เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์

เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์

เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ภาวะ “เครียดจนป่วย” ได้กลายเป็นเรื่องปกติ ซึ่งบ่อยครั้งการป่วยจากความเครียดไม่ใช่การแกล้งทำหรือการเรียกร้องความสนใจอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด

 แพทย์หญิง เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ จิตแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจิตเวช ศูนย์สุขภาพใจ โรงพยาบาลวิมุต ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรค Conversion Disorder เพื่อตอกย้ำให้สังคมเข้าใจว่าโรคทางจิตใจก็ทำให้เกิดความผิดปกติทางร่างกายได้ พร้อมแนะนำแนวทางการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคนี้

Conversion Disorder โรคทางจิตที่ทำให้เกิดอาการทางกาย

Conversion Disorder เป็นโรคที่เกิดจากปัญหาสุขภาพจิตไปขัดขวางการทำงานของสมอง พบได้บ่อยในแผนกผู้ป่วยทั่วไป โดยคนไข้มักมาพร้อมกับความผิดปกติทางกาย ทั้งด้านการเคลื่อนไหวและด้านประสาทสัมผัส แต่เมื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดด้วยการตรวจเลือดหรือการตรวจทางรังสีกลับไม่พบความผิดปกติ จึงไม่สามารถอธิบายโรคนี้ได้ด้วยผลการตรวจร่างกาย แต่อาการทั้งหมดเกิดขึ้นจริงโดยที่ผู้ป่วยไม่ได้ตั้งใจ

เครียด กดดัน ประสบการณ์ไม่ดี ปัจจัยกระตุ้น Conversion Disorder

Conversion Disorder มักเกิดจากความเครียด ความกดดัน และประสบการณ์ที่มีผลกระทบต่อจิตใจจนแสดงอาการออกมาทางกาย เช่น ตัวชา ชัก พูดไม่ได้ ตาพร่า กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินไม่ได้ หรือไม่ได้ยินเสียง พญ. เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ ยกตัวอย่างกรณีที่น่าสนใจว่า “มีวัยรุ่นทะเลาะกับแม่แล้วกรี๊ดออกมา หลังจากนั้นก็พูดไม่ได้เลย แต่ยังไอและทำเสียงอืออาได้ปกติ หลังจากนั้น 2-3 วันก็กลับมาพูดได้ นอกจากนี้ สมัยก่อนเราอาจได้ยินชื่อโรคฮิสทีเรีย ซึ่งปัจจุบันทางการแพทย์ได้จัดให้อยู่ในกลุ่ม Conversion Disorder โดยส่วนใหญ่มีอาการการคล้ายกัน อย่างการพูดหรือเดินไม่ได้แบบฉับพลัน อีกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือทหารในช่วงสงครามโลก เพราะต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดันในสนามรบสูงมากจนเกิดอาการทางกายจากโรคนี้”

หัวใจสำคัญในการรักษา Conversion Disorder คือความเข้าใจ

การวินิจฉัยกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับ Conversion Disorder จะประเมินด้วยเจตนาและเป้าหมายของผู้ป่วย โดยสามารถจำแนกได้คือ Conversion Disorder เป็นภาวะที่ผู้ป่วยไม่มีเจตนาในการแสดงอาการ และอาการที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอาการจริงที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยผลการตรวจร่างกาย Factitious Disorder เป็นภาวะที่ผู้ป่วยแกล้งป่วยโดยเพื่อเรียกร้องความสนใจ และสุดท้ายคือ Malingering ภาวะที่ผู้ป่วยเจตนาแกล้งป่วยเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์หรือหลีกเลี่ยงภาระหน้าที่ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องอาศัยการตรวจร่างกายและการวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อยืนยันว่าเป็น Conversion Disorder จริงหรือไม่ เพราะหากวินิจฉัยผิดพลาดอาจรักษาไม่ถูกวิธีและทำให้ผู้ป่วยอาการแย่ลงได้

การรักษาโรค Conversion Disorder สามารถทำได้ทั้งวิธีจิตบำบัด กายภาพบำบัด หรือการใช้ยา โดยปรับให้เหมาะสมกับแต่ละคน โดยระ หว่างการรักษาก็ต้องอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจผู้ป่วยว่าอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ จนหายดี นอกจากนี้ อาจต้องระวังคำพูดอย่าง “ตรวจร่างกายแล้วก็ปกติ” หรือ “คิดไปเองหรือเปล่า” เพราะอาจกระทบจิตใจผู้ป่วยจนอาการแย่ลงได้ เมื่อผู้ป่วยมีอาการที่ดีขึ้น จิตใจมั่นคงขึ้น เราจะค่อยๆ ให้ผู้ป่วยทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของอาการ และหาวิธีรับมือกับสิ่งที่มากระทบจิตใจจนทำให้แสดงอาการ โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากคนรอบตัวด้วย

“อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า Conversion Disorder ทำให้เกิดความผิดปกติทางกายได้จริง ไม่ใช่การแกล้งทำหรือการเรียกร้องความสนใจ ตัวผู้ป่วยเองก็มักจะสับสนและกังวลกับอาการที่เกิดขึ้นมากอยู่แล้ว เราก็ควรช่วยผู้ป่วยด้วยการให้กำลังใจและรับฟังผู้ป่วยให้มาก ๆ และไม่กดดันหรือเร่งให้ผู้ป่วยหาย แต่ควรให้เวลาในการรักษาแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อเราสร้างเซฟโซนให้ผู้ป่วย จิตใจพวกเขาก็จะดีขึ้น และอาการทางกายก็จะหายดี” พญ. เพ็ญชาญา กล่าวทิ้งท้าย

หากสงสัยหรือต้องการปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ ศูนย์สุขภาพใจ ชั้น 18 โรงพยา บาลวิมุต เวลาทำการ 08:00 – 18:00 น. โทร. 0-2079-0078 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์

พญ. เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์

พญ. เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์

‘เอส แอนด์ พี’ มอบความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จังหวัดสงขลา

‘เอส แอนด์ พี’ มอบความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จังหวัดสงขลา

‘เอส แอนด์ พี’ มอบความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จังหวัดสงขลา

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอส แอนด์ พี เดินหน้าส่งมอบความช่วยเหลือ จัดส่งน้ำดื่ม และอาหารพร้อมทาน แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จังหวัดสงขลา

มณีสุดา ศิลาอ่อน  ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) มอบน้ำดื่ม จำนวน 18,000 ขวด และผลิตภัณฑ์ขนมปังเดลิโอ S&P จำนวน 5,004 ชิ้น มูลค่ารวม 400,104 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประ ชาชนผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง ภายใต้โครงการ ”S&P รวมใจช่วยภัยน้ำท่วม ปี 2568“ โดยมี พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้เกียรติรับมอบ ณ กองบัญชาการทหารเรือ ระหว่างวันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2568

เอส แอนด์ พี ขอยืนหยัดอยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์ และขอเป็นอีกหนึ่งพลังใจให้กับทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและก้าวผ่านวิกฤตนี้ได้อย่างเข้มแข็ง

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงฉลองพระองค์ชุดร่วมสมัยด้วยผ้าลายสก็อต เสด็จเป็นองค์ประธานและทรงร่วมฟังเสวนา ‘อนาคตแฟชั่นไทยบนเวทีโลก’

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงฉลองพระองค์ชุดร่วมสมัยด้วยผ้าลายสก็อต เสด็จเป็นองค์ประธานและทรงร่วมฟังเสวนา ‘อนาคตแฟชั่นไทยบนเวทีโลก’

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงฉลองพระองค์ชุดร่วมสมัยด้วยผ้าลายสก็อต เสด็จเป็นองค์ประธานและทรงร่วมฟังเสวนา ‘อนาคตแฟชั่นไทยบนเวทีโลก’

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จร่วมงานเสวนา “Fashion Design Symposium: Thai Fashion & Textiles on a Global Stage” ภายในงาน Silk Festival 2025 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชัน เซ็น เตอร์ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านแฟชั่นดีไซน์ร่วมสมัย และร่วมพัฒนาทิศทางผ้าไทยให้สามา รถก้าวสู่เวทีสากลได้อย่างมั่นคงและเป็นรูปธรรม

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และ สมาคมนักออกแบบแฟชั่นไทย (Federation of Thai Fashion Designers หรือ FTFD) จัดกิจ กรรมเสวนาวิชาการ “Fashion Design Symposium: Thai Fashion & Textiles on a Global Stage” ภายในงาน Silk Festival 2025 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ โดยเวทีนี้ได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่เชื่อมโยงวิสัยทัศน์ของผู้นำวงการแฟชั่นไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าด้วยกัน

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้เสด็จเป็นองค์ประธานและทรงร่วมฟังเสวนา ซึ่งได้รวบรวมผู้นำแฟชั่นจากหลายประเทศในเอเชียมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่ออนาคตแฟชั่นไทยบนเวทีโลก ตั้งแต่อัตลักษณ์ร่วมสมัยของภูมิภาค บทบาทของผ้าและงานคราฟต์ไทย ไปจนถึงการสร้างสรรค์ในยุคที่เทรนด์เปลี่ยนเร็ว และโครงสร้างสนับสนุนที่ช่วยให้ดีไซเนอร์เติบโตในระดับสากล การเสว นาครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นภาพของคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้คุณค่ากับความหมาย ความจริงใจ และอัตลักษณ์ของแบรนด์ ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับวิธีคิดและวิธีสื่อสารให้ทันกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว นอกจากนั้น เวทีนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการมองอนาคตแฟชั่นไทยในบริบทสากล ผ่านพลังของความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และความเข้าใจผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมเปิดบทสนทนาว่าไทยและประเทศเพื่อนบ้านจะร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมให้ก้าวหน้าไปด้วยกันอย่างมั่นคงบนเวทีโลก

