‘เอมมี่ กมลรัตน์’ อดีตดาราสาว เจอดราม่าสนั่นโซเชียล ส่งพัสดุสกินแคร์ แต่ดันมีป๊อปคอร์น

'เอมมี่ กมลรัตน์' อดีตดาราสาว เจอดราม่าสนั่นโซเชียล ส่งพัสดุสกินแคร์ แต่ดันมีป๊อปคอร์น

‘เอมมี่ กมลรัตน์’ อดีตดาราสาว เจอดราม่าสนั่นโซเชียล ส่งพัสดุสกินแคร์ แต่ดันมีป๊อปคอร์น

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.22 น.

ทำเอาปวดเฮด กันเลยทีเดียวเมื่อ อดีตดาราสาว “เอมมี่ กมลรัตน์” อดีตนักแสดง ที่เคยโด่งดัง ในยุค90 กับผลงานหนังสั้นเรื่อง EXpatZ กำกับโดย Jimmie Wing  เมื่อปี 2013 กวาดรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์ มาแล้วทั่วโลก หลังผันตัวเองเข้าสู่เส้นทาง นักปฏิวัติสวนพืชผักพื้นบ้าน บุกเบิก พืช มหัศจรรย์ อย่าง “มะรุม” จนเป็นที่กล่าวขาน  กับธุรกิจด้านสกินแคร์ ธรรมชาติแบบ100% อย่าง “น้ำมันมะรุมสกัดเย็นผสมทองคำ” ที่กวาดรางวัลมานับไม่ถ้วน แต่กลับต้องมาเจอดราม่า กับบรรจุภัณฑ์ กันกระแทก ที่แสนจะอนุรักษ์ธรรมชาติ

“เอาจริงๆ “เอมมี่” เป็นคนให้ความสำคัญในทุกๆ ลายละเอียด ทุกๆ ผลิตภัณฑ์ ของ Panya Natural ของ “เอมี่”  คอนเซ็ปต์ของเรา ชัดเจน “เรามาจากธรรมชาติ เราให้ธรรมชาติดูแล เราก็ควรรักษาธรรมชาติ ให้ได้มากที่สุด เท่ามนุษย์อย่างเรา..ควรทำ..”  กับ ดราม่าที่เกิดขึ้น “เอมี่” ต้องอธิบายอย่างงี้ ว่า ปัญหาการใช้ป๊อปคอร์น กันกระแทกสินค้าในการขนส่ง หลายท่านกังวน ปัญหา มดขึ้นมาเกาะกินป๊อปคอร์น ที่ส่งมาพร้อมกับสินค้า สร้างความน่ารำคาญใจ นั่นเป็นข้อเสีย เพียงข้อเดียว ที่ป๊อปคอร์น กันกระแทกมี  ปัญหานี้จะหมดไป ถ้าขนส่ง..ส่งสินค้าได้ตรงเวลา.. และไม่ต้องห่วงว่า ป๊อปคอร์น จะมีน้ำมันน้ำหวาน ใดๆ ตัดไปได้เลย เพราะเราไม่ได้ทำเพื่อรับประทาน แน่นอนมดอาจจะชอบมาก เพราะเป็นแหล่งพลังงานชั้นดี ด้วยกลิ่นหอม ของป๊อปคอร์นที่คั่วใหม่ จะดึงดูดมดจากระยะไกลได้ และด้วยสภาพอากาศ และความชื้น ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้มดอยากเข้ามาอยู่อาศัย ซึ่งปัญหาเหล่าจะหมดไปแค่เพียง เพียงเขย่า ๆ เบาๆ เพื่อให้มดหนีออกจากป๊อปคอร์น..เท่านั้น

แต่เชื่อเถอะว่า ข้อดี มีมากกว่านั้นเยอะ การที่เราใช้ บรรจุภัณฑ์ กันกระแทกแบบนี้ จริงๆ แล้ว เราทดสอบ วัสดุธรรมชาติ หลายอย่าง ที่ดูเข้าท่าที่สุดก็จะมีก็แต่ เจ้าป๊อปคอร์น  นี่แหละ มันมีศักยภาพทางด้าน กันกระแทกได้ เป็นอย่างดี อีกทั้งมันยัง ย่อยสลายได้ง่าย และที่สำคัญ เราทำป๊อปคอร์น เอง สดใหม่ ทุกวัน..สะอาดแน่นอน  แต่..! ( ไม่แนะนำ..ให้นำไปรับประทาน นะ )

 นโยบายของ Panya Natural เราเป็นมิตรกับธรรมชาติ เราต้องการ ลดวัสดุที่ย่อยสลายยาก ให้น้อยที่สุด เพราะ เมื่อมันเสื่อสภาพ มันจะกลายเป็นมลพิษต่อโลก ตัว “เอมมี่” เอง มีบ้านพักอยู่ที่ “หัวหิน” หลายครั้งที่เราเห็นขยะลอยมาติดชายหาด เห็นแล้วเศร้าใจ ขยะเหล่านี้ มันจะอยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน จะนั่งฝากความหวังไว้กับภาครัฐ ช่วยจัดการขยะ อย่างเดียว คงไม่ได้ เราเองก็ควรจะช่วยกัน คนไม้คนละมือ จะดีกว่าไหม ถึงแม้ ตัว “เอมี่” กับ บริษัท Panya Natural ของ“เอมมี่” จะเป็นเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆในสังคม แต่เราก็จะพยายาม อย่างที่สุด เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ให้ใครๆ อีกมากในสังคมนี้” “เอมมี่”กล่าว

รวยเพราะอะไร? ‘หมอสุนิล’ เปิดใจทุกคำถาม หลังโดนลือเป็น ‘มาเฟีย’ เผยลูกสาวเตรียมลงประกวดมิสยูนิเวิร์สฯ

รวยเพราะอะไร? 'หมอสุนิล' เปิดใจทุกคำถาม หลังโดนลือเป็น 'มาเฟีย' เผยลูกสาวเตรียมลงประกวดมิสยูนิเวิร์สฯ

รวยเพราะอะไร? ‘หมอสุนิล’ เปิดใจทุกคำถาม หลังโดนลือเป็น ‘มาเฟีย’ เผยลูกสาวเตรียมลงประกวดมิสยูนิเวิร์สฯ

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.09 น.

