119ปีกองทัพเรือไทย! ‘ผบ.ทร.’ย้ำปี69เป็นปีแห่งความพร้อมรบ

119ปีกองทัพเรือไทย! 'ผบ.ทร.'ย้ำปี69เป็นปีแห่งความพร้อมรบ

119ปีกองทัพเรือไทย! ‘ผบ.ทร.’ย้ำปี69เป็นปีแห่งความพร้อมรบ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.53 น.

20 พฤศจิกายน 2568  กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พร้อมด้วย นางอารียา เฟื่องจันทร์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ เป็นประธานในพิธีทำบุญทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในวันกองทัพเรือประจำปี 2568 หรือปีที่ 119 ณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิม 

โดยมีอดีตผู้บัญชาการทหารเรือ หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือเข้าร่วมพิธี ประกอบด้วย พิธีทำบุญประจำปีและพิธีทักษิณานุปทาน เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยนิมนต์พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จากวัดต่างๆ 10 รูป โดยมี พระธรรมวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

สำหรับอดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ที่เดินทางมาร่วมพิธีทำบุญประจำปีเนื่องในวันกองทัพเรือประจำปี 2568 ในวันนี้ ประกอบด้วย พลเรือเอก ประเสริฐ  บุญทรง  พลเรือเอก ทวีศักดิ์โสมาภา  พลเรือเอก สถิรพันธุ์  เกยานนท์  พลเรือเอก ณรงค์  พิพัฒนาศัย  พลเรือเอก  ไกรสร  จันทร์สุวานิชย์  พลเรือเอก นริส  ประทุมสุวรรณ  พลเรือเอก ชาติชาย  ศรีวรขาน  พลเรือเอกเชิงชาย  ชมเชิงแพทย์ และ พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ 

กองทัพเรือของไทยมีรากหยั่งลงอย่างมั่นคง นำมาซึ่งการก่อกำเนิด และมีพัฒนาการสู่การเป็นกองทัพเรือ ที่เข้มแข็งมั่นคงในทุกวันนี้ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2449 กองทัพเรือ จึงถือวันมหามงคลดังกล่าวเป็นวันกองทัพเรือมาจวบจนปัจจุบัน

พลเรือเอกไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวย้ำว่า จากอดีตถึงปัจจุบัน 119 ปี มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แม้กระทั่งการจัดองค์กรเพื่อสร้างความพร้อม ก็เจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับ พร้อมย้ำคำเดิมว่าปี 2569 นี้ ตั้งให้เป็นปีแห่งความพร้อมรของกองทัพเรือ แต่การจะพร้อมรบได้ มี 4 องค์ประกอบคือ องค์บุคคล องค์วัตถุ องค์ทางยุทธวิธี และการบริหารจัดการ โดยองค์บุคคล เราพยายามเสริมสร้างให้ทำการฝึก เรียนรู้ เพื่อให้สามารถต่อสู้กับภัยคุกคามได้ / องค์วัตถุ ตนให้นโยบายในเรื่องการพัฒนา เพื่อให้เท่าทันเทคโนโลยี เช่น มอบนโยบายชัดเจนว่าให้ศึกษา หรือตั้งคณะทำงาน โดยมอบให้ ผบ.กองเรือยุทธการ ศึกษาการนำเรือจักรีนฤเบศร มาใช้เป็นฐาน UXV คือ รวมทั้ง UAV USV และ UUV เข้าไว้ด้วย 

โดยให้ไปศึกษาว่าเรือจักรีนฤเบศรจะต้องปรับปรุงแผนงานอย่างไรบ้าง ต้องจัดหาอะไรบ้าง ซึ่งถ้าเราศึกษาแล้วมีต้องมี UAV 24 เครื่อง เราก็จะเริ่มต้นทำแผนงานไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ครบ ซึ่งเราทราบดีว่ายุทโธปกรณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป เราสามารถใช้ยุทโธปกรณ์พวกนี้มาทำการรบโดยใช้ทรัพยากรที่น้อยกว่าได้

ส่วนเรือรบก็ยังมีความจำเป็นอยู่ เพราะเรือรบเป็นแพลตฟอร์ม เป็นฐานในการดำเนินการเข้าสู่พื้นที่ โดยหลักนิยมของกองทัพเรือมีข้อดีอยู่อย่างคือ เราสามารถเข้าไปในพื้นที่ และมี Point ที่สามารถรถกเข้าพื้นที่ข้าศึกได้ทันที เพราะเราสามารถเฝ้าคอยในพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ปฏิบัติการได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเรือผิวน้ำ หรือดำน้ำ ก็ยังเป็นยุทโธปกรณ์ที่มีความสำคัญ แต่ก็จะเสริมขีดความสามารถของเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับเข้าไป รวมถึงยานไร้คนขับเข้าไปในเรือด้วย รวมทั้งหน่วยกำลังรบทางบกในระดับหมวด ซึ่งกำลังวางโครงสร้างอยู่โดยจะมีทั้ง UAV โดรน และแอนตี้โดรน เพื่อสร้างความปลอดภัยในการลาดตระเวนของกำลังรบทางบก

