ไม่ใช่หนังสือสัญญา! ‘เลขาฯกฤษฎีกา’ชี้รัฐบาลระงับ Joint Declaration เรื่องปกติ

ไม่ใช่หนังสือสัญญา! 'เลขาฯกฤษฎีกา'ชี้รัฐบาลระงับ Joint Declaration เรื่องปกติ

ไม่ใช่หนังสือสัญญา! ‘เลขาฯกฤษฎีกา’ชี้รัฐบาลระงับ Joint Declaration เรื่องปกติ

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.39 น.

“เลขาฯกฤษฎีกา”ชี้รัฐบาลระงับ Joint Declaration เป็นเรื่องปกติ เหตุไม่ใช่หนังสือสัญญา เบากว่าข้อตกลง MOU

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจะระงับปฏิญญา Joint Declaration กับกัมพูชา จะส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ว่า ไม่มีอะไร ความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่ตราสารทางกฎหมายอยู่แล้ว แต่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแค่นั้น เป็นการให้เกียรติกัน ถ้าคุณทำเราก็ให้เกียรติทำตามกัน แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่จริงใจที่จะทำตาม ก็ต้องพูดคุยกันใหม่ก็แค่นั้น ไม่มีอะไร เพราะไม่ใช่หนังสือสัญญา 

เมื่อถามว่า ไทยสามารถยุติการกระทำได้เลยใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะเป็น Joint Declaration ถือเป็นคำประกาศร่วมกัน แค่นั้นไม่มีอะไร 

เมื่อถามย้ำว่าไม่เหมือนกับบันทึกข้อตกลง MOU ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่เหมือน เพราะดีกรีจะเบากว่าเยอะ

‘พีระพันธุ์’มาดเข้ม! ว๊ากเขมร‘มัน’ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ จี้อย่าแค่ประท้วงปาหี่

‘พีระพันธุ์’มาดเข้ม! ว๊ากเขมร‘มัน’ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ จี้อย่าแค่ประท้วงปาหี่

‘พีระพันธุ์’มาดเข้ม! ว๊ากเขมร‘มัน’ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ จี้อย่าแค่ประท้วงปาหี่

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.57 น.

‘พีระพันธุ์’ เดือดกลางเฟซบุ๊ก! ทนไม่ไหว! ‘รออะไรครับ?’ ย้ำถามรัฐบาล ถึงเวลาต้อง ‘เด็ดขาด’ หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดซ้ำรอย ชี้ สัญญาสันติภาพ ‘ไร้ประโยชน์’ เชื่อใจผู้นำประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้

11 พฤศจิกายน 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค – Pirapan Salirathavibhaga” ต่อกรณีเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ โดยระบุว่า

“ทนไม่ไหว ขอพูดหน่อยนะ

ไม่กี่วันมานี้ผมบอกว่าไม่เห็นด้วยเลยที่ไปลงนามสัญญาสันติภาพ เพราะนอกจากเราจะไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้วยังเชื่อใจไว้ใจผู้นำประเทศนั้นไม่ได้ด้วย  แล้วเป็นไง เอาบึ้มมาวางให้ใหม่ เลยเหยียบไปอีกราย ใครรับผิดชอบ???

ของเก่าก็ไม่ต้องรับผิดชอบเพราะลงนามโดยไม่กำหนดให้“มัน”ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ แป๊บเดียวมาอีกแล้ว กับสหรัฐบอกว่าเราต้องยอมเพราะเขาเป็นประเทศใหญ่ แต่พอกับทางนี้บอกว่าเราเป็นประเทศใหญ่ทำอะไรต้องระวังเดี๋ยวหาว่ารังแก สรุปจะยืนตรงไหนกันแน่

จะต้องรออีกกี่รายถึงจะเด็ดขาดเสียที เห็นใจทหาร ลองถามกองทัพว่าพร้อมหรือยังที่ต้องเด็ดขาดเสียที???

ถ้าพร้อม… ถามว่า…รออะไรครับ

อีกอย่าง ต้องใช้โอกาสนี้ยกเลิกไอ้ปฏิญญาสันติภาพที่ไปลงนามได้แล้ว อย่าแค่ประท้วง ประท้วงปาหี่มากี่ครั้งแล้ว ทำได้เลย ”

ครม.ตั้ง‘พ.ต.อ.วทัญญู’อดีตตำรวจอารักขา‘นายกฯ’เพื่อไทย นั่ง‘รอง ผอ.สำนักงาน ป.ย.ป.’

ครม.ตั้ง‘พ.ต.อ.วทัญญู’อดีตตำรวจอารักขา‘นายกฯ’เพื่อไทย นั่ง‘รอง ผอ.สำนักงาน ป.ย.ป.’

ครม.ตั้ง‘พ.ต.อ.วทัญญู’อดีตตำรวจอารักขา‘นายกฯ’เพื่อไทย นั่ง‘รอง ผอ.สำนักงาน ป.ย.ป.’

