‘จุลพันธ์’เชื่อนโยบาย-แคนดิเดตนายกฯ-ผลงานในอดีต ดึงใจ ปชช.กลับมาหนุน‘เพื่อไทย’ได้อีกครั้ง

‘จุลพันธ์’เชื่อนโยบาย-แคนดิเดตนายกฯ-ผลงานในอดีต ดึงใจ ปชช.กลับมาหนุน‘เพื่อไทย’ได้อีกครั้ง

‘จุลพันธ์’เชื่อนโยบาย-แคนดิเดตนายกฯ-ผลงานในอดีต ดึงใจ ปชช.กลับมาหนุน‘เพื่อไทย’ได้อีกครั้ง

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.30 น.

‘จุลพันธ์’เชื่อนโยบาย-แคนดิเดตนายกฯ-ผลงานในอดีต ดึงใจประชาชนกลับมาสนับสนุน‘เพื่อไทย’ได้อีกครั้ง บอกไม่ปิดกั้นพูดคุยพรรคใดจัดตั้งรัฐบาล ไล่ไปถามพรรคดูด สส.ใช้กระบวนการใด-ถูกต้องหรือไม่ จ่อดำเนินดิจิทัลวอลเล็ตต่อ

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ในการเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง ว่า เรามีการประชุมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการหารือเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้ง รวมถึงมีการประเมินกระแสหลังจากที่มีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคทั้ง 3 คนแล้วว่าเป็นอย่างไร ทั้งในโซเชียลมีเดีย ซึ่งถือว่าถือว่าได้รับความสนใจสูง

เมื่อถามว่า นโยบายใดที่จะเป็นเรือธงในการหาเสียง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จริงๆ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมาก็ค่อนข้างชัด พรรคเพื่อไทยยังคงยึดมั่นในเรื่องการแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิต และปากท้องของประชาชน เพราะขณะนี้ประชาชนยังตกอยู่ในความลำบากมานาน สิ่งที่เราพยายามทำในหลายมิติ เหมือนที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย นำเสนอเป็นภาพใหญ่คือเรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อขับเคลื่อนไปข้างหน้า การนำเทคโนโลยี AI และองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เข้ามาเพื่อเป็นสตรีมบอร์ดให้เศรษฐกิจไทยสามารถก้าวกระโดด ไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นอีกครั้ง

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ก็ได้นำเสนอนโยบาย เช่น การลดค่าครองชีพ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รถเมล์ 10 บาท รวมถึงบ้านเพื่อคนไทย ซึ่งถือว่าเป็นการลดความเหลื่อมล้ำและลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อที่หากค่าใช้จ่ายลดลง ความสามารถในการแข่งขันก็จะสูงขึ้น ในส่วนที่ตนนำเสนอไป เช่น หวยเกษียณ การแก้ไขปัญหาหนี้สินในหลายๆ มิติ สิ่งเหล่านี้เราทำมาแล้วและต้องการที่จะเดินต่อ ทั้งนี้ หากดูดีๆ ก็จะเห็นภาพชัดเจนว่า เราต้องการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นหลัก และเชื่อมั่นว่าหลักการประชาธิปไตย เราต้องสร้างให้ประชาชนแข็งแรง เอ็มพาวเวอร์ให้พี่น้องประชาชนเพื่อให้ประชาชนทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน สามารถยืนอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งการที่เราจะเติมพลังทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน เพื่อทำให้ประชาชนสามารถยืนขึ้นได้ อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี อีกครั้ง นี่คือหลักคิดของพวกเรา

เมื่อถามว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะดึงกลับมาใช้หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นโยบายนี้ถูกนำเสนอไปเมื่อครั้งที่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว และเราได้มีการดำเนินการให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางไปแล้ว 20 ล้านคน และยังค้างกับประชาชนอีก 20 ล้านคน เรื่องนี้เราคิดว่าต้องดำเนินการต่อ ในลักษณะที่ว่าเมื่อเราบริหารจัดการได้แล้ว เราจะดำเนินการให้กับกลุ่มที่ยังค้างอยู่

เมื่อถามย้ำว่า หากได้กลับมาเป็นรัฐบาลจะดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต อีกครั้งหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่นโยบาย แต่จะเป็นเรื่องของการดำเนินการให้ครบถ้วน

เมื่อถามว่า คาดหวังเก้าอี้ในสภาผู้แทนราษฎรเท่าไหร่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เมื่อวานนายสุริยะระบุชัดเจนว่า 200 บวกลบ เพราะเรามองว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคขนาดใหญ่ ขณะนี้เราทำงานเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งไปไกล มีนโยบายต่างๆ และเชื่อมั่นว่านโยบายจะถูกใจพี่น้องประชาชน รวมถึงตัวของแคนดิเดตนายกฯ และประวัติการทำงานของพรรคในอดีตที่ผ่านมา จะสามารถดึงใจพี่น้องประชาชนให้กลับมาสนับสนุนเราอีกครั้ง

