‘เอกนิติ’ชี้รอฟัง‘บวรศักดิ์- กกต.’ขับเคลื่อนงานศก. –เจรจาภาษีสหรัฐหลัง‘ยุบสภา’

‘เอกนิติ’ชี้รอฟัง‘บวรศักดิ์- กกต.’ขับเคลื่อนงานศก. –เจรจาภาษีสหรัฐหลัง‘ยุบสภา’

‘เอกนิติ’ชี้รอฟัง‘บวรศักดิ์- กกต.’ขับเคลื่อนงานศก. –เจรจาภาษีสหรัฐหลัง‘ยุบสภา’

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 09.44 น.

‘เอกนิติ’ชี้รอฟัง‘บวรศักดิ์- กกต.’ขับเคลื่อนงานศก. –เจรจาภาษีสหรัฐหลัง‘ยุบสภา’ ไม่ตอบสมัครเข้า‘ภูมิใจไทย’หรือยัง

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจหลังประกาศยุบสภาว่า เดี๋ยวต้องรอฟัง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะว่าอย่างไร

เมื่อถามว่าโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส2 ต้องหยุดใช่หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ต้องรอฟังนายบวรศักดิ์และต้องคุยกับกกต.

เมื่อถามถึงการเจรจาภาษีสหรัฐฯจะเป็นอย่างไรหลังจากนี้ รองนายกฯ กล่าวว่า เช่นเดียวกันต้องรอฟังหมดเลย

เมื่อถามว่านายกฯได้มีการเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษแล้วหรือยัง นายเอกนิติ กล่าวว่า ยัง

เมื่อถามว่า ถึงขณะนี้ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แล้วหรือไม่ นายเอกนิติ ยิ้มแต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

ผบ.ทร.ห่วงใยทหาร ขอบคุณกำลังพลทุกนาย ในพื้นที่ปฏิบัติการชายแดนไทย-กัมพูชา

ผบ.ทร.ห่วงใยทหาร ขอบคุณกำลังพลทุกนาย ในพื้นที่ปฏิบัติการชายแดนไทย-กัมพูชา

ผบ.ทร.ห่วงใยทหาร ขอบคุณกำลังพลทุกนาย ในพื้นที่ปฏิบัติการชายแดนไทย-กัมพูชา

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 09.44 น.

ผบ.ทร.แสดงความห่วงใยกำลังพลทุกนายในพื้นที่ปฏิบัติการชายแดนไทย-กัมพูชา 

12 ธันวาคม 2568 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ แจ้งว่า พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ มีความห่วงใยต่อกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สู้รบและพื้นที่เสี่ยงภัยใกล้แนวชายแดนเป็นอย่างยิ่ง โดยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และกำชับให้ทุกหน่วยดูแลความปลอดภัย ความเป็นอยู่สุขภาพและการสนับสนุนด้านต่างๆ แก่กำลังพลอย่างเต็มขีดความสามารถ

ผู้บัญชาการทหารเรือย้ำว่า กำลังพลทุกระดับชั้นทุกนายคือกำลังสำคัญของกองทัพเรือ และทุกคนกำลังปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสงบและความปลอดภัยของประชาชนและประเทศชาติ จึงขอให้ทุกนายปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ยึดหลักยุทธวิธีอย่างเคร่งครัด พร้อมดูแลกันและกันในทุกสถานการณ์

กองทัพเรือยืนเคียงข้างกำลังพลทุกนาย และพร้อมสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ภาพ : กองทัพเรือ Royal Thai Navy

ถาม กกต.ทำได้หรือไม่? ‘บวรศักดิ์’ยกปม’คนละครึ่งเฟส 2-ครม.สัญจรหาดใหญ่’

ถาม กกต.ทำได้หรือไม่? 'บวรศักดิ์'ยกปม'คนละครึ่งเฟส 2-ครม.สัญจรหาดใหญ่'

ถาม กกต.ทำได้หรือไม่? ‘บวรศักดิ์’ยกปม’คนละครึ่งเฟส 2-ครม.สัญจรหาดใหญ่’

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 09.27 น.

