‘รัฐสภา’ชวน ปชช.ร่วมงาน‘วันรัฐธรรมนูญ’ 10 ธ.ค.นี้

‘รัฐสภา’ชวน ปชช.ร่วมงาน‘วันรัฐธรรมนูญ’ 10 ธ.ค.นี้

‘รัฐสภา’ชวน ปชช.ร่วมงาน‘วันรัฐธรรมนูญ’ 10 ธ.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.08 น.

“รัฐสภา”ชวน ปชช.ร่วมงาน”วันรัฐธรรมนูญ” 10 ธ.ค.นี้ เปิดลงทะเบียนชมความงาม เครื่องยอด-โถงพิธี รับฟังปาฐกถาพิเศษจาก”ประธานรัฐสภา”

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ที่รัฐสภา นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงกรณีการจัดงานวันรัฐธรรมนูญประจำปี 2568 ว่า สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยคณะกรรมการจัดงานวันรัฐธรรมนูญประจําปี 2568 จะมีการจัดงานวันรัฐธรรมนูญประจําปี 2568 ในวันที่ 10 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น.ที่อาคารรัฐสภา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ในทุกภาคส่วน และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและบทบาท ภารกิจของสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งเพื่อเป็นการรื้อฟื้นกิจกรรมที่สําคัญในอดีตและให้ความสําคัญกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด

นายศิโรจน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ภายในงานยังพบกับกิจกรมมพิเศษได้แก่ การปาฐกถาพิเศษโดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ในหัวข้อ “93 ปี วันรัฐธรรมนูญ : อดีต ปัจจุบัน และอนาคตของรัฐธรรมนูญไทย” การเสวนา ในหัวข้อ “รัฐสภาชุดปัจจุบันกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย , นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย , นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรคประชาชน และนายโกวิทย์ พวงงาม ผู้แทนสถาบันพระปกเกล้า

นายศิโรจน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังได้เปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมรัฐสภา โดยเข้าชมความงดงามของสถาปัตยกรรมอาคารรัฐสภา เครื่องยอด และโถงพิธี ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. แบ่งเป็น 9 รอบ รอบละ 1 ชั่วโมง ซึ่งเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ จํานวน 1,000 สิทธิ์ โดยประชาชน สามารถมาลงทะเบียนหน้างานได้แต่จำนวนจำกัด

นายศิโรจน์ กล่าวอีกว่า อีกทั้ง ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการวันรัฐธรรมนญ 2568 และการออกร้านจําหน่ายสินค้า OTOP ของดี 77 จังหวัด บริเวณรอบสระมรกต ชั้น 1 อาคารรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 8-10 ธันวาคม โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถนํารถมาจอดได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. 38 (เกียกกาย) ซึ่งสํานักงานฯ ได้จัดรถตู้ให้บริการรับ-ส่ง มายังรัฐสภา ในวันที่ 10 ธันวาคม พร้อมรถตู้ให้บริการ รับส่งจากรถไฟฟ้า MRT สถานีบางโพ มายังรัฐสภาอีกด้วย

– 006

ชัชชาติ เผยสถานการณ์ฝุ่นช่วงเปิดซีเกมส์ ขอประเมินรายวัน อาจแจ้ง WFH เตือนประชาชนเตรียมตัว

ชัชชาติ เผยสถานการณ์ฝุ่นช่วงเปิดซีเกมส์ ขอประเมินรายวัน อาจแจ้ง WFH เตือนประชาชนเตรียมตัว

ชัชชาติ เผยสถานการณ์ฝุ่นช่วงเปิดซีเกมส์ ขอประเมินรายวัน อาจแจ้ง WFH เตือนประชาชนเตรียมตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.36 น.

วันที่ 4 ธ.ค.68 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความพร้อมต้อนรับทัพนักกีฬาซีเกมส์ 2025 ครั้งที่ 33 ว่า ภายหลังจากมีการย้ายสนามแข่งขันกีฬาจาก จ.สงขลา ขึ้นมาใช้สนามที่กรุงเทพฯ แทนนั้น หลักๆ แล้วสนามกีฬาที่ใช้สำหรับการแข่งขันไม่ได้ใช้สนามของกทม. โดยในส่วนของกทม.เราก็ทำงานตามที่การกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) สั่งการมาเพราะแม่งานใหญ่คือกกท. ทั้งนี้ กทม.ไม่ได้รับงบประมาณเราจึงอาศัยงบประมาณของเรา ช่วยดำเนินการในกรอบที่เราสามารถทำได้ทั้งเรื่องความสะอาดความปลอดภัย ถนน ไฟส่องสว่าง ก็ขอให้ร่วมมือกันเป็นเจ้าภาพที่ดี ช่วยกันไปเชียร์นักกีฬา ซึ่งในส่วนของกทม.รับผิดชอบมีความพร้อม 100%

