‘มิวสิค–ปลายฟ้า’ เปิดชีวิตที่ต้องสู้กับทั้งโรคซึมเศร้า และความคาดหวังของวงการบันเทิง

‘มิวสิค–ปลายฟ้า’ เปิดชีวิตที่ต้องสู้กับทั้งโรคซึมเศร้า และความคาดหวังของวงการบันเทิง

‘มิวสิค–ปลายฟ้า’ เปิดชีวิตที่ต้องสู้กับทั้งโรคซึมเศร้า และความคาดหวังของวงการบันเทิง

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์ และ ปลายฟ้า ศิระอาชา นักแสดงนำจากซีรีส์เรื่อง “RUNAWAY หนีไปก็ตายเปล่า” เปิดเรื่องราวชีวิตเปลี่ยนผ่านจากไอดอลมาสู่นักแสดงซีรีส์ การดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจในวงการบันเทิง รวมถึงการรับมือกับความเครียดจากการเปรียบเทียบและการถูกวิจารณ์ และความคิดเห็นเกี่ยวกับกระแส Girls’ Love ที่กำลังมาแรง

ปัจจุบันพวกคุณเป็นนักแสดงจากซีรีส์เรื่องอะไร ?

ปลายฟ้า : พวกเรากำลังเป็นนักแสดงค่ะ จากซีรีส์ชื่อว่า Run away the series หนีไปก็ตายเปล่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่อง GL แนวผีครั้งแรกของไทย

ก่อนหน้านี้มิวสิคเคยอยู่ BNK มาก่อน ?

มิวสิค : ใช่ค่ะ คือจริง ๆ ตอนแรกอยู่ในวง ก็ได้มีโอกาสแสดงหนังกับพี่คงเดช เลยรู้สึกว่า สายหนังเป็นสายที่เราทำแล้วสนุก นอกจากการเป็นไอดอล พอหลังจากแกรดฯ ก็เลยมาสายนี้แบบเต็มตัว รู้สึกสนุกที่ได้ทำเวิร์คช็อป หรือได้เข้าไปอยู่ในคาแรคเตอร์

แล้วคิดว่าจะไม่กลับไปเป็นไอดอลแล้วใช่ไหม ?

มิวสิค : อาจจะเพราะว่ายุคเปลี่ยนด้วย มีเด็กหลาย ๆ คนที่มีทาเลนต์ทั้งร้อง เต้น ทำได้ทุกอย่าง เลยรู้สึกว่าในเมื่อเรายังสนุกกับตรงนี้อยู่ก็อยากจะ Enjoy ตรงนี้ให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าวันหนึ่งเราคิดถึงเวทีก็อาจจะมีโอกาสได้กลับไปอยู่ตรงนั้นก็เป็นได้ค่ะ

ปลายฟ้า : ตอนนี้ยังเป็นศิลปินอยู่ค่ะ อยู่ วง Bis ค่าย Genes ของ Mamie ค่ะ งานหลักของหนูคือยังเป็นศิลปิน ยังซ้อมร้องซ้อมเต้นอยู่ แต่ตอนนี้มีซีรีส์เข้ามาก็เลยแสดงด้วย สำหรับหนูรู้สึกว่าการแสดงมันยากกว่า เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เราคุ้นชินหรือทำทุกวันเหมือนร้องเหมือนเต้น

 ได้ข่าวว่าก่อนมาเป็นไอดอล เคยเป็นนักเต้นมาก่อนและเคยบาดเจ็บด้วย ?

ปลายฟ้า : ใช่ค่ะ หนูแข่งเต้นฮิปฮอปมาตลอดทั้งชีวิต การเต้นฮิปฮอปต้องมีการ เบาซ์ (Bounce) ตลอดเวลา ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับเข่า หัวเข่าเสียดสีกันเรื่อย ๆ เลยทำให้ เข่าเสื่อม ตอนไปหาหมอ หมอบอกว่าปกติอาการนี้เกิดจากคนที่มีอายุ 40-50 ขึ้นไป แต่ตอนนั้นหนู 20 ค่ะ เสื่อมแล้ว

ตอนนี้ดูแลตัวเองอย่างไรบ้างเพื่อให้ยังเต้นต่อไปได้ ?

ปลายฟ้า : ต้องหาวิธีเซฟตัวเอง โดยการออกกำลังกายตรงหน้าขาเยอะ ๆ เพื่อให้มีกล้ามเนื้อมาช่วยพยุงเข่า เพราะปกติคนที่เข่าเสื่อมเป็นเพราะน้ำหนักตัวเยอะ ทุกวันนี้ที่เต้นก็ยังเจ็บเป็นบางจังหวะ แต่หมอบอกว่ามันไม่มีทางหาย นอกจากว่าต้องเลิกเต้น แต่เราเลิกไม่ได้เพราะเราชอบ หนูยอมรับว่ามันเป็นความเสี่ยงที่คุ้ม

มีวิธีการดูแลรูปร่างยังไง ?

ปลายฟ้า : หนูไม่ลดการกิน เพราะเคยลองตัดคาร์โบไฮเดรตอย่างเดียวแต่เพิ่มโปรตีน สุดท้ายก็ วูบอยู่ดีตอนเต้น เพราะเราใช้แรงเยอะ หนูเลยติดกล้วยไว้ เพราะว่ากล้วยให้พลังงานเร็วมาก นอกจากนี้หนูมีปัญหาว่าเวลาเหนื่อยมาก ๆ ก็จะติดกินน้ำเขียว น้ำแดงให้มันมีพลัง หนูเป็นคนชอบยกเหล็กค่ะ ชอบเวทจัด ๆ เลย มันเหมือนเสพติดไปแล้ว วันไหนไม่ได้ยกจะรู้สึกคันไม้คันมือ ถึงขนาดที่บางครั้งต้องแอบวิดพื้นในห้องน้ำ ดันกำแพงอยู่ จริงๆแล้วหนูอยากเป็นนักมวยมาตั้งแต่เด็กด้วยแต่ทุกวันนี้ยังไม่เคยได้ลอง

ในการเป็นไอดอลสุขภาพจิตที่โดนสั่งว่าจะต้องมีรูปร่างหน้าตาหุ่นแบบนี้ เราดูแลเรื่องนี้ยังไง ?

มิวสิค : เมื่อก่อนในวงไม่ค่อยมีการคุมน้ำหนักแบบจริงจัง เพราะตอนนั้นพวกหนูยังเด็กมากๆ ก็เลยกินน้อยจนเกินไป กินแต่ผักมื้อเย็นจบ ไม่กินข้าว ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนแล้ว

ปลายฟ้า : ต้องควบคุมตลอดแต่ว่าพูดตามตรงว่าคุมไม่ได้ เพราะว่าด้วยความที่เราต้องเต้นตลอด หนูว่ามันคือพลังงานที่สำคัญเลย ยิ่งคาร์โบไฮเดรตที่คนบอกให้ตัดจริงๆแล้วมันไม่ได้ เราก็กินแต่แคต้องรู้ว่ากินให้มันน้อยกว่าที่เราใช้ในวันนั้น คิดว่าถ้าเราไปซีเรียสกับมันเกินไปเราจะอ้วนเพราะความเครียดมากกว่า

สุขภาพจิตใจเป็นอย่างไรบ้าง เพราะเข้าวงการมาตั้งแต่ยังเด็ก เคยมีช่วงดาวน์ในชีวิตไหม ?

