ดานอน ประเทศไทย ผนึกกำลัง กรมอนามัย และกรุงเทพมหานคร สนับสนุนโครงการ ‘เด็กฉลาดด้วยธาตุเหล็ก’ ยุติภาวะโลหิตจางเด็กไทย

ดานอน ประเทศไทย ผนึกกำลัง กรมอนามัย และกรุงเทพมหานคร สนับสนุนโครงการ ‘เด็กฉลาดด้วยธาตุเหล็ก’ ยุติภาวะโลหิตจางเด็กไทย

ดานอน ประเทศไทย ผนึกกำลัง กรมอนามัย และกรุงเทพมหานคร สนับสนุนโครงการ ‘เด็กฉลาดด้วยธาตุเหล็ก’ ยุติภาวะโลหิตจางเด็กไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดานอน ประเทศไทย จับมือ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนพันธมิตรร้านค้าปลีกอย่างซีเจ โลตัส บิ๊กซี และร้านค้าชั้นนำท้องถิ่น เดินหน้าขับเคลื่อนการรณรงค์ป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia  – IDA) ที่พบได้ถึง 1 ใน 3 ของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยไม่แสดงอาการในระยะแรก จึงนับเป็น ‘ภัยเงียบ’ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองอย่างถาวร ทำให้ระดับสติปัญญา (IQ) ลดลงถึง 13% ดังนั้น จึงควรสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะ IDA ตลอดจนเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนของการตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจางตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงการดูแลด้านโภชนาการอย่างเหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดภาวะดังกล่าวในระยะยาว

ดานอนกับบทบาทผู้นำและความร่วมมือระดับชาติ

ดานอน ประเทศไทย เป็นผู้นำจากภาคเอกชนในการรณรงค์ป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนงานวิจัย การให้ความรู้ด้านโภชนาการแก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ปกครอง ตลอดจนตรวจคัดกรองแบบไม่เจาะเลือดแก่เด็กไทยทั่วประเทศกว่า 68,000 คน

 “ดานอนขอใช้วันขาดธาตุเหล็กโลก (Iron Deficiency Day) เป็นวันสำคัญในการย้ำเตือนถึงความจำเป็นเร่งด่วนของการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็กปฐมวัย” แดนิช ราห์มัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดานอนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และดานอน ประเทศไทย กล่าว “และดานอนก็ขอเน้นย้ำความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงความรู้ที่จำเป็น และดูแลโภชนาการที่เหมาะสมในการป้องกันภาวะนี้ได้อย่างยั่งยืน”

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดานอน ประเทศไทย ได้เร่งขับเคลื่อนการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก โดยมีความร่วมมือที่ได้รับการขยายผลในหลายระดับ

ความร่วมมือระดับชาติ  

ดานอน ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับกรมอนามัย เป็นครั้งแรกในปีนี้เพื่อขยายการป้องกันภายใต้แคมเปญ “เด็กฉลาดด้วยธาตุเหล็ก (Smart Kids with Iron)” มุ่งเน้นการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นด้วยเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงภาวะ IDA (อุปกรณ์ตรวจวัดฮีโมโกลบิน โดยเทคโนโลยี Pulse CO-Oximetry แบบไม่ต้องเจาะเลือด) แก่ศูนย์อนามัยที่ 1เชียงใหม่  ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา ศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี ศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง เพื่อช่วยให้เด็กไทยได้รับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงภาวะ IDA ตั้งแต่เนิ่นๆ และได้รับการดูแลด้านโภชนาการที่เหมาะสม

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเป็นภารกิจสำคัญของกรมอนามัย ภายใต้โครงการ ‘เด็กฉลาดด้วยธาตุเหล็ก’ ทางกรมอนามัย มุ่งให้เด็กทุกคนได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอเพื่อพัฒนาการทางสมองที่เหมาะสม ความร่วมมือกับดานอนในการส่งเสริมโภชนาการ และการตรวจคัดกรองความเสี่ยงภาวะ IDA โดยไม่ต้องเจาะเลือดในพื้นที่นำร่อง ช่วยส่งเสริมการดำเนินงานของเราให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาว และสร้างอนาคตที่สดใสให้แก่เด็กไทย”

ความร่วมมือระดับท้องถิ่น

ขณะเดียวกัน ดานอน ประเทศไทย ยังคงร่วมมือกับกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าตรวจคัดกรองเด็กเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯ ตลอดจนจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านโภชนาการในระดับชุมชนและโรงเรียน ดังที่ล่าสุดเพิ่งจะมีการตรวจคัดกรองเด็กๆ ระดับชั้นปฐมวัยที่โรงเรียนสามเสนนอก เขตดินแดง โดยได้รับความร่วมมือจากทางผู้บริหารโรงเรียน และหลากหลายภาคส่วนจากทางกรุงเทพมหานคร

แพทย์หญิง สุธี สฤษฎิ์ศิริ ผู้อำนวยการกองสร้างเสริมสุขภาพ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “กรุงเทพมหานครมุ่งแก้ปัญหาโลหิตจางทุกวัย ตั้งแต่หญิงตั้งครรภ์ เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน เป็นต้น โดยเฉพาะเด็กเล็ก การคัดกรองมักเกิดความกังวลทั้งกับเด็กและผู้ปกครอง การสนับสนุนจาก ดานอน ทำให้สามารถนำเครื่องมือตรวจแบบไม่ต้องเจาะเลือดมาใช้ เข้าถึงการตรวจคัดกรองได้ง่าย และส่งต่อยืนยันการวินิจฉัยละรักษาได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่การให้ความรู้ด้านโภชนาการในครัวเรือนและโรงเรียน เพื่อลดภาวะโลหิตจางในเด็กไทย”

ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน

ที่ผ่านมา ดานอน ประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงพันธมิตรร้านค้าปลีกอย่างซีเจ โลตัส บิ๊กซี และร้านค้าชั้นนำท้องถิ่น ได้ประสานความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องเพื่อปิดช่องว่างด้านการเข้าถึงการตรวจคัดกรอง ความรู้ และโภชนาการที่เหมาะสม

เดือนแห่งการรณรงค์และการลงมือ

ดานอน ประเทศไทย เดินหน้ารณรงค์และเพิ่มความตระหนักรู้ให้แก่สังคมไทย ด้วยการกำหนดให้เดือนพฤศจิกายนเป็น “เดือนแห่งการป้องกันโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (IDA Month)” เพื่อเป็นช่วงเวลาสำคัญในการรวมพลังพันธมิตรทุกภาคส่วน เพิ่มการสื่อสารให้เกิดความตระหนักรู้ และกระตุ้นการตรวจคัดกรองเชิงรุก โดยดำเนินงานสอดคล้องกับโครงการของกรมอนามัยในระดับประเทศ และกิจกรรมรณรงค์ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ผนึกกำลังร่วมกันปกป้องอนาคตของเด็กไทย นอกจากนี้ ดานอนยังได้ดำเนินกิจกรรมสำคัญในช่วงเดือนนี้  ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการให้ความรู้ในการประชุมวิชาการด้านกุมารเวชศาสตร์ในโรงพยาบาลชั้นนำ เพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก รวมถึงการส่งเสริมโภชนาการที่เหมาะสมในเด็กปฐมวัย, จัดกิจกรรมให้ความรู้ และตรวจคัดกรองร่วมกับกรุงเทพมหานครที่โรงเรียนสามเสนนอก (ประชาราษฎร์อนุกูล)  และส่งมอบเครื่องมือตรวจคัดกรองความเสี่ยงภาวะโลหิตจาง

จากการขาดธาตุเหล็กโดยไม่ต้องเจาะเลือดให้แก่กรมอนามัยในรูปแบบการยืม เพื่อสนับสนุนการตรวจคัดกรองเพิ่มเติมในจังหวัดนำร่องทั่วประเทศ เพื่อขยายการเข้าถึงเด็กเล็กและครอบครัวจำนวนมากยิ่งขึ้น

ดานอน ประเทศไทย ยังเน้นย้ำบทบาทของผู้ปกครองในการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก โดยตระหนักรู้ถึงผลกระทบด้านสุขภาพจากการขาดธาตุเหล็ก ดูแลโภชนาการประจำวันของลูกให้เหมาะสมตามวัยโดยเลือกอาหารที่มีธาตุเหล็กและวิตามินซีสูงเพื่อช่วยการดูดซึม และหมั่นสังเกตอาการอ่อนเพลีย ซึม เบื่ออาหารอย่างใกล้ชิด รวมถึงเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างน้อย 2 ช่วงวัย ได้แก่ ที่อายุ 9 เดือน (6-12 เดือน) และ ที่อายุ 4 ปี (3-5 ปี)  ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของพัฒนาการทางร่างกายและสมอง เพื่อประเมินความเสี่ยง ติดตามผลและรับคำปรึกษาจากบุคลากรทางแพทย์อย่างทันท่วงที

