กรมวิทย์ฯ เผยความสำเร็จการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV ในทารก

กรมวิทย์ฯ เผยความสำเร็จการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV ในทารก

กรมวิทย์ฯ เผยความสำเร็จการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV ในทารก

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยความสำเร็จการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV ในทารก ยังคงธำรงรักษาอัตราการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกอยู่ในระดับต่ำได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสนับสนุน การตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV-1 ในทารกที่คลอดจากแม่ที่ติดเชื้อเอดส์ในประเทศไทย “ตรวจเร็ว รักษาเร็ว ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต” สู่เป้าหมาย “สิ้นสุดเอดส์ ปี 2573”

ดร.นพ. สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้วันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันเอดส์โลก เพื่อสร้างความตระหนักรู้และให้ความสำคัญกับการควบคุมและป้องกันโรคเอดส์ สร้างเข้าใจ ให้การยอมรับและอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้โดยไม่ตีตรา

ทั้งนี้ นโยบายของกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้เด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวีทุกราย ต้องตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี ในส่วนของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ซึ่งมีห้องปฏิบัติการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวม 15 แห่ง สามารถตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV-1 ในทารกที่คลอดจากแม่ที่ติดเชื้อเอดส์ ด้วยวิธี PCR ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการวินิจฉัยการติดเชื้อในเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 เดือน เทคนิควิธีนี้มีความไวและความแม่นยำสูง สามารถตรวจพบเชื้อได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งการตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็ว เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เด็กได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ส่งผลต่อการลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กที่ติดเชื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2568 มีหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ 3,500 ราย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยเด็กแรกเกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ พบทารกที่ติดเชื้อ จำนวน 40 ราย (คิดเป็นอัตราการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกร้อยละ 1.14)

ประเทศไทยมีความสำเร็จในการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างเครือข่ายห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะการดำเนินงานเชิงรุกภายใต้ระบบ Active Case Management (ACC) ที่ช่วยให้สามารถติดตามทารกกลุ่มเสี่ยงได้รับการวินิจฉัยยืนยัน และนำเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงธำรงรักษาความสำเร็จในการลดอัตราการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการถ่ายทอดเชื้ออยู่ที่ ร้อยละ 1.46 ซึ่งประเทศไทยได้รับการรับรองจาก WHO เมื่อปี พ.ศ. 2559  ที่สามารถยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกได้สำเร็จ เนื่องจากมีอัตราการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกต่ำกว่าร้อยละ 2 นับเป็นประเทศแรกในเอเชียและเป็นประเทศที่สองของโลก

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบบริการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการให้มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล และบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย “สิ้นสุดเอดส์ ปี 2573” อย่างยั่งยืน”

ดร.นพ. สราวุฒิ บุญสุข

ดร.นพ. สราวุฒิ บุญสุข

ไทยเบฟ สนับสนุนการแสดงดนตรีในสวน ‘MedMusic in the Park 2025’

ไทยเบฟ สนับสนุนการแสดงดนตรีในสวน ‘MedMusic in the Park 2025’

ไทยเบฟ สนับสนุนการแสดงดนตรีในสวน ‘MedMusic in the Park 2025’

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุน ดนตรีในสวน “MedMusic in the Park 2025” ครั้งที่ 4 ภายใต้ธีม “In The Mood” เนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปี โรงพยาบาลเมดพาร์ค โดยมี นพ. พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลเมดพาร์ค และ สมถวิล ปธานวนิช กรรมการบริษัท ทีพีพี เฮลท์แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ปรึกษาโรงพยาบาลเมดพาร์ค พร้อมด้วย โชติพัฒน์ และคุณอาทินันท์ พีชานนท์ ประธานกรรมการบริหาร และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และ ภาวินี ไชยสิทธิ์ ผู้อำนวยการโครงการเพื่อการพัฒนาสังคม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมงาน ณ Amphitheater สวนเบญจกิติ  

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน โดยงานในปีนี้ได้นำเสนอดนตรี Smooth Jazz, Soulful Ballads, และ Mid-Tempo Grooves จากศิลปินระดับตำนาน ได้แก่ Nathan East มือเบสระดับโลก, Jack Lee มือกีตาร์ชื่อดังจากเกาหลีใต้, Donald Barrett มือกลองมากฝีมือที่เคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลก, Norihito Sumitomo นักประพันธ์เพลงชื่อดังจากญี่ปุ่น และ Noah East นักเปียโนรุ่นใหม่ผู้ผสมผสานความคลาสสิกกับแจ๊สร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ร่วมด้วยศิลปินชาวไทย Mariam Grey (มาเรียม B5) และ หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท พร้อมสมาชิกวง ETC ซึ่งล้วนมีผลงานด้านดนตรีที่โดดเด่น

การจัดกิจกรรมนี้ ถือเป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมผ่านศาสตร์แห่งดนตรีบำบัดที่ช่วยปลอบประโลมใจและบรรเทาความเหนื่อยล้าของชาวกรุง เทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมปรับรูปแบบงานให้เหมาะสมกับบรรยากาศแห่งการถวายความอาลัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

คุณแหน : 15 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 15 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 15 ธันวาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ที่สุดของงานดอกไม้แห่งปีที่ทุกคนรอคอย 18-21 ธ.ค.ที่ปาร์คนายเลิศ  ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร  เชิญเที่ยวชมเทศกาลดอกไม้ปาร์คนายเลิศ ครั้งที่  36 ระดับอาเซียน ธีม “ Garden of Tomorrow”  งานดอกไม้กลางกรุง ชมงานไฟตอนกลางคืน  ไฮไลท์ปีนี้ สมาคมปาร์คนายเลิศ ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย จัดนิทรรศการพิเศษ ชุดไทย จากราชสำนักสู่ราชนิยม จำนวน 8 แบบ เพื่อน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  การแสดงโขน  การจัดดอกไม้ศิลปะสร้างสรรค์ งานประติมากรรมดอกไม้และการแสดงแสงสียามค่ำคืน..

