‘สนธิญา’ร้อง’DSI’ ฟัน’นายกฯแป้น-ผู้ว่าฯสงขลา’ เหตุหาดใหญ่น้ำท่วมหนัก

'สนธิญา'ร้อง'DSI' ฟัน'นายกฯแป้น-ผู้ว่าฯสงขลา' เหตุหาดใหญ่น้ำท่วมหนัก

‘สนธิญา’ร้อง’DSI’ ฟัน’นายกฯแป้น-ผู้ว่าฯสงขลา’ เหตุหาดใหญ่น้ำท่วมหนัก

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.32 น.

“สนธิญา”ร้อง”DSI” ดำเนินคดี”นายกแป้น-ผู้ว่าฯสงขลา”ละเลยหน้าที่ เป็นเหตุให้หาดใหญ่น้ำท่วมหนัก ส่งผลกระทบเศรษฐกิจเสียหาย 2 หมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้ดำเนินการตรวจสอบ นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ “นายกแป้น” นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพิกเฉย จนเกิดเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จ.สงขลา พร้อมกับนำหลักฐาน เอกสาร ภาพถ่าย และคลิปวิดีโอ และข้อความ ที่เกี่ยวกับ นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรี เทศบาลนครหาดใหญ่ ที่พูดกับประชาชนชาวหาดใหญ่ ว่า “เอาอยู่ น้ำไม่ท่วม” นำมายื่นให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยมี นายสมเกียรติ เพชรประดับ ผอ.ส่วนพิจารณาสำนวนร้องทุกข์ กองบริหารคดีพิเศษ เป็นตัวแทนรับเรื่อง

โดย นายสนธิญา ได้นำหลักฐาน เอกสาร ภาพถ่าย และคลิปวิดีโอ และข้อความ ที่เกี่ยวกับ นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรี เทศบาลนครหาดใหญ่ ที่พูดกับประชาชนชาวหาดใหญ่ ว่า “เอาอยู่ น้ำไม่ท่วม” นำมายื่นให้ดีเอสไอด้วย โดยก่อยหน้านี้ได้ไปร้องเรียนที่กระทรวงมหาดไทย

“ผมต้องการให้นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากให้ข้อมูลที่ผิดพลาด ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ละเลยการปฎิบัติหน้าที่ ไม่บูรณาการแผนการรับมือเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม ทั้งที่ อ.หาดใหญ่ เคยเผชิญน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2553 ที่มีปริมาณน้ำท่วม 420 มิลลิเมตร และนายกแป้น ยังเคยเป็นนายอำเภอหาดใหญ่ เมื่อปี 2556 – 2559 อีกทั้งนายกแป้นยังเคยพูดตอนหาเสียง ว่าจะจัดการปัญหาน้ำท่วมในทุกรูปแบบ รวมถึงจะฟ้อง นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ที่ไม่ดำเนินการจัดการปัญหาน้ำท่วมเช่นกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น นายกแป้นกลับไปยืนยันกับประชาชนว่า “เอาอยู่ ว่าน้ำไม่ท่วม” ทำให้พี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ต้องเผชิญน้ำท่วม และมีการสูญเสียมากขนาดนี้ แม้จะมาบอกว่าเพิ่งรับตำแหน่งนายกเทศ มนตรีนครหาดใหญ่ เพียง 4 เดือนก็ตาม”

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า วันนี้มายื่นให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจสอบตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวของนายกแป้น ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่อย่างไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งคาดว่าผลกระทบจากน้ำท่วมหาดใหญ๋ครั้งนี้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท และผมเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีคนฆ่าตัวตายเนื่อง จากที่ไม่สามารถที่จะฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและสังคมได้ ทั้งนี้ ตนเองจะให้เวลา 1 สัปดาห์ ในการลาออก แต่ถ้ายังดื้อดึง ผมจะไปร้อง ป.ป.ช.และศาลปกครอง รวมถึงจะขอเรียกร้องให้ชาวหาดใหญ่ฟ้องเทศบาลนครหาดใหญ่ และทางเทศบาลจะต้องไปไล่บี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนายกแป้น

นายสนธิญา ยังบอกด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้น รัฐบาลนั้นได้มีการประกาศไปทางจังหวัดแล้ว เพราะกรมอุตุนิยมวิทยา และ ปภ.ได้มีการประกาศเรื่องฝนที่ตกหนักในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ และ จ.สงขลา แต่นายกแป้นกลับไม่มีแผนในการสั่งอพยพภายใน 72 ชั่วโมง และพูดว่าเอาอยู่ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ พร้อมยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นที่ต้องเจอภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่กลับมีแผนรับมือช่วยเหลือเยียวยาประชาชน

– 006

‘ปลัดมท.’สั่ง‘ผู้ว่าฯ 8 จว.ใต้’หนุนการปฏิบัติงานพิธีการศพในพระบรมราชานุเคราะห์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

‘ปลัดมท.’สั่ง‘ผู้ว่าฯ 8 จว.ใต้’หนุนการปฏิบัติงานพิธีการศพในพระบรมราชานุเคราะห์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

‘ปลัดมท.’สั่ง‘ผู้ว่าฯ 8 จว.ใต้’หนุนการปฏิบัติงานพิธีการศพในพระบรมราชานุเคราะห์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.16 น.

‘ปลัดมท.’ สั่ง ‘ผู้ว่าฯ 8 จังหวัดภาคใต้’ หนุนการปฏิบัติงานพิธีการศพในพระบรมราชานุเคราะห์ตามที่ทรงพระราชทานพระมหากรุณารับศพประชาชนผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2568 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับการประสานงานจากสำนักพระราชวังถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นพื้นที่ภาคใต้ทุกราย ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

“กระทรวงมหาดไทยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาที่ทรงพระกรุณาแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัย จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง สตูล ตรัง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ประสานงานสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจข้อมูลผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดที่ส่งข้อมูลขอพระราชทานดินฝังศพ และพระราชทานเพลิงศพ หรือการดำเนินการอื่น ๆ แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งสนับสนุนการปฏิบัติงานพิธีการศพในพระบรมราชานุเคราะห์ รวมถึงการอำนวยความสะดวก และการพระราชทานเงินช่วยเหลือแก่ทายาท เพื่อให้การดำเนินการตามที่ทรงโปรดเกล้าฯ รับผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และทั่วถึง” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

‘ศป.กฉ.’โอนเงินเยียวยาวันนี้อีก 3.3 พันล้านให้ 3.6 แสนครัวเรือน

'ศป.กฉ.'โอนเงินเยียวยาวันนี้อีก 3.3 พันล้านให้ 3.6 แสนครัวเรือน

‘ศป.กฉ.’โอนเงินเยียวยาวันนี้อีก 3.3 พันล้านให้ 3.6 แสนครัวเรือน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.09 น.