ผู้สื่อข่าวถามว่า กองกำลังจันทบุรีและตราด มีการเตรียมความพร้อมมากแค่ไหน ในการ รับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา  ทางด้านพลเรือเอกไพโรจน์ กล่าวว่า ตั้งแต่ปฏิบัติการตราดพิฆาตไพรีครั้งที่แล้ว เรายังมีกำลังอยู่เต็มพื้นที่ บางส่วนที่ถอนกำลังไปแล้วก็กลับเข้าพื้นที่แล้ว  ในเรื่องของการสนับสนุนโดรน ไม่ว่าจะเป็นโดรนของชิเบล ที่เราสนับสนุนการลาดตระเวน ก็เข้าพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องของปืนใหญ่ที่ทำให้เต็มอัตรา จากเดิมเราไม่มีปัญหาข้อพิพาท เราจัดแบบหย่อนกำลัง แต่พอมีปัญหาข้อพิพาท ก็จัดแบบเต็มกำลังคือจังหวัดละ 1 กองร้อยปืนใหญ่ มีทั้งกองร้อยปืน 155  มม. และกองร้อยปืน 105 มม. ซึ่งยืนยันไม่ได้ทำเพื่อรุกรานใคร แต่ทำเพื่อป้องกันอธิปไตยไทยให้มีความพร้อม และประสานแผนกับกำลังกองทัพภาคที่ 1 และ 2 อย่างใกล้ชิด และประสานการปฎิบัติ เวลาเราจะเดินต้องเดินไปด้วยกันทั้ง 3 กองทัพภาค

‘ไผ่ ลิกค์’แจงแล้ว!!! เสื้อแบรนด์เนมแพงกว่า จักรยานไอซ์

'ไผ่ ลิกค์'แจงแล้ว!!! เสื้อแบรนด์เนมแพงกว่า จักรยานไอซ์

‘ไผ่ ลิกค์’แจงแล้ว!!! เสื้อแบรนด์เนมแพงกว่า จักรยานไอซ์

วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.48 น.

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 จากกรณี ศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามประเด็นเสื้อแบรนด์เนม ตัวละ 9 หมื่นบาท ของ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านนั้น

ล่าสุด  นายไผ่ ลิกค์ ได้ออกมาชี้แจงประเด็นดังกล่าวแล้ว โดยโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กความว่า “ขอบคุณนะครับที่มาสนใจผม เสื้อเพิ่งซื้อครับ แล้วที่ซื้อราคาค่อนข้างแพงเพราะมันใส่ได้ครับ มันตัวใหญ่ แล้วถ้าจะต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินก็คงต้องแจ้งตอนที่หมดวาระครับ แต่ สส.ให้เงินกับใครเกิน 3000 ก็ผิดนะครับ แล้วเสื้อ ที่ซื้อมาก็เป็นเงินที่บริสุทธิ์ครับ Pavin Chachavalpongpun”

จากนั้น ศ.ดร.ปวิน ได้โพสต์สวนว่า “เสื้อฮู๊ดและกระเป๋า Dior รวม $9637 เท่ากับ 312,775 บาท ก่อนจะตรวจสอบจักรยานคนอื่น กรุณาอธิบายเอาเงินตรงนี้มาจากไหน ลำพังจะพูดว่าเป็นเงินบริสุทธิ์ ใครๆ ก็พูดได้ค่ะ ไผ่ ลิกค์”

ประชาธิปัตย์ เล็งเสนอแคนดิเดตนายกฯ 3 คน ‘อภิสิทธิ์’เผยยังไม่รีบเปิดหวั่นเสียเปรียบ

ประชาธิปัตย์ เล็งเสนอแคนดิเดตนายกฯ 3 คน 'อภิสิทธิ์'เผยยังไม่รีบเปิดหวั่นเสียเปรียบ

ประชาธิปัตย์ เล็งเสนอแคนดิเดตนายกฯ 3 คน ‘อภิสิทธิ์’เผยยังไม่รีบเปิดหวั่นเสียเปรียบ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.18 น.

’อภิสิทธิ์‘เผย‘ประชาธิปัตย์’จะเสนอแคนดิเดตนายกฯ 3 คน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบททางการเมืองชี้อีก 2 คนมีชื่อในใจแล้วแต่ยังไม่รีบเปิด   เพราะเป็นคนชอบดูกีฬา ทำอะไรก่อนเสียเปรียบ 

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.30 น.ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมพร้อมผู้สมัคร สส.และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีประกาศแคนดิเดตของพรรคภูมิใจไทยแล้ว 3 คน ว่า พรรคยังชวนคนมาสมัคร สส.อยู่ เพราะพรรคเพิ่งเริ่มประชุมกรรมการบริหารพรรคครั้งแรกได้เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ไม่มีปัญหาเพราะพรรคตอนนี้เราเร่งเฟ้นหาผู้สมัครที่เชื่อในแนวทางการเมือง ที่เราอยากจะทำให้เร็วที่สุด   “แคนดิเดตนายกฯหาไม่ยาก ชวนใครก็รับทั้งนั้นแหละครับ”  

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะเสนอคนเดียวหรือ 3 รายชื่อตามกฏหมาย นายอภิสิทธิ์  กล่าวว่า ในอดีตเราจะเสนอคนเดียว แต่ได้พูดคุยกันในเบื้องต้นว่าเอาเข้าจริงๆ การเสนอชื่อคนเดียวมันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงทางการเมือง เพราะเคยเจอมาแล้วตอนปี 2562 ที่ตนมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ เมื่อตนลาออกจากหัวหน้าพรรคพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่มีแคนดิเดตนายกฯ หัวหน้าพรรคคนใหม่ก็ไม่มีชื่ออยู่ในแคนดิเดต ขณะที่ชื่อของตนก็ยังค้างอยู่ โดยไม่สามารถออกได้ ยกเว้นไปบวช    หรือล้มละลาย หรือขาดคุณสมบัติตามกฏหมาย     ซึ่งมันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ครั้งนี้จึงเห็นตรงกัน เบื้องต้นว่าน่าจะไม่ใช่คนเดียวต้องเป็น 3 คน 