“บวรศักดิ์”แจง รบ.มีอำนาจเต็ม เว้นอนุมัติโครงการใหม่-แต่งตั้งโยกย้ายขรก. นัดถก กกต.คุยเลือกตั้ง 15 ธ.ค.นี้ ยกคนละครึ่งเฟส 2-ครม.สัญจรหาดใหญ่ ถาม กกต.ทำได้หรือไม่ เหตุเป็นเรื่องเดิมก่อนยุบสภา

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังโปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภา จะมีการเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษหรือไม่ ว่า ไม่มี จะเป็นการประชุม ครม.ตามปกติในวันที่ 16 ธ.ค.เพราะไม่มีเหตุที่จะต้องประชุม ครม.นัดพิเศษ

เมื่อถามถึงแนวทางปฏิบัติในฐานะรัฐบาลรักษาการ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า คำว่ารัฐบาลรักษาการเป็นคำที่นักวิชาการใช้ แต่ในรัฐธรรมนูญไทยไม่มี รัฐบาลนี้ยังมี ครม.ที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่เข้ารับหน้าที่หลังการเลือกตั้งทั่วไป โดยมีอำนาจเหมือนเดิมทุกอย่าง ทั้งเรื่องความมั่นคง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่มีสิ่งต้องห้ามทำ 2 ข้อคือ ห้ามทำโครงการใหม่ที่ผูกพัน ครม.ชุดใหม่ และห้ามนำทรัพยากรของรัฐ ทั้งบุคคลและยานพาหนะไปใช้เพื่อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้ง

“ส่วนบางเรื่องที่ ครม.พูดไว้ก่อนที่จะยุบสภา เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องหารือกับ กกต.ว่าจะอนุมัติให้ทำได้หรือไม่ และเรื่องการประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ เพื่อช่วยฟื้นฟูหาดใหญ่ และบอกกล่าวว่าหาดใหญ่กลับมาเป็นปกติแล้ว เพื่อส่งสัญญาณถึงนักท่องเที่ยวมาเลเซียให้กลับมาเที่ยวได้ช่วงปีใหม่ที่จะเข้ามามากที่สุด ตรงนี้ไม่ใช่การหาเสียง แต่เป็นสิ่งที่นายกฯ พูดไว้กับพี่น้องชาวสงขลา และหาดใหญ่ ใน ครม.เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่าจะไปจัดประชุม สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของใหม่ ก็ต้องทำได้”

นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนั้น หากจะต้องทำ มี 2 เรื่องที่ต้องขอ กกต.คือ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ และการใช้งบประมาณ งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น นอกนั้นมีอำนาจเหมือนเดิมทุกประการ รวมถึงเรื่องความมั่นคง และวันนี้ยังสามารถประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้ เช่นเดียวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยังมีเหมือนเดิม และการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยก็ยังเหมือนเดิม แต่ถ้าต้องใช้งบกลางเพิ่มจะต้องขอ กกต.ตามรัฐธรรมนูญ ย้ำว่าคำว่ารักษาการเป็นคำทางวิชาการ ไม่ต้องกังวลอะไร โดยรัฐบาลจะนัดประชุมกับ กกต.ในวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค.นี้ เพื่อหารือถึงเรื่องเลือกตั้ง

เมื่อถามถึงการจัดทำคำถามประชามติ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า จะมี 2 ข้อ คือ 1.คำถามว่าท่านเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยสภาลงมติส่งมาที่ ครม.4 ฉบับ ให้ ครม.เลือก และ 2.ครม.สามารถถามเองได้ว่าท่านจะเห็นชอบหรือยกเลิกเอ็มโอยูปีไหน หรือไม่ และให้อ่านกฎหมายดีๆ ว่าการกำหนดวันเลือกตั้ง ไม่จำเป็นต้อง 60 วันเป๊ะก็ได้ เพราะกฎหมายมาตรา 11 วรรคสุดท้าย พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พูดไว้ชัดว่าถ้ามีความจำเป็นด้วยเหตุผลเรื่องงบประมาณหรืออะไร ครม.สามารถกำหนดวันใหม่ได้ สมมุติเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.69 จะห่าง 2 วันเหลือเพียงแค่ 58 วัน ถือว่าไม่มีอะไรต่างและกฎหมายให้อำนาจทำได้

กางบันได 3 ขั้น ‘ปราบสแกมเมอร์-ทำลายล้างระบอบฮุน เซน’แก้ภัยคุกคามจากเขมร

กางบันได 3 ขั้น ‘ปราบสแกมเมอร์-ทำลายล้างระบอบฮุน เซน’แก้ภัยคุกคามจากเขมร

กางบันได 3 ขั้น ‘ปราบสแกมเมอร์-ทำลายล้างระบอบฮุน เซน’แก้ภัยคุกคามจากเขมร

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 09.21 น.