‘ศป.กฉ.’โอนเงินเยียวยาวันนี้อีก 3.3 พันล้านให้ 3.6 แสนครัวเรือน ระบุสัญญาณอินเทอร์เน็ตครอบคลุมพื้นที่หาดใหญ่ 100% แล้ว

เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 4 ธ.ค.2568 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการและโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขการฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) แถลงว่า จำนวนการโอนเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน 3 วันที่ผ่านมา (1-3 ธ.ค.) มีจำนวน 186,330 ครัวเรือน จำนวน 1,676,970,000 บาท และในวันนี้ (4 ธ.ค.) มีการโอนเงินให้กับ 368,099 ครัวเรือน รวมเป็นวงเงิน 3,312,891,000 บาท ซึ่งพบว่าปัญหาในวันนี้ยังเป็นเรื่องของระบบอินเทอร์เน็ต โดย กสทช. ได้กู้เสาอินเทอร์เน็ตเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะทําให้การลงทะเบียนออนไลน์และออนไซต์เพื่อขอรับเงินเยียวยาสามารถทําได้ดีขึ้น 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในเรื่องของระบบน้ำประปาและไฟฟ้าในพื้นที่ อ.หาดใหญ่สามารถใช้การได้ 100% แต่ยังพบมีท่อแตกในปลายทางบางส่วน ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ยืนยันได้ดําเนินการแก้ไขตลอดทั้งวันทั้งคืนแล้ว และมีประชาชนที่ยังไม่ได้รับการจ่ายไฟฟ้าอีกประมาณ 3,400 กว่าครัวเรือน ส่วนสัญญาณอินเทอร์เน็ตเริ่มกระจายในทุกพื้นที่แล้ว 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สําหรับการจัดการขยะทุกภาคส่วนได้ร่วมกันจัดการอย่างเต็มที่ตามแผนที่มีการกระจายในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ โดยดําเนินการเผาขยะที่โรงกำจัดขยะเกาะแต้ว และจะนําเทคโนโลยีเข้ามาคํานวณการเผาขยะ เพื่อส่งต่อไปยังปลายทาง ซึ่งในภาพรวมสามารถทําได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ตามซอกซอยยังคงมีปัญหา รถขยะไม่มากพอ จึงได้ระดมกําลังรถขยะขนาดเล็กเข้าไปในพื้นที่ ส่วนการเคลื่อนย้ายรถที่กีดขวางการจราจร ได้ดําเนินการ 100% แล้ว โดยเฉพาะในเส้นทางคมนาคมสายหลัก ซึ่งนํารถไปจอดในจุดที่ได้มีการประสานไว้ อาทิ วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ ขอให้ประชาชนสบายใจว่ารถจะถูกนําไปไว้ในจุดที่ปลอดภัยและมีการติดตาม เพื่อแจ้งให้ทราบว่ารถของท่านจอดอยู่ที่ใด 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำเรื่องสุขภาพ แม้ในพื้นที่ จ.สงขลาจะเข้าสู่ระบบการฟื้นฟู แต่ยังมีเรื่องของโรคติดต่อ อาทิ ไข้หวัดใหญ่ อุจจาระร่วง โรคฉี่หนู และโรคไข้เลือดออก รวมถึงสุขภาพจิต ซึ่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ได้เปิดให้บริการแล้ว พบว่าสามารถรองรับผู้ป่วยได้เต็มศักยภาพอยู่ที่ 912 เตียง แต่วันนี้สามารถให้บริการได้เพียง 169 เตียง ซึ่งโรงพยาบาลจะสามารถให้บริการได้เต็มศักยภาพใน 5-8 สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ หากประชาชนมีอาการเจ็บป่วยสามารถไปที่โรงพยาบาลสนามทั้ง 10 แห่งได้ ซึ่งจะสามารถรองรับผู้ป่วยได้ 320 เตียง

น้ำท่วมใต้อย่ากังวล คปภ.-ประกันชีวิต- ประกันวินาศภัย ขอให้มั่นใจ ยันเคลมเร็ว จ่ายเร็ว แน่นอน

น้ำท่วมใต้อย่ากังวล คปภ.-ประกันชีวิต- ประกันวินาศภัย ขอให้มั่นใจ ยันเคลมเร็ว จ่ายเร็ว แน่นอน

น้ำท่วมใต้อย่ากังวล คปภ.-ประกันชีวิต- ประกันวินาศภัย ขอให้มั่นใจ ยันเคลมเร็ว จ่ายเร็ว แน่นอน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.08 น.

‘สว.’ นำ ‘คปภ.-ประกันชีวิต- ประกันวินาศภัย’ เรียงหน้ายืนยันอย่าห่วง ‘น้ำท่วมหาดใหญ่’ เคลมเร็ว จ่ายเร็ว แน่นอนขอมั่นใจ บ.ประกันภัยมั่งคงทางการเงิน ด้าน ‘ประกันชีวิต’ ยัน แค่ระบุ ‘ชื่อ-สกุล’ ก็รู้กรมธรรม์ได้ ขณะที่รถ-บ้าน จ่ายตามระดับความเสียหาย 

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายปฏิมา จีระแพทย์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.)ด้านตลาดทุนและธุรกิจประกันภัย วุฒิสภา พร้อมด้วยนางนุสรา บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย , นายโอฬาร วงศ์สุรพิเชษฐ์ เลขาธิการสมาคมประกันวินาศภัยไทยและประธานกรรมการ บริษัทไทยรับประกันภัยต่อจำกัด(มหาชน), นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ร่วมกันแถลงข่าวแสดงความเชื่อมั่นในเรื่องการประกันภัยสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม
       
