ลึกลับในสนามข่าว : 6 พฤศจิกายน 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 6 พฤศจิกายน 2568

ลึกลับในสนามข่าว : 6 พฤศจิกายน 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

nn…เห็นทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นนอต ประชุมสภาฯจันทร์ถึงศุกร์ เสาร์-อาทิตย์ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชน ร่วมงานบุญงานบวชงานแต่งไปจนถึงงานขาว-ดำ แต่ละสัปดาห์ “สส.แคมป์ – กุลวลี นพอมรบดี” ผู้แทนฯราชบุรี ทำงานผู้แทนฯได้ ไม่มีขาดตกบกพร่อง ทั้งงานราษฎร์ งานหลวงไปจนถึงกิจกรรมบันเทิงไม่ด้อยกว่าใคร เพราะสาวแคมป์นั้น ขึ้นชื่อทั้งร้องเพลงได้-เต้นเก่ง จังหวะไหน สส.แคมป์ได้หมด… แต่วันก่อนเห็นภาพลงพื้นที่ ที่เจ้าตัวสาละวนจับตะหลิวทำอาหารหอยทอด ท่าทีท่าทางทะมัดทะแมง ไม่แพ้แม่ครัวมืออาชีพ ก็อดคิดไม่ได้ว่า สส.ทำอาหารได้ด้วย!!! ก่อนจะไปอ่านเจอะแคปชั่นสั้น “ใครว่าสส.ทำงานเป็นอย่างเดียว แม่ศรีเรือนก็เป็นนะจ๊ะ” …เชื่อแล้วจ้าเชื่อ ดูท่าทางจับตะหลิวพลิกหอยทอดซ้ายทีขวาที ถือว่าผ่าน ต่อไปจะบอกว่า เป็นเวิร์กกิ้งวูแมนอย่างเดียวไม่ได้แล้ว เป็น “แม่แคมป์นางรำ” ก็ได้ด้วย ส่วนรสชาติรสมือจะอร่อยแค่ไหน บอกไม่ได้ ไปถามคนชิมเอาเอง….อิอิ…nn

กุลวลี นพอมรบดี

nn…อีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ ไฟแรง ที่อนาคตไกล “ซี – พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์” อดีตกรรมการบริหาร และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ อดีตสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยไปเรียบร้อย ด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นคนใต้สนใจพรรคภูมิใจไทยมานาน ติดตามการทํางานมาตลอด ถ้านโยบายที่ทันสมัย พรรคภูมิใจไทยก็เป็นหนึ่งทางเลือกที่ตั้งใจ อยากเข้ามาทำงานด้วย เพื่อรับใช้ประชาชน โดยเฉพาะเพื่อคนภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ที่เน้นการท่องเที่ยว แก้ปัญหาจราจรของจังหวัดภูเก็ต เมืองท่องเที่ยวชื่อดัง เจ้าตัวบอกว่า จะนำปัญหาของพ่อแม่พี่น้องในภูเก็ตมาเสนอให้พรรค วางแผนแก้ไขระยะยาว เรียกว่า นอกจากมีความรู้ความสามารถการศึกษาแล้ว ที่สำคัญ มีจิตใจอาสารับใช้ประชาชน-จิตสำนึกรักบ้านเกิดเกินร้อย…อย่างสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าตัวก็ไม่ได้หยุดอยู่เฉย แต่กิจกรรมลงพื้นที่เพียบ หนึ่งในนั้น ก็ไปร่วมงาน“เดิน-วิ่ง” ที่ป่าชายเลนแหลมหินภูเก็ต กิจกรรมออกกำลังกายดีๆ ที่นอกจากได้ออกกำลังกายได้วิ่งได้เหงื่อแล้ว ยังได้บุญอีกต่างหาก รวมทั้งยังได้ร่วมแสดงพลังอนุรักษ์ผืนป่าไปด้วยกัน…หนึ่งในงานถนัดที่สาวซี ชื่นชอบมากตามประสาเวิร์กกิ้งวูแมน…งานนี้ ก็ต้องติดตามกันยาวๆถึงเลือกตั้งรอบหน้า ความมุ่งมั่นจริงจังของสาวซีจะมัดใจคนภูเก็ต มอบความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนเข้าทำงานในสภาฯหรือไม่…nn

พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์

ไทยไม่ใช่ศูนย์กลางสแกมเมอร์ ‘อนุทิน’เสียงแข็ง ชี้ถูกใช้เป็นฐานฟอกเงิน ไม่มีมาเฟียใหญ่กว่ารบ.