มิวสิค : มีค่ะ วงหนูมีการแข่งขันที่สูงมาก ทำให้เกิดการเปรียบเทียบได้ชัด สิกไม่ยอมให้คำพูดของคนอื่นมาเปลี่ยนจิตใจของเรา แต่เคยมีช่วงดาวน์จริง ๆ หนูเคยมีปัญหาตอนไปแสดง เรื่องสยองขวัญ ตัวละครดิ่งดาวน์ตลอดเวลา หนูใช้ Method Acting สะกดจิตให้ใช้ชีวิตเหมือนกับว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของเราตลอดเวลา หนูรับหลาย ๆ อย่างของตัวละครนั้นเข้ามาอยู่ในตัว ใช้ชีวิตทุกวันโดยรู้สึกว่าไม่ควรมีความสุขกับสิ่งที่ได้รับ อยากหายไปจากตรงนี้ตลอดเวลา แม้ถ่ายเสร็จแล้วก็ เอาไม่ออก ไม่เคยเอาออกไปได้จนถึงตอนนี้ น่าจะประมาณ 3-4 ปีได้ ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว เพราะเริ่มรู้ตัวและพยายาม appreciate กับสิ่งต่าง ๆ ที่ได้รับ

ปลายฟ้า : หนูมีปัญหาตอนเป็นศิลปิน บุคลิกหนูแมนมาก แต่ตอนเทรนต้องมีคลาสที่ต้องให้เราเป็นผู้หญิง หนูหาตัวเองไม่เจอ กดดันตัวเองมาก เครียดมาก ๆ จน เป็นซึมเศร้า เลยตอนนั้น เพราะรู้สึกไม่ชอบตัวเอง สุดท้ายแล้วทำให้เราเข้มแข็งขึ้นมาเอง โดยการตั้งสติแล้วถามตัวเองว่าเราชอบอะไรกันแน่ แล้วก็เป็นอย่างนั้นไปเลย สิ่งที่ยึดถือคือ “ช่างแ*”** (ถ้าไม่เดือดร้อนใคร) เพราะบางอย่างมันต้องช่างมันจริง ๆ ไม่งั้นเราจะเป็นบ้าอยู่คนเดียว

มิวสิคที่เปิดเผยว่าชอบผู้หญิงมานานแล้ว รู้สึกอย่างไรกับกระแส GL ที่กำลังมา และซีรีส์นี้เป็น GL เต็มตัว ?

มิวสิค : สิกชอบผู้หญิงและ Out มานานมากแล้ว GL เลยเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่อยากเล่น แต่เรื่องนี้ ไม่เชิงว่าเป็น GL ซะจริง ๆ มันเป็นเรื่องผีซะมากกว่า ความสัมพันธ์ของเราคือการช่วยเหลือกันและมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นแฟนกัน เป็นความผูกพันมากกว่า

มีปัญหาเกี่ยวกับการไม่ยอมรับจากที่บ้านไหม ?

มิวสิค : เมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ เวลาพาคนรักที่เป็นผู้หญิงมาที่บ้าน ก็จะเกิดการ ไม่ยอมรับในการปฏิบัติ ที่บ้านจะเรียกคนรักว่า “เพื่อน” ตลอดเวลา แม้ตอนนี้ก็ยังเหมือนปิดตาข้างนึงอยู่ เพราะเขามีความเชื่อว่าอยากจะเห็นหลาน แต่หนูรู้สึกว่าตัวเองมั่นคงในจุดนี้แล้ว ต่อให้เขาไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร

ปลายฟ้ากับที่บ้านมีปัญหาเรื่องนี้ไหม ?

ปลายฟ้า : โอเคค่ะ พ่อแม่เคยห่วงหนูมาก แต่พอเขาหมดห่วง เขาก็บอกแค่ว่า ขอให้หนูมีความสุข ดูแลตัวเองให้ได้ อยู่ให้ได้ในวันที่เขาไม่อยู่เท่านั้นแหละ

รวมพลังบุญศิลปินดารา ‘ก้าวด้วยธรรม’ ครั้งที่ 9 ณ ลานคนเมือง

รวมพลังบุญศิลปินดารา ‘ก้าวด้วยธรรม’ ครั้งที่ 9  ณ ลานคนเมือง

รวมพลังบุญศิลปินดารา ‘ก้าวด้วยธรรม’ ครั้งที่ 9 ณ ลานคนเมือง

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เป็นงานวิ่งมหากุศลครั้งใหญ่ประจำปีที่แฟน ๆ ต่างรอคอย  สำหรับงานเดิน – วิ่ง การกุศล “ก้าวด้วยธรรม” ครั้งที่ 9 เพื่อ 19 โรงพยาบาล   งานนี้เหล่าคนดัง ดาราสายบุญ พระเอกหนุ่มพี่ใหญ่จากช่อง 3  เกรท – วรินทรโบ๊ท  –  ธารา พร้อมด้วย ลีซอ-ธีรเทพ ,สหนันท์ จารุจินดา อินฟลูเอนเซอร์  นำขบวนนักวิ่ง ศิลปินดาราจากช่องวัน 31 อาทิ ทอย – ปฐมพงศ์ , เจมส์ -เจตพล, เดียร์ – ลิลลี่ , ยศ – ณัฏฐ์ศรุต และพระเอกดาวรุ่งจากช่อง 7HD โดย แทน-บุรันช์รัตน์ หอมบุตร, บิ๊กเอ็ม – สุเมธา รอยสี, นักแสดงจากบริษัท จูเวไนล์ จำกัด เจน – กุลจิราณัฐ , แจกัน – อรวรรยา  โตสมบัติ,  เดวิด – กิตติกวิน  , ขอบเขต- ณัทครินทร์, ซี- ฟรองซัวส์ เดอ เซเดอเลอร์ และนักแสดงจากสังกัด HOMEHUG Studio  คิวชู- ชยานนท์, เฟิร์ส-ณัฐชยนันท์, เอิร์ธ – ปฎิ, โมเดล – ศุภปนัสม์ พร้อมด้วยดาราคนรุ่นใหม่ แทนตะวัน ทัดเดโอ, ฟ๊อกซ์ ปรเมษฐ์, แทน – เรืออากาศโทภูวรัตน์, แสงเหนือ สุรทิน, ท็อป-ณทรรศ,รีฟ – ซารีฟ และอีกมากมาย ร่วมก้าวด้วยธรรม นำทางพลังบุญกันอย่างคับคั่ง