เรียกได้ว่ารายการวันนี้ บูสบูสเอนเนอร์จี้กันตั้งแต่วินาทีแรก พอ “คุยแซ่บโชว์” ทางช่องวัน 31 ได้ต้อนรับครอบครัวสุดโซคิ้วท์ “หมอสุนิล“ ทันตแพทย์ดาว TikTok ควงคู่มาพร้อมกับลูกๆ ทั้งลูกชาย ”เฆวินทร์“ และลูกสาว ”แคธี่“ ที่หลายคนสงสัยว่ารวยอยู่แล้ว แต่ ทำไมยังมาไลฟ์ขายของผ่านโซเชียล รวมไปถึงเรื่องราวที่ทุกคนตั้งคำถามว่า “หมอสุนิล รวยมาจากอะไร?” พร้อมกับ ข่าวลือว่าเป็น “มาเฟีย” จริงไหม? รับรองงานนี้ไม่มียมตลอดทั้งรายการ บูสบูส กันตลอดเวลา

รวยอยู่แล้วแต่ทำไมต้องมาไลฟ์ขายของ?

หมอสุนิล : เมื่อสี่ปีที่แล้ว ทาง Netflix เค้าติดต่อมา ว่าเค้าอยากจะทำสไตล์ของครอบครัวเรา ตอนนั้นเด็กๆ อยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ มันก็เลยทำไม่ได้ แล้วพอพวกเขากลับมา เฆวินทร์ก็มาเสนอผมว่าอยากจะทำแบบไลฟ์โชว์ 

เฆวินทร์ : คือเหตุการณ์วันนั้น เรากลับมาบ้าน ก็คุยกับปะป๋า ว่าเราต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าพี่เจนนี่เป็นคนเก่งมาก ผมก็เอฟของพี่เขาทุกวันเลย ก็เลยบอกปะป๊าว่าเราลองมาทำแนวนี้ดูใหม่ 

เคธี่ : แล้วเคธี่ก็เดินเข้ามาพอดี เราไม่อยากใช้เงินปะป๊า เราก็เลยรู้สึกว่า อยากจะสร้างอะไรของตัวเองขึ้นมา เราก็คืนบัตรเครดิตให้ปะป๋า หาเงินด้วยตัวเอง เราก็เริ่มจัดการไลฟ์ มันไม่ได้ไลฟ์แบบทั่วไป แต่เป็นการไลฟ์แบบเรียลลิตี้โชว์ ทั้งสนุกสนาน แล้วก็ขายของไปด้วย 

หมอสุนิล : บริษัทที่มาจ้างเรา เราตกลงกับลูกลูกว่าห้ามคิดแพง เราต้องช่วยพี่น้องประชาชน คนที่เขาไม่สามารถเอาสินค้าเข้าไปวางในห้างได้ ซึ่งถ้าลูกโอเคกับตรงนี้ ปะป๊าลุยด้วย

เฆวินทร์ : พอปะป๊าพูดแบบนี้ เพราะในราคาที่เราตั้งไว้ ซึ่งแค่ภาพที่มันออกไป เค้าก็คุ้มแล้ว 

และก่อนไลฟ์ เรามีไปปรึกษาพี่เจนนี่ไหม?

เคธี่ : คือเราสองพี่น้องชอบดูพี่เจนนี่มาก คือเราเข้าใจว่าพี่เค้าเจออะไรมาเยอะมาก แต่พี่เขาก็มีความตั้งใจในการที่จะไลฟ์ขายของ เค้าก็สู้ต่อ และจริงๆ เคธี่กับเฆวินทร์ เราได้จองไว้กับพี่เจนนี่ ว่าเราจะไปไลฟ์ด้วย แต่ด้วยและทั้งหมดทั้งปวง พี่เจนนี่ก็มาเป็นลูกค้าคนแรกของเคธี่ ซึ่งตอนนั้นเราตื่นเต้นมาก เราได้เจอพี่เจนนี่จริงๆ ซึ่งพี่เค้าก็สอนเทคนิควิธีการขาย เค้าได้สอนว่าการเริ่มไลฟ์ขายของ เราต้องเป็นตัวของตัวเอง คือเขาเป็นไอดอลของ ซึ่งเราก็ต้องทำให้มันเต็มที่ แล้วหลังจากวันนั้นชีวิตเราก็เปลี่ยนไปเลย

หมอสุนิล : เราเป็นคนดีไซน์ฉากข้างหลังเอง   

ก่อนหน้านี้เราเป็นคุณหนูเคธี่ และเราได้ไลฟ์ขายสร้อยเพชรในราคาเท่าไหร่?

เคธี่ : 200,000 กว่าบาท คือเราลดราคาแบบโซคิ้วท์

หมอสุนิล : มันเป็นสินค้าที่แพงที่สุด ที่ขายใน TikTok ทั้งเมืองไทยและเมืองจีนก็สะดุ้งเลย

เคธี่ : ตอนนั้นที่เราขาย แล้วพอมันขายออกไป มันเป็นฟิวลิ่งที่ช็อคมาก ไม่นึกว่าจะมีคนซื้อ และปัญหาที่เราเจอหลายคนกดตะกร้า แต่ไม่ยอมกดชำระเงิน แต่วินาทีนั้นเค้ากดตะกร้าแล้ว แล้วเค้าก็กดชำระเงิน ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นตกใจมาก เพราะเทคนิคของเรา คือจะขายความเรียล ขายความเป็นตัวเอง 

หมอสุนิล : สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมบอกกับลูกๆ สินค้าที่เราจะเอามาขาย เราต้องคัด ต้องเป็นของดี ราคาโซคิ้วท์ ราคาจับต้องได้

เคธี่ : ซึ่งพอเค้ากดชำระเงินแล้ว คนที่ไปส่งก็คือปะป๋า

หมอสุนิล : คือปลายทางคืออพาร์ตเมนต์ เราก็คิดว่าคงเป็นอพาร์ตเม้นต์ที่เรารู้จัก แต่คนที่ซื้อคือไฮโซกี้ ผมว่าบ้านผมสวยแล้ว บ้านเค้าสวยกว่าผม 100 เท่า เวอร์ซาเช่ทั้งหลัง เป็นคนน่ารักมาก และหลังจากสร้อยเส้นนี้แล้ว มันกำลังจะมีอีกหนึ่งปรากฏการณ์ มันคือแปรงสีฟันที่แพงที่สุดในโลก 

และอีกหนึ่งสิ่ง  ที่หลายคนพูดถึงคือการกินมาม่ายังไงให้ดูแพงที่สุด?