คล้ายวันเกิด ลลิสา จงบารมี  21 ธ.ค.เตรียมเปิดวิลล่าบารมี ริมน้ำ จ.พระนครศรีอยุธยา ต้อนรับเพื่อนๆ ตอนบ่ายสามโมงเป็นต้นไป ฟังดนตรีในสวน ร่วมสนุกส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีเฮงๆ ร่วมกัน

ธนียา นัยพินิจ ผวจ.พิจิตร พร้อมคณะ ลงพื้นที่สังเกตการณ์ สนามสอบ “สอบท้องถิ่น 68” เพื่อความโปร่งใส ไร้การทุจริต

ยินดีกับ ดร.วัฒนา ศักดิ์ชูวงษ์ ที่ได้เป็นผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.)..

สุนันต์ อรุณนพรัตน์  นายกสมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย คณะกรรมการและที่ปรึกษา ร่วมแสดงความยินดีกับ  สุพจน์ ปิยะพันธ์สุทธิ ที่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่ง   นายกสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญธนบุรี..

ภูกิจ ดิศธรานนท์ ซีอีโอ บมจ.เรียล สมาร์ท บริษัทด้าน เอไอ ดาต้า เทคโนโลยี เปิดตัว 2 แพลตฟอร์ม เอไอ เรียล มีเดีย (Real Media) และ เรียล พีอาร์ อิมแพ็ค (Real PR Impact) ปฏิวัติวงการสื่อสารองค์กรและการประชาสัมพันธ์ เน้นเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล ประมวลมูลค่าข่าว และช่วยเป็นเครื่องมือในการบริหารประเด็น และจัดการวิกฤตภาพลักษณ์องค์กรและแบรนด์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น..

ญาติพี่น้องแจ้งข่าวเศร้าว่า  พล.ต.หญิงอุษณีย์ เกษมสันต์ ณ อยุธยา   มีพิธีสงฆ์ส่งร่างกลับสู่ธรรมชาติเรียบร้อยแล้ว..

ไปชมความงดงามด้วยแสงสีวิจิตรที่พิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน Night Museum  ณ วัดสุทัศนเทพวราราม   สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมเรียนรู้พระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยผ่านโบราณวัตถุ–ศิลปวัตถุอันล้ำค่า แวะไปกันได้ 19-21 ธ.ค. รอบ 17-18.30 น. และ 19.00-20.30 น. รอบละ 80 ท่าน แต่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าNight Museum @Wat Suthat-Night of Awakening..

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ริมมรคา  Along the Path” ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 10 ธ.ค.68-15 มี.ค.69 ณ ห้องนิทรรศการหลักชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรม กทม. เพื่อได้ร่วมตามรอยเสด็จและชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ระหว่างปี 2568  จำนวน 147 ภาพ

คุณแหน

Computer Vision Syndrome (CVS) โรคตายุคใหม่ วัยทำงานควรระวัง

Computer Vision Syndrome (CVS) โรคตายุคใหม่ วัยทำงานควรระวัง

Computer Vision Syndrome (CVS) โรคตายุคใหม่ วัยทำงานควรระวัง

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยุคปัจจุบันที่โทรศัพท์ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือประจำวันสำหรับมนุษย์ ทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะวัยทำงานที่ต้องจ้องหน้าจอมือถือต่อเนื่อง วันละหลายชั่วโมง

แพทย์หญิง ภาวินี อมรพันธางค์ แพทย์ผู้ชำนาญการพิเศษ สาขาจักษุวิทยา โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) ให้ข้อมูลว่า โรคซีวีเอส หรือ “Computer Vision Syndrome” กลายเป็นโรคตาที่พบมากในยุคโซเชียลมีเดีย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซีวีเอสไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่มีผลกระทบ ที่สร้างความลำบากแก่ร่างกายในชีวิตประจำวันได้

CVS คือ Computer Vision Syndrome (CVS) คือกลุ่มอาการทางตาและการมองเห็นที่เกิดจากการใช้สายตาจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ต่อเนื่องหลายชั่วโมงต่อวัน การดูหน้าจอในที่มืด แสงสว่างไม่เพียงพอ ระยะห่างจากตาและหน้าจอไม่เหมาะสม รวมถึงสภาพอากาศที่สามารถทำให้ตาแห้ง โดยอาการจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นตามระยะเวลาการใช้งาน

สาเหตุ : 1.การใช้สายตาในระยะใกล้ถึงกลาง กล้ามเนื้อตาจะมีการเพ่งเพื่อให้ภาพคมชัด ทำให้การกระพริบตาลดลง เกิดอาการตาแห้ง ถ้าปล่อยให้ตาแห้งมากๆอาจทำให้กระจกตาถลอกตามมาด้วย ซึ่งอาจส่งผลต่อการมองเห็น 2.สิ่งแวดล้อมในขณะใช้สายตา เช่น แสงไฟไม่เพียงพอ ระยะห่างของหน้าจอไม่เหมาะสม

ความสว่างหรือแสงสะท้อนจากหน้าจอมากเกินไป แอร์หรือพัดลม แรงและจ่อหน้า ปัจจัยเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้เกิดอาการตาแห้งและตาล้าตามมา 3. ลักษณะทางกายภาพ เช่น ท่านั่งไม่เหมาะสม ก้มหน้าหรือเงยหน้ามากเกินไป ทำให้มีอาการปวดคอบ่าไหล่และหลังได้

อาการของ CVS :  แสบตา ระคายเคืองตา ตาแดง ตาสู้แสงไมได้ ตาแห้ง ตาล้า ตาพร่า มองไม่ชัด มองเห็นภาพซ้อน ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อย คอ หลัง ปวดศีรษะ ,เวียนศีรษะ

ภาวะแทรกซ้อนจาก CVS: หากปล่อยไว้เป็นระยะเวลานานโดยไม่ได้รับการแก้ไข โรคซีวีเอสอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางตาอื่น ๆ และส่งผลต่อข้อต่อ กล้ามเนื้อของร่างกาย เช่น ภาวะตาแห้ง ตาล้าเรื้อรัง อาการปวดศีรษะ จากการใช้สายตาเพ่งหน้าจอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ หลัง ซึ่งมีสาเหตุจากท่านั่งทำงานหรือดูจอ ที่ไม่เหมาะสม