เหล่าผู้นำแฟชั่นระดับภูมิภาคที่ได้ร่วมกันวิเคราะห์เจาะลึกอนาคตของธุรกิจแฟชั่นในมิติต่างๆ ได้แก่ Pam Quinones (แพม คินโยเนส) รองบรรณาธิการและผู้อำนวยการฝ่ายแฟชั่น นิตยสาร Vogue Philippines, Alex Fox (อเล็กซ์ ฟ็อกซ์) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ นิตยสาร L’Officiel Vietnam, มิลิน ยุวจรัสกุล ประธานสมาคมดีไซน์เนอร์ไทย (Thai Designer Association) และ  สุพิชชา ไชยานุกูลภาพ นางแบบดาวรุ่งจากประเทศไทย ที่มาเล่าถึงความภาคภูมิใจที่สุดในการเป็นนางแบบ กับความท้าทายในฐานะนางแบบไทย

การเสวนาในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้ประกอบการและดีไซเนอร์ไทย แต่ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างเครือข่ายพันธ มิตรทางแฟชั่นที่เข้มแข็งในระดับภูมิภาค ตามแนวคิด “Bring the Village to the World” ที่มุ่งหวังให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของเอเชียผงาดบนเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิ

และโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  ทรงฉลองพระองค์ชุดร่วมสมัยที่โดดเด่นด้วยผ้าลายสก็อตจากสมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ  ผืนผ้าลายตารางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บวกกับผืนผ้าที่มีความพลิ้วไหว ถูกนำมาตัดเย็บด้วยดีไซน์ร่วมสมัย ผสานความโมเดิร์นเข้ากับความละเมียดละไมของงานศิลปาชีพ ก่อเกิดเป็นชุดที่สะท้อนอัตลักษณ์ใหม่ของผ้าไทย ร่วมสมัย สดใส และคงเสน่ห์ของงานช่างพื้นบ้านไว้อย่างงดงาม

ผ้าลายสก็อต นับเป็นหนึ่งในผลงานพัฒนาลวดลายและการทอ เพื่อให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันยังคงรักษามาตรฐาน คุณภาพ และภูมิปัญญาดั้งเดิมของงานศิลปาชีพไว้อย่างครบถ้วน การที่พระองค์ทรงเลือกฉลองพระองค์จากศิลปาชีพครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำแนวคิด “ผ้าไทยสู่สากล” ผ่านงานออกแบบร่วมสมัยที่ทั้งงดงาม ใช้งานได้จริง และสะท้อนศักยภาพของผ้าไทยในเวทีแฟชั่นระดับโลก

‘หมูแฮม–ซาฟฟรอน’ ชวนวิ่งการกุศล สมทบทุนสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ในงาน ‘AssetWise BEAUTY RUN 2026’

‘หมูแฮม–ซาฟฟรอน’ ชวนวิ่งการกุศล สมทบทุนสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ในงาน ‘AssetWise BEAUTY RUN 2026’

‘หมูแฮม–ซาฟฟรอน’ ชวนวิ่งการกุศล สมทบทุนสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ในงาน ‘AssetWise BEAUTY RUN 2026’

วันจันทร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.37 น.

เตรียมออกสตาร์ทอีกครั้ง! กับงานวิ่ง “AssetWise BEAUTY RUN 2026” แอสเซทไวส์ จับมือ TPN Global และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ชวนสายวิ่ง-สายเฮลท์ตี้-แฟนนางงาม ร่วมสร้างปรากฏการณ์สวยสมมง ส่งต่อความสุขให้ผู้ป่วยมะเร็งกับ 2 สาวงาม หมูแฮม โชตินภา” นางสาวไทย 2568 และ “ซาฟฟรอน มายา”Miss Global Thailand 2026 พร้อมทัพหนุ่มหล่อจากเวที Mister International Thailand นำทีมสาวสวยหนุ่มหล่อมาร่วมส่งแรงเชียร์เหล่านักวิ่งในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) สมัครวิ่งได้ตั้งแต่วันนี้- 22 มกราคม 2569 นี้ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายร่วมสมทบทุนสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW 
บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” กล่าวว่า แอสเซทไวส์ สานต่อกลยุทธ์ Lifestyle Marketing เชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนทุกเจเนอเรชัน โดยร่วมกับ TPN Global ผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวดสาวงามและหนุ่มหล่อหลากหลายเวที พร้อมหนุ่มหล่อจากเวที Mister International Thailand และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ในการจัดกิจกรรมงานวิ่งการกุศล AssetWise BEAUTY RUN 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด It’s a RUNderful World” เพื่อช่วยส่งเสริมศักยภาพการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนงบประมาณในการปรับปรุงและจัดสร้างสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (แห่งใหม่)

“ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา งาน AssetWise BEAUTY RUN มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้นทุกปี เราจึงได้เห็นพลังจากนักวิ่งกว่า 7,000 คน เปลี่ยนเป็นความสุขและกำลังใจที่มีคุณค่าต่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง สำหรับปีนี้เรายังคงสนับสนุนสถาบันมะเร็งแห่งชาติเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเรายังได้รับเกียรติจากพาร์ทเนอร์ TPN Global และผู้จัดเวทีประกวด Mister International Thailand ที่ส่งตัวแทนผู้เข้าประกวดจากหลากหลายเวทีมาร่วมเติมสีสันและพลังบวกให้งานของเราเป็นที่รู้จักทั้งในหมู่นักวิ่งและแฟนนางงามมากขึ้น รวมถึงพันธมิตรมากมายที่ร่วมส่งต่อความสุข เราหวังว่าผู้เข้าร่วมทุกท่านจะได้ทั้งสุขภาพที่ดี ประสบการณ์ที่น่าจดจำ และความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมกันทำให้กิจกรรมนี้มีความหมายยิ่งขึ้นในทุกปี” นายกรมเชษฐ์ กล่าว

นอกจากผู้ร่วมกิจกรรม AssetWise BEAUTY RUN 2026 จะได้พบกับ หมูแฮม โชตินภา แก้วจรูญ” ผู้ครองมงกุฎนางสาวไทย ประจำปี 2568 และ ซาฟฟรอน มายา สนูค” เจ้าของตำแหน่ง Miss Global Thailand 2026พร้อมเหล่าเพื่อนนางงาม และผู้เข้าประกวดจากเวที Mister International Thailand 2026 และ Mister Global Thailand 2026 แล้ว ภายในงานยังมีของที่ระลึกและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อวิ่งรักษ์โลกที่ผลิตจากขวดพลาสติกใช้แล้ว สีสวยสดใส เนื้อผ้านุ่มสวมใส่สบายและระบายเหงื่อได้ดี เหรียญรางวัล ที่รีไซเคิลจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ มอบเป็นที่ระลึกให้ผู้ที่เข้าเส้นชัยทุกคน Eco Breakfast เครื่องดื่มและอาหารเสิร์ฟในภาชนะจากวัสดุธรรมชาติและกระดาษที่ย่อยสลายได้ง่าย ซึ่งจะมีการคัดแยกขยะเพื่อนำไปรียูส รีไซเคิล และลดปริมาณขยะเหลือทิ้งให้น้อยที่สุด ตามแนวคิด “GrowGreen” ของแอสเซทไวส์ พร้อมหมายเลขแข่งขัน ประกันอุบัติเหตุความคุ้มครอง 100,000 บาท หน่วยพยาบาลเคลื่อนที่ และระบบรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ ดูแลความปลอดภัยของนักวิ่งทุกคนตลอดเส้นทางแข่งขัน

สำหรับกิจกรรม AssetWise BEAUTY RUN 2026 ครั้งนี้ จะจัดขึ้นภายในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ตั้งแต่เวลา 05.00 เป็นต้นไป โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 2 ระยะทาง ได้แก่

  1. ฟันรัน ระยะ 5 กิโลเมตร เปิดจำหน่ายบัตรในราคา 600 บาท ผู้ที่เข้าเส้นชัย 50 อันดับแรกจะได้รับของที่ระลึกจากกิจกรรม
  2. มินิ มาราธอน ระยะ 10 กิโลเมตร เปิดจำหน่ายบัตรในราคา 750 บาท รางวัลแยกประเภทชาย-หญิงรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 สำหรับผู้ที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก จะได้รับถ้วยพร้อมเงินรางวัล จำนวน 5,000 บาท พร้อม Voucher ที่พัก Royal Cliff Hotel Pattaya มูลค่า 5,000 บาท, ชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับถ้วยพร้อมเงินรางวัล จำนวน 3,000 บาท และชนะเลิศอันดับ 3 จะได้รับถ้วยพร้อมเงินรางวัล จำนวน 2,000 บาท อันดับที่ 4-50 จะได้รับของที่ระลึกจากกิจกรรมด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการประกวด Fancy Run รางวัลพิเศษให้กับนักวิ่งที่แต่งชุดจากวัสดุรีไซเคิลสุดครีเอทีฟภายใต้ธีม “สวยสมมงฯ” โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกชุดสวยโดนใจ 10 อันดับแรกจะได้รับมงกุฎ สายสะพาย และเงินรางวัลตามแต่ละอันดับอีกด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรม AssetWise BEAUTY RUN 2026 ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มกราคม 2569 ผ่านทาง https://race.thai.run/assetwisebeautyrun2026  

ปิดจบโปรเจกต์สวยงาม ‘รับ(รัก)ออกแบบ Love Design’Special Episodeทำถึง!! Fan Meet ทำเกิน!

