เปิดรายชื่อ แคนดิเดตนายก โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งปี 2569

เปิดรายชื่อ แคนดิเดตนายก โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งปี 2569

เปิดรายชื่อ แคนดิเดตนายก โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งปี 2569

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.17 น.

หลังจากที่ นาย อนุทิน ชาญวัรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นยุบสภาไปเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้การเมืองไทยกลับมาคึกคักและร้อนแรงกันอีกครั้ง เมื่อหลายพรรคการเมืองต่างก็ออกมาเคลื่อนไหวกันอย่างเด่นชัดทั้งทางอนไลน์หรือทางออฟไลน์ ที่มีประชาชนจำนวนมากเฝ้าเกาะติดตามการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็น พรรคเพื่อไทย ที่ในยามนี้เพิ่งมีการประชุมพรรคไปอย่างยิ่งใหญ่และเพิ่งเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯไปเมื่อวันก่อน (16 ธันวาคม พ.ศ2568) ซึ่ง กกต. มีมติกำหนดวันเข้าคูหาเลือกตั้ง สส. ทั่วประเทศในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 

วันนี้ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568 แนวหน้าออนไลน์ ได้รวบรวมข้อมูล แคนดิเดตนายกฯ โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งปี 2569 มาฝากแฟน ๆ กันครับ ซึ่งบางพรรคนั้นเป็นเพียง ‘การคาดการณ์’ ที่ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการออกจากพรรคการเมืองครับ 

พรรคเพื่อไทย

1. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

แคนดิเดตนายก

2. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

แคนดิเดตนายก

3. สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

แคนดิเดตนายก

พรรคประชาชน (คาดการณ์)

1. ศิริกัญญา ตันสกุล

แคนดิเดตนายก

2. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ


3. วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

แคนดิเดตนายก

พรรคประชาธิปัตย์ (คาดการณ์)

1. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

แคนดิเดตนายก

2. กรณ์ จาติกวณิช

แคนดิเดตนายก

พรรคภูมิใจไทย  (คาดการณ์)

1. อนุทิน ชาญวีรกูล

แคนดิเดตนายก

2. สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

แคนดิเดตนายก

พรรคกล้าธรรม  (คาดการณ์)

1. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า



2. ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

แคนดิเดตนายก

พรรคเศรษฐกิจ (คาดการณ์)

1. พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์

แคนดิเดตนายก

พรรคพลังประชารัฐ (คาดการณ์)

1.พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ

แคนดิเดตนายก

2. ตรีนุช เทียนทอง

แคนดิเดตนายก

3. ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล

แคนดิเดตนายก

พรรคเสรีรวมไทย  (คาดการณ์)

1. พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

แคนดิเดตนายก

พรรคไทยสร้างไทย  (คาดการณ์)

1. คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 

แคนดิเดตนายก

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, เฟซบุ๊ก สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, เฟซบุ๊ก  Sirikanya Tansakun – ศิริกัญญา ตันสกุล, เฟซบุ๊ก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ – Natthaphong Ruengpanyawut, เฟซบุ๊ก วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร – Veerayooth Kanchoochat, เฟซบุ๊ก Abhisit Vejjajiva, เฟซบุ๊ก กรณ์ จาติกวณิช – Korn Chatikavanij, เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul, เฟซบุ๊ก ธรรมนัส พรหมเผ่า, เฟซบุ๊ก ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ Prof.Dr.Narumon Pinyosinwat, เฟซบุ๊ก พรรคเศรษฐกิจ – Economic Party, เฟซบุ๊ก พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ, เฟซบุ๊ก ตรีนุช เทียนทอง Treenuch Thienthong, เฟซบุ๊ก Thirachai Phuvanatnaranubala – – ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล, เฟซบุ๊ก พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, เฟซบุ๊ก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan

ส่งสัญญาณแคนดิเดตนายกฯ! ‘อนุทิน’ชูมือ‘สีหศักดิ์’ ลั่นมีแต่แผนหลัก ไร้ทางเลือกสำรอง

ส่งสัญญาณแคนดิเดตนายกฯ! ‘อนุทิน’ชูมือ‘สีหศักดิ์’ ลั่นมีแต่แผนหลัก ไร้ทางเลือกสำรอง

ส่งสัญญาณแคนดิเดตนายกฯ! ‘อนุทิน’ชูมือ‘สีหศักดิ์’ ลั่นมีแต่แผนหลัก ไร้ทางเลือกสำรอง

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.15 น.