เคธี่ : พี่หนูกินมาม่าผัดมาจะครบหนึ่งเดือนแล้ว

หมอสุนิล : คือมันมีสตอรี่แบบนี้ ย้อนกลับไปตอนผมเปิดคลินิกใหม่ๆ แล้วตอนนั้นภรรยาต้องเข้ามาช่วยที่คลินิก และเด็กๆ ก็ต้องมาอยู่ที่คลินิก วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะหาอะไรเค้ากิน ก็คือการผัดมาม่า 

เฆวินทร์ : คือตั้งแต่จำความได้ มันเป็นเมนูที่มาม๊าชอบผัดให้กิน 

หมอสุนิล : คือมาดามเค้าต้องการสอนให้ลูกเค้าเป็นคนติดดิน กินยังไงก็ได้ขอให้ท้องอิ่ม การกินข้าวไม่จำเป็นต้องกินระดับแพง 

เคธี่ : ซึ่งมันคือความทรงจำของเราสองพี่น้องตั้งแต่เด็ก เรากินมาตั้งแต่เด็ก มันเป็นของที่เราชินมาตั้งแต่เด็ก

และย้อนกลับ  กว่าจะมีวันนี้ได้ ชีวิตคุณหมอมันก็ไม่ได้ง่าย?

หมอสุนิล : มันไม่ได้ง่าย พอผมจบมหาลัยฯ ก็นั่งรถทัวร์มากรุงเทพฯ พอมาถึงหมอชิต แล้วก็มองดูสิ่งรอบข้าง พูดกับตัวเองว่า สักวันนึงผมจะเป็นคนที่ทุกคนรู้จัก มากที่สุดในกรุงเทพฯ แล้ววันนี้ฝันก็เป็นจริง ผมก็เริ่มจาก โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท และโรงพยาบาลเพชรเวช ผมใช้เวลาหกเดือน ก็ไต่เต้าขึ้นมาเป็นหัวหน้าแผนก รายได้ผมก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ 

ส่วนมาก เห็นแต่ทำคอนเทนท์ จริงๆเราเป็นคุณหมอจริงไหม?

หมอสุนิล : ผมเป็นหมอจริงครับ ผมทำงานวันนึง 20 ชั่วโมง ผมจะเก่งในเรื่องการครอบฟันเซรามิก ซึ่งไม่ได้มีคนไข้เฉพาะในกรุงเทพฯ มีทั้งทั่วประเทศไทยและทั่วโลก บินมาที่คลินิก ซึ่งเรามีหมอทั้งหมด 25 ท่าน เราให้บริการแบบครบวงจร เรามีโรงแรมเล็กๆให้เค้าพัก มีรถรับส่งตลอด มีบริการตลอด จนเค้าทำเสร็จ 

และอีกอย่างหนึ่ง  คุณหมอเป็นคนไทยหรือคนอินเดีย?

หมอสุนิล : ผมเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นคนเจียงฮาย แล้วก็มาปักหลักอยู่กรุงเทพฯ พ่อแม่เป็นคนอินเดีย แต่ผมเป็นคนไทยที่มีเชื้อสายอินเดีย แต่ผมเกิดที่ประเทศไทย 

และเรารวยจากการเป็นหมอฟันจริงๆใช่มั้ย ?

หมอสุนิล : อย่าพูดว่ารวย อยากให้เรียกว่าเป็นคนที่มีฐานะ สบายสบาย เพราะว่าคำว่ารวยมันคือไม่มีที่สิ้นสุด มีอยู่กิน มีใช้ดี แม้บ้านที่อยู่ อาจจะดูใหญ่ แต่จริงๆมันเล็ก แต่มันเป็นการดีไซน์ เพราะเราได้หน้ากว้าง มันเลยดูอลังการ แต่ความจริงพื้นที่ใช้สอยไม่ได้เยอะมาก เพราะหลังจากเป็นหมอแล้ว ใช้เวลากว่า 15 ปีถึงจะเปิดคลินิกตัวเองได้ ผมก็คุยกับภรรยาว่าผมอยากเปิดคลินิก แต่ไปเปิดที่ห้องแถวก็ไม่มีเงิน เราก็เริ่มเปิดจากที่เราอยู่ พอเปิดเสร็จก็ไม่มีเงินไปซื้อเครื่องมือ ซึ่งเราก็ใช้คอนเน็คชั่นส์ที่เราเป็นหัวหน้าแผนก เราก็เลยโทรไป เค้าก็ใจดี เค้าก็บอกว่าคุณหมอจะเอาอะไร เอาไปก่อนแล้วค่อยมาจ่ายเงิน ผมใช้เวลา 15 วัน เอาเงินไปชำระเขาคืน

อะไรที่มันจะทำให้เรากระตือรือร้นที่จะประสบความสำเร็จ?

หมอสุนิล : คือตอนนั้นคุณพ่อเสีย ผมอายุแปดขวบ ผมก็ตกใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะคุณพ่อเราเป็นคนที่มีฐานะ มีโรงแรม มีตลาด มีที่ดิน แต่ญาติทุกคนแย่งเอาไปหมด ผมเป็นคนไม่ได้อะไรเลย เราก็เลยต้องไปอยู่กับบ้านคุณอาที่เชียงใหม่ ท่านก็บอกว่าให้เราไปเป็นหมอ เค้าบอกว่าถ้าเราจะสบายเราต้องเป็นหมอ มันก็ฝังอยู่ในหัวเรา เราก็ตั้งใจเรียน เราไม่ได้เป็นคนเก่ง แต่เราเป็นคนขยัน และที่เราเลือกเป็นหมอฟัน เพราะว่าพอจบงานแล้ว เราสามารถไปปาร์ตี้ได้ มันไม่ต้องเข้าเวร 

แล้วตอนแรกอยากให้ลูกทั้งสองเป็นหมอ ?

หมอสุนิล : ตอนแรกที่เฆวินทร์ เดินมาบอกเราว่าไม่อยากเรียนหมอ ผมก็เศร้าใจ ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง อีน้องก็เดินมาบอกว่าไม่อยากเรียน 

เคธี่ : ตอนแรกที่เรียนก็คือเรียนสายวิทย์ แต่เป็นคนไม่ชอบวิทยาศาสตร์ มันไม่ใช่สิ่งที่เราชอบ เรียนพิเศษแค่ไหนมันก็ไม่เข้าใจ แต่ปะป๊าก็กรอกหูทุกวันว่าจะต้องเป็นหมอฟัน แล้ววันนั้นที่เฆวินทร์ ไปบอกปะป๊าว่าไม่อยากเป็นหมอ เราก็ปรี่เข้าไปทันที มันถึงเวลาแล้วที่เราต้องบอก

หมอสุนิล : วันนั้นเราช็อคมาก จนเราขับรถออกไปจากบ้าน และสิ่งที่ผมพลาดที่สุดในชีวิตมีอยู่เรื่องเดียว เรื่องที่ผมไม่ฟังลูก แล้วเด็กสมัยนี้ไอเดียของเขามันไปไกลกว่าเรามาก คือลูกชายเราอยากทำเพลง แต่เราก็บอกว่าจะต้องเป็นหมอฟัน 

เฆวินทร์ : คือตอนนั้นผมอยากไปเรียนได้บัญชี ส่วนเคธี่ เค้าอยากไปทำการตลาด

และมีข่าวว่าเราเป็นมาเฟีย ?