ปิดจบโปรเจกต์สวยงาม 'รับ(รัก)ออกแบบ Love Design'Special Episodeทำถึง!! Fan Meet ทำเกิน!

ปิดจบโปรเจกต์สวยงาม ‘รับ(รัก)ออกแบบ Love Design’Special Episodeทำถึง!! Fan Meet ทำเกิน!

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.00 น.

เรียกได้ว่าเป็น 2 วันที่ถูกใจด้อม 9779s เพราะ 2 วันมานี้ค่ายเวลเคิร์ฟ สตูดิโอ เสิร์ฟแรง กับ 2 อีเวนต์สุดโซ๊ะเริ่มจากอีเวนต์แรก “รับ(รัก)ออกแบบ” The Final Sketch” ชวนแฟน ๆ มาดู Special Episode งานนี้บอกเลยว่ามีซึ้ง!! เพราะ 4 นักแสดงนำของเรื่อง ประกาศบอกลาตัวละคร หลังจากอยู่กับโปรเจกต์ซีรีส์นี้มามากกว่า 1 ปี

โดย 4 สาวอย่าง “เก้า สุภัสสรา ธนชาต” ที่รับบทเป็น “ออกแบบ”, “เจนเย่ เมธิกา จีรนรภัทร” ที่รับบทเป็น “ริน”, “เฟรนด์ ทอฝัน ทวีมา” ที่รับบทเป็น “วี” และ “ปาล์ม ปารมี เหลืองนฤมิตชัย” ที่รับบทเป็น “เตอร์ติส” เล่าทั้งน้ำตา บอกผูกพันกับบทบาทที่ได้รับมาก ๆ

ซึ่งเริ่มจาก “เก้า – เจนเย่” ที่เผยความในใจพร้อมอำลาว่า “ก็อยากให้ทุกคนจดจำตัวละครที่ตัวเองแสดงในเรื่องนี้ไปอีกนาน ๆ นะคะ” ส่วน “เฟรนด์ – ปาล์ม” ก็เผยว่า “อยากให้ทุกคนรักตัวละครทุกตัวในเรื่องนี้ เหมือนที่พวกเธอรักค่ะ”

ทั้งนี้ในวัน The Final Sketch นอกจากแฟน ๆ จะได้เห็นโมเมนต์น่ารัก ๆ พร้อมคราบน้ำตาแห่งความสุขแล้ว ในตอนจบก็ยังได้เห็นภาพความผูกพันของทีมนักแสดง ที่เช็ดน้ำตาให้กันบนเวที เพราะซีรีส์เรื่องนี้ นอกจากจะเป็นเกิร์ลเลิฟเรื่องแรกในความทรงจำของนักแสดงทั้ง4คน  ยังมีความทรงจำหลายอย่างที่พวกเธอไม่อาจลืม โดยเฉพาะโลเคชั่นหลักในการถ่ายทำในต่างประเทศ อย่างจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด ที่ทำให้ “ออกแบบ” และ “ริน” ได้เจอกันครั้งแรก นั้นคือเมืองคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ทั้งที่ปราสาทโคคุระ และ Mojiko Retro รวมถึง สะพานวาคาโตะ ซึ่งเป็นซีนจบขอแต่งงานของ “ออกแบบ” และ “ริน” ด้วย ซึ่งทุกโลเคชั่นที่ “เก้า” และ “เจนเย่” เดินทางไปถ่ายทำนั้น มีเรื่องราวมากมาย เพราะในช่วงถ่ายทำ ก็ผ่านอุปสรรคทั้งสภาพอากาศ และต้องแข่งกับเวลา ทำให้ทั้งคู่ รู้ใจกันและรักกันมากขึ้นในชีวิตจริง

หลังจากนั้น เมื่อกิจกรรมดู Special Ep. จบ แต่ 4 สาว “เก้า – เจนเย่”, “เฟรนด์ – ปาล์ม” ไม่จบ ยังลุยต่อ ซ้อม Fan Meet กันถึงตี 2 เพราะอยากให้โชว์ในวันรุ่งขึ้น ออกมาดีที่สุด ให้สมกับที่แฟนๆรอซัพพอต

โดยในวันต่อมา เป็นแฟนมีตครั้งแรกของ 4 สาว กับ LOVE DESIGN : FIRST DRAWING FAN MEETING ซึ่งใช้เวลาโชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์ยาว ๆ เกือบ3ชั่วโมงเต็มแบบจุก ๆ “จาก Fan Meet เล่นใหญ่เป็น Fan Con เพราะมีโชว์ถึง 12 เพลง” งานนี้ “เก้า – เจนเย่” ทุ่มสุด ทั้งร้องทั้งเต้น เปิดตัวมาพร้อมเสียงกรี๊ดดังสนั่นกับโชว์ ที่ 4 สาวตั้งใจ เอาใจด้อม 9779s ไปเลย

สำหรับ เก้าเจนเย่ และ เฟรนด์ปาล์ม แล้ว ความรู้สึกจากใจของพวกเธอคือ “มีวันนี้ได้ก็เพราะทุกคนซัพพอร์ต” และ “อยากมีทุกวันข้างกันแบบนี้เรื่อยไป” (อันนี้บอกใคร?) อาจจะหมายถึงแฟน ๆ

ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะ “เก้า – เจนเย่” แง้มหลังหลังโชว์จบ มาลุ้นกันว่าซีรีส์ “รับ(รัก)ออกแบบ” จะมีซีซั่น 2 หรือ เก้าเจนเย่จะไปต่อกับโปรเจกต์อื่นๆ หรือไม่ ทำเอาแฟน ๆ  ตื่นเต้นกันเป็นแถวเลยล่ะ  นักแสดงพูดเองขนาดนี้แล้ว เวลเคิร์ฟ ต้องจัดแล้วล่ะ

#รับรักออกแบบ

#LoveDesign

#loveDesignSpecialEP

#LoveDesign1stFanmeetTH

#VelCurveStudio

#9779s

7ครอบครัวคนดังร่วมกับ ‘ศิริราชมูลนิธิ’ชวนบริจาคสร้างชีวิตใหม่มอบโอกาสเข้าถึง‘การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์’

7ครอบครัวคนดังร่วมกับ 'ศิริราชมูลนิธิ'ชวนบริจาคสร้างชีวิตใหม่มอบโอกาสเข้าถึง‘การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์’

7ครอบครัวคนดังร่วมกับ ‘ศิริราชมูลนิธิ’ชวนบริจาคสร้างชีวิตใหม่มอบโอกาสเข้าถึง‘การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์’

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.05 น.

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยการให้ที่ยิ่งใหญ่!  7 ครอบครัวดารา ซึ่งเป็นครอบครัวของ “Cryoviva Family” ที่เชื่อมั่นในมาตรฐานการจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดของ บริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย) จำกัด ธนาคารจัดเก็บสเต็มเซลล์ระดับโลก และผู้นำนวัตกรรมสเต็มเซลล์หนึ่งเดียวในไทยที่ได้รับถึง 3 มาตรฐาน AABB ได้ผนึกกำลังร่วมกับ ศิริราชมูลนิธิ เชิญชวนคนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างชีวิตใหม่ให้กับผู้ป่วยเด็กที่รอคอยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ภายใต้โครงการ “ไครโอวิวา ส่งต่อรอยยิ้มจากความสุข…ไม่รู้จบ ปีที่ 2”

โครงการนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ ผู้ด้อยโอกาสที่กำลังเผชิญกับโรคร้ายแรงและซับซ้อน ได้แก่ โรคเลือด โรคมะเร็ง โรคธาลัสซีเมีย และโรคพันธุกรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการรักษาทั่วไป การระดมทุนครั้งนี้จึงมีเป้าหมายหลักในการนำไปสนับสนุน “กองทุนปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดกุมารเวชศาสตร์ ศิริราชมูลนิธิ” เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและมอบโอกาสให้ผู้ป่วยเด็กเหล่านี้สามารถเข้าถึง การรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ซึ่งเป็นความหวังสำคัญของพวกเขา นอกจากนี้จะนำส่วนนึงไปสมทบทุนปรับปรุงแผนกผู้ป่วยนอก กุมารเวชศาสตร์ อาคารเจ้าฟ้ามหาจักรี โรงพยาบาลศิริราช เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นพื้นที่ที่ทันสมัย สะดวก และเปี่ยมไปด้วยความหวังอย่างแท้จริง เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นระหว่างการรักษา