กางบันได 3 ขั้น ‘ปราบสแกมเมอร์-ทำลายล้างระบอบฮุน เซน’แก้ภัยคุกคามจากเขมร

12 ธันวาคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “3 ข้อเสนอ แก้ปัญหาภัยคุกคามจากเขมร” ระบุว่า…

3 ข้อเสนอ แก้ปัญหาภัยคุกคามจากเขมร

การสู้รบระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาในรอบนี้ ถือว่าเป็นครั้งที่2 หลังจากครั้งแรกมีการสู้รบกัน ตั้งแต่วันที่ 24 ถึงวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 จนมีการเซ็นสัญญาหยุดยิงกันในวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลาเที่ยงคืน ซึ่งการหยุดยิงครั้งนั้นก็ต้องยอมรับความจริงว่า เป็นการหยุดยิงตามเงื่อนไขที่ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กดดันโดยนำเรื่องกำแพงภาษีเข้ามาต่อรอง แต่การหยุดยิงไม่ได้สะเด็ดน้ำ ยังคาใจ เพราะยังไม่ได้ข้อยุติในเรื่องการหยุดยิงกัน

จนล่าสุดมีการเกิดเหตุปะทะขึ้นมาอีก จากเหตุทหารกัมพูชายิงทหารไทย ที่ฐานปฎิบัติการภูผาเหล็ก จนเป็นสาเหตุของการสู้กันครั้งที่2 และยังไม่แน่ใจว่าจะยุติการสู้รบอีกเมื่อไหร่ รวมทั้งยังไม่ทราบว่า การสู้รบครั้งนี้เป็นการครั้งสุดท้ายหรือไม่ จะมีการสู้รบกันอีกในโอกาสต่อไปหรือไม่

เพื่อเป็นการแก้ปัญหาภัยคุกคามที่กัมพูชามีต่อประเทศไทย จึงใคร่เสนอแนวความคิดดำเนินการกับประเทศกัมพูชาใน3ข้อ หรือจะเรียกว่าบันได3ขั้น หรือ3ระยะ คือระยะต้น ระยะกลาง และระยะยาว

1.ระยะแรก

ในเมื่อเกิดการสู้รบกัน ฝ่ายกองทัพไทยควรจะดำเนินการปราบปราม หรือจัดการกับกองทัพกัมพูชาให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพื่อทำลายสภาพความเป็นกองทัพของกัมพูชาให้สิ้นซาก และเกาะระยะยาวการที่กองทัพกัมพูชาใช้อาวุธร้ายแรงเพิ่มขึ้น มีการยิงเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง หรือBM 21 การใช้โดรนพลีชีพ  และการใช้เครื่องยิงระยะไกล หรือที่เรียกว่า PHL-03 ซึ่งถือว่าเป็นการคุกคามประเทศไทย และไทยสามารถใช้สิทธิ์ป้องกันตัวเอง ตอบโต้อย่างมีสัดส่วน และเป็นการทำลายล้างฐานที่มั่นทางการทหาร ซึ่งเป็นกติกาสากล และหากทหารกัมพูชาคุกคามโดยใช้อาวุธที่ร้ายแรงต่อประเทศไทย โดยเฉพาะPHL-03 เป็นเครื่องยิงระยะไกล สามารถยิงได้ไกลถึง 130 กิโลเมตร ทหารไทยควรจะตอบโต้ทหารกัมพูชาถึงกรุงพนมเปญ และต้องจัดการกับผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพกัมพูชาด้วย

2.จะต้องปราบแก๊งสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก

เพราะแก๊งสแกมเมอร์เป็นท่อน้ำเลี้ยงหรือเส้นทางการเงินให้กับรัฐบาลกัมพูชา รายได้ของประเทศกัมพูชา 60% มาจากรายได้ของสแกมเมอร์ วันนี้ทหารไทยทำลายตึกอาคารแก๊งสแกมเมอร์ และบ่อนคาสิโนคงไม่เพียงพอ ต้องจัดการในการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาลอาญาระหว่างประเทศหรือICC และมีแนวร่วมจากประเทศทั่วโลกที่ต้องการที่จะปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา และใช้โอกาสนี้เป็นวาระแห่งโลก เพื่อจัดทำลายแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญให้กับกองทัพกัมพูชาและรัฐบาลกัมพูชา

3.การแก้ปัญหาระยะยาว

ประเทศกัมพูชาอยู่ภายใต้อิทธิพลการปกครองของระบอบฮุนเซนมาเป็นเวลา 40 ปี ทุกประเทศจะต้องจับมือกัน ร่วมมือกันทำลายล้างล้มระบอบฮุนเซน ซึ่งสภาพตอนนี้อยู่ในสภาพที่ง่อนแง่น ไม่มีเสถียรภาพ ความเชื่อมั่นและความศรัทธาของประชาชนกัมพูชาต่อระบอบฮุนเซนลดน้อยถอยลง

ระบอบฮุนเซนจึงปลุกกระแสชาตินิยม โดยการรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหวังเรียกเรตติ้งความนิยมทางการเมืองคืนมา รัฐบาลไทยต้องใช้เงื่อนไขนี้ สนับสนุนแทรกแซงกิจการภายในของกัมพูชา ล้มระบอบฮุนเซน เพื่อเปลี่ยนแปลงศูนย์กลางอำนาจใหม่ ซึ่งเชื่อว่าถ้ามีผู้นำทางการเมืองชุดใหม่ สามารถจัดการ หรือประสานงาน หรือคอนโทรลผู้นำประเทศของกัมพูชาได้