โดยนายปฏิมา กล่าวว่า พวกเราเห็นความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอุทกภัย ทางภาคใต้ และเกิดความเป็นห่วงอย่างยิ่ง จึงอยากมีส่วนร่วมในการช่วยประชาชนแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ซึ่งคณะอนุกมธ.ฯ ได้มีการประชุมหารือ ถึงอุทกภัยน้ำท่วม และเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนจำนวนมาก แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เรามีหน้าที่ในให้คำแนะนำกับรัฐบาลและหน่วยงานราชการ และติดตามการทำงานฉะนั้นจึงประสานไปยังคปภ.เพื่อให้คำแนะนำว่า คณะอนุกมธ.ฯ มีความเป็นห่วงและอยากให้ทางคปภ.มาสร้างความเชื่อมั่น ให้กับผู้ประสบภัย เพราะมีข่าวด้านลบสำหรับบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย และธุรกิจประกันชีวิตในเรื่องของเงินทุน เพราะมีความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นเฉพาะรถยนต์มีมากกว่า 10,000 คัน สำหรับผู้เสียชีวิตนั้นยังไม่ทราบตัวเลขที่ชัดเจน 
         
นายปฏิมา กล่าวต่อว่า ทางอนุกมธ.ฯ ได้ให้คำแนะนำไปว่าในกรณีของสมาคมจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ทำงานร่วมกันกับคปภ.คือ 1. ต้องตั้งศูนย์รับเรื่องพิเศษตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งทราบว่าคปภได้จัดตั้งแล้ว 2.ต้องจัดในเรื่องของ Call Center เพื่อให้ผู้ประสบภัย สามารถติดต่อได้ 3. จะต้อง อำนวยความสะดวกในการยื่นขอประกันภัยโดยไม่ต้องใช้เอกสารใดๆทั้งสิ้นโดยใช้เพียงการ แจ้งชื่อและนามสกุลและในกรณีที่ชื่อ-นามสกุลซ้ำก็จะดูที่วันเดือนปีเกิดต่อไปเนื่องเนื่องจากเอกสารต่างๆของผู้ประสบภัยไม่สามารถที่จะหาได้ คงจะไม่มีใครหอบแฟ้มเอกสารไปกับตัวเองในขณะที่หนีน้ำ และ4. ต้องรวดเร็วเคลมเร็ว จ่ายเร็ว เพราะรถที่น้ำท่วมก็ต้องรีบซ่อม บ้านที่น้ำท่วมก็ต้องรีบซ่อม ครอบครัวผู้ประสบภัยก็ต้องใช้เงิน 
         
“ในฐานะวุฒิสภาก็จะติดตามตรวจสอบการทำงาน ของคปภ.ที่จะควบคุมกำกับบริษัทประกันในการที่จะส่งคนไปตรวจรถยนต์โดยเร็ว ส่งเคลมให้เร็ว และติดต่ออู่ซ่อมรถยนต์ในจังหวัดใกล้เคียง ดำเนินการซ่อมให้เร็ว เพื่อประชาชนจะได้นำยานพาหนะไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ต่อไป“นายปฏิมา กล่าว
        
นายปฏิมา กล่าวด้วยว่า สำหรับการเสียชีวิต ของผู้ประสบภัย ปัจจุบันยังไม่ได้รับข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ทางคปภ.เป็นหน่วยงานกลางที่จะประสานกับทางปภ.เมื่อทราบ ก็จะมีการตรวจสอบรายชื่อต่อไป
      
“ในฐานะที่เป็นคนไทยเราเห็นใจกับพี่น้องที่เดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัยในครั้งนี้เราก็ขอเป็นส่วนเล็กน้อยในการช่วยติดตามประสานงาน เป็นอีกหนึ่งแรงในการบรรเทาทุกข์ของประชาชนให้กลับมามีสวัสดิภาพเช่นเดิม”นายปฏิมากล่าว 

ด้าน นางนุสรา กล่าวว่า อยากให้มั่นใจว่าภาคธุรกิจประกันชีวิตมีความยินดีและพร้อมที่จะจ่ายเงินชดเชยสินไหมไม่ว่าจะเป็นสินไหมมรณะจากการเสียชีวิต เมื่อไหร่ที่ได้รายชื่อจาก ปภ.มาแล้วจะได้ดำเนินการติดต่อประสานงานเท่าที่เราจะหาตัวผู้เอาประกันหรือทายาท ขณะที่ประกันเสริมเพิ่มเติม เช่นประกันอุบัติเหตุ หากเกิดการ เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมไฟดูด ก็ถือว่าเป็นอุบัติเหตุ สามารถได้รับเงินชดเชยจากกรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุเพิ่มเติมได้ หากไม่ทราบว่าญาติพี่น้องที่เสียชีวิตไปทำประกันชีวิตไว้หรือไม่สามารถที่จะหาข้อมูลได้โดยการโทรเข้าไปที่คปภ. หรือเช็คข้อมูลผ่านเว็บไซต์ ก็จะทราบข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับผู้ทำประกันชีวิต

นางนุสรา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ประกันชีวิตพร้อมที่จะจ่ายเงินสินไหมให้อย่างรวดเร็ว ปกติกำหนดไว้ว่าไม่เกิน 15 วันแต่เราทำได้เร็วกว่านั้นแน่นอน แต่สิ่งสำคัญคือใบมรณะบัตรแสดงว่ามีการเสียชีวิตจริงๆ จึงอยากให้ขอทุกคนตื่นตัว หากมีญาติพี่น้องเสียชีวิตไป มีประกันชีวิตหรือไม่ หากมีรายชื่อเรายินดีเข้าไปดูแลอย่างเต็มที่ 

”ขอยืนยันถึงความมั่นคงในธุรกิจประกันชีวิตและยังมีเงินสำรอง สำหรับประกันภัยของธุรกิจประกันชีวิต ถึง 520,000 กว่าล้านบาท และมีสินทรัพย์รวมประมาณ 4.2 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ของสินทรัพย์จะนำไปลงทุนประมาณ 4.1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่ นั่นแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงไม่ว่าสภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร“นางนุสรา กล่าวว่า