ครอบครัวคนดังทั้ง 7 ครอบครัว ที่ร่วมเป็นกระบอกเสียงครั้งสำคัญนี้ ประกอบด้วย จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา-ดีเจพุฒ พุฒิชัย เกษตรสิน, ศรีริต้า เจนเซ่น, อร สมฤทัย, ลิเดีย ศรัณย์รัชต์, แอริน อาฒยา,แบม ปีติภัทร คูตระกูล-กวาง ช้องมาศ บางชะวงษ์ และพราวฟ้า พลอยเฌอลิศา-เสี่ยโบ๊ท ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ ซึ่งทุกครอบครัวล้วนเป็นผู้ที่มองการณ์ไกลในการวางแผนสุขภาพให้กับคนในครอบครัว โดยไว้วางใจให้ไครโอวิวาดูแลการจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิด ซึ่งพวกเขาเชื่อมั่นว่าการให้โอกาสกับผู้ป่วยเด็กได้เข้าถึงการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ถือเป็นของขวัญอันล้ำค่าที่จะช่วยต่อชีวิต และสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ป่วยเด็กได้อย่างแท้จริง

แอริน อาฒยา กล่าวว่า ความสุขของคนเป็นแม่ขึ้นอยู่กับ “สุขภาพของลูก”เพราะแค่เห็นลูกยิ้มได้ แข็งแรง ก็เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพ่อแม่แล้ว และสำหรับครอบครัวที่ลูกกำลังต่อสู้กับโรคร้าย เขาก็อยากเห็นรอยยิ้มแบบนั้นกลับมาอีกครั้งเหมือนกัน จึงอยากชวนทุกคนมาร่วมส่งต่อของขวัญนี้ไปด้วยกัน เพราะทุกการบริจาค คือพลังที่ต่อชีวิต ต่อความหวัง และต่อรอยยิ้มของเด็ก ๆ ทั่วประเทศ

สามารถร่วมบริจาคได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ธนาคารกรุงเทพ สาขาอโศกมนตรีเลขที่บัญชี  925-0-224111 ชื่อบัญชี: ไครโอวิวาร่วมบริจาคสมทบทุนศิริราชมูลนิธิ กองทุนปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ทุกการบริจาคของท่านสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า กรอกแบบฟอร์มขอรับใบเสร็จได้ที่: https://forms.gle/ixCb8L3Fey4PcfWZ9

คอนเสิร์ต ‘มนต์รักเพลงละคร โดยคุณพระช่วย’เปิดฉากอลังการ! ปลุกพลังรักชาติผ่านบทเพลงทรงคุณค่า

คอนเสิร์ต 'มนต์รักเพลงละคร โดยคุณพระช่วย'เปิดฉากอลังการ! ปลุกพลังรักชาติผ่านบทเพลงทรงคุณค่า

คอนเสิร์ต ‘มนต์รักเพลงละคร โดยคุณพระช่วย’เปิดฉากอลังการ! ปลุกพลังรักชาติผ่านบทเพลงทรงคุณค่า

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.22 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับช่วงเวลาแห่งความทรงจำของคอนเสิร์ต “มนต์รักเพลงละคร โดยคุณพระช่วย” ที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมแบบเต็มอิ่มตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเป็นการจัดคอนเสิร์ตครั้งที่ 13 ของ “คุณพระช่วยสำแดงสด” เวทีที่ครองใจแฟนๆ มายาวนานหลายปี และยังคงเป็นคอนเสิร์ตที่จัดมากี่ครั้งก็ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งความสนุก ความงดงามทางวัฒนธรรม และรูปแบบการนำเสนอที่เข้าถึงความสุขของผู้ชมยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว

การแสดงเปิดฉากด้วยโชว์สุดยิ่งใหญ่ ก่อนจะพาผู้ชมย้อนรำลึกบทเพลงจากภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ในอดีต อาทิ คู่กรรมมนต์รักลูกทุ่ง และ น้ำตาแสงใต้ ซึ่งล้วนเป็นบทเพลงอมตะที่สะท้อนหลากหลายอารมณ์ ทั้งความรัก ความสนุกสนาน และความซาบซึ้ง 

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของคอนเสิร์ตปีนี้ คือการปลุกจิตสำนึกรักชาติผ่านบทเพลงทรงคุณค่า โดย “แบ็งค์ เฉลิมรัฐ” ถ่ายทอดบทเพลง “สายโลหิต” ได้อย่างทรงพลัง ร่วมด้วย “อาร์ม กรกันต์” ที่ขับร้องบทเพลง “สี่แผ่นดิน” อันงดงาม บทเพลงเหล่านี้ได้เทิดทูนพระเกียรติของบูรพมหากษัตริย์ไทย พร้อมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถือเป็นการผสานความบันเทิงเข้ากับคุณค่าแห่งความเป็นไทยได้อย่างงดงามและน่าประทับใจ

ที่เซอร์ไพรส์แฟนๆ คือการจับคู่ “ไรอัล กาจบัณฑิต” ประชันบทบาทกับ “ก้อง สหรัถ” บนเวทีการแสดงร่วมกันครั้งแรก ซึ่งเคมีเข้ากันอย่างเหลือเชื่อ จนเรียกเสียงหัวเราะและเสียงกรี๊ดจากผู้ชมได้ตลอดการแสดง สร้างโมเมนต์ประทับใจที่เรียกได้ว่าแฟนๆ ต่างชื่นชอบและพูดถึงความเข้ากันของทั้งคู่ไม่ขาดปาก  ตามต่อความสนุกด้วย “ฉ่อยสามน้าจำอวด” จากน้าโย่ง น้าพวง และน้านงค์ ยังสร้างสีสันให้สนุกยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการลงมาเล่นกับผู้ชมแบบใกล้ชิด ถ่ายทอดฉ่อยในสไตล์ทันสมัย เข้าใจง่าย และแฝงอารมณ์ขันเฉพาะตัว เรียกเสียงปรบมือและเสียงหัวเราะจากผู้ชมทั่วฮอลล์

อีกหนึ่งช่วงการแสดงที่งดงามไม่แพ้กัน “ลีโอ อธิป” รับหน้าที่ขับร้องบทเพลงที่ผสานดนตรีไทยร่วมสมัยได้อย่างไพเราะ ร่วมด้วยโชว์พิเศษจากสองหนุ่มมากความสามารถจากเวทีเพลงเอก “แบ็งค์ เฉลิมรัฐ” โชว์ตีระนาด และ “โบ๊ท ปรัชญา” เป่าขลุ่ย ในเพลง “ลาวดวงเดือน” ทำให้โชว์นี้กลายเป็นอีกหนึ่งเพลงที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชม ทั้งหมดนี้ทำให้ “มนต์รักเพลงละคร โดยคุณพระช่วย” กลายเป็นคอนเสิร์ตที่พาผู้ชมทั้งประทับใจ อิ่มเอม และภาคภูมิใจในความเป็นไทยไปพร้อมกัน…   

#คุณพระช่วยสำแดงสด13 #คอนเสิร์ตคุณพระช่วยสําแดงสด

GQ THAILAND จัดงานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ‘GQ MEN OF THE YEAR 2025’

GQ THAILAND จัดงานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ‘GQ MEN OF THE YEAR 2025’

GQ THAILAND จัดงานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ‘GQ MEN OF THE YEAR 2025’

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.15 น.

นิตยสาร GQ Thailand จัดงาน GQ Men of the Year 2025 (จีคิว เมน ออฟ เดอะ เยียร์ 2025) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 เพื่อมอบรางวัลให้กับบุคคลผู้สร้างผลงานโดดเด่นในหลากหลายวงการ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข ความอบอุ่น และความประทับใจของผู้ที่ได้รับรางวัล แขกผู้มีเกียรติ และเหล่าบรรดาแฟนคลับที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม ณ โซน The Garden โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์

งานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณกำพล ลิขิตกาญจนกุล บรรณาธิการบริหาร GQ THAILAND ให้การต้อนรับศิลปิน นักแสดง และเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังมากมาย นำโดย อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์, ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์, เก้า-สุภัสสรา ธนชาต, เจนเย่-เมธิกา จีรนรภัทร, พีช-พชร จิราธิวัฒน์, ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว, ออฟโรด-กันตภณ จินดาทวีผล, เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย, น้ำปิง-นภัสกร ปิงเมือง, เทม-เมธี ทับทิมทอง, พุฒ-พุฒิพงศ์ ศรีวัฒน์, ต้า-เผ่าพล เทพหัสดิน ณ อยุธยา, เร แมคโดนัลด์, ฝ้าย-พีรญา มะลิซ้อน, แยม-มทิรา ตันติประสุต, เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์, ไมกี้-ปณิธาน บุตรแก้ว, ธามไท แพลงศิลป์, ตั๊ก-บริบูรณ์ จันทร์เรือง, โมสต์-วิศรุต หิมรัตน์, แบงค์-มณฑป เหมตาลฐ์, ภู-ภูรินท์ พัฒนวิริยะวาณิช, เจมส์-กษม กาญจนวัฒนา ฯลฯ                 ก่อนจะร่วมดินเนอร์มื้อค่ำสุดพิเศษ และต่อด้วยการมอบรางวัลอันทรงคุณค่าให้แก่บุคคลสำคัญในปีนี้ โดยผู้ประกาศรางวัลทุกคนล้วนเป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้ที่รับรางวัลทั้งในฐานะเพื่อน ผู้ที่ชื่นชอบผลงาน หรือผู้ที่เคยร่วมงานด้วยกัน ตลอดจนเป็นผู้สร้างบันดาลใจ ซึ่งในปีนี้มีทั้งสิ้น 11 รางวัล ได้แก่