การแก้ปัญหาการคุกคามของกัมพูชาต่อประเทศไทย ถ้าหากใช้บันได 3 ขั้น เป็นการแก้ปัญหาในระยะต้น ระยะกลาง และระยะยาว ถ้าทำได้ จะเป็นการแก้ปัญหาภัยคุกคามประเทศไทยแบบยั่งยืน

จึงอยากเสนอมายังทุกภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้นำไปพิจารณาและดำเนินการตามที่เห็นสมควร

‘นายกฯ’บอก’ยุบสภา’ไม่กระทบชายแดน ยิ้มไม่ตอบ?แจ้งพรรคร่วมฯล่วงหน้าก่อนหรือไม่

'นายกฯ'บอก'ยุบสภา'ไม่กระทบชายแดน ยิ้มไม่ตอบ?แจ้งพรรคร่วมฯล่วงหน้าก่อนหรือไม่

‘นายกฯ’บอก’ยุบสภา’ไม่กระทบชายแดน ยิ้มไม่ตอบ?แจ้งพรรคร่วมฯล่วงหน้าก่อนหรือไม่

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 09.01 น.

“นายกฯ”บอก”ยุบสภา”ไม่กระทบชายแดน ยิ้มไม่ตอบ?แจ้งพรรคร่วมรัฐบาลล่วงหน้าก่อนหรือไม่ ชิลล์จิบกาแฟ บอกสื่อรอแถลงผ่านรวมการเฉพาะกิจ

เมื่อเวลา 08.27 น.วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ตอบคำถามสื่อถึงกรณีที่มีการยุบสภา จะแถลงเหตุผลในการยุบสภา ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ หรือไม่ ซึ่งนายกฯ กล่าวสั้นๆ ว่า “ยังไม่มี” เมื่อถามว่า ได้แจ้งพรรคร่วมรัฐบาลล่วงหน้าก่อนยุบสภาหรือไม่ นายกฯ ยิ้ม แต่ไม่ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การยุบสภาจะกระทบต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่กระทบครับ”

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตรถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) นายกฯ ได้ยืนจิบกาแฟชิลล์ๆ ยามเช้าอย่างผ่อนคลาย ที่ตึกสันติไมตรี และพูดคุยกับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี รวมถึง นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ซึ่งสื่อมวลชนพยายามขอสัมภาษณ์อีกครั้ง เพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องยุบสภาในหลายประเด็น แต่นายกฯ ปฏิเสธ บอกเพียงว่า จะมีการแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างหารือเรื่องเวลา

เอาปากกามาวง! ‘เสริมสุข’ กาง MOA 5 ข้อ ตอกหน้าปชน. ถามข้อไหนที่ ‘ภท.’ตระบัดสัตย์

เอาปากกามาวง! 'เสริมสุข' กาง MOA 5 ข้อ ตอกหน้าปชน. ถามข้อไหนที่ 'ภท.'ตระบัดสัตย์

เอาปากกามาวง! ‘เสริมสุข’ กาง MOA 5 ข้อ ตอกหน้าปชน. ถามข้อไหนที่ ‘ภท.’ตระบัดสัตย์

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.52 น.

เอาปากกามาวง! ‘เสริมสุข’ กาง MOA 5 ข้อ ตอกหน้าปชน. ถามข้อไหนที่ ‘ภท.’ตระบัดสัตย์

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2568 นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ใครทำผิดข้อตกลง MOA (MEMORANDUM OF AGREEMENT)บันทึกข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทย-ประชาชน

ในข้อตกลง5ข้อที่ภท.และปชน.ทำร่วมกัน

มีกรอบความร่วมมือทางการเมืองทั้งหมด 5ข้อ

1.รัฐบาลอนุทินต้องยุบสภาในสี่เดือนหลังจัดตั้งรัฐบาล(เสียงข้างน้อย)ให้มีการเลือกตั้งใหม่

2.ผลักดันให้มีการแก้ไขรธน.เพื่อให้มีการตั้งส.ส.ร.นำไปสู่การทำรธน.ฉบับใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า

3.ให้มีการทำประชามติถามความเห็นปชช.เห็นด้วยหรือไม่กับการจัดทำรธน.ฉบับใหม่

4.ภท.ต้องไม่ดำเนินการใดๆทางการเมือง หลังการจัดตั้งรัฐบาลที่ปชน.ให้การสนับสนุน เพื่อเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก

5.ปชน.ขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล

มีข้อไหนใน MOA 5 ข้อที่ระบุให้รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะต้องสนับสนุนการแก้ไขรธน.(ที่มีการพิจารณาในวาระที่ 2ระหว่างการประชุมสมัยวิสามัญเมื่อวานนี้)ในประเด็นตัดอำนาจสว.ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบรธน.ในวาระสาม (รธน.2560 ม.256 กำหนดให้การพิจารณาให้ความเห็นชอบในการแก้ไขรธน.ในวาระที่สาม จะต้องมีเสียงเห็นชอบจากส.ว.1ใน3 ของส.ว.ทั้งหมด 200 คน) ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่ส.ส.รัฐบาล(150ส.ส.+)จับมือกับสว.สายน้ำเงินและพันธมิตร(160ส.ว.+ จากการประเมินของแกนนำส.ว.สายน้ำเงิน) ลงมติไม่เห็นด้วยกับการแปรญัตติของกมธ.รธน.จากปชน.และเพื่อไทยให้ตัดอำนาจส.ว.ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบรธน.ในวาระที่ 3

หลังการลงมติครั้งที่ 2 ช่วงดึกคืนที่ผ่านมา ที่ประชุมร่วมส.ส.และส.ว.มีมติด้วยคะแนนเสียง 329-302 (ลงมติครั้งแรก 310-290) ไม่เห็นด้วยกับการแปรญัตติของกมธ.รธน.เสียงข้างมาก โดยต้องการให้คงอำนาจส.ว.ไว้ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบรธน.วาระ3 ตามมาด้วยความเห็นจากแกนนำปชน.กล่าวหาโจมตีภท.ตระบัดสัตย์ ไม่รักษาข้อตกลงที่มีใน MOA

ตระบัดสัตย์ข้อไหนในMOAทั้ง5ข้อ ขอความกรุณาเอาปากกามาช่วยวงที

ปชน.จับมือพท.ยัดไส้ ระหว่างแปรญัตติร่างแก้ไขรธน.หวังตัดอำนาจส.ว.ในการพิจารณารธน.วาระ3 ขณะที่กมธ.รธน.เสียงข้างน้อยจากส.ว.เตือนแล้วไม่ฟัง ดันทุรังจะเดินหน้าตัดอำนาจส.ว.ให้ได้

หลังการลงมติ ปธ.กมธ.แก้ไขรธน.ขอถอนร่างแก้ไขรธน.กลับไปพิจารณาใหม่ ตามด้วยประกาศราชกิจจาฯยุบสภาเช้าวันที่12ธ.ค.68 ตามสัญญาที่นายกฯหนูประกาศเสียงดังฟังชัดไว้ก่อนหน้านี้ คาดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่จะมีขึ้นในวันที่ 1ก.พ.69

ใครตัวตระบัดสัตย์ทำเกิ๊นนข้อตกลงที่มีร่วมกัน

จบข่าว” 

‘สมชัย’กาง 6 เรื่อง มีผลหลัง‘ยุบสภา’ คาด 8 ก.พ.69 ‘เลือกตั้ง’

‘สมชัย’กาง 6 เรื่อง มีผลหลัง‘ยุบสภา’ คาด 8 ก.พ.69 ‘เลือกตั้ง’

‘สมชัย’กาง 6 เรื่อง มีผลหลัง‘ยุบสภา’ คาด 8 ก.พ.69 ‘เลือกตั้ง’

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.45 น.

‘สมชัย’กาง 6 เรื่อง มีผลหลัง‘ยุบสภา’ คาด 8 ก.พ.69 ‘เลือกตั้ง’

12 ธันวาคม 2568 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (อดีต กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” ระบุว่า…

ผ่านไป 3 เดือนไม่ได้กินสักเมนู

การยุบสภาที่เกิดขึ้นในเช้าตรู่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 มีผลทำให้

1. สภาผู้แทนราษฎร สิ้นสุดลงทันที 

ต้องเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 ถึง 60 วัน โดยคาดว่าวันเลือกตั้งน่าจะเป็นวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  แต่วุฒิสภา ยังคงทำหน้าที่ต่อในส่วนของตนเองไม่ถูกยุบด้วย

2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ที่ค้างในวาระสอง ตกไปด้วย แต่ ครม.ชุดใหม่สามารถเสนอให้รัฐสภาชุดใหม่พิจารณาต่อภายใน 60 วัน หลังจากมีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก

3. การทำประชามติ

ในทุกคำถาม พร้อมกันในวันเลือกตั้งไม่สามารถทำได้แล้ว เนื่องจาก กม.ประชามติ กำหนดว่า ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน ซึ่งหากจะทำ ครม. ต้องมีมติ ก่อนยุบสภา แม้ว่าเมื่อคืนทางรัฐสภาจะส่งมติให้ ครม. จะทำประชามติคำถามที่ 1 ให้ ครม. ก็ตาม แต่ ครม. จะอ้างรัฐธรรมนูญว่า ครม.รักษาการ ไม่สามารถอนุมัติสิ่งที่มีผลผูกพัน รัฐบาลชุดต่อไป

4. การเลือกตั้ง สส.

