นเรศจี้กรมการข้าวผลิตข้าวคาร์บอนต่ำล้านไร่

นเรศจี้กรมการข้าวผลิตข้าวคาร์บอนต่ำล้านไร่

นเรศจี้กรมการข้าวผลิตข้าวคาร์บอนต่ำล้านไร่

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.41 น.

”นเรศ“ สั่งกรมการข้าวขับเคลื่อนข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ดันนโยบาย 8 ด้าน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว ยกระดับมาตรฐานข้าวไทย

วันนี้ (6 พ.ย.) นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานมอบนโยบายเพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนมาตรการพัฒนาการผลิตข้าว แก่ผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมการข้าว โดยมี นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต้อนรับและรายงานภาพรวมกรมการข้าว ที่กรมการข้าว

นายนเรศ กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้กรมการข้าว  เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามนโยบายหลัก 6 ข้อ และ3นโยบายเร่งด่วน  พร้อมทั้งได้กำชับให้เร่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการพัฒนาระบบการผลิต บริหารจัดการเมล็ดพันธุ์ข้าว และสร้างความเข้มแข็งด้านการตลาด โดยเน้นแนวทางทำงานเชิงรุก และพัฒนาระบบการผลิตข้าวให้มีความสมดุลกับความต้องการของตลาด ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพเมล็ดพันธุ์ให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรทั้งประเทศ ตลอดจนผลักดันแผนพัฒนาข้าวไทยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายรัฐบาล

“ผมได้ให้นโยบายกรมการข้าวขับเคลื่อนตามแนวทางของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเน้นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตต่อไร่ และยกระดับคุณภาพข้าว โดยเฉพาะการทำข้าวคุณภาพ เช่น ข้าว GI ข้าวอินทรีย์ และข้าวคาร์บอนต่ำ พร้อมทั้งมอบหมายให้กรมการข้าวประสานกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) จัดทำ MOU โครงการข้าวคาร์บอนต่ำ ซึ่งเตรียมพื้นที่ร่วมกับศูนย์ข้าวชุมชนไว้แล้ว 1 ล้านไร่ ในเขตชลประทาน เพื่อส่งเสริมการปลูกแบบเปียกสลับแห้ง ลดปุ๋ยเคมี ใช้ชีวภัณฑ์ ลดต้นทุนอย่างน้อย 10% และเพิ่มผลผลิต 20% เมื่อได้ผลผลิตข้าวคาร์บอนต่ำแล้ว ราคาจะขยับขึ้นในระดับพรีเมียมประมาณ 10–20% ซึ่งเป็นโอกาสสร้างรายได้เพิ่มให้ชาวนา โดบจะเตรียมหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อวางมาตรการเสริมความเข้มแข็งให้ศูนย์ข้าวและสหกรณ์ ลดต้นทุนทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป จนถึงการตลาด เพื่อให้พี่น้องชาวนาได้รับประโยชน์ในระยะยาวด้วย“ นายนเรศ กล่าว

สำหรับนโยบาย 8 ด้าน ที่มุ่งผลักดัน ประกอบด้วย 1.การบริหารจัดการผลิตข้าวให้สมดุลกับความต้องการตลาด โดยร่วมมือกับสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และ ธ.ก.ส. ตรวจสอบและบริหารสต็อกข้าวภายใต้มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2568/69 รวมถึงการตรวจสอบสต็อกในโครงการสินเชื่อชะลอการขาย ปี 2567/68 พร้อมพัฒนาระบบข้อมูลด้านข้าวให้เป็นฐานข้อมูลเดียวที่มีความแม่นยำและทันสมัย 2.เพิ่มกำลังผลิตเมล็ดพันธุ์ให้เพียงพอทั่วประเทศ ขยายกำลังผลิตเมล็ดพันธุ์ และขยายศูนย์ข้าวชุมชนเป็น 500 แห่ง เพื่อรองรับความต้องการเกษตรกรกว่า 1.4 ล้านตันข้าวเปลือก/ปี 3.เสริมความเข้มแข็งศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มเกษตรกรพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต สนับสนุนเครื่องจักรกล การผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพกว่า 200,000 ตัน/ปี และพัฒนาเป็นศูนย์ให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตร (Service Provider Center) ขยายกลุ่มนาแปลงใหญ่ 600 แปลง และพัฒนาชาวนาอาสาทั่วประเทศ 4.ผลักดันการผลิตข้าวและการตลาดคุณภาพ มุ่งส่งเสริมการผลิตข้าวคุณภาพสูง ข้าวสุขภาพ และข้าวคาร์บอนต่ำ โดยตั้งเป้าส่งเสริมการปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่

5.วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีข้าว โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพและ Speed Breeding ลดเวลาพัฒนาพันธุ์เหลือ 3–5 ปี พร้อมผลักดันผลิตภัณฑ์แปรรูปเพิ่มมูลค่า เช่น อาหารเสริม เครื่องสำอาง และสุราชุมชน 6.เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน 10% เพิ่มผลผลิต 20% สนับสนุนเครื่องจักรให้ศูนย์ข้าวชุมชน 300 แห่ง 7.ปรับพื้นที่ปลูกข้าวไม่เหมาะสม ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน ส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชที่มีผลตอบแทนสูงกว่า และ 8.ยกระดับมาตรฐานตรวจสอบ รับรองคุณภาพข้าว เพิ่มความเข้มแข็งระบบตรวจสอบและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ข้าวให้เป็นมาตรฐานสากล

015

อามินทร์ เร่งสร้างนราธิวาสโมเดล

อามินทร์ เร่งสร้างนราธิวาสโมเดล

อามินทร์ เร่งสร้างนราธิวาสโมเดล

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.33 น.

