สภากาชาดไทย ชวนเที่ยวงานกาชาดออนไลน์ บนแพลตฟอร์ม iRedcross พร้อมบริการดูดวงจาก 4 สมาคมโหราศาสตร์ชั้นนำ

สภากาชาดไทย ชวนเที่ยวงานกาชาดออนไลน์ บนแพลตฟอร์ม iRedcross  พร้อมบริการดูดวงจาก 4 สมาคมโหราศาสตร์ชั้นนำ

สภากาชาดไทย ชวนเที่ยวงานกาชาดออนไลน์ บนแพลตฟอร์ม iRedcross พร้อมบริการดูดวงจาก 4 สมาคมโหราศาสตร์ชั้นนำ

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.01 น.

สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนประชาชนเที่ยวงานกาชาดประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” เพื่อถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ระหว่างวันที่ 11–21 ธันวาคม 2568 เวลา 11.00–22.00 น. ณ สวนลุมพินี และเปิดให้ประชาชนสามารถร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ http://www.iredcross.org ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ไม่สามา รถเดินทางมาร่วมงานได้

สำหรับกิจกรรม “ดูดวงออนไลน์งานกาชาด 2568” ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีศาสตร์การพยากรณ์ให้เลือกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นดวงชะตารายปี–รายเดือน การงาน การเงิน ความรัก สุขภาพ หรือศาสตร์ความเชื่อเฉพาะทาง พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อเสริมกำลังใจและวางแผนชีวิตในปีใหม่ จาก 4 สมาคมโหราศาสตร์ชั้นนำ ดังนี้

• สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ

• สมาคมสหพันธ์โหร-แพทย์แผนไทย

• สมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์

• มูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์

ผู้ที่สนใจกิจกรรมดูดวงออนไลน์สามารถจองคิวล่วงหน้ากับหมอดูผู้เชี่ยวชาญได้แล้วตั้งแต่วันนี้ และจะเปิดให้บริการระหว่างวันที่ 11–21 ธันวา คม 2568 เท่านั้น สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมทั้งหมดได้ทาง http://www.iredcross.org

ขั้นตอนการจองคิวดูดวงออนไลน์ มีดังนี้

1. เข้าหน้าจองคิวดูดวงออนไลน์

2. ค้นหาหมอดูทันที หรือเลือกหมอดูจากสมาคมหรือศาสตร์การดูดวงที่ต้องการ

3. คลิก “จองคิวดูดวง”

4. เลือกวันและเวลาจองคิวที่สะดวก และคลิก “จองคิว”

5. เลือกศาสตร์การดูดวงพร้อมระบุคำถาม (ถ้ามี)

6. คลิก “ยืนยันการจองคิว”

7. ชำระเงินและกรอกรายละเอียดให้เรียบร้อย

8. เมื่อถึงวันที่จองคิว ระบบจะส่งลิงก์ LINE Meeting ให้ ผ่าน SMS และ Email 15 นาทีก่อนเวลานัด

แพลตฟอร์ม iRedcross ไม่เพียงเปิดให้ร่วมกิจกรรมดูดวงออนไลน์เท่านั้น แต่ยังยกระดับประสบการณ์งานกาชาดในรูปแบบดิจิทัลให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น ผ่านการเที่ยวงานกาชาดออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมงกับ “น้องไอจัง” มาสคอตประจำแพลตฟอร์ม ที่จะพาผู้เข้าชมเยี่ยมชมร้านค้าและกิจกรรมเสมือนจริงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการออนไลน์ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” ร้านโครงการส่วนพระองค์ ร้านค้าจากเหล่ากาชาดจังหวัดกว่า 297 ร้าน และผลิตภัณฑ์จาก 40 โรงเรียน พร้อมทั้งการจำหน่ายสลากกาชาดออนไลน์จาก 11 หน่วยงาน กิจกรรมสนุกสไตล์งานกาชาด เช่น ตักไข่ลุ้นโชค มินิเกมกาชาด ปาเป้า และเกม “ไอจังตกน้ำ” รวมถึงโซนสินค้าที่ระลึกของสภากาชาดไทยและช่องทางทำบุญออนไลน์ ช่วยให้ประชาชนสามารถเพลิดเพลินกับงานกาชาดและร่วมสนับสนุนภารกิจของสภากาชาดไทยได้อย่างสะดวกครบจบในแพลตฟอร์มเดียว

ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานกาชาดประจำปี 2568 ทั้งที่สวนลุมพินีและผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ www. iredcross.org ซึ่งเปิดให้ร่วมทำบุญออนไลน์ สนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ พร้อมสนุกกับกิจกรรมงานกาชาดในรูปแบบดิจิ ทัลอย่างครบวงจร อาทิ การเที่ยวงานกาชาดออนไลน์กับ “น้องไอจัง” และบริการ “ดูดวงออนไลน์งานกาชาด 2568” จาก 4 สมาคมโหรา ศาสตร์ชั้นนำที่เปิดให้จองคิวและรับคำพยากรณ์ได้ตลอดช่วงจัดงาน

สืบสานพระปณิธาน ‘พยาบาลศาสตร์จิตอาสาเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ : ปันรัก ปันน้ำใจให้น้อง ครั้งที่ 5’

สืบสานพระปณิธาน ‘พยาบาลศาสตร์จิตอาสาเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ : ปันรัก ปันน้ำใจให้น้อง ครั้งที่ 5’

สืบสานพระปณิธาน ‘พยาบาลศาสตร์จิตอาสาเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ : ปันรัก ปันน้ำใจให้น้อง ครั้งที่ 5’

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.30 น.

คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยสโมสรนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ได้จัดโครงการสืบสานพระปณิ ธาน “พยาบาลศาสตร์จิตอาสาเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ : ปันรัก ปันน้ำใจให้น้อง ครั้งที่ 5” ประจำปีการศึกษา 2568 ระหว่างวันที่ 6 – 8 ธันวาคม 2568 ณ โรงเรียนวัดพรานนก ตำบลโพสาวหาญ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

การจัดกิจกรรม “พยาบาลศาสตร์จิตอาสาเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ : ปันรัก ปันน้ำใจให้น้อง” เป็นกิจกรรมที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่ 5 รับผิดชอบโดยสโมสรนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมในการพัฒ นานักศึกษา ให้มีความตระหนักและร่วมรับผิดชอบต่อสังคม การมีจิตอาสา การทำสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคม ซึ่งงานด้านจิตอาสาเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการยกระดับจิตใจให้นักศึกษาให้เกิดการริเริ่มและทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม มองเห็นปัญหาและความต้องการของสังคม ส่งเสริมให้นักศึกษามีความเข้าใจในเพื่อนมนุษย์ เข้าใจตนเอง เข้าใจสังคม มีความเมตตากรุณา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการพัฒนานักศึกษาให้สอด คล้องกับอัตลักษณ์ของนักศึกษาพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี คือ รอบรู้ พัฒนา จิตอาสา นำพาความสุข

คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีความมุ่งมั่นในการผลิตบัณฑิตพยาบาล ที่มีจิตวิญญาณของนักวิชาชีพ มีความรอบรู้ มีจิตบริการ เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ยึดประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง โดยมีความเชื่อในการจัดการศึกษาว่า ผู้เรียนสามารถแสวงหาความรู้จากประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง เป็นการนำความคิดไปสู่การกระทำ โดยอาศัยกระบวนการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยน แปลงตามกาลเวลาและสภาวะแวดล้อม นำไปสู่การค้นพบความรู้ใหม่ๆด้วยตนเอง และส่งเสริมให้นักศึกษาได้ปฏิบัติกิจกรรมเสริมหลักสูตรควบคู่กับการศึกษาเล่าเรียน เพื่อพัฒนานักศึกษาให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีคุณธรรมจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพการพยาบาล มีอุดม การณ์ มีความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อวิชาชีพ รวมทั้งเป็นพลเมืองดีที่สร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคม ภายใต้อัตลักษณ์ รอบรู้ พัฒนา จิตอาสา นำ พาความสุข ซึ่งหมายถึงการมีความรู้และสามารถแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพการพยาบาลด้วยกระบวนการวิจัย  มีจิตอาสาในการทำงานเพื่อส่วนรวมเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดีและมีความสุขในการเป็นผู้ให้ สนองพระราชปณิธานขององค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ “เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต”

เผยกลยุทธ์ ‘ธุรกิจครอบครัวสู่สากล’ รับมือเศรษฐกิจผันผวนปี 2569

เผยกลยุทธ์ ‘ธุรกิจครอบครัวสู่สากล’ รับมือเศรษฐกิจผันผวนปี 2569

เผยกลยุทธ์ ‘ธุรกิจครอบครัวสู่สากล’ รับมือเศรษฐกิจผันผวนปี 2569

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.25 น.

สถาบันรหัสสากล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (หรือ GS1 Thailand) จัดการประชุมใหญ่ประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “GS1 Barcodes เชื่อมโลก เชื่อมเรา สู่การค้าสากล” โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วนได้ร่วมให้วิสัยทัศน์ในงานประชุมใหญ่ครั้งนี้ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ณ สถาบันรหัสสากล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ธีรภาพ อัญญานุภาพ หุ้นส่วนผู้จัดการ และหัวหน้าทีมที่ปรึกษาบริษัท อัญญานุภาพ คอนซัลติ้ง จำกัด (Aunyanuphap Consulting) บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจครอบครัว ที่ได้ให้คำปรึกษามามากกว่า 50 กิจการ ได้ร่วมบรรยายภายใต้หัวข้อ “Gongsi go Global” หรือ “กลยุทธ์กงสีสู่สากล” ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับธุรกิจครอบครัวในการผ่าวิกฤตเศรษฐกิจเพื่อการเติบโตอย่างมั่งคั่งและยั่งยืน และการปรับตัวภายในองค์กรภายใต้เศรษฐกิจที่ผันผวน

โดย ธีรภาพ กล่าวว่า ภายใต้คำว่าธุรกิจครอบครัว หรือ “กงสี” ที่หลายคนมักมองว่า “เก่าแก่” “มีแต่ปัญหา” เช่น การรอจนไม่ทันโอกาส การยึดติดไม่เปลี่ยนแปลง ทำงานแบบครอบครัว ขาดบทบาทหน้าที่ (Job Description) และระบบวัดผล (KPI) ที่ชัดเจน การไม่วางแผนสืบทอดกิจการ ตัดสินใจจากความเคยชินมากกว่าข้อมูล และแข่งขันผ่านกลยุทธ์การลดราคา ซึ่งทำให้หลายกิจการไม่สามารถยืนหยัดในการแข่งขันที่ผันผวนได้ ด้วยเหตุนี้ หากธุรกิจครอบครัวไม่ได้มีการปรับตัวอย่างถูกต้องในยุคเศรษฐกิจผันผวน ก็จะยืนหยัดได้ยากและพลาดโอกาสการเติบโตในระยะยาว หรือซ้ำร้ายคือปิดกิจการลงไป

