แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ไฟเขียวจากฝ่ายการเมืองมีผลต่อกำลังใจและความมั่นใจของกองทัพอย่างมาก แม้กองทัพมีอำนาจมหาศาลอยู่แล้วตามโครงสร้าง แต่ในภาวะวิกฤต การได้รับการสนับสนุนชัดเจนจากผู้นำรัฐบาล ทำให้กำลังพลรู้ว่ามีที่พิงหลัง และย่อมดำเนินยุทธการได้เต็มกำลัง”

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง

อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต

ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม

ประณาม‘กัมพูชา’ ใช้พลเรือนบริสุทธิ์เป็นข้อต่อรอง ไม่ยอมปล่อยคนไทยกลับประเทศ

ประณาม‘กัมพูชา’  ใช้พลเรือนบริสุทธิ์เป็นข้อต่อรอง  ไม่ยอมปล่อยคนไทยกลับประเทศ

ประณาม‘กัมพูชา’ ใช้พลเรือนบริสุทธิ์เป็นข้อต่อรอง ไม่ยอมปล่อยคนไทยกลับประเทศ

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ตราด” ตึงเครียดสั่งอพยพ 4 ตำบล หลังเขมรเสริมอาวุธหนัก-ประชิดชายแดน ระเบิด 8 ลูกตกฝั่งไทย ส่วนที่บรรยากาศที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เงียบสนิทประชาชนอพยพไปที่ปลอดภัยกันทั้งอำเภอ หลังเหตุปะทะดุเดือด คนไทยหลายร้อยคนในปอยเปต รอเดินทางกลับบ้านแต่ทางกัมพูชายังไม่ยอมปล่อยเดินทางกลับ โดยไม่ชี้แจงเหตุผล ทำให้ต้องติดค้างที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก จ.สระแก้วขณะที่ รพ.ชายแดนถูกสั่งปิดอีก2แห่ง ย้ายผู้ป่วยแล้ว634ราย สธ.เปิด รพ.สนาม 100เตียงสนามในสระแก้ว

เมื่อเวลา 09.30น. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดตราดนายเกรียงไกร ปัญญาพงศธร นายอำเภอเมืองตราด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงตราด ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายบริเวณถนนสุขุมวิท (ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก) ต.ชำราก อ.เมืองตราด รวมถึงพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน หลังเมื่อวานนี้มีกระสุนปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชาตกเข้ามาในเขตไทย จากการตรวจสอบเบื้องต้นประเมินว่า มีวัตถุระเบิดตกเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทยประมาณ 8 ลูก โดยพบว่ามีระเบิดที่ยังไม่ทำงาน (ด้าน) หลงเหลืออยู่อย่างน้อย 2-3 ลูก ทั้งบนพื้นผิวจราจรและในสวนผลไม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่และประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าดำเนินการเก็บกู้เพื่อความปลอดภัย

ขอปชช.ช่วยสอดส่องเขมรสอดแนม

เวลา 10.10น.สถานการณ์ได้ปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) ได้เปิดปฏิบัติการทางทหารบริเวณพื้นที่บ้านสามหลัง ส่งผลให้มีเสียงปืนและเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง ด้านฝ่ายความมั่นคงจังหวัดตราด ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้ช่วยเป็นหูเป็นตา โดยเฉพาะการสอดส่องพฤติกรรมบุคคลต้องสงสัยชาวกัมพูชา หลังการข่าวพบว่ามีการขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนถ่ายภาพฐานปฏิบัติการของทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าว ให้ทำการควบคุมตัวไว้ทันที แล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารหรือฝ่ายปกครองเพื่อดำเนินการจับกุม

สั่งอพยพด่วน4ตำบลชายแดนตราด

ล่าสุด ฝ่ายความมั่นคงได้มีคำสั่งด่วนให้ อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ 100% ในเขต 4 ตำบลชายแดนอำเภอเมืองตราด ได้แก่ ต.ชำราก, ต.ตะกาง, ต.ท่ากุ่ม และ ต.แหลมกลัด เนื่องจากสถานการณ์การปะทะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จากการที่ฝ่ายกัมพูชาได้มีการเสริมกำลังพลและเคลื่อนย้ายอาวุธหนักเข้ามาประชิดแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นเวลา 11.00 น.ฐานปืนใหญ่ของฝั่งจังหวัดตราดได้ยิงปืนใหญ่สนับสนุนทหารนาวิกโยธินตราดบุกยึดพื้นที่บ้าน 3 หลัง และบริเวณกาสิโนที่บ้านทมอดา ต.เวียงเวล อ.เวียลเวง จ.โพธิสัต ที่ตรงข้ามกับบ้านท่าเส้น ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด กว่า 10 นัด ซึ่งเสียงปืนได้ยินถึงตัวเมืองตราดเป็นระยะๆ ท่ามกลางการเฝ้าติดตามของประชาชนในพื้นที่จังหวัดตราด