หมอสุนิล : คือเรื่องจริงมันเป็นอย่างนี้ ผมไปงานแต่งงานเพื่อนที่อินเดีย ที่บ้านพี่สาวของมาดาม ผมไม่คิดว่าแกเป็นน้องสาว คิดว่าเป็นแขกในงาน ผมก็ปิ๊งเลย ผมก็เลยบอกว่าผมอยากกินกาแฟ เค้าก็พาผมไปกิน พอคุยกันเสร็จปุ๊บ ผมก็ขอเค้าแต่งงานเลย ตอนนั้นเค้าอายุ 17 ซึ่งเค้ายังไม่จบมหาลัย เค้าก็ถามว่าผมรอได้ไหมอีกสามปี ผมรอเค้าทั้งหมดสามปี สองเดือน 11 วัน แต่ละระหว่างนั้นเราก็โทรศัพท์หากัน แต่พ่อแม่เค้าไม่ชอบ และเค้าก็มีลูกเขยคนโต ที่คอยกีดกันผม แล้ววันที่ผมไปสู่ขอ แล้วพ่อตาผม ก็ถอดรองเท้าตบหน้าผม ไล่ผมออกจากบ้าน แล้วผมก็บอกไปว่าวันนึงผมจะมาซื้อบ้านเขา แล้วผมก็กลับมาที่เมืองไทย ซึ่งในเมืองไทยเราจะมีลูกค้าทุกระดับ เราก็เลยถามว่าค่าอุ้ม ราคาเท่าไหร่ เค้าก็บอกว่าราคา 340,000 บาท ก็เลยจัดไป แต่ผมไปเหยียบอินเดียแล้วนะ เค้าก็เลยพามาที่เมืองไทย แล้วหลังจากนั้นเราก็แต่งงานกันเลย แล้วเราก็โทรกลับไปอินเดีย บอกว่าพวกมึงระวังไว้ ถ้าวันไหนมาเมืองไทย กูจะจัดการพวกมึง และสามสี่เดือน มาดามก็ท้อง ทางอินเดียก็เลยบอกว่าให้จบๆ กันไปแล้วกัน เค้าก็บอกว่าให้กลับมาจัดพิธีที่อินเดีย เพราะว่าเค้าก็เป็นคนรวยมาก เค้ามองว่าหมอฟัน เป็นอาชีพที่กระจอกที่อินเดีย ซึ่งเราก็ไม่คิดว่าเราจะดังได้ขนาดนี้ แต่เราก็ได้ดวงของภรรยามาเสริม แล้วมันจะมีวันนึงที่ทำให้ชีวิตคู่เราตกต่ำที่สุดในชีวิต แล้วเราต้องไปกู้เงินเพื่อที่จะไปจ่ายค่าอุ้ม คนที่ให้กู้ เค้าก็มาถล่มบ้านผม และภรรยาผมก็บอกว่าเค้าจะทำให้ผมดังที่สุดในโลก ซึ่งวันนั้นที่เขาพูด มันก็คือวันนี้แหละที่เขารอคอย 

ตอนนี้ทั้ง เฆวินทร์-เคธี่ มีแฟนแล้วหรือยัง?

เฆวินทร์ : คือตอนนี้ไม่มีเวลา ไม่มีเวลาให้ใคร สเปคผมคือเปิดกว้าง ขอคนที่เอาใจใส่

เคธี่ : เราก็ไม่มีเหมือนกัน อยากจะโฟกัสการขายของ การทำงานก่อน เราอยากจะทำสิ่งนี้ให้สำเร็จแล้วค่อยว่ากัน

หมอสุนิล : คือถ้าถามผม คือถ้าเขามีแฟน ผมผมขอให้เขาเป็นคนดีของครูบาอาจารย์ อันดับสองเป็นคนดีของพ่อแม่ อันดับที่สามเป็นคนดีของสังคม ไม่ดูฐานะ ไม่ดูเชื้อชาติ

ล่าสุดได้ข่าวว่า  เคธี่ จะลงประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์?

เคธี่ : ก็คือปีหน้าเราอยากลงประกวด โรดทูมิสยูนิเวิร์สฯ 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

Sanctuary Gallery จับมือ Mensho Tokyo Bangkok ร่วมรังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

Sanctuary Gallery จับมือ Mensho Tokyo Bangkok ร่วมรังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

Sanctuary Gallery จับมือ Mensho Tokyo Bangkok ร่วมรังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.02 น.

Sanctuary Gallery อาร์ตแกลเลอรีศิลปะร่วมสมัยและ MUEBON (มือบอญ) ศิลปินสตรีทอาร์ตชาวไทยเปิดโปรเจกต์ คอลลาบอเรชันครั้งแรก ร่วมกับ Mensho Tokyo Bangkok ร้านราเมนชื่อดังจากโตเกียวที่โดดเด่นด้วยน้ำซุปและเส้นสดทำมืออันเป็นเอกลักษณ์ โดยนำศิลปะร่วมสมัยมาผสานเข้ากับประสบการณ์ราเมนระดับพรีเมียม ภายใต้โปรเจกต์ MUEBON x Mensho Tokyo” พร้อมเปิดตัวผลงานใหม่ล่าสุดแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นของ MUEBON ผ่านการเพ้นท์ลายลงบนชามราเมนจากญี่ปุ่นด้วยมือกว่า 50 ชาม 50 ลาย ซึ่งแต่ละใบมีลวดลายที่ไม่ซ้ำกัน