ในการบรรยาย ธีรภาพระบุว่า “กงสีสู่สากลไม่ได้หมายความว่ากิจการจะต้องแข่งขันในตลาดสากล แต่เป็นการปรับระบบบริหารจัดการ และการกำหนดกลยุทธ์ในรูปแบบสากล” ซึ่งกรอบการปรับระบบการบริหารและกำหนดกลยุทธ์ดังกล่าวเรียกว่า MAPT Framework

MAPT Framework ประกอบด้วย กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนองค์กรผ่านแนวคิดผู้นำ / ผู้บริหาร (Mindset) การประเมินองค์กร (Assessment) การวางแผนฝั่งธุรกิจและครอบครัว (Plan) และการปรับเปลี่ยนองค์กรอย่างยั่งยืน (Transform) ซึ่งมีเครื่องมือในการปรับใช้ MAPT Framework อย่างครอบคลุมเช่นการสร้างธรรมาภิบาลธุรกิจครอบครัว (ผ่านธรรมนูญครอบครัว ฯลฯ) การปรับโครงสร้างกิจการ (ผ่านบริษัทโฮลดิ้ง ฯลฯ) การบริหารองค์กร (ผ่านการปรับโครงสร้างองค์กร ฯลฯ) และการวางแผนสืบทอดกิจการ (ผ่านกระบวนการสร้างคนรุ่นใหม่)

ทั้งนี้ หัวหน้าทีมที่ปรึกษา อัญญานุภาพ คอนซัลติ้ง ได้แจ้งถึงรายงานธุรกิจครอบครัวไทย (Thailand Family Enterprise Report (TFER)) ในหัวข้อกระบวนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจครอบครัวในยุค AI (Transformation Roadmap for the AI Era) ที่สามารถปรับใช้ภายในปี 2569 (2026) ได้กับธุรกิจครอบครัวทุกรูปแบบที่จะพร้อมให้อ่านได้ทางเว็บไซต์บริษัท www.aunyanuphap-consulting.com ภายในธันวาคมปี 2568

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ จ.ระยอง

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ จ.ระยอง

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ จ.ระยอง

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.19 น.

นิทรรศการพลังแห่งดอกไม้ WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดระยอง ที่จะทำให้ดอกไม้ในใจคุณกลับมาผลิบานอีกครั้ง ให้ทุกก้าวของคุณได้สัมผัสพลังอันอ่อนโยนแต่ทรงอานุภาพ ของดอกไม้นานาชนิด ผ่านประสบการณ์ 4 มิติ – แสง สี เสียง และกลิ่น พร้อมปลุกทุกความรู้สึกให้กลับมา สดชื่น อ่อนโยน อบอุ่น  และเติมพลังให้หัวใจแข็งแรงกว่าเดิมอีกครั้ง เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 10:00 – 20:00 น. จองบัตรได้ที่ Zipevent

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition จัดขึ้นระหว่างเดือนธันวาคม 2568 ถึง มิถุนายน 2569     เล่าเรื่องราวผ่าน 3 ธีมหลัก ของพลังแห่งดอกไม้

  1. Hope Theme – ดอกไม้แห่งความหวัง เหมือนแสงยามเช้า…ที่ค่อย ๆ ปลุกหัวใจให้กลับมาสดใสอีกครั้ง
  2. Heart Theme – ดอกไม้แห่งความรัก อบอุ่นจากดอกไม้ที่โอบกอด…พาคุณสัมผัสความรักที่ไร้เงื่อนไข ลึกซึ้งกว่าที่เคย
  3. Heal Theme – ดอกไม้แห่งการเยียวยา ให้ใจได้พัก…เพื่อกลับมาผลิบานใหม่อย่างงดงามยิ่งกว่าเดิม

พร้อมนำทางโดย น้อง Hug” มาสคอตดอกเดซี่สุดน่าฮัก ที่คอยส่งต่อความอบอุ่น พาคุณ “หลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง” ที่จะทำให้หัวใจเบ่งบานขึ้นอีกครั้ง

Hope Theme: When Flowers Bring Hope ดอกไม้แห่งความหวัง เมื่อดอกไม้นำพาความหวังกลับคืนมา เหมือนแสงเช้าวันใหม่…ค่อยๆ ลอดผ่านกลีบดอกไม้โทนสี เหลือง–ทองอ่อน อุ่นใจเหมือนแสงอาทิตย์แรกของวัน แสงอ่อนค่อย ๆ เคลื่อนไหว ปลุกหัวใจที่อ่อนล้าให้กลับมาสดใส กลิ่นดอกไม้หอมละมุน ประหนึ่งเสียงกระซิบจากธรรมชาติว่า “วันนี้…คุณเริ่มต้นใหม่ได้แล้ว”

11 ไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาด

1. Seeds of Future – เมล็ดพันธุ์สู่การเติบโต เคาน์เตอร์รูปกระถางต้นอ่อน สัญลักษณ์ของการลงมือ “ปลูกความหวัง” ในชีวิต

2. Light of Hope – อุโมงค์ดอกไม้อัศจรรย์ เดินเข้าสู่นิทรรศการผ่านอุโมงค์ไม้ไผ่ที่บิดเกลียวอย่างงดงาม ปลายทางคือแสงแรกของความหวัง…ที่พร้อมโอบรับคุณอย่างอ่อนโยน