กลุ่มเสี่ยงของโรค CVS มีใครบ้าง : กลุ่มคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

กลุ่มคนตัดต่อกราฟฟิก ตัดต่อวิดีโอ นักเขียน กลุ่มพนักงานออฟฟิศ นักเรียน นักศึกษาที่ต้องอ่านหนังสือและใช้หน้าจอในการเรียน กลุ่มที่ทำธุรกิจผ่านมือถือ เช่น แม่ค้าออนไลน์ ประชุมออนไลน์

การป้องกันและรักษา : CVS เป็นโรคที่สามารถป้องกันโดยการปรับพฤติกรรมได้ การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ที่สม่ำเสมอสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคได้ง่ายๆด้วยวิธีดังนี้ กฎ 20-20-20 พักสายตาจากการใช้งานหน้าจอทุกๆ 20 นาที พัก 20 วินาที มองไกล 20 ฟุต หรือหลับตา ปรับระยะจากสายตาและหน้าจอให้เหมาะสม ไม่ใกล้หรือไกลเกินไป ปรับแสงหน้าจอให้มีความสว่าง คมชัดพอดี เลี่ยงการใช้หน้าจอในที่มืด การกระพริบตาสม่ำเสมอ ช่วยรักษาความชุ่มชื่นของดวงตา หยอดน้ำตาเทียม เพิ่มความชุ่มชื้นของดวงตา ปรับท่านั่งให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ตรวจสายตาและพบจักษุแพทย์เป็นประจำทุกๆ 6 เดือน และทุกๆ 2 ชม.ควรหยุดพัก15 นาที เพื่อลดการจ้องหน้าจอ

CVS อาจไม่ใช่โรคอันตรายที่เกิดผลทันที แต่หากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข ก็สามารถสร้างปัญหาระยะยาวต่อสุขภาพได้ การดูแลสายตาและปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับคำแนะนำของจักษุแพทย์ ก็จะช่วยถนอมและยืดอายุการใช้งานของดวงตาให้อยู่กับเราได้นาน

บลู เอเลเฟ่นท์ ฉลอง 45 ปีกับเมนู ‘Golden Symphony’ ค่ำคืนส่งท้ายปี รังสรรค์รสชาติแห่งความสุข เคล้าท่วงทำนองแห่งศิลปะอาหารไทยต้นตำรับ

บลู เอเลเฟ่นท์ ฉลอง 45 ปีกับเมนู ‘Golden Symphony’ ค่ำคืนส่งท้ายปี รังสรรค์รสชาติแห่งความสุข เคล้าท่วงทำนองแห่งศิลปะอาหารไทยต้นตำรับ

บลู เอเลเฟ่นท์ ฉลอง 45 ปีกับเมนู ‘Golden Symphony’ ค่ำคืนส่งท้ายปี รังสรรค์รสชาติแห่งความสุข เคล้าท่วงทำนองแห่งศิลปะอาหารไทยต้นตำรับ

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลุ่มบลู เอเลเฟ่นท์ (Blue Elephant Group) เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 45 ปีแห่งความเป็นเลิศด้านศิลปะการปรุงอาหารไทย ด้วยงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีสุดพิเศษ “Golden Symphony New Year’s Eve Celebration” ค่ำคืนอันเปี่ยมด้วยความสุข เสียงหัว เราะ และรสชาติอันวิจิตรงดงามของอาหารไทยแท้ที่ถ่ายทอดด้วยหัวใจแห่งความเป็นไทย

ภายใต้การกำกับดูแลของ มาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ และ คาร์ล สเต็ปเป้ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบลู เอเลเฟ่นท์ เมนูพิเศษ Golden Symphony” ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของวัฒนธรรมไทยในแต่ละภูมิภาค ถ่ายทอดผ่านเมนูรังสรรค์สุดประณีตที่คัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นระดับพรีเมียม โดยเฉพาะวัตถุดิบที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อยกระดับคุณค่าของผลิตผลไทย และสืบสานแนว ทางตามพระราชดำริของโครงการหลวง

มาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้  กล่าวว่า “สำหรับปีแห่งความทรงจำนี้ เราต้องการรังสรรค์เมนูที่สะท้อนทั้งรากเหง้าและวิวัฒนาการของอาหารไทย ถ่ายทอดเรื่องราวของภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัตถุดิบไทยอันทรงคุณค่า ผสมผสานกับแนวคิดร่วมสมัยอย่างกลมกลืน เพื่อสร้างประ สบการณ์แห่งรสชาติที่ทั้งงดงาม มีความหมาย และเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณของความเป็นไทย”

