-23 เมษายน พ.ศ.2562 มีพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธย ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกรประจำรัชกาล ตลอดจนจารึกพระสุพรรณบัฏพระบรมวงศ์ ณ วัดพระศรี
รัตนศาสดาราม

ในวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2562 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 5 ณ พระลานพระราชวังดุสิต จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปถวายราชสักการะปฐมบรมราชานุสรณ์ ณ เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า และเสด็จฯ ไปยังพระบรมมหาราชวังเพื่อทรงบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาในวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ.2562 มีพิธีแห่เชิญพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกรประจำรัชกาล จากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงนมัสการพระรัตนตรัย ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ถวายบังคมพระบรมอัฐิพระอัฐิ ณ หอพระธาตุมณเฑียร เมื่อได้เวลามหามงคลฤกษ์จุดเทียนชัย พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ประกาศการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์

ในวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ทรงสรงพระมุรธาภิเษก ณ มณฑปพระกระยาสนาน บริเวณชาลา พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน โดยน้ำสรงพระมุรธาภิเษก เป็นน้ำจากเบญจสุทธคงคา และน้ำจากสระ 4 สระ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี และทรงรับน้ำพระพุทธมนต์ และน้ำเทพมนตร์ตามลำดับ ทรงรับน้ำอภิเษก ซึ่งเป็นน้ำจากทุกจังหวัดที่ประกอบพิธีแล้ว ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์

จากนั้นทรงรับพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธย เครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องบรมขัตติยราชวราภรณ์ และพระแสงราชศัสตราวุธ ณ พระที่นั่งภัทรบิฐ เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงรับถวายพระพรชัยมงคลจากพระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แล้วเสด็จฯ โดยขบวนราบใหญ่ ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก

เสด็จฯ ไปถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร และเสด็จฯ ไปถวายบังคมพระบรมอัฐิ พระอัฐิ สมเด็จพระบรมราชบุพการี ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงพระแท่นราชบรรจถรณ์ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร

ในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในการพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธยพระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพื่อทรงนมัสการพระพุทธปฏิมาประธาน และพระบรมราชสรีรางคาร

ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ ท้องพระโรง พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ผู้นำศาสนาและผู้แทนคณะพาณิชย์ เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล แล้วเสด็จออก ณ สีหบัญชร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล จากนั้นเสด็จออกให้คณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องพระโรงพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

ทั้งนี้ หลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว ในปลายเดือนตุลาคม พ.ศ.2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ไปยังวัดอรุณราชวราราม เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน

หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ “ประมวลองค์ความรู้พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยร่วมคัดเลือกเยาวชน ‘นักพูดต้านการทุจริตเพื่อรักษ์สิ่งแวดล้อม’ ชี้เยาวชนคือกระบอกเสียงส่งต่อแรงบันดาลใจ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802630

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยร่วมคัดเลือกเยาวชน  ‘นักพูดต้านการทุจริตเพื่อรักษ์สิ่งแวดล้อม’  ชี้เยาวชนคือกระบอกเสียงส่งต่อแรงบันดาลใจ

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยร่วมคัดเลือกเยาวชน ‘นักพูดต้านการทุจริตเพื่อรักษ์สิ่งแวดล้อม’ ชี้เยาวชนคือกระบอกเสียงส่งต่อแรงบันดาลใจ

วันเสาร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“เมื่อใดที่ต้นไม้ต้นสุดท้ายถูกโค่นลง ปลาตัวสุดท้ายถูกจับ แม่น้ำสายสุดท้ายกลายเป็นพิษ เมื่อนั้น เงินไม่ได้มีค่า เพราะเงินกินไม่ได้”

หนึ่งในถ้อยคำของ เด็กหญิงณัฐวดี ทับชู (แก้มบุ๋ม) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน เทพบดินทร์วิทยาเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ที่ชนะเลิศบนเวทีการประกวดเยาวชนนักพูดต้านการทุจริตเพื่อรักษ์สิ่งแวดล้อม โดนใจนักวิชาการที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนานร่วม 30 ปี อย่าง วิลาวรรณน้อยภา ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรธรรมชาติ จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือTEI ที่ได้รับเกียรติเป็น 1 ใน 8 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการคัดเลือกเยาวชนนักพูดต้านการทุจริตเพื่อรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่จัดขึ้นโดย มูลนิธิต่อต้านการทุจริตร่วมกับมูลนิธิเพื่อเมืองและชุมชนยั่งยืน โดยการสนับสนุนจากธนาคารออมสิน

สภาพสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันนับเป็นปัญหาที่สำคัญ เนื่องจากประชากรมีจำนวนมากขึ้น ส่งผลต่อสภาพสิ่งแวดล้อมและเกิดผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงในการใช้ทรัพยากรมาก ไม่คุ้มค่า ตลอดจนเกิดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านกระบวนการกระทำทุจริตที่หลากหลายรูปแบบจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในหน้าที่และภารกิจงานที่เชื่อมโยง ด้วยการกระทำการทุจริตประพฤติมิชอบ การขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (Conflict of Interest) รวมทั้งการใช้ช่องทางกฎหมายเป็นเครื่องมือในการทุจริต (Rule by Law) จนเป็นสาเหตุการเกิด green corruption ซึ่งนับว่าเป็นการคอร์รัปชั่นที่ใหญ่และเลวร้ายที่สุด ส่งผลถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องร่วมกันตระหนักและเห็นความสำคัญของการร่วมอนุรักษ์ และใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่า การสร้างจิตสำนึกที่ถูกต้องในการบริโภคและการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะการสร้างจิตสำนึกนับเป็นจุดเริ่มต้นของการคลี่คลายปัญหาในปัจจุบันได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