ส่งสัญญาณแคนดิเดตนายกฯ! “อนุทิน”ชูมือ”สีหศักดิ์” ลั่นมีแต่แผนหลัก ไร้ทางเลือกสำรอง ด้าน”รมว.ต่างประเทศ”ยังเหนียมบอกไม่ได้สนใจการเมือง คนที่มีเหมาะสมแล้ว เขาให้มาถ่ายรูป ขอทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ กล่าวภายหลังเดินทางเข้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพื่อมาถ่ายรูป ว่า ไม่ได้ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และ สส.เขต เมื่อถามว่า เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เขามีอยู่แล้ว 2 คน เมื่อสื่อถามว่า ท่านเป็นคนที่ 3 ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า มีได้ 2 คน

เมื่อถามว่า อาจมีบางคนถอนตัว จะเป็นแผนสำรองหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไม่หรอกครับ คนที่มีอยู่แล้วก็เหมาะสมดี ที่มาถ่ายรูปเพราะเขาบอกให้มาถ่าย ไม่ได้ถูกทาบทามลงสมัคร สส.หรือเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า สนใจเล่นการเมืองหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้สนใจ แต่สนใจทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้ดีที่สุด ส่วนครั้งหน้าหากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นนายสีหศักดิ์ ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม

เมื่อถามย้ำว่า ไม่สนใจงานด้านการเมืองหรือ เพราะขณะนี้ถือว่าเข้ามาช่วยรัฐบาล นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ก็เข้ามาในการเมืองแล้ว หน้าที่ความรับผิดชอบ คิดว่าเป็นเรื่องที่ถนัด แต่การเมืองจริงๆ ไม่ถนัดเท่าไหร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายสีหศักดิ์สัมภาษณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เดินทางเข้ามาที่พรรคภูมิใจไทย เพื่อประชุมว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ได้ทาบทามนายสีหศักดิ์เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคด้วยหรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบ แต่ได้จับมือนายสีหศักดิ์ ชูขึ้น พร้อมจูงมือกลับเข้าพรรค ก่อนระบุว่า เดี๋ยวจะขึ้นไปคุยงานข้างบน ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า นายสีหศักดิ์ เป็นแผนสำรองที่นายกรัฐมนตรีเคยระบุไว้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านสีหศักดิ์เป็นสำรองใครได้ พร้อมบอกว่า ไม่มีแผนสำรอง มีแต่แผนหลัก ในช่วงท้ายผู้สื่อข่าวยังสอบถามอีกว่า นายสีหศักดิ์เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ นายอนุทิน ไม่ได้ตอบ เพียงแค่ยิ้มให้กับสื่อ และขึ้นชั้นบนที่ทำการพรรคทันที

น้ำเงิน-ส้ม-ฟ้า แข่งเดือดเลือกตั้งเขต2 สงขลา

น้ำเงิน-ส้ม-ฟ้า แข่งเดือดเลือกตั้งเขต2 สงขลา

น้ำเงิน-ส้ม-ฟ้า แข่งเดือดเลือกตั้งเขต2 สงขลา

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.52 น.

ส่องสนาม เขต 2 สงขลา หลัง ‘หมอสุภัทร’เปิดตัวสวมเสื้อปชน. ‘น้ำเงิน-ฟ้า-ส้ม’ แข่งเดือด

17 ธันวาคม 2568 กรณี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา ประธานชมรมแพทย์ชนบท ลาออกจากราชการ เพื่อสมัคร สส.สงขลา เขต 2 สังกัดพรรคประชาชน ทำให้สถานการณ์​ในพื้นที่เขต 2 สงขลา ซึ่งกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของ อ.หาดใหญ่ ดูน่าสนใจขึ้นมาทันที

โดยคู่ต่อสู้ 3 คน ที่ถูกจับตา ประกอบด้วย นายศาสตรา ศรีปาน สส.2 สมัย ครั้งนี้ย้ายจากรวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มาสวมเสื้อสีน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ,นายจูรี นุ่มแก้ว ซี่งครั้งที่แล้วลงในนามพรรคชาติพัฒนากล้า ครั้งนี้มาสวมเสื้อสีฟ้า ประชาธิปัตย์ และนพ.สุภัทร หรือหมอจุ๊ก ถอดเสื้อกาวน์ มาสวมเสื้อสีส้ม พรรคประชาชน

ย้อนดูผลเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เมื่อปี 2566 นายศาสตรา ซึ่งย้ายจากพรรคพลังประชารัฐ มา รวมไทยสร้างชาติ คว้าชัยชนะไปด้วยคะแนน 20,533 คะแนน เฉือนอันดับ 2 น.ส.วชิราภรณ์ นิรันตราภรณ์ จากพรรคก้าวไกล ซึ่งได้ 20,385 คะแนน ไปเพียง 148 คะแนน ขณะที่นายจูรี นุ่มแก้ว พรรคชาติพัฒนากล้า ได้ 15,368 คะแนน เป็นอันดับ3 ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพัฒน์ อุดมอักษร ได้ 9,573 คะแนน

เลือกตั้งรอบนี้แน่นอนว่า เต็ง 1 จะเป็น นายศาสตรา ทั้งในฐานะแชมป์เก่าเจ้าของพื้นที่ ทั้งในฐานะเป็นผู้สมัครจากพรรครัฐบาล แต่หลังเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ที่ผ่านมา ก็น่าจะสะเทือนต่อพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่น้อย พร้อมกับการตีตื้นในด้านคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคประชาชน ตอนแรกไม่อยู่ในสายตา แต่เมื่อได้ผู้สมัครที่เป็นคนพื้นที่ มีชื่อเสียงระดับประเทศ ก็คาดว่าจะได้รับเสียงตอบรับไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ และแฟนคลับสีส้ม