ค่ำคืนแห่งความหรูหราเริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย Andaman Dream -หอยเชลล์ย่างเนยหอมละมุน เคล้าพริกไทยตรังและกระเทียมเชียง ราย เสิร์ฟคู่โฮมเมดซอสพริกหวาน เกี๊ยวปูม้าสุราษฎร์ธานีเนื้อนุ่ม และ “กุ้งห่มผ้า” กรุบกรอบ เสมือนพาผู้ลิ้มรสล่องสู่ความฝันแห่งอันดามัน ต่อด้วย Starter เมนู Fulham Broadway Favorite – ยำวุ้นเส้นกุ้งล็อบสเตอร์ ยำครบรสพร้อมกุ้งมังกรตัวโต ถ่ายทอดเสน่ห์ของครัวไทยร่วมสมัยอย่างลงตัว French Cancan – ตับห่านฝรั่งเศสเนื้อเนียนละมุน ราดซอสน้ำมะขาม GI เพชรบูรณ์ และน้ำตาลโตนด GI เพชรบุรี เพิ่มมิติรสชาติหวานเปรี้ยวอย่างประณีต และ Aile de Poulet Farcie – ปีกไก่คลองไผ่ยัดไส้ผักและเห็ด เมนูซิกเนเจอร์จากร้านแรกของบลู เอเลเฟ่นท์ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ตามด้วยเมนูซุป Boat Noodle Consommé — ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำใสรสกลมกล่อมสมัยลอนดอน ใช้เนื้อวัว และหางวัวเกรดพรีเมี่ยมจากสกลนคร  ส่วนเมนูจานหลัก ประกอบด้วย Crispy Crab Soufflé — ห่อหมกปูทอด เนื้อปูม้าก้อนจัมโบ้จากสุราษฎร์ธานีและไข่ออร์แกนิกจากชาวเขา ถ่ายทอดความละเมียดละไมของรสชาติไทยอย่างร่วมสมัย  Bangkok Fish — ปลากะพงเนื้อแน่นราดซอสพริกสูตรโฮมเมด สับปะรด GI ภูเก็ต และกระเทียม GI เชียงราย เติมมิติของรสหวาน เปรี้ยว เผ็ดอย่างลงตัว  Beef Cococaban — แกงเขียวหวานเนื้อวากิวไทยคุณภาพจังหวัดสกลนคร เสิร์ฟในลูกมะพร้าวอ่อน สูตรยาวนานกว่า 45 ปี ได้แรงบันดาลใจจากคุณคาร์ล สเต็ปเป้ ผู้ตกหลุมรักมนต์เสน่ห์ของเกาะสมุย ที่ Blue Elephant 1980’s Famous Grilled Spare Ribs — ซี่โครงหมูย่างสูตรลับ หมักด้วยน้ำผึ้งโครงการหลวงนานกว่า 48 ชั่วโมง ก่อนย่างจนหอมกรุ่นนุ่มละลาย เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วอีสานรสเข้มข้น และ Sri Saket Jasmine Rice — ข้าวหอมมะลิศรีสะเกษหุงอย่างพิถีพิถัน เคียงจานหลักอย่างลงตัว ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน Blue Moon Pearl — ขนมไทยรวมรสตำรับดั้งเดิมในสไตล์บลู เอเลเฟ่นท์ จัดเรียงอย่างวิจิตรดุจอัญมณีแห่งค่ำ คืน ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยรสหวานละเมียดละไมและความทรงจำแสนประ ทับใจ

เมนูพิเศษ “Golden Symphony” ฉลองส่งท้ายปี 2568 ราคา 6,800++ บาท (สุทธิ 8,003.60 บาท) ต่อท่าน ในวันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 – 22.00 น. ณ ภัตตาคาร บลู เอเลเฟ่นท์ ทั้ง 3 สาขา – กรุงเทพฯ (สาทร และสุขุมวิท) และภูเก็ต

“ค่ำคืนนี้ไม่เพียงเป็นการต้อนรับศักราชใหม่ แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองมรดกอาหารไทยที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น อาหารไทยคือศิลปะ วัฒนธรรม และหัวใจของความเป็นไทยที่เชื่อมโยงผู้คน เราจึงตั้งใจให้ค่ำคืนนี้เป็นบทบรรเลงแห่งความสุข ที่สะท้อนอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของอาหารไทยอย่างงดงาม” คาร์ล สเต็ปเป้  กล่าวทิ้งท้าย

สำรองที่นั่งได้ที่บลู เอเลเฟ่นท์ กรุงเทพฯ (สาทร) โทร.+66 (0)2 673 9353–8 อีเมล์ cooking.school@blueelephant.com  บลู เอเลเฟ่นท์ ภูเก็ต โทร. +66 (0)76 354 355 อีเมล์ phuket@blueelephant.com และบลู เอเลเฟ่นท์ สุขุมวิท 13 (Blue Elephant Express) โทร. +66 (0)2 258 1879 อีเมล์ sukhumvit@blueelephant.com หรือ เฟซบุ๊คส์: www.blueelephant.com หรือ Line Official: @blueelephantbkk

มาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้

มาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้

‘Thailand Biennale 2025’ เนรมิตภูเก็ตสู่เมืองศิลปะระดับโลก ชวนไขปริศนาแห่ง ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ ผลงาน 65 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก

‘Thailand Biennale 2025’ เนรมิตภูเก็ตสู่เมืองศิลปะระดับโลก ชวนไขปริศนาแห่ง ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ ผลงาน 65 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก

‘Thailand Biennale 2025’ เนรมิตภูเก็ตสู่เมืองศิลปะระดับโลก ชวนไขปริศนาแห่ง ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ ผลงาน 65 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประกาศเปิดม่าน “Thailand Biennale, Phuket 2025” มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ครั้งที่ 4 อย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต พลิกโฉมเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นของโลกให้กลายเป็นหมุดหมายทางศิลปะแห่งใหม่ของเอเชีย (World Class Art Destination) โดยระดมผลงานจากศิลปินชั้นนำกว่า 65 ชีวิต จาก 25 ประเทศทั่วโลก มาจัดแสดงภายใต้แนวคิด “นิรันดร์ [กัลป์]” เพื่อเปลี่ยนเกาะภูเก็ตให้เป็นพื้นที่แห่งศิลปะ การตั้งคำถาม และการเรียนรู้ พร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกตั้ง แต่วันนี้ จนถึง 30 เมษายน 2569

Thailand Biennale: มหกรรมศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ

Thailand Biennale คือ มหกรรมศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นทุกสองปี โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม มีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนวงการศิลปะไทยสู่เวทีโลก สำหรับปี 2025 นี้ จังหวัดภูเก็ตได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่จะเนรมิตภูเก็ตสู่ “เมืองศิลปะระดับโลก” อย่างเต็มรูปแบบ โดยการผนวกศักยภาพของเมืองท่องเที่ยวชั้นนำเข้ากับพลังความคิดสร้าง สรรค์ทางศิลปะ เพื่อสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่และแตกต่าง พร้อมขับเคลื่อนทุนวัฒนธรรมของประเทศให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

ปริศนาแห่งกาลเวลา: ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ (Eternal Kalpa)