1.Thailand’s Global Star 2025 ได้แก่ อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ ปีแห่งการเติบโตและร่วมงานกับทีมระดับนานาชาติ กลายเป็นหนึ่งในศิลปินไทยที่ก้าวข้ามขอบเขตของคำว่า ‘นักแสดง’ ไปสู่การเป็นตัวแทนแห่งแรงบันดาลใจในระดับสากล ด้วยภาพลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ มีรสนิยม เป็นเครื่องมือสื่อสารตัวตนของเขา อาโปจึงไม่เพียงได้รับความสนใจจากผู้ชมทั่วเอเชีย หากแต่ยังเป็นที่จับตามองของวงการแฟชั่นโลก

2.Actor of the Year 2025 ได้แก่ ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์ กับการเป็นนักแสดงผู้มุ่งมั่นกับทุกบทบาท และเชื่อว่าชีวิตคือการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด

3.Rising Star of the Year ได้แก่ เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย จากเด็กขี้อายที่ไม่กล้าสบตาใคร สู่ดาวรุ่งที่ทุกสายตารอจับตามองที่สุดตอนนี้ บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ความกลัว และการผจญภัยครั้งใหญ่ในวงการบันเทิง

4.Breakthrough Duo of the Year 2025 ได้แก่ เก้า-สุภัสสรา ธนชาต และ เจนเย่-เมธิกา จีรนรภัทร การออกจากพื้นที่คุ้นเคยสู่การแสดงซีรีส์แนวGL (Girls’ Love) ครั้งแรกของทั้งคู่เช่นกันในซีรีส์ Love Design รับ(รัก)ออกแบบ ว่าด้วยเรื่องราวแห่งความฝันในวงการสถาปนิกที่ได้รับการตอบรับที่ดี และกลายเป็นคู่เคมีใหม่ ๆ ของวงการซีรีส์ไทย

5.Breakthrough Actor of the Year ได้แก่ เทม-เมธี ทับทิมทอง จากบทเล็ก ๆ ของชายผู้ผ่านมาหลากหลายเส้นทางอาชีพ สู่ตัวละคร ‘ไก่ต๊อก’ ใน The White Lotus Season 3 ที่ทำให้ผู้ชมทั่วโลกหันมาจดจำใบหน้าของนักแสดงไทยคนหนึ่งอย่างอบอุ่น นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่

6.Industry Shaper of the Year ได้แก่ ปอนด์-กฤษดา วิทยาขจรเดช ผู้บริหารและผู้กำกับแห่ง Be On Cloud เบื้องหลังค่ายที่เติบโตจากโปรเจกต์ที่หลายคนมองว่าเสี่ยง กลายเป็นแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้โลกหันมามองซีรีส์ไทยอีกครั้ง เขาไม่เพียงแค่มองซีรีส์ในฐานะงานศิลปะ แต่ยังมองมันเป็นพื้นที่ของมนุษย์ที่ทุกคนสามารถแสดงออกได้อย่างเท่าเทียม

7.Series of The Year ได้แก่ สงครามส่งด่วน (Mad Unicorn) ของผู้กำกับและผู้สร้าง ไก่-ณฐพล บุญประกอบ ที่ถ้าพูดถึงซีรีส์ไทยในปีนี้ คงไม่มีเรื่องไหนที่ได้รับความนิยมและถูกพูดถึงในวงกว้างมากเท่ากับ สงครามส่งด่วน (Mad Unicorn) ซีรีส์แนวฟิกชั่นที่ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของนักธุรกิจคนไทยที่เริ่มต้นจากศูนย์สู่ธุรกิจขนส่งยักษ์ใหญ่ในไทย

8.Starpreneur of the Year ได้แก่ พีช-พชร จิราธิวัฒน์ กับอีกหนึ่งบทบาทนอกเหนือการเป็นนักแสดงด้วยการเป็นนักธุรกิจผู้ประกอบการเจ้าของโปเตโต้ คอร์เนอร์ (Potato Corner) ข้าวโซอิ (Khao-Sō-i) ข้าวซอยเส้นสดเจ้าดังจากเชียงใหม่ที่เปิดสาขาในกรุงเทพฯ และสาขาในลอนดอน กาแฟอูโน่ (UNO Coffee) แบรนด์กาแฟที่มีคนยอมต่อคิวยาวอยู่เสมอ รวมทั้งโปรเจกต์ส่วนตัวด้านโปรดักชั่น และธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)

9.The Voice of The Night ได้แก่ วัชรพล ฝึกใจดี หรือ แจ๊ค The Ghost จากไอเดียเมื่อ 10 ปีก่อนที่ทำให้เกิด เดอะ โกสท์ เรดิโอ (The Ghost Radio) ภายใต้สโลแกน คลื่นสยองของคนรุ่นใหม่ พร้อมกับลีลาการจัดรายการซึ่งโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์จนแฟนรายการต่างคุ้นเคย หรือหลายคนอาจจะติดงอมแงม

10.Explorer of The Year ได้แก่ รายการเร่ร่อน ของ ‘พุฒ-ต้า-เร’ พุฒ-พุฒิพงศ์ ศรีวัฒน์, ต้า-เผ่าพล เทพหัสดิน ณ อยุธยา และเร แมคโดนัลด์ 3 ซูเปอร์สตาร์จาก ยุค 90s ที่โคจรกลับมาพบกันอีกครั้งในช่องเร่ร่อน (Rayron) แม้จะมีคาแรกเตอร์และ  ไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน แต่เมื่อทั้ง 3 คนอยู่ด้วยกันกลับดึงดูดผู้ชมได้อย่างน่าสนใจ

11.Aesthetic Master of the Year ได้แก่ นพ.ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ หมอโจ้ The Demis หนึ่งในบุคคลที่กำลังนิยามความหมายของความงามไทยใหม่อีกครั้ง ผ่านแนวคิดที่ลึกซึ้งกว่าแค่การชะลอวัย แต่คือการอยู่กับเวลาอย่างสง่างาม

งานมอบรางวัลในปีนี้น่าจดจำยิ่งขึ้น ด้วยปรากฏการณ์ที่มีเหล่าแฟนคลับมาร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังการสนับสนุนบุคคลผู้ได้รับรางวัลแต่ละคนอย่างแท้จริง ทุกเสียงเชียร์ ทุกป้ายไฟ และทุกกำลังใจสะท้อนถึงความสำเร็จของบุคคลเหล่านี้ที่ไม่ได้มาจากผลงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความรักและแรงบันดาลใจที่พวกเขามอบให้กับแฟน ๆ และนี่คือ 11 รางวัลผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี 2025 จากงาน GQ Men of the Year 2025 โดยความสำเร็จของงานนี้ได้รับการสนับสนุนจาก PIAGET, Diageo และ Grand Seiko

#GQMOTY2025 #GQTHAILANDMOTY2025 #GQMenOfTheYear

‘หญิง รฐา’ เล่านาทีเจอเนื้องอก 6 ซม.

‘หญิง รฐา’ เล่านาทีเจอเนื้องอก 6 ซม.

‘หญิง รฐา’ เล่านาทีเจอเนื้องอก 6 ซม.

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 07.30 น.

ทุกคู่รักมีจุดเปลี่ยน “หญิง รฐา – ตุลย์ ตุลยเทพ” กับเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งคู่ตระหนักว่าชีวิตสำคัญกว่าเวลา สุขภาพต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ เริ่มจากตรวจพบเนื้องอก 6 ซม.ที่โตขึ้นเรื่อยๆ และสัญญาณอันตรายอุบัติเหตุกล้ามเนื้อสลายของแฟนหนุ่ม คือเหตุการณ์จริงที่ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจรักชีวิตใหม่แบบจริงจังที่สุด ด้วยวิธีดูแลตัวเองที่ถูกต้อง ในรายการ Glow On  

จุดเปลี่ยนในการหันมารักสุขภาพแบบเต็มที่จริง ๆ แรงบันดาลใจคืออะไร ?

หญิง รฐา : ตั้งแต่เข้าวงการมาจนถึงปัจจุบัน ก็มีเรื่องของการออกกำลังกายในเรื่องของการเต้นหรืออะไรมาตลอด หมายถึงช่วงสักประมาณ 15 ปีในวงการที่เรายังต้องเต้นยังต้องออกกำลัง มีบางช่วงที่ไปเข้าฟิตเนสบ้าง ไปปั่นจักรยานอะไรตามเทรนด์ทั่วไปในยุคนั้นก็ทำมาหมด จนกระทั่งเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้วได้มารู้จักกับพี่ตุลย์ จริง ๆ รู้จักกันมา 15 ปีแล้ว แต่ว่า 8 ปีที่แล้ว เป็น Timing ที่ได้กลับมาคุยกันจริง ๆ ในฐานะแฟน เขาก็เหมือนเห็นเราออกกำลังกายแบบในยิมในอะไรเยอะ ก็รู้สึกว่าเราโดนแดดน้อย เขารู้สึกว่าเราน่าจะต้องออกกำลังกายที่ไปเจอแดดไปคาร์ดิโอ ไปช่วยในเรื่องของหัวใจ เรื่องของการเต้นกับการวิ่งหรือการทำให้มันต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 40 นาทีแบบไม่หยุด ทำให้หัวใจเราแข็งแรงขึ้นนะ เราก็เริ่มมาสนใจเรื่องของการวิ่งก็ต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนที่พาเราเข้าวงการนี้ คบกันมาได้สัก 3 ปี แม่น้อยก็อยากให้เราฝากไข่ ก็ไปเข้า process ของการฝากไข่ก็บังเอิญว่าได้เจอเนื้องอก แต่ว่าเนื้องอกไม่ได้อยู่ในมดลูก เนื้องอกมีฐานอยู่ในมดลูก แต่ตัวเนื้องอกที่งอกออกมาดันลำไส้ข้างนอก ตอนนั้นไซส์มันประมาณ 6 ซม. ได้

6 ซม. ไม่เล็กนะ ?