“หากถามว่าถ้าการเลือกตั้งเกิดขึ้นวันนี้ เรามั่นใจ 200 หรือไม่ อาจจะยังนะ แต่เรามีเวลาอีก 2 เดือน ในการที่จะทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน” นายจุลพันธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ยังมั่นใจหรือไม่เพราะคนเก่าของเราถูกดึงออกไป และคนใหม่ที่เข้ามายังถือเป็นหน้าใหม่ทางการเมืองอยู่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า มีความผสมผสานกัน แต่อย่างหนึ่งที่ต้องชี้ให้เห็นคือการเลือกตั้งทุกครั้ง จะมีสมาชิกที่สอบได้และสอบตก สอบไม่ได้มีประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ครั้งที่แล้วรู้สึกว่าจะเยอะกว่าปกติ อยู่ที่ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้ตนคิดว่าจะไม่หนีกัน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคนที่ไปจะสอบได้ทุกคน หรือต้องยอมรับว่าคนที่อยู่จะสอบได้ เราไม่สามารถนำเกมเก่าๆ มาวัดพี่น้องประชาชนได้ เพราะเป็นอำนาจการตัดสินใจของประชาชน

เมื่อถามว่า หากผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว ตัวเลข สส.ของพรรคเพื่อไทย , พรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เท่าๆ กัน จะจับมือกันหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นธรรมชาติหากเสียงไม่ถึงก็ต้องมีกลไกในการเจรจาหารือเพื่อให้ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นพรรคอันดับ 1 แคนดิเดตนายกฯ พรรคเราต้องเป็นนายกรัฐมนตรี หากไม่ใช่ ก็ต้องเป็นพรรคที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ที่จะมีสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน แต่ขณะนี้การต่อสู้ทางการเมือง พวกตนเต็มที่ พวกเราเดินหน้าหาเสียงอย่างเต็มกำลัง ย้ำว่า การแข่งขันทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ เมื่อจบแล้วสุดท้ายการเมืองก็เป็นเรื่องคณิตศาสตร์ คือต้องดูว่าใครมีจำนวนเท่าไหร่ จะรวมอย่างไรเพื่อให้ได้รัฐบาลที่มีความแข็งแรง นโยบายของพรรคหลักสามารถผลักดันหรือขับเคลื่อนได้หรือไม่ มีอุดมการณ์หรือแนวความคิดตรงกันหรือไม่อย่างไร แต่ในขณะนี้ ยังไม่ได้ปิดกั้นว่าจะต้องคุยกับใครหรือไม่คุยกับใคร

เมื่อถามถึง กรณีที่ นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ อดีตนายกเทศมนตรีธัญบุรี พร้อมลูกชาย ย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย นายจุลพันธ์ กล่าวว่า แต่ละคนอาจจะมีเหตุผลและความจำเป็น ซึ่งตนไม่ได้พูดคุยกับเขา เพราะไม่ได้มีความสนิทคุ้นเคยกันส่วนตัว ฉะนั้น เราจึงไม่รู้เหตุผล แต่ในส่วนของการขยับหรือเคลื่อนไหวของคนที่เป็นนักการเมืองในช่วงเลือกตั้งถือเป็นเรื่องปกติ

“ผู้สมัครพวกผมไม่ได้ขาดแคลน ตอนนี้เต็มพื้นที่ เราส่งผู้สมัครครบ 400 เขตแน่นอน ซึ่งการเปลี่ยนสังกัดพรรค หากเป็นเรื่องของแนวความคิดหรืออุดมการณ์ก็เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเป็นเรื่องของการใช้อามิสสินจ้าง เป็นเรื่องเงินทองที่เรียกว่าดูด หรืองูเห่า ก็เป็นอีกเรื่อง ซึ่งต้องไปดูกับต้นสังกัดที่ย้ายไป ไปถามเขาดูว่ากระบวนการที่เขาใช้คืออะไร ถูกต้องหรือไม่ เพราะหากเริ่มต้นด้วยการดึงด้วยเงินทอง สิ่งตอบแทนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหรืออะไรก็ตาม สุดท้ายจะนำไปสู่สังคมประชาธิปไตยที่บิดเบี้ยว และจะเกิดการทุจริตคอรัปชั่น ประเทศชาติมีความเสียหายในอนาคต หากจะมาสัมภาษณ์คนที่ถูกดึงไปคงไม่ถูก ให้ไปถามฝั่งนั้นดีกว่า” นายจุลพันธ์ กล่าว

นักการเมืองผู้ใหญ่? ‘ธรรมนัส’แย้ม’แคนดิเดตนายกฯกล้าธรรม’

นักการเมืองผู้ใหญ่? 'ธรรมนัส'แย้ม'แคนดิเดตนายกฯกล้าธรรม'

นักการเมืองผู้ใหญ่? ‘ธรรมนัส’แย้ม’แคนดิเดตนายกฯกล้าธรรม’

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.25 น.