วิลาวรรณ น้อยภา ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรธรรมชาติ จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI กล่าวว่า เยาวชนคนรุ่นใหม่ คือกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญที่จะช่วยเป็นกระบอกเสียงสื่อสารการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและช่วยส่งต่อแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น เวทีในครั้งนี้จึงเป็นพื้นที่ในการปลูกฝังการไม่กระทำการทุจริตทำลายสิ่งแวดล้อม (Anti green corruption) ทั้งทางตรงและทางอ้อมได้ และเป็นกิจกรรมสำคัญที่จะสร้างค่านิยมที่ถูกต้อง ปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“บทบาทของเยาวชนนักพูดต้านการทุจริตเพื่อรักษ์สิ่งแวดล้อมถือเป็นอีกหนึ่งกระบวนการปลูกฝังทัศนคติและพฤติกรรมในการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Anti-green Corruption) ด้วยความรู้ความสามารถผ่านการสื่อสารประชาสัมพันธ์รณรงค์ความรักษ์สิ่งแวดล้อมในสถาบันการศึกษาและในชุมชน ตลอดจนเป็นการสร้างเครือข่ายเยาวชนในการร่วมกันรณรงค์ต่อต้านการทุจริตเพื่อรักษ์สิ่งแวดล้อมในระดับประเทศให้ยั่งยืนต่อไป”

สำหรับ โครงการเยาวชนนักพูดต้านการทุจริตเพื่อรักษ์สิ่งแวดล้อม รอบชิงชนะเลิศ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา โดยในงานได้รับเกียรติจาก พลเอกธีระเดช ฉัตรเสถียรพงศ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อเมืองและชุมชนยั่งยืน เป็นประธานเปิดงานฯ และได้รับเกียรติจากผู้บริหาร ธนาคารออมสิน กนกกาญจน์ เงินยวง ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับดูแลกิจการที่ดี และคณะร่วมรอบชิงชนะเลิศ พร้อมรับโล่ขอบคุณจากมูลนิธิต่อต้านการทุจริตในครั้งนี้

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่กับ Pop-up Taiwan Excellence สุดยอดสินค้า 23 แบรนด์จากไต้หวันในงานมหกรรมสถาปนิก’67

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802629

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่กับ Pop-up Taiwan Excellence  สุดยอดสินค้า 23 แบรนด์จากไต้หวันในงานมหกรรมสถาปนิก’67

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่กับ Pop-up Taiwan Excellence สุดยอดสินค้า 23 แบรนด์จากไต้หวันในงานมหกรรมสถาปนิก’67

วันเสาร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อย่าพลาดโอกาสดีๆ กับสุดยอดสินค้า 23 แบรนด์ จากไต้หวันในมหกรรมสถาปนิก’67 เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 5 พฤษภาคม นี้ มุ่งมั่นนำเสนอในด้านการใช้ชีวิตอัจฉริยะและเมืองยั่งยืน เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างอุตสาหกรรมของไต้หวัน ไทย และอาเซียน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น ณ บูธ P105-P106 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์สตรีมโดยอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง การนำเสนอโซลูชั่นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม พาทัวร์ชมสินค้า และอื่นๆ อีกมากมาย โดยได้รับเกียรติจากคณะจัดงานสถาปนิก’67 อาทิ นางสาวกุลธิดา ทรงกิตติภักดี, ดร.พร้อม อุดมเดช ประธานจัดงานร่วมสถาปนิก และนายศุภแมน มรรคา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมบูธในครั้งนี้

นายไบรอัน ลี ผู้อำนวยการบริหารสายงานการตลาด Taiwan Excellence สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (TAITRA) กล่าวว่า “ในฐานะผู้จัดงานTaiwan Excellence ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เชิญชวนผู้จัดแสดงสินค้าและผู้ประกอบวิชาชีพจากประเทศไทยและอาเซียนในมหกรรมสถาปนิก’67 หวังเป็นการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมจากไต้หวัน ผนวกกับประสบการณ์ของไต้หวันและไทยในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และร่วมมือกันในแนวทางที่ยั่งยืนสำหรับการพัฒนาระดับนานาชาติ”

ในปีนี้ นิทรรศการ Taiwan Excellence เกิดขึ้นจากแนวคิดความยั่งยืนด้วยการนำหลักการ 3Rs : การนำกลับมาใช้ใหม่ การลดปริมาณ และการรีไซเคิล มาประยุกต์ใช้โดยมีวัสดุที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลและใช้ซ้ำได้ถึง 96% นอกจากนี้ เพื่อเสริมสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและไทย หลังเสร็จสิ้นงานจะมีการบริจาคของเล่นเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมให้แก่องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรในประเทศไทย เพื่อปลูกฝังความสนใจในการออกแบบทางสถาปัตยกรรมในหมู่เยาวชนอีกด้วย

อีกทั้ง ยังสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนการออกแบบและนวัตกรรมสำหรับโซลูชั่นสำหรับเมืองอัจฉริยะในเศรษฐกิจ BCGผลิตภัณฑ์ที่จัดแสดงได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยอย่างครบถ้วน โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการรับมือกับประเด็นสำคัญต่างๆ เช่น การปรับปรุงการระบายอากาศเพื่อป้องกันปัญหามลพิษทางอากาศ ลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับน้ำ และการทำให้น้ำสะอาดสำหรับการบริโภค

ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้จัดแสดงจากไต้หวันในมหกรรมสถาปนิก’67 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Taiwan Excellence TH Facebook ที่ https://www.facebook.com/TaiwanExcellence.TH/

คุณแหน : 4 พฤษภาคม 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802649

วันเสาร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll สำนักพระราชวังขอเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค“สัมมาทิฏฐิ” ระลึกถึงพระรัตนตรัย ว่าเป็นสรณะที่พึ่งที่ยึดถือ อันเป็นทางธรรมที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้โดยชอบ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันฉัตรมงคล วันที่ 4 พ.ค. 2567 ผ่านแอปพลิเคชั่น“สมาธิเสบียงบุญ”ระหว่างวันที่ 1-7 พ.ค. ..