ส่วนในช่วงวันพิธีเปิดซีเกมส์นั้น คงจะต้องดูสถานการณ์ฝุ่นอีกครั้งว่า ปริมาณฝุ่นมีมากน้อยเพียงใด แต่เบื้องต้นจะต้องมีการเตือนประชาชนให้เตรียมตัวแน่นอน อย่างไรก็ตามขอประเมินค่าฝุ่นวันต่อวัน เพื่อจะได้วางมาตรการที่เหมาะสมเช่น ขอความร่วมมือ work from home ทั้งนี้ขอดูพยากรณ์อากาศอีกครั้ง ขอปรับตามสถานการณ์

ชัชชาติ

ส่วนสถานการณ์ฝุ่นในช่วงนี้ (4ธ.ค.) ผู้ว่าฯกทม. ระบุว่า วันนี้สถานการณ์ดีขึ้น เรามีมาตรการขอความร่วมมือ work from home โดยเมื่อเช้าพบว่าปริมาณรถน้อยลง ส่วนวันนี้ปริมาณฝุ่นเริ่มลดลงสภาพอากาศน่าจะโฟล์วดีขึ้น แต่จะกลับมาอากาศแย่อีกในช่วงวันที่ 5-7ธ.ค.นี้ และในช่วงวันที่ 8-9 ธ.ค.จะดีขึ้น  ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้หลักๆ จะมาจากฝุ่นของรถยนต์และฝุ่นจากการเผาชีวมวลด้านนอกซึ่งเริ่มมีแล้ว ดังนั้นหากเราสามารถลดการใช้รถยนต์ได้ก็เชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ฝุ่นดีขึ้นแล้วก็คาดจะบรรเทาในสุดสัปดาห์นี้ และหากเราใช้รถน้อยลงในวันนี้ก็จะทำให้ฝุ่นสะสมก็จะลดน้อยลงและทำให้ฝุ่นที่ค้างอยู่ระบายเร็วขึ้น เชื่อว่าวันจันทร์นี้รวมถึงในวันพิธีเปิดซีเกมส์ ก็มีความกังวลพอสมควรเนื่องจากมีคนมาเยอะสถานการณ์ฝุ่นก็จะบรรเทาลง

“ขอขอบคุณทุกคน ถ้าหากสามารถทำงานจากที่บ้านได้ก็จะช่วยลดปริมาณการจราจร ทำให้รถไม่ติดและทำให้ฝุ่นลดลงได้ ก็ช่วยเหลือกันเพราะปัญหาฝุ่นเป็นปัญหาของทุกคน กทม.คนเดียวเราบอกเลยว่าแก้ไม่ได้หรอกต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน” ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าว

เพื่อไทย จวก รบ บริหารจัดการซีเกมส์ล้มเหลว หลังรื้อทุกอย่างที่รัฐบาลเดิมเตรียมงานไว้

เพื่อไทย จวก รบ บริหารจัดการซีเกมส์ล้มเหลว หลังรื้อทุกอย่างที่รัฐบาลเดิมเตรียมงานไว้

เพื่อไทย จวก รบ บริหารจัดการซีเกมส์ล้มเหลว หลังรื้อทุกอย่างที่รัฐบาลเดิมเตรียมงานไว้

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.20 น.

พท.ซัดรบ.บริหารจัดการซีเกมส์ล้มเหลว หลังรื้อทุกอย่างที่รบ.เดิมเตรียมงานไว้ จวกทำไทยกลายเป็นตัวตลกในภูมิภาค เชื่อเจอข้อผิดพลาดอีกเพียบที่เอาใบบัวกี่ใบปิดก็ไม่มิด บี้เร่งแก้ไขแทนการแก้ตัว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ธ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพายุ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพว่า ในอีกไม่กี่วันครั้งหน้าจะมีพิธีเปิดซีเกมส์ ที่ประเทศไทยได้เกียรติเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง หลังไม่ได้เป็นเจ้าภาพมายาวนานกว่า 18 ปี ซึ่งเท่ากับว่าเยาวชนรุ่นปัจจุบันยังไม่เคยรับชมการแข่งขันซีเกมส์ในประเทศไทย โดยแทนที่จะใช้โอกาสนี้ในการสร้างความภาคภูมิใจ และแรงบันดาลใจหลายๆ ด้าน การบริหารจัดการของรัฐบาลปัจจุบัน ที่ได้รับไม้ต่อจากรัฐบาลเพื่อไทย ซึ่งรัฐมนตรีคนปัจจุบันกับรื้อทุกอย่างที่รัฐบาลเพื่อไทยเตรียมการไว้สำหรับงานนี้ และเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุผลบางอย่าง