ไฮไลต์สำคัญที่ทั่วโลกจับตามอง คือแนวคิดหลักของงาน “นิรันดร์ [กัลป์]” (Eternal  [Kalpa]) ซึ่งแนวคิดนี้มารากจากคติพราหมณ์โบราณ หมายถึงห้วงเวลาอันยาวนานมหาศาล สื่อถึงวัฏจักรของการสร้าง การทำลาย และการกำเนิดใหม่ เปรียบดั่งภาพดวงอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ศิลปะในครั้งนี้จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางชวนผู้ชมตั้งคำถามเรื่อง “การอยู่ร่วมกัน” ท่ามกลางวิกฤตโลก (Polycrisis) ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อนำไปสู่การค้นพบ ‘วิถีแห่งการอยู่รอด’ ครั้งใหม่ ที่เราจะเรียนรู้การเคารพธรรมชาติและแบ่งปันช่วงเวลาให้แก่กันด้วยความเมตตา อันเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขประตูสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยใช้ศิลปะเป็นสื่อสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลกธรรมชาติ ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนภูเก็ตสู่เมืองศิลปะที่เติบโตอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนในอนาคต

Artists & Curators: กว่า 65 ศิลปินชั้นนำระดับโลก

พลิกโฉมภูเก็ตสู่เวทีโลก เพื่อให้สมศักดิ์ศรีของงานศิลปะระดับนานาชาติ Thailand Biennale 2025 ครั้งนี้ได้ระดมทัพศิลปินกว่า 65 คน จาก 25 ประเทศทั่วโลก มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานภายใต้บริบทเดียวกัน โดยมีทีมภัณฑารักษ์นานาชาติ ประกอบด้วย อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินร่วมสมัยดีเด่น เจ้าของรางวัลศิลปาธร สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี 2563, เดวิด เทห์ ผู้มีประสบการณ์ด้านภัณฑารักษ์ในงานเบียนนาเล่ต่าง ๆ ทั้งในยุโรปและเอเชีย, พร้อมด้วย มาริสา พันธรักษ์ราชเดช, และ เฮร่า ชาน ภัณฑารักษ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย มาร่วมกำกับทิศทางการแสดงงานศิลปะอย่างใกล้ชิด ผลงานที่จัดแสดงครอบคลุมศิลปะหลากหลายแขนง ทั้งงานจัดวางขนาดใหญ่ (Installation Art), ประติมากรรม (Sculpture), ศิลปะการแสดง (Performance Art), และสื่อผสม (Mixed Media) ที่ไม่ได้เพียงแค่นำมาวางโชว์ แต่เป็นการเปิดบทสนทนาข้ามวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงเรื่องราวท้องถิ่นเข้ากับประเด็นสากล สะท้อนให้เห็นว่าศิลปะสามารถเป็นภาษาที่ทรงพลังที่สุดในการสื่อสารความรู้สึกของมนุษยชาติ

Phuket as a Host City: จากเมืองท่องเที่ยวสู่เมืองศิลปะระดับโลก

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า “การเลือกปักหมุดที่ “ภูเก็ต” ในปีนี้ มีนัยสำคัญมากกว่าการโปรโมตการท่องเที่ยว เพราะภูเก็ตคือเมืองที่มีเรื่องราวซับซ้อนและงดงาม เป็นพื้นที่แห่ง “การฟื้นคืน” (Resilience) ที่ผ่านบทเรียนทั้งจากภัยธรรมชาติและโรคระบาด ซึ่งสอดคล้องกับแก่นของงานที่พูดถึงวัฏจักรชีวิต ความพิเศษที่สุดคือรูปแบบงานศิลปะที่เป็น Site-specific หรือศิลปะที่ยึดโยงกับพื้นที่จริง โดยกระจายตัวอยู่ใน 20 จุดแลนด์มาร์กสำคัญทั่วเกาะ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสในย่านเมืองเก่า ไปจนถึงหาดทรายขาวและโขดหินริมทะเล ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสงานศิลปะที่ “สนทนา” กับวิถีชีวิตและธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง เปลี่ยนมุมมองการท่องเที่ยวภูเก็ตให้กลายเป็นการสำรวจเมืองในมิติใหม่ที่ไม่เคยมีใครสัมผัสมาก่อน”

สัมผัสปรากฏการณ์ศิลปะระดับโลกที่คุณต้องไม่พลาด!

งานนี้ไม่ใช่เพียงนิทรรศการทั่วไป แต่คุณจะมีโอกาสสัมผัสผลงานมาสเตอร์พีซจาก 65 ศิลปินระดับโลก เป็นประสบการณ์ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” ที่หาไม่ได้จากที่ไหน โดยเทศกาลจะจัดต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 เดือน ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569 เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสำรวจ พร้อมอัดแน่นด้วยกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งเวทีเสวนา เวิร์กช็อป และโปรแกรมการเรียนรู้ตลอดเทศกาล  ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกา ยน 2568 – 30 เมษายน 2569 จัดแสดง 20 จุดทั่วเกาะภูเก็ต (อาทิ ย่านเมืองเก่า, สะพานหิน, เมืองกะทู้, แหลมพรหมเทพ ฯลฯ)

ติดตามรายละเอียดและตารางกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์ https://www.thailandbiennale.org/ หรือทาง Facebook Thailand Biennale และ Instagram thailand_biennale

#EternalKalpa  #ThailandBiennalePhuket2025 #ThailandBiennale


ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วธ.

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วธ.

ผู้ป่วยเปราะบางจะรับมือภาวะอากาศเลวร้ายอย่างไร

ผู้ป่วยเปราะบางจะรับมือภาวะอากาศเลวร้ายอย่างไร

ผู้ป่วยเปราะบางจะรับมือภาวะอากาศเลวร้ายอย่างไร

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ระยะนี้ประเทศไทยมีสภาพอากาศแปรปรวน ในช่วงการเปลี่ยนฤดูฉับพลัน ส่งผลให้อุณหภูมิลดลงรวดเร็ว และมีฝนตกสลับกับอากาศร้อน เมื่อเป็นแบบนี้ คนที่มีความเปราะบางด้านสุขภาพจะรับมืออย่างไรเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง เพราะคนกลุ่มนี้มักมีภูมิต้านทานต่ำ ร่างกายปรับตัวได้ช้ากว่าคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรง

กลุ่มคนสุขภาพเปราะบาง คือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคเบาหวาน เป็นต้น การดูแลกลุ่มคนกลุ่มนี้จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะเมื่อเจ็บป่วยมักจะมีอาการรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนสูง

เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง จะส่งผลต่อโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ จึงเป็นปัญหาที่พบบ่อย เมื่ออากาศเย็นลง หรือชื้นมากขึ้น จะทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจอ่อนแอและติดเชื้อง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยเปราะบาง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ รวมถึงในคนที่มีโรคประจำตัว อย่างโรคภูมิแพ้อากาศ โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง อาการมักรุนแรงกว่าคนทั่วไป และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น โรคปอดอักเสบ หรือ ปอดบวม ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญในกลุ่มเสี่ยง หากมีไข้สูง ไอหนัก มีเสมหะ และหายใจหอบเหนื่อยต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

อีกปัญหาหนึ่งคือ โรคเรื้อรังที่เป็นอยู่แล้วเกิดกำเริบ จนอาการแย่ลง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง โรคปวดข้อเรื้อรัง เช่น เกาต์ โรคข้อรูมาตอยด์ การดูแลกลุ่มผู้ป่วยเปราะบางในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงจึงต้องเน้นการสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย และต้องป้องกันการติดเชื้อเป็นหลัก วันนี้จึงขอเสนอ 4     

แนวทางง่าย ๆ เพื่อป้องกันการเกิดโรค ดังนี้

1. สร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง ต้องแต่งกายที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงสถานที่อากาศเย็นจัด

2. ดูแลโภชนาการและการพักผ่อนที่เหมาะสม ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน โดยเน้นอาหารที่ปรุงสุกใหม่และเป็นอาหารร้อน ดื่มน้ำอุ่นสะอาดอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือต้องพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟู และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

3. เน้นเรื่องสุขอนามัยและสภาพแวดล้อมที่ดี การป้องกันการติดเชื้อทำได้โดยหมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หรือบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก สำหรับผู้สูงอายุ ควรระวังเรื่องผิวแห้งเมื่ออากาศเย็น ไม่ควรอาบน้ำแล้วฟอกสบู่ที่มีความแรงของสารเคมีมาก ๆ และต้องเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัดเกินไป ควรทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง

4. ดูแลโรคประจำตัวอย่างดี ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังจำเป็นต้องรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดยาเอง และควรเตรียมยาประจำตัวให้พร้อม หากมีอาการของโรคประจำตัวกำเริบ หรือคุมไม่ได้ หรือมีอาการผิดปกติที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อรุนแรง เช่น ไข้สูง หายใจหอบเหนื่อย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ท่านที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ควรตรวจสอบยาให้พร้อม สำรองยาประจำตัวให้เพียงพอในช่วงวันหยุดยาว หรือช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน เพราะอาจเดินทางไปโรงพยาบาลได้ลำบาก หากมีอาการหวัด หรือเจ็บป่วยอื่นๆ และต้องการใช้ยาบรรเทาอาการ ควรแจ้งเภสัชกร หรือแพทย์ทราบถึงยาประจำตัวทั้งหมดที่กำลังใช้อยู่ เพราะยาตัวใหม่บางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับยาเดิมได้ ดังนั้นแพทย์และเภสัชกรจะเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วย

ถ้าหากผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางเจ็บป่วย มีไข้สูงเกิน 2 วัน แล้วไข้ไม่ลด แต่มีอาการไอหนัก หรือไอมีเสมหะสีผิดปกติ หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ปวดศีรษะรุนแรง อ่อนเพลียมาก รับประทานอาหาร หรือดื่มไม่ค่อยได้ ต้องไปพบแพทย์โดยเร็ว

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สวยสะกดทุกสายตา! ‘เมษา เพ็ชรคราม’ คว้ามง ‘Miss Trans Thailand 2025’ ส่องประกายพลังแห่งความงาม

สวยสะกดทุกสายตา! 'เมษา เพ็ชรคราม' คว้ามง 'Miss Trans Thailand 2025' ส่องประกายพลังแห่งความงาม

สวยสะกดทุกสายตา! ‘เมษา เพ็ชรคราม’ คว้ามง ‘Miss Trans Thailand 2025’ ส่องประกายพลังแห่งความงาม

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.00 น.

สิ้นสุดการรอคอยอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับการประกวด Miss Trans Thailand 2025 “ICONIC” รอบตัดสิน Final Round & Swimsuit Competition ภายใต้แนวคิด “Be The Inspiration” ความสวยที่มีพลัง เพื่อเปลี่ยนโลก จัดขึ้นเมื่อค่ำคืนวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2568 ณ PHENIX Grand Hall ชั้น 5  นำโดย แพทย์หญิง อัญชลี ชีวจร ผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss Trans Thailand พร้อมด้วย คุณวันชัย เต็มธนทรัพย์, คุณพีระวัฒน์ เวชประสิทธิ์ ผู้อำนวยการกองประกวดฯ และ ครูต้องตา จำเริญใจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองประกวดฯ ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ โดยมี นก ยลดา เกริกก้องสวนยศ และ ซีเกมส์ อาทิตย์ เมฆอากาศ รับหน้าที่พิธีกร

เวทีอันทรงเกียรติสำหรับสาวทรานส์ของประเทศไทยได้กลับมาอย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อเฟ้นหาสาวทรานส์ที่ไม่ได้มีเพียงความงาม แต่ยังเพียบพร้อมด้วยสติปัญญา และพลังในการขับเคลื่อนสังคมอย่างแท้จริง โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนี้ คุณม้า อรนภา กฤษฎี , คุณเล็ก ภัทราวดี มีชูธน , คุณแพรรี่ ไพรวัลย์ , คุณญาอาภา น้าสุนีย์ ผู้อำนวยการ บริษัทออโรร่า เมดิคอล ซัพพลาย จำกัด , คุณหมวย โซฮอท , คุณดุจดิว , คุณดาว ลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทมาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) , คุณวิชัย สีหาพรหม Brand Designer เครื่องสำอาง CHAT Cosmetic , คุณธานารัตน์ ขำดี ผู้บริหารอาวุโสฝ่ายขยายงานนครหลวง บมจ.ไทยประกันชีวิต , คุณสนิท คุณาพร CEO บริษัทอัลฟ่าเฮลท์แอนท์บิวตี้ไทยแลนด์ จำกัด , แพทย์หญิง ภัทร์วิรา ภัทรเจียรพันธุ์ , หม่อมหลวงภัทรสุดา กิติยากร , อาจารย์ฟูก ภูวษา พรธรรมฉัตร , คุณหนุ่ม นันท์นภัทร เจิมจุติธรรม ฯ ท่ามกลางบรรยากาศสุดตระการตาที่เต็มไปด้วยทัพดารานักแสดง, Influencer, และนางงามชื่อดังที่มาร่วมเป็นสักขีพยานอย่างคับคั่ง อาทิ แฮ็ค รุ่งเรือง , เงาะ กชกร , เอ๋ อัจฉรา , เดย์ ฟรีแมน ,ไก่ นุชจรีย์ , เมญ่า ซันซัน , กะทิยา มิสขี้เมา ,นิลุย (ผจก แพรวพราวแสงทอง) ,พรฟ้า ปุณณิกา ,น้ำเหนือ วารี Miss Earth Fire2025 , หนูสิ สิริรัตน์ เรืองศรี ,น็อต แม๊กซิม ,ชายแฮ็คส์ ดร.วโรดม ศิริสุข ฯ