โดยบรรยากาศภายในงาน  มีนักวิ่งสายบุญ แฟน ๆ ก้าวด้วยธรรม  ทั้งขาประจำไปร่วมบุญทุกปี และนักวิ่งหน้าใหม่ต่างไปรวมตัวกันตั้งแต่เช้ามืด เต็มลานคนเมืองซึ่งเป็นจุดสตาร์ท ท่ามกลางความพร้อมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความฟิตของร่างกาย และจิตใจ  ที่มีทั้งรอยยิ้ม ความสุข สุขภาพดี  โดยปีนี้เสื้อวิ่งเป็นสีม่วง เป็นสีประจำคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า  กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และได้พระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย ส.ธ ประดับที่เหรียญ  “ก้าวด้วยธรรมเพื่อ ๑๙ โรงพยาบาลครั้งที่ ๙” เพื่อเชิดชูพระเกียรติคุณ พระเมตตาคุณ พระกรุณาคุณ ในสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณสังวรอีกด้วย   นอกจากนี้ยังมีตัวแทนนักวิ่ง และผู้สนับสนุนใจดี ที่ตั้งใจมาร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่ง กันแน่นขนัด โดยนักวิ่งได้สัมผัสการวิ่งสุดอิ่มใจ บนเส้นทางประวัติศาสตร์ที่สวยงามที่สุด รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ในระยะทาง เดินวิ่งเพื่อสุขภาพ Fun Run ระยะ 5 กิโลเมตร และวิ่งมินิมาราธอนระยะ 10.5 กิโลเมตร  ซึ่งงานนี้ได้เหล่าพิธีกรตัวท็อปของประเทศ “เปอร์ – สุวิกรม, ปอ-อรรณพ ,แอ๊ด – ไชยวัฒน์ ,ดีเจอรรณพ , วิน ชวนชัย , สต๊อบ ภูริวัชร์ ฯลฯ มาร่วมเฮฮาสร้างบรรยากาศสุดสดชื่นและเป็นกันเองใกล้ชิดกับนักวิ่งทุกคนให้เต็มไปด้วยความสุข สมเป็นงานวิ่งรวมพลังบุญที่อิ่มใจที่สุดจริง ๆ 

‘โฆษก กมธ.แก้รธน.’ เผยปรับเนื้อหาร่างฯให้มี‘35กมธ.ยกร่างฯ-คณะฟังความเห็นอีก35คน’

‘โฆษก กมธ.แก้รธน.’ เผยปรับเนื้อหาร่างฯให้มี‘35กมธ.ยกร่างฯ-คณะฟังความเห็นอีก35คน’

‘โฆษก กมธ.แก้รธน.’ เผยปรับเนื้อหาร่างฯให้มี‘35กมธ.ยกร่างฯ-คณะฟังความเห็นอีก35คน’

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.54 น.

‘โฆษก กมธ.แก้รธน.’ เผยปรับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ให้มี ‘35กมธ.ยกร่างฯ-คณะฟังความเห็นอีก35คน’ มาจาก‘รัฐสภา’ เฟ้นเลือก ยันจะหาช่องทางดึงประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด – วางกลไกป้อง ‘ครอบงำ’ จากฝ่ายการเมือง

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2568 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา แถลงผลการประชุม กมธ.ฯ ซึ่งมีข้อยุติต่อประเด็นการกำหนดให้ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรมนูญ เป็นองค์กรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพียงองค์กรเดียวว่าที่ประชุมได้ลงมติในหลักการที่ได้ข้อยุติแล้ว คือให้มี กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน และ ให้มีกรรมการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน จำนวน 35 คน แทนสภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้การพิจารณาถือว่าผ่านในหลักการสำคัญแล้ว ประเด็นต่อไปจะหารือในรายละเอียดที่มาของกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมการรับฟังความคิดเห็น อย่างไรก็ดี กมธ.ได้หารือถึงฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้นต่างๆ จึงต้องพูดคุยเพื่อให้มีข้อสรุปที่รอบคอบมากยิ่งขึ้น

นายนรเศรษฐ์ กล่าวถึงหลักการที่จะทำให้เกิดการยึดและเชื่อมโยงกับประชาชน ว่าความเห็นกมธ.ทุกคนเห็นด้วยกับการมีการเลือกตั้งโดยประชาชน แต่ที่ต้องโหวตแก้ไขในประเด็นสภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเกรงว่าจะขัดกับคำวินิจฉัยหรือความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำให้การผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องล่าช้า 

“ถ้ากระบวนการเริ่มต้นของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่สามารถทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการต้นน้ำได้ เช่น การเลือก สสร. สามารถมุ่งเน้นกระบวนการกลางน้ำ หรือ การมีส่วนร่วม รับฟังความเห็นของประชาชนได้ ซึ่งกมธ.ได้คุยในหลักการว่าจะออกแบบกระบวนการดังกล่าวให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และมีความหมายมากให้ที่สุด เพื่อชดเชยการไม่มีคูหาเลือกตั้งได้” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า ในขั้นตอนต่อไป กมธ.จะหารือในรายละเอียดเพื่อกำหนดที่มาของ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญและ กรรมการรับฟังความคิดเห็น  การวางบทบาท  รวมถึงคุณสมบัติ  ดังนั้นคนที่จะสมัครเข้ามาจะแตกต่างตามบทบาทหน้าที่ ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบ ซึ่งในกระบวนการคัดเลือกต้องให้รัฐสภาเป็นผู้เลือก

เมื่อถามว่า จะมีการกำหนดกลไกเพื่อไม่ให้ฝ่ายการเมืองใช้อิทธิพล หรือ เข้ามาครอบงำการเลือกกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญและ กรรมการรับฟังความเห็นอย่างไร นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า มาตราที่จะพิจารณาต่อจากนี้ คือ กระบวนการที่ป้องกันที่จะเกิดความเสี่ยงที่ทำให้เสียงข้างมากของรัฐสภาลากไป  ซึ่งเป็นกระบวนการที่ป้องกันการครอบงำของฝ่ายการเมือง

ด้านน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวว่า เหตุผลที่ที่ประชุมโหวตเสียงข้างมากให้เปลี่ยนแปลงจากสภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรรมนูญ ไปเป็น คณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะข้อเสนอดังกล่าว กมธ.ไม่เห็นด้วย เพราะมีที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นกมธ.ต้องพิจารณาทางเลือกอื่น ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อเสนอซึ่ง นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เสนอ อย่างไรก็ดีคณะกรรมการรับฟังความเห็นฯ ที่ให้มี 35 คนนั้น จะมีที่มาจากการเลือกของรัฐสภา 

เมื่อถามว่ากมธ.กังวลใจหรือไม่ ว่าข้อสรุปของกมธ. จะเกิดการถกเถียงในชั้นของรัฐสภา เพราะสสร. ถือเป็นองค์กรที่ได้รับการเชื่อถือจากการร่างรัฐธรรมนูญมาก่อน น.ส.พนิดา กล่าวว่า  กมธ.มีเหตุผลที่จะสนับสนุนและตอบคำถามของสมาชิกรัฐสภาได้ อย่างไรก็ในการพิจารณาของกมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญจะหาทางเพื่อป้องกันการผูกขาดโดยเสียงข้างมากของรัฐสภา