ll รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วราวุธ ศิลปอาชา ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้กล่าวถ้อยแถลง Country Statement ในนามประเทศไทย ในการประชุมคณะกรรมาธิการประชากรและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 57 (CPD57) ณ สํานักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์กสหรัฐอเมริกา โดยมี ดร.อัษฎาพร ไกรพานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย..

ll คดีนี้ยาวนานหลายสิบปี บัดนี้ศาลฎีกายกฟ้องคดีคลองด่านยินดีกับ ดร.ศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์,ดร.ปกิต กิระวานิช,ดร.ยุวรี อินนา พ้นพงหนามแล้ว..ชาวสิ่งแวดล้อมต่างร่วมยินดีด้วยกันทุกคน..

ll กำหนดสวดพระอภิธรรม คุณแม่ประไพ ตันติวงศ์ มารดา สินี จงจิตต์,จิราภรณ์-ปฎิภาน ตันติวงศ์ ศาลา 10 วัดมกุฏกษัตริยาราม จนถึง 6 พ.ค. และพระราชทานเพลิงศพ 7 พ.ค. 17.00 น. ..

ll จาตุรนต์“ตั๋ม”เอมซ์บุตร อดีตนักดนตรี ครูสอนดนตรีที่ศศิลิยะ ถึงแก่กรรม ประชุมเพลิงไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่วัดบึงทองหลาง ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วย..

ll หลังกลับจากไปท่องเที่ยวเมืองซีอาน รุ่งนภาตันยุวรรธนะ ก็เดินทางไปนมัสการพระหลานชายที่ไปบวชเรียน ณ วัดป่าดาราภิรมย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ทันที..

ll ในฐานะรุ่นน้องเรียน ที่รร.ราชินี บางกระบือ พรพรรณ รอดวรรณะ จัดส่งเข็มกลัด“สผ”(สมเด็จพระพันปีหลวง เสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 5 ผู้ให้กำเนิดทั้ง 2 โรงเรียน)โดยส่งให้รุ่นพี่ที่อยู่รร.ราชินี ถนนมหาราช ปากคลองตลาด ข่าวว่าผู้ได้รับเข็มสุดปลื้มเพราะอยากได้มาก..

ll ชื่นชม นริสสร แสงแก้ว(เช็ค)สก. สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร อิสระ ดูแลชาวบ้านเขตบางเขน ย่านคู้บอน โดยมอบหมายให้ทีมงานมาฉีดพ่นยากำจัดยุงลาย ป้องกันไข้เลือดออก ในช่วงก่อนเข้าฤดูฝน..ทำดีก็ต้องชมกัน..

ll นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย หมอผู้เชี่ยวชาญโรคสมองและระบบประสาท แห่งเพจ ออกคลิปสั้นๆ เตือนประชาชนว่าเมื่อมีอาการปวดหัวมากแบบทันทีทันใด ก้มหัวไม่ได้ ให้รีบไปโรงพยาบาลในทันที เพื่อตรวจละเอียดต่อไป เพราะอาจเกิดจากเลือดออกใต้ชั้นเยื่อหุ้มสมอง ซึ่งเป็นอันตรายมาก..มีเพื่อนเป็นหมอก็ดีอย่างนี้ ด้วยมีเรื่องที่เป็นประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังอยู่เสมอ..

ll เพราะตั้งใจไว้แล้วว่าวันหยุดช่วงนี้จะพาหลานๆไปคลายร้อนที่บ้านพักหัวหินของ อานนท์ ฮุนตระกูล แม้ว่าเพื่อนที่ไปอยู่หัวหินมาบอกว่าทั้งร้อนทั้งปัญหาน้ำแล้ง ที่ไม่เคยเป็นถึงขนาดนี้มาก่อน แต่ทั้ง พ.ท.บุญชัย-จันทรา สุนทรญาณกิจ ก็ยังเดินหน้าขนหลานๆ ไปตามความตั้งใจเดิม ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง..เลยไม่รู้ว่าคุณตาคุณยายหรือคุณหลาน ใครอยากเที่ยวกันแน่??..ll

บารอนเนส

ฉัตรมงคลรำลึก 4 พฤษภาคม 2567 ‘เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802648

ฉัตรมงคลรำลึก 4 พฤษภาคม 2567  ‘เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม  เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป’

ฉัตรมงคลรำลึก 4 พฤษภาคม 2567 ‘เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป’

วันเสาร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 05.00 น.

วันฉัตรมงคล เป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี และราชอาณาจักรไทยโดยสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณีของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติต่อจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 และดำรงพระอิสริยยศเป็น “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 ถือเป็นพระราชพิธี ครั้งที่ 12 นับตั้งแต่มีการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์มา 237 ปี นับจากรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่มีการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 ประเทศไทยก็ได้ว่างเว้นจากพระราชพิธีนี้มานานถึง 69 ปี

รัฐบาลไทยและพสกนิกร จึงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมจัดงานพระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตร หรือรัฐพิธีฉัตรมงคล หรืออาจเรียกว่า พระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งกระทำในวันบรมราชาภิเษก ถวายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 โดย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” หลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 ในปีถัดไปจะเป็นวันระลึกวันบรมราชาภิเษก และจะเรียกว่า วันฉัตรมงคล ตลอดไปในรัชกาลนี้