“ธรรมนัส”รับมีนักการเมืองผู้ใหญ่มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ แย้มมีบ้านใหญ่รอพาเหรดเข้าพรรคอีก ไม่หวั่นตกเป็นเป้า ลั่น กธ.ไม่พูดมาก ให้ดูที่ผลงาน ยันส่งครบ 400 เขต

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.ให้สัมภาษณ์ถึงการวางผู้สมัคร สส.ว่า ตอนนี้วางตัวได้ประมาณ 85% แล้ว โดยเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.กลุ่มของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่มีความพร้อมได้มาเปิดตัวแล้ว จากนี้จะมีการทยอยเปิดตัว ส่วนจะเปิดตัวได้ทั้งหมดเมื่อไหร่นั้น เนื่องจากตอนนี้ตนยังไม่ได้คุยกับคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ซึ่งจะได้มีการหารือกันถึงการเปิดตัว ส่วนกรณี นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรค กธ.ระบุร.อ.ธรรมนัสเป็นแคนดิเดตนายกฯอันดับ 1 นั้น นางนฤมลพูดไปก่อน เดี๋ยวก็ต้องมานั่งคุยกัน ทำตามระบบพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า สมาชิกพรรค กธ.ส่วนใหญ่เห็นว่า ร.อ.ธรรมนัส เหมาะสม ที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังมีผู้หลักผู้ใหญ่ที่ยังไม่เป็นข่าวจะเข้ามาอีกหลายคน ต้องรอกันก่อน เมื่อถามอีกว่า เป็นคนนอก เป็นนักธุรกิจ ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับคนปัจจุบันนี้ เดี๋ยวเขาก็เข้ามา เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่าไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรค อาจจะเป็นนักธุรกิจหรือคนดัง พอเปิดตัวแล้วเป็นที่รู้จักของสังคมใช่หรือไม่ มีความชำนาญด้านไหน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็เป็นนักการเมืองอยู่

เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มวาดะห์ จะเข้ามาร่วมงานกับพรรค กธ. ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มีการพูดคุยกัน เมื่อถามว่า คาดหวังที่จะปักธงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ทุกพรรคก็คาดหวังที่จะปักธงให้ได้ เมื่อถามว่า ตอนนี้พรรค กธ.คึกคัก มีอดีต สส.ไหลเข้ามาจำนวนมาก ตั้งเป้าในการเลือกตั้งครั้งนี้เท่าใด ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เดี๋ยวตนขอดูรายชื่อจากคณะกรรมการสรรหาก่อน เมื่อถามถึงการจัดลำดับ สส.บัญชีรายชื่อ ร.อ.ธรรมนัส จะเป็นลำดับที่ 1 เลยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เดี๋ยวดูอีกที

เมื่อถามว่า อดีต สส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ก้อนใหญ่จะเริ่มเข้ามาเมื่อไหร่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า กำลังคุยกันอยู่ ยังมีเวลาเหลืออยู่ ส่วนกรณีนางนฤมลระบุจะมีกลุ่มบ้านใหญ่เข้ามาอีกนั้น ยอมรับว่าจะมีเข้ามาอีก แต่ว่าใครจะออกจากที่ไหนมา ตนก็มีมารยาทที่จะต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่องก่อน เมื่อถามย้ำว่า หากมาแล้วจะไม่ทับกันใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ย้ำว่า เราต้องแก้ปัญหาให้จบก่อน จะได้ไม่ต้องมาแก้ปัญหากันทีหลัง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้พรรค กธ.เหมือนตกเป็นเป้า มองว่ากระแสพรรครอบนี้จะสามารถสู้กับพรรคอื่นได้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็อย่างที่เห็น เราเป็นพรรคทำงาน ไม่ต้องพูดมาก ต้องดูผลงาน กล้าพูดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าสิ่งที่ผ่านมาแม้ว่า แม้จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ได้ไม่กี่เดือน ก็อย่างที่เห็นว่าตนทำงานอย่างไร เมื่อถามว่า พร้อมเป็นนายกฯ ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เดี๋ยวต้องคุยกันก่อน

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะส่งครบทั้ง 400 เขต ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ส่งครบทั้ง 400 เขต ส่วนวันรับสมัครรับเลือกตั้ง 27 ธ.ค.คณะกรรมการบริหารพรรคจะพาผู้สมัครไปสมัคร นำโดยหัวหน้าพรรค กธ.และตน ส่วนเวทีหาเสียงที่แรกนั้น เราจะไปทุกที่ แต่จะเป็นที่ใดที่แรกนั้นต้องวางยุทธศาสตร์ เพราะแต่ละคนก็ต้องช่วยกันปราศรัย ขณะที่เรื่องนโยบายที่ใช้หาเสียง เราอย่าไปขายฝัน เพราะถ้าขายฝันแล้วทำไม่ได้ก็เสียของ ส่วนสโลแกน ชื่อพรรคก็ชัดอยู่แล้วว่า กล้าทำ ส่วนสโลแกนอื่นๆ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค กำลังคิดอยู่