ขณะที่ พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวว่า สำหรับการพิจารรณาของกมธ. กำหนดว่าภายในวันที่14 พ.ย. นี้จะทำเนื้อหาให้เสร็จสิ้น จากนั้นวันที่  18-19 พ.ย. จะเชิญผู้เสนอคำแปรญัตติให้เข้าชี้แจง และเมื่อทำเสร็จแล้วจะกำหนดวันประชุมร่วมกันของรัฐสภา เบื้องต้นจะเป็นการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการลงมติเพื่อตัดสิน ว่าจะเลือกแนวทางใด ระหว่าง กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ  เพียงองค์กรเดียว หรือ ให้มีสภาร่างธรรมนูญ และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ พบว่า มติข้างมาก 22 ต่อ 8 เห็นด้วยให้มีเฉพาะกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเสียงข้างมากนั้นได้รับการสนับสนุนจาก กมธ.ฝั่งพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และสว.ส่วนใหญ่ ขณะที่เสียงข้างน้อย เป็นกมธ.ของพรรคเพื่อไทย และแนวร่วมส่วนประเด็นการตัดสภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญออกไป และเปลี่ยนให้เป็น คณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น มติออกมาคือ 22 ต่อ 9 เสียง

‘สุรเดช’ของขึ้น แนะรัฐบาลเลิกคุย’เขมร’ทุกเวที ซัดกลับกลอก เชื่อถือไม่ได้

'สุรเดช'ของขึ้น แนะรัฐบาลเลิกคุย'เขมร'ทุกเวที ซัดกลับกลอก เชื่อถือไม่ได้

‘สุรเดช’ของขึ้น แนะรัฐบาลเลิกคุย’เขมร’ทุกเวที ซัดกลับกลอก เชื่อถือไม่ได้

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.11 น.

‘สุรเดช’ของขึ้น แนะรัฐบาลเลิกคุย’เขมร’ทุกเวที ซัด กลับกลอก เชื่อถือไม่ได้ หนุนฟ้องสหประชาชาติ ประชาคมโลก ให้เห็นพฤติกรรมเจ้าเล่ห์
ไม่ใช่แค่ ‘อเมริกา – มาเลเซีย’ บอกใจดีกับเสือสักวันอาจถูกเสือกัดตาย ชื่นชม’นายกฯ’ มอบการตัดสินใจให้กองทัพ ลั่น อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด รบเป็นรบ

เมื่อวันที่ 12พ.ย.2568 นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่ทหารไทย เดินลาดตระเวนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาแล้วเหยียบกับระเบิดจนขาขาดอีกแล้วว่า ตนขอพูดในนามส่วนตัวในฐานะที่ตนติดตามเรื่องนี้มาตลอด เคยพูดแล้วว่าเขมรเชื่อถือไม่ได้ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว ตนเคยเสนอให้ยกเลิกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเวที JBC  GBC หรือ RBC  ซึ่งรัฐมนตรีที่ไปเจรจาในอดีตและมีข้อตกลงกลับมา 13 ข้อ ก็คือพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบันนั่นเอง ซึ่งตอนนั้น ตนก็บอกแล้วว่าให้ยกเลิกให้หมด เพราะเขมรไม่มีความจริงใจ เมื่อเขาไม่มีความจริงใจ อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะต่างฝ่ายต่างอยู่ เราก็กั้นรั้วแบบถาวรไป โดยใช้แผนที่ 1/50,000 ยึดหลักเขตตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5  เพราะในหลักเขตจะมีสลักชื่ออยู่แล้วว่าเป็นแผ่นดินสยาม หรือกัมพูชา ซึ่งชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นเราสามารถสร้างกำแพงในหลักเขตของเราได้เลย 

นายสุรเดช กล่าวว่า เขมรต้องแสดงความจริงใจก่อน โดยเฉพาะการถอนอาวุธหนัก ถอนกำลังทหารออกไปให้หมด ไม่ต้องรอการเจรจา ตอนนี้ไม่ต้องมาพูดแล้วว่าเป็นพื้นที่พิพาทหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเขมรละเมิดเรามาตลอด ดังนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องมาสนใจแล้ว
ส่วนด่านที่บริเวณชายแดนนั้น ในเมื่อความสัมพันธ์ 2 ประเทศย่ำแย่แบบนี้ ก็ควรจะปิดด่านแบบถาวรไปเลย 

ส่วนคนไทยที่เคยค้าขายกับเขมรก็ต้องปรับตัว ไปหาตลาดอื่นต่อไป เพราะถ้าเขมรมีความจริงใจกับเราจริงๆ ก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการสู้รบกันก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่จะต้องซ่อมให้เรา หรือการชดเชยให้ประชาชนที่เสียชีวิต 

‘อย่างที่ผมเคยพูดไว้ เขมรคบไม่ได้จริงๆ โดยเฉพาะ 2 พ่อลูก ฮุนเซนและ ฮุนมาเนต และตราบใดที่รัฐบาลไทยพยายามจะเอาน้ำเย็นเข้ารูป หรือยังพยายามที่จะใจดีสู้เสือ สักวันหนึ่งก็ต้องถูกเสือกัดตาย เราไปลูบหัวมัน ใจดีกับมัน แต่พอถึงเวลามันก็มาแว้งกัดเรา เพราะฉะนั้นเลิกเจรจา ยกเลิกทุกอย่างรวมไปถึง MOU 43 -44 ด้วย เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว MOU ที่เราทำมา 25 ปีเราได้ไปประโยชน์ตรงไหนบ้าง กระทรวงการต่างประเทศซึ่งที่ผ่านมาแอคชั่นได้ดีอยู่แล้ว ก็อยากให้ขยายผลต่อ ด้วยการบอกทั้งโลก บอกสหประชาชาติ ให้รับรู้ถึงพฤติกรรมของเขมร ไม่ใช่บอกเฉพาะมาเลเซียหรือ อเมริกาที่เป็นประเทศที่ 3 เท่านั้น แต่ต้องแจ้งให้ทั้งประชาคมโลกได้รู้ว่าเราไม่ได้เป็นคนเริ่ม เขมรต่างหากที่เป็นคนเริ่มตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ยังไม่ทันได้เซ็นปฏิญญาสันติภาพ เขมรก็มาทำแบบนี้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นจบเลยดีกว่า อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด และถ้าเขมรยังรุกรานอีก เราก็จะต้องตอบโต้ให้สมน้ำสมเนื้อ เราต้องใช้ไม้แข็งได้แล้ว ถ้าจำเป็นต้องใช้กำลัง ใช้อาวุธ ก็ต้องใช้ ’