ความเป็นมาของพระราชพิธีฉัตรมงคลนั้น ก่อนหน้ารัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชพิธีฉัตรมงคล ถือเป็นพิธีของเจ้าพนักงานในพระราชฐานที่มีหน้าที่รักษาเครื่องราชูปโภคและพระทวารประตูวัง ได้จัดการสมโภชสังเวยเครื่องราชูปโภคที่ตนรักษาทุกปีในเดือนหก และเป็นงานส่วนตัวไม่ถือเป็นงานหลวง จนกระทั่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ ได้ทรงกระทำพิธีฉัตรมงคลขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พุทธศักราช 2393 โดยมีพระราชดำริว่า วันบรมราชาภิเษกเป็นมหามงคลสมัยที่ควรแก่การเฉลิมฉลองในประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดิน จึงถือให้วันนั้นเป็นวันนักขัตฤกษ์มงคลกาล และควรที่จะมีการสมโภชพระมหาเศวตฉัตรให้เป็นสวัสดิมงคลแก่ราชสมบัติ แต่เนื่องจากเป็นธรรมเนียมใหม่ ยากต่อการเข้าใจ อีกทั้ง เผอิญที่วันบรมราชาภิเษกไปตรงกับวันสมโภชเครื่องราชูปโภคที่มีแต่เดิม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงอธิบายว่า วันฉัตรมงคลเป็นวันสมโภชเครื่องราชูปโภคจึงไม่มีใครติดใจสงสัย

ดังนั้น จึงได้มีพระราชดำริจัดงานพระราชกุศลพระราชทานชื่อว่า “ฉัตรมงคล” นี้ขึ้น โดยได้มีการเฉลิมฉลองด้วยการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดเจริญพุทธมนต์ในวันขึ้น 13 ค่ำเดือน 6 รุ่งขึ้นมีการถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทและพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ด้วยเหตุนี้จึงถือว่าการเฉลิมฉลองพระราชพิธีฉัตรมงคล เริ่มมีในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นครั้งแรก

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 วันบรมราชาภิเษกตรงกับเดือน 12 จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานฉัตรมงคลในเดือน 12 แต่ไม่ได้รับการยินยอม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงแก้ไขด้วยการออกพระราชบัญญัติว่าด้วยตราจุลจอมเกล้าสำหรับตระกูลขึ้น ให้มีพระราชทานตรานี้ตรงกับวันคล้ายบรมราชาภิเษก ท่านผู้หลักผู้ใหญ่จึงยินยอมให้เลื่อนงานฉัตรมงคลมาตรงกับวันบรมราชาภิเษก แต่ยังให้รักษาประเพณีสมโภชเครื่องราชูปโภคอยู่ตามเดิม รูปแบบงานวันฉัตรมงคล ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 การพระราชพิธีฉัตรมงคลได้เพิ่มการพระราชกุศลทักษิณานุประทาน ซึ่งเป็นการบำเพ็ญพระราชกุศลสนองพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช

พระราชพิธีฉัตรมงคล ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดการพระราชพิธี 3 วัน คือ วันฉัตรมงคล ตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประกอบด้วย สรงพระมุรธาภิเษก ณ ชาลาพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ทรงรับน้ำอภิเษก ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ทรงรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ขัตติยราชวราภรณ์ และพระแสง ณ พระที่นั่งภัทรบิฐ เลี้ยงพระ พระสงฆ์ดับเทียนชัย ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

วันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เป็นพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย สถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์และเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค จากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

วันที่ 6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เสด็จออกให้ทูตานุทูต และกงสุลต่างประเทศเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

เมื่อวันฉัตรมงคลเวียนมาบรรจบครบรอบอีกหนึ่งคราในวันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2567 พสกนิกรชาวไทย ต่างน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันมีคุณอนันต์แก่พสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้

ศธ. พร้อมหนุนการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น เตรียมเปิดตัวระบบธนาคารหน่วยกิตเทียบโอนผลการเรียนรู้ พ.ค. นี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802646

ศธ. พร้อมหนุนการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น เตรียมเปิดตัวระบบธนาคารหน่วยกิตเทียบโอนผลการเรียนรู้ พ.ค. นี้

ศธ. พร้อมหนุนการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น เตรียมเปิดตัวระบบธนาคารหน่วยกิตเทียบโอนผลการเรียนรู้ พ.ค. นี้

วันศุกร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.53 น.

ศธ. พร้อมหนุนการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น เผย สพฐ.กำลังยกร่างคู่มือ แนวทางปฏิบัติ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบที่เป็นรูปธรรม เตรียมเปิดตัวระบบธนาคารหน่วยกิตเทียบโอนผลการเรียนรู้ พ.ค. นี้

ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “เส้นทางสู่ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ การศึกษาที่ยืดหยุ่น ป้องกันเด็กหลุดจากระบบ” จัดโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

ดร.สิริพงศ์ กล่าวว่า การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ สอดรับกับนโยบาย ‘เรียนดีมีความสุข’ ที่พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งให้ความสำคัญเรื่องการจัดการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ของเด็กเยาวชนทุกคน โดยคำนึงถึงความจำเป็นและภาระต่าง ๆ ที่ทำให้เด็กเยาวชนบางกลุ่มไม่สามารถมาโรงเรียนได้ทุกวัน จึงมองว่าหากระบบการศึกษายังคงยึดติดอยู่กับรูปแบบเดิม ๆ ย่อมหมายถึงเด็กจำนวนหนึ่งจะหลุดอกกจากระบบการศึกษาไปอย่างไม่มีทางเลือก

“วันนี้รูปแบบการศึกษาเปลี่ยนไปจากอดีต บางสาระวิชาเด็กไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ที่โรงเรียนแล้ว โรงเรียนจึงต้องปรับบทบาทตัวเอง ขณะที่ครูก็เปลี่ยนจากผู้ถ่ายทอดความรู้มาเป็นโค้ช อย่างไรก็ตาม โรงเรียนยังถือว่ามีความสำคัญมากในการบ่มเพาะทักษะ Softskill ต่าง ๆ ที่เด็กไม่สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ เพราะทักษะเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ด้วยการซึมซับผ่านประสบการณ์ตรง”

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า เมื่อครูปรับบทบาทมาเป็นผู้อำนวยความรู้ ความหมายของการวัดประเมินผลที่อิงกับกลุ่มสาระวิชา จึงไม่จำเป็นต้องยึดอยู่กับรูปแบบเดิม โดยเฉพาะเมื่อ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15 เอื้อให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ได้แบบยืดหยุ่น