ไทยไม่ใช่ศูนย์กลางสแกมเมอร์ ‘อนุทิน’เสียงแข็ง ชี้ถูกใช้เป็นฐานฟอกเงิน ไม่มีมาเฟียใหญ่กว่ารบ.

ไทยไม่ใช่ศูนย์กลางสแกมเมอร์ ‘อนุทิน’เสียงแข็ง ชี้ถูกใช้เป็นฐานฟอกเงิน ไม่มีมาเฟียใหญ่กว่ารบ.

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไทยไม่ใช่ศูนย์กลางสแกมเมอร์ ‘อนุทิน’เสียงแข็ง ชี้ถูกใช้เป็นฐานฟอกเงิน ไม่มีมาเฟียใหญ่กว่ารบ. กมธ.มั่นคงเล็งชง43ชื่อ ให้รัฐตรวจสอบขึ้นบช.ดำ

นายกฯลั่นไม่แฟร์! ยันไทยไม่ใช่ศูนย์กลางสแกมเมอร์ แต่เป็นประเทศตรงกลางที่ถูกใช้เป็นฐานฟอกเงิน ย้ำต้องบังคับใช้กฎหมายเข้ม กร้าวไม่มีนักเลง-มาเฟีย คนไหนใหญ่กว่ารบ. รับเป็นคนบอกให้อดีต รมช.คลังลาออก หลังเจอครหาโยงสแกม โวรบ.นี้ใช้กม.มุ่งที่พฤติกรรมรูปคดี ไม่ใช้กลไกรัฐกำจัดคู่แข่งทางการเมือง เหมือนที่เคยโดนตอนรบ.ที่แล้ว เหน็บอารยะปท.ไม่ทำกัน ด้าน‘กมธ.ความมั่นคงฯ’ เตรียมส่ง 43 รายชื่อโยงเอี่ยว ‘สแกมเมอร์’ ให้ทางการสอบ-แบล็กลิสต์ห้ามเข้าประเทศ ยังไม่ท้อเรียก ‘นายกฯ-ธรรมนัส’ แจงกมธ.ฯ

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่สยามพารากอน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แสดงวิสัยทัศน์ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 ในหัวข้อ “Thailand’s Next Frontier : A National Economic Vision วิสัยทัศน์ประเทศไทยในโลกใหม่” รูปแบบการสัมภาษณ์ โดยผู้ดำเนินรายการถามความคืบหน้าการปราบสแกมเมอร์

ไทยถูกใช้เป็นฐานฟอกเงิน-ไม่ใช่ศูนย์สแกม

นายกฯกล่าวว่า เราต้องทำความเข้าใจ ก่อนจะบอกว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการฟอกเงิน ไม่ค่อยแฟร์ สแกมเป็นสิ่งน่ารังเกียจ เราอยู่ตรงกลางเป็นประเทศตรงกลาง รอบๆประเทศที่ทำสแกม สิ่งที่ทำให้คนที่ทำธุรกิจเหล่านี้ ไม่ใช่สแกมฯอย่างเดียว แต่มีเรื่องยาเสพติด ค้ามนุษย์ เป็นสิ่งไม่ใช่สีเทาแต่เป็นสีดำ ที่ต้องใช้ไทยเป็นฐานฟอกเงิน สิ่งที่เราต้องทำให้ได้ในไทยคือ มีกฎหมายเคร่งครัดเข้มงวด มีเจ้าหน้าที่ที่ตั้งใจปราบปรามสิ่งนี้ ซึ่งเรามีกลไกลหมด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)เตรียมไว้หมดและทำไปเยอะแล้ว แต่ของแบบนี้เป็นเรื่องปฎิบัติทางลับ จะไปบอกว่าทำอะไรไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนทุกวัน ฉะนั้น ตนบอกเสมอว่าเราต้องอยู่เหนือคนทำผิด ไม่ใช่ไล่ตามเป็นโปลิศจับขโมย และหากต้องการเครื่องมือรัฐบาลก็พร้อมสนับสนุน