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.54 น.

ครม.ตั้ง‘พ.ต.อ.วทัญญู’อดีตตำรวจอารักขา‘นายกฯ’เพื่อไทย นั่ง‘รอง ผอ.สำนักงาน ป.ย.ป.’

11 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย เป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) สำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับ พ.ต.อ.วทัญญู หรือที่เรียกกันติดปากว่า “สารวัตรหนุ่ย” เคยเป็นนายตำรวจติดตามอารักขา ดูแลความปลอดภัยของอดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ถึง4 คน คือ นายทักษิณ ชินวัตร, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, นายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งได้โอนย้าย จากข้าราชการตำรวจ มาเป็นข้าราชการพลเรือนสังกัด ป.ย.ป. สมัย น.ส.แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรี

‘นายกฯ’บอกจะร้องไห้ หลังผู้ป่วยโรคไตมาขอบคุณ นโยบายฟอกไตฟรี

'นายกฯ'บอกจะร้องไห้ หลังผู้ป่วยโรคไตมาขอบคุณ นโยบายฟอกไตฟรี

‘นายกฯ’บอกจะร้องไห้ หลังผู้ป่วยโรคไตมาขอบคุณ นโยบายฟอกไตฟรี

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.44 น.

‘นายกฯ’บอกจะร้องไห้ หลังผู้ป่วยโรคไตมาขอบคุณ นโยบายฟอกไตฟรี ก่อนอวยพรนักกีฬาซีเกมส์ทีมชาติไทย ขอให้ได้เหรียญทองพร้อมอัดฉีดเต็มที่

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนประชุมนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยนายธนพลธ์ ดอกแก้ว นายกสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์  และผู้บริหาร สธ. นำผู้ป่วยที่เป็นโรคไตมาขอบคุณนายกฯ ที่มีนโยบายฟอกไตฟรีเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

โดยนายธนพลธ์ กล่าวขอบคุณนายกฯ ว่า ต้องขอบคุณนายกฯ เพราะนโยบายของนายกฯ เข้าถึงการบริการ เลือกวิธีการรักษาได้ตามความเหมาะสม รวมถึงการเล็งเห็นเรื่องคุณภาพมาตรฐาน และการเก็บค่ารักษาพยาบาล นายกฯ ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องฟอกไตฟรีอย่างเดียว แต่ยังยังช่วยผู้ป่วยโรคไตที่มีเชื้อเอชไอวี ที่เข้าไม่ถึงการรักษา เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลแพง รวมถึงต้องขอบคุณที่นายกฯ พยายามทำให้เรากลับไปมีชีวิตใหม่ใกล้เคียงกับคนปกติมากที่สุด ในเรื่องการรับบริจาคอวัยวะ ทำให้ผู้ป่วยโรคไตมีคุณภาพชีวิตที่ดี 

โดยนายกฯ กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “พอแล้วเดี๋ยวผมร้องไห้” ทั้งนี้นายกฯ ได้รับพวงมาลัย ขนมและไข่ไก่จากผู้ป่วย ซึ่งนายกฯ รับเพียงพวงมาลัยพร้อมบอกว่าจะนำไปไหว้พระ ส่วนขนมและไข่ไก่ให้ผู้ป่วยนำกลับไป 

จากนั้นนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย และนักกีฬาทีมชาติไทยเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธ.ค.ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

โดยนายอนุทิน ได้สอบถามนักกีฬาแต่ละคนว่าเล่นกีฬาอะไร พร้อมให้กำลังใจ ก่อนเขียนคำอวยพรให้กำลังใจว่า “สู้สุดหัวใจ เพื่อคนไทยทุกคน” และกล่าวว่า ขอให้ได้เหรียญทอง รัฐมนตรีจะอัดฉีดให้อย่างเต็มที่ ขณะที่นักกีฬาได้มอบตุ๊กตามาสคอตซีเกมส์ 2025 คือ “เดอะสาน (The Sans)” พร้อมทั้งมอบหมวกซีเกมส์ ให้กับนายกฯ ไว้เป็นที่ระลึก

‘เดชอิศม์’ตัดสินใจไม่ทิ้ง‘ปชป.’ แต่เว้นวรรค ส่ง‘สจ.เสือ’ลูกชายลงแทน ‘สิงโต-น้ำหอม’เขตเดิม

‘เดชอิศม์’ตัดสินใจไม่ทิ้ง‘ปชป.’ แต่เว้นวรรค ส่ง‘สจ.เสือ’ลูกชายลงแทน ‘สิงโต-น้ำหอม’เขตเดิม

‘เดชอิศม์’ตัดสินใจไม่ทิ้ง‘ปชป.’ แต่เว้นวรรค ส่ง‘สจ.เสือ’ลูกชายลงแทน ‘สิงโต-น้ำหอม’เขตเดิม

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.29 น.


เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.เขต 9 จ.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยกับแนวหน้าออนไลน์ ถึงการติดสินใจทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า ในส่วนของตน 100 % อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ และจะลงสมัครเขตเดิม(เขต9) แน่นอน ซึ่งถ้าจำได้ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่ามีสมาชิกสอบถามว่าจะกลับมาฟื้นฟูพรรคหรือไม่ คนที่ถามนั้นคือตน ดังนั้นเมื่อนายอภิสิทธิ์ กลับมาตนจะไปได้อย่างไร ต้องอยู่ช่วยนายอภิสิทธิ์ ตามที่คุยกันไว้นานแล้ว

สำหรับในส่วนของนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สส.เขต 5 จ.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นั้นนายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า มีแนวโน้มสูงมากที่ คุณพ่อ (นายเดชอิศม์) ตัดสินใจว่าจะยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่อาจจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยในเขต 5 อาจจะให้นายวงศ์วชิระ ขาวทอง หรือ สจ.เสือ อดีตส.อบจ.สงขลา พี่ชายของตนลงสมัคร หรืออาจจะเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่คนใดคนหนึ่งลงสมัครก็ได้ 

ส่วนการย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรมตามข่าวก่อนหน้านี้ นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของตน ยืนยันไม่ว่าอย่างไรก็จะลงสมัครกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ส่วนของคุณพ่อ ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ทิ้ง แต่มีโอกาสน้อยมาก โดยคำตอบที่ชัดเจนจะออกมาก่อนสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ใน เขต 6 นส.สุภาพร กำเนิดผล หรือ สส.น้ำหอม ก็ยังคงลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน และมั่นใจว่าสู้กับคู่แข่ง โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรม ที่มีข่าวว่า จะส่งนายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัครเดิมที่เคยแพ้ สส.น้ำหอม ลงสมัคร ได้

อินไซด์ ครม.! เปิดข้อสั่งการ‘นายกฯ’ แจกการบ้านรายกระทรวง หลังทหารเหยียบกับระเบิด

อินไซด์ ครม.! เปิดข้อสั่งการ‘นายกฯ’ แจกการบ้านรายกระทรวง หลังทหารเหยียบกับระเบิด

อินไซด์ ครม.! เปิดข้อสั่งการ‘นายกฯ’ แจกการบ้านรายกระทรวง หลังทหารเหยียบกับระเบิด

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.25 น.

‘โฆษกรัฐบาล’เผยข้อสั่งการ‘นายกฯ’หลังทหารเหยียบกับระเบิด ระงับสนธิสัญญาสันติภาพไม่มีกำหนด สั่ง‘กลาโหม’ดำเนินการทางทหารเต็มที่ มอบ‘ปลัดมท.’ดูแลประชาชนกรณีมีเหตุปะทะ ‘กต.’ประท้วงต่อนานาชาติ ‘ศธ.-อว.’ซ้อมในหลุมหลบภัย กำชับถือปฏิบัติอย่างเข้มข้น

เมื่อเวลา 12.10 น.วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกฯ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุสูญเสีย เมื่อวานนี้ (10พ.ย.) กรณีทหารไทยเหยียบกับระเบิดในเขตแดนไทยที่เกิดจากการลอบวางระเบิดโดยฝั่งกัมพูชา จนสูญเสียข้อเท้า1ราย และรับแรงกระแทกจากสะเก็ดระเบิดจนบาดเจ็บ1ราย ถึงแม้จะไม่เสียชีวิต แต่เป็นความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินได้ โดยนายกฯ ได้แจ้งผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ต่อที่ประชุมครม. ให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงต่างประเทศ ระงับการดำเนินการตามสนธิสัญญาสันติภาพที่ลงนามที่ประเทศมาเลเซีย อย่างไม่มีกำหนด จนกว่าความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาจะลดลง

นายสิริพงษ์ กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการกระทรวงกลาโหม ให้มีมาตรการดำเนินการทางทหารอย่างเต็มที่เพื่อพิทักษ์รักษาผืนแผ่นดินไทย และสั่งการกระทรวงต่างประเทศ ประท้วง ทักท้วง ดำเนินการทางการทูต สื่อสารทำความเข้าใจกับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศผู้สังเกตการณ์ นอกจากนี้ นายกฯ ได้สั่งการปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ความรู้ความเข้าใจประชาชน 7 จังหวัดชายแดนกัมพูชา ให้มีการเตรียมพร้อมกรณีที่มีเหตุในการปะทะ เพื่อให้การดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ และสั่งกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำแผนซักซ้อมในหลุมหลบภัยเป็นประจำ เพื่อรองรับกรณีมีเหตุฉุกเฉิน โดยให้ถือปฏิบัติอย่างเข้มข้น

‘นายกฯ’สั่ง’สธ.’เร่งสางปัญหาเวลาขาย-นั่งดื่มสุราในร้าน หลังสร้างความสับสน

'นายกฯ'สั่ง'สธ.'เร่งสางปัญหาเวลาขาย-นั่งดื่มสุราในร้าน หลังสร้างความสับสน

‘นายกฯ’สั่ง’สธ.’เร่งสางปัญหาเวลาขาย-นั่งดื่มสุราในร้าน หลังสร้างความสับสน

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.24 น.