3. Bug Eye View – โลกในมุมมองของแมลง ยืน ณ จุดชมวิวแรก เสมือนโบยบินอยู่เหนือมวลดอกไม้ในป่าใหญ่

4. Hope Garden – อ้อมกอดของดอกไม้ พื้นที่ดีไซน์เป็น “รังนก” ที่อ่อนโยนซ้อนล้อมรอบตัวผู้มาเยือน สื่อถึงรังที่อบอุ่นให้กำลังใจและความสดใสเพื่อเป็นจุดเริ่มใหม่ของชีวิต

5. Tree of Hope – ต้นไม้แห่งความหวัง ต้นไม้ยักษ์แห่งจิตวิญญาณ ศูนย์กลางของนิทรรศการ ที่ออกแบบเพื่อถ่ายทอดพลังของ ความหวัง กลีบดอกและแสงสีบนพุ่มไม้จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นโทน เหลือง–ทองอบอุ่น เหมือนแสงเช้าวันใหม่ที่ค่อย ๆ ปลุกหัวใจให้กลับมามีพลังอีกครั้งต้นไม้จะ “พูด” กับผู้มาเยือนผ่านภาพฉายบนพุ่มไม้ยักษ์ และการเคลื่อนไหวของแสง เสมือนธรรมชาติกำลังกระซิบว่า “วันนี้…คุณเริ่มใหม่ได้” 

6. Children’s Dream – ปลุกความฝันในวัยเด็ก ดอกไม้ที่โค้งเรียงกันเป็นวาฬยักษ์ สัญลักษณ์แห่งจินตนาการ และความฝันที่ไร้ขอบเขต เชิญชวนให้เราย้อนกลับไปแตะเสียงของความฝันในวัยเด็ก ปลุกให้มันกลับมาหายใจอีกครั้ง… และเติบโตเป็นความจริงในวันนี้

7. Blooming Horizon – ของขวัญจากพระเจ้า Immersive Room ที่ออกแบบเหมือนกล่องของขวัญซ้อนกัน พร้อมกระจกหลายด้าน ให้คุณเห็น “ความงามในแบบของตัวเอง” สะท้อนออกมาอย่างมั่นใจ และงดงามในแบบที่เป็นคุณ

8. The Power of Flower Show – Immersive Motion Mapping เดินทางผ่าน 3 ซีซั่น พลังแห่งดอกไม้ Hope – Heart – Heal แสง สี เสียง และกลิ่นหอมละมุน ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 3 มุมมองของฤดูกาลแห่งดอกไม้ – Hope, Heart, Heal ให้คุณได้สัมผัสความหมายที่ซ่อนอยู่… พร้อมปลุกหัวใจให้ผลิบานอย่างไม่รู้โรย

9. Immersive Art Room – นิทรรศการดิจิตอล 360° ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของพรรณไม้ ผ่านประสบการณ์ภาพและเสียงแบบ 360 องศา ราวกับเดินอยู่ในความคิดของธรรมชาติ ที่กำลังออกแบบ “ดอกไม้ของวันพรุ่งนี้” ดอกไม้ที่ไม่ได้บานแค่ในวันนี้…แต่บานในจินตนาการ เพื่อรอวันที่คุณพร้อมจะมองเห็นมัน

10. Flower Art & Craft Workshop – สร้างชิ้นงานแห่งแรงบันดาลใจกลับบ้าน ร่วมลงมือสร้างงานศิลปะจากดอกไม้ ที่สะท้อนพลังในหัวใจของคุณ เพื่อเก็บความรู้สึกแห่งการผลิบานกลับไปดูแลต่อ…

11. Harumiki House – คาเฟ่สตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่น หอม หวาน สดชื่นทุกคำ สตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์ญี่ปุ่นแท้ พร้อมเสิร์ฟ ความหอม ฉ่ำ จากฟาร์มสู่เมนูพิเศษ ให้คุณ “ชอป ชม ชิม” เลือกของฝากสุดน่ารัก เพลิดเพลินกับบรรยากาศอบอุ่น และ ลิ้มรสความสุขในทุกคำ

WONDARA – The Power of Flower – Immersive Exhibition เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้

  • เปิดเข้าชมทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์)
  • เวลา 10:00 – 20:00 น.
  • ณ WONDARA อาคารพัฒนานิทัศน์ (ภายในสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพฯ) จ.ระยอง

Google Map: https://maps.app.goo.gl/Hu1xnQtydLQctsURA?g_st=ipc

  • ราคาบัตรเข้าชม

• วันธรรมดา 120 บาท

• เสาร์–อาทิตย์ / วันหยุดนักขัตฤกษ์ 150 บาท

#WONDARA #thepowerofflower #ImmersiveExhibition #แลนด์มาร์กแห่งใหม่ระยอง

รพ.พญาไท 1 และพันธมิตร ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม โครงการ ปัน ปัน ปันสุขนี้เพื่อน้อง ปีที่ 10

รพ.พญาไท 1 และพันธมิตร ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม โครงการ ปัน ปัน ปันสุขนี้เพื่อน้อง ปีที่ 10

รพ.พญาไท 1 และพันธมิตร ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม โครงการ ปัน ปัน ปันสุขนี้เพื่อน้อง ปีที่ 10

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.11 น.