ไทวัสดุ และ บีเอ็นบี โฮม เปิดจักรวาลของตกแต่งเทศกาลคริสต์มาส ทุกการจำหน่ายต้นสนสด นำเข้าจากแคนาดา บริจาคช่วยคนตาบอด

ไทวัสดุ และ บีเอ็นบี โฮม เปิดจักรวาลของตกแต่งเทศกาลคริสต์มาส ทุกการจำหน่ายต้นสนสด นำเข้าจากแคนาดา บริจาคช่วยคนตาบอด

ไทวัสดุ และ บีเอ็นบี โฮม เปิดจักรวาลของตกแต่งเทศกาลคริสต์มาส ทุกการจำหน่ายต้นสนสด นำเข้าจากแคนาดา บริจาคช่วยคนตาบอด

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เปิดฤดูกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี 2568  ไทวัสดุ และ บีเอ็นบี โฮม ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าเพื่อบ้าน เนรมิต “จักรวาลของตกแต่งคริสต์มาสครั้งยิ่งใหญ่”ด้วยแนวคิด “ครบ จบ ในที่เดียว” ยกขบวนของตกแต่งคริสต์มาสกว่า 2,000 รายการ ภายใต้ธีม “Carnival Nutcracker” ครอบคลุมตั้งแต่ต้นสนสดนำเข้าจากแคนาดา ไปจนถึงของขวัญ และไฟประดับดีไซน์พิเศษ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและความสุขในทุกพื้นที่ของบ้านและธุรกิจ  โดยทุกการจำหน่ายต้นสนสด ไทวัสดุ และ บีเอ็นบี โฮม จะร่วมสมทบทุนบริจาค ต้นละ 50 บาท ให้แก่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูป ถัมภ์

นางสาวชุติพร คงเจริญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ความต้องการสินค้าตกแต่งเทศกาลคริสต์มาสในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้นคริสต์มาสสดพรีเมียมจากแคนาดา ที่ไทวัสดุและบีเอ็นบี โฮม เป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวในประเทศไทยมาตลอด 7 ปีที่ผ่านมานั้น ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าทั้งกลุ่มครัวเรือนและเชิงพาณิชย์ ซึ่งมียอดจำหน่ายรวม 1,000 ต้นต่อปี และมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยปีนี้เราได้เพิ่มขนาดต้นสนสดใหม่สูงสุด 12 ฟุต เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าองค์กร โรงแรม และศูนย์การค้าที่ต้องการตกแต่งพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีตั้งแต่ช่วงเปิดจอง สะท้อนถึงกระแสการสร้างบรรยากาศคริสต์มาสที่มีความเป็นธรรมชาติและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ขณะเดียวกัน ไทวัสดุ และ บีเอ็นบี โฮม ยังได้ขยายความหลากหลายของสินค้าในเทศกาลคริสต์มาสให้ครบครันยิ่งขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่หมวด Fresh Cut Tree, Wreath & Garland, Ornament Hanging, LED Lighting, Décor & Gift ไปจนถึง Music Box ภายใต้ธีม “Carnival Nutcracker” ด้วยการนำเข้าสินค้าตกแต่งใหม่กว่า 241 รายการ (SKUs) รวมถึงตุ๊กตาทหาร Nutcracker ที่มีชื่อเสียง มาให้เลือกหลายขนาด รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้นกว่า 2,000 รายการ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็น “ศูนย์รวมสินค้าบ้านของคนไทย” ซึ่งหากนึกถึงของตกแต่งคริสต์ มาส ต้องมาที่ไทวัสดุ ที่ลูกค้าเชื่อมั่นในคุณภาพ ความครบครัน และบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างแท้จริง

“เรายกระดับ ‘เทศกาลคริสต์มาส’ ให้เป็นมากกว่าการจำหน่ายสินค้า แต่เป็นการสร้าง Seasonal Experience ที่มีมูลค่าทางอารมณ์และเศรษฐ กิจ ผ่านบรรยากาศการช้อปปิ้งของตกแต่ง โดยได้เนรมิต Christmas Zone ให้ลูกค้าสามารถสัมผัสแรงบันดาลใจ ไอเดียการตกแต่ง และบริ การครบจบในที่เดียวจากไทวัสดุและบีเอ็นบี โฮม ซึ่งการันตีได้จากความเชื่อมั่นของลูกค้าที่ไว้วางใจในคุณภาพและความพรีเมียมของสินค้าคริสต์มาสในระยะยาว” ชุติพร กล่าว

ไฮไลต์อยู่ที่ “ต้นสนสด Fresh Cut Tree สายพันธุ์ Balsam Fir” จากเมือง Lunenburg County รัฐ Nova Scotia ประเทศแคนาดา ที่ปลูกแบบออร์แกนิกเพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ ปลอดภัยต่อคนในครอบครัวทุกวัย จุดเด่นคือกลิ่นหอมสดชื่นเป็นเอกลักษณ์  พุ่มใบแน่นสมดุลสวยงามทั้งสี่ด้าน และกิ่งก้านแข็งแรง รองรับการตกแต่งได้เต็มที่ โดยต้นสนทุกต้นผ่านการขนส่งด้วยตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิ -1 องศาเซล เซียส ตลอดเส้นทางกว่า 38 – 45 วัน เพื่อคงความสดใหม่ก่อนถึงมือผู้บริโภคในประเทศไทย

ต้นสนสดมีให้เลือกทั้งหมด 4 ขนาด (6-8-10-12 ฟุต) รองรับทั้งการตกแต่งภายในบ้านและพื้นที่เชิงพาณิชย์ มาพร้อมฐานตั้ง พร้อมจำหน่าย 28 สาขาทั่วประเทศ โดยจะเริ่มจัดส่งตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม เป็นต้นไป นอกจากนี้ ยังมีบริการจัดส่งฟรีในรัศมี 50 กิโลเมตร จาก 16 จังหวัด (กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการชลบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต และอื่น ๆ) โดยทุกการจำหน่ายต้นสนสดยังมีความหมายพิเศษ เมื่อไทวัสดุ และ บีเอ็นบี โฮม จะร่วมสมทบทุนบริจาค ต้นละ 50 บาท ให้แก่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์

สามารถเลือกช้อปต้นคริสต์มาสสด และของตกแต่งได้แล้ววันนี้ที่ ไทวัสดุ และ บีเอ็นบี โฮม ทั้ง 28 สาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออน ไลน์ที่ www.thaiwatsadu.com และ www.bnbhome.com ผ่านไลน์ @thaiwatsadu และ เว็บไซต์ http://www.bnbhome.com Line: @bnbhometh โทร: 1308

ชุติพร คงเจริญสุข

ชุติพร คงเจริญสุข

คุณแหน : 11 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 11 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 11 ธันวาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

๐๐ ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงพระราชทานงบประมาณ 121 ล้านบาท จากกองทุนหทัยทิพย์ เพื่อสนับสนุนการสร้างรั้วเสริมความมั่นคงชายแดน,สร้างบังเกอร์ป้องกันภัยคุกคามในพื้นที่เสี่ยง โครงการนี้ช่วยเสริมความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานแนวหน้า ประชาชนในพื้นที่ชายแดน การรักษาเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศ นับเป็นพระราชกรณียกิจที่สะท้อนถึงพระเมตตาและพระหฤทัยที่ทรงห่วงใยความปลอดภัยของพสกนิกรชาวไทยอย่างแท้จริง ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน..๐๐

๐๐ สภากาชาดไทย เชิญทุกท่านร่วมตามรอยพระเมตตา 69 ปี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย  ในงานกาชาดประจำปี 2568 ร่วมซาบซึ้งและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณผ่านเรื่องราวเหนือกาลเวลา ทั้งภาพ และ เสียงอันทรงคุณค่า ทางประวัติศาสตร์ พระราชกรณียกิจด้านมนุษยธรรมเพื่อทุกชีวิต ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยที่โซนนิทรรศการ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย”11-21 ธ.ค.  ณ สวนลุมพินี และ http://www.iredcross.org งานกาชาด 68..๐๐

๐๐ สมาคมYWCA กรุงเทพ,โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย และคริสตจักรวัฒนา นำโดย ลานทิพย์ ทวาทศิน ร่วมด้วยช่วยกันเดินทางนำ  ที่นอน หมอน เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ  ไปมอบให้พี่ๆ น้องๆ ผู้ประสบอุทกภัยที่หมู่บ้านบริเวณนอกๆ เมือง หาดใหญ่ ซึ่งไม่เคยได้รับความช่วยเหลือ..ทำให้ผู้ได้รับมีกำลังใจเข้มแข็งขึ้น ส่วนผู้ให้ใจฟู..๐๐