‘โฆษกรัฐบาล’เผย’นายกฯ’สั่ง’สธ.’เร่งสางปัญหาเวลาขาย-นั่งดื่มสุราในร้าน หลังสร้างความสับสน เผย คกก.นโยบายควบคุมแอลกอฮอล์เรียกประชุม 13 พ.ย.นี้ ได้ความชัดเจนภายใน 4 ธ.ค.

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2568  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สอบถามนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ถึงเรื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเนื้อหาสาระของ
พ.ร.บ.ควบคุมดังกล่าว ถึงแม้ในประกาศจะไม่มีการระบุว่าห้ามมีการจำหน่ายสุราในเวลาใด แต่ใน พ.ร.บ.นั้น ให้ไปดูในหนังสือแนบท้าย คือ ประกาศสำนักนายกฯ

ซึ่งประกาศสำนักนายกฯ ที่ลงนามเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2568 ยังคงกำหนดว่า ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาอื่นนอกจาก 11.00-14.00 น. และตั้งแต่ 17.00 – 24.00 น. ยกเว้นขายในกรณีดังต่อไปนี้

1.ขายในอาคารที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารในสนามบินที่ให้บริการการบินระหว่างประเทศ

2.ขายในสถานบริการ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและเป็นไปตามกำหนดของสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ

3.การขายในโรงแรม ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

ซึ่งหมายความว่าประกาศสำนักนายกฯ ฉบับนั้นจะทำให้ร้านอาหารทั่วไปไม่สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ไม่สามารถนั่งดื่มแอลกอฮอล์ได้ในเวลา 14.00 – 17.00 น. ซึ่งทำให้เกิดความสับสน
โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่ชินกับระเบียบนี้

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นายกฯ ได้สอบถาม รมว.สาธารณสุข ในฐานะกำกับดูแลคณะกรรมการนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยได้รับรายงานว่า กรรมการจะแก้ปัญหานี้ให้เร็วที่สุด คาดว่า จะนัดประชุมได้ในวันที่
13 พ.ย.นี้  ซึ่งน่าจะมีแนวทางชัดเจนว่า เรื่องนี้จะมีทางออกอย่างไร และถ้านับไปอีก 15 วัน ประกาศจะมีผลบังคับใช้ เราน่าจะได้ความชัดเจนภายในวันที่ 4 ธ.ค. ซึ่งเท่าที่ฟังมาจะเป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่ประชาชนได้เรียกร้องมา แต่รายละเอียดเป็นอย่างไรต้องรอดู

‘ภราดร’รับสถานการณ์น้ำน่าห่วง เร่งระบายน้ำลงทุ่ง 2 ฝั่ง หวั่นเขื่อนภูมิพลเต็มความจุ

'ภราดร'รับสถานการณ์น้ำน่าห่วง เร่งระบายน้ำลงทุ่ง 2 ฝั่ง หวั่นเขื่อนภูมิพลเต็มความจุ

‘ภราดร’รับสถานการณ์น้ำน่าห่วง เร่งระบายน้ำลงทุ่ง 2 ฝั่ง หวั่นเขื่อนภูมิพลเต็มความจุ

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.13 น.

“ภราดร” รับสถานการณ์น้ำน่าห่วง เร่งระบายน้ำลงทุ่ง 2 ฝั่ง หวั่นเขื่อนภูมิพลเต็มความจุ สกัดเข้ากทม.เผยอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเยียวยาน้ำท่วมเพิ่มเติมพื้นที่ท่วมซ้ำซาก

11 พฤศจิกายน 2568 เมื่อเวลา 09.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลการประชุมการบริหารจัดการน้ำเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ว่า ประเมินสถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง โดยปริมาณน้ำที่จะเติมเข้าเขื่อนภูมิพลเป็นตัวเลขต่อวันที่ ประมาณ 90 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่การระบายของเขื่อนภูมิพล ประมาณ 45 – 48 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน นั่นหมายความว่าเขื่อนภูมิพลจะต้องรับน้ำสะสมประมาณ 40 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

ขณะที่ความจุของเขื่อนเหลืออยู่ที่ประมาณ 100 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร นั่นหมายความว่าหากปล่อยสถานการณ์แบบนี้ไปอีก 3 วัน เขื่อนภูมิพลจะเต็มความจุ แต่ก็เหลืออีก 2 วันจากนี้ เขื่อนก็จะเต็มก็จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เขื่อนภูมิพลจะต้องระบายน้ำเพิ่มเพื่อป้องกันไม่ให้เขื่อนเต็ม จากระบาย 45 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน อาจจะต้องระบายขึ้นไปอีก 50-55 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เขื่อนเต็ม