ลั่นไม่มีมาเฟียใหญ่กว่ารบ.-เซ็นเช็คเปล่าลุยปราบ

“ในเรื่องการเกรงกลัวผลประโยชน์ใดๆ นายกฯยืนยันกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ว่าเราเป็นรัฐบาลไม่มีนักเลง ไม่มีมาเฟียคนไหน ขาใหญ่คนไหนที่จะใหญ่กว่ารัฐบาลได้ ในเมื่อรัฐบาลไม่เกรงกลัวผู้ปฏิบัติก็ต้องไม่กลัวด้วย”นายกฯกล่าว และว่า รัฐบาลเซ็นเช็คเปล่าในการสนับสนุนเพื่อปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ คุยกันทุกวัน ผลงานมีตลอด ทั้งเรื่องยาเสพติด เดือนเดียวจับได้หลายล้านเม็ด เรื่องสแกมก็ยึดทรัพย์ได้เยอะมาก สัปดาห์ที่แล้ว ถอนสัญชาติขาใหญ่สแกมเมอร์ รัฐบาลเข้ามาทำงาน 3 สัปดาห์ถอนสัญชาติไปแล้ว ไม่เกรงกลัวใคร แม้ว่าจะมีการอ้างว่ามีแม่เป็นคนไทย แต่เมื่อสืบแล้วไม่ใช่ ก็ได้ถอนสัญชาติและอายัติทรัพย์

นายกฯยืนยันว่า เราทำงานอยู่ตลอด ยาเสพติดจับได้เดือนเดียวหลายสิบล้านเม็ด สแกม ยึดทรัพย์ 2 หมื่นกว่าล้านบาท แบล็คลิสต์และอาหรับยัดทรัพย์เยอะมาก แต่ของแบบนี้ไม่สามารถบอกได้ เป็นการสืบทางลับและขยายผลยึดทรัพย์ไปเรื่อยๆ สัปดาห์ที่แล้วถอนสัญชาติขาใหญ่รายหนึ่งสัญชาติไทย 30 ปี รัฐบาลของตนเข้ามา 3 อาทิตย์ถอนสัญชาติเรียบร้อย ไม่เห็นมีปัญหา ก็จะดำเนินการต่อไปยังเครือข่าย

รับเป็นคนบอกให้อดีตรมช.คลังลาออก

นายอนุทินยังตอบคำถามผู้ดำเนินรายการถึงกระแสข่าวพาดพิงอดีตรมช.คลัง ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวข้องกับเรื่องสแกมว่า ท่านถูกครหา แต่ยังไม่ถูกกล่าวหา ยังไม่ได้มีหลักฐานใดๆ และไม่มีหน่วยงานไหนทั้งไทยและต่างประเทศที่ดำเนินคดีกับท่าน แต่เมื่อมีข่าวออกมาต่อเนื่อง ตนก็เรียนท่านตรงๆ ตนนี่แหละเป็นคนไปบอกให้ท่านลาออก ซึ่งท่านก็ให้ความร่วมมืออย่างดี อะไรที่พอถูกครหาหาขึ้นมาแล้ว ท่านอยู่ในกระทรวงที่เรากำลังต้องใช้กลไกของกระทรวงไปปราบสิ่งเหล่านี้ ท่านก็แสดงสปิริตทันที และการดำเนินการต่างๆ ไม่มีทางพ้นไปจากหน่วยงานที่เขากำลังดำเนินการ ถ้าท่านไม่ผิดก็คือไม่ผิด จะไปบอกผิดไม่ได้

ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นใช้กลไกรัฐกำจัดคู่แข่ง

“การใช้กฎหมายในรัฐบาลของผม มุ่งไปที่พฤติกรรมรูปคดี ไม่ใช่ไปบอกเกลียดคนนี้ ไม่ชอบคนนี้ เดี๋ยวคนนี้มาเป็นคู่แข่งทางการเมือง ต้องพยายามเอาเขาออกให้ได้ เหมือนที่พวกผมเคยโดนมา ความจริงมาตรงนี้ คนก็จะไปบอกว่า ผมจะย้อนรอยหรือเปล่า ไม่มีเลย และผมคิดว่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดที่แล้ว ที่เขาพยายามใช้กลไกของรัฐกำจัดคู่แข่งทางการเมือง หรือมากีดกันกล่าวหา เพื่อให้เกิดความเสียหาย มันเป็นสิ่งที่ประเทศอารยะเขาไม่ทำกัน และปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะจะเกิดเป็นกงกรรมไม่จบไม่สิ้น นักการเมืองทะเลาะกัน ใช้กลไกรัฐกลั่นแกล้งกัน คนที่เดือดร้อนคือประเทศและประชาชน ซึ่งคนจะเป็นนักการเมืองต้องไม่ทำเช่นนั้น และผมก็ไม่ทำเช่นนั้น”นายกฯกล่าว และย้ำว่า วันนี้รัฐบาลนี้ ถ้าไม่ใช่ 4 เดือน ไม่นับเวลาของมัน ตนว่าอำนาจมากที่สุดตั้งแต่มีรัฐบาลมาในรอบ 20-30 ปี นายกฯเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยกำกับดูแลกระทรวงสำคัญทุกกระทรวง ถ้าตนเจ้าคิดเจ้าแค้นสนุกเลย เดือนหนึ่งก็ทำได้แล้ว อย่าว่าแต่ 4 เดือนเลย แทนที่ตนจะเจ้าคิดเจ้าแค้น ตนก็คิดว่าสิ่งเหล่านี้ต้องเปลี่ยน

เล็งชง43ชื่อโยงสแกมให้รัฐสอบขึ้นบช.ดำ

ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศแถลงผลประชุมกมธ. ในประเด็นการตรวจสอบความเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ว่า กมธ.จะทำหนังสือรายชื่อบุคคลต่างๆรวม 43 คน ที่เราแบ่งเป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งเรามีข้อมูลและจะส่งไปให้หน่วยงานต่างๆ รวมถึงตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบ และจัดทำเป็นแบล็กลิสต์ว่าเป็นบุคคลที่อาจไม่สามารถเข้าประเทศไทยได้ รวมถึงอาจต้องตรวจสอบความเกี่ยวพันกับแก๊งสแกมเมอร์มากน้อยแค่ไหน ส่วนผู้ต้องสงสัยเป็นชาวไต้หวัน ความคืบหน้าเชิงรายละเอียดยังไม่มี และต้องยอมรับว่าหน่วยงานต่างๆ ยังไม่ได้ให้ความร่วมมือเต็มที่เท่าที่ควร แต่เราคาดหวังว่าเราควรเห็นความก้าวหน้ากว่านี้ เพราะปัญหาต่างๆร้ายแรง

ผู้สื่อข่าวถามว่าสัปดาห์หน้าจะเชิญใครเข้ามาชี้แจงบ้าง นายรังสิมันต์กล่าวว่า จะสรุปและทำหนังสือแจ้งไปอีกครั้ง แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นนายกฯและร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรฯ

รบ.ผนึก14เครือข่ายเซ็นMOUปราบสแกม

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯจะเป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการประกาศสงครามกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Scammer) ในวันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบฯ โดย 14 หน่วยงานภาครัฐร่วมลงนามใน MOU ได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สมาคมธนาคารไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ

ยืนยันรัฐบาลเดินหน้าปราบสแกมเมอร์ พร้อมสนับสนุนเต็มที่ ใช้ทุกระบบ เครื่องมือ และกลไกที่ทันสมัยเข้ามาใช้ โดยบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งนายกฯใช้บทบาททุกเวทีส่งเสริมความร่วมมือเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ซัดไทยมัวแต่รำตั้งกก.สอบสแกม