นายพายุ กล่าวว่า จากที่สังคมได้เห็นตามดราม่าต่างๆ โซเชียลมีเดีย เช่น ไฟสนามที่ไม่พร้อม ความผิดพลาดระบบตั๋วที่นั่ง อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน การว่าจ้างที่ไม่สมราคา และความไม่ชัดเจนในเรื่องของโลโก้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้พิสูจน์ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น ไม่ได้ทำให้งานดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่กลับสะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ล้มเหลว ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ว่างานระดับชาติเช่นนี้ จะมีความบกพร่องหรือการจัดการที่ตกหล่นอยู่บ้างก่อนที่จะถึงวันจริง แต่ที่เราได้เห็นไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย แต่เกิดจากความสะเพร่า และการบริหารจัดการของผู้จัด สิ่งเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ทั้งสิ้น หากเรานำบุคลากรที่มีความเป็นมืออาชีพเข้ามาจัดการตั้งแต่ต้น แต่พวกท่านกลับไม่ทำด้วยเหตุผลบางอย่าง จนงานซีเกมส์ที่ต้องแสดงศักยภาพด้วยทรัพยากรที่มีคุณภาพของประเทศไทย เพื่อจะได้เป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศชาติ กลายเป็นงานหยาบที่ทำให้เราดูเป็นตัวตลกของภูมิภาค

พายุ เนื่องจำนงค์

“ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่พวกท่านต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขมากกว่าการแก้ตัว และในประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ แม้พวกท่านอาจจะพยายามแก้ตัว ลดทอนความผิดพลาด และมองปัญหาต่างๆ เหมือนกับเป็นเรื่องเล็กๆ เช่น ความล้มเหลวในการบริหารจัดการเรื่องอื่นภายในประเทศของรัฐบาลนี้ แต่ครั้งนี้ชาวโลกจะได้เห็นร่วมกันด้วย และเชื่ออีกว่ากว่าจะถึงพิธีปิดซีเกมส์ เราเห็นความผิดพลาดที่เราเอาใบบัวกี่ใบปิดก็ไม่มิด ซีเกมส์ครั้งนี้คือของชาติ ไม่ใช่ของรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง ถ้าจะแก้ไขก็ต้องทำ ไม่ใช่รอหลังพิธีปิด แล้วรอโทษใครหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะจากนี้ไปโลกจะจับตามองว่าไทยจะสามารถพลิกสถานการณ์ หรือจะกลายเป็นตัวเจ้าภาพตัวตลกสายชุ่ยของภูมิภาคจริงๆ“ นายพายุ กล่าว

นายพายุ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อออกแบบโลโก้ Ai พบว่าลงวันที่ 7 ธ.ค.ตั้งแต่สมัยรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งเมื่อเช้าที่ผ่านมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ก็บอกว่าเพิ่งเข้ามาได้แค่ 2 เดือน ต้องมาแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานานนั้น การที่จะมาโยงว่าอยู่ในสมัยของรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ก็ต้องมาดูว่า ใครเป็นคนที่เซ็นตรงนั้น และการจะบอกแค่ช่วงระยะเวลาอย่างเดียวจะเป็นอะไรที่กว้างเกินไป เพราะว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เท่าที่เห็น ไม่ใช่แค่กระดาษใบเดียวที่เซ็นจัดจ้างวันนั้น แต่ต้องดูในภาพใหญ่ที่เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาทำงานแล้ว ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้รับเหตุผลว่าเหตุใดถึงเปลี่ยนบุคคลที่รับผิดชอบดูแลมาตั้งแต่ต้น แต่กลับเข้ามาเปลี่ยนช่วงโค้งสุดท้าย

ด้านนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะต่อให้มีการเซ็นจัดซื้อจัดจ้างในช่วงรัฐบาลเดิม แต่พรรคที่กำกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในเวลานี้ ต้องเป็นคนที่ใส่ใจดูในรายละเอียด เพราะการบริหารจัดการสัญญาเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต่อไปที่ต้องเข้ามาจัดงานให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการเตรียมงานซีเกมส์ได้มีการเตรียมมาหลายปี จนเกือบจะพร้อม แต่สุดท้ายคนที่เข้ามาจัดการในตอนนี้คือ คนที่ต้องรับผิดชอบจริงๆ ที่ล้มเหลวเช่นนี้