จะใช้กติกาเดิมทุกอย่าง บัตรเลือกตั้งมี 2 ใบ หมายเลขผู้สมัครเขต และหมายเลขพรรคเป็นคนละเบอร์กัน  พรรคที่ได้เลขตัวเดียว มีโอกาสได้ สส.บัญชีรายชื่อฟรี จากการกาผิดของประชาชน

5. รัฐธรรมนูญ

ห้ามรัฐบาลรักษาการ ทำหลายอย่าง แต่ในเรื่องภัยพิบัติและความมั่นคง ยังสามารถทำได้ แต่หากต้องใช้งบสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินจำเป็นต้องขอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง  ดังนั้น พรรครัฐบาลยังสามารถใช้สถานการณ์วิกฤตให้เป็นโอกาสของตนได้อยู่  ซึ่ง กกต. ต้องกำกับดูแลไม่ให้เป็นไปเพื่อการหาเสียง

6. เมนูใหญ่

กระบวนแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้กิน  เมนูย่อย คำถามประชามติคำถามที่ 1 ก็ทำพร้อมวันเลือกตั้งไม่ได้  มีแต่ของหวานปลอบใจ เป็น แห้วลอยแก้ว

‘เลขาสภาฯ’เตรียมส่งมติรัฐสภาตั้งคำถามประชามติ ทำรธน.ใหม่ ให้รัฐบาลวันนี้

‘เลขาสภาฯ’เตรียมส่งมติรัฐสภาตั้งคำถามประชามติ ทำรธน.ใหม่ ให้รัฐบาลวันนี้

‘เลขาสภาฯ’เตรียมส่งมติรัฐสภาตั้งคำถามประชามติ ทำรธน.ใหม่ ให้รัฐบาลวันนี้

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.17 น.

‘เลขาสภาฯ’เตรียมส่งมติรัฐสภาตั้งคำถามประชามติ ทำรธน.ใหม่ ให้รัฐบาลวันนี้ บอก 3 สส.ที่ไม่ได้ปฏิญาณตน ไม่ได้รับสิทธิใดๆ ฐานะอดีตสมาชิก

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2568 นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่รัฐสภามีมติเห็นชอบให้ส่งประเด็นคำถามประชามติว่าด้วยการเห็นควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ที่ผ่านมา ในวันนี้ (12 ธ.ค.) ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะดำเนินการส่งมติดังกล่าวไปยังรัฐบาล โดยมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่รักษาการประธานรัฐสภา เป็นผู้ลงนามหนังสือ

ทั้งนี้ถือเป็นกระบวนการและขั้นตอนตามที่รัฐสภามีมติไปแล้ว ส่วนกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกาประกาศยุบสภา ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 ธ.ค. นั้น เป็นประเด็นที่ครม. ชุดรักษาการต้องพิจารณาดำเนินการต่อไป

นายศิโรจน์ กล่าวต่อว่าในกรณีที่สภาฯ สิ้นสุดลงเพราะเหตุยุบสภานั้น ตามรัฐธรรมนูญการประชุมวุฒิสภาจะไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้จนกว่าจะมีสภาฯ เว้นแต่เป็นเรื่องจำเป็นตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ในมาตรา 126

เมื่อถามถึงกรณีที่มี สส. 3 คน ซึ่งยังไม่ได้ปฏิญาณตนต่อที่ประชุมสภาฯ จะถือว่ามีสถานะหรือได้ประโยชน์ตามสิทธิสส. หรือไม่ นายศิโรจน์ กล่าวว่า สส.ทั้ง 3 คนนั้น ถือว่ามีชื่อเป็น สส. แต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะยังไม่ได้ปฏิญาณตน ดังนั้นสิทธิประโยชน์ในฐานะอดีตสส. จึงยังไม่ได้รับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ สส. ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง คือ วิสุดา วิเชียร์ศิลป์ สส.กาญจบุรี เขต 4  และ 2 สส.บัญชีรายชื่อ ที่แทนสส.ที่ลาออกของพรรคเพื่อไทย คือ นายสมชัย อัศวชัยโสภณ แทน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุงที่ลาออก  นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ แทน  พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ที่ถึงแก่อนิจกรรม

พลาดแล้วพลาดอีก! ‘ชูวิทย์’กระหน่ำ‘พรรคส้ม’เสียค่าโง่ อ่านเกมการเมืองไม่ทัน

พลาดแล้วพลาดอีก! ‘ชูวิทย์’กระหน่ำ‘พรรคส้ม’เสียค่าโง่ อ่านเกมการเมืองไม่ทัน

พลาดแล้วพลาดอีก! ‘ชูวิทย์’กระหน่ำ‘พรรคส้ม’เสียค่าโง่ อ่านเกมการเมืองไม่ทัน

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.13 น.