ตาพระยาเงียบสนิท ไร้ผู้คนออกนอกบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงเช้าที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ชาวบ้านปิดร้านค้าเต็ม 100% ไม่มีผู้คนออกมาเดินให้เห็นแม้แต่คนเดียว มีแต่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจของสภ.ตาพระยา กำลังเตรียมตัวที่จะเข้าไปเสริมแนวรบบริเวณชายแดน บ้านคลองแผงและบึงตะกวน หลังเมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา เกิดการปะทะกันอย่างหนัก และเสียงปืนสงบลงในเวลา 20.00 น.ปรากฏว่าฝ่ายกัมพูชายิงปืน ค.ลงข้างยานเกราะสไตรเกอร์ของทหารไทย บริเวณด่านบึงตะกวน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เบื้องต้นมีทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย ได้รับบาดเจ็บ 10 นาย นำตัวส่ง รพ.ตาพระยาเรียบร้อย รวมทั้งคนเจ็บคาดว่า วันนี้น่าจะมีการรบพุ่งอย่างดุเดือดอย่างแน่นอน

คนไทยที่ฝั่งปอยเปตรอกลับประเทศ

เพจ“สวท.สระแก้ว” รายงานว่าศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 รายงานสถานการณ์บริเวณด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว วันนี้ฝ่ายไทยเตรียมการเปิดด่านคลองลึกรับคนไทยจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชากลับประเทศ ตั้งแต่ห้วงเวลา 10.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งคนไทยที่เดินทางเข้ามา จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการรับตัวและคัดกรองตามขั้นตอน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.), จนท.ตร.สภ.คลองลึก, ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12, อาสาสมัครรักษาดินแดน และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) เพื่อคัดแยกและตรวจสอบหลักฐานการเข้า-ออกประเทศตามกฎหมาย และอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนาต่อไป

ต่อมารายงานว่า บรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบว่า แรงงานกัมพูชาจำนวนมาก ทั้งจากตลาดโรงเกลือและพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดสระแก้ว ต่างหอบหิ้วสัมภาระ พาบุตรหลานทยอยเดินเท้ามุ่งหน้ากลับประเทศกัมพูชา โดยใช้ด่านคลองลึกเป็นเส้นทางผ่านหลัก

ด้านฝั่ง ปอยเปต ประเทศกัมพูชา แหล่งข่าวยืนยันว่า ขณะนี้มีคนไทยหลายร้อยคนรอเดินทางกลับเข้าประเทศไทยเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยกำลังเร่งเจรจากับฝ่ายกัมพูชา เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนการเดินทางกลับของทั้งสองฝ่าย ซึ่งต้องใช้เวลาในการหารือพอสมควร

กัมพูชาเล่นแง่ไม่ปล่อยคนไทยกลับ

ต่อมาเวลา 15.00 น.สำนักงานประสานงานชายแดนไทย–กัมพูชา ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานให้คนไทยกลับเข้าประเทศ ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว แต่ทางกัมพูชายังไม่อนุมัติให้คนไทยเดินทางกลับ โดยยังไม่ชี้แจงเหตุผลขณะฝ่ายความมั่นคง ได้ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก ผลักดันชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความมั่นคง เนื่องจากที่ผ่านมาเคยพบว่ามีการแฝงตัวเข้ามาสอดแนมข้อมูลทางทหาร จึงต้องเข้มงวดเป็นพิเศษในช่วงสถานการณ์ตึงเครียด