การแข่งขันดำเนินไปอย่างเข้มข้น เริ่มตั้งแต่ Opening Show สุดอลังการ ตามด้วยการประชันความสง่างามใน รอบ Evening Gown และความมั่นใจใน รอบ Swimsuit Competition ก่อนจะประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 10 คน และ 5 คนสุดท้าย จากนั้นก็เป็นการอำลาตำแหน่งของ Miss Trans Thailand 2024 สร้างความประทับใจ ก่อนที่ 5 สาวงามจะได้เดิน Final Walk ร่วมกับศิลปินระดับตำนานอย่าง เจินเจิน บุญสูงเนิน

วินาทีที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อผลการตัดสินปรากฏว่า เมษา เพ็ชรคราม ผู้เข้าประกวด มิสทรานส์ ระนอง สามารถคว้ามงกุฎ Miss Trans Thailand 2025 “ICONIC” ไปครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี ด้วยความงามที่โดดเด่น ไหวพริบ และวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นในการเป็นแรงบันดาลใจและเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ การสร้างแรงบันดาลใจ และการยอมรับความหลากหลาย เพื่อผลักดันให้สังคมเปิดกว้างและเข้าใจกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) มากยิ่งขึ้น

รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นลินนิภา เชื้อประทุม มิสทรานส์ กาฬสินธุ์

รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ พีรญา พงษ์อิศรานุพร มิสทรานส์ สมุทรสาคร

รองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ อภิรดา มาตย์วิเศษ มิสทรานส์ อ่างทอง

รองชนะเลิศอันดับ 4 ได้แก่ คีรตา วงศ์โสภาพรรณ มิสทรานส์ หนองคาย

การประกวด Miss Trans Thailand 2025 “ICONIC” ถือเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพและความสามารถของสาวทรานส์ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมอย่างแท้จริง และเป็นหมุดหมายสำคัญที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วประเทศ

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง FB Miss Trans Thailand: https://www.facebook.com/share/1CUfJv8Eh5/ และ Tiktok Misstransthailand.official https://www.tiktok.com/@misstransthailandoffi?_r=1&_t=ZS-91kMLTRcnk8

#MissTransThailand2025 #MTT2025 #ICONIC #BeTheInspiration #ความสวยที่มีพลังเพื่อเปลี่ยนโลก #สาวทรานส์ #LGBTQIA #PrideThailand #กองประกวดMTT #เมษาคว้ามง #RoadtoMTT2025 #เมษาเพ็ชรคราม

‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’ มันสะเทือนเวที กับเพลงลูกทุ่งอินดี้ร้อยล้านวิว ‘สวยขยี้ใจ’

'ดวลเพลงดัง พลังมัธยม' มันสะเทือนเวที กับเพลงลูกทุ่งอินดี้ร้อยล้านวิว 'สวยขยี้ใจ'

‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’ มันสะเทือนเวที กับเพลงลูกทุ่งอินดี้ร้อยล้านวิว ‘สวยขยี้ใจ’

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.01 น.

โดนเส้นสุด ๆ  “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม” เอาใจสายโจ๊ะส่ง 3 หนุ่มน้อยอวดสเต็ปสุดกวนในเพลง “สวยขยี้ใจ” ของ “บ่าวบุ๊ค x ทิดแอม x คำมอส” วันพุธที่ 17 ธันวาคมนี้ เจอกันมันแน่วอร์มเอวเต้นสะบัด ดวลเพลงดัง พลังมัธยม สัปดาห์นี้แจกโจทย์วัดความกวน นำทีมโดย 2 พิธีกรคู่หู โหน-ธนากร ศรีบรรจง และอ้น-อัครวัฒน์ จุมพลวิวัฒน์ ที่แท็กทีม 3 กรรมการอารมณ์ดี ไอซ์-ศรัณยู, เปาวลี พรพิมล และลูลู่-ดวงฤดี มาเฟ้นหาแชมป์ประจำสัปดาห์สายเอนเตอร์เทน ร้อง เต้น ลีลาเยี่ยม แถมงานนี้ยังเตรียมเทคนิคมาติวเข้มให้กับน้อง ๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ฉบับมืออาชีพแบบไม่มีกั๊ก แต่ก่อนจะเข้าสู่การแข่งขัน มีการแสดงของน้อง ๆ โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มาอุ่นเครื่องก่อนดวลเพลงกัน

ดูโชว์จัดเต็มกันไปแล้ว ถึงคิวของ 3 สาวหนุ่มน้อยจอมทะเล้น น้องโดโด้, น้องฮาเล่ย์ และน้องอิ้ง มาดวลความสามารถทั้งร้อง ทั้งเต้น อวดสกิลแบบไม่มีใครยอมใครกับเพลง สวยขยี้ใจ ของ 3 หนุ่มลูกทุ่งอินดี้ บ่าวบุ๊ค x ทิดแอม x คำมอส บอกเลยว่าไม่ง่าย เพราะเพลงนี้ต้องแบ่งท่อนร้องกันถึง 3 คน แต่น้อง ๆ ต้องฉายเดี่ยวทั้งเพลง แถมมีท่อนโน้ตประหารสุดท้าทายให้ดวลกันอีกด้วย ต้องมาเอาใจช่วยว่าใครจะทำผลงานได้ดี และน่าสนใจที่สุด ลุ้นไปพร้อมกันวันพุธนี้