เที่ยวนี้ คอการเมืองบอกว่า น้ำเงิน-ฟ้า-ส้ม ลุ้นกันสนุกแน่นอน

ปราชญ์ สามสี เตือนสติ จิรัฏฐ์ บอกประเทศไทยไม่ได้แกล้ง คุณต่างหากที่กำลังโกหก

ปราชญ์ สามสี เตือนสติ จิรัฏฐ์ บอกประเทศไทยไม่ได้แกล้ง คุณต่างหากที่กำลังโกหก

ปราชญ์ สามสี เตือนสติ จิรัฏฐ์ บอกประเทศไทยไม่ได้แกล้ง คุณต่างหากที่กำลังโกหก

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.40 น.

วันที่ 17 ธันวาคม 2568 จากกรณี ศาลอาญา นัดฟังคำพิพากษาคดี ปลอมใบสด.43 หมายเลขดำอทย.155/2567 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้อง นายจิรัฏฐ์ หรือนวรินทร์ ทองสุวรรณ์ อดีตส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นจำเลยในความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ อันเป็นเท็จ 

ตซึ่งศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยกระทำผิดฐานใช้เอกสารราชการผ่านการเกณฑ์ทหาร(ใบ สด.43)จริง จำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา ส่วนข้อหาอื่นให้ยก ต่อมาศาลอาญา พิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้นายจิรัฏฐ์ จำเลยประกันตัวไประหว่างอุทธรณ์คดี โดยตีราคาประกัน 100,000 บาท โดยไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก “ปราชญ์ สามสี” ได้โพสต์ถึงเรื่องนี้ว่า  ประเทศไทยไม่ได้แกล้งคุณหรอก คุณต่างหากที่กำลังโกหกประเทศไทย

ผมขออนุญาต “ตัดอารมณ์” ออก แล้วคุยกันด้วย ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เวทีเล่าเรื่องให้คนเชื่อ แต่เป็นเรื่องที่ศาลได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานแล้ว

ในคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลได้พิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายนำสืบแล้วเห็นว่า พยานฝ่ายโจทก์ (พยานราชการ/นายทหารกรมพระธรรมนูญ) เบิกความยืนยันถึงข้อมูลการเกณฑ์ทหารใน “เล่มต้นฉบับ” และระบบตรวจสอบที่เป็นระเบียบ โดยปรากฏว่ามีการผ่อนผันระหว่างเป็นนักศึกษา และเมื่อครบกำหนดมีหมายเรียกให้เข้ารับการตรวจเลือก แต่มีการหลีกเลี่ยงไม่เข้ารับการตรวจเลือกตามหมายเรียก จนเคยมีคำพิพากษาในคดีหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหารมาก่อนแล้ว

ที่สำคัญ ในประเด็น ใบ สด.43 ศาลได้กล่าวไว้ชัดว่า แม้โจทก์จะไม่ได้สืบให้ชัดเจนว่า “ใครเป็นผู้ทำเอกสารปลอม” แต่ศาลให้น้ำหนักที่ “การนำไปใช้” และ “สภาพพยานหลักฐาน” โดยข้อเท็จจริงคือ จำเลยไม่ได้นำเอกสารต้นฉบับมาแสดงต่อศาล และ ไม่มีพยานฝ่ายจำเลยมาเบิกความสนับสนุน ทั้งที่ศาลเห็นว่า จำเลย “รู้ดีอยู่แล้ว” ว่าตนไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกิน

ศาลยังพิจารณาสถานะของจำเลยในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการทหารของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง “ย่อมรู้ดี” ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และศาลระบุด้วยว่า พยานโจทก์ล้วนเบิกความไปตามจริง ไม่มีเจตนาปรักปรำหรือกลั่นแกล้ง

ท้ายที่สุด ศาลวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อกระทรวงกลาโหม ประชาชน และกระทบความเชื่อมั่นต่อระบบการเกณฑ์ทหาร อันเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ จึงลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอม โดยพิพากษาจำคุกตามที่ปรากฏในคำพิพากษาชั้นต้น (ข้อหาอื่นให้ยก)

ดังนั้น ถ้าจะออกมาพูดบนสื่อใหญ่ว่า “ถูกกลั่นแกล้งเป็นขบวนการ” หรือ “เอกสารไม่ปลอม” อย่างน้อยที่สุดต้องย้อนกลับมาดูว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยอะไรไว้แล้ว เพราะการพูดสวนคำพิพากษา โดยไม่หยิบหลักฐานเดิมที่ศาลต้องการมาแสดงให้ชัด ไม่ได้ทำให้เรื่องจริงเปลี่ยนไป มีแต่จะยิ่งทำให้สังคมเห็นว่า กำลังสื่อสารเพื่อกลบข้อเท็จจริง