๐๐ สุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานแผนกจำหน่ายเครื่องหมายกาชาด สภากาชาดไทย พร้อมด้วย จรรยาวรรณ สุวัณณาคาร,ประภา กิจจะนะ มอบเครื่องปรับอากาศไดกิ้น มูลค่า 120,000 บาท เพื่อสนับสนุนร้านสภาสังคมสงเคราะห์ฯ งานกาชาดประจำปี 2568 โดยมี ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมฯ รับมอบ..๐๐

๐๐ เริ่มก่อนสิ้นปี 2568  ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ  ส่ง “คริสปี้ ครีม ฟู้ดทรัค” มีโดนัทเนื้อนุ่ม สูตรลิขสิทธิ์อันดับ 1 ที่ครองใจคนทั่วโลก มาจอดเสิร์ฟบริการให้แฟนคลับได้เลือกซื้อกลับเป็นของฝากช่วงเทศกาล  ณ พีทีที สเตชั่น แฟลกชิป  วิภาวดีรังสิต 62 ตั้งแต่  12 ธ.ค. – 11 มี.ค. ..๐๐

๐๐ ผรณเดช พูนศิริวงศ์ นำทีมพนักงาน นสพ.แนวหน้าและแนวหน้าออนไลน์  ไปสันทนาการประจำปี 2568 โคก หนอง นา “ลงแขกเกี่ยวข้าว สานฝันกิจกรรมบ้านดิน” ณ ศูนย์เรียนรู้วิสาหกิจแนวหน้าเพื่อสังคม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 11-14 ธ.ค..๐๐

๐๐ พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ศาลาสกุลไทย วัดประยุรวงศาวาส 10-12 ธ.ค.18.30 น. สวดถึง 16ธ.ค…พระราชทานเพลิงศพ 17ธ.ค.15.00น.๐๐

๐๐ ครบ 64 ปี มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิฯ พร้อมด้วย อุไร คุณานันทกุล อุปนายกฯ และกก.อาทิ ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง,รักษา แสงภู่,เพ็ญศรี สุขเจริญผล,ดวงใจ ตั้งสง่า,พัชรา มาดล,ศันสนีย์ อยู่ประเสริฐ ร่วมมอบทุนสนับสนุนการศึกษานักเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 421 ทุน น้อมถวายอาลัยและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งตรงกับพิธีบำเพ็ญกุศล ปัญญาสมวาร (50 วัน) 12 ธ.ค.10.00 น. ห้องประชุมบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ..๐๐

น้อง

‘นาราไทย คูซีน’ ปั้น ‘CHEF’S STUDIO’ พื้นที่รังสรรค์นวัตกรรมอาหาร จับมือ ‘เชฟเบนซ์’ ประเดิมสำรับฤดูหนาว สร้างมิติใหม่แห่งรสชาติไทย

‘นาราไทย คูซีน’ ปั้น ‘CHEF’S STUDIO’ พื้นที่รังสรรค์นวัตกรรมอาหาร   จับมือ ‘เชฟเบนซ์’ ประเดิมสำรับฤดูหนาว สร้างมิติใหม่แห่งรสชาติไทย

‘นาราไทย คูซีน’ ปั้น ‘CHEF’S STUDIO’ พื้นที่รังสรรค์นวัตกรรมอาหาร จับมือ ‘เชฟเบนซ์’ ประเดิมสำรับฤดูหนาว สร้างมิติใหม่แห่งรสชาติไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากแคมเปญ “THE CULINARY EXPERIENCE OF THAI SEASONAL SAMRAB” โดย นาราไทย คูซีน ร่วมกับ ‘เชฟเบนซ์’ แห่งร้าน Seasoning 36 จนได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ล่าสุด นาราไทย คูซีน ร้านอาหารไทยพรีเมียมชั้นนำ ภายใต้การบริหารของ ยูกิ ศรีกาญจนา และ สิริโสภา จุลเสวก สองผู้ร่วมก่อตั้ง นารา กรุ๊ป เดินหน้าต่อยอดแนวคิดสู่เวทีใหม่ของวงการอาหารไทย เปิดตัว “CHEF’S STUDIO” ใจกลางสุขุมวิท 38

สำหรับ CHEF’S STUDIO พื้นที่แหล่งรวม Creative Culinary Space สำหรับเชฟรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ ถ่ายทอดมุมมองและแรงบันดาลใจ ผ่านการสร้างสรรค์ ‘สำรับไทย’ ในรูปแบบร่วมสมัย ผสมผสานเอกลักษณ์ท้องถิ่นกับนวัตกรรมการปรุงอย่างมีระดับ เพื่อส่งต่อประสบการณ์แห่ง รส รูป กลิ่น ของอาหารไทยในมิติที่แตกต่าง

ยูกิ ศรีกาญจนา กล่าวว่า “อาหารไทยในยุคปัจจุบันได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เชฟรุ่นใหม่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ เลือกนำวัตถุดิบชั้นดีหายากจากแต่ละภูมิภาคของไทยมาปรุงเป็นเมนูจานใหม่ แต่คงไว้ซึ่งรสชาติที่สมดุลแบบไทย สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมพื้นถิ่น พร้อมเชื่อมโยงกับเทรนด์สากล ซึ่งมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของนารากรุ๊ปที่ต้องการเผยแพร่และนำพาอาหารไทยให้เผยแพร่ทั่วโลกมากยิ่งขึ้น เราเชื่อว่า CHEF’S STUDIO จะเป็นพื้นที่ของแรงบันดาลใจ ที่นำเสนอ สำรับไทย ในมุมมองใหม่ สร้างความประทับใจเหนือระดับ ให้กับนักชิมทั้งคนชาวไทย และชาวต่างชาติ”

สำหรับเชฟคนแรกที่มาประเดิม “CHEF’S STUDIO” คือ เชฟเบนซ์ – อัครเดช เตชะเกสรี จากร้าน Seasoning 36 ที่กลับมาสร้างสรรค์เมนู “สำรับฤดูหนาว” ผสมผสานรสไทยดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคและวัตถุดิบนวัตกรรม โดยคงเมนูยอดนิยมไว้ เช่น พอร์คช็อปย่างพะโล้เสิร์ฟพร้อมสลัดกะหล่ำดาว ต้มยำน้ำใสปลากุดสลาดแดง ซุปสวรรค์ พร้อมเสิร์ฟเมนูใหม่เพิ่มอีก 6 รายการ เพื่อถ่ายทอดรสชาติไทยร่วมสมัยในรูปแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน  ยำกะทิปลามง จากความชื่นชอบขนมจีนซาวน้ำและเครื่องเคียง เชฟเลือกใช้กะทิจากมะพร้าวกะทิ อำเภอทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เท่านั้น  ผสมหอมแดง แตงกวาและสับปะรดภูแลหั่นเต๋าทานกับปลามงสดที่ผ่านกรรมวิธี Dry Cured รสชาติเปรี้ยวหวานลงตัว

ยำส้มโอสองสายพันธุ์ คัดสรรส้มโอทับทิมสยามและขาวน้ำผึ้ง คลุกเคล้าน้ำยำที่เข้าเครื่อง หอมกระเทียมเผาอย่างโบราณ มาพร้อมกับกับกุ้งลายเสือย่างคำโต และปลาสลิดกรอบเพื่อเปิดต่อมรับอรรถรสในจานถัดไปได้เป็นอย่างดี  แกงระแวงปูก้อนและเนื้อน่องลาย แกงไทยโบราณที่เลือนหายไปจากโต๊ะอาหาร ได้ถูกนำกลับมารังสรรค์ใหม่รสชาติคล้ายลูกผสมระหว่างแกงเขียวหวานและแกงกะหรี่แบบไทยมากับเนื้อน่องลายนุ่มละมุนลิ้นหรือปูก้อนให้ลูกค้าเลือกวัตถุดิบที่ชอบ

ต้มยำน้ำใสใบกะเพราสไตล์ปักษ์ใต้ รสจัดจ้าน ใช้ปลากุดสลาดแดงหายากนึ่งจนสุกกำลังพอดีให้ความหวานและชุ่มฉ่ำ ทานคู่กับน้ำต้มยำเปรี้ยวนำ กลมกล่อมอย่างลงตัว  ปลาหมึกไข่เค็มผัดมะระขี้นก ถ่ายทอดออกมาภายใต้แนวคิด ‘หวานเป็นลม ขมเป็นยา’ ให้รสขมกำลังดีตัดกับรสหวาน และเค็มกลมกล่อม ผัดสไตล์ Wok ให้กลิ่มหอมชวนรับประทาน   น้ำพริกมะม่วงกุ้งเสียบ เมนูที่สะท้อนความประณีตเสน่ห์ปลายจวักโบราณ เน้นความเปรี้ยวสดชื่นของมะม่วง เสิร์ฟคู่กับ หมูหวานเท้าวรจันทร์ หมูหวานสูตรสูตรโบราณ  รับประทานกับเครื่องเคียงผักสดและผักชุบแป้งตามฤดูกาลรสชาติ ครบทั้ง เปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็ม เปิดประสบการณ์ลิ้มรสแบบไทยแท้