ขณะที่ นายโอฬาร กล่าวว่า เรื่องความมั่นคง ของธุรกิจประกันวินาศภัยขอยืนยันและให้ความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคและผู้ถือประกันว่าบริษัทประกันวินาศภัยมีความแข็งแรงภายใต้การกำกับดูแล สถานะทางการเงินของ คปภ. ส่วนเรื่องการจ่ายสินไหมตนเชื่อว่าทุกบริษัทประกันวินาศภัยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ซึ่งตนได้ลงไปในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ก็ได้พบกับหลายบริษัท ที่ลงพื้นที่ไปพบกับผู้ถือกรมธรรม์ ทั้งรถยนต์และประกันภัยทรัพย์สิน เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎระยะเวลาตามที่สำนักงานคปภ.ได้มีการกำหนดไว้ ส่วนจะจ่ายสินไหมขนาดไหนนั้น ต้องขึ้นอยู่กับระดับความเสียหาย สามารถดูระดับความเสียหายได้จากเว็บไซต์คปภ. ส่วนการจ่ายสินไหมของที่อยู่อาศัยนั้น โดยปกติอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท ซึ่งเชื่อว่าทุกบริษัทพร้อมและเร่งจ่ายประกันสินไหมตรงนี้

นายโอฬาร กล่าวด้วยว่า ขณะที่กองทุนภัยพิบัติจะต้องเตรียมแผนรับมือในระยะกลางและระยะยาว หากมีความจำเป็นในอนาคตเพื่อให้ความคุ้มครอง ที่เหมาะสมกับผู้บริโภคในอนาคต เนื่องจากการซื้อประกันภัยต่อภายใต้ภาวะที่มีการผันผวนของภูมิอากาศอย่างรุนแรงอาจจะค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นการคุ้มครองที่เหมาะสม ในราคาที่เหมาะสม กองทุนภัยพิบัติอาจจะกลับมา ตอบโจทย์ของผู้บริโภค ในอนาคต

ส่วนนายอดิศร กล่าวว่า ศปภ.มีความห่วงใย ประชาชนในภาคใต้เป็นอย่างยิ่ง ได้ตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์น้ำท่วมภัยพิบัติครั้งนี้ ณ เวลานี้สายด่วนประกันภัย 1186 เปิดบริการ 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ประชาชนสามารถเข้าไปยังเว็บไซต์ ของสำนักงานประกันภัยจังหวัดที่มีน้ำท่วม, สำนักงานคปภ.ภาค มีเบอร์ของผอ. ทุกจังหวัดให้สามารถติดต่อได้ผ่านเบอร์มือถือด้วย ดังนั้นจึงขอให้มั่นใจว่าสำนักงานคปภมีความเต็มที่กับสถานการณ์นี้

นายอดิศร กล่าวว่า กรณีของการเสียชีวิตหรือทรัพย์สินเสียหาย ขอให้ไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสารสำนักงานคปภ.มีฐานข้อมูลกลางประกันภัยอยู่ในระบบอยู่แล้ว เพียงมีชื่อนามสกุล เลขบัตรประชาชนครบถ้วน ก็สามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ได้ กรณีของผู้เสียชีวิตที่ต้องพิสูจน์อัตลักษณ์ สำนักงานฯ ได้ประสานไปยังรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาและประสานไปยังรองผู้บัญชาการตำรวจแก่งชาติ ขอให้อำนวยความสะดวกประสานงานกับคปภ.ในกรณีที่พิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว คปภ.ก็จะนำชื่อนั้นเข้าระบบและติดตามประสานกับประกันภัยเพื่อให้สินไหมกับทายาทผู้เสียชีวิต โดยเร็วที่สุด

นายอดิศร กล่าวต่อว่า กรณีของการประกันรถยนต์ จะให้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ ซึ่งประชาชนจะต้องตรวจสอบระดับน้ำกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนกรณีที่ต้องคืนทุนบริษัทจะจ่ายภายใน 7 วัน ที่จะต้องดำเนินการภายใน15 วัน กรณีของการซ่อมอาจจะต้องใช้เวลาแต่แต่ละบริษัทกำลังประเมินอู่ซ่อมที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับอำเภอหาดใหญ่

นายอดิศร กล่าวว่า กรณีบ้านที่อยู่อาศัย มีการคุ้มครองน้ำท่วมอยู่ 20,000 บาท ถ้าบ้านอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศว่าน้ำท่วม แล้วถ่ายรูปในช่วงน้ำท่วมหรือหลังจากน้ำลด เพราะเห็นคราบน้ำ ก็ส่งมาให้บริษัทจะพิจารณาจ่าย 20,000 บาทได้เลย ถ้าเป็นอาคารพาณิชย์หรือโรงงาน หากมีการซื้อประกัน จะจ่ายเบื้องต้น 30,000 บาท โดยใช้เพียงรูปถ่ายส่วนความเสียหายที่นอกเหนือจากนี้ก็ต้องมาว่ากันต่อ แต่ขอให้มั่นใจว่ากระบวนการรวดเร็วแน่นอน

“ความมั่นคงของบริษัทนั้น เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งเพราะภัยแบบนี้ เป็นภัยที่เกิดขึ้นแบบปกติ ไม่ได้หมายถึงการเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอแต่เป็นปกติของระบบประกันภัยเช่นจะเกิดทุกข์ 10 ปี 30 ปีหรือ 100 ปีหรือเป็นภัยที่เรารู้จักเพราะฉะนั้นเรามีการประกันภัยที่มั่นคง เพื่อรองรับ และมีการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ เพื่อตรวจสอบภาวะวิกฤตทางการเงินของแต่ละบริษัท ซึ่งเรายืนยันว่าทุกบริษัทมีความมั่นคงต่อการจ่ายสินไหม” นายอดิศร กล่าว

‘อนุทิน’เข้มผู้ว่าฯ ภาคเหนือรับมือ pm2.5 บอก WFH ภาครัฐ ถ้าจำเป็นก็ไม่ห้าม

'อนุทิน'เข้มผู้ว่าฯ ภาคเหนือรับมือ pm2.5 บอก WFH ภาครัฐ ถ้าจำเป็นก็ไม่ห้าม

‘อนุทิน’เข้มผู้ว่าฯ ภาคเหนือรับมือ pm2.5 บอก WFH ภาครัฐ ถ้าจำเป็นก็ไม่ห้าม

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.53 น.