“โดย พ.ร.บ.การศึกษามีระบุไว้ชัดเจน การศึกษามี 3 รูปแบบ หนึ่งคือการศึกษาในระบบ สองการศึกษานอกระบบ และสามฃการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งในการจัดการเรียน การสอนที่ผ่านมาก็จะสามารถจัดรูปแบบใดก็ได้ หรือใช้ร่วมกันทั้งสามรูปแบบ เด็กบางคนเป็นนักเรียนในระบบก็จริงแต่เนื่องจากเศรษฐสภาพสภาพสังคมไม่เอื้ออำนวย การศึกษาจริง ๆ ก็เพื่อสองแนวทางครับ หนึ่งคือเพื่อความเป็นเลิศ สองคือ ความมั่นคงในชีวิต ดังนั้นการศึกษาที่จะสามารถเติมเต็มให้เขาเกิดความมั่นคงในชีวิตได้ จึงถือว่าเป็นวัตุประสงค์ของการศึกษาที่ถูกต้อง ดังนั้น Zero Dropout เด็กต้องไม่หลุดออกจากระบบ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบทำได้ กระทรวงศึกษาธิการยินดีที่จะขับเคลื่อนร่วมกัน ในตอนนี้ทาง สพฐ. กำลังร่างแนวทางปฏิบัติว่าจะสามารถปฏิบัติการได้อย่างไร ทำให้เป็นรูปธรรมเหมือนกันทั่วประเทศ

“เรามีรูปแบบการศึกษามากมาย ขึ้นอยู่ว่าจะปรับใช้อย่างไร เรามีห้องเรียน EP (English Program) มีการเรียนผ่านศูนย์การเรียน มีระบบบ้านเรียน (Home School) มีห้องเรียนเฉพาะทางมากมายเกิดขึ้น บางโรงเรียนนำร่องลดกลุ่มสาระวิชาจาก 8 เหลือแค่ 5 กลุ่ม ขณะที่องค์ความรู้เท่าเดิม หรือบางแห่งก็บูรณาการบทเรียนจนพาผู้เรียนไปถึงองค์ความรู้ที่กว้างไกลยิ่งกว่ากรอบตัวชี้วัดเดิม ๆ ได้ ดังนั้นการจัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพจึงขึ้นอยู่ที่การจัดลำดับความสำคัญของชั่วโมงการเรียนรู้ และการปรับตัวชี้วัดให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง

“กิจกรรมที่ กสศ. จัดขึ้นนี้ จะแสดงให้เห็นว่า ถ้าเรามีตัวอย่างของโรงเรียนที่จัดการศึกษา 3 รูปแบบได้แล้ว ย่อมหมายถึงข้อกฎหมายอนุญาตให้ทุกโรงเรียนสามารถทำได้ จึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่ทุกฝ่ายตั้งใจมาเรียนรู้ร่วมกัน และจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผล เมื่อผู้เข้าร่วม workshop จะนำบทเรียนต้นแบบกลับไปปรับใช้ในแต่ละสถานศึกษาตามความเหมาะสม”

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เน้นย้ำว่า แนวคิดของกระทรวงศึกษาธิการ ณ ปัจจุบัน มุ่งเน้นการทำงานที่หลุดไปจากกรอบ และพยายามเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดไปสู่เป้าหมาย Thailand Zero Dropout โดยในเดือนพฤษภาคม 2567 นี้ จะมีการประกาศการใช้งานระบบ Cradit Bank หรือ ‘ธนาคารหน่วยกิต’ ที่สภาการศึกษา สพฐ. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา วางโครงสร้างร่วมกัน

“ใจความสำคัญของระบบธนาคารหน่วยกิต จะไม่ใช่แค่เรื่องของการฝึกทักษะอาชีพ แต่จะเปิดโอกาสให้สถานศึกษากำหนดวิชาที่หลากหลาย เพื่อนำมาเสริมการเรียนรู้ในวิชาหลัก รวมทั้งเป็นการบูรณาการบทเรียนที่ผู้เรียนสามารถเก็บเป็นหน่วยกิตเพื่อจบการศึกษา และนำความรู้ประสบการณ์ไปต่อยอดในการเรียนระดับที่สูงขึ้น หรือในการประกอบอาชีพ โดยการออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงรวดเร็วของยุคสมัย จะเน้นที่หลักสูตรระยะสั้น มีความยืดหยุ่น พร้อมปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

“การศึกษาในโลกปัจจุบัน เขาอาจจะไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาแล้วว่าจะต้องจบอะไร คืออาจจะมุ่งเน้นไปว่า ศึกษาออกมาแล้ว มีทักษะในการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น ความรู้พื้นฐานเพียงพอ มีทักษะเพื่อประกอบอาชีพ สามารถต่อยอด พัฒนาตัวเองด้วยระบบการศึกษาได้ ผมคิดว่าการศึกษาในโลกปัจจุบันควรเป็นลักษณะนี้ครับ

“ระบบธนาคารหน่วยกิตที่กำลังจะนำมาใช้ จะเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันไม่ให้เด็กเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา ด้วยการศึกษาที่พร้อมเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับวิถีชีวิตของผู้เรียน ในนามกระทรวงศึกษาธิการขอขอบคุณ ให้กำลังใจ และแสดงความตั้งใจที่จะสนับสนุนทุกฝ่าย เพื่อเดินหน้าประเทศไทยสร้างการเรียนรู้ที่มีทางเลือก หลากหลาย และตอบโจทย์ชีวิตของทุกคนไปด้วยกัน”

-(016)

วธ. เปิดอบรม Hackathon ชุมชนแชมป์เปี้ยน นักเล่าเรื่อง ‘เที่ยวชุมชน ยลวิถี’ รุ่นที่2

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802643

วธ. เปิดอบรม Hackathon ชุมชนแชมป์เปี้ยน นักเล่าเรื่อง 'เที่ยวชุมชน ยลวิถี' รุ่นที่2

วธ. เปิดอบรม Hackathon ชุมชนแชมป์เปี้ยน นักเล่าเรื่อง ‘เที่ยวชุมชน ยลวิถี’ รุ่นที่2

วันศุกร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.41 น.