“อามินทร์  ”สร้างนราธิวาสโมเดล” ลงพื้นที่รับฟังปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง อ.สุไหงปาดี และ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ทำงานเชิงรุก แก้ไขปัญหาให้เกษตรกรและประชาชน

วันนี้ (6 พ.ย.) นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำศาสนาเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการดำเนินงานและรับฟังปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ ณ อ.เจาะไอร้อง อ.สุไหงปาดี และ อ.แว้ง จ.นราธิวาส โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บูรณาการทำงานร่วมกับส่วนท้องที่ท้องถิ่น โดยเน้นย้ำในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ทั้งการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง และการสนับสนุนน้ำเพื่อการเพาะปลูก การฟื้นฟูนาร้าง พร้อมจัดเตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้กับเกษตรกร

นอกจากนี้ ยังเร่งผลักดันราคายางพารา ราคาปาล์มน้ำมัน การจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดวางห้องเย็น เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมผลผลิตทางการเกษตร การยกระดับสินค้าเกษตร เช่น ลองกอง การจัดหาพันธุ์ปลา เพื่อเป็นอาชีพเสริมให้กับเกษตรกร และการแปรรูปสินค้าทางการเกษตรต่าง ๆ โดยยังคงมุ่งเน้นให้รักษาในเรื่องคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคด้วย

“วันนี้ผมได้รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้มาดูแลพี่น้องเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งผมมีความตั้งใจเป็นอย่างมากที่ได้มารับฟังปัญหาของพี่น้องเกษตรและประชาชน โดยในวันนี้มีผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่มาร่วมรับฟังปัญหาจากพี่น้องโดยตรง ถือว่าเป็นการรับฟังปัญหาและทำงานเชิงรุก พบว่าแต่ละตำบลมีปัญหาที่คลายกัน จึงได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไข ให้กับประชาชนในพื้นที่ขอให้มั่นใจว่าทุกปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างแน่นอน” นายอามินทร์ กล่าว

015

‘ชนิสราฟาร์ม’ ตัวอย่างเกษตรกร Contract Farming สร้างอาชีพมั่นคงด้วยสองมือ

'ชนิสราฟาร์ม' ตัวอย่างเกษตรกร Contract Farming สร้างอาชีพมั่นคงด้วยสองมือ

‘ชนิสราฟาร์ม’ ตัวอย่างเกษตรกร Contract Farming สร้างอาชีพมั่นคงด้วยสองมือ

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.45 น.

ในยุคที่หลายคนยังลังเลจะเริ่มอะไรใหม่ๆ “ชนิสรา ละลา” กลับเลือกลงมือทำในสิ่งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ด้วยความกล้าเริ่มต้นจากศูนย์ และค่อยๆ เติบโตขึ้นด้วยความมุ่งมั่น และการไม่หยุดพัฒนา

จากชีวิตเรียบง่ายของ ชนิสรา ละลา และ วรเชษฐ์ ไชยแว่นตา คู่สามีภรรยาที่ขายข้าวสารและรับจ้างทั่วไป สู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อมีคนแนะนำ “อาชีพเลี้ยงหมู” ในรูปแบบ “คอนแทรคฟาร์มมิ่ง” (Contract Farming)

ตอนนั้นแม้จะยังไม่รู้จักฟาร์มหมูแบบลึกซึ้ง แต่ก็ลองเปิดใจดู เพราะรู้สึกว่ามีบริษัทที่เชี่ยวชาญเป็นพี่เลี้ยงย่อมมีความมั่นคง และก่อนที่จะตัดสินใจเริ่มอาชีพใหม่ทั้งสองคนได้ศึกษา และพิจารณาสัญญาอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่าสัญญาเหมาะสมต่อทั้งสองฝ่าย รวมถึงเห็นความสำเร็จของเพื่อเกษตรกรรอบข้าง พวกเขาจึงตัดสินใจทำฟาร์มแรกเมื่อปี 2559 ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตอย่างแท้จริง

ช่วงที่ยากที่สุดคือช่วงเริ่มต้น เพราะทั้งสองไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อน

“แต่เพราะเชื่อมั่นกับการทำงานร่วมกับซีพีเอฟที่มีความเชี่ยวชาญ มีทีมสนับสนุนทั้งการเลี้ยง เทคโนโลยีฟาร์ม มีทีมสัตวแพทย์ สัตวบาลเข้ามาให้คำแนะนำต่อเนื่อง ทำให้สามารถเลี้ยงหมูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลงทุนไปแล้ว มีผลตอบแทนตามผลการเลี้ยงทุกครั้ง เมื่อความตั้งใจของเรา รวมกับองค์ความรู้ของบริษัทฯ ทำให้สำเร็จได้ไม่ยาก” ชนิสรา พูดเรียบๆ แต่น้ำเสียงหนักแน่น

จากโรงเรือนเล็กๆ แค่ 650 ตัว ชนิสราฟาร์ม ค่อยๆ ขยับขยายขึ้น ด้วยความมั่นใจและระมัดระวัง ปี 2564 ตัดสินใจสร้างโรงเรือนเพิ่มอีก 4 หลัง รวมเลี้ยงหมูเป็น 3,400 ตัว ต่อมาในปี 2566 ก็มีฟาร์มเกษตรกรที่อยู่ติดกันประกาศขาย 2 หลัง ทั้งคู่ตัดสินใจซื้อไว้ รวมทั้งหมดกลายเป็น 7 โรงเรือน เลี้ยงหมูขุนได้ถึง 5,750 ตัว

และไม่หยุดเพียงเท่านั้น เมื่อเห็นว่าที่ดินข้างๆ ยังว่างอยู่ และรายได้จากการเลี้ยงหมูมีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง พวกเขาตัดสินใจซื้อที่ดินเพิ่มอีก 23 ไร่ สร้างโรงเรือนเพิ่มอีก 4 หลัง และเริ่มเข้าเลี้ยงในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