นายภราดร กล่าวว่า ดังนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ระดับน้ำในแม่น้ำปิงลงมาถึงแม่น้ำเจ้าพระยาจะต้องสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ถ้าเป็นอย่างนั้นสถานการณ์ด้านล่างก็แย่พอสมควรแล้ว ทางกรมชลประทานจะระบายน้ำอยู่ที่ 2,800 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เมื่อเป็นแบบนั้นอาจต้องหาวิธีการในการระบายน้ำเพิ่ม ซึ่งได้มีการพูดคุยหาทางแก้ไข ด้วยการ 1.โดยไปดูที่เขื่อนสิริกิติ์ซึ่งเขื่อนสิริกิติ์โชคดีอย่างหนึ่งที่ว่า ปริมาณน้ำเข้าเขื่อนไม่มากเท่าเขื่อนภูมิพล ทำให้สามารถลดการระบายน้ำของเขื่อนสิริกิติ์ได้ จากระบาย 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ลดลงให้เหลือ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือน้อยกว่านั้น ก็จะทำให้การเติมน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงได้ 2. กรมชลประทานได้ตกลงและรับปากว่า จะมีการระบายน้ำออกทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อเขื่อนภูมิพลที่ระบายเพิ่ม เมื่อเป็นแบบนั้นจะทำให้การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาคงอยู่ที่ระดับเดิมได้

นายภราดร กล่าวว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อมาคือพื้นที่ซ้ายและขวา ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก ที่รับน้ำเข้าไปเพิ่มอาจจะได้รับผลกระทบบ้าง ซึ่งได้กำชับว่าการเอาน้ำเข้าทุ่งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก เร่งรัดให้ทางฝ่ายปฏิบัติการช่วยเอาน้ำเข้าทุ่งเข้าไป แต่ข้อจำกัดข้อห่วงใยก็คือเอาเข้าไปปริมาณที่พอสมควร ไม่ให้ชาวบ้านที่อยู่ในทุ่งต้องเดือดร้อน เป็นพื้นที่เก็บน้ำชั่วคราว ถ้าน้ำในระดับแม่น้ำเจ้าพระยาลงแล้ว ก็ปล่อยน้ำจากทุ่ง

เมื่อถามว่า ส่วนกรณีชาวบ้านในพื้นที่ จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา ทะเลาะกันเรื่องน้ำ ได้พูดคุยแล้วหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ใช่ จึงเป็นเหตุให้มีการเรียกคุยกัน โดยนายกรัฐมนตรี เฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หาแนวทางแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน ส่วนมาตรการเยียวยาแน่นอนเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดย 3-4 สัปดาห์ที่แล้ว ครม.อนุมัติงบประมาณเยียวยาไปแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ปภ.ได้สำรวจเพิ่มและจะอนุมัติเพิ่มเป็นล็อตๆ เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลา จะทยอยอนุมัติกันไป ล็อตแรกที่ได้รับความเดือดร้อนหน้าฝน ได้รับเยียวยาไปเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กำลังดูมาตรการเพิ่มเติมเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบยาวนาน เช่น จ.อ่างทอง, จ.พระนครศรีอยุธยา ที่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน 2-3 เดือน จะมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมอยู่แล้ว ซึ่งเป็นแนวทางของนายกฯอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการพูดถึงน้ำที่จะเข้ามาในพื้นที่กทม.หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า อย่างที่เห็นถ้าไม่เร่งระบายน้ำหาที่เก็บหรือหาที่อยู่ให้น้ำ มาถึงกทม. แน่นอน จึงจำเป็นต้องนำน้ำไปเก็บในระบบชลประทาน คือ ในทุ่งให้ได้มากที่สุด โดยไม่กระทบกับประชาชน

เมื่อถามว่า จะมีการพิจารณาปรับมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติมในการเยียวยาหรือไม่ เพราะฝ่ายค้านมองว่าน่าจะมีมาตรการอย่างการดีดบ้านของประชาชนที่ท่วมทุกปีด้วย นายภราดร กล่าวว่า กำลังพิจารณากันอยู่ สำหรับพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง และอีกหลายอำเภอ จะต้องดูแนวทางจะดำเนินการอย่างไร อย่างดีดบ้านก็เป็นแนวทางที่กำลังคุยกับอยู่

คอนเฟิร์ม! ‘เมธี ลาบานูน’ยันยังอยู่‘ปชป.’ แต่ไม่พร้อมลงสมัครสส. ขอเล่นดนตรีก่อนคิวงานยาว

คอนเฟิร์ม! ‘เมธี ลาบานูน’ยันยังอยู่‘ปชป.’ แต่ไม่พร้อมลงสมัครสส. ขอเล่นดนตรีก่อนคิวงานยาว

คอนเฟิร์ม! ‘เมธี ลาบานูน’ยันยังอยู่‘ปชป.’ แต่ไม่พร้อมลงสมัครสส. ขอเล่นดนตรีก่อนคิวงานยาว

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.38 น.