กระทรวงวัฒนธรรม ยกระดับนักเล่าเรื่องชุมชน เปิดกิจกรรมการอบรม Hackathon ชุมชนแชมป์เปี้ยน นักเล่าเรื่อง “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ภายใต้โครงการชุมชนแชมเปี้ยน นักเล่าเรื่อง “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 หวังผลักดันเด็ก เยาวชนในพื้นที่ 30 สุดยอดชุมชนต้นแบบ ต่อยอดสู่ 10 สุดยอดนักเล่าเรื่อง “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” พัฒนาทักษะการเล่าเรื่องในแบบฉบับอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพ สร้างสำนึกรักชุมชนบ้านเกิด

วันที่ 30 เมษายน 2567 เวลา 10.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดปทุมธานี นางศศิฑอณร์ สุวรรณมณี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม Hackathon ชุมชนแชมป์เปี้ยน นักเล่าเรื่อง “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ภายใต้โครงการชุมชนแชมป์เปี้ยน นักเล่าเรื่องชุมชน “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมีเด็ก เยาวชนจากสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ซึ่งผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนของจังหวัด จำนวน 30 ชุมชน ๆ ละ 1 ทีม ๆ ละ 2 คน รวม 60 คน เข้าสู่กระบวนการอบรมและระดมความคิดจากวิทยากรชั้นนำในเนื้อหาด้านต่างๆ เพื่อให้เยาวชนนำทักษะความรู้ที่ได้รับไปผลิตผลงานต่อไปในอนาคต

สำหรับการอบรมในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากคุณบิ๊ก – ณภัทร ตั้งสง่า ผู้กำกับภาพยนตร์รุ่นใหม่ วิทยากร อาจารย์ อินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์ และ นักเขียนหนังสือ Best Seller จากผลงาน “สร้างเงินล้าน ผ่านViral Clip” และ Born to Succeed ฝันใหญ่ใจต้องนิ่ง ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้กำกับอิสระ และนักสร้างคอนเทนต์ในแพลตฟอร์มต่างๆ พร้อมด้วยคุณฟาง รัฐโรจน์ จิตรพนา ครีเอทีฟ มาร์เก็ตติ้ง จาก The Standard อดีต Co-Host ชื่อดังจากรายการใดๆ ในโลกล้วนฟิสิกซ์ โดยกำหนดอบรมจำนวน 2 วัน ในหัวข้อ “วิธีการคิด คอนเทนต์” , การตัดต่อด้วยมือถือผ่านแอพลิเคชั่น Capcut , ขั้นตอนงาน Social Media Marketing กิจกรรมเวิร์คชอป The Power within stories , กิจกรรมการระดมความคิด ผลิตสื่อวีดิทัศน์ด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ภายหลังจากได้รับการอบรมแล้ว ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 30 ทีม จะต้องนำความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการอบรม Hackathon กลับไปพัฒนาวีดิทัศน์ เพื่อนำเสนอชุมชน ยลวิถีในแบบฉบับของตนเอง ให้ออกมาน่าสนใจมากที่สุด โดยจัดทำทีมละ 1 เรื่อง ความยาวไม่เกิน 3 นาที พร้อมจัดส่งผลงานกลับมาให้คณะกรรมการ เพื่อทำการตัดสินให้เหลือ 10 ผลงาน ซึ่งทั้ง 10 ผลงาน จะได้รับเกียรติบัตรและเงินรางวัลซึ่งเงินโดยรวมวางไว้5แสนบาท โดยผลงานในลำดับที่ 1-5 จะได้รับการ Remaster เพื่อสร้างสรรค์ให้เป็นผลงานในระดับ Masterpiece และเผยแพร่ลงรายการเรื่องจริงผ่านจอ ทางช่อง 3HD ต่อไป และทั้ง 30 ผลงาน จะได้รับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ Facebook เรื่องจริงผ่านจอ Kantana และ Youtube เรื่องจริงผ่านจอ

นางศศิฑอณร์ สุวรรณมณี กล่าวว่า “กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินการขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในประเด็นการสนับสนุนการสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยนำมิติทางวัฒนธรรมมาพัฒนาศักยภาพอุสาหกรรมวัฒนธรรมให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยมุ่งเน้นนำทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษร์ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาสร้างให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ในระดับชุมชน ซึ่งการที่จะนำเสนอเนื้อหาดังกล่าวในยุคปัจจุบันนั้น จำเป็นต้องอาศัยอินฟลูเอนเซอร์เป็นตัวกลางในการเล่าเรื่อง สื่อความหมาย สร้างเนื้อหาและจัดทำคลิปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ถ่ายทอดเรื่องราวของคุณค่าความโดดเด่นน่าสนใจของชุมชน เผยแพร่ทางสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว จำหน่ายสินค้า และบริการของชุมชนสร้างาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง และเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศให้มั่นคงต่อไป”

-(016)

DITP ลุยต่อ ‘Cannes Film Festival 2024’ นำคอนเทนต์ไทย ลุยตลาดเมืองคานส์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802639