จากคนที่ไม่เคยเลี้ยงหมู ตอนนี้ชนิสราและวรเชษฐ์ ดูแล หจก.ชนิสราฟาร์ม อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ฟาร์มหมูขุน 11 โรงเรือน ความจุรวม 9,150 ตัว พื้นที่ทั้งหมดกว่า 55 ไร่ กลายเป็นหนึ่งในฟาร์มหมูที่มีระบบการจัดการที่ทันสมัย ใช้ระบบอัตโนมัติ และกำลังเดินหน้าสู่ Smart Farm โดยมีพนักงานดูแลหมูเพียง 12 คน

พูดได้เต็มปากว่า “ชีวิตที่เปลี่ยน เพราะกล้าลอง” … ทั้งสองยอมรับว่าไม่ใช่คนชอบเสี่ยง การขายของทั่วไปมีของเสีย ทุนจม แต่เลี้ยงหมูคอนแทรคฟาร์มมิ่งไม่ใช่แบบนั้น เพราะเป็น “ระบบที่ทำให้เติบโตได้จริง”

“การเลี้ยงหมูของพวกเขา เริ่มจากการลงทุนครั้งเดียว แต่สินทรัพย์กลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จบแต่ละรุ่นก็ได้เงินเลย ตามผลการเลี้ยง เพียงแค่ต้องใส่ใจ ดูแล ไม่ปล่อยทิ้งขว้าง ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด” วรเชษฐ์ กล่าวถึงเทคนิคของความสำเร็จ

ชนิสรา บอกว่าทุกอย่างที่ทำมาเธอเลือกเอง แต่มั่นใจได้เพราะมี “ซีพีเอฟเป็นพาร์ตเนอร์ คู่คิด คู่พัฒนา ที่ไว้ใจได้” อยู่ข้างกันเสมอ

เทคโนโลยีในฟาร์มถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทุกปีมีสิ่งใหม่ๆ เข้ามาให้ลอง ให้ปรับ อาทิ เทคนิคใหม่ในการเลี้ยง อุปกรณ์ใหม่ๆที่เข้ามาช่วยสนับสนุนการเลี้ยงให้ดีขึ้น รวมถึงระบบ Smart Farm ที่บริษัทแนะนำ … โรงเรือนที่สร้างตอนแรกกับตอนนี้ก็แตกต่างกัน และมีแต่ดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทุกการเปลี่ยนแปลง มาพร้อมกับรายได้ที่ดีขึ้น

ถึงจะมีฟาร์มใหญ่ขนาดนี้ แต่ชนิสราก็ยังใช้ชีวิตเรียบง่าย ขายของแม่และเด็กเหมือนเดิม มีลูกชาย-ลูกสาว ที่เธอพยายามให้เข้ามาช่วยดูฟาร์มด้วยกัน พาเดินในโรงเรือน ชวนให้เรียนรู้กระบวนการเลี้ยง ตอนนี้ลูกๆเริ่มถามแล้วว่า “พ่อเลี้ยงหมูกี่ตัว” เป็นคำถามที่ทำให้เธอภูมิใจ

สำหรับทั้งสองคน ความมั่นคง คือการมี “รายได้ที่มั่นคงและแน่นอน” เพียงพอเลี้ยงครอบครัว เพียงพอขยายกิจการ และพอที่จะ “ปันกลับ” ให้ชุมชน ไม่แค่งานบุญต่างๆที่ทำไม่เคยขาด พอมีฟาร์มเลี้ยงหมูก็มีการแบ่งปัน “น้ำปุ๋ย” ให้พี่น้องเกษตรกรรอบข้างใช้ในนาข้าว เป็นการหมุนเวียนทรัพยากรที่เกิดจากใจ

และนี่คือหนึ่งในความงามของอาชีพ “เกษตรกรคอนแทรคฟาร์มมิ่ง” ไม่ใช่แค่เลี้ยงหมูขาย แต่คือการเลี้ยงความฝันของครอบครัวและสร้างความมั่นคงให้ชีวิตทีละก้าว ทีละรุ่นไม่หวือหวา แต่ชัดเจน

สิ่งที่ทำให้ “ชนิสราฟาร์ม” แตกต่าง ไม่ใช่จำนวนหมู หรือขนาดของฟาร์ม จากโรงเรือนเดียว สู่ฟาร์มหมูระดับหมื่นตัว แต่คือ การวางระบบ การบริหารจัดการ โดยมีระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่งของซีพีเอฟเป็นส่วนสนับสนุน เส้นทางที่เริ่มจากศูนย์ แต่เต็มไปด้วยความพยายามทีละก้าว และยังมองเลยไปถึงการอยู่กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

และสิ่งที่ “ชนิสราฟาร์ม” สร้างขึ้น ไม่ได้มีแค่โรงเรือนเลี้ยงหมู แต่คือรากฐานของชีวิตที่มั่นคง และแรงบันดาลใจให้เห็นว่า “ความสำเร็จ… สร้างได้ด้วยสองมือ”

ฉลองมงคลสมรส ธารา รัตนาวะดี – ปภาดา ตันติมาสกุล

ฉลองมงคลสมรส ธารา รัตนาวะดี - ปภาดา ตันติมาสกุล

ฉลองมงคลสมรส ธารา รัตนาวะดี – ปภาดา ตันติมาสกุล

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.42 น.