ส่วนจะบอกได้หรือไม่ว่าอีก 2 คน เป็นนักการเมืองหรือนักธุรกิจ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ใครมาตรงนี้ตนถือว่าเป็นนักการเมืองไม่มีหรอกที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แล้วไม่เป็นนักการเมือง ซึ่งขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้รายชื่อทั้ง 3  คน   เพราะเรื่องนี้ต้องนำเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคแต่ในใจตนมีรายชื่อแล้วเพื่อนๆ แถวนี้ก็มีอยู่   แต่ไม่รู้ว่าตรงกันหรือไม่    

เมื่อผู้สื่อข่าวชี้ไปที่นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าใช่คนนี้ด้วยหรือไม่  นายอภิสิทธิ์ หัวเราะก่อนจะบอกว่าเค้าช่วยตนคิดอยู่  

ขณะเดียวกันนายภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึง นายเอกนิติ   นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนางสาวศุภจี   สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ว่า จริงๆ ก็ร่วมงานกับรัฐบาลชุดนี้ และตอนที่เข้ามาดำรงตำแหน่งก็ได้รับเสียงตอบรับจากสังคม และคิดว่าสังคมก็อยากเห็นบุคลากรจากวงการต่างๆ  ถ้ามีความรู้ความสามารถ มีชื่อเสียง ก็อยากจะให้เข้ามา 

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่เปิดรายชื่อเพื่อชิงความได้เปรียบ หรือไม่ เพราะพรรคภูมิใจไทยเปิดไปแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ผมเป็นคนชอบดูกีฬา แล้วพอดีทำอะไรก่อนมันเสียเปรียบ”   

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า จะรอดูแต่ละพรรคแล้วค่อยเปิดทีเดียวใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าไม่ทราบครับ  

‘จุลพันธ์’ เมิน 3 แคนดิเดตนายกฯ ภูมิใจไทย แย้ม พท. เปิดบ้างตื่นเต้น-ประทับใจแน่

‘จุลพันธ์’ เมิน 3 แคนดิเดตนายกฯ ภูมิใจไทย แย้ม พท. เปิดบ้างตื่นเต้น-ประทับใจแน่

‘จุลพันธ์’ เมิน 3 แคนดิเดตนายกฯ ภูมิใจไทย แย้ม พท. เปิดบ้างตื่นเต้น-ประทับใจแน่

วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.10 น.

‘จุลพันธ์’ เมิน ‘ภูมิใจไทย’ เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ บอกรู้อยู่แล้วตัวจริงคือ ‘อนุทิน’ ส่วนอีก 2 ชื่อ ต้องพิสูจน์ตัวในเส้นทางการเมือง แย้ม ธ.ค.นี้ ‘เพื่อไทย’ พร้อมเปิด เชื่อ ตื่นเต้นประทับใจแน่ มอง บ้านใหญ่ไหลเข้าภูมิใจไทย เป็นเรื่องปกติก่อนเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรค พท. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นความพยายาม และเป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรค ที่พยายามผสมภาพที่ไม่ได้เป็นฝ่ายการเมืองเข้ามา แต่รู้อยู่ดีว่าในข้อเท็จจริง ตัวจริงมีเพียงหนึ่งเดียวคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ซึ่งคงสลัดภาพความเป็นภูมิใจไทยเก่าไม่ได้ 

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ย้ำว่าเป็นความพยายามของพรรค ภท. ซึ่งอยู่ที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีก 2 คน ถือว่ามาเป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว ก็ต้องพิสูจน์ว่าการข้ามจากภาคเอกชนมาสู่การเมืองจะทำประโยชน์ให้กับประชาชนสมความตั้งใจหรือไม่ ต้องดูกันต่อไป

เมื่อถามว่า พรรค พท.จะใช้จังหวะไหนเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราอยากให้คนรู้สึกอยากรู้เพื่อที่จะได้ติดตาม แต่คาดว่า ภายในเดือนธันวาคมนี้จะมีความชัดเจน และเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการพูดคุย หารือ และสรุปผล แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นคนนอกหรือคนใน ขอให้รอดูทีเดียว หากให้ข้อมูลก่อน ก็จะไปคาดเดากัน เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ แต่หากเปิดมาคงจะตื่นเต้นกัน และจะเป็นที่ประทับใจ ขอให้รอเวลา

เมื่อถามถึง กรณีพรรคภท.เตรียมเปิดตัวบ้านใหญ่ชลบุรีและสุพรรณบุรี ในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ มองอย่างไรที่บ้านใหญ่ไหลไปรวมกัน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องการขยับสับเปลี่ยนช่วงใกล้การเลือกตั้งเป็นเรื่องปกติ เราไม่ได้พะวงอะไร ซึ่งในส่วนของแต่ละจังหวัดก็มีผู้สมัครเข้ามามากมาย แต่เราจะคัดสรรคนที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ทำงานกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง มีอุดมการณ์ตรงกับพรรค และต้องเป็นคนที่มีโอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้ง 

“เราทำงานเต็มที่ทุกเขต เราห่วงเรื่องการทำงานของเรามากกว่า ไม่ได้พะวงเรื่องของพรรคการเมืองอื่น วันนี้เปิดตัวผู้สมัครจังหวัดกำแพงเพชร ก็เป็นทีมที่แข็งแรง ดังนั้น เราก็มีพื้นที่ที่เป็นจุดแข็งของพรรค และจะรักษาจุดแข็ง เดินหน้าสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง” นายจุลพันธ์ กล่าว

‘อุ๊งอิ๊ง’ยอมรับ’พ่อทักษิณ’เครียดหนัก เผยได้สิทธิ์ออกมาพักคงดี อยู่ข้างในก็ไม่ได้อะไรอยู่แล้ว

'อุ๊งอิ๊ง'ยอมรับ'พ่อทักษิณ'เครียดหนัก เผยได้สิทธิ์ออกมาพักคงดี อยู่ข้างในก็ไม่ได้อะไรอยู่แล้ว

‘อุ๊งอิ๊ง’ยอมรับ’พ่อทักษิณ’เครียดหนัก เผยได้สิทธิ์ออกมาพักคงดี อยู่ข้างในก็ไม่ได้อะไรอยู่แล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.09 น.