อย่างไรก็ตาม หลังจากทางการกัมพูชา ไม่อนุญาตให้คนไทยเดินทางกลับประเทศ ล่าสุดฝ่ายความมั่นคงได้ชะลอการผลักดันแรงงานกัมพูชากับประเทศ ส่งผลให้มีชาวกัมพูชาที่เดินทางมารอตั้งแต่ช่วงเช้าไม่สามารถกลับประเทศได้ บางคนตัดสินใจเดินทางออกจากด่านคลองลึก กลับไปยังที่ตั้งก่อน เนื่องจากอากาศในพื้นที่ค่อนข้างร้อน

ขณะที่เพจกองทัพบก ทันกระแส โพสต์ข้อความว่า ด่วน!!! การทูตปอยเปตไม่ได้ผล กัมพูชาเมิน ไม่ปล่อยคนไทยกลับบ้าน ประณามกัมพูชา ไม่มีมนุษยธรรม ใช้พลเรือนบริสุทธิ์เป็นข้อต่อรอง นั่นคือพื้นที่การสู้รบความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

สถานทูตไทยประสานขอให้เร่งเปิดทาง

ต่อมา สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ขอความร่วมมืออำนวยความสะดวกให้ชาวไทยที่พำนักอยู่ในเมืองปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย สามารถเดินทางกลับประเทศไทยผ่านด่านชายแดนนานาชาติปอยเปตได้อย่างปลอดภัยและเป็นระเบียบ หลังกลุ่มคนไทยจำนวนหนึ่งแจ้งความประสงค์ต้องการกลับประเทศโดยเร่งด่วน โดยเนื้อหาในหนังสือระบุว่า ขอให้กัมพูชาประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การข้ามแดนเป็นไปโดยราบรื่น พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นด้านความปลอดภัยและความรวดเร็วของการเดินทางกลับประเทศของประชาชนไทย

พร้อมกันนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทยยังได้ย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้ง 2 ประเทศ พร้อมแสดงความขอบคุณต่อการสนับสนุนของหน่วยงานกัมพูชา โดยสำเนาหนังสือได้ส่งไปยังกรมตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา เพื่อร่วมดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

โรงพยาบาลชายแดนปิดอีก2แห่ง

ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข (PHEOC) นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ สธ.เป็นประธานการประชุม ว่าจากเหตุปะทะที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ต้องมีการปิดโรงพยาบาล (รพ.) ในพื้นที่เสี่ยงใน จ.สระแก้ว เพิ่มอีก 2 แห่ง คือ รพ.อรัญประเทศ และ รพ.คลองหาด จากที่ปิดไปแล้ว 10 แห่ง (รพ.น้ำยืน รพ.นาจะหลวย รพ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี, รพ.กันทรลักษ์ รพ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ, รพ.กาบเชิง รพ.พนมดงรักเฉลิมพระเกียรติฯ จ.สุรินทร์, รพ.ตาพระยา รพ.โคกสูง จ.สระแก้ว และ รพ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์) รวมเป็น 12 แห่ง

เปิดรพ.สนาม100เตียงสนามในสระแก้ว

และที่ปิดบริการบางส่วนอีก 8 แห่ง ได้แก่ รพ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ, รพ.ปราสาท รพ.สังขะ รพ.บัวเชด จ.สุรินทร์, รพ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์, รพ.บ่อไร่ รพ.คลองใหญ่ จ.ตราด และ รพ.จิตเวชสระแก้วราชนครินทร์ พร้อมทั้งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยใน 634 ราย ไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ปลอดภัยส่วนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่เสี่ยงขณะนี้ได้ปิดบริการบางส่วน 7แห่ง และปิดชั่วคราว 198 แห่งทั้งนี้ มีการตั้ง รพ.สนาม 1 แห่ง รองรับได้ 100 เตียง ที่ จ.สระแก้ว ด้วย

พร้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้ทันที

โฆษก สธ. กล่าวว่า จากการซ้อมแผนบนโต๊ะ (Table Top Exercise) เพื่อเตรียมการอพยพเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหากสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น ได้กำหนดคู่โรงพยาบาลระหว่างเขตสุขภาพในการรับส่งต่อผู้ป่วยและสนับสนุนอัตรากำลังบุคลากร โดยเขตสุขภาพที่ 10 ส่งต่อเขตสุขภาพที่ 8, เขตสุขภาพที่ 9 ส่งต่อเขตสุขภาพที่ 7 และเขตสุขภาพที่ 6 ส่งต่อเขตสุขภาพที่ 4 พร้อมทั้งกำหนดเส้นทาง ระยะเวลาเดินทาง ลำดับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและระดับรถฉุกเฉินที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายอย่างชัดเจน สามารถปฏิบัติการได้ทันทีเมื่อได้รับแจ้งสถานการณ์