MUEBON x Mensho Tokyo คอลเลคชั่นผลงานศิลปะล่าสุดในครั้งนี้ถือว่าได้เป็นอาร์ตพีซชิ้นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เหมาะสำหรับแฟนๆของมือบอญ รวมถึงเป็นอีกไอเทมที่น่าสนใจสำหรับนักสะสม ด้วยแรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์สนุกสนานและความรักอิสระสื่อผ่านซิกเนเจอร์คาแรกเตอร์ของ “ปุ๊กลุ๊ก” ในอิริยาบทต่างๆ ทั้งกิน เล่น เที่ยว และท่องอวกาศ รวมไปถึงการนำเส้นราเมนมาใช้เป็นลวดลายหลักของคอลเลคชั่นนี้ ถ่ายทอดผ่านผลงานการเพ้นท์มือด้วยสีสันสดใสในสไตล์มือบอญลงบนถ้วยชามเซรามิกซึ่งมีทั้งชามที่เป็นพื้นขาวและพื้นสีดำ โดยชามราเมนรุ่นนี้ผลิตในจังหวัดกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดงานเครื่องปั้นดินเผาชื่อดังของญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 1,300 ปี โดยเฉพาะเครื่องปั้นแบบ Mino-yaki ที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังเมนูนี้พัฒนาต่อยอดจากเมนูซิกเนเจอร์ของร้านอย่าง Signature Tori Paitan Ramen ราเมนซุปไก่สีขาวเข้มข้นที่ผ่านการเคี่ยวยาวนานถึง 20 ชั่วโมง จากไก่พื้นบ้านไทยคุณภาพสูง ผสานวัตถุดิบคัดพิเศษเพื่อให้ได้รสชาติกลมกล่อมและลึกซึ้งเฉพาะตัว สำหรับครั้งนี้ Mensho Tokyo Bangkok ได้นำวัตถุดิบพิเศษอย่าง ชาชูหมูอิโมะบูตะ หมูที่เลี้ยงอิสระด้วยมันหวานญี่ปุ่นจนได้เนื้อสัมผัสละเอียด นุ่มละลาย และมีกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัว มาเป็นหัวใจสำคัญของเมนูนี้เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความสนุก สดใส แต่แฝงความเฉียบคมในแบบลายเส้นสตรีทอาร์ตของ MUEBON ผ่าน “รสชาติ” ที่สัมผัสได้จริง

MUEBON กล่าวว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มีโอกาสถ่ายทอดความเป็นตัวเองลงไปในชามราเมนนี้ถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบใหม่ของการเล่าเรื่องผ่านศิลปะของผม อยากให้ทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันนะครับ”

การผสานประสบการณ์ของราเมนระดับพรีเมียม จากศิลปินไทยระดับนานาชาติและเชฟญี่ปุ่นผู้หลงใหลในความพิถีพิถันกับเมนูพิเศษ “MUEBON x Mensho Tokyo”ที่ร้าน Mensho Tokyo Bangkok ชั้น G อาคาร RSU Tower ซอยสุขุมวิท 31

@sanctuarygalleryth

@mue_bon

@menshotokyobkk

@boyboyboy23

#SANCTUARYGALLERY

#MUEBONXMENSHOTOKYO

#MUEBONXMENSHOTOKYOBANGKOK

#MUEBON

‘ผู้กองแคท’ควง ‘ฟิวส์ กิติกร’ร่วมงานกาชาด สวนลุมฯ 2568 แบบอบอุ่น อิ่มบุญเว่อ

'ผู้กองแคท'ควง 'ฟิวส์ กิติกร'ร่วมงานกาชาด สวนลุมฯ 2568 แบบอบอุ่น อิ่มบุญเว่อ

‘ผู้กองแคท’ควง ‘ฟิวส์ กิติกร’ร่วมงานกาชาด สวนลุมฯ 2568 แบบอบอุ่น อิ่มบุญเว่อ

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.54 น.

แคท อาทิติยา เบ็ญจะปัก ( ผู้กองแคท ) และฟิวส์ กิติกร นักแสดงจากละครเดชอสูรขันแก้วนพเก้า ทางช่อง 7HD ควงคู่กันเป็นตัวแทนเชิญชวนประชาชนชาวไทยไปร่วมบุญ สมทบทุนเพื่อสาธารณะประโยชน์ ในงานกาชาด ประจำปี 2568 โดยทั้งสองได้ร่วมกิจกรรม ณ ร้านขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และร้านสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก พลโท เสรี สุคณธมาลัย รองผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ และประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ รวมถึงตัวแทนจากสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ สวนลุมพินี ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ

โดยภายในงาน มีการจัดแสดงนิทรรศการประมวลภาพพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ และทหารผ่านศึก  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การเล่นเสี่ยงโชคโดยวิธีสอยกัลปพฤกษ์ (สอยดาว) โดยมีการจำหน่ายบัตรในราคา 25 บาท เพื่อนำรายได้สมทบทุนช่วยเหลือองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมทั้งการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าฝีมือทหารผ่านศึกและครอบครัว จากร้าน POPPY Memorandum นอกจากผู้กองแคท และฟิวส์ กิติกร ที่เป็นตัวแทนนักแสดงจากละครเดชอสูรขันแก้วนพเก้า ทางช่อง 7HD แล้ว ยังมี พลอยใส ร้อยโทหญิง ธัญลักษณ์  โชคธนเดช และแบงค์ ร้อยโท ทัฬหทัชพงษ์  จำปาเทศ อาจารย์โรงเรียนดุริยางค์ทหารบก มาร่วมสร้างสีสันให้กับร้านฯ อีกด้วย งานกาชาด ประจำปี 2568 สวนลุมพินี ปีนี้จัดเต็ม 11 วัน 11 คืน ตั้งแต่วันที่ 11-21 ธันวาคมนี้ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นงานรื่นเริง ร้านค้าของกิน ของใช้ ตลอดจนงานการกุศล ที่นอกจากจะได้เดินช็อป ชิม ชิล แล้ว ยังได้ร่วมทำบุญเพื่อเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้กันอีกด้วย พร้อมไปถ่ายรูปเช็กอินกับอุโมงค์ไฟประดับสุดอลังการ โดยในปีนี้มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “ดอกม่วงเทพรัตน์” ส่วนใครที่ไม่สะดวกสามารถเที่ยวงานกาชาด 2568 ออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ iredcross สัมผัสความสนุกรูปแบบใหม่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

และอย่าลืมฝากติดติดตามเป็นกำลังใจให้ ผู้กองแคท (แคท อาทิติยา) และหนุ่มฟิวส์ กิติกร  ในละคร “เดชอสูร ขันแก้ว นพเก้า” ทุกเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00 น.ทางช่อง 7HD และสามารติดตามความเคลื่อนไหวของ แคท อาทิติยา ผ่านช่องทางออนไลน์กันได้ที่

Facebook : แคท อาทิติยา https://www.facebook.com/share/1V3C3GtWqM/?mibextid=wwXIfr

Instagram : cat_atitiya https://www.instagram.com/cat_atitiya?igsh=ZWFlN3VlY3E5aGho

Tiktok : ผู้กองแคท อาทิติยา https://www.tiktok.com/@catatitiya?_t=ZS-8zbZ2Jk0hG6&_r=1

แฟนเพลงแห่ร่วมแน่นสิงห์ปาร์ค ปิดท้ายฟาร์มเฟสสุดมันส์ ‘Farm Festival On The Hill ครั้งที่ 12’

แฟนเพลงแห่ร่วมแน่นสิงห์ปาร์ค ปิดท้ายฟาร์มเฟสสุดมันส์ 'Farm Festival On The Hill ครั้งที่ 12'

แฟนเพลงแห่ร่วมแน่นสิงห์ปาร์ค ปิดท้ายฟาร์มเฟสสุดมันส์ ‘Farm Festival On The Hill ครั้งที่ 12’

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.42 น.