ขอเตือนตรง ๆ ด้วยความหวังดี: การโกหกหรือบิดเบือนบนหน้าสื่อใหญ่ ไม่ได้ช่วยให้รอด แต่มักทำให้เสียหายหนักกว่าเดิม เพราะมันจะย้อนกลับมาทำลายทั้งความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียง คนรอบตัว และโอกาสทางการเมืองในระยะยาว แบบ “เจ็บซ้ำ” โดยไม่จำเป็นเลย

ถ้าจะสู้ ก็สู้ด้วยหลักฐานในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่สู้ด้วยวาทกรรมบนหน้าจอ

‘บวรศักดิ์’แจงเหตุผล ส่งคำถามประชามติของ ครม.หวังช่วยรัฐสภา

'บวรศักดิ์'แจงเหตุผล ส่งคำถามประชามติของ ครม.หวังช่วยรัฐสภา

‘บวรศักดิ์’แจงเหตุผล ส่งคำถามประชามติของ ครม.หวังช่วยรัฐสภา

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.37 น.

“บวรศักดิ์”แจงเหตุผล! ส่งคำถามประชามติของ ครม.หวังช่วยรัฐสภา หลังพบสุ่มเสี่ยงขัดคำวินิจฉัยศาล รธน.และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้ใช้คำว่า”เห็นชอบ” พร้อมสอนมวย”สมชัย”เคยอ่าน กม.ประชามติ มาตรา11 วรรคท้ายหรือไม่ เหตุเปิดช่องให้เข้าคูหาน้อยกว่า 60 วันได้ ประหยัดงบแผ่นดิน 4 พันล้าน

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบคำถามประชามติคำถามแรกเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่งคำถามประชามติของรัฐสภา ตามมาตรา 9 (4) ที่ระบุว่า “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ตามมติที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.68 ส่งไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ว่า ครม.ได้อาศัย พ.ร.บ.ประชามติ และฉบับแก้ไข 2568 มาตรา 9 วรรคสอง (4) และมาตรา 11 วรรคท้าย สามารถกำหนดวันทำประชามติแม้ระยะเวลาไม่ถึง 60 วัน และทำพร้อมกับวันเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.69 ได้ และยังเห็นว่าช่วยประหยัดงบประมาณกว่า 4 พันล้านบาท ในกรณีหากต้องจัดแยกกับวันเลือกตั้ง รวมถึงยังช่วยประชาชนไม่ต้องไปใช้สิทธิ์ถึง 2 ครั้ง และหากไม่ไปครั้งใดครั้งหนึ่งก็จะถูกตัดสิทธิ์ในการเลือกตั้ง และยังช่วย กกต.ไม่ต้องจัดเลือกตั้งถึง 2 ครั้ง ที่เสียทรัพยากรต่างๆ อีกจำนวนมากด้วย

สำหรับสาเหตุที่ ครม.ส่งคำถามไปสองคำถาม คือของ ครม.ใช้ช่องทางกฎหมายประชามติ มาตรา 9 (2) และมาตรา 11 วรรคท้าย ที่ระบุว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” และส่งคำถามประชามติของรัฐสภา ตามมาตรา 9 (4) ที่ระบุว่า “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ตามมติที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 เนื่องจากคำถามจากรัฐสภาอาจสุ่มเสี่ยงว่าไม่เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นไปตามกฎหมายประชามติ ตามมาตรา 16 ที่ระบุว่า การแก้ไขหรือจัดทำรัฐธรรมนูญใช้คำว่า “เห็นชอบ” ไม่สามารถใช้คำว่า “เห็นด้วยหรือไม่” ตามข้อเสนอของรัฐสภาได้ ทั้งหากส่งคำถามของรัฐสภาเพียงอย่างเดียว และ กกต.ตีตก มีปัญหากันหมด และประชาชนก็จะเสียโอกาสในการทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมกับวันเลือกตั้ง

“ครม.จึงส่งคำถามเข้าไปประกบคำถามของรัฐสภา และยังสะท้อนให้เห็นถึงความจริงใจ และตั้งใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามที่ตกลงไว้ตามเอ็มโอเอกับพรรคประชาชน และสอดรับการการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอีกด้วย” นายบวรศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ตั้งข้อสังเกตว่าการทำประชามติพร้อมกันกับวันเลือกตั้งไม่สามารถทำได้ เพราะระยะเวลาไม่ถึง 60 วัน เพราะผิดกฎหมายประชามติ และอาจทำให้เป็นโมฆะ และ ครม.และ กกต.ต้องชดใช้เงินกว่า 3 พันล้านบาท นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า นายสมชัยเคยอ่านกฎหมายประชามติ มาตรา 11 วรรคท้าย ที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมปี 2568 หรือเปล่า ขณะที่เรื่องดังกล่าวนี้ตนก็หารือกับ กกต.ตั้งแต่พบกันเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.แล้วไม่มีปัญหาอะไร