ปชช.เข้าศูนย์พักพิงแล้วกว่า2.5แสนราย

“สำหรับการดูแลประชาชนทั่วไปในศูนย์พักพิง ที่ขณะนี้เพิ่มเป็น 934 จุด ผู้เข้าพัก 258,617 คน เป็นกลุ่มเปราะบาง 46,252 คน ได้ส่งผู้ที่มีอาการป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลในพื้นที่ปลอดภัย 317 คน จัดทีมปฏิบัติการด้านสุขภาพลงพื้นที่เพิ่มขึ้น ประกอบด้วย ทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ (MERT/Mini-MERT) 43 ทีม ทีมปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินระดับสูง (ALS) 43 ทีม ทีมปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรค 114 ทีม ทีมปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินและสาธารณภัยด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 76 ทีม และทีมช่วยเหลือทางด้านจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต 88 ทีม โดยจากการคัดกรองสุขภาพจิตประชาชน 27,413 ราย พบเครียดสูงและเสี่ยงทำร้ายตนเองรวม 388 ราย ได้ให้การปฐมพยาบาลทางจิตใจ และส่งเข้ารับการดูแลตามกระบวนการ พร้อมติดตามดูแลใกล้ชิด” นพ.เอกชัย กล่าว

ปชป. ร่อนแถลงการณ์ ซัด พรรคส้ม ออกลูกงอแงหวังประโยชน์แก้ รธน. ยอมเอา ‘อธิปไตยชาติ’ มาเสี่ยง

ปชป. ร่อนแถลงการณ์ ซัด พรรคส้ม ออกลูกงอแงหวังประโยชน์แก้ รธน. ยอมเอา ‘อธิปไตยชาติ’ มาเสี่ยง

ปชป. ร่อนแถลงการณ์ ซัด พรรคส้ม ออกลูกงอแงหวังประโยชน์แก้ รธน. ยอมเอา ‘อธิปไตยชาติ’ มาเสี่ยง

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 22.31 น.

วันที่ 11 ธันวาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงการณ์ ระบุว่า  สืบเนื่องจากการแถลงของพรรคประชาชนที่ประกาศจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ภายหลังจากแพ้การลงคะแนนมาตราสำคัญในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯในรัฐสภา

พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการตรวจสอบสำคัญของฝ่ายค้านต่อรัฐบาล ซึ่งมีหลายกรณีของรัฐบาลนี้เช่นความเกี่ยวพันของคนในรัฐบาลกับขบวนการฟอกเงินสแกมเมอร์ รวมถึง ความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาภัยพิบัติ ซึ่งหากเป็นสถานการณ์ปกติ พรรคฯพร้อมที่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคฯร่วมลงชื่อในญัตติอภิปรายอย่างแน่นอน

แต่ขณะนี้สถานการณ์ของประเทศกลับมีความวิกฤตเร่งด่วนที่ต้องการการตัดสินใจของรัฐบาลให้ทันท่วงทีต่อสถานการณ์ เพราะเกี่ยวพันถึงอธิปไตยของชาติและชีวิตของประชาชน ทั้งการรบชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีความตึงเครียดต่อเนื่อง ทำให้กองทัพและฝ่ายความมั่นคงต้องพร้อมสู้รบปกป้องอธิปไตยของประเทศตลอดเวลา ผลจากเหตุการณ์รุนแรงนี้ทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ของไทยต้องสละชีวิตแล้วอย่างน้อยถึง ๙ คน และประชาชนได้รับผลกระทบกว่าแสนคน ทั้งยังไม่มีท่าทีจะคลี่คลายในเวลาอันสั้น 