นายสุรเดช กล่าวด้วยว่า ขอชื่นชมการตัดสินใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าจะมอบอำนาจการตัดสินใจให้กับกองทัพ การดำเนินการใดๆให้เป็นเรื่องของทหาร ซึ่งตนเห็นด้วย เพราะทหารมียุทธศาสตร์ในการดำเนินการอยู่แล้ว มีประสบการณ์ และมีความพร้อม รัฐบาลทำหน้าที่เป็นเพียงแค่พี่เลี้ยงให้ก็พอแล้ว ตนขอสนับสนุนให้เดินหน้าต่อไป เพราะเรื่องนี้เรายอมต่อไปไม่ได้แล้ว ถ้าเขมรยังคงลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิด และยังรุกล้ำเข้ามาอีก เราก็จำเป็นต้องมีการปะทะ ดังนั้นก็ปล่อยให้ทางทหารได้พิจารณาและตัดสินใจดำเนินการได้เลย 

​‘โตโต้’อุบชื่อนักการเมือง‘ส.’ เอี่ยวเว็บพนันเพิ่ม ขอรอเปิดพรุ่งนี้

​‘โตโต้’อุบชื่อนักการเมือง‘ส.’ เอี่ยวเว็บพนันเพิ่ม ขอรอเปิดพรุ่งนี้

​‘โตโต้’อุบชื่อนักการเมือง‘ส.’ เอี่ยวเว็บพนันเพิ่ม ขอรอเปิดพรุ่งนี้

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.07 น.

“โตโต้”อุบชื่อนักการเมือง”ส.” เอี่ยวเว็บพนันเพิ่ม ขอรอเปิดพรุ่งนี้ แย้มเป็น สส.พฤตินัยอยู่พรรคหนึ่ง นิตินัยอยู่อีกพรรคหนึ่ง ด้าน”กมธ.มั่นคงฯ”เรียก”ชนนพัฒฐ์-สมยศ” 2 สส.สงขลา ให้ข้อมูลปมเว็บพนันออนไลน์พันเอี่ยวโยง

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ที่รัฐสภา นายปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและกทาปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุเปิดอีกชื่อ!! นักการเมืองดัง อักษรย่อ ส.เสือ เอี่ยวเว็บพนัน นั้น ว่า พรุ่งนี้ (13 พ.ย.68) จะมีการประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นวาระเรื่องร้องเรียน กรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่ได้มาร้องกับ กมธ.ไว้ก่อนหน้านี้ โดยเราได้ข้อมูลที่ค่อนข้างมีน้ำหนัก ซึ่งในทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่มาสู่การดำเนินการชี้มูลของคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ หรือ ก.ร.ตร.ไปแล้ว กับนายตำรวจกว่า 200 นาย ซึ่งนอกจากนี้ยังปรากฏชื่อบางส่วนเป็นบุคคลภายนอก ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณกว่า 30 คน โดยตนตรวจพบว่า ปรากฏชื่อเป็นนักการเมือง ทั้งท้องถิ่นและระดับชาติอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่ง ช.ช้าง คงทราบกันแล้ว ส่วน ส.เสือ นั้น ไม่คิดว่าเป็นรายชื่อใหม่ ดังนั้น พรุ่งนี้คงจะได้ระแคะระคายกันเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม มีรายชื่อนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังอีกประมาณ 2 – 3 คน และเรากำลังตามเรื่องกันว่าดำเนินการถึงขั้นไหนแล้ว 

เมื่อถามว่า ส.เสือ อยู่ในพรรคการเมืองเล็ก หรือพรรคใหญ่ นายปิยรัฐ ระบุว่า ส.เสือ ระดับชาติ เป็น สส.ซึ่งทางนิตินัยอยู่พรรคหนึ่ง และพฤตินัยอยู่พรรคหนึ่ง เมื่อถามย้ำว่า มีความเชื่อมโยงกับ ช.ช้าง อย่างไร นายปิยรัฐ กล่าวว่า เป็น สส.เหมือนกัน ซึ่งอุดมการณ์อาจจะคล้ายกัน ขอให้รอติดตามในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ย.) คงจะมีรายชื่อออกมา

เมื่อถามย้ำอีกว่า ช.ช้าง กับ ส.เสือ นอกจากจะเป็น สส.เหมือนกัน ยังมีความเชื่อมโยงอื่นอีกหรือไม่ นายปิยรัฐ กล่าวว่า มีความเชื่อมโยงเส้นเงินมาจากบุคคลเดียวกันคือ บุคคลที่โอนเงิน หรือชำระเงินผ่านเส้นเงินเดียวกัน ถ้า ช.ช้าง มีความผิด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.ถึงขนาดชี้มูลความผิดต้องอายัดทรัพย์ ตนคิดว่า ส.เสือ ก็คงต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้กระจ่าง ไม่เช่นนั้นจะเป็นที่ครหากับสังคม

นายปิยรัฐ กล่าวต่อว่า ชื่อ ส.เสือ ดังกล่าวเป็นผู้ชาย ซึ่งพรุ่งนี้คาดว่าจะมีการระบุชื่อได้ เพราะในหลักฐานและพยาน ตนคิดว่า มีการดำเนินคดีไปแล้วในเบื้องต้น แต่พรุ่งนี้จะปรึกษากับประธานคณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมของคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ ในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ย.) จะมีวาระการประชุมประเด็นที่ปรากฏว่า กรณีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยร้ายแรง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกกว่า 200 นาย ในกรณีรับส่วยจากกระบวนการเว็บพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมได้แก่ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม และนายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมประชุมด้วย

‘นายกฯ’ยันรัฐบาลไม่ทอดทิ้งชาวบ้านน้ำท่วม เตรียมงบจ่ายชดเชยรายเดือนพื้นที่รับน้ำจนกว่าน้ำลด

‘นายกฯ’ยันรัฐบาลไม่ทอดทิ้งชาวบ้านน้ำท่วม เตรียมงบจ่ายชดเชยรายเดือนพื้นที่รับน้ำจนกว่าน้ำลด

‘นายกฯ’ยันรัฐบาลไม่ทอดทิ้งชาวบ้านน้ำท่วม เตรียมงบจ่ายชดเชยรายเดือนพื้นที่รับน้ำจนกว่าน้ำลด

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.59 น.

‘อนุทิน’เยี่ยม‘น้ำท่วม’ให้กำลังใจ‘ชาวอ่างทอง’ ขอชาวบ้านระบายความทุกข์บ่น-ด่ามาได้เลย เตรียมงบจ่ายชดเชยรายเดือนพื้นที่เกษตร-ไร่นารับน้ำจนกว่าน้ำลด ยันรัฐบาลไม่ทอดทิ้ง เร่งนำเรื่องเยียวยาเข้าครม.