พลาดแล้วพลาดอีก! ‘ชูวิทย์’กระหน่ำ‘พรรคส้ม’เสียค่าโง่ อ่านเกมการเมืองไม่ทัน

12 ธันวาคม 2568 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

นายกฯ ประกาศ “ยุบสภา“

เกมการเมืองที่ “พรรคประชาชนพลาดแล้วพลาดอีก”

ผมเคยเตือนก่อนแล้วว่าไม่มีการเมืองที่ไหนทำแบบนี้ หวังแก้รัฐธรรมนูญ ทำ MOA แล้วโหวตให้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล

ส่วนพรรคประชาชนนั่งเป็นฝ่ายค้าน ได้แต่วิพากษ์วิจารณ์ นั่งฝันว่า 4 เดือนจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วไปเลือกตั้ง

จนมาถึงบัดนี้ ท่ามกลางภาวะสงคราม ไทย-เขมร

ภูมิใจไทยเลือกหักหลัง ฉีก MOA แล้วยุบสภาหนีอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงภาวะสงคราม

ถือว่าใจเหี้ยมมาก แม้ว่าจะยังรักษาการ

แบบนี้ไม่ใช่ชาติต้องมาก่อน แต่พรรคต้องมาก่อน

พรรคส้มไม่ได้ตามที่หวัง ซ้ำยังไปเปิดโอกาสให้ช่วงที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยต้อนบ้านใหญ่เข้าพรรค โยกย้ายข้าราชการ ใช้งบประมาณ เตรียมพร้อมเลือกตั้งใหม่

พรรคประชาชนคงคิดว่า หากพรรคภูมิใจไทยตระบัดสัตย์แล้วคะแนนจะตก

แต่งานนี้พรรคภูมิใจไทยได้ “กินฟรี” ส่วนพรรคประชาชนถูกหลอก เสียค่าโง่ซ้ำอีกครั้ง

ตั้งแต่ MOU จัดตั้งรัฐบาลของ พิธา พรรคก้าวไกล ถูกหลอก

ต่อมา MOA เลือกนายกฯ ใหม่ของ เท้ง พรรคประชาชน ก็ถูกหลอกอีก

เรียกว่าถูกหลอกตั้งแต่ต้นยันปลาย

แม้ว่าพรรคประชาชนมีความปรารถนาดี แต่ความที่ไม่มีประสบการณ์เพียงพอ อ่านเกมการเมืองไม่ทัน

พรรคส้มจึงพลาดแล้วพลาดอีก

กลายเป็นพรรคที่หาเสียงเก่ง แต่เมื่อเข้าการเมืองไปแล้วกลับเอาคะแนนที่ประชาชนเลือกมา 14 ล้านเสียง โยนทิ้งน้ำ

เป็นบทเรียนราคาแพง

ซ้ำร้ายปรากฏการณ์ “ตีเช็คเปล่า“ ให้พรรคน้ำเงินกรอกตัวเลขเอง จะทำให้คะแนนของพรรคประชาชนตกต่ำลงไปอีก

ผมเตือนแล้วเตือนอีกว่า การเลือกพรรคภูมิใจไทยเพื่อหวังร่างกติกาใหม่ เหมือนเอาเนื้อไปฝากไว้กับเสือหิว

ไม่มีใครคาดหวังว่าพรรคภูมิใจไทยจะรักษาคำพูด เพราะรู้อยู่แก่ใจว่านักการเมืองรุ่นเก่าไว้ใจไม่ได้ ประชาชนเขาดูออก

มีแต่นักการเมืองรุ่นใหม่อย่างพรรคประชาชนเท่านั้นที่ดูไม่ออก

ถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นายชุวิทย์ ยังคอมเมนต์ด้วยว่า ใครคุม สว. คนรู้กันทั่ว ถึงกับเรียกว่า สว. สีน้ำเงิน ภูมิใจไทยไม่ต้องการผ่านรัฐธรรมนูญ งานนี้พรรคประชาชนถูกหลอกมาตั้งแต่ต้นแล้วครับ เตือนแล้วไม่ฟัง เตะหมูเข้าปากหมาเอง

ดับฝันคนละครึ่งเฟส2! ‘ภราดร’รับต้องพับโครงการไปก่อน ปัดภท.หักหลัง ปชน.

ดับฝันคนละครึ่งเฟส2! 'ภราดร'รับต้องพับโครงการไปก่อน ปัดภท.หักหลัง ปชน.

ดับฝันคนละครึ่งเฟส2! ‘ภราดร’รับต้องพับโครงการไปก่อน ปัดภท.หักหลัง ปชน.