DITP ลุยต่อ 'Cannes Film Festival 2024' นำคอนเทนต์ไทย ลุยตลาดเมืองคานส์

DITP ลุยต่อ ‘Cannes Film Festival 2024’ นำคอนเทนต์ไทย ลุยตลาดเมืองคานส์

วันศุกร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.34 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เร่งผลักดันซอฟต์พาวเวอร์คอนเทนต์ไทยเต็มสปีด โหมลุยงานอย่างต่อเนื่อง ดันผู้ประกอบการคอนเทนต์ไทย เข้าร่วมเจรจาการค้าที่งาน Marché du Film ภายใต้งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 77 (Cannes Film Festival 2024) ซึ่งถือเป็นงานเทศกาลภาพยนตร์เบอร์หนึ่งของโลก และเป็นตลาดสำคัญที่ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลกจะต้องเข้าร่วม จากการที่มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สร้างและผู้ผลิตภาพยนตร์ในทวีปยุโรปที่มีกำลังซื้อสูง โดยในปีนี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 22 พฤษภาคม 2567 ในเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส มีผู้ประกอบการคอนเทนต์ไทยรวมตัวกันกว่า 12 บริษัท พร้อมด้วยสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์วายไทยเดินทางเข้าร่วม นับเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเข้าร่วมเทศกาลงานภาพยนตร์ที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวว่า จากความสำเร็จของงานเจรจาการค้า FILMART 2024 ที่ฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ 11 – 14 มีนาคม ที่ผ่านมา สามารถสร้างมูลค่าการเจรจาการค้ากว่า 2,633 ล้านบาท กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้ดำเนินการตามนโยบายของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ที่มุ่งหวังสร้างซอฟต์พาวเวอร์ให้กับประเทศไทยโดยอาศัยพื้นฐานทางต้นทุนวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่มีอยู่แล้วมาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์ ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในความหลากหลายของผลงาน รวมถึงสร้างคอนเทนต์ให้สามารถก้าวขึ้นสู่เวทีโลกได้อย่างทัดเทียมนานาประเทศทั่วโลก มีความเหมาะสมและจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญคือ การนำผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมภาพยนตร์เข้าร่วมงานสำคัญระดับโลกอย่าง Cannes Film Festival ซึ่งเก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุด งาน Cannes Film Festival ไม่ใช่แค่การประกวดภาพยนตร์ แต่ยังมีส่วนที่เป็นตลาดซื้อขายภาพยนตร์ (Market) และพิชชิ่ง (Pitching) นำบทภาพยนตร์หรือไอเดียมาหาทุนสร้างด้วย เรียกได้ว่ามีครบทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงศิลปะ เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์จึงมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากเทศกาลอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ความเก่าแก่และใหญ่โต แต่เป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่ทุกคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ต้องเข้าร่วม ไม่ว่าจะด้านศิลปะหรือด้านพาณิชย์ก็ตาม

ในส่วนของ Marché du Film ภายใต้งาน Cannes Film Festival เป็นตลาดสำคัญสำหรับผู้ประกอบการภาพยนตร์ไทยและผู้ประกอบการที่ให้บริการเกี่ยวเนื่อง เพราะเป็นศูนย์รวมที่ใหญ่ที่สุดของผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรม และเป็นเป้าหมายสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยจะสามารถเพิ่มโอกาสในการต่อยอดธุรกิจและเพิ่มช่องทางการค้าสู่ตลาดยุโรปและลาตินอเมริกา โดยในแต่ละปีมีบริษัทนานาประเทศทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 600 บริษัท ผู้เข้าร่วมงานกว่า 14,000 คน และมีอีเวนท์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้นภายในงานอีกกว่า 200 งาน จาก 140 ประเทศทั่วโลก ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผลักดันให้จัดกิจกรรมการเจรจาการค้าภายในงานนี้เป็นประจำทุกปี ด้วยเล็งเห็นว่ายุโรปและลาตินอเมริกาเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง ถือเป็นโอกาสทองที่เหล่าผู้ประกอบการคอนเทนต์ไทยจะได้แสดงศักยภาพ เปิดโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งงานเจรจาการค้าครั้งนี้จะจัดขึ้นภายใต้คูหาประเทศไทย (Thailand Pavilion) ระหว่างวันที่ 14 – 22 พฤษภาคม 2567 นี้

สำหรับปีนี้ มีผู้ประกอบการไทยที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 12 บริษัท ซึ่งประกอบด้วยผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์และแอนิเมชัน (Film Production and Distribution) 9 บริษัท ได้แก่ 1) บริษัท กันตนา โมชั่นพิคเจอร์ส จำกัด 2) บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด 3) บริษัท เนรมิตหนัง ฟิล์ม จำกัด 4) บริษัท ไนท์ เอดจ์ พิคเจอร์ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด 5) บริษัท แบรนด์ธิงค์ จำกัด 6) บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 7) บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส จำกัด 8) บริษัท ฮอลลีวู้ด (ไทยแลนด์) จำกัด 9) บริษัท ไร้ท์ บิยอนด์ จำกัด ผู้ผลิตรายการและละครโทรทัศน์ (Television Content and Formats) 1 บริษัท ได้แก่ บริษัท เฮโล โปรดักชั่น จำกัด นอกจากนี้ ยังมีผู้ให้บริการเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Production and Post Production Services) เข้าร่วม 2 บริษัท ได้แก่ 1) บริษัท เบนีโทน ฟิล์มส์ จำกัด 2) บริษัท อิ๊กดราซิล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าการค้าไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาท

ทั้งนี้ งาน Cannes Film Festival ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 77 โดยมีงานแสดงสินค้า Marché du Film ที่เป็นตลาดซื้อ-ขายภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป นับได้ว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยผู้ประกอบการไทยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์และธุรกิจเกี่ยวเนื่องให้เติบโตสู่ตลาดโลก อันนำไปสู่การสร้างเม็ดเงินและโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

-(016)

จบปัญหาเปลี่ยนผ้าอ้อมกลางดึกเคล็ดลับตัวช่วยคุณพ่อคุณแม่มือใหม่จากบีม – กวี คุณพ่อลูก 4 สุดฮอต!

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802567

จบปัญหาเปลี่ยนผ้าอ้อมกลางดึกเคล็ดลับตัวช่วยคุณพ่อคุณแม่มือใหม่จากบีม - กวี คุณพ่อลูก 4 สุดฮอต!

จบปัญหาเปลี่ยนผ้าอ้อมกลางดึกเคล็ดลับตัวช่วยคุณพ่อคุณแม่มือใหม่จากบีม – กวี คุณพ่อลูก 4 สุดฮอต!