เชฟเบนซ์ – อัครเดช เตชะเกสรี กล่าวว่า “ครั้งนี้กลับมาร่วมงานกับ Nara ด้วยเมนูใหม่อีก 6 รายการ เป็นเมนูอาหารไทยร่วมสมัยและบางเมนูใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นตามฤดูกาล ผมค่อนข้างจะให้ความสำคัญเรื่องรสชาติดั้งเดิม แม้จะมีการผสมผสานวัตถุดิบใหม่ๆ เข้าไป  ซึ่งหลายคนมักจะพูดว่า อาหารของผมคือ รสชาติของคนรุ่นคุณแม่ทานกัน  เลยอยากให้มาลองเปิดใจกับอาหารไทยรสมือเชฟรุ่นใหม่ครับ”

เมนู “สำรับฤดูหนาว” เปิดให้บริการเฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์  สำหรับ “ชฟเบนซ์” จะปรากฏตัวในทุกวันเสาร์ 4 รอบเวลา ดังนี้ 11:00 น., 13:00 น.,  17:30 น.และรอบ 19:30 น.  เริ่มตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน นี้เป็นต้นไป    ผู้ที่ไม่สะดวกวันเสาร์สามารถจองสำรับได้เช่นกัน รับประกันรสชาติอร่อยเหมือนเชฟมาทำเองกับมือ โดยแบ่งเป็นสำรับพิเศษ 2 สำรับ ดังนี้ เซ็ตสำรับฤดูหนาว (3-4 ท่าน) ราคา 6,500++ : ประกอบด้วย  ยำกะทิปลามง (ปลามง 4 คำ)  น้ำพริกมะม่วงกุ้งเสียบ  ยำส้มโอสองสายพันธุ์ (กุ้งลายเสือ 4 ตัว) ต้มยำน้ำใสปลากุดสลาดแดง  แกงระแวงปูก้อนหรือเนื้อน่องลาย  สาคูต้นมะพร้าวอ่อน (เสิร์ฟตามจำนวนท่าน) เซ็ตมหาสำรับฤดูหนาว (5-8 ท่าน) ราคา 12,500++ : ประกอบด้วย ยำกะทิปลามง (ปลามง 8 คำ)  น้ำพริกมะม่วงกุ้งเสียบ ยำส้มโอสองสายพันธุ์ (กุ้งลายเสือ 8 ตัว) ต้มยำน้ำใสปลากุดสลาดแดง  แกงระแวงปูก้อนหรือเนื้อน่องลาย ปลาหมึกไข่เค็มผัดมะระขี้นก ซุปสวรรค์ พอร์คช็อปย่างพะโล้เสิร์ฟพร้อมสลัดกะหล่ำดาว สาคูต้นมะพร้าวอ่อน (เสิร์ฟตามจำนวนท่าน)

นอกจากนี้ ยังมีเมนูเพิ่มเติมสุดพิเศษให้สั่งได้ภายในร้าน เพื่อสร้างอรรถรสความอร่อยได้ในแบบที่คุณชื่นชอบ ติดตามข่าวสารและเงื่อนไขการจองรอบสำรับฤดูหนาวได้ที่ ช่องทางออนไลน์ Line Official: @narathaicuisine / IG: @narathaicuisine.th  โทร: 092-248-1482 (แอดมิน)

เซ็นทรัล ทำ ร่วมขับเคลื่อน ข้าวพันธุ์พื้นเมือง และมูลนิธิชัยพัฒนา เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ต่อยอดคุณค่าข้าวไทยและสร้างโอกาสใหม่ให้ชุมชนไทยอย่างยั่งยืน

เซ็นทรัล ทำ ร่วมขับเคลื่อน ข้าวพันธุ์พื้นเมือง และมูลนิธิชัยพัฒนา เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ต่อยอดคุณค่าข้าวไทยและสร้างโอกาสใหม่ให้ชุมชนไทยอย่างยั่งยืน

เซ็นทรัล ทำ ร่วมขับเคลื่อน ข้าวพันธุ์พื้นเมือง และมูลนิธิชัยพัฒนา เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ต่อยอดคุณค่าข้าวไทยและสร้างโอกาสใหม่ให้ชุมชนไทยอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โครงการ เซ็นทรัล ทำ ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ โครงการด้านความยั่งยืนดำเนินการโดยกลุ่มเซ็นทรัล เดินหน้าสืบสานความมั่งคั่งทางอาหารไทยผ่านการอนุรักษ์และต่อยอด ข้าวไทยพันธุ์พื้นเมือง” ซึ่งถือเป็นมรดกของชาติที่สะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นในแต่ ละภูมิภาคมายาวนาน โดยยึดเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืนพร้อมสร้างความตระหนักรู้ถึงความหลากหลายของสายพันธุ์ข้าวไทย ทั้งพันธุ์คุณค่าสูงและพันธุ์หายากที่ใกล้สูญหาย

โดยในปีนี้ เซ็นทรัล ทำ รวบรวมข้าวพื้นเมือง 10 สายพันธุ์ จาก 7 จังหวัด 8 ชุมชนทั่วประเทศและมูลนิธิชัยพัฒนา นำมาจัดแสดงและจัดจำหน่าย ภายใน เซ็นทรัล ทำ พาวิลเลียน” ภายใต้คอนเซ็ปต์ ข้าว ไทย ทำ” ในงาน “Thailand Rice Fest 2025” เทศกาลข้าวใหญ่ที่สุดของประเทศ เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้สัมผัสคุณค่าของข้าวไทยทั้งในเชิงรสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ ตลอดจนเรื่องราวอันงดงามที่เชื่อมโยงผู้คนกับผืนดินและวัฒนธรรมไทย

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เซ็นทรัล ทำ เชื่อมั่นในพลังของการ ‘ลงมือทำร่วมกัน’ ระ หว่างภาคธุรกิจ ชุมชน และเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย เราเชื่อว่าการพัฒนาที่แท้จริงต้องเริ่มต้นจากต้นน้ำ และเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ในปีนี้ เราตั้งใจเปิดพื้นที่ให้คนไทยได้รู้จักและได้สัมผัส ‘ข้าวไทยพันธุ์พื้นเมือง’ ที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นหรือรู้ว่ามีอยู่ ข้าวทั้ง 10 สายพันธุ์จาก 7 จังหวัด 8 ชุมชน และมูลนิธิชัยพัฒนา ล้วนมีเรื่องราว รสชาติ และอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นที่สะท้อนภูมิปัญญาของผู้ปลูก เราอยากให้ข้าวไทยถูกมองมากกว่าวัตถุดิบในจานอาหาร แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อเราร่วมกันผลักดัน คุณค่าของข้าวไทยจะไม่เพียงถูกรักษาไว้ แต่จะเติบโตเป็นโอกาสใหม่ ช่วยสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ชุมชนผู้ปลูก นี่คือการเดินทางที่เราอยากให้คนไทยทั้งประเทศร่วมก้าวไปด้วยกัน เพราะเรามั่นใจว่า ‘ข้าวไทย’   มีศักยภาพ ความหลากหลาย และความงดงามไม่แพ้อาหารของชาติใดในโลก”

ไฮไลต์ “ข้าว ไทย ทำ” — คัดสรร 10 สายพันธุ์พื้นเมืองเด่นจากทั่วประเทศ

ในโซน “เซ็นทรัล ทำ พาวิลเลียน” ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสความโดดเด่นของพันธุ์ข้าวหายากและมีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ทั้งในด้านกลิ่น รส เนื้อสัมผัส รวมถึงคุณประโยชน์ทางโภชนาการ อาทิ ข้าวหอมมะลิ และข้าวผกาอำปึล จากวิสาหกิจชุมชนเกษตรทฤษฎีใหม่ จ.สุรินทร์,ข้าวหอมมะลิแดง จากวิสาหกิจชุมชนธนาคารพืชผักบ้านสำโรง จ.สุรินทร์ ,ข้าวฮางหอมมะลิ และข้าวฮางข้าวเหนียว จากวิสาหกิจชุมชนบ้านฮางทิพย์ จ.สกลนคร ,ข้าวสังข์หยด จากวิสาหกิจชุมชนท่าช้างฟื้นฟูเศรษฐกิจ จ.พัทลุง ,ข้าวเบายอดม่วง จากเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผลิตและแปรรูปข้าวตรัง จ.ตรัง ,ข้าวไร่ดอกข่า จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกข้าวไร่ดอกข่าตำบลตากแดด จ.พังงา ,ข้าวกล้องดอยพื้นเมือง (บือซอมี) จากวิสาหกิจชุมชนเกษตรแปรรูปภูแจ่มใสและผ้าทอมือบ้านแม่ลานคำ จ.เชียงใหม่ ,ข้าวหอมปทุมธานี 1 จากศูนย์บริการวิชาการเกษตรของมูลนิธิชัยพัฒนาอำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี

กิจกรรมภายในพาวิลเลียน แบ่งออกเป็น 5 โซน ดังนี้

โซนทำขวัญข้าว – จำหน่ายข้าวกว่า 10 สายพันธุ์ อาทิ ข้าวหอมมะลิสุรินทร์, ข้าวผกาอำปึล, ข้าวหอมมะลิแดง, ข้าวฮางหอมมะลิ, ข้าวฮางข้าวเหนียว, ข้าวสังข์หยด, ข้าวเบายอดม่วง, ข้าวไร่ดอกข่า, ข้าวกล้องดอยพื้นเมือง (บือซอมี) และข้าวหอมปทุมธานี 1 ,โซนชิมข้าวไทย – ชิมข้าวคู่กับน้ำพริกจากร้านอาหารเขียวไข่กา (4 ชนิด) ,โซนเวที – จุดถ่ายรูปภายในงาน ,โซน Good Goods – คาเฟ่และโซนจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Good Goods ,โซนภาคีเครือข่าย (มูลนิธิชัยพัฒนา) – โซนจัดแสดงสินค้าแบรนด์ภัทรพัฒน์

เซ็นทรัล ทำ เชื่อมั่นในคุณค่าของข้าวไทยและเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทุกคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ที่ทำให้เห็นถึงศักยภาพของข้าวไทยที่สามา รถก้าวไกลสู่เวทีโลกได้ พร้อมทั้งเชิดชูอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนให้อยู่คู่สังคมไทยต่อไป การร่วมมือกันครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงทุกคนให้ร่วมกันรักษา ดูแล และส่งต่อคุณค่าของข้าวไทยให้คงอยู่และงดงามยิ่งขึ้นในอนาคต

พิชัย  จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล

ผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัล และผู้บริหาร The Cloud

ผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัล และผู้บริหาร The Cloud

พิชัย จิราธิวัฒน์, ภากมล รัตตเสรี มูลนิธิชัยพัฒนา และชุมชนผู้ปลูกข้าว

พิชัย จิราธิวัฒน์, ภากมล รัตตเสรี มูลนิธิชัยพัฒนา และชุมชนผู้ปลูกข้าว

ภากมล รัตตเสรี กรรมการและรองเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา

ภากมล รัตตเสรี กรรมการและรองเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา

จิตติมา ศรีถาพร รองปลัดกระทรวงพาณิชย์เยี่ยมชม เซ็นทรัล ทำ พาวิลเลียน ภายใต้คอนเซ็ปต์ ข้าว ไทย ทำ

จิตติมา ศรีถาพร รองปลัดกระทรวงพาณิชย์เยี่ยมชม เซ็นทรัล ทำ พาวิลเลียน ภายใต้คอนเซ็ปต์ ข้าว ไทย ทำ

วิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เยี่ยมชมฯ

วิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เยี่ยมชมฯ

เกษตรกรผู้ปลูกข้าว จากโครงการ เซ็นทรัล ทำ

เกษตรกรผู้ปลูกข้าว จากโครงการ เซ็นทรัล ทำ

โฆษิต แสวงสุข วิสาหกิจชุมชนธนาคารพืชผักบ้านสำโรง จ.สุรินทร์

โฆษิต แสวงสุข วิสาหกิจชุมชนธนาคารพืชผักบ้านสำโรง จ.สุรินทร์

กนกพร คงยศ และ วิมลมาศ จิตการ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกข้าวไร่ดอกข่าตำบลตากแดด จ.พังงา

กนกพร คงยศ และ วิมลมาศ จิตการ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกข้าวไร่ดอกข่าตำบลตากแดด จ.พังงา

มาลี พันธ์วงค์ วิสาหกิจชุมชนท่าช้างฟื้นฟูเศรษฐกิจ จ.พังงา

มาลี พันธ์วงค์ วิสาหกิจชุมชนท่าช้างฟื้นฟูเศรษฐกิจ จ.พังงา

ข้าวทั้ง 10 สายพันธุ์ 7 จังหวัด 8 ชุมชน

ข้าวทั้ง 10 สายพันธุ์ 7 จังหวัด 8 ชุมชน

‘แอสเซทไวส์’ ระดมพลังพันธมิตรช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ดูแลระยะเร่งด่วนและฟื้นฟูหลังน้ำลด ส่งมอบถุงยังชีพ เสื้อผ้า อุปกรณ์ทำอาหาร

‘แอสเซทไวส์’ ระดมพลังพันธมิตรช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ดูแลระยะเร่งด่วนและฟื้นฟูหลังน้ำลด ส่งมอบถุงยังชีพ เสื้อผ้า อุปกรณ์ทำอาหาร

‘แอสเซทไวส์’ ระดมพลังพันธมิตรช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ดูแลระยะเร่งด่วนและฟื้นฟูหลังน้ำลด ส่งมอบถุงยังชีพ เสื้อผ้า อุปกรณ์ทำอาหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แอสเซทไวส์ รวมพลังพันธมิตรเร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียงในภาคใต้ ดูแลทั้งระยะเร่งด่วนและฟื้นฟูหลังน้ำลด ผนึกกำลัง ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่ภูเก็ต ส่งมอบถุงยังชีพให้ชุมชน พร้อมจับมือ ร้านปันกัน” ชวนลูกบ้านและประชาชน ร่วมส่งต่อเสื้อผ้าสภาพดี-อุปกรณ์การศึกษาที่จุดรับบริจาค 22 จุดทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล พร้อมสมทบทุนการศึกษาให้เยาวชนผ่านมูลนิธิยุวพัฒน์ ประเมินบ้านชั้นเดียวสูญเสียอุปกรณ์ดำรงชีวิต เร่งจัดสรรงบ 1,000,000 บาท จัดเตรียมหม้อหุงข้าว กระทะไฟฟ้า และปลั๊กพ่วง กระจายไปยัง 1,000 ครอบครัว เพื่อเตรียมความพร้อมและลดภาระค่าใช้จ่ายให้พี่น้องชาวใต้ในช่วงตั้งหลักหลังน้ำลด

นายวุฒิ วิพันธ์พงษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารความยั่งยืนทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริ ษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” กล่าวว่า แอสเซทไวส์ตระหนักถึงผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงในภาคใต้ จึงได้รวมพลังกับพันธมิตร ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งในระยะเร่งด่วนและช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่  ส่งมอบถุงยังชีพอย่างเร่งด่วน โดยผนึกกำลังกับ “บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)” หรือ TITLE บริษัทย่อยในเครือซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหา ริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต ร่วมบรรจุถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น พร้อมลำเลียงไปยังพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วนให้แก่พี่น้องในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

เปิดรับบริจาคเสื้อผ้ามือและอุปกรณ์การศึกษา ผ่านความร่วมมือกับ “ร้านปันกัน” เชิญชวนลูกบ้านและประชาชนทั่วไป ร่วมแบ่งปันเสื้อผ้าสภาพดีพร้อมใช้งาน ทั้งของผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก รวมถึงอุปกรณ์การศึกษาที่จุดรับบริจาค ณ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานขายโครงการ (Sale Gallery) และโครงการที่อยู่อาศัยในเครือแอสเซทไวส์ รวมถึงร้านปันกันใน Mingle Mall ม.กรุงเทพ รังสิต​ และ ม.ธรรม ศาสตร์ รังสิต รวม 22 จุดทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม 2568 โดยเสื้อผ้าทุกชิ้นจะผ่านการคัดแยกอย่างประณีต และจัดส่งให้ผู้ประสบภัยได้เลือกใช้ตรงตามความต้องการ ขณะเดียวกัน ยังเปิดสมทบทุนผ่านมูลนิธิยุวพัฒน์ โดยจะนำเงินบริจาคมาจัดสรรเป็นเสื้อผ้า และนำไปใช้เป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย

สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาหารเพื่อช่วยฟื้นฟูหลังน้ำลด แอสเซทไวส์จัดสรรงบประมาณจำนวน 1,000,000 บาท สำหรับมอบหม้อหุงข้าว กระทะไฟฟ้า และปลั๊กพ่วง จำนวน 1,000 ชุด ให้กับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากหลายครอบครัวในพื้นที่ประสบภัยอาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียว จึงได้รับผลกระทบจากการสูญเสียทรัพย์สินและอุปกรณ์ในการดำรงชีวิตไปแทบทั้งหมด รวมถึงระบบไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอุปกรณ์ประกอบอาหารที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แอสเซทไวส์จึงสนับสนุนอุปกรณ์ที่ช่วยให้ครอบครัวสามารถนำอาหารแห้งและวัตถุดิบที่ได้รับจากการช่วยเหลือไปประกอบอาหารได้ด้วยตนเอง พร้อมช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงตั้งหลักหลังน้ำลด