เมื่อเวลา 11.45 น.วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และคณะ ออกเดินทางจากสนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม.2 รอ. เขตพญาไท กรุงเทพฯ ลงพื้นที่ จ.อ่างทอง โดยระหว่างทางเฮลิคอปเตอร์บินวนดูพื้นที่รับน้ำตั้งแต่ จ.พระนครศรีอยุธยา , อ่างทอง , สิงห์บุรี และชัยนาท แล้ววนกลับทางสุพรรณบุรี และเข้าอ่างทอง

จากนั้นเวลา 12.30 น. นายกฯ เดินทางถึงจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ สนามกีฬาโรงเรียนปาโมกข์วิทยาภูมิ ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย และมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล  รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม  นายศักดา วิเชียรศิลป์  รมช.มหาดไทย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะ สส.อยุธยา เขต 4  และนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตสส.อ่างทองหลายสมัย

นายกฯ กล่าวว่า ตนมีความเป็นห่วงเป็นใยสถานการณ์น้ำท่วม ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณพี่น้องด้วยหัวใจเป็นห่วงพ่อแม่พี่น้องจริงๆที่ต้องผจญกับความยากลำบากจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเราจะไปโทษธรรมชาติอย่างเดียวก็ไม่ได้เพราะเราเป็นรัฐบาล เราต้องมีความรับผิดชอบในการที่จะบริหารสถานการณ์ให้กับพ่อแม่พี่น้องให้ดีที่สุด ตนจึงได้ขอให้นายภราดร ซึ่งเป็นสส.ของชาวอ่างทองในช่วงน้ำท่วม ถ้าไม่จำเป็นให้ทำงานในพื้นที่อ่างทองไม่ต้องทิ้งพ่อแม่พี่น้อง ยกเว้นภารกิจสำคัญจริงๆ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ก็ให้ไปทำงานที่กรุงเทพฯแต่หลังจากนั้นก็ขอให้รีบกลับมาดูแลแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดอ่างทองและจังหวัดใกล้เคียงใช้เวลาในพื้นที่ให้มากที่สุด ตนเข้าใจดีว่าเป็นปัญหาที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นความทุกข์เรื้อรังของพวกเราในฐานะที่เป็นคนลุ่มเจ้าพระยาด้วยกันทรัพย์สินต้องเสียหายพี่น้องต้องย้ายของหนีน้ำ ความรู้สึกที่ต้องอยู่ในสภาวะน้ำท่วมสส.ภราดรบอกตนตลอดว่าตั้งแต่หัวหน้ามาครั้งที่แล้ว พวกตนต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้มีการระบายน้ำให้มากที่สุด เสียงสะท้อนจากพี่น้องขอให้มั่นใจว่าเราต้องพยายามหาหนทางช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องทุกหนทางที่จะทำได้ตนได้ตัดสินใจแล้วว่าในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง 

ทั้งนี้ หลายครอบครัวในอ่างทองเป็นเจ้าของพื้นที่ ไร่ นา เสียสละพื้นที่เหล่านี้รับน้ำสูญเสียโอกาสการผลิตพืชผลทางการเกษตร การทำไร่ทำนา และยังต้องเป็นผู้ที่เสียสละในการรับน้ำให้น้ำมาท่วมในพื้นที่ของตัวเอง เพื่อไม่ให้น้ำเข้าไปกระทบความเสียหายในเขตเมืองที่จะถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจและไม่ทำให้จังหวัดอื่นได้ได้รับความเสียหายด้วย ตรงนี้ตนต้องขอขอบคุณทุกท่าน

นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ตนได้หารือกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ตนขอใช้อำนาจการเป็นนายกรัฐมนตรีหาจ่ายเงินทดแทนโอกาสที่พ่อแม่ พี่น้องชาวไร่ชาวนา พื้นที่ไร่นา พืชสวนที่สละเป็นพื้นที่รับน้ำ ตนจะขออนุญาตเอางบประมาณที่ตนกำกับมาดูแลรายเดือน จนกว่าน้ำจะหมดไป ปกติ 2-3 เดือน แต่นี่มัน 4-5 เดือนแล้ว เป็นหน้าที่รัฐบาลที่จะต้องมาเยียวยาพวกท่านตนจะให้นายภราดรเร่งนำเสนอเพื่อให้รัฐบาลอนุมัติโดยเร็ว ไม่ได้ให้เฉพาะชาวป่าโมกอ่างทองให้ทุกที่ที่ชาวบ้านเกษตรกร ชาวไร่ชาวนาได้เสียสละพื้นที่ของตนเองให้เป็นพื้นที่รับน้ำและทำให้ตนเองสูญเสีย โอกาสในการสร้างรายได้ในการผลิตพืชผลทางการเกษตร ทั้งนี้ เราสั่งการให้หน่วยงานทุกระดับได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทย คลายทุกข์บรรเทาทุกข์ให้พ่อแม่พี่น้องได้สามารถดำรงชีวิตได้ท่ามกลางช่วงที่เราต้องลำบากกับการคุกคามของภัยธรรมชาติในครั้งนี้ ตนหวังว่าช่วงใกล้ๆสิ้นเดือนปริมาณน้ำฝนจะเบาบางลงไปได้ มีการวางแผนร่วมกันทำงานกันเป็นทีมทั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) กรมชลประทานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการบริหารจัดการระบายน้ำ เปิด-ปิดประตูระบายน้ำและจัดการเส้นทางเดินของน้ำให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด

“สิ่งที่ผมต้องขอขอบคุณทุกท่านในที่นี้คือขวัญกำลังใจที่ท่านยังมีอยู่และอยากให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ผมเข้าใจดีถึงเสียงบ่น เสียงด่าจากพ่อแม่พี่น้องเพราะว่าพ่อแม่พี่น้องมีทุกข์ ท่านระบายใส่พวกผมได้เลย พวกเราพร้อมที่จะเป็นที่ที่ให้ท่านได้ระบายความในใจของท่าน ความทุกข์ของท่าน เรารับทราบดี เสียงของทุกท่านดังมาถึงผมหลายครั้ง แลพเมื่อเช้าที่ผ่านมา ผมได้ลงนามคำสั่งนายกฯแต่งตั้งครม.ให้ดูแลพื้นที่จังหวัดเป็นโซนๆไปแล้ว เพื่อช่วยเหลือพวกท่านทั้งหลาย พวกเราทุกคนอยู่ที่นี่ วันนี้ขอให้มั่นใจตั้งแต่หัวยันท้าย ทราบดีถึงความลำบาก ผมต้องการให้พี่น้องใช้เดือนธ.ค.เป็นเดือนที่มีความสุขกับญาติ กลับไปเยี่ยมพ่อแม่พี่น้องในช่วงเทศกาลปีใหม่”

“ฉะนั้นในช่วงนี้ผมจะเร่งดำเนินการในเรื่องของความช่วยเหลือ ขอให้ความมั่นใจทุกคนมีประสบการณ์ในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมอยู่แล้ว พวกเราไม่ทิ้งกันและไม่มีคำว่าขาดแคลนคนที่ยังประสบอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ รัฐบาลดูแลอย่างเต็ม ในวันอังคารประชุมครม.เดี๋ยวต้องเร่งเงินช่วยเหลือให้ถึงมือพ่อแม่พี่น้องเร็วที่สุด เรามีความกังวลใจอยู่พวกผมกังวลใจมาก กราบขออภัยด้วยความเคารพผมจะพยามทำให้ทุกอย่างไม่ให้มันเกิดขึ้นและถ้ามันเกิดขึ้นต้องไม่รุนแรงแบบนี้” นายกฯ กล่าว

ต่อมานายกฯมอบเกียรติติบัตรให้จิตอาสาจำนวน 7 ราย ก่อยมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จำนวน 1,500 ชุด และเดินไปยืนดูสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ล่าสุดระดับน้ำอยู่ติดขอบผนังกั้นน้ำแล้ว.