วันศุกร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 12.56 น.

ขึ้นแท่นที่สุดของครอบครัวที่ทั้งน่ารักและน่าอิจฉา สำหรับครอบครัวของพ่อ “บีม – กวี ตันจรารักษ์”กับหม่ามี๊ “ออย – อฏิพรณ์จิตต์ธรรมวงศ์” และลูกแฝดทั้ง 4 คน  ที่ต้องบอกว่าเป็นครอบครัวตัวอย่างของใครหลายๆคนก็ว่าได้ ล่าสุด!!!พ่อบีมและหม่ามี๊ออยได้มาเผยสุดยอดเคล็ดลับในการเลี้ยงลูกยามดึกด้วยตัวช่วยสำคัญอย่างMamyPoko Pants Bedtime (มามี่โพโค แพ้นท์ เบดไทม์)จาก บริษัท ยูนิ.ชาร์ม (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตผ้าอ้อมคุณภาพ “มามี่โพโค” (MamyPoko)แบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเลี้ยงลูกเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ดีของคุณพ่อคุณแม่ชาวไทยเพราะอย่างMamyPoko Pants Bedtime (มามี่โพโค แพ้นท์ เบดไทม์)นี้ ใช้แค่เพียง 1 แผ่นลูกน้อยก็หลับสนิทได้ตลอดทั้งคืน จบปัญหาลุกขึ้นมาเปลี่ยนผ้าอ้อมกลางดึก คลายกังวลเรื่องที่นอนเปียก บอกลาขอบตาคล้ำหมีแพนด้าตลอดไปถือเป็นนวัตกรรมที่ทำมาซัพพอร์ทครอบครัวยุคใหม่ ให้คุณพ่อคุณแม่ก๊อปปี้ไปใช้ได้แบบไม่มีกั๊กอย่างแท้จริง!!!

หม่ามี๊ออย – อฏิพรณ์จิตต์ธรรมวงศ์ เล่าว่า “ในฐานะคนเป็นแม่ บอกได้เต็มปากเลยว่ารู้สึกดีใจมากๆ ที่มีMamyPoko Pants Bedtimeผ้าอ้อมเด็กสำเร็จรูปสำหรับกลางคืนออกมา พร้อมนวัตกรรมพลังซึมซับ 1 แผ่นหลับสนิทตลอดคืน ลูกหลับสนิทจนถึงเช้า ทำให้เราคลายกังวลเรื่องรั่วซึมบนที่นอนไม่ต้องตื่นมาเปลี่ยนผ้าอ้อมกลางดึกอัยวาอัญญาเองก็ได้นอนหลับเต็มอิ่ม ได้รับฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ได้อย่างเต็มที่พออัยวา-อัญญาตื่นมาก็อารมณ์ดี เลี้ยงง่ายมาก รวมถึงคุณแม่อย่างเราก็ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เช่นกันเหมาะกับคุณแม่ยุคใหม่มากๆที่เป็น Working mom ที่จะต้องเลี้ยงลูกและตื่นเช้าไปทำงาน”
 

“ใช่ครับ ผมเชื่อว่าการนอนหลับหลับได้ดีมีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสติปัญญาของลูกมากๆ จึงอยากจะส่งเสริมให้ลูกได้นอนหลับสนิท หลับยาวตลอดทั้งคืน โชคดีที่ครอบครัวของเราใช้ผ้าอ้อมมามี่โพโคตั้งแต่ลูกๆแรกเกิดอยู่แล้ว เพราะเป็นสิ่งที่ต้องสัมผัสผิวลูกน้อยอยู่ตลอดเวลาเราจึงต้องตั้งใจเลือกมากๆอย่างผ้าอ้อมMamyPoko Pants Bedtime (มามี่โพโค แพ้นท์ เบดไทม์) ตัวใหม่ล่าสุดนี้ สามารถช่วยให้อัยวา-อัญญา

หลับสนิทยาวจนถึงเช้าเลยเพราะมีนวัตกรรมแผ่นซึมซับพิเศษ Powerful Night Lock ซึมซับได้ยาวนานถึง 1.5 เท่าเลย พร้อมพลังล็อครอบทิศทางขยับท่าไหนก็ไม่ซึมเปื้อน ทำให้ผมและออยคลายกังวลเรื่องรั่วซึมบนที่นอน ก้นลูกน้อยแห้งสบายหลับสนิทตลอดคืน พร้อมรับวันใหม่อย่างสดใสกันทั้งบ้าน นับเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญของครอบครัวเราจริงๆ ในมุมมองของผมว่าดีมากๆ นะ ถือว่าเป็นอะไรที่ช่วยแก้ Pain Point ของทุกคนในครอบครัวเลย หรืออาจจะบอกว่าเป็นตัวช่วยที่ช่วยซัพพอร์ทและสร้างความสุขให้ทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง ทั้งลูกๆและคุณพ่อคุณแม่เลย ผมว่าใครที่ยังมีปัญหาเรื่องนี้อยู่ แก้ไม่ตก ต้องรีบลองใช้ดูเลยนะครับ เชื่อว่าต่อไปนี้เราก็ไม่ต้องตาดำเป็นหมีแพนด้ากันอีกแล้วครับ (หัวเราะ)” บีม – กวี ตันจรารักษ์ กล่าวทิ้งท้าย

MamyPoko Pants Bedtime (มามี่โพโค แพ้นท์ เบดไทม์)ผลิตและจัดจำหน่ายโดยบริษัท ยูนิ.ชาร์ม (ประเทศไทย) จำกัดแบรนด์ผู้นำด้านนวัตกรรมที่เป็นตัวช่วยให้กับทุกครอบครัว ให้การเลี้ยงลูกเป็นเรื่องที่ง่ายช้อปได้แล้ววันนี้ที่ MamyPoko Club, MamyPoko Official ทั้งใน Lazada, ShopeeและTiktokรวมถึงThe Mall ทุกสาขา ในราคาเพียง 599 บาทเท่านั้น