นายบวรศักดิ์ ยังกล่าวถึงเรื่องการทำประชามติเพื่อยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และ 2544 หรือไม่ ตนมีความเห็นเช่นเดียวกับกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชา ที่มี นายนพดล อินนา สว.เป็นประธาน แต่เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่าขัดกับรัฐธรรมนุญมาตรา 169 (1) เพราะรัฐบาลรักษาการไม่สามารถอนุมัติเรื่องที่มีผลผูกพันต่อ ครม.ชุดใหม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นเราก็ไม่ทำ เพราะถ้าทำแล้วเกิดความเสี่ยงว่าเป็นไปตามความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็จะทำให้การลงประชามติเสียไปได้ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ผิดคำพูด และได้ทำตามนโยบายที่แถลงไว้แล้ว แต่ติดขัดตรงมีปัญหาต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 169 (1) ตามที่คณะการกฤษฎีกาให้ความเห็นมา

‘วีระพงษ์’แจงไร้ชื่อปาร์ตี้ลิสต์ปชป. ขาดคุณสมบัติไม่ไปใช้สิทธิ ติดภารกิจเจรจาการค้า EU

'วีระพงษ์'แจงไร้ชื่อปาร์ตี้ลิสต์ปชป. ขาดคุณสมบัติไม่ไปใช้สิทธิ ติดภารกิจเจรจาการค้า EU

‘วีระพงษ์’แจงไร้ชื่อปาร์ตี้ลิสต์ปชป. ขาดคุณสมบัติไม่ไปใช้สิทธิ ติดภารกิจเจรจาการค้า EU

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.31 น.

‘วีระพงษ์’แจงไร้ชื่อปาร์ตี้ลิสต์ปชป. ขาดคุณสมบัตไม่ไปใช้สิทธิ ติดภารกิจเจรจาการค้า EU ยันเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจพรรคต่อ

นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงกรณีที่ไม่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งนี้

นายวีระพงษ์ เปิดเผยว่า ตนได้แจ้งความประสงค์ต่อพรรคด้วยตนเองว่าไม่ขอลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากเพิ่งตรวจสอบพบว่าตนเองขาดคุณสมบัติผู้สมัคร สส. ตามกฎหมาย เหตุจากการไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีหาดใหญ่ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา

“ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะละเลยการใช้สิทธิ ปกติผมไปเลือกตั้งทุกครั้ง แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว ผมติดภารกิจสำคัญเร่งด่วนในฐานะผู้แทนการค้าไทยและที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป ทำให้ไม่ได้ไปใช้สิทธิ และไม่ได้แจ้งการไม่ไปใช้สิทธิตามกรอบเวลา” นายวีระพงษ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันหนักแน่นว่า แม้จะไม่ได้ดำรงตำแหน่ง สส. แต่ในฐานะรองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภารกิจด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ จะยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อผลักดันนโยบายและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติตามเจตนารมณ์เดิมที่ตั้งใจไว้

‘2 แม่ทัพ’ลั่น!สู้สุดซอย พา‘ภูมิใจไทย’ปักธงคว้าเก้าอี้ สส.เมืองกรุง

‘2 แม่ทัพ’ลั่น!สู้สุดซอย พา‘ภูมิใจไทย’ปักธงคว้าเก้าอี้ สส.เมืองกรุง

‘2 แม่ทัพ’ลั่น!สู้สุดซอย พา‘ภูมิใจไทย’ปักธงคว้าเก้าอี้ สส.เมืองกรุง

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.18 น.

“ศุภมาส-เอกนัฏ” 2 แม่ทัพ กทม.ภูมิใจไทย ประกาศลั่น เป็น”ขวาใหม่อนุรักษ์นิยม” รับเป็นงานหิน แต่ขอสู้สุดซอย พา”ภูมิใจไทย”ปักธงคว้าเก้าอี้ สส.เมืองกรุง ลั่นอะไรที่ไม่เคยก็จะมี รับลูกโว”ภท.พลัส”ขั้นกว่าของ”พูดแล้วทำ” แตกต่างจาก”ศูนย์รวมบ้านใหญ่”