‘อนุทิน’เข้มผู้ว่าฯ ภาคเหนือรับมือ pm2.5 บอก WFH ภาครัฐ ถ้าจำเป็นก็ไม่ห้าม

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 ธ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสถานการณ์ฝุ่น pm2.5 ที่กลับมารุนแรง ได้สั่งการอะไรพิเศษหรือไม่ว่า วันที่ 3 พ.ย. มีการประชุมผู้ว่าราชการทุกจังหวัดตั้งแต่ภาคเหนือลงมาเพื่อพูดคุยเรื่องนี้ โดยตนให้เตรียมการรับสถานการณ์ในช่วงนี้ และให้เข้มงวดเรื่องของการเผาเหมือนกับปีที่แล้วที่สามารถลดฝุ่น pm2.5 ไปได้มากพอสมควร เพราะเราดำเนินคดีกับพวกที่ไม่เชื่อฟัง พวกที่เผาของแห้งจากพืชผลการเกษตรทั้งหลาย ปีนี้ก็ได้นายสุชาติ ชุมกลิ่น รองนายกฯและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาก็ช่วยได้เยอะ

เมื่อถามว่าต้องมีมาตรการเวิร์คฟอร์มโฮมหรือไม่ โดยนายอนุทิน ได้นำมือไปแตะที่ตาพร้อมกล่าวว่า เมื่อสักครู่ไปหาหมอตามาเขาหยอดขยายม่านตาตอนนี้มองอะไรขาวไปหมดเลย ก่อนจะตอบว่า มาตรการเวิร์คฟอร์มโฮมก็ยังมีอยู่ ส่วนใหญ่อยู่กับทางภาคเอกชน ส่วนทางภาครัฐนั้นถ้ามีความจำเป็นและเป็นประโยชน์เราก็ไม่ได้ห้าม 

เมื่อถามว่า สำหรับการห้ามเผาได้พูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เวลาไปประชุมอาเซียนหรือประชุมอะไรเราก็รวมประเด็นพวกนี้อยู่ในการหารือตลอด แต่เราก็เน้นในสิ่งที่ควบคุมได้ในประเทศเราให้ได้มากที่สุด แต่ก็ลดไปได้มาก ซึ่งในปี 2568 ผู้ว่าราชการจังหวัดทางภาคเหนือ ก็ดำเนินการอย่างเต็มที่ จุดความร้อนก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และในเดือนม.ค. 69 ตนก็น่าจะยังอยู่ ก็ยังคงความร่วมมือตรงนี้ได้

เมื่อถามว่าจะยังเป็นรัฐบาลอำนาจเต็มอยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าทำงานในเรื่องบริหารราชการปกติมันก็อำนาจเต็ม 

เมื่อถามว่าเจอมรสมเยอะจะยุบสภาก่อนกำหนดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าตนบอกแล้วว่าไม่เกินวันที่ 31 ม.ค.

นายกฯ โยน ธรรมนัส แก้ปัญหาซีเกมส์ เจอถามจัดแย่กว่ากัมพูชา เจ้าตัวย้อนสื่อทันที

นายกฯ โยน ธรรมนัส แก้ปัญหาซีเกมส์ เจอถามจัดแย่กว่ากัมพูชา เจ้าตัวย้อนสื่อทันที

นายกฯ โยน ธรรมนัส แก้ปัญหาซีเกมส์ เจอถามจัดแย่กว่ากัมพูชา เจ้าตัวย้อนสื่อทันที

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.48 น.

นายกฯโยน ”ธรรมนัส“ จัดการแก้ปัญหาซีเกมส์ หลังโดนดราม่าหนัก บอกก่อนเข้ามายิ่งกว่านี้

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีดราม่าความพร้อมในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ว่าให้ไปถามนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา 

เมื่อถามว่ามีการมองว่ากระทบภาพลักษณ์ประเทศ นายอนุทิน กล่าวว่า วันที่ 9 ธ.ค. ก็มีการเปิดการแข่งขันแล้ว และตนจะไปเข้าร่วมเพราะมีการเสด็จพระราชดำเนิน

เมื่อถามอีกว่ามีเสียงวิจารณ์ว่าจัดแย่กว่ากัมพูชา นายอนุทิน ย้อนถามว่าใครบอก มันยังไม่เกิด

 เมื่อถามอีกว่า มีการด้อยค่าการทำโปสต์เตอร์ซีเกมส์ด้วยเอไอ มีความเห็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่าจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งเรื่องซีเกมส์นั้น ก่อนตนเข้ามายิ่งกว่านี้ 

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งคำถามถึงงบประมาณ นายอนุทิน กล่าวว่า มันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสองเดือนที่แล้ว ตนเข้ามาก็ต้องเร่งตรงนี้อย่างเต็มที่ก็รู้ปัญหา ถึงได้เร่ง ร.อ.ธรรมนัส ก็ไปทำงานหัวปั่นไปหมด ท่านไปแก้ไขสถานการณ์หลายๆเรื่อง สำหรับตนในส่วนที่เกี่ยวข้องก็คือที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จัดไม่ได้ ก็ต้องเร่งให้มีการจัดสถานที่ให้มีการแข่งขัน ให้มีที่พักนักกีฬา ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ 

เมื่อถามว่าต้องวัดเคพีไอรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ทันวัดเดี๋ยวก็ยุบสภาฯแล้ว

ไม่พลาด! ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช.สอบนักการเมือง-นักธุรกิจถ่ายภาพร่วม เบน สมิธ

ไม่พลาด! ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช.สอบนักการเมือง-นักธุรกิจถ่ายภาพร่วม เบน สมิธ

ไม่พลาด! ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช.สอบนักการเมือง-นักธุรกิจถ่ายภาพร่วม เบน สมิธ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.36 น.


“ศรีสุวรรณ”ร้อง ป.ป.ช.สอบนักการเมือง-นักธุรกิจถ่ายภาพร่วมกับ”เบน สมิธ”เข้าข่ายผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
 

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นว่า กรณีที่โซเชียลมีเดียเผยแพร่ภาพบุคคลต่างๆโดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายคน รวมทั้งนักธุรกิจพลังงานชื่อดังถ่ายภาพมากมายหลายกิจกรรมร่วมเฟรมกับนายเบน สมิธ ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงาน รวมทั้ง ปปง.ตรวจสอบธุรกรรมว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติหรือไม่นั้น จะเป็นการคบหาสมาคมกับบุคคลต้องสงสัยของ ปปง. และหน่วยงานรัฐในกระบวนการยุติธรรมอันถือได้ว่าขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
       
ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการที่โลกออนไลน์เผยแพร่ภาพของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ปรากฏภาพร่วมเฟรมกับ นายเบน สมิธ ขณะรับประทานอาหาร พูดคุย  ดื่มไวน์ บนโต๊ะเดียวกัน ทั้งนี้ ยังมีภาพของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ที่ร่วมเฟรมพูดคุยกับนายเบน สมิธ ด้วย และยังมีอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับสูงหลายท่าน บางท่านเป็นนายทุนพรรคการเมืองใหม่อดีตปลัดกระทรวงฯรวมทั้งมีนักธุรกิจพลังงานระดับต้นๆของเมืองไทยอยู่ในเฟรมภาพต่างๆหลายๆภาพ หลายๆอริยาบทด้วยนั้น

แม้นายอนุทิน และนายเอกนิติ จะออกมาปฏิเสธว่าเป็นภาพเก่าที่อาจถ่ายเมื่อหลังรัฐประหาร เมื่อปี 2557 ขณะที่มีการเดินทางไปสิงคโปร์ แล้วก็ไปเจอกับคณะของข้าราชการระดับสูงหลายท่าน โดยมีการเจอกับนายเบน สมิธ ด้วย แต่ยืนยันว่าไม่ได้คบหาแต่อย่างใดนั้น

กรณีดังกล่าว จะเป็นเรื่องบังเอิญไปพบกันได้อย่างไร คนไทยไม่ได้กินแกลบกินหญ้า หากแต่เป็นข้อพิรุธ ที่ถูกสังคมไทยวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโซเขียลต่อการปรากฎของภาพดังกล่าว ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรี บช.ก. และ ปปง.ได้ออกแถลงยึดทรัพย์บุคคลต่างๆ ที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมอำพรางของเครือข่ายสแกมเมอร์ไว้ตรวจสอบเพียงข้ามคืน แม้ภาพต่างๆดังกล่าวจะถูกผู้หวังดีแต่อาจประสงค์ร้ายปล่อยออกมาสู่โซเชียลฯอย่างมีพิรุธก็ตาม

แต่อย่างไรเสีย คำปฎิเสธของนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ประชาชนคงไม่อาจไว้วางใจได้ว่า จะเป็นจริงตามคำปฏิเสธดังกล่าวหรือไม่ เพราะภาษิตโบราณกล่าวไว้ว่า เมื่อมีไฟย่อมมีควันฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น เพราะพฤติการณ์ตามภาพดังกล่าวอาจเข้าข่ายการคบหาสมาคมกับคู่กรณีที่มีชื่อเสียงในทางลบ อันอาจจะเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันกำหนดไว้ในข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 11 ข้อ 17 และข้อ 19 ประกอบข้อ 27 ได้ อันทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อการดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์การรักชาติ รักแผ่นดิน จึงจำต้องนำความไปร้องเรียนและชี้เบาะแสให้ ป.ป.ช.ใช้อำนาจตาม พรป. ป.ป.ช.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมในการไต่สวนในเชิงลึกเพื่อพิสูจน์ทราบให้จงได้ว่า ภาพที่ปรากฎนั้นนายกรัฐมนตรี , รมว.คลัง อดีตข้าราชการระดับสูงหลายท่าน นายทุนพรรคการเมือง และนักธุรกิจพลังงานชื่อดังดังกล่าว มีพฤติการหรือการกระทำที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันอันขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ และหรือเป็นไปตามคำปฏิเสธของนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังหรือไม่ และหลังจากนี้อาจจะต้องไปร้อง กกต.ให้ตรวจสอบพรรคการเมืองหลายพรรคที่อาจจะเกี่ยวข้องด้วย” นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด 

‘เลขาสภาฯ‘เผยถกร่างแก้รธน.วาระสอง 10-11 ธ.ค.ไม่มีกรอบเวลา อ้าง‘วันนอร์’เปิดทางอภิปรายเต็มที่

‘เลขาสภาฯ‘เผยถกร่างแก้รธน.วาระสอง 10-11 ธ.ค.ไม่มีกรอบเวลา อ้าง‘วันนอร์’เปิดทางอภิปรายเต็มที่

‘เลขาสภาฯ‘เผยถกร่างแก้รธน.วาระสอง 10-11 ธ.ค.ไม่มีกรอบเวลา อ้าง‘วันนอร์’เปิดทางอภิปรายเต็มที่

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.32 น.

‘เลขาสภาฯ‘เผยถกร่างแก้ รธน.วาระสอง 10-11 ธ.ค.นี้ ไม่กำหนดกรอบเวลา อ้าง‘วันนอร์’อยากให้อภิปรายเต็มที่ บอกลงมติวาระสาม ช่วง 29 ธ.ค. หรือ 5-6 ม.ค.69 เลย

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 4 ธ.ค.2568 ที่รัฐสภา นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการเปิดร่วมกันของรัฐสภา สมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ตอนนี้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช…. รัฐสภา ได้ส่งร่างรายงานกลับมาแล้ว ซึ่งขณะนี้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา กำลังพิจารณาว่าจะอนุญาต และจะมีการประชุมในวันที่ 10-11 ธ.ค. ในเวลา 09.00 น. ส่วนจะมีการประชุมวิป 3 ฝ่ายหรือไม่ อย่างไรนั้น ตนเคยเรียนกับประธานรัฐสภาไว้แล้ว ซึ่งท่านแจ้งว่าการประชุมวาระที่ 2 เป็นการพิจารณาทีละมาตรา ที่มี กมธ.ฯ ขอสงวนความเห็น หรือมีสมาชิกขอแปรญัตติ การที่จะไปกำหนดเวลาดูแล้วคงไม่เหมาะสม จึงอยากให้เป็นสิทธิ์ของผู้ที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติให้ได้อภิปรายอย่างเต็มที่ ส่วนในรายละเอียดขอให้วิปฝ่ายค้าน วิปรัฐบาล และวิปวุฒิสภา ลองไปพูดคุยกันว่าจะมีการอภิปรายกี่คน เวลาฝ่ายละเท่าไหร่

เมื่อถามว่า เวลาที่ใช้เวลา 2 วันจะเพียงพอหรือไม่หรือจะต้องเพิ่มวันที่ 12 ธ.ค.ด้วย นายศิโรจน์ กล่าวว่า เราจะเริ่มเปิดประชุมในเวลา 09.00 น. ส่วนจะปิดกี่โมงนั้น ประธานรัฐสภาไม่ได้ขัดข้อง ขึ้นอยู่กับวิปทั้ง 3 ฝ่ายจะไปพูดคุยตกลงกัน หากทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับรัฐธรรมนูญ ท่านก็ไม่ขัดข้องว่าจะต้องปิดประชุมกี่โมง