20 พฤศจิกายน 2568 เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมญาตินายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (บิดา) ภายในเรือนจำฯ โดยกล่าวว่า  สำหรับการเยี่ยมคุณพ่อวันนี้นั้นตนได้ทราบว่าทาง ผบ.เรือนจำกลางคลองเปรม ได้ชวนคุณพ่อเข้าร่วมโครงการ “ธรรมะนัมวัง” ก็เห็นว่าจะแบบนั้น ซึ่งช่วงนี้คุณพ่อก็โอเค ส่วนสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงนั้น คุณพ่อก็สุขภาพร่างกายโอเค แต่สุขภาพใจก็อาจมีความเครียดเยอะหน่อย

สำหรับกรณีที่ พล.ต.ท.รุทธนพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ได้มีการออกคำสั่งให้กระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ ขอให้พิจารณาทบทวน 3 ประเด็นสำคัญ เพื่อปรับปรุงกฎ ระเบียบ ประกาศ หลักเกณฑ์ และแนวทาง การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ การพิจารณาการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ และการกำหนดอาณาเขตในสถานที่อื่นที่มิใช่เรือนจำให้เป็นสถานที่คุมขัง ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่าเป็นเหมือนการสกัดไม่ให้นายทักษิณ ได้ออกมานั้น ‘น.ส.แพทองธาร’ นิ่งคิดสักครู่ ก่อนตอบว่า “ก็หวังว่าจะเป็นไปตามกระบวนการ แต่คุณพ่ออายุเยอะแล้ว ถ้าได้สิทธิ์ออกมาพักก็คงจะดี เพราะว่าจริงๆ อยู่ข้างในก็ไม่ได้อะไรอยู่แล้ว”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า “มองเป็นเกมการเมืองหรือไม่ที่เป็นการสกัดนายทักษิณ ไม่ให้ออกมาทันในช่วงเลือกตั้ง 2569” ‘น.ส.แพทองธาร’ ได้ตอบว่า “ถ้าพูดถึงตอนนี้ ดิฉันเองก็ถอยออกจากการเมืองเยอะมากๆ แล้ว แทบจะถอยทั้งหมดแล้ว ก็ปล่อยทั้งพรรคลุยไป ก็คงต้องดูแลจิตใจคุณพ่อ”

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่ออีกว่า อัยการสูงสุดคนปัจจุบันได้มีการอุทธรณ์คำสั่งฟ้องคดีมาตรา 112 นายทักษิณ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีความเห็น เหมือนเป็นการกลั่นแกล้งครอบครัวชินวัตรหรือไม่ ปรากฏว่า น.ส.แพทองธาร ยิ้มไม่สู้ดีแต่รับฟังคำถามผู้สื่อข่าว และไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด ก่อนเดินขึ้นรถยนต์ส่วนบุคคลเดินทางออกจากบริเวณพื้นที่เรือนจำฯ 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการพุทธนวัตกรรมธรรมนาวา ‘วัง’เป็นโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มีวัตถุประสงค์ในการจัดอบรมขยายผลการปฏิบัติตามหลักธรรมะพระราชทาน ธรรมนาวา ‘วัง’ ไปสู่หน่วยงานต่างๆ และประชาชนทั่วไป และเพื่อให้ผู้ต้องขังได้ศึกษาถึงสาระแก่นแท้ของศาสนา ขัดเกลาจิตใจ และน้อมนำพระธรรมคำสอนสู่การลงมือทำอันจะนำไปสู่ความสิ้นทุกข์อย่างแท้จริง

พลิกปูม! ‘จุฑาทิพย์ วิลาด’ ถือหุ้น’นิวเจน แอร์เวย์ส’ กว่าร้อยล้านบาท

พลิกปูม! 'จุฑาทิพย์ วิลาด' ถือหุ้น'นิวเจน แอร์เวย์ส' กว่าร้อยล้านบาท

พลิกปูม! ‘จุฑาทิพย์ วิลาด’ ถือหุ้น’นิวเจน แอร์เวย์ส’ กว่าร้อยล้านบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.05 น.

20 พ.ย.68 “แนวหน้าออนไลน์” ได้ตรวจสอบชื่อ น.ส.จุฑาทิพย์ วิลาด พบว่าเมื่อปี 2557 น.ส.จุฑาทิพย์ เคยปรากฎชื่อเป็นหุ้นส่วนบริษัท สบายดี แอร์เวย์ส ดำเนินธุรกิจสายการบิน นิว เจน แอร์เวย์ส

โดยจากการตรวจสอบบริษัทฯ จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2555 ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท มีหุ้น 2 แสนหุ้น ราคาหุ้นละ 1,000 บาท โดยมีผู้ถือหุ้น 4 คน ประกอบด้วย นิตยา ขจรเกียรติชัย สัดส่วน 49.9995% , จุฑาทิพย์ วิลาด สัดส่วน 49.9995% , ธีรวัฒน์ ลีลาภรณ์สกุล สัดส่วน 0.0005% และ ฤทธิ์ประพา ผริตะโกมล สัดส่วน 0.0005%