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการ รมว.ต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุ หนีไม่พ้น ทั่วโลกกดดันเขมรเรื่องสแกมเมอร์ แต่ไทยยังมัวแต่รำตั้งกรรมการสอบ สส.เมกาเสนอร่างกฎหมาย HR5490 เข้าสภาให้เขมรเป็นประเทศอาชญากรรม พร้อมรายชื่อแบล็กลีสอีกกว่า 40 ชื่อ คนดังๆที่เดินเข้าออกและสนิทสนมคนไทย เอาเถอะจะปฏิเสธพลิกลิ้นยังไงเชิญเต็มที่ อย่าให้เขาแพลมชื่อนักการเมืองไทยพัวพัน ถึงตอนนั้น ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน ศักดิ์ศรีประเทศชาติเสียหายขายขี้หน้า เมกาสั่งยึดเงินห้าแสนล้าน เกาหลีใต้ สิงค์โปร์แปดเปื้อนสั่งยึดทรัพย์ย่านนี้เหลือแต่ไทย จะรอดหรือสวรรค์ของคนเทาๆ มีนักการเมืองเป็นเพื่อน

ไม่เคยตามเขมร นายกฯย้ำลงนามเพื่อหยุดสงคราม

ไม่เคยตามเขมร นายกฯย้ำลงนามเพื่อหยุดสงคราม

ไม่เคยตามเขมร นายกฯย้ำลงนามเพื่อหยุดสงคราม

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไม่เคยตามเขมร นายกฯย้ำลงนามเพื่อหยุดสงคราม

“อนุทิน”เมิน ไม่ได้อ่าน“ฮุนเซน”โพสต์ไม่สลด“ปิดด่าน 500 ปี เขมรก็ไม่ตาย” ลั่นไม่เคยตามเขมร ไล่ไปอ่านปฏิญญาสันติภาพ ลั่นลงนามปฏิญญาไทย-กัมพูชา“เพื่อหยุดสงคราม” ย้ำต้องทำให้ประเทศมีความสงบสุข ยันไทยไม่เสียอธิปไตย-ดินแดน เตือนกัมพูชา อย่าคิดรุกราน ยึด4ข้อตกลง ย้ำเปิดด่าน ต้องฟังเสียงประชาชน

เมื่อเวลา 09.10 น.วันที่ 5 พ.ย.68 ที่พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แสดงวิสัยทัศน์ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 ในหัวข้อ “Thailand’s Next Frontier : A National Economic Vision วิสัยทัศน์ประเทศไทยในโลกใหม่” ในรูปแบบการสัมภาษณ์

นายกฯไม่ได้อ่าน‘ฮุน เซน’โพสต์ปิดด่าน

โดยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาโพสต์เฟซบุ๊กว่าไม่เคยขอให้ใครเปิดด่าน จะปิด 100 ปี หรือ 500 ปีก็เป็นเรื่องของไทย ไม่ทำให้กัมพูชาตาย นายกรัฐมนตรีตอบเพียงว่า“ผมยังไม่ได้อ่าน” ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าสมเด็จฮุน เซนบอกว่ากัมพูชาไม่ได้อ่อนข้อในการไปลงนามในคำประกาศที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพ ระหว่างไทยและกัมพูชานั้น นายอนุทิน ตอบยิ้มและพยักหน้า

ไม่เคยตามเขมร/ไล่อ่านปฏิญญาสันติภาพ

ส่วนท่าทีแข็งก้าวของสมเด็จฮุน เซนจะกระทบต่อการสร้างสันติภาพชายแดนไทยกัมพูชาหรือไม่ นายกฯ ตอบย้ำว่า ยังไม่ได้อ่าน ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่ามองอย่างไรที่ผู้นำของกัมพูชามักจะโพสต์ข้อความผ่านโลกโซเชียลซึ่งอาจถูกมองว่าเราเป็นฝ่ายตามเขาตลอด นายกฯกล่าวว่า“ทุกคนก็มีสไตล์การทำงานของเขา ใครบอกตาม ขอให้ไปอ่าน Joint declaration (ปฏิญญา เพื่อนำไปสู่สันติภาพไทย – กัมพูชา) มีตรงไหนที่ตาม”