เมื่อถามว่างบฯ เต็มในการจัดแข่งขันซีเกมส์จำนวน 2 พันกว่าล้านบาท แต่รมว.ท่องเที่ยวฯ คนปัจจุบันบอกว่าเพิ่งได้รับอนุมัติเงินมา 450 ล้านบาท จึงทำให้การจ่ายเงินล่าช้า ทำให้ตั้งข้อสังเกตถึงรัฐบาลเดิมว่า ได้มีการอนุมัติงบฯ มาก่อนหรือไม่ นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยเป็นรองเลขาธิการนายกฯ ประจำนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ ในขณะนั้น ที่กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยืนยันว่ามีการเตรียมงบประมาณไว้แล้วอย่างเพียงพอ ซึ่งเดิมทีตั้งใจว่าจะจัดที่สนามหลวงด้วยซ้ำ แต่เพื่อความปลอดภัยจึงย้ายมาใช้ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน แต่ขอยืนยันว่าเรื่องการเตรียมการได้มีการเตรียมมานานแล้ว แต่พอไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะไปใส่ใจดูในรายละเอียดว่า สุดท้ายการนำงบประมาณไปใช้ตามแผนเป็นอย่างไร ซึ่งมันล้มเหลวตรงนี้ที่เราทำแผนไว้หมดแล้ว เตรียมงบประมาณไว้หมดแล้ว แต่รัฐบาลปัจจุบันมาบริหารไม่ได้ ซึ่งมีตั้งแต่ค่าเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ที่ปัจจุบันก็มีปัญหาอยู่ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลกลับมีปัญหา แต่ก็เข้าใจว่าหน้างานอาจจะมีการทำงานติดขัด เนื่องจากมีการย้ายสถานที่จากจ.สงขลา มาที่กรุงเทพมหานครและชลบุรี ซึ่งก็เห็นใจรัฐบาล แต่ภาพที่ออกมามันแย่กว่า ซึ่งไม่เกี่ยวกับการย้ายสถานที่จัดจากจ.สงขลา แต่กลับเป็นภาพที่เกิดขึ้นกับป้ายคบเพลิง ที่ไม่น่าเกิดขึ้นกับการจัดมหกรรมนานาชาติได้

ไผ่ ลิกค์ ประกาศอัดฉีดนักมวยทีมชาติไทย ชนะน็อคได้ 1 แสน ชนะคะแนนรับ 5 หมื่น ในศึกดวลกัมพูชา ซีเกมส์ 2025

ไผ่ ลิกค์ ประกาศอัดฉีดนักมวยทีมชาติไทย ชนะน็อคได้ 1 แสน ชนะคะแนนรับ 5 หมื่น ในศึกดวลกัมพูชา ซีเกมส์ 2025

ไผ่ ลิกค์ ประกาศอัดฉีดนักมวยทีมชาติไทย ชนะน็อคได้ 1 แสน ชนะคะแนนรับ 5 หมื่น ในศึกดวลกัมพูชา ซีเกมส์ 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.05 น.

นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม(กธ.)ในฐานะนายกสมาคมคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย โพสต์ประกาศผ่านเฟซบุ๊กเผยความพร้อมและความตั้งใจในการผลักดันวงการคิกบ็อกซิ่งไทยสู่ระดับนานาชาติ โดยสมาคมคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทยจับมือกับ พรรคกล้าธรรม ร่วมสนับสนุนนักกีฬาทีมชาติไทย พร้อมตั้งรางวัลอัดฉีดพิเศษสำหรับการแข่งขันในศึกซีเกมส์ 2025 ที่จะมีแมตช์ดวลเดือดระหว่างทีมชาติไทย พบ ทีมชาติกัมพูชาโดยเงื่อนไขการอัดฉีดมีดังนี้ ชนะด้วยการน็อค รับทันที 100,000 บาท และชนะด้วยคะแนน รับ 50,000 บาท

นายไผ่ ระบุว่า รางวัลพิเศษนี้มอบให้เฉพาะคู่ที่ทีมชาติไทยพบกับกัมพูชาเท่านั้น พร้อมย้ำว่าการแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเวทีของกีฬา แต่คือศึกแห่งศักดิ์ศรีของนักสู้ไทยและแฟนกีฬาทั้งประเทศ