ปชป เปิดตัวผู้สมัครทั่วประเทศ 25 ธค ส่วนกทม เปิดตัว 22 ธค สกลธี ลั่นกวาดกรุงเทพ 10 ที่นั่ง

ปชป เปิดตัวผู้สมัครทั่วประเทศ 25 ธค ส่วนกทม เปิดตัว 22 ธค สกลธี ลั่นกวาดกรุงเทพ 10 ที่นั่ง

ปชป เปิดตัวผู้สมัครทั่วประเทศ 25 ธค ส่วนกทม เปิดตัว 22 ธค สกลธี ลั่นกวาดกรุงเทพ 10 ที่นั่ง

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.17 น.

17 ธ.ค.2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดตัวผู้สมัครได้ในวันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคมนี้ เนื่องจาก จะต้องรอคณะกรรมการบริหารพรรครับรองให้ความเห็นชอบก่อน ซึ่งจะมีการประชุมในสัปดาห์หน้า แต่ที่ว่าที่ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ สามารถเปิดตัวได้ในวันจันทร์ที่ 22 ธันวาคมนี้ เนื่องจาก ได้ดำเนินการไพรมารีโหวตในพื้นที่เสร็จแล้ว แต่พื้นที่อื่น ๆ เริ่มดำเนินการวันนี้ (17 ธ.ค.) วันแรก คาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 3 วัน ก่อนส่งกลับมายังคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครให้ความเห็นชอบ และส่งให้คณะกรรมการบริหารพรรครับรอบ คาดว่า จะแล้วเสร็จ 23 หรือ 24 ธันวาคมนี้

ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าจะเสนอ 3 รายชื่อ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมืองในอนาคตนั้น นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณา ซึ่งรายชื่ออีก 2 บุคคลนั้น นายอภิสิทธิ์ อยู่ระหว่างการพิจารณา ว่า จะเป็นผู้สมัคร สส.ของพรรค หรือคนนอก โดยคาดว่า จะสามารถเปิดตัวได้ในวันเปิดตัวผู้สมัคร สส.

ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์

สำหรับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 3 คนจะสู้พรรคการเมืองอื่น ๆ ได้หรือไม่นั้น นายชัยวุฒิ มองว่าไม่ได้มองเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องหลัก เพราะพรรค พิจารณาจากผู้ที่มีความเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต ตามแนวนโยบาย และอุดมการณ์ของพรรค มากกว่า ไม่ได้พิจารณาเปรียบเทียบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคการเมืองอื่น แต่ยึดอุดมการณ์ และนโยบายเป็นหลัก

นายชัยวุฒิ ยังเปิดเผยด้วยว่า การส่งผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตครั้งนี้ พรรค ตั้งใจจะส่งครบ 400 เขต แต่ก็ยังมีปัญหาที่ว่าที่ผู้สมัครบางคน ขาดคุณสมบัติ เช่น ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนหน้านี้ ซึ่งจะพยายามส่งให้ใกล้เคียง 400 เขตให้ได้มากที่สุด

ส่วนโจทย์ยากของพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งครั้งนี้นั้น นายชัยวุฒิ ยอมรับว่า เป็นโจทย์ยากทุกครั้ง เพราะพรรคตั้งใจทำการเมืองสุจริต ต้องการให้บ้านเมืองสุจริตยุติธรรม เพราะไม่เช่นนั้น ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคง ก็จะเกิดปัญหาหากการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม

ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์

สำหรับผลโพลที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับคะแนนนิยมเพิ่มมากขึ้น จะมีโอกาสได้ สส.เพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่นั้น นายชัยวุฒิ ระบุว่า ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ เพราะนักมวย ยังไม่เห็นคู่ต่อสู้ในแต่ละเขตเลือกตั้งเป็นอย่างไร และคงไม่ประเมินเช่นนั้น เพราะเป็นเพียงคะแนนนิยมต่อพรรค และหัวหน้าพรรค ณ เวลานี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี และขอบคุณที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เพิ่มขึ้น แต่พรรค จะสามารถทำกระแสให้เพิ่มขึ้นและกลายเป็นคะแนนได้อย่างไร ยังต้องใช้เวลา จึงไม่สามารถประเมินได้ว่า จะได้ สส.จำนวนเท่าใด

“พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับความนิยมมากขึ้น ก็ถือเป็นกำลังใจ ซึ่งยอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฟื้นฟูพรรค แต่คณะกรรมการบริหารพรรค ก็มีความกดดัน เนื่องจาก มีเวลาเตรียมตัวน้อยหลังได้รับการเลือกจากที่ประชุมพรรคที่ผ่านมา แต่ยืนยันว่า จะทำอย่างดีที่สุด เพื่อให้พรรคเป็นที่คาดหวัง เป็นที่พึ่งของประเทศ และประชาชนในทางที่ถูกที่ควร” นายชัยวุฒิ กล่าว

ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์

ขณะที่ นายสกลธี ภัททิยะกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กำกับดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ ทั้ง 33 เขต ในวันจันทร์ที่ 22 ธันวาคมนี้ โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จะพิจารณาและรับรองในวันพรุ่งนี้ (18 ม.ค.) พร้อมเปิดเผยว่า ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ 90 เปอร์เซ็นต์จากเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ จากผู้สมัครทั้งหมด 150 คน ซึ่งมาจากแคมเปญ สส.ที่ดีคุณก็เป็นได้นะ หากไม่นับปี 2550 ที่มีผู้สมัครกรุงเทพฯ กว่า 300 คน ครั้งนี้ จึงเป็นรองลงมา แต่มีความคึกคัก แตกต่างจากครั้งก่อนที่มีผู้สมัครหน้าใหม่มาก

นายสกลธี ยังระบุว่า ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ มีทั้งผู้สมัครหน้าใหม่ และเคยชิมลางทางการเมืองจากพรรคการเมืองอื่น แต่มีสัดส่วนผู้มัครหน้าใหม่มากกว่า

ส่วนผลโพลที่พรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ ได้รับความนิยมมากขึ้น คาดหวังต่อจำนวน สส.กรุงเทพฯ อย่างไรนั้น นายสกลธี ตั้งเป้าว่า พรรคน่าจะได้ สส.กรุงเทพฯ ประมาณ 10 คน จากผลโพล ณ วันนี้ (17 ธ.ค.) ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่อ่อนไหวกับกระแสทางการเมือง และมีการเปลี่ยนแปลง สส.ตลอดเวลา จากอดีตที่พรรคฯ เคยมี สส.กรุงเทพฯ 30 คน จนไม่ได้รับการเลือกตั้ง โอกาสการพลิกผันในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงมีมาก ซึ่งหลังจากนี้อีก 1 เดือนสถานการณ์ก็อาจเปลี่ยนไปได้ จึงต้องประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน

ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์

นายสกลธี ยังเปิดเผยนโยบายสำหรับกรุงเทพฯ ว่า จะเน้นปากท้อง และระบบขนส่งมวลชนเป็นหลัก ซึ่งพรรคมีบุคลากรในการวางนโยบาย และจะแจกคู่มือนโยบายให้ผู้สมัคร สส.แต่ละคน

ส่วนจุดขายที่พรรคประชาธิปัตย์ จะชิงคะแนนจากพรรคประชาชน เพราะมีทั้งนโยบายและฐานเสียงเดียวกับพรรคประชาชนนั้น นายสกลธี ระบุว่า จุดขายที่แตกต่างนั้น พรรคประชาธิปัตย์ เคยมีบุคลากรที่บริหารงานจริงมาแล้ว ทั้งนายอภิสิทธิ์ และนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงตนเองที่เคยเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ จะรู้ปัญหา และเคยทำงานจริงมาแล้ว ซึ่งนโยบายแม้จะคลายคลึงกัน แต่ขึ้นอยู่กับการนำไปปฏิบัติ และต่อยอด ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะได้เปรียบ

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก พรรคประชาธิปัตย์ – Democrat Party, Thailand

ให้‘กองทัพ’แจงสาเหตุ ‘นายกฯ’รับรายงานปะทะชายแดนทหารพลีชีพเพิ่ม 2 นาย

ให้‘กองทัพ’แจงสาเหตุ ‘นายกฯ’รับรายงานปะทะชายแดนทหารพลีชีพเพิ่ม 2 นาย

ให้‘กองทัพ’แจงสาเหตุ ‘นายกฯ’รับรายงานปะทะชายแดนทหารพลีชีพเพิ่ม 2 นาย

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.08 น.

“นายกฯ”เผยรับรายงานปะทะชายแดนทหารพลีชีพเพิ่ม 2 นายแล้ว ให้”กองทัพ”แจงสาเหตุ ชี้เป็นเรื่องความปลอดภัยกำลังพล ฝากถึง”กัมพูชา”หากใช้สติ ก็ควรรู้เรื่องเจรจา

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเข้าสู่วันที่ 10 และมีกำลังพลเสียชีวิตเพิ่ม ว่า ตนได้รับรายงานแล้ว เมื่อถามว่า จะนำร่างของทหาร 2 นาย ที่เสียชีวิตเพิ่ม กลับออกมาได้ในเร็ววันนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราทำอย่างเต็มที่ และใช้ความพยายามทุกความสามารถ

เมื่อถามต่อว่า สาเหตุการเสียชีวิตนั้นเกิดจากการถูกจับเป็นเชลยศึก หรือเกิดจากสาเหตุอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ทราบสาเหตุ ต้องให้ทางกองทัพเป็นผู้ชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิต

เมื่อถามถึงกรณีที่การตอบโต้จากฝ่ายกัมพูชาน้อยลง กลายเป็นว่าเราใกล้จะเผด็จศึกแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่ตนบอก เรากำลังมีการปะทะเกิดขึ้น และต้องใช้หลักในทางยุทธการ ฉะนั้น ส่วนนี้ต้องขออนุญาต แต่ตนก็หวังตลอดเวลาว่าเรื่องนี้จะให้เกิดผลที่ดีที่สุด เมื่อถามว่า จะยึดเนิน 350 ได้หรือไม่ นายอนุทิน เปิดเผยว่า “ต้องได้สิ”

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ในเรื่องของกองทัพและยุทธการให้ทางกองทัพ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญได้ชี้แจง เพราะเค้าจะทราบว่าตรงไหนชี้แจงได้หรือส่วนไหนที่ชี้แจงไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของความมั่นคง ความเป็นความตายของพี่น้องทหารหาญของประชาชน เมื่อถามว่า ถึงเวลาที่กัมพูชาจะต้องยอมเจรจากับเราแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเขาใช้สติเขาก็ควร

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม บอกว่าขอเวลาอีกไม่นาน สำหรับสถานการณ์ชายแดน นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านเป็น รมว.กลาโหม ท่านเป็นนักการทหาร ฉะนั้น ก็ได้คำตอบจากท่านแล้ว

‘อนุทิน’ท่องใกล้แล้วๆ เปิดตัว‘แคนดิเดตนายกฯภูมิใจไทย’ เมินทำช้าเสียเปรียบพรรคอื่น

‘อนุทิน’ท่องใกล้แล้วๆ เปิดตัว‘แคนดิเดตนายกฯภูมิใจไทย’ เมินทำช้าเสียเปรียบพรรคอื่น

‘อนุทิน’ท่องใกล้แล้วๆ เปิดตัว‘แคนดิเดตนายกฯภูมิใจไทย’ เมินทำช้าเสียเปรียบพรรคอื่น

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.05 น.

“อนุทิน”ท่องใกล้แล้วๆ เปิดตัว”แคนดิเดตนายกฯภูมิใจไทย” เมินทำช้าเสียเปรียบพรรคอื่น ขอยึดฤกษ์สะดวก ยิ้มรับ”สีหศักดิ์”ดอดเข้าถ่ายรูปเตรียมร่วมงานการเมือง”ภท.” เผยมาคุยเรื่อง”สแกมเมอร์-ชายแดน”

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงแคนดิเดตนายกของพรรคภูมิใจไทยจะยังเป็นคนเดิมหรือไม่ ว่า ใกล้แล้ว เมื่อถามย้ำว่า ยังเป็น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯ และรมว.คลัง กับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ หรือไม่ นายอนุทิน ระบุเพียงว่า ใกล้แล้ว เมื่อถามย้ำอีกรอบว่า ทั้งสองท่านตอบรับหรือยัง นายอนุทิน กล่าวย้ำอีกว่า ใกล้แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่วันนี้ทาง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ เดินทางเข้ามาทำอะไรที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเชิญมาหารือเรื่องสแกมเมอร์ เรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และเรื่องปัญหาด้านการต่างประเทศ พอดีมีเวลาคุยกันแปปเดียว ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงาน

เมื่อถามว่า ได้ชวนมาลงสมัคร สส.ด้วยหรือไม่ หลังนายสีหศักดิ์ เดินทางเข้ามาถ่ายรูปที่พรรค นายอนุทิน ระบุว่า นายสีหศักดิ์มาถ่ายรูป ก็เป็นคำตอบอยู่แล้ว เมื่อถามต่อว่า จะลงในนามปาร์ตี้ลิสต์หรือไม่ นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่ยิ้มเท่านั้น เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกรณีที่นายสีหศักดิ์ บอกว่าไม่ได้สนใจเล่นการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า อันนี้ไม่ได้เล่นการเมือง แต่เป็นการทำหน้าที่รับใช้บ้านเมือง

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสีหศักดิ์ บอกว่าหากได้เป็นรอบนี้ก็อยากกลับมาทำหน้าที่ รมว.การต่างประเทศ อีก นายอนุทิน กล่าวว่า ในทางการเมืองเราจะไม่พูดอะไรเป็นการล่วงหน้าได้ แต่เราก็ต้องอาศัยความน่วมมือจากทุกฝ่าย ทุกคนทำงานเต็มที่ และทำงานรับใช้บ้านเมืองอย่างทุ่มเทมากๆ

เมื่อถามว่า การเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ช้า จะทำให้เสียเปรียบหรือไม่ หลังพรรคการเมืองอื่นมีการทยอยเปิดตัวไปแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า วันโหวตวันเดียวกัน ซึ่งตนถือฤกษ์สะดวก เมื่อถามต่อว่า สะดวกเปิดตัววันไหน นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า วันที่สะดวก

‘ไชยชนก’เผยลง‘ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 2 ภูมิใจไทย’ เตรียมเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯเร็วๆนี้

‘ไชยชนก’เผยลง‘ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 2 ภูมิใจไทย’ เตรียมเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯเร็วๆนี้

‘ไชยชนก’เผยลง‘ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 2 ภูมิใจไทย’ เตรียมเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯเร็วๆนี้

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.56 น.