หญิง รฐา : ตอนแรกก็คิดว่าจะผ่าเลยดีไหม แต่ในมุมของพี่ตุลย์เขาก็รู้สึกว่าการผ่าน่าจะเป็น ทางเลือกสุดท้าย เราลองใช้ชีวิต หาวิธีการทำให้มันหยุดโต หรือทำให้มันเล็กลงด้วยการใช้ชีวิตก่อนไหม ก็เลยเป็นจุดที่ทำให้เริ่มมาสนใจในเรื่องของการออกกำลังกาย การทาน การควบคุมไขมัน เพราะว่าเราตรวจสุขภาพทุกปี ไขมันพี่สูงทุกปี ทั้ง ๆ ที่น้ำหนักบางทีบางปีก็ผอมกว่าเดิม ก็เลยรู้สึกว่าอันนี้มันน่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพภายในที่อาจจะต้องมาดูแลอย่างจริงจัง มันก็เลยเป็นจุดที่เริ่มรู้สึกกลับมาดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของการอยากออกกำลังเพื่ออยากให้ดูดี ก็มา concentrate ในเรื่องของออกแล้วมันเป็นยังไง คาร์ดิโอกี่วัน แล้วควรจะมีในวันที่เรา recovery กี่วัน ในเวลาเดียวกันเราควรจะมีการออกกำลังกายที่ช่วยในเรื่องของฮอร์โมนและความรู้สึกไหม เพราะว่าความเครียดเป็นจุดเริ่มต้นเหมือนกัน ในเรื่องของการที่ทำให้เซลล์เราไปเติบโตผิดที่ ก็คือเหมือนกับทำให้เราอาจจะเป็นต้นเหตุของการมีเนื้องอก ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในวัยเด็ก เราเครียดจริง ๆ หมายถึงทำงานมาเยอะมากจริง ๆ ก็อาจจะมีบางบางช่วงเวลาที่จะไปทำให้เซลล์เราเติบโตผิดรูปแบบเกินไป เพราะความเครียดมันมีผลอยู่แล้ว แต่ว่าก็มี goal ว่าถ้าวันหนึ่งมันโตมากจริง ๆ เหมือนร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็นสมองหรือว่าบริเวณอุ้งเชิงกรานของเรา มันก็จะมี place ที่มันสามารถมี pressure อยู่ได้ประมาณหนึ่ง การที่เรามีเนื้องอกในบริเวณนั้นมันโตขึ้น มันทำให้ pressure ความดันบริเวณนั้นมันก็เปลี่ยนแปลงไป ก็แค่เหมือนมอนิเตอร์ดูแล้ว ถ้าวันหนึ่งเรารู้สึกว่าต้องเอาออกก็คงผ่าเหมือนกัน แต่ว่า ณ วันนี้ก็ยังอยากลองวิธีแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก่อน

ความรู้สึกตอนที่ตรวจเจอเป็นยังไง ?

หญิง รฐา : คิดมากอยู่แล้ว คือเป็นคนคิดเยอะ เป็นคนกลัว กังวล เครียด แต่ยิ่งเครียดมันก็ยิ่งไปโฟกัส ยิ่งเราไปโฟกัสมันเอาจริง ๆ มันโตขึ้นจริง ๆ นะ ปีแรกที่เจอพอ 2-3 ปีนั้นก็คือมันทำให้มีภาวะของความเครียด หรือการนอนไม่ดีขึ้นมาเลย แล้วพี่ก็อยู่กับมัน กับความรู้สึกนี้เป็นปีเลย ปี 2 ปีเลยที่รู้สึกว่าแบบเครียดอยู่กับมัน แล้วมันก็โตขึ้นมันไม่เล็กลง มันก็เพิ่มไซส์เป็น 7 ซม. 8 ซม. 9 ซม. จนตอนนี้ติดอันดับ 10 กว่า แต่ก็ยังคงที่มาประมาณปีหนึ่งแล้ว ปี 2 ปีคงที่ขึ้นเพราะว่าพี่ว่าพี่เริ่มไม่ใส่ใจ  เริ่มรู้สึกว่าอันนี้คิดเองเลยนะว่า ก็ขนาดนมเราผ่ามาอยู่ตรงนี้ ใหญ่กว่ามันอีก เรายังเอาของที่แปลกปลอมเข้ามาในร่างกายเลย สิ่งนี้มันเป็นของที่ที่เราเรียนแอนไทซ์ อาจารย์มาศบอกว่าจริง ๆ แล้วร่างกายเราป้องกัน คือสร้างเนื้องอกมา คือพยายามมองในด้าน positive ว่าป้องกัน ว่าเนื้องอกตรงนี้มาห่อหุ้มและดูแล ให้เหมือนเป็นอีกออร์แกน (Organ) หนึ่งในร่างกาย เพียงแต่ว่าถ้าวันหนึ่งมัน disturb จริง ๆ อย่างคุณหมอที่พี่มอนิเตอร์ ว่ามีเรื่องของเพราะมันเป็นดันลำไส้ การขับถ่ายไม่ดีหรือเปล่า ถ่ายไม่ออกหรือเปล่า หรือว่ามีในเรื่องของการปวดหรือเปล่า ซึ่งของพี่มันไม่ได้มีเรื่องของการปวด ไม่ได้มีเรื่องของประจำเดือนก็ปกติ ฮอร์โมนทุกอย่างปกติ ไม่ได้สวิงตรวจฮอร์โมนทุกอย่างแล้ว ก็เลยคิดว่าถ้าวันหนึ่งมันถึงวัยที่ฮอร์โมนมันจะน้อยลงไปเอง หมายถึงว่าฮอร์โมนเพศหญิงมันจะน้อยลงไปเอง เพราะพี่ก็ 42 แล้ว เลยคิดว่าจะรอให้ถึงช่วงที่ฮอร์โมนเพศมันน้อยลงแล้ว ดูว่า sizing มันเล็กลงไหม แต่มันคงไม่ได้เล็กลงแบบอะไรขนาดนั้น แต่ว่ามันคงเล็กลง แล้วค่อยผ่าตอนนั้นก็ได้

พี่ตุลย์ ตอนที่รู้ว่า พี่หญิง มีเนื้องอกตอนนั้นตกใจไหม ?

ตุลย์ ตุลยเทพ : ไม่ตกใจครับ เคยอ่านมาว่าเนื้องอกกับผู้หญิงเป็นเหมือนเป็นสิ่งที่ปกติ คือเรียกว่าผู้หญิงหลายคนจะมีเนื้องอก ซึ่งเป็นเนื้องอกที่ไม่ได้เป็นอันตราย แล้วก็อยู่ที่ว่าแต่ละคนก็คือ บางคนอาจจะเลือกปล่อยไว้ บางคนอาจจะผ่า บางคนอาจจะรอมีลูกก่อนแล้วผ่าพร้อมลูก ก็พยายามบอกคุยกับเขาบอกว่า ก็เดี๋ยวเรารอดู เราดูอาการเขาก่อนแล้วกันว่าเขาจะเป็นยังไง

ยิ่งดึงมาสายสุขภาพหนักเลยไหม ?

หญิง รฐา : โดยประมาณเป็นคนนอนเร็วเพราะว่า จริง ๆ เรื่อง Circadian rhythm ที่เรามาเรียนกันปีที่แล้ว พี่รู้จากพี่ตุลย์มาตั้งแต่ตอนคบเขาปีแรก ๆ เลย เรายังไม่ได้รู้ตามแบบว่า Anti Aging Bible ว่าจะยังไง เขาเป็นคนที่พูดกับพี่อย่างเสมอเลยว่า ยูต้องออกไปตากแดดนะ ต้องไปเอาวิตามินดีนะ แล้วก็ต้องไป Grounding นะคือเป็นคนแรก ๆ คือพี่รู้เรื่องนี้ตั้งแต่คบพี่ตุลย์ปี 2017 นี่ก็จะเข้า 8 ปี 9 ปีแล้วที่รู้เรื่องนี้มา แล้วเขาเป็นคนแรก ๆ เลยที่พูดเรื่องนี้กับพี่ ซึ่งพี่เพิ่งมาเรียน Anti ปี 2024 2025 มันก็เลยทำให้พี่ชอบที่จะออกกำลังกายแบบเจอแดด และก็ชอบที่จะอาบน้ำเย็นตอนเช้า เขาก็พยายามให้เราเข้าใจว่าจริง ๆ แล้วมนุษย์มันมีอะไรที่สามารถทำได้มากกว่าแค่ออกกำลังกายอยู่ในยิม จริง ๆ การเดิน การวิ่ง เพราะว่ามนุษย์เราตอนแรกถ้าย้อนกลับไปยุคหินเลย เราถูกสร้างมาเพื่อ movement ถูกสร้างมาเพื่อเดินไปหาอาหาร วิ่งไปหาอาหาร ล่าสัตว์ อันนี้คือเนเจอร์ของมนุษย์หรือคนที่เกิดขึ้นมา เพียงแต่ว่าพอยุคสมัยมันเปลี่ยนไป เราถูกตีกรอบว่าด้วยวิวัฒนาการในโลกใบนี้ มันทำให้ความสามารถขีดจำกัดของเรามันน้อยลงไปเอง และเราก็เข้าใจว่าสิ่งนี้มันคือสิ่งที่ถูกต้อง ที่อำนวยความสะดวกให้เรา มันไม่ผิดนะ แต่ว่าหญิงก็แค่รู้สึกว่าพี่ตุลย์จะเป็นคนพูดแรก ๆ เลยว่าก็แค่กลับมาใช้ชีวิตให้เหมือนมนุษย์ยุคหินมากที่สุด เอาจริง ๆ Grounding มันแค่แบบหลังจากวิ่งบนหญ้า ซัก 10 นาที 5 นาทีก็ได้ทุกวัน ทำให้ได้ทุกวัน เพื่อที่เราจะได้รับอิเล็กตรอนพลังงานอิเล็กตรอนจากโลก

อยากให้ พี่ตุลย์ แชร์เรื่องสุขภาพของตัวเอง ทำไมถึงชอบออกกำลังกายมากแบบสุด ๆ เลย ?