ในขณะเดียวกันผลกระทบรุนแรงจากเหตุการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดทางภาคใต้ โดยเฉพาะ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังคงมีความวิกฤตจากความเสียหายทั้งการไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติของประชาชนนับแสนคน บ้านที่อยู่อาศัยเสียหายไม่สามารถพักอาศัยได้ ถนนหนทางเสียหาย ขยะจำนวนมหาศาลที่รอการจัดการ คนตกงานจำนวนมากธุรกิจทุกชนิดเสียหาย ในขณะที่แผนการฟื้นฟูเยียวยาเร่งด่วนยังต้องการการตัดสินใจของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้วยเหตุดังกล่าว พรรคฯเห็นว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่เหมาะที่จะใช้การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เป็นการต่อรองทางการเมือง เพราะเหตุผลในการยื่นอภิปรายเป็นการเอาคืนทางการเมือง แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อเอกภาพในการร่วมมือกันของทุกฝ่ายในการแก้ปัญหาชายแดน และรู้อยู่ว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็จะตอบโต้เกมการเมืองด้วยการยุบสภา และจะทำให้มีรัฐบาลรักษาการ ที่ไม่อำนาจเต็มในการจัดการกับสถานการณ์เฉพาะหน้าขณะนี้ได้

พรรคประชาชนเองในยามต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้ประกาศว่ารัฐบาลไม่ได้ผิดร้ายแรง แต่ในยามพลาดหวังจากการแก้รัฐธรรมนูญตามแบบที่ต้องการ กลับยอมใช้การแลกความเสี่ยงของการปกป้องอธิปไตยของชาติที่ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย และ ความล่าช้าของการฟื้นฟูมหาอุทกภัย ตัดสินใจล้มกระดานการเมือง

พรรคประชาธิปัตย์ จึงขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง หยุดต่อรองผลประโยชน์ทางการเมืองในทุกวิธีการ และหันหน้ามาร่วมมือกันแก้ปัญหาวิกฤตเฉพาะหน้าของชาติ ให้ลุล่วงเรียบร้อย สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ พรรคการเมืองไม่ควรเอาอธิปไตยของชาติและชีวิตของประชาชน มาเล่นการเมืองจนเลยเถิดและอาจเกิดความเสียหายรุนแรงตามมา

ยุบสภา อนุทิน ยันแล้ว คืนอำนาจให้ประชาชน

ยุบสภา อนุทิน ยันแล้ว คืนอำนาจให้ประชาชน

ยุบสภา อนุทิน ยันแล้ว คืนอำนาจให้ประชาชน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 22.21 น.

11 ธ.ค. 68 ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการทั่วไปแล้ว ซึ่งการกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร มีขึ้นหลังจากที่สมาชิกรัฐสภา เสียงข้างมากมีมติให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256/28 ต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภา ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกวุฒิสภาที่มีอยู่  ซึ่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน และเป็นพรรคการเมืองที่สนับสนุนนายอนุทิน  เป็นนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้นายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรี ยุบสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่มีสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ลงมติเป็นเสียงข้างมาก 

ล่าสุด นายอนุทิน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบะว่า “ผมขอคืนอำนาจกลับไปยังพี่น้องประชาชนครับ”

สะพัด อนุทิน ยื่นยุบสภาคาไว้แล้ว ตั้งแต่เย็นวันนี้ ตัดหน้า ‘ปชน.’ ล่าชื่อซักฟอกรัฐบาล

สะพัด อนุทิน ยื่นยุบสภาคาไว้แล้ว ตั้งแต่เย็นวันนี้ ตัดหน้า ‘ปชน.’ ล่าชื่อซักฟอกรัฐบาล

สะพัด อนุทิน ยื่นยุบสภาคาไว้แล้ว ตั้งแต่เย็นวันนี้ ตัดหน้า ‘ปชน.’ ล่าชื่อซักฟอกรัฐบาล

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.51 น.

วันที่ 11 ธันวาคม 2568  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากมีความเคลื่อนไหวของพรรคประชาชนที่เรียก สส. ให้ร่วมลงชื่อในญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ซึ่งสืบเนื่องจากการโหวต มาตรา 256/28 ที่ สส.พรรคร่วมรัฐบาล และสว.เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยให้กลับไปใช้เสียง สว.1 ใน 3 มีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น 

ทั้งนี้รายงานข่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ทูลเกล้าฯ ร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาไปแล้วตั้งแต่ช่วงเย็นวันนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ภูมิใจไทยสวนกลับ! ยันไม่ได้พลิก MOA แม้แต่ข้อเดียว อย่ามางอแง หากไม่ได้ดั่งใจ

‘อนุทิน’อาจตัดสินใจยุบสภาพรุ่งนี้ 12 ธ.ค.68 ?