นอกจากนี้ น.ส.จุฑาทิพย์ วิลาด ยังปรากฎอยู่ในรายชื่อคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วย สัณห์จุฑา วิชชวุธ ประธานกรรมการ ,ประมุข ไชยวรรณ รองประธานกรรมการ ,สุรชัย แซ่ย่าง รองประธานกรรมการ ,ไพรัช หงษ์ทอง กรรมการ ,ธีรชัย เหรียญทรัพย์ดี กรรมการ ,นิตยา ขจรเกิยรติชัย กรรมการ และ จุฑาทิพย์ วิลาด กรรมการ

วันเดียวกันนี้ “สำนักข่าวอิศรา” ได้เปิดเผยข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังระบุว่า นางสาวจุฑาทิพย์ วิลาด ปรากฏชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นบริษัทเอกชน อีกหลายแห่ง ดังนี้ 
บริษัท สกาย เคเทอริ่ง จำกัด จดทะเบียนจัดตั้ง 10 ตุลาคม 2560 ทุน 5,000,000 บาท ตั้งอยู่เลขที่ 8/38 ถนนลาดพร้าว 93 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง จังหวัดกรุงเทพมหานคร แจ้งประกอบธุรกิจการบริการด้านการจัดเลี้ยงและบริการอาหารประเภทอื่นๆ นางสาว จุฑาทิพย์ วิลาด เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้จดทะเบียนเลิกบริษัท ซึ่งนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนไว้แล้ว เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 และได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562

บริษัท อะโกร โกลบอล จำกัด จดทะเบียนจัดตั้ง 12 กรกฎาคม 2556 ทุน 1,000,000 บาท ตั้งอยู่เลขที่ 8/38 ถนนลาดพร้าว 93 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง จังหวัดกรุงเทพมหานคร แจ้งประกอบธุรกิจการปลูกพืชล้มลุกที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ (ยกเว้นข้าวโพด เลี้ยงสัตว์) (2557) การปลูกพืชล้มลุกที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ (ยกเว้นข้าวโพด เลี้ยงสัตว์) นางสาว จุฑาทิพย์ วิลาด เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้จดทะเบียนเลิกบริษัท ซึ่งนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนไว้แล้ว เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2558 และได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2558

บริษัท เจ.พี คอร์ท จำกัด จดทะเบียนจัดตั้ง 17 มิถุนายน 2551 ทุน 3,000,000 บาท ตั้งอยู่เลขที่ 8/38 ซอยลาดพร้าว 93 (โชคชัย 3) ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง จังหวัดกรุงเทพมหานคร แจ้งประกอบธุรกิจห้องพักให้เช่าที่อยู่อาศัย นางสาว จุฑาทิพย์ วิลาด เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ 

ได้จดทะเบียนเลิกบริษัท ซึ่งนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนไว้แล้ว เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2554 และได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2554 บริษัท ไทย-อาฟริกา เฟรนชิฟ เทรดดิ้ง จำกัด จดทะเบียนจัดตั้ง 15 ธันวาคม 2548 ทุน 15,000,000 บาท ตั้งอยู่เลขที่ 8/38 ซอยลาดพร้าว 93 (โชคชัย 3) ถนนลาดพร้าว แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง จังหวัดกรุงเทพมหานคร แจ้งประกอบธุรกิจทำเหมืองแร่ทั้งในและต่างประเทศ นางสาว จุฑาทิพย์ วิลาด เป็นกรรมการและผู้ถือหู้นใหญ่อันดับสาม จำนวน 1.6667% มูลค่า 250,000 บาท 

ปัจจุบัน บริษัทนี้เป็นบริษัทร้างและสิ้นสภาพนิติบุคคลตั้งแต่วันที่นายทะเบียนได้ขีดชื่อออกจากทะเบียนแล้ว ตามความในมาตรา 1273/3 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563

ทั้งนี้ ข้อมูลที่สำนักข่าวอิศรา เปิดเผยทั้ง 5 บริษัทดังกล่าว กิจการเลิกไปแล้ว 3 แห่ง ร้างสิ้นสภาพนิติบุคคล 1 แห่ง ส่วนที่ยังดำเนินการอยู่มีเพียง 1 แห่งคือ บริษัท สบายดี แอร์เวย์ส 

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวอิศรา เปิดเผยข้อมูลอัปเดตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท นิวเจน แอร์เวย์ส จำกัด ทุนปัจจุบัน 400,000,000 บาท ตั้งอยู่เลขที่ 222 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศอาคาร 1 สนามบินดอนเมือง ชั้น 2 ห้อง 2337 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง จังหวัดกรุงเทพมหานคร แจ้งประกอบธุรกิจการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศที่มีตารางเวลา นางสาวจุฑาทิพย์ วิลาด ปรากฏชื่อเป็นกรรมการ และผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 (ณ 15 พฤษภาคม 2562) จำนวน 26% มูลค่าหุ้นที่ถืออยู่ 104,000,000 บาท ผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ นาย เชน เจิ้น ชาวจีน ถือหุ้น 39 % มูลค่าหุ้น 156,000,000 บาท

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศเรื่อง เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญรัตนาภรณ์

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ชั้น จตุตถจุลจอมเกล้า และเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 3 

เนื่องจาก นางสาวจุฑาทิพย์ วิลาด มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในการที่จะได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญรัตนาภรณ์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ชั้น จตุตถจุลจอมเกล้า และเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 3 ของนางสาวจุฑาทิพย์ วิลาด

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568

ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

‘ภราดร’แย้มเปิดสภาวิสามัญ 8-11 ธ.ค. ไม่รับปาก นายกฯ ชิงยุบสภา ถ้าฝ่ายค้านยื่นซักฟอก

'ภราดร'แย้มเปิดสภาวิสามัญ 8-11 ธ.ค.  ไม่รับปาก นายกฯ ชิงยุบสภา ถ้าฝ่ายค้านยื่นซักฟอก

‘ภราดร’แย้มเปิดสภาวิสามัญ 8-11 ธ.ค. ไม่รับปาก นายกฯ ชิงยุบสภา ถ้าฝ่ายค้านยื่นซักฟอก

วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.03 น.