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมดูแลการเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สมาชิกพรรคภูมิใจไทย แกนนำทีม กทม.พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของผู้สมัคร สส.กทม.โดย นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตอนนี้ทุกพรรคคงเตรียมความพร้อมแล้ว ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ที่สำคัญสำหรับพรรคภูมิใจไทย ตนเข้าใจว่าในประวัติที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมี สส.กทม.มาก่อน หากมีก็จะเป็นครั้งแรก ยอมรับว่างานครั้งนี้เป็นงานหิน แต่ตนไม่ขอพูดว่าพร้อม หรือมั่นใจแค่ไหน แต่ตนมาพร้อมกับความตั้งใจ และในการทำงานที่ผ่านมา ก็สู้ไม่ถอย สู้สุดซอย วันนี้ตนก็มีผู้สนับสนุน ไม่ได้ทำอยู่คนเดียว แต่ช่วยกันทั้งพรรค รวมทั้งแม่ทัพหญิงของตนคือ น.ส.ศุภมาส ที่เคยเป็น สส.กรุงเทพมหานคร มาก่อนในยุคของพรรคไทยรักไทย ก็หวังว่าจะได้นำประสบการณ์ และทีมงานที่ตนได้ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่พรรครวมไทยสร้างชาติ จึงจะทำให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่า กดดันหรือไม่เพราะพรรคภูมิใจไทยไม่เคยได้ สส.กทม.ครั้งนี้จะได้เก้าอี้ สส.ในกรุงเทพมหานครหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า มันเป็นสไตล์ชีวิตของตนที่ไม่เคยเจอเรื่องง่ายในชีวิต และทั้งชีวิตก็อยู่กับการต่อสู้ ไม่เคยเจอโจทย์ง่าย จึงเป็นเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทย เลือกตนให้มาลองรับผิดชอบดู ขอย้ำว่าเราพร้อมสู้ แต่ไม่ขอบอกว่าพร้อมขนาดไหน เพราะเป็นโจทย์ที่ทุกคนต้องเผชิญ มั่นใจว่าผู้สมัครของเราในวันนี้ มีสัญญาณที่ดีที่ได้มาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย แม้พรรคภูมิใจไทย จะไม่เคยมี สส.ใน กทม.เลย ครั้งนี้ก็เป็นการเข้ามาสมัคร มากที่สุดในประวัติศาสตร์ และทุกเขตมีมากกว่า 1 คน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของตน และ น.ส.ศุภมาส ที่จะต้องทำหน้าที่คัดคนให้ดีที่สุด ซึ่งทุกคนมีความพร้อมที่จะสู้ไปด้วยกัน

เมื่อถามถึงความมั่นใจว่าจะสามารถเจาะพื้นที่เดิมของพรรคประชาชน (ปชน.) ใน กทม.ได้ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ไม่สามารถพูดได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต แต่พูดได้อย่างเดียวว่าปัจจุบันเราต้องสู้อย่างเต็มที่ และใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ยากเท่าไหร่ก็ต้องยิ่งทำงานให้หนัก เพราะเวลามีไม่มาก และตนยังเป็นน้องใหม่ของพรรคภูมิใจไทย แต่ก็มาด้วยความตั้งใจเต็มร้อย ซึ่งสโลแกนของพรรคภูมิใจไทยคือพูดแล้วทำ มาวันนี้ก็เป็นพูดแล้วทำพลัส ก็หมายความว่า ต้องทำให้มากกว่าที่พูด ตอนที่ตนได้เข้ามาก็ได้รับการสื่อสารว่า อย่าไปพูดอะไรที่ทำไม่ได้ ตนก็จะไม่พูดอะไรที่เราทำไม่ได้ แต่ก็จะทำให้เต็มที่

เมื่อถามถึงพื้นที่ กทม.ที่จะต้องใช้กระแสจะมีวิธีอย่างไร นายเอกนัฏ กล่าวว่า สิ่งที่แตกต่างกว่าที่เคยเป็นมาสำหรับพรรคภูมิใจไทย คือศูนย์รวมของบ้านใหญ่ แต่ภูมิใจไทยไม่เหมือนเดิม จึงเป็นที่มาของคำว่าพลัส ซึ่งเราจะเห็นการรวมตัวกันของมืออาชีพ ที่จะช่วยกันทำงาน อย่าง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ซึ่งเราก็จะเห็นบทบาทของท่านในการเจรจาสื่อสารตอบโต้ในประเด็นต่างชาติ หรือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในการขับเคลื่อนระบบราชการ อย่างโครงการคนละครึ่งพลัส ที่สามารถออกมาได้อย่างทันท่วงทีในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รมว.พาณิชย์ ในการทำหน้าที่เจรจา ค้าขายกับต่างประเทศมาเพียง 2 – 3 เดือน ก็ขายข้าวให้จีนได้ ทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น

“ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยเอง ก็กำลังขับเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เดินหน้าทำแต่พื้นที่บ้านใหญ่ ตามที่ทุกคนเข้าใจ แต่เป็นการรวมตัวกันของมืออาชีพ ที่ทุกคนจะทำงานได้อย่างสำเร็จ ถือเป็นการเผชิญหน้าร่วมกัน และเป็นสิ่งที่แปลกใหม่” นายเอกนัฏ กล่าว

เมื่อถามว่า ในพื้นที่ กทม.จะมีนโยบายอะไรที่ดึงดูดใจคน กทม.ได้ นายเอกนัฏ กล่าวว่า นโยบายที่สำคัญที่สุดคือนโยบายระดับประเทศ กทม.คือเมืองหลวงของประเทศ ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยมีความชัดเจน นี่จึงเป็นเหตุผลที่สำคัญที่ตนมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย

“เรื่องของชายแดน ก็เห็นการตัดสินใจที่เด็ดขาด ของผู้นำประเทศอย่างนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ต้องรักษาอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชน และเราสามารถทำงานกับระบบราชการ ไม่ให้เป็นอุปสรรค ตามแนวทางขวาใหม่ อนุรักษ์นิยม เพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่เคยเห็นในกรุงเทพมหานคร เช่น ไม่เคยมี สส.ใน กทม.ครั้งต่อไปเราอาจจะมีก็ได้” นายเอกนัฏ กล่าว

ซาบีดา ยันไทยป้องกันตัวตามหลักสากล พร้อมบูรณะปราสาทตาควายเมื่อปลอดภัย

ซาบีดา ยันไทยป้องกันตัวตามหลักสากล พร้อมบูรณะปราสาทตาควายเมื่อปลอดภัย

ซาบีดา ยันไทยป้องกันตัวตามหลักสากล พร้อมบูรณะปราสาทตาควายเมื่อปลอดภัย

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.04 น.

ต้องดูกันที่วัตถุประสงค์! ’รมว.วัฒนธรรม‘ เปิดต้นเหตุ ’กัมพูชา‘ ดึงดราม่าฟ้องโลกป้ายสี ‘ไทย’ ทำ ’ปราสาทตาควาย‘ เสียหายทั้งที่เพิ่งยึดคืนไม่กี่วัน คือ ’เขมร‘ ใช้เป็น ‘ฐาน-บังเกอร์-วัตถุประสงค์ทางการทหาร‘ ย้ำ ต้องทำให้เป็น ‘โบราณสถาน’ จริงๆ เผยรอ ’ฝ่ายความมั่นคง‘ เคลียร์ไฟเขียวเข้าสำรวจพื้นที่ก่อนบูรณะใหม่ การันตีเทคนิคซ่อมแซมทำได้ไม่ซับซ้อน ยันแจงกลับทุกเวทีโลกยึดข้อเท็จจริง-หลักสากลตอบโต้

วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เมื่อเวลา 11.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังที่กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมของกัมพูชา ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประเทศต่างๆทั่วโลก รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ ร่วมประณามไทย ที่ทำลายปราสาทตาควายจนเกิดความเสียหาย จากเหตุปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา ทางกระทรวงวัฒนธรรมไทยจะดำเนินการอย่างไรว่า เบื้องต้นต้องเรียนว่าไม่ใช่การโจมตี ประเทศไทยในการดำเนินการใดๆต้องยึดหลักสากล และความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก การที่โบราณสถานดังกล่าวถูกทำลายเบื้องต้นเรายังไม่ทราบสาเหตุว่าถูกทำลายมาตั้งแต่ก่อนเกิดปะทะหรือไม่ อย่างทุกคนทราบปราสาทตาควายประเทศไทยเพิ่งได้ยึดคืนมาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา การยึดคืนเพื่อต้องการพิสูจน์ว่าเมื่อโบราณสถานอยู่ในเขตอธิปไตยไทย เรามีการวางแผนงบประมาณในการบูรณะซ่อมแซม ไม่ได้ใช้โบราณสถานเป็นบังเกอร์ หรือเป็นวัตถุประสงค์ทางการทหาร เราจะทำโบราณสถานให้เป็นโบราณสถานจริงๆ และมีการบูรณะซ่อมแซม

“ในเรื่องการบูรณะซ่อมแซม เบื้องต้นทางกรมศิลปากรยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ไปเพื่อทำการสำรวจได้ แต่เทคนิคการซ่อมแซมไม่ได้มีความซับซ้อน กรมศิลปากรมีศักยภาพพอในการบูรณซ่อมแซม คาดว่าน่าจะใช้ระยะเวลาไม่นาน” รมว.วัฒนธรรม กล่าว

เมื่อถามว่าบริเวณพื้นที่รอบๆประสาทตาควายยังมีทุ่นระเบิดอยู่ ทำให้ยังไม่ปลอดภัย จะต้องรอความชัดเจนจากกองทัพไทยอย่างไร น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า ต้องรอฝ่ายความมั่นคง ให้คำยืนยันว่าเราสามารถที่จะเข้าไปสำรวจเพื่อทำการบูรณะซ่อมแซมได้ ดังนั้นจะต้องมีการเคลียร์พื้นที่ด้วยความสงบเรียบร้อย ถึงจะเข้าไปสำรวจได้ 