ตุลย์ ตุลยเทพ : มันเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้น อายุของพี่ตอนนั้นก็คือเรียกว่าเป็น Midlife crisisของถ้าในกีฬาไม่ว่าจะเป็นวิ่ง หรือไตรกีฬาอะไรพวกนี้ ถ้าเราไปดูอายุของผู้สมัครที่มาวิ่ง มันจะเป็น Bell curve อันนี้ก็คือแบบเด็ก19 20 30 40 50 มันจะมาเบลตรงสูงสุดประมาณ 30 40 ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงที่เหมือนคนจะออกกำลังกายเยอะที่สุด มันน่าจะมีสาเหตุว่า 1 เขาอาจจะเป็น Financial Stable แล้ว คือมีงานทำมีเงินเดือนก็เลยมีเวลามาใช้ชีวิต ซึ่งในช่วง 20 กว่าจะต้อง First jobber เพิ่งเรียนจบก็ต้องไปทำงานหาเงินไม่มีเวลา 40-50 บางคนอาจจะด้วยสุขภาพอาจจะไม่ไหวแล้ว ก็เลยไม่ได้เป็นช่วงที่แบบสูงสุด ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วก็คือเป็นช่วงที่เริ่ม ตอนนั้นก็ทำงานมาสักพักหนึ่งแล้วก็ออกกำลังกายโดยการเข้ายิม ก็เล่นแบบเป็นยกเวท คาร์ดิโอนิดหน่อย ซึ่งตอนนั้นก็รู้สึกว่าทำไมออกกำลังกายแล้วน้ำหนักมันไม่ลด ก็คือตัวหนา ยิ่งแบบไม่ลดน้ำหนักยกเวทตัวมันยิ่งหนาขึ้นเรื่อย ๆ จนพี่มีเพื่อนสวนกุหลาบ มันก็จะมีในกลุ่มใน Facebook ที่เป็นกลุ่มออกกำลังกาย ก็จะเป็นแก๊งวิ่ง แก๊งไตรกีฬา แล้วก็ไปออกกำลัง ไปแข่งมาแล้วก็ลงรูป พี่ก็เอออันนี้ก็น่าสนใจนะ หรือว่าเราอยากลองไปเจอเพื่อน ไปออกกำลังกายอย่างนี้บ้าง

หญิง รฐา : เขาเป็นนักกีฬาว่ายน้ำอยู่แล้ว เขาก็จะเหลือแค่วิ่งกับปั่นที่ต้องมาซ้อมเพิ่ม

ตุลย์ ตุลยเทพ : ตอนนั้นเริ่มคือเริ่มไตรกีฬาเลย ไม่ได้เริ่มวิ่ง

อะไรที่ทำให้เราชอบที่สุดแล้วรู้สึกว่าตกตะกอนกับกีฬาอะไรที่สุด ?

ตุลย์ ตุลยเทพ : เรียกว่าไม่มีอันไหนที่ชอบที่สุดเพราะว่าหลาย ๆ อย่างมันก็เน้นแบบทักษะความสนุกคนละแบบ ก็เลยชอบเล่นหลาย ๆ อย่าง ไปเล่นนู่นเล่นนี่ทุกอย่าง คือเป็นคนชอบความท้าทาย ในกีฬาอันหนึ่งมันก็จะมีความท้าทาย สมมุติยกตัวอย่าง อย่างวิ่งเวลาเริ่ม คนก็จะเริ่มที่แบบวิ่ง 5 กม. 5 k 10 k จนพอวิ่งได้ก็จะไปวิ่ง half marathon 21 ไปมาราธอน ไปปอัลตร้าอะไรพวกนี้ ซึ่งมันก็เป็น step ที่ทำไปเรื่อย ๆ

เคยมีเรื่องเจ็บตัวมาด้วยใช่ไหม ?

ตุลย์ ตุลยเทพ : ใช่

อยากรู้ว่า ณ จุดนั้นที่ตอนพี่หญิงเล่าเรื่องนี้น้ำตาคลอเลย อยากให้แชร์หน่อยในมุมนั้นถึงความสุดขีดของเรา ?

ตุลย์ ตุลยเทพ : เป็นที่สุดของประสบการณ์ในการวิ่งตอนนั้น คือไปวิ่งเทรลที่มองบลังค์ (Mont Blanc) ก็คือรายการ UTMB แต่ว่าระยะUTMB เขาจะมีหลายระยะปี 2019 ตอนนั้นไปวิ่งระยะ 171 กม. แต่ตอนนั้นไปวิ่งแล้วก็ไม่จบ วิ่งได้ 100 กม. ก็คือไม่ทันเวลา ก็คือเลิกอตอนนั้น 24 ชม. ครึ่งมั้ง

หญิง รฐา : ปีนั้นไม่เป็นไร แค่แบบเข้า cut off ไม่ทันมันก็จะมี timing ที่แบบว่าเข้าที่ 100 กม.ต้องเวลาเท่านี้นะ ออกไปเข้าที่ check point ต่อไปต้องอะไรอย่างนี้ จบที่ปีนั้นก็โอเค ไม่เป็นไร วันนั้นปีนั้นไม่เจ็บตัวเอาใหม่ ถัดไปอีก 2 ปี

ตุลย์ ตุลยเทพ : ก็เลยรู้และคราวนี้ 171 กม. อาจจะไม่ใช่สำหรับเรา เพราะตอนนั้นเราวิ่งได้ 100 กม. มันก็มีรายการเล็กลงมาก็คือวิ่ง 100 กม. เราก็เลยสมัครอันนั้นไป ว่าคราวนี้จบแน่นอน 100 กม. เขาให้เวลาถ้าจำไม่ผิด 26 ชม.

เยอะกว่าครั้งที่ทำได้ ?

ตุลย์ ตุลยเทพ : ใช่คือ 26 ชั่วโมงคือ cut off และคราวที่แล้วที่เราวิ่ง 20 เราวิ่ง 100 กม. 24 ชม. ก็เลยคิดว่าเราวิ่งเหมือนเดิมก็น่าจะจบได้ คราวนี้ไปถึง 50 กม. ตอนนั้นก็คือ 50 กม. แล้วก็แวะรู้สึกปวดฉี่ แวะปัสสาวะหน่อย แล้วก็ตอนนั้นมันกลางคืน ก็มีไฟ head lamp อยู่ราก็ยืนข้างทางหลบคนแล้วก็พอปัสสาวะออกมาไฟ head lamp ส่องปุ๊บสีก็คือเป็นสีน้ำชาแล้ว ก็เลยรู้สึกว่าโอเค เป็นเรื่องงานเข้าก็เลยคิดว่าจบแล้ว ไม่วิ่งต่อแล้ว แต่ว่าจากตรงนั้น 50 กม. มาจนถึงจุดเช็คพ์ที่ที่หญิงไปรอ ก็คือ 54 เหลือประมาณ 4 กม. ที่ต้อง ตรงนั้นก็คือเดินขึ้นเขา มาหยุดที่ check point แต่ตอนนั้นก็รู้แล้วว่าเราไม่สามารถออกกำลังกายได้แล้ว มันคือศึกษามาบ้างว่าอาการแบบนี้มันคือกล้ามเนื้อสลาย ตอนนั้นต้องระวังว่าแบบไม่หักโหมแล้ว มันคือการใช้กล้ามเนื้อหนักเกิน กล้ามเนื้อฉีก กล้ามเนื้อสลายพวกนี้ ก็เลยว่าค่อย ๆ ไปไม่เร่ง เหงื่อแทบไม่ออกเลยเพราะว่าเราเดินเบามาก แล้วก็พยายามดื่มน้ำ มีน้ำเท่าไหร่ก็ดื่ม แล้วก็ระหว่างทางเวลาขึ้นเขามันจะมีแบบเป็นลำธารเป็นก๊อก เขาจะมีอ่างให้รองแล้วก็แบบเติมน้ำคอยกินเรื่อย ๆ จนเดินขึ้นมาถึง check point เจอเขาก็บอกว่าไม่ไหวแล้ว

ตอนนั้นมีอาการอย่างอื่นไหม ?