“ภราดร” ย้ำ รัฐบาลพร้อมเปิดประชุมวิสามัญ ถกแก้ รธน. แย้ม 8-11 ธ.ค. ไม่รับปาก “อนุทิน” ชิงยุบสภาหรือไม่ หากฝ่ายค้านยื่นซักฟอก

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 20 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันท์ฐกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นขอทูลเกล้าฯ เปิดสมัยประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ว่า ตนได้เห็นความก้าวหน้าของการพิจารณาในชั้น กมธ. ซึ่งประเมินกันว่าภายในสัปดาห์หน้า โอกาสที่จะเสร็จมีสูง เพราะในวันที่ 21 พ.ย. การพิจารณาจะเสร็จสมบูรณ์ และสัปดาห์หน้าจะเป็นการทบทวน

นายภราดร กล่าวว่า ในส่วนของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ตนได้หารือกับนายกรัฐมนตรี ถึงแนวโน้มในการขอเปิดสมัยประชุมวิสามัญซึ่งนายกฯ และ ครม.ไม่ได้ขัดข้องอะไร และยืนยันมาตลอดว่าจะเร่งผลักดันให้รัฐธรรมนูญเดินหน้าเร็วที่สุด ซึ่งหากกมธ.มีความพร้อม และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จทันกรอบเวลา ก็พร้อมที่จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญ คาดว่าจะเป็นช่วงวันที่ 8-11 ธ.ค. ส่วนจะเป็นวันที่เท่าไหร่ต้องหารือและดูกันอีกที

เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีปัญหาหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ดูเหมือนจะเป็นคนละเรื่อง แต่ก็ผูกโยงกันได้บ้าง แต่แน่นอนว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องนำไปสู่การลงมติ ดังนั้นต้องดูญัตติว่าเป็นการอภิปรายครม.ทั้งคณะหรือรายบุคคล หากฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวตขึ้นมา ก็จะไม่มีรัฐบาลต่อ และต้องมีการโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่ หรือเป็นอำนาจนายกฯในการที่จะ ตัดสินใจทางการเมือง ซึ่งนายกฯอาจจะยุบหรือไม่ยุบสภาไม่มีใครตอบได้

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าหากมีการยื่นเปิดอภิปรายนายกฯ จะได้รับได้รับความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎร นายภราดร กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้กลัวการตรวจสอบ แต่เราประกาศตั้งแต่วันแรกว่าเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ดังนั้น การจะชนะเสียงในสภาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เราจึงต้องประสานงานกับทุกพรรคในการพิจารณากฎหมาย เพื่อใช้เวลาในช่วงช่วง 4 เดือนให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งเราพยายามหาความเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งที่ผ่านมากฎหมายผ่านเยอะมาก เทียบแล้วการผ่านกฎหมายในช่วง 4 เดือนนี้ เกือบจะมากกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น เป็นไปไม่ได้ที่เสียงของรัฐบาลจะชนะในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และต้องดูว่าหากเสียงโหวตไม่ไว้วางใจมีมากกว่า 247 เสียงหรือไม่ ถ้าหากมากกว่านั้น นายกฯ ก็อยู่ไม่ได้

นายกฯ ลั่นฆ้องส่งมอบโครงการขุดลอกแม่น้ำปิง บรรเทาอุทกภัยคนเชียงใหม่ ชื่นชมทุกหน่วยงานร่วมกันจนสำเร็จ

นายกฯ ลั่นฆ้องส่งมอบโครงการขุดลอกแม่น้ำปิง บรรเทาอุทกภัยคนเชียงใหม่ ชื่นชมทุกหน่วยงานร่วมกันจนสำเร็จ

นายกฯ ลั่นฆ้องส่งมอบโครงการขุดลอกแม่น้ำปิง บรรเทาอุทกภัยคนเชียงใหม่ ชื่นชมทุกหน่วยงานร่วมกันจนสำเร็จ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.57 น.

นายกฯ ลั่นฆ้องส่งมอบโครงการขุดลอกแม่น้ำปิง ชื่นชมทุกหน่วยงานร่วมกันเข้มแข็งจนสำเร็จ บรรเทาอุทกภัยคนเชียงใหม่ ขอสานต่อพลังความร่วมมือรักษาต่อไป ชี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น บอกรัฐบาลพร้อมหนุนโครงการทุกจังหวัด ยันเงินมีแน่ เตรียมไว้กว่าแสนล้าน หวังบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบทั้งต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ต้องเยียวยากันทุกปี

เมื่อเวลา 09 .10 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ก่อนเดินทางไปยังโรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ด้วยรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน กจ 8888 เชียงใหม่ เพื่อเป็นประธานพิธีส่งมอบโครงการเพิ่มศักยภาพการรองรับและการไหลของแม่น้ำปิงเพื่อป้องกันอุทกภัยเขตเมืองเชียงใหม่ ระยะเร่งด่วน ดำเนินการโดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนากองบัญชาการกองทัพไทย

โดย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของโครงการเพิ่มศักยภาพการรองรับและการไหลของแม่น้ำปิงเพื่อป้องกันอุทกภัยเขตเมืองเชียงใหม่ระยะเร่งด่วน โดยหลายปีที่ผ่านมาปัญหาอุทกภัยในเขตเมืองเชียงใหม่สร้างความเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สินและเศรษฐกิจของจังหวัดนี้อย่างมหาศาลโครงการนี้ไม่ใช่แค่การขุดลอกหรือขนดินออกจากลำน้ำเท่านั้น แต่เป็นการขุดขจัดปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนานสร้างความมั่นคงทางน้ำกลับคืนสู่พี่น้องเชียงใหม่อย่างเป็นรูปธรรม ขอชื่นชมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่กรมชลประทาน กองทัพไทยโดยเฉพาะหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จังหวัดเชียงใหม่และท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งแข่งกับเวลาเพื่อให้โครงการกำจัดภัยน้ำท่วมนี้เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือตัวอย่างที่ดีของภาครัฐและท้องถิ่นร่วมกันสนับสนุนพัฒนาบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนโครงการนี้จะเพิ่มความจุของแม่น้ำทำให้ลำน้ำลึกขึ้น กว้างขึ้น รับน้ำหลากได้มากขึ้นช่วยลดโอกาสน้ำท้วมล้นในเขตเมืองซึ่งจะเป็นการบรรเทาอุทกภัยในเมืองเชียงใหม่อีกทั้งยังสร้างความมั่นคงในฤดูแล้งช่วยเก็บน้ำไว้ใช้ได้มากขึ้นชุมชนจะมีน้ำเพียงพอในช่วงหน้าแล้งสำหรับการอุปโภคและบริโภครวมถึงการเกษตร

นอกจากนี้ยังมีผลประโยชน์จากทรายคุณภาพดีที่ขุดลอกขึ้นมาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายได้ช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐ แต่ถือว่าโครงการนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นสำคัญโครงการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำปิงอย่างยั่งยืน จากนี้ไปจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องใน 2 เรื่องหลักคือการบำรุงรักษาให้มีความต่อเนื่องและการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำไม่ว่าจะเป็นการป้องกันการบุกรุกป่าต้นน้ำการจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำทำให้น้ำไหลจากเหนือสู่ใต้ได้เป็นระบบและปลอดภัยต่อชุมชน รัฐบาลจะเดินหน้าสนับสนุนแผนงานระยะต่อไปอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการบริหารจัดการน้ำให้เกิดความสมบูรณ์และยั่งยืนทั่วทั้งจังหวัดครอบคลุมลุ่มน้ำปิงต่อไป สุดท้ายนี้ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง เพราะนี่คือความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกฝ่ายทุกคนขอให้สานต่อพลังความร่วมมือนี้ต่อไป เราต้องช่วยกันดูแลรักษาแม่น้ำให้เป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตความเจริญและความภาคภูมิใจของพี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่ตลอดจนผู้ที่มาเยือนเชียงใหม่ทุกคน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ตีฆ้องแสดงสัญลักษณ์ความสำเร็จในการดำเนินโครงการดังกล่าว ก่อนถ่ายภาพยกมือกดไลค์ร่วมกัน

จากนั้น นายกรัฐมนตรี และคณะร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลา บริเวณริมแม่น้ำปิง โดยเป็นพันธุ์ปลาตะเพียนและปลาสวาย จาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเชียงใหม่รวมทั้งหมด 100,000 ตัว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายกรัฐมนตรีปล่อยปลา ได้อุ้มเด็กนักเรียนขึ้นมา ร่วมปล่อยปลาด้วย พร้อมกล่าวหยอกล้อกับเด็กด้วยว่า “ให้ปล่อยหนูลงไปด้วยไหม” ก่อนที่นายกฯจะทำถังใส่ปลาหลุดมือ สร้างเสียงหัวเราะให้กับคณะที่ร่วมปล่อยปลา

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการดังกล่าวว่า โครงการนี้เป็นการทดลองให้เห็นว่า สิ่งที่ทำลงไปประสบผลสำเร็จ เป็นการร่วมมือเพื่อป้องกันและบริหารจัดการน้ำท่วม ซึ่งทางจังหวัดเชียงใหม่ได้รับความร่วมมือจากกองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยกองบัญชาการทหารพัฒนา มาช่วยกันขุดลอก รวมถึงกำจัดสิ่งกีดขวางวัชพืช ทางน้ำ ทั้งนี้จำได้ว่าปี 2567 สถานการณ์น้ำรุนแรงมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องของแม่น้ำอย่างเดียวแต่เป็นเรื่องของวัชพืชขยะมูลฝอย ซากต้นไม้ต่างๆ อยู่ในลุ่มแม่น้ำปิง ทำให้การไหลเวียนของน้ำช้า ขณะเดียวกันมีหลายสะพานมีวัชพืชไปติดคอสะพาน จึงทำให้น้ำระบายไม่ทัน ออกไปด้านข้างรถท่วมตัวเมือง ส่งผลความเดือดร้อนมากมาย ซึ่งขณะนั้นตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด หาความร่วมมือจัดการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซากและสนับสนุนเรื่องงบประมาณ ซึ่งรัฐบาลนี้ได้เตรียมการงบประมาณแสนกว่าล้านบาทไว้อยู่แล้ว ใช้ระยะเวลา 7 ปี หารแล้วตกเดือนละหมื่นกว่าล้านบาท มีเงินแน่ ไม่ต้องห่วง  ในการแก้ไขปัญหาระยะยาว เพื่อไม่ต้องมาจ่ายเยียวยากันทุกปี ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ แต่จังหวัดเชียงราย ก็ได้ดำเนินการแล้วและจะทำในทุกจังหวัด เพราะการเยียวยาปีหนึ่ง ตก 3-4 หมื่นล้านบาท ถ้าน้ำไม่ท่วมก็ไม่ต้องมีการเยียวยา จึงนำงบประมาณตรงนี้มาแก้ไขปัญหาระยะยาว เราเชื่อว่าระหว่างได้เงินเยียวยา กับชาวบ้านไม่ต้องประสบภาวะน้ำท่วม เชื่อว่าชาวบ้านไม่ต้องการน้ำท่วมมากกว่า เพราะเงินเยียวยาจ่ายเท่าไหร่ก็ไม่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมา ได้ย้ำให้กรมชลประทานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ 
(สทนช.) เร่งนำเสนอให้ ครม.อนุมัติโครงการระบายน้ำคู่ขนานต่างๆ 