เมื่อถามว่า ตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าหากพิจารณาวาระ 2 เสร็จ ต้องทิ้งระยะเวลาไว้ 15 วัน คาดว่าจะพิจารณาในวาระ 3 ได้วันที่เท่าไหร่ นายศิโรจน์ กล่าวว่า เราต้องดูก่อนว่าจะพิจารณาวาระ 2 เสร็จในวันไหน หากเสร็จสิ้นภายในวันที่ 11 ธ.ค. ต้องรอไว้ 15 วัน คือวันที่ 26 ธ.ค. แต่ต้องรอพ้นกำหนด 15 วันก่อน ซึ่งวันแรกที่จะสามารถพิจารณาได้เร็วที่สุดคือวันที่ 29 ธันวาคม แต่ทั้งนี้ต้องดูความพร้อมของสมาชิกด้วย เนื่องจากวันที่ 29 ธ.ค. จะเป็นวันสิ้นปี ซึ่งท่านประธานไม่ได้ขัดข้องว่าจะต้องพิจารณาในวาระที่ 3 ในวันที่ 29 ธ.ค. เลย ท่านก็พร้อม หรือจะเป็นช่วงหลังปีใหม่วันที่ 5-6 มกราคม ท่านก็พร้อม ย้ำว่า อยู่ที่ความต้องการของวิป ซึ่งวิปทั้ง 3 ฝ่ายจะต้องไปคุยกันว่า จะพิจารณาวาระ 3 วันที่เท่าไหร่

เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้อาจทำให้การทำประชามติไม่ทันกับการเลือกตั้งหรือไม่ นายศิโรจน์ กล่าวว่า ต้องดูในรายละเอียดว่า จำนวนวันที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วต้องส่งไปให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำประชามติจะเป็นวันไหน เราต้องดูความพร้อมตรงนี้ แต่ประธานรัฐสภาเปิดโอกาสให้เต็มที่ จะพร้อมประชุมวันไหนท่านก็ยินดี

กทม.เตือนพาน้องหมาจดทะเบียนฝังชิปทุกตัวภายใน 10 ม.ค.69

กทม.เตือนพาน้องหมาจดทะเบียนฝังชิปทุกตัวภายใน 10 ม.ค.69

กทม.เตือนพาน้องหมาจดทะเบียนฝังชิปทุกตัวภายใน 10 ม.ค.69

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.06 น.

กทม.ย้ำ! คนกรุงพาน้องหมา-แมวจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงทั้งเดิม-ใหม่ ต้องขึ้นทะเบียนฝังชิปทุกตัว

วันที่ 4 ธ.ค.68 รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 12/2568 ถึงการเตรียมการใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ว่า กรุงเทพมหานครจะกำกับใช้กฎหมายนี้ในเดือนมกราคม 2569 จึงขอชวนกรุงเทพฯ ให้นำน้องหมาน้องแมวมาขึ้นทะเบียนฝังชิป โดยสัตว์เลี้ยงเดิมที่เลี้ยงมาก่อนหน้าไม่จำกัดจำนวน ไม่ว่าจะเกินจำนวนหรือไม่ก็ตาม ขอให้ขึ้นทะเบียนฝังชิปทุกตัว ส่วนสัตว์ใหม่ที่จะเลี้ยงหลังวันที่ 10 มกราคม 69 เราจะเริ่มจำกัดจำนวน และก็ต้องขึ้นทะเบียนฝังชิปทุกตัว

ประชาชนสามารถมาขอขึ้นทะเบียนฝังชิปได้ที่คลินิกสัตวแพทย์ของกทม. ทั้ง 8 แห่ง โดยในเดือนมกราคมนี้จะเพิ่มอีก 2 รวมเป็น 10 แห่ง ส่วนถ้าใครมีคุณหมอที่ดูแลน้องหมาน้องแมวอยู่แล้วถ้าอยากไปที่คลินิกเอกชนก็สามารถไปได้แต่จะมีค่าใช้จ่ายในการฝังชิพ และนำตัวเลขมาขึ้นทะเบียนในระบบของกทม. ขอให้ทุกคนจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงของท่าน ทั้งนี้ รองผู้ว่าฯ กทม. ย้ำว่า สัตว์เลี้ยง หมา-แมว เดิมที่เลี้ยงไว้ก่อนหน้ากฎหมายใหม่ เกินจำนวนได้ แต่ขอให้เจ้าของไปขึ้นทะเบียนฝังชิพทุกตัว

สำหรับข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 สืบเนื่องจากนโยบายผู้ว่าฯกทม. ที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ได้แก่ P137 ขึ้นทะเบียนตลอดช่วงชีวิต เพื่อเป็นการป้องกันการปล่อยทิ้งสัตว์ที่มีเจ้าของเป็นสัตว์จรจัด และ P138 จัดระเบียบสัตว์จร แก้ปัญหาผ่านการจัดการอย่างเป็นระบบ โดยการควบคุมการเพิ่มจำนวนสัตว์ ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และหาบ้านใหม่ให้สัตว์จร ลดการซื้อสัตว์ใหม่มาเลี้ยง

โดยข้อบัญญัติฯนี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 15 ม.ค.68 มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 360 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หรือวันที่ 10 ม.ค.69 กำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็นเขตควบคุมการเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์ ดังนี้ 1.สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2.สัตว์ปีก 3.สัตว์น้ำ 4.สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 5.สัตว์เลื้อยคลาน 6.สัตว์มีพิษหรือสัตว์ดุร้าย ทั้งนี้ การเลี้ยงสัตว์ตามข้อ 1-5 ดังกล่าว ซึ่งเกินกว่าจำนวนที่กำหนด เพื่อประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร เป็นเขตห้ามเลี้ยงสุนัขและแมวเกินจำนวนที่กำหนด ดังนี้ 1.พื้นที่อาคารชุดหรือห้องเช่าตั้งแต่ 20 ตร.ม. แต่ไม่เกิน 80 ตร.ม. เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว 2.พื้นที่อาคารชุดหรือห้องเช่าตั้งแต่ 80 ตร.ม. ขึ้นไป เลี้ยงรวมกันได้ไม่เกิน 2 ตัว 3.เนื้อที่ดินไม่เกิน 20 ตร.ว. เลี้ยงรวมกันได้ไม่เกิน 2 ตัว 4.เนื้อที่ดินตั้งแต่ 20 ตร.ว. แต่ไม่เกิน 50 ตร.ว. เลี้ยงรวมกันได้ไม่เกิน 3 ตัว 5.เนื้อที่ดินตั้งแต่ 50 ตร.ว. แต่ไม่เกิน 100 ตร.ว. เลี้ยงรวมกันได้ไม่เกิน 4 ตัว 6.เนื้อที่ดินตั้งแต่ 100 ตร.ว. เลี้ยงรวมกันได้ไม่เกิน 6 ตัว