ตุลย์ ตุลยเทพ : ไม่มี คือมันแปลกมากว่า อันนี้คือหลังจากกลับมา พี่ก็ศึกษาว่าอาการกล้ามเนื้อสลายมันเป็นยังไง มันมีอะไรบ้าง เขาก็บอกว่า คือแล้วแต่คนอาการไม่เหมือนกัน โดยส่วนมากเขาจะบอกว่าเป็นแบบเจ็บกล้ามเนื้อ ตึงเป็นก้อน หรืออะไรพวกนี้ แต่พี่ตอนนั้นก็ไม่รู้สึก มันก็เหมือนรู้สึกตึง เหมือนการวิ่งทุกครั้ง เพราะเวลาขึ้นเขาแล้วลงเขามันก็กล้ามเนื้อเยอะ มันก็รู้สึกเจ็บ ที่อ่านมาบางคนบอกว่าเป็นตะคริวตอนนั้นก็ไม่ได้เป็นตะคริว ก็ไม่เป็นอะไร ก็ยังเดินแบบปกติเข้ามานั่งพัก พอเข้ามานั่งพักสักพักรู้สึกปวดฉี่ ก็เลยบอกเดี๋ยวไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็เดินไปหลัง check point เขาเอารถห้องน้ำมาตั้ง ก็ขึ้นไปฉี่ตอนนั้นก็โอเคฉี่ออกมา คราวนี้เป็นสีไวน์เลย ไวน์แดงแต่ไม่ไม่ได้แดงแบบเป็นเลือดมันก็แดง ๆ ม่วง ๆ ก็เลยกลับมาแล้วก็บอกว่าพาไปเต็นท์พยาบาลหน่อย อันนี้ไปถึงก็บอกพยาบาลพยาบาลก็โอเคนอนเลย ซึ่งเขาก็ไม่ได้ดูตกใจ

หญิง รฐา : เขาไม่ได้ตกใจอะไร แต่คนตกใจคือเรา การที่รถจะขึ้นมาถึงจุดนั้นน่ะก็ใช้เวลาชั่วโมงหนึ่ง ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าภาวะที่เขาเป็น ต้องรอรถอีกเป็นชั่วโมงมันจะเป็นยังไง ในขณะที่พอขึ้น ambulance ก็ต้องลงจากเขาไปอีกชั่วโมงหนึ่งแต่ว่าโอเคพอขึ้น ambulance เขาก็แบบเหมือน inject น้ำเกลือถุงแรกเราก็รู้สึกสบายใจขึ้น เป็นคืนที่พี่รู้สึกว่าแบบหนักหนาสำหรับเรา สำหรับเราแต่สำหรับเขา เขาไม่เห็นเป็นอะไรเลย แต่เราเห็นภาพเขาว่าแบบ inject แล้ว

ซึ่งเป็นภาพที่เราไม่เคยเห็นเลย ?

หญิง รฐา : ใช่ มันก็เลยเหมือนแบบ นี่ขนาดเล่ายังสั่นอยู่เลย มันเป็นความรู้สึกที่เรากลัว ก็เลยขอร้องว่าไม่ให้ทำอีก (เสียงสั่นจะร้องไห้)

เรื่องของสุขภาพแล้วอาจจะต้องร่างกายด้วย ดังนั้นจำเป็นมากที่เราจะต้องคอยหมั่นเช็คตัวเองและก็ปลอดภัยไว้ก่อน

ตุลย์ ตุลยเทพ : ต้องฟังร่างกายเรา คือบางที แต่อันนี้ก็พูดยาก เพราะว่าในความรู้สึกตอนนั้นคือมันไม่รู้สึกอะไร

เป็นจุดเปลี่ยนเลยไหม สำหรับการดูแลสุขภาพแล้วก็การเล่นกีฬา ?

ตุลย์ ตุลยเทพ : ใช่ก็ร่างกายมันเกิดความเสียหายแล้ว ตรงไตตรงอะไรพวกนี้ เราก็ต้องคอยระวังมากขึ้นกลับมา ก็มอนิเตอร์คือเช็คตรวจเลือด หมอไม่ได้สั่งแต่ก็ไปตรวจเอง แล้วก็จะมีน้องที่เป็นหมอที่วิ่งด้วยกันที่ Adidas ก็จะส่งผลไปถามเขา แบบค่าไปตรวจ CPK ว่าค่าตอนนี้มันเท่านี้เป็นอะไรบ้าง ซึ่งภาวะกล้ามเนื้อสลาย ความยากของมันคือเราไม่รู้ว่ากล้ามเนื้อส่วนไหนมันสลาย มันอาจจะเป็นขา กล้ามเนื้อขา มันอาจจะเป็นหัวใจ ซึ่งทุกอย่างพอสลายค่าพวกนี้มันก็โชว์เหมือนกัน เราจะไม่รู้ได้เลยว่ามันเป็นส่วนไหนสลายมา ต่อไปนี้ก็เบา ๆ ลง ปรึกษาน้องที่เป็นหมอเขาบอกว่าอย่าไปหักโหม ออกกำลังกายได้แต่ว่าไม่หนัก และก็ต้องใส่ใจกับการออกกำลังกายมากขึ้น การดื่มน้ำหรือการอะไรพวกนี้หลาย ๆ อย่างพักผ่อน

พอพี่หญิงมาเรียน anti aging รู้สึกว่าอะไรที่มันเปลี่ยนหรือว่าเคยมีความเข้าใจอะไรผิด ๆ พอมาเรียนแล้ว มีผลกระทบที่ดีกับเราจริง ๆ มีเรื่องอะไรบ้างไหม

หญิง รฐา : ถ้าเอาหลัก ๆ เลย รู้สึกว่าเปลี่ยนโลกเลยก็คือเรื่อง microbiome เรื่องของกัดไมโครไบโอม เรื่องของลำไส้ เพราะรู้สึกว่าแต่ก่อนเราจะไม่ค่อยได้ concentrate กับเรื่องของการเอาอะไรเข้าปาก เราจะรู้สึกว่าก็ฉันอยากกิน ฉันอยากกินอันนี้ เดี๋ยวฉันออกกำลัง ไม่ได้แคร์แคลอรี่ด้วย พี่สนใจความอร่อยอย่างเดียว รู้สึกว่าฉันก็อยากกินอันนั้นฉันก็อยากกินอันนี้ แต่พอมาเรียนจริง ๆ เรารู้สึกว่าทุกสิ่งที่เราเอาเข้าปากเข้าไป มันมีผลมากกับชีวิต มันมีผลแม้แต่กระทั่งความเครียด ความสุข คือแม้แต่กระทั่งความรู้สึกโมเมนต์เล็ก ๆ ในชีวิตมันก็ส่งผลกับสุขภาพไปหมด เลยรู้สึกว่าจริง ๆ แล้วการมีสติในตั้งแต่เริ่มจะกินจะคิด แค่โมเมนต์ตรงนั้นมันเปลี่ยนสุขภาพเราได้เลย

LG ร่วมกับ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ สร้างโอกาสทางการเรียนรู้ ส่งมอบ ‘ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้’ ห้องที่ 79

LG ร่วมกับ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ สร้างโอกาสทางการเรียนรู้  ส่งมอบ ‘ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้’ ห้องที่ 79

LG ร่วมกับ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ สร้างโอกาสทางการเรียนรู้ ส่งมอบ ‘ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้’ ห้องที่ 79

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัทแอลจีอีเลคทรอนิคส์(ประเทศไทย)จำกัด (LG) ร่วมกับ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ เดินหน้าสานต่อภารกิจยกระดับคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเยาวชนไทยในพื้นที่ห่างไกล ภายใต้โครงการ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ เข้าถึงสื่อดิจิทัลและประสบการณ์การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ โดยได้ส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” ห้องที่ 79 ให้กับน้อง ๆ โรงเรียนวัดดอนยอ จ.นครนายก ภายใต้แนวคิด “Life’s Good” ที่เชื่อว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก LG จะช่วยเสริมสร้างชีวิตที่ดีให้กับเด็ก ๆ ได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ LG ได้มอบเครื่องปรับอากาศ และ ทีวีขนาด 75 นิ้ว เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ในรูปแบบมัลติมีเดีย ช่วยให้น้อง ๆ

พิธีส่งมอบจัดขึ้นโดยมี อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์   (ประเทศไทย) จำกัด และ นรุตม์ เจียรสนอง กรรมการ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ร่วมส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” ห้องที่ 79 ผ่าน ภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานรับมอบพร้อมด้วย ปราณีวันดี ปลัดอำเภอเมืองนครนายก, สิทธิพรผมงาม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายกและ ชยาภรณ์พานนิล ผู้แทนผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนยอ ร่วมรับมอบโครงการ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” เป็นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและมูลนิธิเพื่อสังคมที่มุ่งสร้างพื้นที่การเรียนรู้รูปแบบใหม่ให้กับเยาวชนไทยทั่วประเทศโดยในปีนี้ LG ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ ผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะ LG AI ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด “Affectionate Intelligence” หรือ “ความอัจฉริยะที่มีเสน่ห์” โครงการนี้ไม่เพียงมอบความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ให้กับเยาวชนแต่ยังเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เสริมสร้างสุขภาวะทางกายและใจ และเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่ผสานเทคโนโลยีนวัตกรรมและความอบอุ่นจากหัวใจของ LG อย่างลงตัว