‘เมธี ลาบานูน’คอนเฟิร์มยังอยู่‘ปชป.’ เผยไปพบ‘มาร์ค’ก่อน‘วันนอร์-ทวี’ แจ้งไม่ลงสมัครสส. รอบหน้าค่อยว่ากัน ชี้เมื่อผู้ใหญ่อยากเจอ เป็นเด็กก็ต้องไปหา ขอบคุณที่ให้โอกาส รับ‘ประชาชาติ’เป็นพรรคของคน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ลั่นคิวงานดนตรียาว หากเล่นการเมืองกระทบเพียบ ขอทำวงต่อไม่ให้เพื่อนลำบาก

11 พฤศจิกายน 2568 นายเมธี อรุณ หรือ “เมธี ลาบานูน” อดีตผู้สมัครสส.เขต 2 นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเข้าพบ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา อาจจะย้ายไปอยู่กับพรรคประชาชาติ ว่า เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนอยู่ต่างประเทศ และมีร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง รวมทั้งนายเจะอามิง โตะตาหยง รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โทรศัพท์ มาพูดคุยว่ายังสนใจการเมือง และการเมืองสมัยนี้เป็นอย่างไร ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ อยากพูดคุยได้  ซึ่งตนบอกไปว่า เมื่อกลับประเทศแล้ว จะไปพบหัวหน้าพรรคฯ เพื่อแจ้งว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนไม่ได้ลงสมัคร และบังเอิญ นายวันมูหะมัดนอร์ และพ.ต.อ.ทวี ก็บอกว่าขอคุยด้วย เราในฐานที่เป็นผู้ที่เคยงเลือกตั้ง และอาจเป็นช่วงที่จะต้องหาผู้สมัคร ถ้าเป็นสโมสร ก็เป็นช่วงที่อาจจะต้องหานักเตะ ก็เป็นเรื่องปกติ

“เมื่อพี่ทวี อยากเจอ เราในฐานะที่เป็นเด็ก เราก็ต้องไปเจอ และฟังว่าอย่างไร และได้บอกเจตนารมณ์ว่า การเลือกตั้งสมัยนี้ ผมอาจจะไม่ได้ลง เพราะต้องทำงานเยอะแยะไปหมด และในเมื่อพรรคใดพรรคหนึ่งเขาสนใจในตัวเรา ก็ต้องขอบคุณและหวังว่าโอกาสหน้าจะได้ร่วมงานกัน เพราะวันข้างหน้าไม่มีใครรู้ เราอาจจะได้ร่วมงานกัน ถ้าผมสนใจ ยิ่งพรรคประชาชาติ เป็นพรรคของคนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมในฐานะเป็นคนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ดีใจที่อย่างน้อยคนสามจังหวัด มีพรรคการเมืองที่เป็นพรรคของตัวเอง ถึงแม้จะเป็นพรรคเล็กๆ ซึ่งในวันนั้นไปคุยแค่นี้” นายเมธี กล่าว           

นายเมธี กล่าวว่า เมื่อกลับมาจากต่างประเทศ และบังเอิญว่าง จึงขึ้นมากรุงเทพฯ วันที่ 10 พ.ย. ก็นัด ร.ต.อ.พงศกร ว่าจะไปที่พรรคประชาธิปัตย์ และพบนายอภิสิทธิ์ ในเวลา 13.00 น. ​เพื่อไปบอหว่ารอบนนี้ขอหยุดก่อน เพราะต้องทำงาน และในเวลา 16.00 น. ก็ไปพบ นายวันมูหะมัดนอร์ และพ.ต.อ.ทวี เพื่อพูดคุย และแจ้งว่าตนติดปัยหาหลายอย่าง ยังไม่พร้อม

“ได้สัญญากับเพื่อน และรับปากว่าจะพาลาบานูนในอีก 3-4 ปีนี้ ซึ่งยังสนุกกับการทำงาน จึงขอทำงานในวงการดนตรีก่อน ตอนนี้ผมรับงานเยอะ หากจะลงเลือกตั้งก็ต้องเคลียร์งาน ดูแล้ววุ่นวาย เพราะเขาจองคิวเรามา และกระทบไปหมดไม่ใช่แค่ตัวผมคนเดียว กระทบต่อเพื่อนร่วมวง ทีมงาน และคนที่ทำงานร่วมกันอีกหลายชีวิต ซึ่งผมมองจุดนี้เป็นหลักก่อน ถ้าผมกระโดดไปการเมืองก็เกิดผลกระทบ ผมจึงบอกขอพักก่อน อย่างไรก็ตามตอนนี้ผมยังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่ ไม่ไปไหน แต่เรื่องลงไม่ลงสมัคร เป็นเรื่องของอนาคต และต้องบอกว่าทางวงว่าสมัยหน้าผมจะกระโดดไปทำการเมือง ต้องคุยกับเพื่อให้เข้าใจก่อน และถ้าผมจะไปทีมงานผมต้องมีความมั่นคง ผมออกแล้วเขาต้องไม่ลำบาก ตราบใดที่เขายังลำบากก็ไม่ใช่ อันนี้คือตัวเลือกแรก” นายเมธี กล่าว          

เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ ไปชวนให้ลงสมัครสส.หรือ นายเมธี  กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราว เมื่อวาน(10 พ.ย.)แค่ไปเจอ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ก็ถามว่ายังสู้หรือไม่ และยังแซวว่า หัวใจนักสู้ ขนาดแพ้ยังอยู่ แต่ในเรื่องขอไม่ลงสมัคร ตนก็ได้บอกเจตนาไปแล้วว่าคิวงานมันเยอะมาก ส่วนจะลงไม่ลงในรอบหน้าค่อยมาว่ากัน        

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดศึกชิง‘เมธี ลาบานูน’! ประชาชาติ-ประชาธิปัตย์ ฟาดกันยับกลางโซเชียล เคลมได้ตัวซบพรรค

เปิดผลประชุม สมช.ไฟเขียว‘ปฏิบัติการทางทหาร’ตามสถานการณ์ ระงับปฏิญญา-ยุติส่งเชลยศึก-เลิกคุย

เปิดผลประชุม สมช.ไฟเขียว‘ปฏิบัติการทางทหาร’ตามสถานการณ์ ระงับปฏิญญา-ยุติส่งเชลยศึก-เลิกคุย

เปิดผลประชุม สมช.ไฟเขียว‘ปฏิบัติการทางทหาร’ตามสถานการณ์ ระงับปฏิญญา-ยุติส่งเชลยศึก-เลิกคุย

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.23 น.

‘บิ๊กเล็ก’เผย‘สมช.’ไฟเขียว ‘ปฏิบัติการทางทหาร’ทำได้ตามสถานการณ์ ย้ำชัดระงับปฏิญญา ไทย-กัมพูชา ยุติส่งเชลยศึก ไม่มีเจรจาอีก ‘สีหศักดิ์’บอกระงับปฏิญญาไทยกัมพูชา เหตุเขมรไม่ทำตามข้อตกลง เรียกร้องแสดงความจริงใจขอโทษต่อเหตุการณ์ หาทางป้องกันไม่ให้มีซ้ำ เตรียมแจงประชาคมโลก ส่วนจะมีอะไรเพิ่มเติมต้องรอดูท่าทีฝ่ายตรงข้าม

เมื่อเวลา 09.30น.วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเมื่อวันที่ 10 พ.ย. โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

จากนั้น เวลา 11.00 น. พล.อ.ณัฐพล เปิดเผยผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า ที่ประชุมด้านการพิจารณา 3 เรื่องหลัก หลังจากกำลังพลของกองทัพไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ โดยได้แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียครั้งนี้

ส่วนเรื่องที่ 2 คือ การที่มีทุ่นระเบิดในพื้นที่อธิปไตยของไทย ถือว่ามีผลกระทบต่ออธิปไตย

ส่วนเรื่องที่ 3 คือ รัฐบาลจะปกป้องอธิปไตย ชีวิตของคนไทย และทหารไทยอย่างเต็มขีดความสามารถ

“ที่ประชุม มีมติระงับการปฏิบัติตามปฏิญญาไว้ก่อนทั้งหมดทุกข้อ และยุติการส่งเชลยศึกให้กับกัมพูชา” พล.อ.ณัฐพล กล่าว

เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังสามารถคาดหวังความจริงใจจากกัมพูชาได้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ทางกองทัพไม่ได้คาดหวังความจริงใจจากกัมพูชาอยู่แล้ว แต่ในส่วนที่กระทำเราฝ่ายเดียว เราจะดำเนินการในเขตอธิปไตยของไทย

ส่วนจะมีการยกระดับมาตรการใด ๆ หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ตอนนี้ก็ยกระดับแล้ว ในเมื่อเรายุติการปฏิบัติตามปฏิญญาแล้ว เป็นการปฏิบัติการทางทหารในเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่า จะมีปฏิบัติการอย่างไรบ้าง

สำหรับการเก็บกู้ระเบิดจะมีแผนการอย่างไร เพื่อไม่ให้กำลังพลได้รับผลกระทบ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า การเก็บกู้ทุ่นระเบิดมี 2 ระดับ คือ ระดับหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ มีขีดความสามารถในการเก็บกู้ได้เอง ที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตรงนั้น เป็นพื้นที่ที่ปฏิบัติการอยู่เป็นประจำ แต่หน่วยทหารที่ปฏิบัติการในพื้นที่สามารถเก็บกู้ทุ่นระเบิดได้ แต่การเก็บกู้ที่เป็นทางการ ได้มาตรฐานอย่างเต็มรูปแบบ คือ การเก็บกู้โดยหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิดแห่งชาติ ซึ่งกองทัพไทยเป็นผู้รับผิดชอบ โดยมี 5 พื้นที่ที่หน่วยปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดจะเข้าไปเก็บกู้ ปัจจุบันเข้าปฏิบัติงานแล้ว 4 พื้นที่ เหลือ 1 พื้นที่ที่กัมพูชายังไม่ตอบรับ หลังจากนี้พื้นที่ที่ 5 จะเข้าเก็บกู้เลย