โรงพยาบาลพญาไท 1 และพันธมิตร พร้อมด้วยคณะแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพญาไท 1 ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน และส่งมอบสิ่งของบริจาคให้กับน้องๆ ในโครงการ ปัน ปัน ปันสุขนี้เพื่อน้อง ปีที่ 10 โดยมี นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 1, อภิวัฒน์ อาระยานิมิตสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบริหารธุรกิจ โรงพยาบาลพญาไท 1, พญ.สุขุมาลย์ สว่างวารี สูตินรีแพทย์และเฉพาะทางด้านมะเร็งนรีเวช  โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน ผู้จัดโครงการปัน ปัน และ ดร.พญ.พลินี รัตนศิริวิไล แพทย์เฉพาะทางด้านความงามผิวพรรณ เส้นผมและหนังศีรษะ โรงพยาบาลพญาไท 1 ร่วมกิจกรรม ณ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี ในพระอุปถัมภ์

ชมนิทรรศการ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ” และการแสดงโขน ในงานกาชาด 2568

ชมนิทรรศการ

ชมนิทรรศการ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ” และการแสดงโขน ในงานกาชาด 2568

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.28 น.

สภากาชาดไทย เชิญทุกท่านร่วมตามรอยพระเมตตา 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ในงานกาชาดประจำปี 2568 ที่โซนนิทรรศการ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” ที่บูธ 1.5 พร้อมร่วมสืบสานพระราชปณิธานการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติผ่านการแสดงโขน  “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาดไทย” โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชม ได้ฟรี ณ เวทีกลาง งานกาชาดสวนลุมพินี ตั้งแต่เวลา 17.30 – 21.30 น. ของทุกวันตลอดช่วงการจัดงาน ตั้งแต่วันนี้ – 21 ธันวาคม 2568

นิทรรศการ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าชมงานกาชาด 2568 ได้ร่วมซาบซึ้งและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณผ่านเรื่องราวเหนือกาลเวลา ทั้งภาพ และ เสียงอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ พระราชกรณียกิจด้านมนุษยธรรมเพื่อทุกชีวิต ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยแบ่งเป็นโซนต่างๆ ได้แก่  โซน“แสงแห่งพระเมตตา” จัดแสดงพระเก้าอี้ โต๊ะทรงงานฯ และประทับบนพระเก้าอี้เพื่อฉายพระรูป ในปี พุทธศักราช 2499 และการจัดแสดงภาพพระราชกรณียกิจเพื่อให้ประชาชน น้อมรำลึกในพระเมตตาที่ทรงขับเคลื่อนภารกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทยตลอด 69 ปี โซน “พระราชกรณียกิจเพื่อทุกชีวิต” จัดแสดงพระราชกรณียกิจ เพื่อการบรรเทาทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน  อาทิ เหตุการณ์บ้านเขาล้าน พระเมตตาที่มีต่อการแพทย์  การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย ด้านการบริการโลหิต ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิต ผ่านแสงสีเสียงในการถ่ายทอดเรื่องราว

โซน “พระเมตตาแห่งการแบ่งปัน” น้อมนำพระราชดำรัสเรื่องการเป็นผู้ให้และการแบ่งปัน ท่านจะได้สัมผัสและได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ท่านผ่านพระราชดำรัสในวาระต่างๆ ถ่ายทอดผ่านแสง สี เสียงภายในอุโมงค์ดิจิทัล ที่จะสร้างความซาบซึ้งใจและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ และโซน “แรงบันดาลใจจากพระเมตตา” จัดแสดงเป็นสวนดอกไม้แห่วงสรวงสวรรค์ แสดงถึงพระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ท่าน ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณาและเอื้ออาทร ทรงอุทิศพระองค์เพื่อกิจการสภากาชาดไทยให้เจริญก้าวหน้า

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนภารกิจการช่วยเหลือของสภากาชาดไทย ผู้บริจาคจะได้รับพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรูปแบบโปสการ์ดอันทรงคุณค่า จำนวน 12 ภาพ ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ http://www.iredcross.org ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ สภากาชาดไทย โดยกองอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2568 เชิญชวนประชาชนร่วมสัมผัสความงดงามและตราตรึงใจของศิลปวัฒนธรรมไทย ผ่านการแสดงโขนชุดพิเศษภายใน งานกาชาดประจำปี 2568 “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาดไทย” โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชม ได้ฟรี ณ เวทีกลาง งานกาชาดสวนลุมพินี ตั้งแต่เวลา 17.30 – 21.30 น. ของทุกวันตลอดช่วงการจัดงาน

สำหรับปีนี้ ได้คัดสรรตอนสำคัญจากเรื่องรามเกียรติ์ มาจัดแสดงสลับสับเปลี่ยนในแต่ละวัน โดยได้รับความร่วมมือจากหลายคณะการแสดง อาทิ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ชมรมนาฏศิลป์ ตลอดจนกลุ่มเยาวชนจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ชมได้รื่นรมย์กับความงาม ของนาฏยศิลป์ไทยอย่างเต็มอิ่ม พร้อมร่วมสืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่สืบไป

กำหนดการแสดงโขน 10 วัน ณ เวทีกลาง งานกาชาด 2568

วันจันทร์ที่ 15 ธ.ค. 2568

•               21.00 – 21.30 น. โขนรามเกียรติ์ ตอนศึกวิรุฬจำบัง โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

วันอังคารที่ 16 ธ.ค. 2568

•               18.00 – 19.00 น. ละครใน และโขนรามเกียรติ์ ชุดนารายณ์ปราบนนทก โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันพุธที่ 17 ธ.ค. 2568

•               17.00 – 18.00 น. โขนรามเกียรติ์ โดย โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย และโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 2 หลวงพ่อเงินอนุสรณ์