‘ทวี’แจ้นโยน‘ดีเอสไอ’ ตอบปมพยานกลับคำให้การ‘คดีฮั้ว สว.’

‘ทวี’แจ้นโยน‘ดีเอสไอ’ ตอบปมพยานกลับคำให้การ‘คดีฮั้ว สว.’

‘ทวี’แจ้นโยน‘ดีเอสไอ’ ตอบปมพยานกลับคำให้การ‘คดีฮั้ว สว.’

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.55 น.

“ทวี”แจ้นโยน”ดีเอสไอ” ตอบปมพยานกลับคำให้การ”คดีฮั้ว สว.” อ้างถูกข่มขู่ซัดทอดป้ายสี”ภท.”

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ที่รัฐสภา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะอดีตรมว.ยุติธรรม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กรณีพยานในคดีฮั้ว สว.กลับคำให้การ โดยอ้างถูกข่มขู่ให้ซัดทอดไปยังพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า เรื่องนี้ขอให้ไปสอบถามกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

เมื่อถามต่อว่า พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว.ตั้งคำถามถึงความไม่เป็นมืออาชีพของพนักงานสอบสวน เพราะหากมีพยานหลักฐานเพียงพอพยานจะกลับคำให้การได้อย่างไรนั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การสอบสวนมีหลายหน่วยงาน รวมทั้งอัยการด้วย แต่รายละเอียดขอให้ไปถามทางดีเอสไอ ส่วนที่พยานในคดีอ้างว่าถูกข่มขู่ จึงต้องซัดทอดไปยังพรรคภูมิใจไทยนั้น ขอย้ำว่า ให้ไปถามดีเอสไอเอง (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดบันทึก‘พยาน’คดี‘ฮั้ว สว.’ ยื่นถึง‘DSI’ขอกลับคำให้การ ปมซัดทอด-ใส่ร้ายโยง‘ภูมิใจไทย’)

‘นักดื่ม-ร้านค้า’ลุ้น! ‘โสภณ’แย้มถกบอร์ดน้ำเมา 13 พ.ย.มี‘ข่าวดี’ คาดปลดล็อกเวลา‘ห้ามขายเหล้า’

‘นักดื่ม-ร้านค้า’ลุ้น! ‘โสภณ’แย้มถกบอร์ดน้ำเมา 13 พ.ย.มี‘ข่าวดี’ คาดปลดล็อกเวลา‘ห้ามขายเหล้า’

‘นักดื่ม-ร้านค้า’ลุ้น! ‘โสภณ’แย้มถกบอร์ดน้ำเมา 13 พ.ย.มี‘ข่าวดี’ คาดปลดล็อกเวลา‘ห้ามขายเหล้า’

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.38 น.

‘โสภณ’เผยพรุ่งนี้มีข่าวดี ‘นักดื่ม’เตรียมเฮ ‘บอร์ดน้ำเมา’เตรียมปลดล็อกเวลาห้ามขายสุรา ควรเลิกกฎหมายที่ไม่สอดรับวิถีชีวิต อาจเป็นช่องว่างข้าราชการนอกรีตหาประโยชน์

12 พฤศจิกายน 2568 นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ย.) ว่า จะเป็นการประชุมทั้งคณะใหญ่และคณะรอง ซึ่งได้นำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อรับทราบ และถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ ก่อนย้ำว่าเราต้องอยู่บนโลกของความเป็นจริง เพราะกฎหมายที่ออกมาบางอย่างไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของปุถุชนคนธรรมดา จึงต้องนำมาปรับปรุง

นายโสภณ กล่าวว่า ระเบียบกฎหมายบางครั้งออกได้แต่ปฏิบัติจริงไม่ได้ ควรจะเลิกได้แล้ว    ระเบียบที่ฝืนข้อเท็จจริงไม่ว่าเรื่องใด แม้ว่าจะโลกสวย แต่ในการปฏิบัติใช้ชีวิต มันทำไม่ได้ แล้วพอปฏิบัติไม่ได้ก็เป็นปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย นี่เป็นข้อจำกัดของประเทศไทย พร้อมกับมองว่าเป็นอุปสรรค   คนที่ปฏิบัติตามกฎหมายก็เสียผลประโยชน์ ส่วนคนที่ละเมิดกฎหมายก็ได้ประโยชน์ และที่สำคัญเป็นบ่อเหตุของการแสวงหาผลประโยชน์ ของหน่วยงาน และคนที่อยู่นอกรีต ใช้เครื่องมือพวกนี้ไปทุจริต ตนจึงมองว่าในรัฐบาลชุดนี้กฎหมายใดที่ปฏิบัติไม่ได้ หากควรยกเลิก ก็ควรยกเลิก

เมื่อถามว่าดูแนวโน้มแล้วการยกเลิกเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในเวลา 14.00 น. -17.00 น. หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า เป็น พ.ร.บ.เก่า จึงต้องไปดูว่าสามารถปล่อยผ่านได้อย่างไร ต้องคุยกันตรงๆในที่ประชุม แล้วมองว่าต้องขยายเวลา ต้องรอผลการประชุมในวันพรุ่งนี้ แต่ทุกฝ่ายเห็นด้วยทั้งหมด

ส่วนจะออกมาในรูปแบบคำสั่งยกเลิกเลยหรือไม่ นายโสภณกล่าวว่า หากคณะกรรมการมีอำนาจในการยกเลิกก็ยกเลิกได้เลย แต่ต้องไปดูในรายละเอียดก่อน แต่โดยความเห็นภาพรวม วิถีที่ควรจะเป็น เป็นไปไม่ได้หรอกวิธีแบบนี้

ส่วนที่ผู้ประกอบการสะท้อนปัญหา ผู้ที่จะเข้ามาจัดการประชุมในประเทศไทยมีเรื่องกังวลในกรณีดังกล่าวนั้น นายโสภณ กล่าวว่า ไม่เฉพาะผู้ประกอบการ ประชาชนคนอยากดื่ม ก็รับไม่ได้

ส่วนข้อกำหนดที่ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใกล้บริเวณสถานศึกษา ควรจะยังมีไว้ใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า เรื่องพวกนี้ละเอียดอ่อน ต้องระวัง ใกล้สถานศึกษา ศาสนสถาน ต้องเป็นข้อยกเว้นไป ตอนนี้เยาวชนหมกมุ่นเรื่องพวกนี้ แต่ในเขตธุรกิจต่างๆ ก็ต้องให้ดำเนินการ เพราะนักดื่มก็ดื่มอยู่แล้ว ก่อนทิ้งท้ายว่า “กฎหมายที่ปฏิบัติไม่ได้ เลิกเถอะ”

เมื่อถามว่าในวันพรุ่งนี้จะมีข่าวดีใช่หรือไม่นายโสภณ กล่าวว่า “ข่าวดี ข่าวดี” บอกผู้ประกอบการเขาจะได้สบายใจ คนจะได้มาเที่ยวประเทศไทยเยอะๆ เอาเงินมาใช้บ้านเรา

‘จตุพร’ หน.พรรคโอกาสใหม่ ประกาศนำพรรคสู่สนามเลือกตั้ง 2569

'จตุพร' หน.พรรคโอกาสใหม่ ประกาศนำพรรคสู่สนามเลือกตั้ง 2569

‘จตุพร’ หน.พรรคโอกาสใหม่ ประกาศนำพรรคสู่สนามเลือกตั้ง 2569

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.29 น.