”กีฬาคือพลังสามัคคี แต่ครั้งนี้ขอเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้เลือดนักสู้ไทยลุกโชนขึ้นอีกครั้ง สู้ให้สุด หยุดที่น็อค เพื่อศักดิ์ศรีไทย เพื่อชัยชนะของคนไทยทั้งชาติ”

นายไผ่ ลิกค์
นายไผ่ ลิกค์
นายไผ่ ลิกค์

‘เจ๊แดง’เผย’ทักษิณ’หนุกหนาน ขึ้นร้องเพลง’ใจสั่งมา’กับ’เสก โลโซ’

'เจ๊แดง'เผย'ทักษิณ'หนุกหนาน ขึ้นร้องเพลง'ใจสั่งมา'กับ'เสก โลโซ'

‘เจ๊แดง’เผย’ทักษิณ’หนุกหนาน ขึ้นร้องเพลง’ใจสั่งมา’กับ’เสก โลโซ’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.52 น.

“เจ๊แดง”เผย”ทักษิณ”หนุกหนาน ขึ้นร้อง 3 เพลงบนเวทีในเรือนจำฯ ขณะที่มีรายงาน”ทักษิณ”ร้องเพลง”ใจสั่งมา”ร่วมกับ”เสก โลโซ” ในโครงการ”สร้างพลังบวกหลังกำแพง ด้วยพลังแห่งดนตรี” พร้อมระบุ”ลูกชาย”เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เชื่อมั่นลูกมีวุฒิภาวะ พร้อมให้กำลังใจในฐานะแม่

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของ นายทักษิณ ชินวัตร เข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 22 นับตั้งแต่ถูกคุมขังเมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา เกือบครบ 3 เดือนในเรือนจำ ซึ่ง “เจ๊แดง” เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวเพียงลำพัง

ภายหลังจากการเข้าไปเยี่ยมนายทักษิณ เป็นเวลาประมาณ 20 นาที นางเยาวภา ออกมาเปิดเผยกับสื่อว่า ตนทราบจากผู้คุมเรือนจำ ว่า วันนี้นายทักษิณขึ้นร้องเพลงบนเวที ตนจึงได้ถามท่านถึงเรื่องนี้ ท่านก็บอกว่าวันนี้ขึ้นร้อง 3 เพลง เนื่องจากมีผู้ต้องขังที่อยู่ข้างล่างเวทีร้องขอให้ท่านร้อง ซึ่งท่านก็สนุก แต่ก็ไม่ทราบว่าได้ขึ้นร้องร่วมกับพี่เสกหรือไม่ เนื่องจากตนไม่ได้ถาม

ต่อข้อถามว่า ได้สอบถามพูดคุยเรื่องสุขภาพของท่านหรือไม่นั้น นางเยาวภา บอกว่า จากการที่ตนดูทั่วไป ท่านก็โอเค ตามสภาพ อยู่ตรงนั้นก็คงไม่ได้สบาย ซึ่งตนก็ได้ให้กำลังใจให้ท่านรักษาสุขภาพ

ส่วนกรณีที่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ ดร.เชน ลูกชายของนางเยาวภา เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) นั้น นางเยาวภา กล่าวว่า ก็คงแล้วแต่พรรคกับเจ้าตัวเขา เพราะลูกชายก็เป็นตัวของตัวเอง เราคิดแทนไม่ได้ ส่วนจะกังวลเรื่องพรรคเพื่อไทยเลือดไหลออกหรือไม่นั้น ตอนนี้ตนวางมือแล้ว ไม่ค่อยได้สัมผัส และเป็นคนนอก

ส่วนการแนะนำทางการเมืองกับลูกชายนั้น นางเยาวภา บอกว่า ตอนนี้ตนก็ไม่ได้พูดคุยอะไร เพราะเขามีวุฒิภาวะพอ พร้อมยืนยันว่าเป็นพ่อแม่ต้องให้กำลังใจลูกอยู่แล้ว แต่ว่าตนก็ไม่ค่อยรับรู้เรื่องนี้เท่าไหร่ ตอนนี้เป็นห่วงแต่ท่านทักษิณอย่างเดียว ซึ่งตนก็ไม่ได้คุยกับท่านทักษิณเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานกล่าวเปิดงานและให้โอวาทเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ต้องขังทุกคน โครงการ “สร้างพลังบวกหลังกำแพง ด้วยพลังแห่งดนตรี” ณ เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งโครงการนี้จัดโดยส่วนสงเคราะห์ผู้ต้องขัง เพื่อลดความเครียด ผ่อนคลายจิตใจ สร้างสุขภาพจิตที่ดี ป้องกันยาเสพติด และส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างมีคุณค่าให้ผู้ต้องขัง 1,000 คน โดยได้รับความร่วมมือจากทีมนักดนตรีผู้ต้องขังที่มีความสามารถจากเรือนจำพิเศษมีนบุรี มาจัดแสดงดนตรีให้กำลังใจ นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เรือนจำฯ ยังจัด “คลองเปรมเกมส์” การแข่งขันกีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและใจ รวมทั้งมอบอุปกรณ์กีฬาและรางวัลน้ำใจแก่ผู้ต้องขัง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้กล่าวเปิดงานและให้โอวาทเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ต้องขังทุกคน