•               20.00 – 21.30 น. โขนรามเกียรติ์ ชุดรามอวตาร โดย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

วันพฤหัสที่ 18 ธ.ค. 2568

•               17.45 – 18.30 น. โขนรามเกียรติ์ โดย โรงเรียนภัทรญาณวิทยา

•               19.45 – 20.30 น. นาฏศิลป์และโขน ชุดรามราชจักรี โดย สมาคมเยาวชนจิตอาสาพัฒนา

วันเสาร์ที่ 20 ธ.ค. 2568

•               17.00 – 18.00 น. โขนรามเกียรติ์ ชุดพรหมมาศ โดย ชมรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย

วันอาทิตย์ที่ 21 ธ.ค. 2568

•               18.30 – 19.30 น. โขนนาฏศิลป์รามเกียรติ์ โดย บ้านเบญจนาฏ

•               19.30 – 20.00 น. โขนรามเกียรติ์ ชุดยกรบ โดย สถาบันคีตกาญจน์

•               20.00 – 21.30 น. โขนรามเกียรติ์ ชุดถวายอาศิรวาท แม่ของแผ่นดิน โดย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

งานกาชาดประจำปี 2568 สภากาชาดไทย โดยสำนักงานจัดหารายได้ กำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” ตั้งแต่วันนี้ -21 ธันวาคม 2568 ณ สวนลุมพินี เวลา 11.00-22.00 น. และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ www.iredcross.org

เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป มอบเงินและสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป มอบเงินและสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป มอบเงินและสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.55 น.

บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มอบเงินและสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดย สาธิต เติมประยูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนบริษัท ในการมอบเงินบริจาค จำนวน 200,000 บาท พร้อมรวบรวมสิ่งของอุปโภคบริโภคจำเป็น จากผู้ประกอบการร้านค้า ลูกค้า และพนักงานบริษัทฯ  ส่งมอบให้แก่ พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ณ สำนักบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย 

BCC รับรางวัลใหญ่จากเกาหลีใต้ ตอกย้ำความสำเร็จในการรักษาผู้มีบุตรยากระดับนานาชาติ

BCC  รับรางวัลใหญ่จากเกาหลีใต้  ตอกย้ำความสำเร็จในการรักษาผู้มีบุตรยากระดับนานาชาติ

BCC รับรางวัลใหญ่จากเกาหลีใต้ ตอกย้ำความสำเร็จในการรักษาผู้มีบุตรยากระดับนานาชาติ

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.23 น.

นับเป็นความภาคภูมิใจของวงการแพทย์และเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพในการรักษาผู้บุตรยากในประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เมื่อ ทพญ.นาฏรินทร์ นิธิฉัตรโชติรัตนา ประธานกรรมการบริหาร บางกอก เซ็นทรัล คลินิก ไอวีเอฟ แอนด์ เวลเนส (Bangkok Central Clinic IVF & Wellness : BCC) ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการให้เข้าร่วมพิธีมอบรางวัล Bangkok Central Clinic The Global IVF & Wellness Impact Awards จากเวที KIB (Korea Influencer & Business Award) ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นงานประกาศรางวัลระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูผู้นำทางธุรกิจและอินฟลูเอนเซอร์ชั้นนำ โดยผู้ที่จะได้รับเกียรติในการขึ้นรับรางวัลบนเวทีนี้ จะต้องมีผลงานเป็นเลิศในด้านต่างๆ ซึ่งผ่านการคัดเลือกโดยเน้นผลงานที่มีความโดดเด่น สร้างแรงบันดาลใจ สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก สร้างสรรค์คุณค่าให้กับองค์กรและสังคมในด้านต่างๆ   

รางวัล Bangkok Central Clinic The Global IVF & Wellness Impact Awards จึงเป็นการตอกย้ำถึงมาตรฐานในการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดย Bangkok Central Clinic IVF & Wellness หรือ BCC ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากถือเป็นจุดหมายปลายทางด้าน IVF ชั้นนำของประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยมาผสานการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งผ่านการวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก เพื่อมอบผลลัพธ์ของการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยทุกท่าน นอกจากนี้ ยังมีนักเพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) และทีมงานสนับสนุนที่มีความมุ่งมั่นในการให้การดูแลอย่างมืออาชีพ ผ่านการฝึกอบรมและประสบการณ์ในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

จากประสบการณ์ในการรักษาผู้ประสบปัญหาในการมีบุตร และความเข้าใจในความกังวลของผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว จุดมุ่งหมายหลักของ Bangkok Central Clinic IVF & Wellness จึงเน้นการดูแลเฉพาะบุคคลแบบครบวงจรในทุกมิติทั้งร่างกายและจิตใจด้วยมาตรฐานการแพทย์ระดับสูง โดยมุ่งไปที่ ‘ผลสำเร็จในการตั้งครรภ์’ เริ่มตั้งแต่การให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล, การตรวจความพร้อมก่อนมีบุตร, บริการฝากไข่ หรือ EGG Freezing, การตรวจโครโมโซม, การทำ IUI, การทำเด็กหลอดแก้ว IVF และโปรแกรม ICSI

นอกจากนี้ ยังมีการดูแลสุขภาพอื่นๆ เช่น การตรวจหาระดับฮอร์โมน, การตรวจคัดกรองโรคพันธุกรรม, การประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรมในอนาคต รวมไปถึงการดูแลสุขภาพคุณแม่แบบองค์รวม ทั้งก่อนตั้งครรภ์ ระหว่างการตั้งครรภ์ และฟื้นฟูสุขภาพคุณแม่หลังคลอด เพื่อให้ผู้ประสบปัญหามีบุตรยากสามารถก้าวสู่เส้นทางของการมีบุตร พร้อมต้อนรับสมาชิกตัวน้อยที่จะมาเติมเต็มความสุขให้ทุกครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Bangkok Central Clinic IVF & Wellness ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 โรงแรมคอนราด ถนนวิทยุ (Conrad Bangkok) สอบถามเพิ่มเติมหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรีได้ที่ โทรศัพท์ 02-252-3420, 095-364-1949 และ www.bccivfwellness.com

คุณแหน : 14 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 14 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 14 ธันวาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.05 น.

●● อนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย “รัฐบาลมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ในความสามารถของกองทัพไทย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบตามกฎการใช้กำลังและยึดหลักมนุษยธรรมในการปกป้องพี่น้องประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อยตลอดแนวพื้นที่ชายแดน”….

●●มาฟังโฆษก กระทรวงกลาโหม พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ “การปฏิบัติการทหารเป็นไปตามแผน ส่วนจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ยังตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยฝ่ายไทย ยังมีปัจจัยอื่นภายนอกด้วยเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น กองกำลังทางกัมพูชา และการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคนิคต่างๆ ในเรื่องการโจมตีฝ่ายไทย ก็ต้องระมัดระวังในเรื่องนี้”…

●● ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา “มีข้อเสนอแนะว่า ไทยควรตั้งศูนย์ข้อมูล และการสื่อสารแห่งชาติเพราะเรายังไม่มีหน่วยที่รับมือสงครามข้อมูล ระดับประเทศครบวงจร ซึ่งต่างจากกัมพูชา”…

●● เห็นด้วยกับ รศ.ดร.ติญทรรศน์ ประทีปพรณรงค์ “ถึงเวลาที่คนทำคอนเทนต์ขยะ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกแบบบ้าระห่ำ  หยาบคาย  ไม่สนใจกติกาของสังคม เข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและเป็นภัยต่อความสงบสุข ของสังคม ถึงเวลา รัฐต้องจัดระเบียบเสียที และต้องยอมรับความจริงว่า อินฟลูเอนเซอร์ ไม่ได้มีเจตนาทำประโยชน์ต่อสังคม เหมือนกันทุกคน  หลายคนมองผลประโยชน์ของตนเพียงอย่างเดียว”…

●● คงจะมีการเลือกตั้งกันในปีหน้า ภายใต้ประธาน กกต.คนใหม่นาม ณรงค์ กลั่นวารินทร์ และมี กกต.ใหม่อีก ๒ ท่าน  แต่เลขาฯ ยังเป็นคนเดิม คงจะได้ สส. ที่ซื้อเสียง น้อยที่สุด และเห็นแก่ประโยชน์ประเทศชาติ กระมัง???…

●●คุณหมอฟันหญิง ชรินญา กาญจนเสวี จาก รพ.เจ้าพระยา หันมาเอาดีทางวิ่งมาราธอน  เจ้าของแชมป์ Amazing Thailand  Marathon  Bangkok  2025 ได้รับถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากพระหัตถ์ สมเด็จพระบรมราชินี…

●● ไทยเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ซึ่งมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี เป็นผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย คนไทยไม่ค่อยรับรู้

อาจอ่อนประชาสัมพันธ์ เหมือนกับงานแข่งกีฬาในอำเภอ ไม่ให้ความสำคัญในเรื่องกีฬา แล้วอย่างนี้จะไปโทษใคร…

●●งานฉลองมงคลสมรส ระหว่าง นพ.นรุตม์ บุตรชายสุดท้องของ นพ.เจตน์-ผศ.อุมาพร ศิรธรานนท์ กับ พญ.กมลรัตน์

บุตรสาว รัตณา สุนันทวนิช โดยมีองคมนตรีเป็นประธาน ที่ เดอะ ซัมเมอร์ เฮาส์ รร.ปาร์คนายเลิศ เมื่ิอพุธ ๑๐ ธันวาคม

แขกแน่นขนัด จนล้นออกมานอกห้องล้วนแต่เป็นแขกของคุณพ่อและคุณแม่ทั้งนั้น…

น้องนิ่ง…นิ่ง…

สัญญาณเตือน ‘โรคไหลตาย’ คนใจสั่น-เจ็บหน้าอก ป้องกันด่วนก่อนหลับไม่ตื่น

สัญญาณเตือน ‘โรคไหลตาย’ คนใจสั่น-เจ็บหน้าอก ป้องกันด่วนก่อนหลับไม่ตื่น

สัญญาณเตือน ‘โรคไหลตาย’ คนใจสั่น-เจ็บหน้าอก ป้องกันด่วนก่อนหลับไม่ตื่น

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนที่ดูแข็งแรงและใช้ชีวิตปกติ กลับจากเราไปอย่างกะทันหันจากการนอนหลับไปเฉย ๆ จนเกิดความกังวลใจว่าอาจเกี่ยวข้องกับโรคร้ายชนิดใหม่ แต่แท้จริงแล้วภาวะดังกล่าวอาจเกิดจาก โรคไหลตาย ภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อการเต้นของหัวใจ และคร่าชีวิตผู้คนในขณะหลับโดยแทบไม่แสดงสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้คนส่วนใหญ่พลาดโอกาสในการป้องกันเพราะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตนเองคือกลุ่มเสี่ยง เพื่อคลายความกังวลต่อภัยร้ายนี้