เดินทางมาถึงคืนสุดท้ายของงาน “Farm Festival On The Hill ครั้งที่ 12” ที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย แฟนเพลงยังคงหลั่งไหลเข้าร่วมงานตลอดทั้งวัน ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและทิวเขาสุดงดงามของเชียงราย งานปีนี้จัด 5 วัน 5 คืน ระหว่างวันที่ 10–14 ธันวาคม 2568 พร้อมขนทัพศิลปินชื่อดังกว่า 60 ชีวิต มอบความสนุกแบบจัดเต็มไม่ซ้ำในแต่ละวัน พร้อมเซอร์ไพร้ส์สุดประทับที่มอบให้แฟนเพลงทุกคืน!สำหรับคืนสุดท้ายมาในธีม “ฟาร์มแตก” เอาใจคนอกหัก รักคุด กับนักร้องเสียงคุณภาพ #เล็กรัชเมศฐ์ บาดลึกกินใจสุดๆ ตามด้วย #TILLYBIRDS ที่กลับมาปล่อยของงานฟาร์มเฟสในรอบ 5 ปี! มาต่อกันด้วยเพลงที่รวมความสุขเศร้าเคล้าน้ำตากับ  #KLEAR และปิดท้ายงาน Farm Festival On The Hill 2025 กับหนุ่มวง #PARADOX โคตรสุดดด! โดดตั้งแต่เพลงแรก ยันเพลงสุดท้าย! ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบาย และแสงสีเสียงแบบจัดเต็มสุด

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ สุดประทับใจกับไฮไลต์ปีนี้ อย่าง Cargo Zone ธีม “Pirates of the Caribbean” เปิดตัวครั้งแรก พร้อมร้านอาหารดังทั่วประเทศกว่า 50 ร้าน และกิจกรรมเอาใจสายเที่ยว ทั้งฟาร์มทัวร์ชมไร่ชา, แปลงดอกไม้, ปั่นจักรยาน–สกู๊ตเตอร์ชมวิว ขับ ATV และ Zipline มุมพาโนรามา 360 องศา สำหรับผู้ที่สนใจสามารถมาร่วมสนุกทั้งเทศกาลดนตรีและกิจกรรมที่น่าสนใจ อื่นของทางสิงห์ปาร์ค เชียงรายได้ตลอดทั้งปีติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่เพจ ที่ Singha Park Chiangrai#FarmFestivalOnThèHill2025#FarmFest2025 #FarmFestOnTheHill2025 #SinghaParkChiangRai #สิงห์ปาร์คเชียงราย

‘จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่’นำทีมศิลปิน-นักแสดง เป็นอาสาสมัครบรรจุถุงยังชีพพระราชทาน

‘จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่’นำทีมศิลปิน-นักแสดง เป็นอาสาสมัครบรรจุถุงยังชีพพระราชทาน

‘จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่’นำทีมศิลปิน-นักแสดง เป็นอาสาสมัครบรรจุถุงยังชีพพระราชทาน

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

น้ำใจของคนไทยไม่เคยทิ้งกัน เมื่อเหล่า ศิลปิน จีเอ็มเอ็ม มิวสิค ได้แก่ พลพล, ไมค์ ภิรมย์พร, ศิริพร อำไพพงษ์, ไผ่ พงศธร, ต่าย อรทัย, แสน นากา, ดอกอ้อ ทุ่งทอง, เต๋า ภูศิลป์, เวียง นฤมล, เอิ้นขวัญ วรัญญา, อายจิงจิง, กิมกลอย, เบิร์ดเดย์, แป้งร่ำ ศิวนารี, J JAZZSPER, นัท-นิ้ง-ข้าวแกง มายอายส์, เล็ก รัชเมศฐ์,  ฮิว พัชรพล (ฮิว The White Hair Cut) และ กีต้าร์ นิภาพร นักแสดงจาก GMMTV ได้แก่ เกรท สพล, ไบร์ทรพีพงศ์, ป๊อด ศุภกร และ ปาแปง พรหมพิริยะ นักแสดงจาก CHANGE2561 ได้แก่ สายลับ เหมวิช, ภณ ธนภณ, ไมเคิล เกียรติศักดิ์, ท๊อปเทน ศุภกรณ์, ลิลลี่ ลฎาภา, เบลเล่ จิรัชญา, ป๊อป ภัทรพล และ ลี อัสรี ยกทีมร่วมบรรจุถุงยังชีพพระราชทาน เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ จัดโดย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับภาคีเครือข่าย ณ กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบกบรรยากาศเต็มไปด้วยความตั้งใจของทุกคน ที่ช่วยกันบรรจุถุงยังชีพพระราชทาน เพื่อนำไปช่วยเหลือ    พี่น้องที่ได้รับผลกระทบ ซึ่ง ไมค์ ภิรมย์พร ได้นำน้ำปลาร้า น้ำพริกป่นปลานิลฟรีซดราย และ ไผ่ พงศธร นำผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูป เซรั่ม และครีมกันแดดมาร่วมส่งให้กับพี่น้องชาวใต้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีอาสาสมัครจากหลายหน่วยงานที่มาร่วมบรรจุถุงยังชีพพระราชทานในครั้งนี้ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังบวกที่ศิลปิน นักแสดง และอาสาสมัครมาร่วมแรงร่วมใจกันในวันนี้

พลพล เปิดเผยว่า “ดีใจที่วันนี้มีโอกาสมาร่วมบรรจุถุงยังชีพพระราชทาน ร่วมกับเพื่อนศิลปินและนักแสดง  พี่ๆ อาสาสมัคร โดยสิ่งของจำเป็นเหล่านี้จะถูกส่งต่อให้ถึงมือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ พวกเราขอส่งแรงใจและความช่วยเหลือไปให้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติโดยเร็วครับ”

ไมค์ ภิรมย์พร เปิดเผยว่า “วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมเป็นอาสาสมัครบรรจุถุงยังชีพพระราชทานเพื่อนำไปช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัยในภาคใต้ และได้นำอาหารมาร่วมสมทบ เพราะเชื่อว่าคนไทยด้วยกัน ไม่ว่าจะอยู่ภาคใดก็พร้อมจะเอื้อเฟื้อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ขอให้พี่น้องชาวใต้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัยครับ”

‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’ ส่งกำลังใจถึงทหารกล้า สดุดีวีรชนผู้เสียสละ

‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’ ส่งกำลังใจถึงทหารกล้า สดุดีวีรชนผู้เสียสละ

‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’ ส่งกำลังใจถึงทหารกล้า สดุดีวีรชนผู้เสียสละ

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ส่งต่อพลังใจให้กับ ทหารไทย ผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่โดยเจ้าตัวได้กล่าวขอบคุณในความเสียสละอันยิ่งใหญ่และอวยพรให้ทุกคนปลอดภัย

ขอบคุณทุกความเสียสละ ขอส่งกำลังใจให้กับทหารไทย และประชาชนในพื้นที่ขอให้ทุกท่านปลอดภัยนะคะ  ขอสดุดี วีรชน ทหารกล้า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย และบาดเจ็บทุกครอบครัวขอบคุณที่เสียสละเพื่อคนไทยค่ะขอขอบคุณในความเสียสละของทหารแนวหน้าทุกท่านขอให้ทุกคนปลอดภัยได้กลับมาอยู่กับครอบครัวนะคะ #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด  #TruthFromThailand

‘อนุทิน’ลั่นเลือกตั้งหน้า ภท.พร้อมเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แบะท่าจับมือได้หมด หากทำเพื่อบ้านเมือง

'อนุทิน'ลั่นเลือกตั้งหน้า ภท.พร้อมเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แบะท่าจับมือได้หมด หากทำเพื่อบ้านเมือง

‘อนุทิน’ลั่นเลือกตั้งหน้า ภท.พร้อมเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แบะท่าจับมือได้หมด หากทำเพื่อบ้านเมือง

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.10 น.

‘อนุทิน’ ลั่นเลือกตั้งนี้ ภท.พร้อมเป็นพรรคอันดับหนึ่ง มั่นใจทั้งนโยบาย-บุคลากร ชี้จับมือ’พท-ปชน.’ยังไม่คิด แต่ถ้ายึดบ้านเมืองเป็นหลัก จับได้ทุกพรรค  

เมื่อเวลา 09.10 น.วันที่ 15 ธ.ค.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ โดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ซึ่งพิธีกรได้สอบถามนายอนุทินว่า ถ้าการเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยจะมาเป็นที่ 1 หรือที่ 2 จะจับมือกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชน นายอนุทิน ตอบว่า รอให้ถึงวันนั้นก่อน ต้องคิดอีกเยอะ 

เมื่อถามต่อว่า ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าทุกฝ่ายแยกออก เรื่องส่วนตัวเป็นอย่างนี้ ไม่เอาเรื่องส่วนตัว และไม่เอาเรื่องความไม่เป็นมืออาชีพมา ถ้ามองเรื่องบ้านเมืองเป็นหลักก็ได้หมด สมัยก่อนตนก็สนิทกับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็ยังถูกออกมาจากรัฐบาลเลย ซึ่งพูดตอนนี้ไม่ได้ เพราะไม่รู้เราจะได้มากี่คน

เมื่อถามว่า สนิทกับใครมากกว่า นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อก่อนก็สนิทกับน.ส.แพทองธาร ยังถูกออกมาเลย 

นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อม ทั้งเรื่องบุคลากรและนโยบาย พร้อมกว่าเดิมเยอะ สมัยก่อนไม่เคยคิดเกินตัว เป็นพรรคขนาดกลาง แต่ตอนนี้คิดจะเป็นพรรคอันดับหนึ่ง เพราะเป็นรัฐบาล ถือว่าเป็นแกนนําจัดตั้งรัฐบาล มีบุคลากรเข้ามาร่วมหลายภาคส่วน เข้ามาเยอะ แล้ววันนี้เราก็มั่นใจว่าจะทําให้ใหญ่กว่าเดิมได้ ไม่ใช่เพราะว่าเป็นรัฐบาลแล้วได้เปรียบ แต่เพราะเราเป็นรัฐบาลแล้ว สามารถทําอะไรให้ประชาชนเห็นว่าเราทํางานได้ ทุ่มเท และตั้งใจ รวมถึงเรื่องมือเศรษฐกิจและงานต่างประเทศ เราก็มีบุคลากร 

เมื่อถามต่อว่า การเป็นนายกฯ รอบนี้เหมือนส่งให้นายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลอีกครั้งแบบขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นไปเลยหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ก็อะไรทํานองนั้น ซึ่งตนเห็นบุคลากรพรรคในตอนนี้ สามารถดูแลบ้านเมืองได้ มีจิตวิญญาณมีอุดมการณ์ มีความทุ่มเท มุ่งมั่น มีประสบการณ์ เก่ง ตนจึงคิดว่าไม่ได้ทําทุกอย่างเพื่อให้ตนเป็นนายกฯ แต่ใครในพรรคพร้อมคนนั้นก็เอาไปเลย 

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เหมือนจะเดิมพันให้นายอนุทิน เป็นนายกฯครั้งแรก เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยถูกมองว่าเป็นแค่พรรคขนาดกลาง นายอนุทิน กล่าวว่า ตนก็พยายามทําให้ดีที่สุดในความสามารถที่มีอยู่ 

ภท.แน่นไปด้วยบ้านใหญ่! ‘นายกเบี้ยว’ควงลูกชาย-‘อดีต สส.พท.-รทสช.-ปชป.’มาพรึ่บ

ภท.แน่นไปด้วยบ้านใหญ่! ‘นายกเบี้ยว’ควงลูกชาย-‘อดีต สส.พท.-รทสช.-ปชป.’มาพรึ่บ

ภท.แน่นไปด้วยบ้านใหญ่! ‘นายกเบี้ยว’ควงลูกชาย-‘อดีต สส.พท.-รทสช.-ปชป.’มาพรึ่บ

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.01 น.