ปลูกต้นรักจนเติบโต พร้อมสร้างครอบครัวได้ฤกษ์ดี วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 คุณย่าประทุม รัตนาวะดี พร้อมด้วย คุณพ่อคุณแม่ สาณิต-ศิรินันท์  รัตนาวะดี นำลูกชาย ธารา รัตนาวะดี ยกขบวนขันหมากไปสู่ขอ ปภาดา ตันติมาสกุล ลูกสาว พชรพล – พิมลพรรณ ตันติสกุล มาเป็นทองแผ่นเดียวกัน พร้อมจัดพิธีรดน้ำพระพุทธมนต์และฉลองมงคลสมรสรับขวัญเจ้าบ่าว-เจ้าสาว ณ ห้องบอลรูม โรงแรมแคปเปล่า กรุงเทพ

บ่าวสาวป้ายแดง  ธารา รัตนาวะดี – ปภาดา ตันติมาสกุล

สวมแหวนตีตราจองโดยมีผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าบ่าวคุณย่า ประทุม รัตนาวะดี, คุณย่า พัชรินทร์ พูนศิริวงศ์, พ่อแม่เจ้าบ่าว สาณิต-ศิรินันท์ รัตนาวะดี, อาม่าเจ้าสาว กวีรัตน์ ตันติมาสกุล, วลีพร แก้วเวฬู, พ่อแม่เจ้าสาว พชรพล – พิมลพรรณ ตันติสกุล เป็นสักขีพยาน

พร้อมหน้าครอบครัว พ่อแม่เจ้าบ่าว สาณิต-ศิรินันท์ น้องสาวน้องชาย ธฤต – ธันยา รัตนาวะดี พ่อแม่เจ้าสาว พชรพล – พิมลพรรณ ตันติสกุล พี่สาวและพี่เขย ปุณณภา ตันติมาสกุล-ฐิติพันธุ์ ศรีรองเมือง และ ปัณณพร ตันติมาสกุล-ศุภณัฐ ตีระสหกุล

สองคุณย่า ประทุม รัตนาวะดี และ พัชรินทร์ พูนศิริวงศ์ รับไหว้หลานชายและหลานสะใภ้

บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่นท่ามกลางแขกเหรื่อจากทั้งสองครอบครัว ตลอดญาติๆ เพื่อนๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดี ด้วยความต้องการของเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่อยากให้ทุกคนได้มาสนุกกับงานจึงไม่มีพิธีรีตองมากมาย เมื่อเสร็จพิธีการตามประเพณี แขกในงานก็ได้สนุกกับการถ่ายที่โฟโต้บูทนำกลับไปเป็นระลึก พอถึงงานฉลองมงคลสมรสมี คุณพ่อเจ้าบ่าว สาณิต รัตนาวะดี ขึ้นกล่าวอวยพร ต่อด้วยการเชิญชวนให้แขกที่มาร่วมงานได้ร่วมตอบคำถามชิงรางวัลใหญ่ ก่อนจะตัดเค้กมงคลนำไปมอบให้กับผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ปิดถ่ายด้วยการโยนช่อดอกไม้เจ้าสาว ซึ่งมีเพื่อนบ่าวสาวที่ยังโสดมารอรับช่อดอกไม้กันแน่นขนัด ซึ่งผู้รับช่อดอกไม้ได้บ่าวสาวยังมีของขวัญมอบให้อีกด้วย

อาม่า กวีรัตน์ ตันติมาสกุลรับไหว้สานสาวและหลานเขย

คุณอาเจ้าบ่าว สารัชถ์- นลินี รัตนาวะดี ร่วมอวยพรหลานรัก ร่วมด้วยสาริศ รัตนาวะดี ยินดีกับน้องชาย

คุณพ่อ สาณิต รัตนาวะดี กล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวด้วยความตื้นตัน

ครอบครัวรัตนานวะดี

รมว.พลังงาน อรรถพล ฤกษ์พิบุลย์, วรภัค ธันยาวงษ์ และเพื่อนๆ วปอ. ของคุณพ่อเจ้าบ่าวร่วมยินดี

ประทุม – สฤษดิ์ รัตนาวะดี, สุนันทา รัตนาวะดี และ ผาณิต-อรุณรัตน์ พูนศิริวงศ์

ภาพแห่งความสุขรวมญาติครอบครัวเจ้าสาว

ลุงๆ อาๆ เจ้าบ่าว นำโดย สฤษดิ์ รัตนาวะดี,ศักดิ์สิน-อนุตตรา พูนศิริวงศ์, นรพล-อรุณรัตน์ พูนศิริวงศ์, ผรณเดช พูนศิริวงศ์, ปิติพัฒน์ พูนศิริวงศ์, จิราทิพย์ พูนศิริวงศ์, ดร.กร พูนศิริวงศ์, ยศชนินทร์ พูนศิริวงศ์, กุลพัสฐ์ พูลศิริวงศ์, น้องชายเจ้าบ่าว ธฤต รัตนาวะดี ร่วมด้วย รุจน์ บูรณฤกษ์ และ นีลัญชนา นนทะนาคร

สำหรับเส้นทางความรักของ เจ้าบ่าว แป๊บ- ธารา และเจ้าสาว ป่าน-ปภาดา ทั้งคู่พบกันในสถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่งเพื่อเตรียมตัวไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ต่างประเทศ เนื่องจากทั้งคู่ไปเรียนต่อคนละประเทศความสัมพันธ์เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน ใช้เวลาถึง 2 ปี ในการเรียนรู้กันและกันในสถานะคนพิเศษ และศึกษาดูใจกันนานถึง 3 ปี จึงได้ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน

เลิศชาย – นิรัชฎา พงษ์โสภณ, วรุณพร สุพรรณธะริดา, พัชรินทร์ พูนศิริวงศ์ และประทุม รัตนาวะดี

วรุณพร สุพรรณธะริดา, จิราทิพย์ พูนศิริวงศ์, รุจน์ บูรณฤกษ์ – นีลัญชนา นนทะนาคร แลณัฐวัชค์ – อภิศรา สุพรรณธะริดา

อรุณรัตน์ – ผาณิต พูนศิริวงศ์ และสโรชา รัตนาวะดี

วัลลภ นาคบัว, วรไท สุริยประภาดิลก และภรรยา, วิไลรัตน์- นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน และ บุญหาญ อู่อุดมยิ่ง

ผาณิต พูนศิริวงศ์ กับหลานๆ ธฤต-ธันยา รัตนาวะดี พร้อมเพื่อนๆ ศิริน-นภิสศิริ สุรรังสรรค์, โรจน์ชนะ- ธัญชนก โหตระไวศยะ และ กรรณิการ์ ปรารถนาพร