พร้อมกันนี้ รายงานเพิ่มเติมว่า นายวัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผบ.เรือนจำพิเศษมีนบุรี ได้นำทีมนักดนตรีจากเรือนจำพิเศษมีนบุรี ซึ่งเป็นผู้ต้องขังที่มีความสามารถร้องเพลงและเล่นดนตรี โดยมี นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ แห่งวงมีนบุรี และชาวคณะ มาร่วมแสดงดนตรีในโครงการสร้างพลังบวกหลังกำแพง ด้วยพลังแห่งดนตรี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งในระหว่างการทำกิจกรรม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังในเรือนจำฯ ก็ได้ร่วมกิจกรรมขึ้นเวทีร้องเพลงกับนายเสกสรรค์ และเพื่อนผู้ต้องขัง โดยเฉพาะบทเพลงโด่งดังของ “เสก โลโซ” อย่างเพลง “ใจสั่งมา” ทั้งนี้ บรรยากาศภายในกิจกรรมค่อนข้างดีมาก ผู้ต้องขังมีความสุข ลุกขึ้นเต้นกันทั้ง 1,000 คน ซึ่งโครงการนี้เพื่อเป็นสวัสดิการสำหรับผู้ต้องขังให้มีสุขภาพจิตที่ดี นำกิจกรรมเสริมพลังบวกสร้างคุณค่าเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กลับตนเป็นคนดี

– 006

‘วันนอร์’เฟิร์ม นัดประชุมรัฐสภา 10-11 ธ.ค. ถกแก้ รธน.วาระสอง

‘วันนอร์’เฟิร์ม นัดประชุมรัฐสภา 10-11 ธ.ค. ถกแก้ รธน.วาระสอง

‘วันนอร์’เฟิร์ม นัดประชุมรัฐสภา 10-11 ธ.ค. ถกแก้ รธน.วาระสอง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.46 น.

“วันนอร์”เฟิร์ม นัดประชุมรัฐสภา 10-11 ธ.ค. ถกแก้ รธน.วาระสอง ด้าน”วิปรัฐบาล”เผยนัดคุยจันทร์หน้า เตรียมความพร้อม

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้มีคำสั่งให้นัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ ระหว่างวันที่ 10 ธ.ค.และครั้งที่2 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ วันที่ 11 ธ.ค.เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ. …. ในวาระสอง ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่มี นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นประธาน กมธ.ได้พิจารณาแล้วเสร็จ

ทั้งนี้ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า วิปรัฐบาลได้นัดหารือถึงการเตรียมความพร้อมประชุมร่วมรัฐสภา ในวันที่ 8 ธ.ค. ทั้งนี้ ในการพิจารณาวาระสองนั้นไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาได้ว่าแต่ละฝ่ายจะได้พิจารณาในระยะเวลาเท่าใด เพราะต้องให้เป็นไปตามการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาที่ได้สงวนคำแปรญัตติ รวมถึง กมธ.ที่สงวนความเห็นไว้

“การพิจารณาวาระสองต้องดูในรายละเอียดขอรการแปรญัตติและสงวนความเห็น เท่าที่ประเมินระยะเวลา 2 วันนั้นอาจจะพอ เพราะบางมาตราที่แม้แก้ไขเปลี่ยนแปลง แต่ได้ปรับเนื้อหาตามกัน แต่ยอมรับว่ามีประเด็นค่อนข้างมาก และมี กมธ.ขอสงวนความเห็นไว้ทุกมาตรา ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของ กมธ.ที่ต้องการสงวนไว้เพื่อยืนยันในหลักการต่อที่ประชุมรัฐสภา” น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าว

โบกมือลา’ประชาธิปัตย์’ ‘ธนพร สมศรี’เผยสาเหตุไขก๊อก’รองหัวหน้า-สมาชิก’

โบกมือลา'ประชาธิปัตย์' 'ธนพร สมศรี'เผยสาเหตุไขก๊อก'รองหัวหน้า-สมาชิก'

โบกมือลา’ประชาธิปัตย์’ ‘ธนพร สมศรี’เผยสาเหตุไขก๊อก’รองหัวหน้า-สมาชิก’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.38 น.