ภท.แน่นไปด้วยบ้านใหญ่! “นายกเบี้ยว”ควงลูกชาย”มนัสนันท์”ซบ”ภูมิใจไทย” ขณะที่”อดีตสส.เพื่อไทย-รทสช.-ปชป.”มาพรึ่บ ด้าน”อนุทิน”พลิ้วมองบนหลังถูกถามผงาดขึ้นพรรคอันดับ 1 หรือไม่ ขอ”ทำเต็มที่ สู้เต็มที่” กลับมาเป็น”แกนนำจัดตั้งรัฐบาล”

เมื่อเวลา 13.40 น.วันที่ 15 ธันวาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ หรือ นายกเบี้ยว อดีตนายกเทศมนตรีธัญบุรี พร้อมด้วยลูกชาย นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ อดีต สส.ปทุมธานี เดินทางเข้าที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี และรักษาการรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเสร็จพอดี ก่อนเดินขึ้นไปที่ชั้น 2 ของพรรค โดยมีการต้อนรับ และได้พูดคุยกันเล็กน้อย

ขณะเดียวกัน ยังพบว่า น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคภูมิใจไทยเช่นเดียวกัน เพื่อสมัครสมาชิกพรรคตามเจตจำนงก่อนหน้านี้

จากนั้น นายอนุทิน พร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรค ได้ให้การต้อนรับ และสวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย ให้กับผู้สมัคร อาทิ นายมนัสนันท์ , น.ส.พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) , นายอรรถพล วงษ์ประยูร , นายขุนทอง แสนวิเศษ อดีต สส.สระบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) , นายสมบัติ ยะสินธุ์ อดีต สส.แม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) , นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร อดีต สส.นครนายก พรรคเพื่อไทย , นายนรากร นาเมืองรักษ์ อดีต สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายอนุทิน ว่า มีผู้ประสงค์จะสมัคร สส.จำนานมาก เขตจะพอสำหรับส่งผู้สมัคร หรือไม่ นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถาม ส่วนจะถือว่าจะเป็นพรรคอันดับหนึ่งเลยหรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบคำถาม เพียงแต่ยิ้ม และมองบน เมื่อถามย้ำว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา มั่นใจว่าพรรคภูมิใจไทยจะกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า “ทำเต็มที่ เราก็ต้องสู้เต็มที่” เมื่อถามกลับว่า จะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่ นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถาม โดยยิ้มให้กับผู้สื่อข่าว และเดินขึ้นพรรคทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

– บ้านใหญ่ไหลซบ’ภท.’ ‘แป๊ะ-เฮ้ง-ขิง-นิพนธ์’ยกก๊วนซบสู้ศึกเลือกตั้ง

– จะทุ่มเทให้เต็มที่! ‘วราวุธ’ขนอดีต สส.ชทพ.ซบภูมิใจไทย ลั่นไม่ได้มาแค่ชั่วคราว

– 006

จะทุ่มเทให้เต็มที่! ‘วราวุธ’ขนอดีต สส.ชทพ.ซบภูมิใจไทย ลั่นไม่ได้มาแค่ชั่วคราว

จะทุ่มเทให้เต็มที่! 'วราวุธ'ขนอดีต สส.ชทพ.ซบภูมิใจไทย ลั่นไม่ได้มาแค่ชั่วคราว

จะทุ่มเทให้เต็มที่! ‘วราวุธ’ขนอดีต สส.ชทพ.ซบภูมิใจไทย ลั่นไม่ได้มาแค่ชั่วคราว

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.50 น.

“วราวุธ”พร้อมอดีต สส.ชทพ.10 คน ตบเท้าสมัครสมาชิกภูมิใจไทย มั่นใจ ภท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแน่ ปัดไม่ได้มาแค่ชั่วคราว จะทุ่มเทให้เต็มที่ ลั่นใครคิดจะปักธงสุพรรณบุรีก็ลองดูสักตั้ง

เมื่อเวลา 11.45 น.วันที่ 15 ธันวาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พร้อมอดีต สส.พรรค ชทพ.รวม 10 คน เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรค ภท.เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.

โดย นายวราวุธ กล่าวว่า สมาชิกของเราทั้ง 10 คน ทั้งสุพรรณบุรี นครปฐม และร้อยเอ็ด ล้วนเป็นผู้มีความสามารถ มาร่วมกันทำงาน อย่างไรก็ตาม คิดว่าสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนไป ทำให้การทำงานของพรรคเล็กมีพื้นที่ทำงานค่อนข้างจำกัด ที่ผ่านมาพรรค ชทพ.ดูแลได้เพียงแค่กระทรวงเดียว วันนี้การที่พวกเราได้เข้าร่วมพรรค ภท.จะเอื้อให้การทำงานของทีมเราประสานเป็นเนื้อเดียวกันกับของพรรค ภท. จะทำให้มีเครือข่ายกระทรวง ทำให้ดูแลประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ดูแลได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแทนที่จะมีกระทรวงเดียว เรามั่นใจว่าพรรค ภท.จะเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะสามารถมีทีมงานและกระทรวงที่ได้รับการดูแล ทำให้ดูแลประชาชนในสุพรรณบุรี นครปฐม และร้อยเอ็ด มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า การมาสวมเสื้อพรรค ภท.คิดว่าประชาชนในพื้นที่จะสนับสนุนเหมือนเดิมหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า แน่นอนว่าประชาชนย่อมมีอารมณ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะใน จ.สุพรรณบุรี แต่อย่างที่มีสุภาษิตของต่างชาติที่ระบุว่าอย่าสนว่าแมวสีอะไร ตราบใดที่สามารถจับหนูได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะใส่เสื้อของพรรคใดก็แล้วแต่ วันนี้เราได้รับเกียรติจากพรรค ภท.มาทำงานร่วมกัน แต่ก็ยังเป็นบุคลากรเดิม คนเดิม ศักยภาพในการทำงานนอกจากเหมือนเดิมแล้ว เพิ่มเติมคือ เครือข่ายการทำงานที่เรามีเพื่อนฝูง มีเครือข่ายของพรรค ภท. ที่จะสามารถทำงานตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า จะออกจากพรรค ชทพ.แค่ชั่วคราว นายวราวุธ กล่าวว่า ไม่ครับ วันนี้เราได้เห็นแล้วว่าเราเดินทางกันมาครบทุกคน ไม่มีคำว่าชั่วคราว เรามาแล้วทำให้องค์กรที่เราอยู่เป็นองค์กรที่เข้มแข็ง พรรค ภท.จะได้สรรพกำลังทั้งหมดของพวกเรา กำลังสมอง งานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายหรือภาคปฏิบัติ เราจะทุ่มเทให้พรรค ภท.อย่างเต็มที่ เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรค ชทพ.จะไม่มีส่งผู้สมัคร สส.เลยใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวทันทีว่า ไม่มีครับ ก่อนจะชี้แจงใหม่อีกครั้งว่า “อ่อ อันนี้ตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ จ.สุพรรณบุรี คาดหวังว่าจะได้ สส.ยกจังหวัดเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า เราจะทำให้ดีที่สุด แต่ละครั้งที่มีการเลือกตั้ง เราไม่เคยประมาท เพราะคู่ต่อสู้ล้วนแล้วแต่มากความสามารถ แต่ถ้าจะมาปักธงในสุพรรณบุรีก็คงต้องรบกันให้เต็มที่กันไปข้างหนึ่ง ก็ลองดูกันสักตั้งหนึ่ง วันนี้ไม่ลองก็ไม่รู้

– 006