คุณแม่เจ้าบ่าวศิรินันท์ รัตนาวะดี ต้อนรับญาติๆ บ้านพูนศิริวงศ์ นำโดย ผาณิต-นรพล-อรุณรัตน์-ผรณเดช พูนศิริวงศ์, พัชรินทร์-ดร.กร-ปิติพัฒน์ พูนศิริวงศ์, กุลพัสฐ์ พูลสิริวงศ์ ร่วมด้วย เลิศชาย-นิรัชฎา พงษ์โสภณ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, สโรชา รัตนาวะดี, สฤษดิ์ รัตนาวะดี และ ผรณเดช พูนศิริวงศ์

พัชรินทร พูนศิริวงศ์ พร้อมลูกๆ กฤษ-ดร.กร-ปิติพัฒน์ พูนศิริวงศ์ และหลานๆ

ป่าน – ปภาดา เจ้าสาวคนสวยบอกว่า “ตั้งแต่ที่เราเริ่มทำความรู้จักกัน จนเป็นแฟนกัน พูดได้ว่าเป็นรักที่ลงตัวมากๆ เราแทบจะไม่ต้องปรับอะไรกันเยอะ เพราะเรามีนิสัยที่คล้ายกัน ป่านมีความสุขตลอดเวลาที่อยู่กับแป๊บ เขาเป็นผู้ชายอารมณ์ดี ตลก ในขณะเดียวกันเขาก็ทำให้ป่านรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย ป่านมั่นใจว่าถ้าป่านเจอปัญหาอะไร แป๊บก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างป่าน”

กลุ่มเพื่อน วปอ. ของ สาณิต รัตนาวะดี

แท็กทีมเพื่อนเจ้าบ่าว – เจ้าสาว ที่มาช่วยงานอย่างเต็มที่

ด้านเจ้าบ่าว แป๊บ – ธารา เผยความรู้สึกที่มีต่อเจ้าสาวว่า “ ป่านเป็นมีน้ำใจ เป็นคนที่นึกถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ ป่านเป็นคนคิดบวก เวลาอยู่ด้วยแล้วรู้สึกอุ่นใจ และแป๊บสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ที่สำคัญป่านเป็นเพื่อนคู่คิดที่ดีมาโดยตลอด จึงทำให้แป๊บมั่นใจและขอเขาแต่งงานครับ”

ภูฟ้าคอลเลกชันพิเศษ ‘โปโลสีดำนิลภัทร’ ถวายอาลัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภูฟ้าคอลเลกชันพิเศษ ‘โปโลสีดำนิลภัทร’ ถวายอาลัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภูฟ้าคอลเลกชันพิเศษ ‘โปโลสีดำนิลภัทร’ ถวายอาลัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.02 น.

ร้านภูฟ้า ในโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อัญเชิญภาพวาดฝีพระหัตถ์ “ปีม้าน่ารัก” ร่วมถวายอาลัย และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง จัดทำเสื้อคอลเลกชันพิเศษ “โปโลสีดำนิลภัทร” พร้อมเปิดให้สั่งจองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ผ่านทางเว็บไซต์ www.phufa.org/shop หรือที่ร้านภูฟ้าทั้ง 18 สาขา โดยสามารถตรวจสอบสาขาของร้านได้ทาง https://www.phufa.org/branch-all/  ทั้งนี้สำหรับองค์กรหรือหน่วยงานใดที่มีความประสงค์ในการสั่งเสื้อคอลเลกชันพิเศษจำนวนมาก สามารถติดต่อสำนักงานร้านภูฟ้า โทร. 02 655 6242-3 ต่อ 103 สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: PHUFA

ร้านภูฟ้าเป็นร้านที่จัดตั้งขึ้นในกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร(กพด.)เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเด็กและชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารและได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ให้แก่ร้านภูฟ้าเพื่อนำไปผลิตสินค้า ต่างๆ จำหน่าย โดยรายได้เหนือรายจ่ายของร้าน ทรงพระกรุณาพระราชทานเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาชาวบ้านรวมทั้งนักเรียนถิ่นห่างไกล เป็นจำนวนเงินมากกว่า ๑๘๖ ล้านบาทในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) ทางด้านวิชาการ บริการทางการแพทย์ การค้นคว้าวิจัยและนวัตกรรม

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) ทางด้านวิชาการ บริการทางการแพทย์ การค้นคว้าวิจัยและนวัตกรรม

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) ทางด้านวิชาการ บริการทางการแพทย์ การค้นคว้าวิจัยและนวัตกรรม

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.54 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางด้านวิชาการ บริ การทางการแพทย์ การค้นคว้าวิจัย และนวัตกรรม โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และ เภสัชกรหญิงสุมาลี คริสธานินทร์ ประธานบริหาร บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย วรรณวิมล สินทราพรรณทร ผู้แทนของบริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว พร้อมกันนี้ ซัง ลี ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและการสนับ สนุนผู้ป่วย โนวาร์ติส ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคตะวันออกกลางและแอฟริกา ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ ภายในงาน ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 อาคารสำนัก งานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

สำหรับการลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ขยายผลเครือข่ายวิชาการ และขับเคลื่อนการวิจัยเชิงลึกที่จะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยไทยอย่างยั่งยืน โดยจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างเครือข่ายองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ผสานความเชี่ยวชาญของสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำของประเทศไทยเข้ากับศักยภาพในการค้นคว้าวิจัย และพัฒนานวัตกรรมยาที่ก้าวล้ำ เพื่อเสริมศักยภาพด้านสาธารณสุขไทยสู่ระดับนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจและพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงได้จัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขึ้นด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ที่จะทรงช่วยเหลือและบรรเทาความทุกข์ทรมานของราษฎรผู้เจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งและเป็นการช่วยยกระ ดับการรักษาพยาบาลของประเทศไทยให้ได้มาตรฐานสากล ต่อมาทรงได้ขยายขอบข่ายการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ให้ครอบคลุมการรักษาทุกโรค โดยได้พระราชทานแนวพระนโยบายให้นำองค์ความรู้มาใช้ในการรักษาผู้ป่วย เพื่อเป็นที่พึ่งทางสุขภาพแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน รวมทั้งทรงจัดตั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนและการวิจัยที่สร้างบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสำคัญและตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ

ศูนย์การค้าเมกาบางนา ร่วมถวายความอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

ศูนย์การค้าเมกาบางนา ร่วมถวายความอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

ศูนย์การค้าเมกาบางนา ร่วมถวายความอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.59 น.