นายวุฒิ กล่าวอีกว่า แอสเซทไวส์ยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด และพร้อมจะประสานความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อให้การช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของการเยียวยาเร่งด่วนและการฟื้นฟูในระยะยาว แอสเซทไวส์ขอเชิญชวนประชา ชน ลูกบ้าน และผู้พักอาศัยในโครงการ รวมถึงทุกภาคส่วนร่วมส่งต่อพลังน้ำใจ ไม่ว่าจะผ่านการบริจาคเสื้อผ้า อุปกรณ์การศึกษา หรือการสม ทบทุนผ่านมูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อให้ความช่วยเหลือจากทุกคนผสานกันเป็นพลังใหญ่ ช่วยให้ผู้ประสบภัยในภาคใต้สามารถก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเข้มแข็ง

“ในฐานะองค์กรที่เติบโตมาจากความไว้วางใจของชุมชน แอสเซทไวส์เชื่อว่าหน้าที่ของเราไม่ได้มีเพียงแค่พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพ แต่ยังต้องยืนเคียงข้างสังคมในทุกช่วงเวลา ซึ่งที่ผ่านมา เรามีโครงการ Punn by AssetWise ที่ดูแล สนับสนุน และแบ่งปันโอกาสให้กับสังคมมาอย่างต่อเนื่อง เราหวังว่าการรวมพลังของแอสเซทไวส์และพันธมิตรในครั้งนี้ จะให้ความช่วยเหลือส่งถึงมือพี่น้องผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วง ที และสนับสนุนให้ทุกครอบครัวสามารถกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้โดยเร็วที่สุด” นายวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

วุฒิ วิพันธ์พงษ์

วุฒิ วิพันธ์พงษ์

สยามพิวรรธน์ ชวนคนไทย เชียร์ทีมไทย ที่เมืองไทย ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025

สยามพิวรรธน์ ชวนคนไทย เชียร์ทีมไทย ที่เมืองไทย ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025

สยามพิวรรธน์ ชวนคนไทย เชียร์ทีมไทย ที่เมืองไทย ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหาร สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ขอร่วมส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาไทยใน มหกรรมกีฬาซีเกมส์ Sawasdee SEA GAMES 2025 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ 2025 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬาไทย นักกีฬาจากทุกประเทศ และนักกีฬาผู้พิการที่เข้าร่วมการแข่งขัน สะท้อนพันธกิจองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย ความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วม ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาส และการเติบโตสำหรับทุกคน

ชวนคนไทย เชียร์ทีมไทย ที่เมืองไทย และเชิญให้ทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความประทับใจในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025 พร้อมกันนี้สามารถเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกจากมหกรรมซีเกมส์ Sawasdee SEA GAMES 2025 มีให้เลือกชมและช้อปมากมาย อาทิ พวงกุญแจ Smifi เสื้อยืด กางเกง กระเป๋า Tumbler ฯลฯ ที่บู๊ทจำหน่ายสินค้าอย่างเป็นทางการ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 20 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณทางเข้าชั้น G (ประตูสตาร์บัคส์) สยามพารากอน, ชั้น M สยามเซ็นเตอร์, ชั้น M สยามดิสคัฟเวอรี่ (บริเวณทางเชื่อมลานใบบัว),  และ ชั้น 1 ไอคอนสยาม โดยได้รับการสนับสนุนจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

ร่วมส่งพลังใจเชียร์คนไทย ที่เมืองไทย และเป็นส่วนหนึ่งของความประทับใจไปกับของที่ระลึกที่มีให้เลือกมากมายในมหกรรมซีเกมส์ Sawasdee SEA GAMES 2025 ได้ตั้งแต่วันที่ 7-20 ธันวาคม 2568 ณ บู๊ทจำหน่ายของที่ระลึก ณ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม

พิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันบรมราชสมภพ รัชกาลที่ 9 สถาปนาพระอิสริยศักดิ์ เฉลิมพระนามพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ

พิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันบรมราชสมภพ รัชกาลที่ 9   สถาปนาพระอิสริยศักดิ์ เฉลิมพระนามพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ

พิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันบรมราชสมภพ รัชกาลที่ 9 สถาปนาพระอิสริยศักดิ์ เฉลิมพระนามพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วัดราชผาติการามฯ  และ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศล    เนื่องในวันคล้ายวันบรมราชสมภพ รัชกาลที่ 9  และสถาปนาพระอิสริยศักดิ์ เฉลิมพระนามพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ

เนื่องในวาระแห่งวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสถาปนาพระอิสริยศักดิ์ เฉลิมพระนามพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี  พร้อมด้วยพิธีบำเพ็ญกุศล ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การนี้  พระพรหมวชิรากร กรรมการมหาเถรสมาคม  เจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม เขตดุสิต และรักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์  ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมคณะสงฆ์  ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชน อาทิ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์-ปราณี หอมอ่อน, สุจริต-ศกลวรรณ  นันทมนตรี,สกุลพัฒน์-นาตยา  สุคันธารุณ,รศ.ดร.สมทบ-อมรทิพย์  ฐิตะฐาน,สมจิตร สมสุขเจริญ,ญาณีนาถ  สาคริก,อาจารีย์ ศรีวราธนานันท์,พันเอกหญิงอุษากรณ์ จันทรวงศ์,นิตย์ นาครัตน์  โดยมี สุมนา อภินรเศรษฐ์ รองประธานวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ  เป็นประธานฝ่ายฆราวาส  ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้  เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568  ณ ศาลากวีประดิษฐ์ธรรมสภา วัดราชผาติการาม เขตดุสิต

ตลอดระยะเวลา 70 ปี ตั้งแต่ปี 2489-2559 แห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปฎิบัติตามพระราชปณิธาน ด้วยพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่น ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์ โดยถ้วนหน้า  ทรงปฎิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ นานัปการ ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ เพื่อให้ทวยราษฎร์ มีความผาสุกร่มเย็น และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทรงค้นคิดวิธีคลี่คลาย บรรเทาปัญหาของราษฏร  ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงพระกรุณาพระราชทาน “ศาสตร์แห่งพระราชา” เพื่อเป็นแนวทางให้ราษฎรพึ่งพาตนเองได้ อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ผลงานโครงการมากกว่า 4,000 โครงการอันเกิดจากพระปรีชาสามารถของพระองค์ ล้วนได้รับการยกย่องสดุดีพระเกียรติคุณ ทั้งภายในประเทศและจากนานาประเทศ ว่าเป็นผลงานที่ทรงคุณค่าและอำนวยประโยชน์อย่างยิ่งแก่ปวงพสกนิกรไทย ทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจแก่ประเทศต่างๆ หลายประเทศ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ที่ทรงมีต่อปวงประชา ประดุจดั่ง “พ่อของแผ่นดิน” พระองค์จึงสถิตแนบแน่นอยู่ในดวงหทัย ทั้งทรงเป็นมิ่งขวัญ เป็นกำลังใจ และกำลังศรัทธา ของชาวไทยทุกหมู่เหล่า  สถิตย์ในดวงใจตราบนิจนิรันดร์

และเนื่องในมหามงคลวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระราชทานเฉลิมพระนามและสถาปนาพระอิสริยศักดิ์พระอัฐิสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 และทรงเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีสถาปนาพระอริยศักดิ์เฉลิมพระนามพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ณ  พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568  นั้น นับเป็นการยกย่องพระเกียรติคุณของพระราชปิตุจฉาให้สูงยิ่งขึ้น

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ทรงประกอบพระกรณียกิจที่มีคุณูปการต่อประเทศ ทั้งในด้านการศึกษา ด้านวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม ทรงรับองค์กรการกุศลต่างๆ ไว้ในพระอุปถัมภ์ ทำให้พระกรณียกิจปรากฎเป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ด้วยพระประสงค์ที่ทรงแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ทรงรับ “วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์” อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ เป็นวัดในพระองค์เพียงแห่งเดียว เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2550 และทรงเป็นองค์ประธานการก่อสร้างเจดีย์ศรีพุทธคยา เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2550

ผู้หญิงทั่วโลก 50-60 % เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ‘Exeltis’ เดินหน้ารณรงค์พร้อมลดความเสี่ยงให้ผู้หญิงไทย