ติดตามความสนุก และร่วมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขันได้ในรายการ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม วันพุธที่ 17 ธันวาคมนี้ เวลาใหม่ 13.30 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment 

และสามารถชมความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ :  www.ch7.com

‘อั้ม พัชราภา’- ‘เลโก้-ตุ้ย LYKN’เดินแฟชั่นโชว์ยีนส์ไทย SARAN (ศรัณ)

'อั้ม พัชราภา'- 'เลโก้-ตุ้ย LYKN'เดินแฟชั่นโชว์ยีนส์ไทย SARAN (ศรัณ)

‘อั้ม พัชราภา’- ‘เลโก้-ตุ้ย LYKN’เดินแฟชั่นโชว์ยีนส์ไทย SARAN (ศรัณ)

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.28 น.

SARAN (ศรัณ) แบรนด์กางเกงยีนส์สัญชาติไทยที่รู้จักกันในนาม “ยีนส์พี่หมวย” ผู้บุกเบิกการขายออนไลน์มานานกว่า 11 ปี จัดงาน Grand Opening สุดยิ่งใหญ่ ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 เพื่อประกาศการวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังประสบความสำเร็จด้วยยอดขายทะลุ 1 ล้านตัว ภายในปี 2024 ปีเดียว และเพิ่งคว้ารางวัล Tiktok Summit 2024 Top Sellers จาก TikTok ประเทศไทย

งานนี้ คุณหมวย-ศรัณรัศศ์ ศักดาพิสิฐกุล ผู้ก่อตั้งแบรนด์ SARAN สร้างปรากฏการณ์ห้างแตก ด้วยการดึงตัว “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ” นักแสดงหญิงเบอร์หนึ่งของประเทศไทย มาถ่ายทอดความแฟชั่นในลุคยีนส์ทรง Baggy Jeans เนื้อนุ่ม ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเผยหุ่นให้ดูสูงเพรียวขายาว พร้อมดีเทลต่อผ้าด้านข้างและแต่งหมุดที่ขอบเอวเพิ่มความเก๋ มีเนื้อผ้าที่นุ่มสบายและทรงที่ตัดเย็บมาอย่างพิถีพิถัน อั้มคอนเฟิร์มเลยว่ายีนส์รุ่นนี้ของ SARAN ใส่แล้วหุ่นดีขึ้นจริง และสามารถใส่ได้ในทุกโอกาส

สองหนุ่มสุดฮอต “เลโก้-ตุ้ย” วง LYKN ตัวแทนบอยแบนด์แห่งวงการ T-POP ก็มาเพิ่มดีกรีความร้อนแรง ด้วยการร่วมเดินแฟชั่นโชว์และโชว์มินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยเลโก้มาสไตล์ที่เป็นตัวเอง คอมพลีทลุคด้วยกางเกงยีนส์สีฟอกสามส่วนตัดด้วยเสื้อสีดำปาดไหล่ ส่วนตุ้ยมาในลุคแจ็คเกตและกางเกงยีนส์เอวต่ำฟอกสีเข้ม Dark Blue ซึ่งเป็นรุ่น Unisex โดดเด่นด้วยทรงที่เป็นเอกลักษณ์ สามารถใส่เข้าชุดกันหรือจะแยกชิ้น Mix & Match ก็ลงตัว

คุณหมวย-ศรัณรัศศ์ ศักดาพิสิฐกุล ผู้ก่อตั้งแบรนด์ SARAN กล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า “การจัดงาน Grand Opening ครั้งนี้ เป็นการประกาศอย่างเป็นทางการว่า SARAN คือแบรนด์ห้างแล้วนะ แม้จะเข้ามาขายในห้างได้เพียง 7 เดือน แต่ยอดขายก็เติบโตอย่างรวดเร็วมาก ปัจจุบัน SARAN มียีนส์เกือบ 100 รุ่น ที่สามารถเข้ากับทุกสัดส่วนและสวมใส่สบายเหมาะกับทุกสภาพอากาศ ซึ่งการได้รับความไว้วางใจจากคุณอั้มและน้อง ๆ LYKN มาร่วมพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์การใส่ยีนส์ในวันนี้ เป็นการตอกย้ำว่ายีนส์ SARAN เป็นแฟชั่นที่มีบทบาทกับทุกคนและทุกเจเนอเรชันจริง ๆ”

คุณหมวยยังเปิดเผยถึงแผนการเติบโตของแบรนด์ว่า ปัจจุบันยีนส์แบรนด์ SARAN มีจำหน่ายหน้าร้านแล้วกว่า 100 จุดขาย ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ Central, Robinson, Themall, Market Village ทั่วประเทศ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ครบวงจร เช่น Tiktok, Shopee, Facebook, IG, LINE, LAZADA, LEMON8, YOUTUBE และยังขยายไปถึงไต้หวันด้วย อีกทั้งมีแผนการขยายไลน์สินค้าไปยังกลุ่มเสื้อผ้า (เสื้อ) ทั้งของผู้ชายและผู้หญิง รวมถึงยีนส์คอลเลกชันใหม่สำหรับผู้ชายในปี 2025 เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ครบทุกมิติ และมีแพลนขยายไปยังต่างประเทศเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเหล่าเซเลบริตี้ ดารา และอินฟลูเอนเซอร์อีกกว่า 30 ชีวิตร่วมเดินแฟชั่นโชว์อย่างคับคั่ง อาทิ กาย กันตเมศฐ์, บอส วสุพล, วิน วิษณุ, ไม้เอก ฐิรวัฒน์, อะตอม รวินันท์, อะตอม อัศษวัชร์, เชน ธณัชพงศ์, ณฉัตร วัลเณซ่า, กิ๊ฟ สิรินาถ, ชมพู อาทิตยา, มะลิ โคทส์, พลอย พีรชาดา, เคท ศศิศรัณย์ และ ตังเม เมธาวี

#GRANDOPENING_SARANJEANS

#SARANJEANS

#CDSSaranJeansXLegoTui