ศูนย์การค้าเมกาบางนา นำโดย มาริส อโบลตินส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเมกาบางนาและโครงการเมกาซิตี้ พร้อมด้วย ผู้บริหาร และพนักงาน ร่วมพิธีถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ อุทิศพระวรกาย พระปรีชาสามารถ และพระเมตตาธิคุณ เพื่อประโยชน์สุขแห่งปวงชนชาวไทย ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ทั้งนี้ ศูนย์การค้าเมกาบางนา ได้จัด ตั้งพระฉายาลักษณ์ให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไปสามารถร่วมถวายความอาลัย ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2569

ดีเดย์เปิด ‘FUTURIUM – Job World’ แห่งแรกของอาเซียน ยกระดับพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ของประเทศ

ดีเดย์เปิด 'FUTURIUM - Job World' แห่งแรกของอาเซียน ยกระดับพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ของประเทศ

ดีเดย์เปิด ‘FUTURIUM – Job World’ แห่งแรกของอาเซียน ยกระดับพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ของประเทศ

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.33 น.

ดีเดย์ 11.11 เปิด “FUTURIUM ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต”  และ Job World ทดสอบอาชีพ – ทักษะแห่งแรกของประเทศไทยและอาเซียน “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รมว.กระทรวง อว.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพร้อมชวนน้องๆ เยาวชนมาร่วมกันสร้างอนาคตผ่านการนำเสนอโลกที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัย

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM ที่สร้างความฮือฮาด้วยการเชิญชวนให้นับถอยหลังสู่ “11.11 MISSION: THE LUCKY 111 | เปิดประตูสู่ FUTURIUM ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต” จนสร้างความฮือฮาให้กับประชาชนที่ติดตามในที่สุดก็ได้รับการเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 7 พ.ย.2568 โดยนายสุวรงค์ วงษ์ศิริ  รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า “11.11 MISSION: THE LUCKY 111 | เปิดประตูสู่ FUTURIUM ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต” เป็นรหัสการเปิดให้บริการ “FUTURIUM ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต”  และ Job World ทดสอบอาชีพ – ทักษะแห่งแรกของประเทศไทยและอาเซียนอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 เดือน 11 หรือ พ.ย.2568 นี้ หลังจากที่ทุกคนรอคอยที่จะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ของ อพวช. ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยที่สุดสำหรับการสร้างอนาคต ด้วยการนำเสนอโลกที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยในโซน Innovation World และโลกแห่งการพัฒนาศักยภาพด้านการงานอาชีพในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 10 อุตสาหกรรม S-Curve ในโซน Job World โดยในวันอังคารที่ 11 พ.ย.2568 นี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.กระทรวง อว.จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ “FUTURIUM ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต” ในการเปิดให้บริการวันแรกคือวันที่ 11 พ.ย.เวลา 13.00 น.พร้อมมอบนโยบายในการยกระดับพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ของประเทศ เพื่อพัฒนากำลังคนในการรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต  ณ อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

นายสุวรงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดให้บริการ FUTURIUM อพวช.ได้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน เพื่อให้ฟิวเจอร์เรียม(FUTURIUM) เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน ซึ่งก่อนหน้านี้ อพวช.ได้เปิดให้บริการรอบทดลองไปเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก โดยเราได้นำข้อเสนอแนะของผู้เข้าชมมาปรับปรุงและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนาพื้นที่การจัดแสดงให้มีความทันสมัย พร้อมเนื้อหาวิชาการที่น่าสนใจ และนิทรรศการแบบอินเทอร์แอคทีฟมากขึ้น เพื่อให้ผู้เข้าชมได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นโซน Innovation World และโลกแห่งการพัฒนาศักยภาพด้านการงานอาชีพในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 10 อุตสาหกรรม S-Curve หรือ โซน Job World แนะแนวเส้นทางอาชีพในปัจจุบันต่อเนื่องไปถึงอนาคต ซึ่งเป็นอาชีพที่เชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ โดยจัดแสดง 27 อาชีพต้นแบบให้เยาวชนได้มาทดสอบสวมบทบาทในแต่ละอาชีพ อาทิ นักพัฒนาสายพันธุ์, วิศวกรเกษตรอัจฉริยะ, นักปฏิบัติการโรงเรือนระบบปิด, วิศวกรเครื่องกล, นักออกแบบยานยนต์, นักวางแผนระบบโลจิสติกส์, วิศวกรพลังงานแสงอาทิตย์, วิศวกรพลังงาน, นักธรณีวิทยาปิโตรเลียม, เชฟอาหารรักษ์โลก, นักวิทยาศาสตร์การอาหาร, นักพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหาร, นักออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็นต้น นอกจากนี้ ฟิวเจอร์เรียม(FUTURIUM) ยังมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าชม รวมถึงระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกคนที่มาเยี่ยมชมได้รับประสบการณ์ที่สนุก สร้างสรรค์ และมีคุณค่า

“วันที่ 11.11 นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของฟิวเจอร์เรียม(FUTURIUM) ในการเปิดประตูสู่โลกนวัตกรรม ซึ่งหวังว่าทุกท่านจะได้รับแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม และได้มองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาตนเองและประเทศชาติอย่างยั่งยืนในอนาคตตามแนวคิดการออกแบบฟิวเจอร์เรียม(FUTURIUM) คือ Infinity Shape สัญลักษณ์แห่งความไม่สิ้นสุดของจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์” นายสุวรงค์ กล่าว

สำหรับผู้สนใจเข้าชม สามารถจองเข้าชมได้ที่ https://ticket.nsm.or.th/ เปิดให้บริการ วันอังคาร – วันศุกร์: 09.30 – 15.00 น. และวันเสาร์ – วันอาทิตย์: 09.30 – 17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 – 2577 – 9999 ต่อ 2122-2123 หรือ Faceook : FUTURIUM อพวช.