‘ไชยชนก’เผยลง‘ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 2 ภูมิใจไทย’ เตรียมเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯเร็วๆนี้ มั่นใจประชาชนไม่ผิดหวัง

17 ธันวาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวยอมรับว่าจะลงสมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยลำดับที่ 2 ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย เชื่อว่าประชาชนจะไม่ผิดหวัง แต่ไม่มีเซอร์ไพรส์หรือพลิกความคาดหมาย ซึ่งจะมีการเปิดตัวเร็วๆนี้

ปชป.ทาบ’พิเชฐ พัฒนโชติ’ ลงเขต1สงขลาชน’สรรเพชญ’

ปชป.ทาบ'พิเชฐ พัฒนโชติ' ลงเขต1สงขลาชน'สรรเพชญ'

ปชป.ทาบ’พิเชฐ พัฒนโชติ’ ลงเขต1สงขลาชน’สรรเพชญ’

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.52 น.

ปชป.ทาบ ‘พิเชฐ พัฒนโชติ’ ลงเขต1 สงขลา ชน ‘สรรเพชญ บุญญามณี’

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 นายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีตรองประธานวุฒิสภา อดีต สว.นครราชสีมา เปิดเผยกับแนวหน้าออนไลน์กรณีมีข่าวจะลงสมัคร สส.สงขลา เขต1 พรรคประชาธิปัตย์ ว่า หลังจากนายเจือ ราชสีห์ อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตัดสินใจลงสมัครแบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ทางแกนนำที่ดูแลพื้นที่เขต 1 จึงตัดสินใจทาบทามตน ซี่งเป็นคนสงขลา โดยตนได้ตอบตกลง

ทั้งนี้นายพิเชฐ เคยไปปรากฎตัวที่พรรคพลังประชารัฐ และได้แสดงความจำนงจะลงสมัครเขต 1 จ.นครราชสีมา แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ จนกระทั่งได้รับการทาบทามจากแกนนำพื้นที่สงลาของพรรคประชาธิปัตย์ดังกล่าว

สำหรับเขต 1 สงขลา เมื่อการเลือกตั้งปี 2566 นายสรรเพชญ บุญญามณี บุตรชายนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มหาดไทย อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชนะเลือกตั้ง แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายสรรเพชญ ย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องสรรหาผู้สมัครคนใหม่

อดีตบิ๊กข่าวกรอง เตือนสติคนไทย อย่าเปลี่ยนมิตรเป็นศัตรู รุกเกมสื่อสารย้ำชาวโลก ปมขัดแย้งเขมร

อดีตบิ๊กข่าวกรอง เตือนสติคนไทย อย่าเปลี่ยนมิตรเป็นศัตรู รุกเกมสื่อสารย้ำชาวโลก ปมขัดแย้งเขมร

อดีตบิ๊กข่าวกรอง เตือนสติคนไทย อย่าเปลี่ยนมิตรเป็นศัตรู รุกเกมสื่อสารย้ำชาวโลก ปมขัดแย้งเขมร

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.38 น.

วันที่ 17 ธันวาคม 2568 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart ระบุว่า อย่าทำลายมิตร
ความขัดแย้งไทยกับเขมรครั้งนี้​ ทำให้เห็นว่า​

คนไทยรักกันและสามัคคีกันดีมากถึงมากที่สุด

นอกจากนี้​ คนไทยยังได้เห็นน้ำใจจากมิตรต่างแดน​ ที่จะรักเรามากหรือน้อย​ อย่าไปสนใจหรือเอามาแบกไว้เต็มบ่า​  แค่จำไว้ก็พอ ว่าใครรักเรา

รัฐบาลต่างประเทศคงยึดคติผลประโยชน์ร่วมเป็น

ที่ตั้ง​ เมื่อเราให้ผลประโยชน์น้อยกว่า​ ก็หันไปหาอีกฝ่ายหนึ่ง​ นั่นเป็นเรื่องของเขา

เรื่องของไทยคือ​ ไม่รักเรามากที่สุดก็ไม่เป็นไร​  ไม่

รักไม่ว่า แต่คนไทยต้องไม่แปรมิตรให้เป็นศัตรู​

หน้าที่ของคนไทยคือ​ การชี้แจงให้รัฐต่างชาติ​ สื่อต่างชาติ​ เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น​ และควรตอกย้ำ​ ซ้ำๆเรื่อยๆถี่ๆ​ เหมือนการฝังชิบ  ไม่ปล่อย