ด่วน! พรรคประชาชน เดินเกมเรียก สส. ลงชื่อ ยื่นซักฟอกรัฐบาล หลัง ‘ภูมิใจไทย’ ฉีก MOA

ปชน.ไม่รับผลโหวต 312 เสียงคงเกณฑ์ ส.ว. 1 ใน 3 เสนอนับใหม่ขานชื่อ โต้ภท.ข้อตกลงไม่ใช่ฟื้นอำนาจยับยั้งกระบวนการ

ภูมิใจไทยสวนกลับ! ยันไม่ได้พลิก MOA แม้แต่ข้อเดียว อย่ามางอแง หากไม่ได้ดั่งใจ

ภูมิใจไทยสวนกลับ! ยันไม่ได้พลิก MOA แม้แต่ข้อเดียว อย่ามางอแง หากไม่ได้ดั่งใจ

ภูมิใจไทยสวนกลับ! ยันไม่ได้พลิก MOA แม้แต่ข้อเดียว อย่ามางอแง หากไม่ได้ดั่งใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.45 น.

วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ภายหลังจากการโหวต มาตรา 256/28 ที่มติที่ประชุมรัฐสภา ไม่เห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมาก ในการใช้เสียงกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภา เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้กลับไปใช้เสียง สว.1ใน3 มีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีเสียงสส.พรรค ภท.ไปร่วมโหวตพลิกมติกมธ.เสียงข้างมากด้วยนั้น

ต่อ เวลา 20.00 น. ทางแกนนำพรรคปชน.ได้ตามตัว สส.พรรคปชน. ให้ไปร่วมลงชื่อเพื่อเสนอญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 เเบบลงมติ ทันที 

ล่าสุด น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ภูมิใจไทย ไม่ได้พลิก MOA แม้แต่ข้อเดียว เรายังยืนอยู่บนเส้นทางตามข้อตกลงทุกอย่าง อย่ากล่าวหาเราผิดๆ พอไม่ได้ดั่งใจ ก็อย่ามางอแงจะเอาทุกอย่าง
 

ด่วน จุลพันธ์ โพสต์เฟซบุ๊กเรียกประชุม สส เพื่อไทย ในวันพรุ่งนี้

ด่วน จุลพันธ์ โพสต์เฟซบุ๊กเรียกประชุม สส เพื่อไทย ในวันพรุ่งนี้

ด่วน จุลพันธ์ โพสต์เฟซบุ๊กเรียกประชุม สส เพื่อไทย ในวันพรุ่งนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.28 น.

วันนี้ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เฟซบุ๊ก จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวขอนัดหมายประชุม ส.ส. พรรคเพื่อไทย เร่งด่วน ในวันพรุ่งนี้ (12 ธ.ค.) เพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญ ในเวลา 09.00 น. ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย

“เนื่องจากมีสถานการณ์เร่งด่วน ขอนัดหมายประชุม สส. พรรคเพื่อไทย ในวันพรุ่งนี้ (12 ธ.ค.) เพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญ ในเวลา 9.00 น. ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย”

]

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ 

‘อนุทิน’อาจตัดสินใจยุบสภาพรุ่งนี้ 12 ธ.ค.68 ?

'อนุทิน'อาจตัดสินใจยุบสภาพรุ่งนี้ 12 ธ.ค.68 ?

‘อนุทิน’อาจตัดสินใจยุบสภาพรุ่งนี้ 12 ธ.ค.68 ?

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.06 น.

วันที่ 11 ธันวาคม 2568 นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “Sermsuk Kasitipradit” ระบุว่า 

นายกฯอาจตัดสินใจยุบสภาพรุ่งนี้ 12 ธ.ค.68 ?

หลังจากที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรธน.มาตรา256(28) ที่กมธ.เสียงข้างมากเสนอให้ตัดอำนาจสว.ในการลงมติแก้ไขรธน.ฉบับใหม่ จากเดิมที่ต้องมีสว.ให้ความเห็นชอบ1ใน3 เป็นไม่ต้องใช้เสียงสว.1ใน3ในการให้ความเห็นชอบในการพิจารณาวาระที่3  ที่ประชุมมีมติ 310:290 ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของกมธ.เสียงข้างมาก เห็นควรคงอำนาจสว.1ใน3 ตามรธน.2560 ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบการแก้ไขรธน.ในวาระที่3 