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 นายธนพร สมศรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) รับผิดชอบดูแลพื้นที่อีสาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เรียน ท่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมได้แจ้งลาออกจากสมาชิก และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว สาเหตุที่ผมลาออก เนื่องจากผมมีความจําเป็นส่วนตัวด้านธุรกิจของครอบครัว ซึ่งต้องการการดูแลเอาใจใส่และใช้เวลามาก ผมไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ กับบุคลากรท่านใดของพรรคประชาธิปัตย์ และยังเคารพ และปรารถนาดีต่อทุกท่าน และพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดิม

ท้ายนี้ ผมขอขอบพระคุณท่านหัวหน้า ท่านเลขาธิการ และกรรมการบริหาร รวมถึงเจ้าหน้าที่พรรคทกท่าน ที่ให้โอกาส #ผมได้ร่วมทํางานแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม ขออวยพรให้พรรคประชาธิปัตย์ ผู้บริหาร คณะกรรมการบริหาร และสมาชิกพรรคทุกท่าน จงประสบความสําเร็จ ในกิจการการเมืองต่อไป

ขอแสดงความนับถือ
นายธนพร สมศรี

รายงานข่าวแจ้งว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้ นายอัมพร พินะสา รองหัวหน้าพรรค ด้านการศึกษา รักษาการแทน

ศศิกานต์ ตั้งข้อสังเกตระบบพิสูจน์หลักฐานไทยอาจมีช่องโหว่ หลังคดีดังถูกใช้ปั้นตัวเลขสร้างผลประโยชน์ สั่นคลอนความเชื่อมั่น

ศศิกานต์ ตั้งข้อสังเกตระบบพิสูจน์หลักฐานไทยอาจมีช่องโหว่ หลังคดีดังถูกใช้ปั้นตัวเลขสร้างผลประโยชน์ สั่นคลอนความเชื่อมั่น

ศศิกานต์ ตั้งข้อสังเกตระบบพิสูจน์หลักฐานไทยอาจมีช่องโหว่ หลังคดีดังถูกใช้ปั้นตัวเลขสร้างผลประโยชน์ สั่นคลอนความเชื่อมั่น

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.36 น.

อดีตรองโฆษกฯ ตั้งข้อสังเกตระบบพิสูจน์หลักฐานไทยอาจมีช่องโหว่ หลังคดีดังถูกใช้ปั้นตัวเลขสร้างผลประโยชน์ สั่นคลอนความเชื่อมั่น 

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ อดีตรองโฆษกรัฐบาล ออกมาแสดงความกังวลผ่านเฟซบุคส่วนตัว ต่อมาตรฐานการพิสูจน์หลักฐานด้านความเร็ว เมื่อการวิเคราะห์คดีดังบางคดีถูกใช้เป็นช่องทางสร้างประโยชน์ให้บุคคลบางกลุ่ม มากกว่าจะยึดหลักวิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานสากล  ภายหลังจากที่ บทวิเคราะห์ของ ศ.เฮอร์มันน์ สเตฟาน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจำลองอุบัติเหตุระดับโลก ระบุว่าไทยยังมีจุดอ่อนสำคัญในกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

โดยสเตฟานชี้ให้เห็นว่ามาตรฐานสากลให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูล การตรวจสอบซ้ำ และความเป็นอิสระของผู้เชี่ยวชาญ แต่ระบบไทยกลับพึ่งพาความเห็นของบุคคลมากกว่ากระบวนการ ส่งผลให้ผลการวิเคราะห์บางคดี มีความแตกต่างสูงถึงระดับที่ไม่สามารถยอมรับได้ในประเทศพัฒนาแล้ว

หนึ่งในกรณีที่ถูกหยิบยกขึ้นเป็นตัวอย่าง คือรายงานความเร็ว 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในคดีอุบัติเหตุเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตัวเลขนี้เคยกลายเป็น ‘หลักฐาน’ ที่ทำให้จำเลยถูกพิพากษาทางสังคมอย่างหนัก แต่เมื่อสเตฟานลองตรวจสอบใหม่ด้วยซอฟแวร์ทดสอบความเร็วเสมือนจริง และด้วยการทดสอบชนจริง พบว่าตัวเลขดังกล่าวคลาดเคลื่อนอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งจากการใช้คลิปที่ไม่ใช่ต้นฉบับ เลือกจุดอ้างอิงผิด และการคำนวณเวลายาวเกินจริงจนผลที่ได้เกินความจริงหลายเท่า