-(016)

ผู้แทนรัฐบาล สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย เยี่ยมชมนิทรรศการ “GRAFFITI SOCIAL CLUB” ชื่นชมซอฟต์พาวเวอร์ไทยและไต้หวัน

ผู้แทนรัฐบาล สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย เยี่ยมชมนิทรรศการ “GRAFFITI SOCIAL CLUB” ชื่นชมซอฟต์พาวเวอร์ไทยและไต้หวัน

ผู้แทนรัฐบาล สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย เยี่ยมชมนิทรรศการ “GRAFFITI SOCIAL CLUB” ชื่นชมซอฟต์พาวเวอร์ไทยและไต้หวัน

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.23 น.

หลัน เซี่ย หลี่ ผู้แทนรัฐบาล สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย (สำนักงานฯ) ร่วมชมนิทรรศการ “GRAFFITI SOCIAL CLUB” โดย หลัน เซี่ย หลี่ ได้สัมผัสกับซอฟต์พาวเวอร์ด้านศิลปวัฒนธรรมของไทย ทั้งยังรู้สึกชื่นชมผลงานกราฟฟิตี้ของศิลปินไทยและไต้หวันที่จัดแสดงเป็นอย่างมาก เมื่อบ่ายวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ณ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก (River City Bangkok)

หลัน เซี่ย หลี่ กล่าวว่า เคยได้ยินชื่อเสียงของวงการศิลปะกราฟฟิตีของไทยมานาน โดยเฉพาะศิลปิน นายพัชรพล แตงรื่น (Alex Face) ที่สร้างชื่อเสียงไปทุกเมืองทั่วโลกด้วยฝีมือในการวาดภาพสตรีทอาร์ตอันปราณีตและผลงานที่ชวนให้ตรึกตรอง เมื่อได้มาเห็นด้วยตาตนเองก็รู้สึกประทับใจมาก

 GRAFFITI SOCIAL CLUB ก่อตั้งโดย REACH ศิลปินกราฟฟิตีไต้หวัน เมื่อปี ค.ศ. 2019 เพื่อนำเสนอวิวัฒนาการของกราฟฟิตีจากวัฒนธรรมย่อยสู่กระแสระดับโลก และเปิดโอกาสให้ศิลปินกราฟฟิตีชาวไต้หวันได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับศิลปินระดับนานาชาติ โดยครั้งนี้เป็นการปรากฏตัวครั้งแรกในประเทศไทยของ GRAFFITI SOCIAL CLUB จากความร่วมมือของผู้จัดงานหลัก ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกและสำนักงานฯ รวมถึงการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมไต้หวัน นิทรรศการนี้รวบรวมศิลปินสตรีทอาร์ทชื่อดัง 12 คนจากไต้หวัน ไทย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป มาร่วมนำเสนอเอกลักษณ์ในการสร้างสรรค์งานศิลปะกราฟฟิตีจากไต้หวัน ไทย และประเทศอื่นๆ

นิทรรศการครั้งนี้มีศิลปินไต้หวันเข้าร่วม 3 ท่าน ได้แก่ REACH, Mr.OGAY และ SONG จัดแสดงผลงานทั้งหมด 10 ชิ้น โดยคุณลินดา เชง (Linda S. Cheng) กรรมการผู้จัดการริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกพร้อมด้วยคุณโทบี้ ลู (Toby Lu) ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดและนิทรรศการนำชมและแนะนำอย่างกระตือรือร้น นายหลัน เซี่ย หลี่ไม่เพียงแต่จะเข้าชมผลงานกราฟฟิตีจากไต้หวัน ไทยและประเทศอื่นๆ เท่านั้น ยังได้ไปเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมอื่นๆ ภายในริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกอีกด้วย

หลัน เซี่ย หลี่ รู้สึกชื่นชมคุณลินดาและคุณโทบี้ ในฐานะที่เป็นชาวไต้หวันด้วยกัน ที่ทุ่มเทและทำงานอย่างหนักในการปรับเปลี่ยนริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ให้กลายเป็นศูนย์กลางทางศิลปะและวัฒนธรรม นายหลัน เซี่ย หลี่ได้ขอบคุณคุณลินดาและคุณโทบี้สำหรับการสนับสนุนและการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไต้หวันมาอย่างยาวนาน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและไทยแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น และเนื่องจากตรงกับวันลอยกระทง นายหลัน เซี่ย หลี่จึงได้นำกระทงไปลอยที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ด้านข้างของริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เพื่อขอพรให้ประเทศไทยและไต้หวันอีกด้วย

หลัน เซี่ย หลี่กล่าวว่า การกระชับมิตรภาพระหว่างไทยและไต้หวันและการสร้างความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ เป็นเป้าหมายที่นายหลัน เซี่ย หลี่เน้นย้ำและคาดหวังมาโดยตลอดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง การชมนิทรรรศการในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ได้เห็นซอฟต์พาวเวอร์ที่แข็งแกร่งของศิลปินไทยอย่างประจักษ์ ซึ่งเป็นที่ประทับใจไม่รู้ลืมเท่านั้น แต่ยังได้เห็นถึงความสำเร็จของความร่วมมือด้านศิลปะและวัฒนธรรมระหว่างไทยและไต้หวัน นายหลัน เซี่ย หลี่หวังว่าในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ เทคโนโลยี วิชาการ การศึกษา วัฒนธรรมหรือด้านอื่นๆ ทั้งสองฝ่ายจะสามารถก้าวไปข้างหน้าบนพื้นฐานของมิตรภาพต่อไป