พญ. ฐานิกา วุทธชูศิลป์ อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคหัวใจ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิมุต  เผยข้อมูลโรคไหลตาย พร้อมแนะนำวิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันความเสี่ยงได้อย่างง่ายและทำได้จริง

รู้จัก “โรคไหลตาย” ภัยเงียบทางพันธุกรรม

โรคไหลตาย (Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome: SUNDS) เป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งที่ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง จนเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงร่างกายและสมองได้ทันท่วงที ทำให้หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันและเสียชีวิต โดยโรคนี้มักเกิดขึ้นในขณะนอนหลับ เพราะเป็นช่วงเวลาที่หัวใจเต้นช้าลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้การนำเกลือแร่และโซเดียมในเซลล์หัวใจทำงานผิดปกติ จึงไปกระ ตุ้นให้หัวใจห้องล่างซ้ายเต้นผิดจังหวะและหยุดเต้นไปในที่สุด

เช็กลิสต์กลุ่มเสี่ยง พักผ่อนไม่พอ” ต้องระวัง

โรคไหลตายมักเกิดในผู้ที่มีพันธุกรรมผิดปกติที่กระทบการเต้นของหัวใจ และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยเฉพาะในช่วงวัยทำงานอายุ 20-50 ปี รวมถึงผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตจากความผิดปกติของหัวใจตั้งแต่อายุน้อย
พญ.ฐานิกา อธิบายเพิ่มเติมว่า “พฤติกรรมบางอย่างก็อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นได้ เช่น การทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ มีไข้สูง ดื่มแอลก อฮอล์ปริมาณมาก ขาดวิตามินบี 1 อย่างรุนแรง รวมถึงการกินอาหารจำพวกแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตปริมาณมาก เช่น ข้าวเหนียว ขนมปัง โดยไม่กินผักและผลไม้ ทำให้ร่างกายขาดโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญในการควบคุมจังหวะหัวใจ อีกทั้ง ยังเกี่ยวกับการใช้ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยาต้านเศร้า หรือยาสำหรับรักษาโรคหัวใจบางตัวก็อาจเป็นตัวกระตุ้นได้”

ระวัง !! ใจสั่นเป็นลม หน้ามืดนอนแล้วหายใจเฮือก

ความน่ากลัวของโรคไหลตาย คือมักไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า แต่ในบางรายอาจมีสัญญาณเตือนที่เราอาจมองข้ามไป เช่น ใจสั่นผิดปกติ เป็นลม หน้ามืด เวียนศีรษะหลังออกกำลังกาย หรือนอนหลับแล้วหายใจเฮือกคล้ายขาดอากาศ ซึ่งถ้าสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ยังป้องกันได้ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนจะสายเกินไป

หมดสติปลุกไม่ตื่น เสี่ยงไหลตาย ต้องช่วยเหลือทันที

หากคนใกล้ตัวเกิดอาการวูบ หมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือนอนหลับแล้วปลุกไม่ตื่น อาจเป็นอาการของภาวะหัวใจหยุดเต้นที่นำไปสู่การใหลตาย ให้รีบช่วยเหลือโดยด่วน โดยโทร.แจ้งสายด่วน 1669 ทันที ระหว่างรอรถพยาบาลให้จัดผู้ป่วยนอนราบและเช็กการหายใจ หากพบว่าหยุดหายใจต้องรีบทำ CPR ด้วยการกดหน้าอกอย่างต่อเนื่องในจังหวะ 100 ครั้งต่อนาที จนกว่าบุคลากรทางการแพทย์จะมาถึง หรือผู้ป่วยได้ สติขึ้นมา

ป้องกัน โรคใหลตาย เริ่มต้นที่การตรวจคัดกรอง

พญ.ฐานิกา อธิบายว่า “โรคใหลตายแม้จะเกิดขึ้นเฉียบพลันแต่ก็สามารถตรวจพบล่วงหน้าได้ โดยคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคใหลตาย แนะ นำให้เข้ามาตรวจหัวใจ ซึ่งวิธีตรวจมีหลายแบบ อาทิ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อดูความผิดปกติของสัญญาณไฟฟ้า การตรวจสมร รถภาพหัวใจขณะวิ่งบนสายพาน (Exercise Stress Test) เพื่อดูการทำงานของหัวใจขณะออกแรง และการอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) เพื่อเช็กโครงสร้างหัวใจอย่างละเอียด หากพบว่าเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงอาจต้องฝังเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (ICD) เพื่อปรับจังหวะการเต้นหัวใจเมื่อมีการเต้นผิดปกติ”

“แม้โรคนี้อาจสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน แต่เราก็ป้องกันได้ด้วยการหันมาดูแลตัวเอง หมั่นตรวจเช็กสุขภาพร่างกายและหัวใจเป็นประ จำ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และให้ความสำคัญกับอาหารการกิน เน้นทานผักและผลไม้ควบคู่ไปกับมื้อแป้ง เพื่อช่วยรักษาสมดุลเกลือแร่ที่มีผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจ เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงไปได้มาก จะได้เข้านอนได้อย่างสบายใจทุกคืน” พญ. ฐานิกา  กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่มีข้อสงสัย สามารถขอรับคำปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ชั้น 6 โรงพยาบาลวิมุต เวลาทำการ 08:00 – 17:00 น. โทร. 02-079-0042 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์

พญ.ฐานิกา วุทธชูศิลป์

พญ.ฐานิกา วุทธชูศิลป์