หากเจ้าของสัตว์ที่เลี้ยงสัตว์เกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ ก่อนวันที่ข้อบัญญัติฯ บังคับใช้ หรือก่อนวันที่ 10 ม.ค.69 ให้แจ้งต่อสำนักงานเขต ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครใช้บังคับ หรือภายในวันที่ 9 เม.ย.69 หากไม่แจ้งและมีผู้ร้องเรียน เขตจะเข้าไปตรวจ ตักเตือน พร้อมแนะนำให้ปฏิบัติตามข้อบัญญัติ  กรณีเลี้ยงสุนัขและแมวเกินกว่าจำนวนที่กำหนด เพื่อประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ฟาร์มสัตว์ ร้านจำหน่ายสัตว์เลี้ยง คาเฟ่สัตว์เลี้ยง ร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์ โรงแรมสัตว์) ให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

เจ้าของสุนัขและแมว นำสัตว์ไปจดทะเบียน ออกบัตรประจำตัว และฝังไมโครชิป ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปทำการแทน โดยยื่นคำขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ หน่วยงานที่รับจดทะเบียน สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย และสำนักงานเขต

ส่วนการนำสุนัขหรือแมวออกนอกสถานที่เลี้ยงต้องปฏิบัติ ดังนี้ 1.แสดงบัตรประจำตัวสุนัขหรือแมว เมื่อเจ้าพนักงานเรียกตรวจ 2.ใช้สายจูงที่แข็งแรงและจับสายจูงตลอดเวลา หรือใช้ กระเป๋า คอก กรง หรืออุปกรณ์อื่นที่เหมาะสม เพื่อป้องกันมิให้เป็นอันตรายต่อคนหรือสัตว์อื่น กรณีเป็นสุนัขควบคุมพิเศษ เช่น พิทบูลเทอร์เรีย บูลเทอร์เรีย สเตฟฟอร์ดเซอร์บูลเทอร์เรีย รอทไวเลอร์ ฟิล่าบราซิลเลียโร ต้องใช้อุปกรณ์ครอบปาก ใช้สายจูงที่มั่นคงแข็งแรงและจับสายจูงห่างจากคอสุนัขไม่เกิน 50 ซม.ตลอดเวลา 3.ห้ามบุคคลอายุต่ำกว่า 15 หรือเกินกว่า 65 ปี นำสุนัขควบคุมพิเศษออกนอกสถานที่เลี้ยง

ผู้ใดฝ่าฝืนข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ มีโทษตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากฝ่าฝืนตามมาตรา 29 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 25,000 บาท)

โผล่แจงอีกคน! ‘บิ๊กแดง’ชี้รูปคู่’เบน สมิธ’เจอตอนทริปดูงาน วปอ.-งานแต่งลูกสาว ยันแค่รู้จักผิวเผิน

โผล่แจงอีกคน! 'บิ๊กแดง'ชี้รูปคู่'เบน สมิธ'เจอตอนทริปดูงาน วปอ.-งานแต่งลูกสาว ยันแค่รู้จักผิวเผิน

โผล่แจงอีกคน! ‘บิ๊กแดง’ชี้รูปคู่’เบน สมิธ’เจอตอนทริปดูงาน วปอ.-งานแต่งลูกสาว ยันแค่รู้จักผิวเผิน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.13 น.

โผล่แจงอีกคน! ‘บิ๊กแดง’ชี้รูปคู่’เบน สมิธ’ร่วมโต๊ะที่สิงคโปร์ เป็นทริปดูงาน วปอ. อีกภาพงานแต่งลูกสาว ยันไม่สนิท แค่รู้จักแค่ผิวเผิน

เรียกว่าตอนนี้กำลังเป็นเรื่องร้อนของวงการเมือง หลังเมื่อคืนที่ผ่านมา (4พ.ย.) ได้ปรากฎภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก นายอุปกิต ปาจรียางกู อดีต สว. และพล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ ร่วมเฟรมกับนายเบน สมิธ ผ่านหน้าสื่อหลากหลายสำนัก ทำให้ถูกที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความสัมพันธ์ของบุคคลในภาพ และกังวลว่าอาจส่งผลถึงเรื่องความจริงจังในการปราบสแกมเมอร์ในประเทศ

โดยตั้งแต่ช่วงเช้า ทั้งนายอนุทิน และนายเอกนิติ ได้ทยอย ออกมาชี้แจง โดยนายเอกนิติ ระบุว่าเป็นภาพถ่ายตอนไปเป็นอาจารย์ในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ขณะที่นายอนุทิน ระบุว่า เป็นภาพเก่าเช่นกัน และยอมรับว่ารู้จักกับนายเบน สมิธจริง แต่ไม่ได้สนิทกัน พร้อมทั้งระบุว่ารู้ว่าใครเป็นคนปล่อยภาพ 

ล่าสุดวันที่ 4 ธ.ค.2568 นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศชื่อดัง กล่าวในช่วงหนึ่งของรายการสรยุทธ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ เมื่อจู่ๆ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ส่งข้อความและคำชี้แจงมาหาในไลน์ส่วนตัว โดยระบุว่า

“ผมได้เห็นภาพและขอชี้แจงตามนี้ว่า ภาพแรกเป็นภาพปี 2557 ขณะเรียนหลักสูตร วปอ.และเดินทางไปดูงานที่สิงคโปร์ มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักนายเบน สมิธ เป็นนักธุรกิจและมารับประทานอาหาร ซึ่งยังจำได้ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล พูดในตอนนั้นว่า อเมริกันแชร์ คือทุกคนจ่ายค่าอาหารทุกคน ไม่มีใครเลี้ยง”

ขณะที่อีกภาพเป็นรูปงานแต่งของลูกสาว และคนมาร่วมงานเยอะ ยืนยันส่วนตัวไม่ได้สนิทหรือคบหากับนายเบน สมิธ เป็นการรู้จักแบบผิวเผินกับนายเบน สมิธ