นิทรรศการ “Graffiti Social Club” เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 ณ RCB Galleria ชั้น 3 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

ครอบครัว “ซูเลียน” บินลัดฟ้าสู่กรีซ สัมผัสประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ กับ ZHULIAN INTERNATIONAL DIAMOND FORUM 2024

ครอบครัว “ซูเลียน” บินลัดฟ้าสู่กรีซ  สัมผัสประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ กับ ZHULIAN INTERNATIONAL DIAMOND FORUM 2024

ครอบครัว “ซูเลียน” บินลัดฟ้าสู่กรีซ สัมผัสประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ กับ ZHULIAN INTERNATIONAL DIAMOND FORUM 2024

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.10 น.

สุดยอดรางวัลแห่งความภาคภูมิใจจาก บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด (Zhulian Thailand)   เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่กับโปรแกรมท่องเที่ยวต่างประเทศของเหล่านักธุรกิจระดับเพชร “ZHULIAN INTERNATIONAL DIAMOND FORUM QUALIFY 2024” เส้นทางกรีซสุดอลังการ ที่จะพาผู้ผ่านคุณสมบัติปี 2024 บินลัดฟ้าไปสัมผัสความงดงามของ เกาะซานโตรินี (Santorini) และ กรุงเอเธนส์ (Athens) ดินแดนแห่งอารยธรรมโลก ตลอดระยะเวลา 9 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 20–28 ตุลาคม 2025 (Group A) และ 21–29 ตุลาคม 2025 (Group B)

การเดินทางสุดหรูครั้งนี้ถูกวางแผนอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด เพื่อมอบประสบการณ์ระดับโลกแก่เหล่านักธุรกิจเพชรของซูเลียน ตั้งแต่การออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยสายการบินพรีเมียม     การจัดทีมเจ้าหน้าที่และไกด์ท้องถิ่นมืออาชีพคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ไปจนถึงการคัดสรรที่พักสุดหรู El Greco Resort Hotel และโรงแรมชั้นนำในเครือ เพื่อให้ผู้ร่วมทริปได้สัมผัสความสบายในทุกช่วงเวลา

ทันทีที่เดินทางถึง เกาะซานโตรินี เกาะในฝันที่เปรียบเสมือนสวรรค์บนผืนน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ผู้ร่วมทริปได้เยือนหมู่บ้าน Oia ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกงดงามที่สุดในโลก เดินเล่นท่ามกลางบ้านสีขาวหลังคาโดมสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ ถ่ายภาพเก็บความทรงจำกับวิว คาลเดรา ที่สวยดั่งภาพวาด ก่อนต่อด้วยการสำรวจเกาะทั้งวัน ชมพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ ชายหาดทรายแดง (Red Beach) และโบสถ์ Nektarios Church สัญลักษณ์แห่งความสงบงามของเกาะ

ตลอดการเดินทาง ทีมงานได้จัดโปรแกรมผสมผสานทั้งความรู้ วัฒนธรรม และความบันเทิง ผู้ร่วม ทริปได้สัมผัสเสน่ห์ของ กรุงเอเธนส์ เมืองหลวงแห่งอารยธรรมกรีก เยี่ยมชมโบราณสถานระดับโลก เช่น         อะโครโพลิส (Acropolis) และ วิหารพาร์เธนอน (Parthenon) สัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของอารยธรรมตะวันตก พร้อมปิดท้ายด้วยการเดินชม สนามกีฬาโบราณ Panathenaic Stadium สนามหินอ่อนที่ใช้จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ครั้งแรกในปี 1896

ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา

หนึ่งในไฮไลต์สุดพิเศษคือ “งานเลี้ยงเกียรติยศแห่งเพชรซูเลียน” ที่จัดขึ้นในค่ำคืนอันหรูหรา ณ กรุงเอเธนส์ เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของนักธุรกิจเพชรผู้มากความสามารถ บรรยากาศภายในงานอบอวลด้วยความภาคภูมิใจและมิตรภาพอันแน่นแฟ้น ผู้ร่วมงานต่างแต่งกายตามธีมที่กำหนด ทั้งชุดประจำชาติและแฟชั่นสุดสร้างสรรค์ ถ่ายทอดความหลากหลายของวัฒนธรรมและจิตวิญญาณแห่งความสำเร็จในแบบซูเลียน

ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  “ZHULIAN INTERNATIONAL DIAMOND FORUM QUALIFY 2024 ไม่ใช่เพียงรางวัลสำหรับความสำเร็จทางธุรกิจ แต่เป็นโอกาสให้ผู้บริหารและนักธุรกิจเพชรของเราได้สัมผัสประสบการณ์ระดับโลก สร้างแรงบันดาลใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อเติบโตไปสู่อนาคตที่มั่นคงและเปล่งประกายเหมือนเพชรแท้”

โปรแกรม “ZHULIAN INTERNATIONAL DIAMOND FORUM QUALIFY 2024” ไม่เพียงเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จ แต่ยังเป็นการยืนยันถึงพลังและความมุ่งมั่นของนักธุรกิจเพชรซูเลียนทั่วประเทศ ที่ร่วมสร้างสรรค์ความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร และก้าวไปสู่อนาคตที่เปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม ดั่งเพชรที่งดงามไม่มีวันหม่นแสง

นี่คือการเดินทางแห่งเกียรติยศ ที่จะกลายเป็นความทรงจำอันยิ่งใหญ่ในหัวใจของทุกคน เพราะ “ซูเลียน” ไม่ได้มอบเพียงทริปท่องเที่ยว… แต่คือการมอบ “ประสบการณ์ชีวิตระดับเพชร” ที่สะท้อนคุณค่าของผู้นำตัวจริงในทุกมิติ