ให้ฝ่ายนั้นเปิดเกมรุกทางการสื่อสาร​ ชิงความเห็น

อกเห็นใจจากชาวโลก

เราเข้าใจตรงกันนะครับ

แกนนำตบเท้าเข้ากล้าธรรม ‘ชนนพัฒฐ์’ยันลงเลือกตั้งสงขลา-‘บ้านเดชอิศม์’สมัครสมาชิกแล้ว

แกนนำตบเท้าเข้ากล้าธรรม ‘ชนนพัฒฐ์’ยันลงเลือกตั้งสงขลา-‘บ้านเดชอิศม์’สมัครสมาชิกแล้ว

แกนนำตบเท้าเข้ากล้าธรรม ‘ชนนพัฒฐ์’ยันลงเลือกตั้งสงขลา-‘บ้านเดชอิศม์’สมัครสมาชิกแล้ว

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.32 น.

‘กล้าธรรม’คึกคัก! แกนนำ-ว่าที่ผู้สมัคร-อดีต สส.ทยอยตบเท้าเข้าพรรค ‘ชนนพัฒฐ์’ยันลงเลือกตั้ง‘สงขลา’ พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ปมถูกตรวจสอบ

เมื่อเวลา 14.48 น.วันที่ 17 ธ.ค.68 ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว อดีต สส.สงขลา เขต 4 พรรคกธ. เดินทางเข้าเพื่อร่วมประชุมพรรค โดยได้เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า หลังจากคุยกับผู้ใหญ่แล้ว ตนจะได้ลงเลือกตั้งในเขตพื้นที่เดิม

เมื่อถามว่า ไม่มีปัญหาเรื่องคดี ใช่หรือไม่ นายชนนพัฒฐ์ กล่าวว่า ในส่วนนั้น ยังไม่เป็นคดี แค่ถูกตรวจสอบ ตนก็ยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ขณะที่ บรรยากาศพรรคกธ.  เป็นไปอย่างคึกคัก แกนนำ อาทิ นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค และว่าที่ผู้สมัคร สส. ทยอยเดินทางเข้าอย่างคับคั่ง รวมถึงอดีต สส. เข้าสมัครสมาชิกพรรค อาทิ พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร อดีต สส. นครปฐม พรรครวมไทยสร้างชาติ นายสัญญา นิลสุพรรณ อดีต สส. นครสวรรค์ นายปรเมษฐ์ จินา อดีต สส. สุราษฎร์ธานี โดยขณะนี้อยู่ช่วงโค้งสุดท้ายในการคัดเลือกผู้สมัคร คาดว่าจะได้ข้อสรุปใน 1-2 วันนี้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานอีกว่า นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีต สส. สงขลา และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)ส่งลูกชาย 2 คน ลงสมัคร สส. สงขลา ในนามพรรคกธ.ซึ่งได้สมัครสมาชิกพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในเขต 5 เขตเดิมของนายเดชอิศม์ จะส่งนายวงศ์วชิร ขาวทอง ลงแทน ส่วนเขต 6 สงขลา นายบารมี ขาวทอง จะถูกส่งลงแทน นางสุภาพร กำเนิดผล ภรรยานายเดชอิศม์

‘สีหศักดิ์’หวัง‘กัมพูชา’คุยหยุดยิงจริงจัง ย้ำไทยไม่ได้เริ่มก่อน

‘สีหศักดิ์’หวัง‘กัมพูชา’คุยหยุดยิงจริงจัง ย้ำไทยไม่ได้เริ่มก่อน

‘สีหศักดิ์’หวัง‘กัมพูชา’คุยหยุดยิงจริงจัง ย้ำไทยไม่ได้เริ่มก่อน

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.19 น.

‘สีหศักดิ์’หวัง‘กัมพูชา’คุยหยุดยิงจริงจัง ย้ำเราไม่ได้เริ่มก่อน แซะ‘เสรีภาพ-การตรวจสอบ’ไม่เหมือนกัน หลังสื่อเขมรมโน‘ทหารไทย’พลีชีพ 5,000 คน

17 ธันวาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สู้รบเข้าสู่วันที่ 10 แล้ว ว่า เราทำในส่วนที่เป็นอธิปไตยของเรา หวังว่าถึงจุดหนึ่ง เขาจะพร้อมคุยอย่างจริงจังในเรื่องของการหยุดยิง แต่กัมพูชาต้องเริ่มก่อน เพราะเหตุการณ์นี้ กัมพูชาก็เป็นคนเริ่มก่อน

เมื่อถามถึงกรณีที่สื่อกัมพูชารายงานว่า ทหารไทยเสียชีวิตเกิน 5,000 คนแล้ว นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า อย่าลืมว่าประเทศเขาเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น มันไม่เหมือนประเทศไทย การตรวจสอบก็ไม่เหมือนประเทศไทย