ส่วนเรื่องสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกที่เป็นปัญหาอยู่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าต้องคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้คุยกันอยู่แล้ว 

‘อนุทิน’ ยิ้ม นักวิเคาระห์ชี้ตั้ง ‘ศุภจี’ เป็นแคนดิเดนายกฯ ภท.ได้เสียงเพิ่ม ย้ำยุบสภาเป็นอำนาจ ไม่ต้องปรึกษาใคร

'อนุทิน' ยิ้ม นักวิเคาระห์ชี้ตั้ง 'ศุภจี' เป็นแคนดิเดนายกฯ ภท.ได้เสียงเพิ่ม ย้ำยุบสภาเป็นอำนาจ ไม่ต้องปรึกษาใคร

‘อนุทิน’ ยิ้ม นักวิเคาระห์ชี้ตั้ง ‘ศุภจี’ เป็นแคนดิเดนายกฯ ภท.ได้เสียงเพิ่ม ย้ำยุบสภาเป็นอำนาจ ไม่ต้องปรึกษาใคร

วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.23 น.

“อนุทิน” ยิ้มรับหลังนักวิชาการมองเปิดชื่อ “ศุภจี” แคนดิเดตนายกฯ ส่งผลดีฐานเสียง บอกยุบสภา เป็นอำนาจ นายกฯ ไม่ต้องปรึกษาใคร ชี้ เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ต้องพร้อมเลือกตั้งเร็วที่สุด 

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.15 น.ที่จังหวัดเชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย  กล่าวถึงการเปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคภูมิใจไทยที่มีชื่อ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีนักวิชาการออกมาให้ความเห็นว่าจะสามารถช่วยดึงคะแนนของกลุ่มคนวัยทำงานได้เพิ่มมากขึ้น ถือว่าจะเป็นสัญญาที่ดีหรือไม่ ว่า  ทุกเรื่องเป็นเรื่องที่ดีหมด แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เปิดตัวอะไรทั้งสิ้น  ผู้สื่อข่าวถามมาก็เพียงตอบความคิดตัวเองไป ใครก็ตามที่มีความสามารถ ผลงาน และมีความตั้งใจในการทำงาน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะพรรคภูมิใจไทย ต้องเร่งหาคนที่มีฝีมือ หากเขามีความยินดีที่จะมาช่วยเหลือบ้านเมือง ก็ถือว่าเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย  และขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับนางศุภจี  แต่อย่างใด

เมื่อถามว่า มีการส่งสัญญาณยุบสภา ไปยังพรรคร่วมรัฐบาลแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องส่งสัญญาณ ตนเคยพูดมาตั้งแต่สมัยยังไม่เป็นนายกรัฐมนตรี ว่าเรื่องยุบสภาเป็นอำนาจที่จะเสนอ แต่สุดท้ายก็เป็นพระราชอำนาจ คนที่ทูลเกล้าฯให้ทรงวินิจฉัยคือนายกรัฐมนตรี  เพราะฉะนั้นนี่เป็นอำนาจในการนำขึ้นทูลเกล้าฯ อยู่ที่นายกรัฐมนตรีคนเดียว ไม่ต้องไปหารืออะไรกับใคร 

เมื่อถามย้ำว่าการเปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคภูมิใจไทยครบทั้งสามคน อาจเป็นการส่งสัญญาณชิงจังหวะยุบสภาก่อนกำหนดหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราเป็นการเมือง เราเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ต้องมีความพร้อมในการดำเนินการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด และต้องบริหารจัดการบ้านเมือง โดยรู้ว่ามีระยะเวลาที่จำกัด ซึ่งก็ต้องทำให้ดีที่สุด 

นายกฯ’อนุทิน’ถึงเชียงใหม่แล้ว ผู้ว่าฯ ส่วนราชการ ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

นายกฯ'อนุทิน'ถึงเชียงใหม่แล้ว ผู้ว่าฯ ส่วนราชการ ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

นายกฯ’อนุทิน’ถึงเชียงใหม่แล้ว ผู้ว่าฯ ส่วนราชการ ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.03 น.

นายกฯ “อนุทิน” ถึงเชียงใหม่แล้ว ผู้ว่าฯ ส่วนราชการ ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางถึงจังหวัดเชียงใหม่แล้ว โดยเครื่องบินได้ลงจอดที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 41  ซึ่งมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

หลังจากลงเครื่องแล้ว นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังพื้นที่สาธารณะประโยชน์ข้างสะพานเม็งราย ร่วมพิธีส่งมอบโครงการเพิ่มศักยภาพการรองรับและการไหลของแม่น้ำปิง และจะเดินทางต่อไปยังตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินคดีกับขบวนการนำคนต่างด้าวมาสวมตัวและทำหลักฐานเท็จ และการจับกุมยาเสพติด