อดีตรองโฆษกรัฐบาลชี้ว่า ความผิดพลาดนี้ไม่ได้เกิดจากความบกพร่องเฉพาะบุคคล แต่สะท้อน ‘โครงสร้างที่เปิดช่องให้บางคนใช้คดีดังเป็นสะพานล่าขุมทรัพย์’ ผ่านการตีความหลักฐานที่ไม่โปร่งใส และการสร้างตัวเลขที่ไม่ผ่านการตรวจสอบตามหลักสากล พร้อมระบุว่า นี่อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบอย่างรุนแรง

“ไม่ใช่เรื่องของคดีใดคดีหนึ่ง แต่มันคือ “ปัญหาเชิงระบบ” ที่ทำให้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ถูกบิดได้ง่ายเกินไป และทำให้สังคมตัดสินไปแบบผิดๆ ทั้งที่ความจริงยังไม่ได้ถูกพิสูจน์ให้แน่ชัด”

“สิ่งที่สังคมต้องกังวลไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ผิดพลาด แต่คือ ระบบที่อนุญาตให้ความเห็นของคนคนเดียวกลายเป็นข้อเท็จจริงของทั้งประเทศ โดยปราศจากกลไกตรวจซ้ำที่เข้มแข็งตามหลักวิทยาศาสตร์” อดีตรองโฆษกรัฐบาลกล่าว

คลิกอ่านเพิ่มเติม

คปท. ช่วยชาวหาดใหญ่ทำความสะอาดหลังน้ำลด

คปท. ช่วยชาวหาดใหญ่ทำความสะอาดหลังน้ำลด

คปท. ช่วยชาวหาดใหญ่ทำความสะอาดหลังน้ำลด

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.19 น.

4 ธ.ค. 68 คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และกองทัพธรรม ทำกิจกรรมบรรเทาความเดือดร้อนของชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังประสบอุทกภัย โดยวานนี้ได้ไปร่วมทำความสะอาดที่มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ และในวันนี้ ได้ร่วมทำความสะอาดห้องเรียน ที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย

ทั้งนี้คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย คปท. กองทัพธรรม ได้ร่วมจัดกิจกรรมส่งกำลังกาย กำลังใจ ไปหาดใหญ่ ร่วมมือร่วมใจทำความสะอาดหลังน้ำลด ตั้งแต่วันที่ 2-8 ธันวาคม 2568 

นายกฯสวมชุด อส.นำคณะบินตรวจราชการบุรีรัมย์ มอบนโยบาย ชรบ.

นายกฯสวมชุด อส.นำคณะบินตรวจราชการบุรีรัมย์ มอบนโยบาย ชรบ.

นายกฯสวมชุด อส.นำคณะบินตรวจราชการบุรีรัมย์ มอบนโยบาย ชรบ.

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.12 น.

นายกฯสวมชุด อส.นำคณะบินตรวจราชการบุรีรัมย์ มอบนโยบาย ชรบ. พร้อมชมสาธิตแผนเผชิญเหตุการณ์-พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง พบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม , นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี , นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศ จากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ตำบลร่อนทอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อปฏิบัติภารกิจมอบนโยบายในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน และพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ให้แก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) พื้นที่ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ โดยนายกรัฐมนตรีได้สวมเครื่องแบบกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ในการลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจในวันนี้ด้วย

ทั้งนี้ เมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานบุรีรัมย์ นายกรัฐมนตรี และคณะ จะเดินทางต่อด้วยเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองทัพบก ไปยังจุดจอดสนามกีฬาเทศบาลตลาดนิคมปราสาท ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ และเดินทางต่อไปยังโดมอเนกประสงค์ เทศบาลตลาดนิคมปราสาท โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และชรบ. ให้การต้อนรับ รวมถึงรับฟังการมอบนโยบายจากนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี และคณะ จะเดินทางไปที่โรงเรียนนิคมสร้างตนเอง 1 เพื่อชมการสาธิตแผนเผชิญเหตุการณ์ตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง และพบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ก่อนจะเดินทางกลับถึงอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในเวลา 18.00 น.

– 006