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.02 น.

‘ภราดร’ยันภท.จริงใจแก้รธน.ที่สุด ปัดหักหลัง ปชน. ไม่ได้ผิดเงื่อนไข MOA ระบุ รบ.รักษาการยังทำหน้าที่เรื่องชายแดน-ภัยพิบัติได้ รับต้องพับคนละครึ่งเฟส2 ไปก่อน อ้าง ‘เอกนิติ’ จ่อนำเข้าครม.แล้ว แต่ยุบสภาก่อน

เมื่อเวลา 07.05 น. วันที่ 12 ธ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกรัฐมนตรีชิงยุบสภา จะทำให้ถูกมองว่าพรรคภูมิใจไทยไม่จริงใจต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า พรรคที่มีความจริงใจมากที่สุดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่น่าจะมีเกินเลยมากกว่าพวกตน ตนได้อภิปรายไว้ตั้งแต่วาระ 1 แล้วว่าเราจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประสบความสำเร็จให้ได้ อะไรก็ตามที่เป็นอุปสรรคและดูแล้วว่าไม่สามารถที่จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จหรือสะดุดลง เราจะพยายามปลดชนวนตรงนั้นออกทั้งหมด หลายเรื่องของพรรคภูมิใจไทยเราก็ยอมถอยในชั้นกรรมาธิการ และในการลงมติมาตรา 256 / 28 เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. เป็นการแข่งขันระหว่างกรรมาธิการเสียงข้างมากกับการแปรญัตติของ สว.

ซึ่งเขาพูดชัดเจนว่าหากเขาแพ้ในวาระ 2 วาระ 3 เขาก็ไม่โหวตให้ ดังนั้น ในวาระ 3 เราจะไม่ได้เสียง สว.ถึง 67 เสียงอย่างแน่นอน พรรคภูมิใจไทยจึงต้องตัดสินใจไม่ใช่เพราะตัวเนื้อหาสาระ บางครั้งเนื้อหาอาจถูกใจหรือไม่ถูกใจ แต่เราดูที่ปลายทางที่ให้สัญญาว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จ เราก็เลือกในสิ่งที่คิดว่าจะเดินต่อไปไปได้ จึงต้องลงมติตามการสงวนความเห็นของสว.

นายภราดร กล่าวว่า ทันทีที่เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. บางคนลุกขึ้นหารือเสนอต่อประธานรัฐสภาว่าจะเสนอญัตติด่วนเป็นเอกสารเพื่อให้บรรจุไว้ในระเบียบวาระ ในเรื่องการทำคำถามประชามติคำถามที่หนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านั้นในวันอังคารที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ได้มีความพยายามที่จะนำเรื่องคำถามประชามติคำถามที่หนึ่งเข้าที่ประชุมครม.เพื่อที่จะมีมติ แต่ทางเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นว่าการริเริ่มทำประชามติการริเริ่มทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ควรต้องเริ่มจากรัฐสภา จึงไม่สามารถนำเข้าครม.ในวันดังกล่าวได้ จึงต้องไปเสนอเป็นญัตติด่วนที่สภา ทั้งสองข้อนี้คือสิ่งที่ยืนยันว่าเรามีความจริงใจในการเดินตาม MOA ที่ให้สัญญากับพรรคประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหมือนเป็นแผนตั้งใจหักหลังพรรคประชาชนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว นายภราดร กล่าวว่า ไม่ เงื่อนไขนี้ไม่ได้อยู่ใน MOA ไม่มีเงื่อนไขใดเลยที่ระบุลงไปในรายละเอียดว่าในเนื้อหาสาระต้องเป็นอย่างไร สิ่งที่บอกคือ เราจะพยายามเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จ 

เมื่อถามว่า จะสื่อสารกับประชาชนอย่างไรว่าในขณะที่เกิดเหตุปะทะชายแดนไทย – กัมพูชา แต่ในทางการเมืองมีการยุบสภาและต้องเลือกตั้งใหม่ นายภราดร กล่าวว่า เรื่องภัยต่างๆ รัฐบาลยังคงรักษาการอยู่จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ อะไรที่ยังดำเนินการค้างอยู่ เช่น ภัยสงคราม หรือภัยพิบัติ รัฐบาลสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เหมือนรัฐบาลปกติ

เมื่อถามถึงโครงการคนละครึ่งเฟส 2 จะต้องพับไปใช่หรือไม่  นายภราดร กล่าวว่า คงจะต้องหยุดไว้ก่อนด้วยข้อจำกัดตัวกฎหมายเลือกตั้งที่ไม่สามารถจะทำได้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ก็ระบุว่าจะนำเข้า ครม. ในวันที่ 16  ธ.ค. แต่ก็ยุบสภาไปก่อน