เมื่อถามถึงกรณีที่ทางทหารกัมพูชาเข้าไปในบริเวณตัวปราสาทตาควาย แล้วใช้เป็นฐานต่อสู้กับทหารไทย เราจะมีการทำหนังสือประท้วงหรือไม่ เนื่องจากกัมพูชาก็ใช้เรื่องนี้ในการโจมตีไทย น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า ขอย้ำว่าการที่เราจะทำอะไร ต้องยึดหลักสากล และข้อมูลข้อเท็จจริงรอบด้าน ต้องดูวัตถุประสงค์ด้วย ขณะนี้เรากำลังพูดถึงปลายเหตุจนลืมไปว่าต้นเหตุของการที่โบราณสถานถูกทำลาย คือกัมพูชาใช้ปราสาทตาควายเป็นฐาน หรือบังเกอร์ คือเป็นวัตถุประสงค์ทางการทหาร เป็นเหตุให้ไทยต้องมีการป้องกันตัวเพื่อปกป้องชีวิตประชาชน อธิปไตย และทหาร ซึ่งเราใช้ทุกเวทีในการตอบโต้ในระดับเวทีโลก หรือเวทีนานาชาติให้ครบถ้วน อย่างการประชุมยูเนสโกล่าสุดเราก็มีการตอบโต้โดยยึดหลักเหตุและผล

เมื่อถามว่าในการบูรณะซ่อมแซม เราจะใช้ซากเดิมในการบูรณะ หรือใช้วัสดุใหม่เข้ามาเสริมในการบูรณะรมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ขณะนี้มีเทคนิคใหม่ๆในการซ่อมแซม โดยที่รูปแบบยังเหมือนเดิม ทางกรมศิลปากรมีการศึกษาไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนจะดำเนินการอย่างไร ต้องมีการเข้าไปสำรวจก่อน

เพื่อไทย ถกเข้มหลังเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ

เพื่อไทย ถกเข้มหลังเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ

เพื่อไทย ถกเข้มหลังเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.56 น.

‘เพื่อไทย’ ถกเข้มหลังเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ วางยุทธศาสตร์เลือกตั้ง-กำหนดคิวลงพื้นที่หาเสียง

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้ามีบรรดาสมาชิก ส.ส. แกนนำ และคณะกรรมการบริหารพรรคทยอยเดินทางเข้ามากันอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา รองโฆษกพรรค นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย รวมถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เพื่อปฏิบัติงานและประชุมหารือตามปกติ โดยจะมีการหารือถึงกระแสตอบรับภายหลังจากที่เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พท. ทั้ง 3 คนไป รวมถึงจะมีการหารือเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง แนวทางการลงพื้นที่หาเสียง กำหนดวันและเวลาในการพบปะพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ แนวทางการปราศรัย และการหารือถึงนโยบายต่างๆ ที่จะนำมาใช้ในการหาเสียง

เพื่อไทย

เปิดปาร์ตี้ลิสต์ปชป. คัมแบคเพียบ ขาด ‘บัญญัติ-เทิดพงศ์’

เปิดปาร์ตี้ลิสต์ปชป. คัมแบคเพียบ ขาด 'บัญญัติ-เทิดพงศ์'

เปิดปาร์ตี้ลิสต์ปชป. คัมแบคเพียบ ขาด ‘บัญญัติ-เทิดพงศ์’

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.54 น.

เปิดรายชื่อว่าที่ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ปชป. รุ่นใหม่มาเต็ท คัมแบคเพียบ ขาด ‘บัญญัติ-เทิดพงศ์’

รายงานข่าวจากพรรคประชาปัตย์ แจ้งว่าเมื่อวานนี้ (16 ธันวาคม) นายสาธิต ปิตุเตชะ ประธานคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรรับเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงนาม ประกาศคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อรับฟังความเห็นการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568

โดยรายชื่อที่น่าสนใจ (ไม่เรียงลำดับ) อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช , นางกัตวรรณ ตันเถียร, นางการดี เลียวไพโรจน์,นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์,นายเจะอามิง โตะตาหยง,นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ,นายเจือ ราชสีห์,นายชนินทร์ รุ่งแสง,นายชวน หลีกภัย,นายชัยชนะ เดชเดโช,นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ,นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ,นายเชาวน์วัศ เสนพงศ์,นายธนิตพล ไชยนันทน์,นายธีระ สลักเพชร,นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ,พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์,นายประกอบ รัตนพันธ์,น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล,นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด,น.ส.รังสิมา รอดรัศมี,นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท,นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี,นายราเมศ รัตนเชวง,นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์,นายศุภชัย ศรีหล้า,นายสกลธี ภัททิยกุล,นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร,นายสมบูรณ์​ อุทัยเวียนกุล,นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย,นายสาธิต ปิตุเตชะ,นายสามารถ ราชพลสิทธิ์,นายสุทัศน์ เงินหมื่น,นายสุรบถ หลีกภัย,นายองอาจ คล้ามไพบูลย์​,นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,นายอรรถพร พลบุตร,นายอลงกรณ์​ พลบุตร,พล.ต.อ .อัศวิน ขวัญเมือง,นายอิสรา สุนทรวัฒน์,นางฮูวัยดีย๊ะ พิศสุวรรณ อุเซ็ง

ส่วนรายชื่อที่ไม่ปรากฎที่น่าสนใจ อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ,นายเทิดพงศ์ ไชยนันท์ และ นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์