หลังการลงมติ ปชน.เสนอให้นับคะแนนใหม่เป็นครั้งที่สอง ซึ่งต้องใช้การขานชื่อในการนับคะแนนครั้งที่สอง หากผลการนับคะแนนครั้งที่สอง ยืนยันที่ประชุมร่วมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของกมธ.เสียงข้างมาก  นายกฯอนุทินอาจตัดสินใจยุบสภาในวันพรุ่งนี้ 

ก่อนหน้าการลงมติ เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อภิปรายแสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าว

ยืนยันจุดยืนปชน.หากที่ประชุมร่วมมีมติไม่เห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมาก ที่ให้ตัดอำนาจสว.ในการพิจารณาแก้ไขรธน.(ฉบับใหม่ หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า)ในวาระ3 ให้นายกฯพิจารณายุบสภาได้เลย   ไม่ต้องรอการพิจารณาร่างแก้ไขรธน.(ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาวาระ2 ในการประชุมวันนี้)ในการพิจารณาวาระสาม ในช่วงปลายเดือนธ.ค.นี้

ขณะนี้(20.00น.)อยู่ระหว่างการนับคะแนนครั้งที่สอง ด้วยการขานชื่อสมาชิกรัฐสภา รอผลการนับคะแนนรอบที่สอง. หากเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการลงมติครั้งแรก  อาจมีข่าวใหญ่นายกฯตัดสินใจยุบสภาในวันพรุ่งนี้  12ธ.ค.68 วันแรกของการเปิดประชุมสภา

สส.พรรคส้ม แซะกองทัพ ทำไมถึงส่งทหารเกณฑ์ไปรบชายแดน

สส.พรรคส้ม แซะกองทัพ ทำไมถึงส่งทหารเกณฑ์ไปรบชายแดน

สส.พรรคส้ม แซะกองทัพ ทำไมถึงส่งทหารเกณฑ์ไปรบชายแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.01 น.

11 ธ.ค. 68 นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาชน (ปชน.) ทวีตข้อความผ่าน X @Jirat_MP ว่า “ถึงวันนี้มีทหารไทยเสียชีวิตแล้ว 24 คน โดยที่ 9 คนเป็นทหารเกณฑ์ พวกเค้าได้รับการฝึกมาน้อย ถึงน้อยมากๆ ประสบการณ์ก็ไม่มี ความสามารถก็น้อยกว่าทหารอาชีพ สวัสดิการเค้าก็ไม่ได้ ค่าตอบแทนรับจริงแค่เดือนละ 3-4 พันบาท เสียชีวิตไปก็ได้ชดเชยน้อย ทั้งๆที่เรามีทหารอาชีพอยู่ตั้ง 4 แสนคน แล้วทำไมถึงเอาทหารเกณฑ์ไปรบครับ?” 

ด่วน! พรรคประชาชน เดินเกมเรียก สส. ลงชื่อ ยื่นซักฟอกรัฐบาล หลัง ‘ภูมิใจไทย’ ฉีก MOA

ด่วน! พรรคประชาชน เดินเกมเรียก สส. ลงชื่อ ยื่นซักฟอกรัฐบาล หลัง ‘ภูมิใจไทย’ ฉีก MOA

ด่วน! พรรคประชาชน เดินเกมเรียก สส. ลงชื่อ ยื่นซักฟอกรัฐบาล หลัง ‘ภูมิใจไทย’ ฉีก MOA

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.33 น.

ด่วน!! ‘พรรคประชาชน’เดินเกมเรียก สส.ลงชื่อยื่นซักฟอกรัฐบาล หลัง ‘ภูมิใจไทย’ฉีกเอ็มโอเอแก้‘รัฐธรรมนูญ’

วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศจากอาคารรัฐสภา ว่า ภายหลังจากการโหวต มาตรา 256/28 ที่มติที่ประชุมรัฐสภา ไม่เห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมาก ในการใช้เสียงกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภา เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้กลับไปใช้เสียง สว.1ใน3 มีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีเสียงสส.พรรค ภท.ไปร่วมโหวตพลิกมติกมธ.เสียงข้างมากด้วยนั้น

ล่าสุด เวลา 20.00 น. ทางแกนนำพรรคปชน.ได้ตามตัว สส.พรรคปชน. ให้ไปร่วมลงชื่อเพื่อเสนอญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 เเบบลงมติ ทันที