“จตุพร บุรุษพัฒน์” หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ประกาศนำพรรคสู่สนามเลือกตั้ง 2569 ภายใต้แนวคิด “โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน” ชี้ถึงเวลาสร้างความหวังใหม่ให้ประเทศในภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรค “โอกาสใหม่” ประกาศความพร้อมอย่างเป็นทางการในการนำพรรคเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ภายใต้สโลแกน “โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน” โดยยืนยันว่าพรรคจะเป็นทางเลือกใหม่ที่เน้นการรวมตัวของคนทุกเจเนอเรชัน เพื่อผลักดันประเทศไทยให้กลับมามีศักยภาพบนเวทีโลกอีกครั้ง

นายจตุพร กล่าวว่า พรรคโอกาสใหม่เกิดจากความตั้งใจที่จะสร้าง “พื้นที่แห่งโอกาส” ให้คนไทยทุกกลุ่ม โดยใช้ประสบการณ์จากการทำงานภาครัฐที่เข้าใจระบบราชการอย่างลึกซึ้ง ผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ที่มองโลกในมุมใหม่ เพื่อออกแบบนโยบายที่ “ทำได้จริง และเห็นผลจริง”

“วันนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง เศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัว ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว รายได้ครัวเรือนลดลง ภาระหนี้สูงขึ้น ความเหลื่อมล้ำทางสังคมขยายตัว ในขณะที่ปัญหาชายแดนยังคงมีอยู่ ตลอดชีวิตราชการและการทำงานเพื่อประเทศ ผมเห็นศักยภาพของคนไทยมากมายที่ยังไม่ได้รับโอกาส  นี่คือเวลาที่ประเทศไทยต้องการ ‘โอกาสใหม่’  เพื่อให้เศรษฐกิจและสังคมกลับมามั่นคงอีกครั้ง”

นายจตุพรกล่าวเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนผ่านของโลกเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี AI และเศรษฐกิจดิจิทัล คือโอกาสสำคัญของประเทศไทย แต่ในปัจจุบันยังขาดนโยบายชัดเจนในการเตรียมคน เตรียมธุรกิจ และสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงนั้น

“พรรคโอกาสใหม่” จะเป็นเวทีของคนทุกวัย ที่รวมความคิดและลงมือทำ เราจะไม่ปล่อยให้ประเทศนี้ติดอยู่กับความขัดแย้งทางการเมือง แต่จะเดินหน้าเพื่ออนาคตของลูกหลาน ให้ประเทศไทยกลับมามีศักยภาพและศักดิ์ศรีบนเวทีโลกอีกครั้ง” นายจตุพร กล่าว

‘กมธ.กฎหมายฯ’เล็งเชิญ‘อัจฉริยะ-บิ๊กโจ๊ก’แจง ขรก.โยงทุนสีเทา หวั่นกระทบกระบวนการยุติธรรม

‘กมธ.กฎหมายฯ’เล็งเชิญ‘อัจฉริยะ-บิ๊กโจ๊ก’แจง ขรก.โยงทุนสีเทา หวั่นกระทบกระบวนการยุติธรรม

‘กมธ.กฎหมายฯ’เล็งเชิญ‘อัจฉริยะ-บิ๊กโจ๊ก’แจง ขรก.โยงทุนสีเทา หวั่นกระทบกระบวนการยุติธรรม

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.11 น.

‘กมธ.กฎหมายฯ วุฒิสภา’เล็งเชิญ‘อัจฉริยะ-รองโจ๊ก’เข้าชี้แจง หลังเดินสายแฉข้าราชการไทยโยง‘ทุนสีเทา’ หวั่นกระทบความเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม ตอบปมพยานคดี‘ฮั้ว สว.’กลับคำให้การ จะประสานงานกับ‘ฉัตรวรรษ’ร่วมกันตรวจสอบ

12 พฤศจิกายน 2568 ที่รัฐสภา พล.ต.ท. บุญจันทร์ นวลสาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา แถลงข่าวกรณีการติดตามตรวจสอบการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือทุนสีเทา ที่ทำให้ประเทศสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก จนมีการเรียกร้องถึงคุณสมบัติของข้าราชการในระบบการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ว่าจะต้องไม่เทา ถ้าเทาก็ออกไป

พล.ต.ท. บุญจันทร์กล่าวว่า สว. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องดังกล่าว ดังนั้น คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ จะเรียกผู้เกี่ยวข้องที่เป็นข่าวอยู่ขณะนี้ เช่น นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, พล.ต.อ. สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้โปรดมาให้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ มาทำงานสื่อสารร่วมกัน เพื่อพัฒนาปรับปรุงบ้านเราให้ปราศจากความเทา โดยจะเชิญมาให้เร็วที่สุด

พล.ต.ท. บุญจันทร์กล่าวว่า เหตุที่เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 คนมาให้ข้อมูลยังกรรมาธิการฯ เพราะต้องการความชัดเจน เพราะบางอย่างที่บุคคลเหล่านั้นสื่อสารจะออกไปทั่วโลก ซึ่งจะเป็นปัญหากระทบความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย จึงต้องเรียนเชิญมาร่วมกันทำงานเพื่อสร้างสรรค์ประเทศ

พล.ต.ท. บุญจันทร์กล่าวต่อไปว่า เร็วๆ นี้ คณะกรรมาธิการฯ จะได้เรียนเชิญผู้เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ธนาคาร รวมถึงผู้รับผิดชอบระบบโทรศัพท์ จะเรียกมาให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเมื่อได้เรียนเชิญผู้เกี่ยวข้องมา จะขอเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีพยานในคดีฮั้วเลือก สว. ได้ทำหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอกลับคำให้การที่กล่าวหาพรรคภูมิใจไทยนั้น พล.ต.ท. บุญจันทร์กล่าวว่า เรื่องนี้คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ จะประสานงานกับคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ที่มี พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. เป็นประธานกรรมาธิการฯ หากมีการเรียกเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมอย่างไร ทั้ง 2 คณะกรรมาธิการฯ จะทำงานร่วมกัน และแจ้งให้สื่อมวลชนทราบเป็นระยะ