ส่วนจะมีการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างไร เช่น กรณีล่าสุดที่มีการแอบมารื้อรั้วลวดหนาม แล้วเข้ามาวางทุ่นระเบิดฝั่งไทย พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่ขอบอกรายละเอียด แต่มีกฎใช้กำลังอยู่ ว่า เข้ามาทำอะไร ซึ่งจะมีขั้นตอนการเตือน การยิง จากอาวุธเบาไปหาหนัก ขอให้มั่นใจ ว่า หลังจากนี้การปฏิบัติการทางทหาร ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม สมช. ให้ปฏิบัติการได้ตามสถานการณ์

ส่วนจะมีการเจรจากับกัมพูชาอีกหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่มี หลังจากนี้ไม่มีจากตน จากกระทรวงกลาโหม ไม่มี GBC แต่การพูดคุยระหว่างประเทศมีกระบวนการสากลอยู่

ด้านนายสีหศักดิ์ แถลงผลการประชุมว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการละเมิดปฏิญญาไทย-กัมพูชา ท่าทีของเราคือการระงับการปฏิบัติตามปฏิญญา แต่ส่วนไหนที่เราดำเนินการฝ่ายเดียวเช่นการเก็บกู้ทุ่นระเบิดก็จะดำเนินการต่อ โดยกระทรวงการต่างประเทศ จะประท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามกรอบอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งตนได้คุยกับ นายปรัก สุคน รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศกัมพูชาแล้ว และบอกไปว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้นเพราะเป็นการละเมิดสิ่งที่ตกลงกันไว้ รวมถึงชี้แจงกับสหรัฐอเมริกา และมาเลเซีย ที่เป็นพยานว่าเหตุใดเราต้องระงับการดำเนินการตามปฏิญญา รวมถึงชี้แจงข้อเท็จจริงไปที่ประชาคมโลก โดยประสานไปทางกองทัพไทย และกองทัพบก เพื่อนำข้อเท็จจริงต่างๆไปชี้แจงเพื่อให้เกิดความหนักแน่นและชอบธรรม หากต้องการให้ปฏิญญากลับไปสู่สิ่งที่ควรจะเป็น จำเป็นที่ฝ่ายกัมพูชา ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่นการแสดงความเสียใจ การตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆและมีมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

เมื่อถามว่าหากกัมพูชา ไม่รับผิดชอบจะมีมาตรการอะไรตอบโต้เพิ่มเติมหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้เราก็ระงับการปฏิบัติตามปฏิญญา

เมื่อถามว่า เราประท้วงมาโดยตลอดครั้งนี้ก็ยังประท้วงอีกแล้วจะได้อะไรกลับมา นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เรายังคงต้องยืนยันที่จะประท้วงเพราะเป็นการละเมิดข้อตกลงที่เรามีอยู่ และให้ประชาคมโลกเกิดความเข้าใจเหตุที่เราต้องระงับปฏิญญาทุกข้อที่ลงนามไว้เช่นการถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ เว้นแต่เก็บกู้ทุ่นระเบิดที่เราดำเนินการของเราเองได้ไม่ใช่การประท้วงอย่างเดียว และการประท้วงที่ว่าถือเป็นการประณามในคราวเดียวกันด้วย

เมื่อถามว่ามาตรการที่ออกมาถือว่าเด็ดขาดสูงสุดแล้วใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องดูท่าทีการตอบสนองของกัมพูชา เราก็ต้องยกระดับความเด็ดขาดของเราได้

เมื่อถามว่ากัมพูชาชี้แจงว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่า นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เขาก็แสดงท่าทีเช่นนั้นมาแต่เราคิดว่าสิ่งที่ชี้แจงมาสำหรับประเทศไทยยังไม่เพียงพอและยังไม่พอใจ จากนี้คงต้องรอดูว่ากัมพูชาจะมีท่าทีอย่างไรต่อการตัดสินใจของเราในครั้งนี้เป็นขั้นเป็นตอน ส่วนการเจรจาเรายังไม่พูดถึงเพราะไม่มีพื้นที่ในการพูดคุย

เมื่อถามอีกว่าแต่ทางกัมพูชาแสดงท่าทีกังวลต่อการระงับปฏิญญามาแล้ว นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้เรามีท่าทีชัดเจนที่สั่งระงับและดำเนินการให้เขาแสดงความรับผิดชอบรอดูท่าทีของเราแล้วกัน ส่วนการปักหมุดชั่วคราวหลังจากนี้ก็ไม่มีเพราะเราระงับทุกการดำเนินการ