ผู้หญิงทั่วโลก 50-60 % เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ  ‘Exeltis’ เดินหน้ารณรงค์พร้อมลดความเสี่ยงให้ผู้หญิงไทย

ผู้หญิงทั่วโลก 50-60 % เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ‘Exeltis’ เดินหน้ารณรงค์พร้อมลดความเสี่ยงให้ผู้หญิงไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เอ็กเซลทิส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชภัณฑ์ยาระดับโลก จากประเทศสเปน และผู้นำด้านการดูแลสุภาพของผู้หญิง ครอบคลุมกว่า 55 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เชิญ รศ.นพ.มานพชัย ธรรมคันโธ รองประธาน และกรรมการบริหาร ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และสูตินรีแพทย์ประจำ Women’s Health Center โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มาให้ความรู้เกี่ยวกับการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ พร้อมแนวทางการรักษา ในงาน “Exeltis x PHARMASIS Growing Together”  พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ สำหรับดูแลการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

รศ.นพ.มานพชัย ธรรมคันโธ ได้กล่าวถึงโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบว่า  ในปัจจุบันพบว่า ผู้หญิงทั่วโลก 50-60 % พบการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต, 35% ของผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 20-40 ปี จะเคยติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ และ 50% ของผู้หญิงมีการกลับเป็นซ้ำ ซึ่งเกิดขึ้นภายในปีแรกหลังจากที่มีการติดเชื้อ โดยสาเหตุและปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงเป็นโรคนี้เนื่องจากผู้หญิงมีท่อปัสสาวะที่สั้นกว่าผู้ชาย จึงทำให้เชื้อโรคต่างๆ เข้าไปได้ง่าย รวมถึงการกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน ทำให้เชื้อโรคในปัสาวะเจริญเติบโตได้ดี ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบรักษา อาจทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดส่งผลให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ หากหญิงตั้งครรภ์เป็นโรคนี้อาจทำให้มีภาวะคลอดก่อนกำหนด หรือเด็กมีน้ำหนักตัวน้อยได้ เมื่อมีอาการอย่างเช่น ปัสสาวะบ่อย รู้สึกปวด แสบ ขัดตอนปัสสาวะ ปวดเกร็งกระเพาะปัสสาวะ ปวดหรือหน่วงที่หัวหน่าว มีเลือดปนในปัสสาวะ ควรรีบรักษาในทันที

สำหรับ Fosfomycin 3g นั้น ทาง European Association of Urology ได้แนะนำให้เป็นยากลุ่มแรกที่สามารถใช้รักษาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะแบบไม่ซับซ้อน หรือโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการรักษาสูง และมีอัตราการดื้อยาต่ำ โดยรับประทานยา 1 โดส เพียงครั้งเดียวเท่านั้น อีกทั้ง ยังปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์ (Category B) อีกด้วย

“ทั้งนี้ สาวๆ สามารถหลีกเลี่ยงจากโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ โดยมีวิธีการป้องกัน ดังนี้ หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้เชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะเจริญเติบโตได้ดี ควรทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศทุกครั้ง โดยทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลัง นอกจากนี้ ควรทำความสะอาดร่างกายและปัสสาวะทิ้งทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ โดยหวังว่าคุณผู้หญิงทุกคนจะหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้นครับ” รศ.นพ.มานพชัย กล่าว

ด้าน นายเอนริเก้ คาลโว้ ผู้จัดการทั่วไป หัวหน้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า เราตระหนักถึงสุขภาพผู้หญิงที่มีความซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ ดังนั้น จึงมีวิธีการดูแลสุขภาพที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย และเล็งเห็นถึงความสำคัญของสุขภาพผู้หญิง เพราะถ้ามีการดูแลสุขภาพที่ดีอย่างถูกต้องก็จะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เพื่อสุขภาพกาย-ใจที่ดีขึ้น จึงมีแคมเปญ “PHAMASIS – ร้านยาที่เข้าใจผู้หญิง” โดยมีร้านยากว่า 2,200 ร้าน เข้าร่วมแคมเปญนี้ เพื่อให้ผู้หญิงทุกคนได้รับคำปรึกษาปัญหาสุขภาพอย่างถูกต้อง จากผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องสุขภาพของผู้หญิงอย่างแท้จริง

“ที่ผ่านมา บริษัทได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่เข้าร่วมแคมเปญและเพื่อเป็นการขอบคุณ จึงได้จัดงาน ‘Exeltis x PHARMASIS Growing Together’ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์รักษาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ มาตรฐานยุโรป นำเข้าจากประเทศสเปน สำหรับใช้รักษาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เช่น โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งสาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงการติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการโดยเฉพาะหญิงมีครรภ์ โดยปีนี้เรามุ่งหวังอยากให้ผู้หญิงได้ตระหนักและหันมาใส่ใจดูแลเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาสำหรับผู้หญิงซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่ถ้าหากต้องเผชิญปัญหาไม่ว่าจะเป็น เรื่องฮอร์โมน การคุมกำเนิด การตกขาวและน้องสาวมีกลิ่น ปัญหาปัสสาวะแสบขัด กลั้นไม่อยู่ อย่าอายให้รีบเข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อที่จะได้รับคำปรึกษาที่ถูกต้องตามอาการที่เป็น และรักษาอย่างถูกวิธีและรวดเร็ว   ” นายแอนริเก้ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ สามารถปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพสำหรับผู้หญิง หรือค้นหาร้านยาใกล้บ้าน ได้ที่ http://www.pharmasis.neversurrender.in.th 

เปิดตัว 15 นักธุรกิจ พอแล้วดี The Creator รุ่นที่ 9.1 นำศาสตร์พระราชามาพัฒนานักธุรกิจที่สร้างสรรค์ยั่งยืน

เปิดตัว 15 นักธุรกิจ พอแล้วดี The Creator รุ่นที่ 9.1  นำศาสตร์พระราชามาพัฒนานักธุรกิจที่สร้างสรรค์ยั่งยืน

เปิดตัว 15 นักธุรกิจ พอแล้วดี The Creator รุ่นที่ 9.1 นำศาสตร์พระราชามาพัฒนานักธุรกิจที่สร้างสรรค์ยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โครงการพอแล้วดี The Creator เปิดตัว 15 นักธุรกิจ “พอแล้วดี” The Creator รุ่นที่ 9.1 ปี 2568 จากทั่วประเทศ ในงานพอแล้วดี XP 2568 นำศาสตร์พระราชามาพัฒนานักธุรกิจที่สร้างสรรค์ยั่งยืนและพร้อมก้าวต่อไปในระดับนานาชาติในปี 2569

พอแล้วดี The Creator โครงการที่พัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่ ภายใต้ “ความพอดีที่ดีพอ” ตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy – SEP)  ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ควบคู่ไปกับแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) จัดงาน ”พอแล้วดี XP 2568” พร้อมแถลงข่าวความสำเร็จของการคัดสรรและพัฒนา 15 นักธุรกิจ ในโครงการพอแล้วดี The Creator รุ่นที่ 9.1  ปี 2568 จากทั่วประเทศ พร้อมเล่าเรื่องราวกิจกรรมอื่นๆ ในปีที่ผ่านมา อาทิ การจัดงานพอแล้วดี XP ในแต่ละภูมิภาคทั่วไทย โดยกลุ่ม The Creator ของภูมิภาคนั้นๆ เป็นแกนนำในการจัดความร่วมมือกับทางหอการค้าไทยในการจัดงาน “ก้าวพอดี” ในกลุ่ม YEC ทั่วประเทศ และการร่วมงานกับงาน SX 68

นอกเหนือจากการรายงานผลงานที่ผ่านมา ยังมีการแถลงถึงแผนงานในอนาคตที่จะเป็นยกระดับโครงการพอแล้วดี สู่ระดับสากลมากขึ้น โดยมีผู้สนับสนุนโครงการฯหลักมากมาย ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท ปังสยาม จำกัด, ไบเทคบุรี, บริษัท มานิตย์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท สมาร์ท คอส จำกัด, นีรารีทรีทโฮเทล, บริษัท บูโอโน่(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และผู้ที่สนใจการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน และสร้างสรรค์ มาร่วมงาน ณ สมาการ์เด้น ชั้น 1 ไบเทคบุรี บางนา

ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้อำนวยการ โครงการพอแล้วดี The Creator เปิดเผยว่า การพัฒนานักธุรกิจแบบ “พอแล้วดี” เป็นการพัฒนานักธุรกิจที่ทำธุรกิจโดยเน้นการพัฒนาผ่านแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy – SEP)  ของในหลวง ร๙ อันประกอบไปด้วย หลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข อันได้แก่ ห่วงแรก คือ รู้จักตน ประมาณตน การรู้จักตนเอง และทำสิ่งต่างๆ โดยไม่มากหรือน้อยเกินไป ซึ่งรวมถึงการทำธุรกิจให้พอดีกับศักยภาพและความสามารถ ห่วงที่สอง คือ การมีเหตุมีผล นำมาใช้ในเชิงธุรกิจ เป็นการวางกลยุทธ์ หากเราอยากได้ผลอย่างไร ก็วางแผนแบบนั้น ห่วงที่สาม คือ การมีภูมิคุ้มกัน ในการทำธุรกิจต้องมีเรื่องการบริหารความเสี่ยง และภูมิคุ้มกันเป็นสิ่งสำคัญมากในการดำรงธุรกิจให้ยั่งยืน นอกจากนี้ยังต้อง เงื่อนไขความรอบรู้ และ เงื่อนไขคุณธรรม อันจะนำพาไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ตน สังคม และ โลก ซึ่ง พอแล้วดี The Creator ทุกคนได้ผ่านการอบรม เรียนรู้ และ ได้นำไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจอย่างจริงจังจนเป็นผลสำเร็จในหลากหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์แฟชั่น อย่าง YANO, Bhukarm, SATU แบรนด์ไลฟ์สไตล์ อย่าง IRA, WILD ISAN, Joon Studio, แบรนด์การศึกษาพัฒนาคน อย่าง INTUIT Leader, Thai Bluetamp Training, Torpenguin เป็นต้น

 “การทำธุรกิจในยุคนี้ ต้องเข้าใจทั้งระบบ ecosystem ทั้งธุรกิจ ทั้งสังคม ทั้งโลก ทำธุรกิจแบบไหนจะเกิดผลกระทบอย่างไรกับใคร  โดยที่การพัฒนาธุรกิจทั้งหมดต้องเข้าใจความสมดุลของผลกำไรและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของอนาคต (Moderation) ในแบบพอดี ซึ่ง หลัก3 ห่วง 2 เงื่อนไขนี้ เป็นหลักพัฒนาที่พิสูจน์มากว่า 10 ปีของโครงการฯแล้วว่าทำให้ธุรกิจและสังคมและโลกเติบโตไปด้วยกันอย่างพอดีและเกื้อกูลกัน แบรนด์ที่ยั่งยืนได้เพราะสร้างสังคมและโลกให้ยั่งยืนด้วย และโครงการ พอแล้วดี The Creator ของเราได้สร้างการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบทางบวกจนเป็นที่ยอมรับกันหลายคน อาทิเช่น ต่อ เพนกวิน, ชมพู่ BWILDISAN, เบสท์ บ้านไร่ไออรุณ, เอ๋ WICHULADA และอีกมากมาย ดร.ศิริกุล กล่าวสรุป

ดร.ศิริกุล กล่าวถึงการ๙ต่อ และการ9ใหม่ สู่เป้าหมายต่อไปของโครงการพอแล้วดี The Creator ด้วยว่า ปีนี้ทางโครงการฯ ได้ทดลองจัดงานพอแล้วดี XP ในแต่ละภูมิภาคทั่ว โดยมีการจัด งานพอแล้วดีXP ระนอง ในเดือนตุลาคม งานพอแล้วดี XP เชียงใหม่และงานพอแล้วดี XP ราชบุรี ในเดือนพฤศจิกายน โดยมีกลุ่ม The Creator ของภูมิภาคนั้นๆ เป็นแกนนำในการจัดงานทั้ง 3 วัน และ ได้รับการตอบรับสนใจเข้าร่วมงานจากทั้งภาครัฐ ประชาชน นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่สนใจแนวคิดของโครงการฯในบริเวณจังหวัดใกล้เคียงที่จัดงานมาร่วมงานพอสมควร   นอกจากนี้ ทางโครงการฯ ยังมีแผนขยายความร่วมมือ และ เผยแพร่แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy – SEP)  และ ทางสายกลางแห่งความสมดุล Moderation ของศาสนาพุทธไปสู่ระดับสากลเช่นประเทศอังกฤษ และ ประเทศญี่ปุ่นซึ่งปัจจุบันกำลังอยู๋ในช่วงของการประสานงาน

ภายในงานได้เปิดตัวนักธุรกิจพอแล้วดี The Creator รุ่น 9.1 ปี 2568  ได้แก่  ศศธร ศรีวุฒิชาญ ธุรกิจอาหาร “O’Moon” พงศ์ภูนาถ รุ่งเรือง ธุรกิจโรงแรม “ไร่คืนรัง”, จิรวัฒน์ วิระพรสวรรค์ ธุรกิจโรงแรม “Kachonghills Tented Resort ปัทมวรรณ บุญเทียม ธุรกิจโรงแรม “Maldives Beach Retreat” ศุภกิจ ตระกูลกิจเจริญ ธุรกิจร้านอาหาร “Thai Street Food TSF  Group” ทรงธรรม เจริญทอง ธุรกิจร้านอาหาร “Tori” วีรวิชญ์ อินทร์ประยงค์ ธุรกิจอาหาร “น้ำผึ้งบำรุงสุข” สุทธิลักษณ์ โตกทอง ธุรกิจร้านอาหาร “ข้าวใหม่ปลามัน”  รยากร พนิตนรากุล ธุรกิจขนม “The Waffle” ฉัฏฐ์ ธนพลอยพงศ์ ธุรกิจการตลาดและการอบรม “Thai Tamp Training” กรกวี บุณยะโหตระ ธุรกิจแฟชั่น “KORNKAVEE” ชัชพิมุข  จีนาพันธุ์ ธุรกิจการตลาดและการสื่อสาร “Totop” ศิชญาพัชร์ บุญโศภิษฐ์ ธุรกิจการตลาดและการอบรม “ปันฝัน เมล็ดพันธุ์บัญชี” จิญา วีรมาริณณ์ ธุรกิจการออกแบบ “IM” เจษฎาภรณ์ เพชรเฟื่องฟ้า ธุรกิจร้านทอง “ห้างทองเยาวราชดีเยี่ยม”

นอกจากนี้ ในงานยังเป็นการรวมตัวของ Sustainable Lifestyle Brands กว่า 40 แบรนด์ ใน “พอแล้วดี MARKET” The Creator ทั่วประเทศ รวมถึงกิจกรรมพิเศษที่ไม่มีที่ไหนมาก่อนอีกมากมาย อาทิ อิ่มอกอิ่มใจกับ Chef’s Table กับเมนูพิเศษ “ฟ้าประทาน – ทุกวัตถุดิบในเมนูสร้างสรรค์ล้วนเป็นวัตถุดิบที่ในหลวง ร.9  พระราชทานทิ้งไว้ให้เป็นประโยชน์สุขกับคนไทยทุกคน” และ “ฟ้าทรงโปรด – เมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากเมนูทรงโปรดของทั้งในหลวง ร.9 และ พระราชินีพันปีหลวง” ที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง สนุกแบบได้สาระประโยชน์กับเวิร์กชอปที่สร้างสรรค์มาเติมเต็มพลังให้กับชีวิตยุคใหม่ เช่น การฝึกหายใจ, ฝึกสมาธิผ่านงานปั้น, ชิมชาตามธาตุ, สปาดวงตา ฯลฯ และแฟชั่นโชว์สุดพิเศษแบบพอแล้วดี ที่เกิดจากคนตัวเล็กๆ ที่ต้องการสร้างความงดงามและผลกระทบที่ยิ่งใหญ่

รวมถึง “พอแล้วดีXP TALK” จากคนทำงานตัวจริงตั้งแต่ปราชญ์ชาวบ้าน นักธุรกิจรุ่นใหม่ จนถึง The Creator ผู้กำลังก้าวสู่ระดับที่มีทั้งผลกำไรและผลลัพธ์ต่อสังคม มาร่วมพูดคุยกันในเรื่องของความหมายสู่การกระทำจริงของ “จดจำตลอดกาล คือทำตามตลอดไป” หรือจะเปิดมุมมองใหม่ของการสร้างธุรกิจแบบพอแล้วดีที่เติบโตอย่างมีความหมายกับทุกชีวิต, “๙ ต่อ 9 ใหม่” ของการสร้างผลงานและผลกำไร จาก The Creator 9 คนที่วันนี้ได้พัฒนาธุรกิจไปสู่ระดับที่เติบโตขึ้น, การนำเสนองานวิชาการของ The Creator ในหลักสูตรปริญญาโท ม.มหิดล หลักฐานที่พิสูจน์ว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่สร้างนวัตกรรมที่วัดผลได้จริง งานทั้งหมดนี้จัดอยู่ที่ สมาการ์เด้น ชั้น 1 ไบเทคบุรี บางนา ระหว่างวันที่ 5 – 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ “พอแล้วดี The Creator” ได้ที่ เว็บไซต์ http://www.porlaewdee.com, เฟสบุ๊ก : พอแล้วดี The Creator