ลั่นลงนามเพื่อไม่ให้หยุดสงคราม

นายอนุทินยังกล่าวถึงการลงนามร่วมกับกัมพูชาโดยมีผู้นำมาเลเซียและประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเป็นสักขีพยานว่า เรื่องนี้นานาจิตตังต่างคนต่างความคิด แต่ผม อยากใช้โอกาสในเวทีนี้ฝากไปถึงประชาชนการที่ประเทศไทยได้ลงนามในปฏิญญา( joint declaration)วัตถุประสงค์ที่ตนเต็มใจไปเซ็นลงนามและตัดสินใจว่าถึงเวลาอันสมควรที่จะต้องลงนาม คือ เพื่อหยุดสงคราม

“ผมเป็นนายกรัฐมนตรีนำประเทศไปให้มีสงครามไม่ได้ หน้าที่ของนายกรัฐมนตรีคือต้องทำให้ประเทศมีความสงบสุข หลายประเทศสงคราม คือ สิ่งหอมหวาน ถ้าเป็นผู้นำและนำประเทศเข้าสู่สงคราม บางทีก็ได้รับความนิยมด้วย แต่ ผมคิดว่าสำหรับประเทศไทย เราอย่ามีสงครามดีกว่า เพราะเป็นประเทศที่เป็นตัวของเราเองมีเอกราชของเรามาโดยตลอด ซึ่งเป็นที่น่าเกรงขามของอริราชศัตรูทั้งหลายอยู่แล้ว ผมไปลงนามเพื่อไม่ให้เกิดสงคราม”

ยันไทยไม่เสียดินแดน เสียอธิปไตย

นายกฯกล่าวอีกว่า มั่นใจได้เลยว่าประเทศไทย จะไม่มีวันเสียดินแดน ไม่มีวันเสียอธิปไตย เพราะในปฏิญญาเขียนชัดเจนว่า อะไรที่เป็นของใครก็เป็นของใคร ไม่มีจุดไหนที่บอกว่าเรายอมแลกพื้นที่ตรงนั้นตรงนี้เพื่อวัตถุประสงค์ใด ตนไปเพื่อทำให้เกิดความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เตือนกัมพูชา อย่าคิดรุกรานไทย

นายกฯกล่าวย้ำว่า ไปเพื่อให้เขาเห็นว่า อย่าได้คิดอย่ารุกรานประเทศไทย คุณจะคิดผิดมาก ถ้าคิดว่าประเทศไทยรุกรานได้ และตนก็มั่นใจว่า ข้อความของตนใน 4 ข้อนี้ได้ถูกส่งไปยังคู่กรณีด้วยความชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง มีประธานกลุ่มสมาชิกอาเซียน ร่วมเป็นสักขีพยานและประธานาธิบดีสหรัฐ ถือเป็นตัวแทนประชาคมโลกร่วมเป็นพยาน สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดความมั่นใจได้เลยว่าประเทศไทยจะไม่มีสงคราม ถ้าทุกอย่างถูกปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงที่ได้ตกลงกันไว้

เมื่อถามว่าหากมองไปในข้อตกลงดังกล่าวสิ่งที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าผลลัพธ์ที่จะเป็นรูปธรรมอย่างเช่นการทำประชามติ MOU 2543- 2544 ที่จะเกิดขึ้น มองเป้าหมายเรื่องนี้อย่างไร นายอนุทินระบุว่ามันคนละเรื่องกันเรื่องปฏิญญาเป็นเรื่องการยุติ มันไม่ใช่สัญญาสันติภาพสัญญาสงบศึก แต่เป็นประตูแรก ที่จะนำไปสู่สันติภาพซึ่งยังไงก็ควรจะต้องมีสันติภาพในวันหนึ่ง เพราะเราอยู่ตรงกลาง เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ และไม่อยากมีช่องว่างเพื่อให้วงกลมนั้นครบ ถ้าวงกลมมันขาด ก็ทำให้เราขับเคลื่อนสิ่งที่เกิดประโยชน์สูงสูดประเทศไม่ได้ หากยังสู้รบกัน

ย้ำเปิดด่านชายแดน ต้องฟังเสียงปชช.

ขณะที่การค้าขายชายแดน ตนเข้าใจและฟังพี่น้องประชาชนเสมอ แต่ต้องหาทางแก้ปัญหาให้เขาด้วย มูลค่าการค้าขายชายแดนไทยกัมพูชาต่อปีถึง 170,000 ล้านบาท ประเทศไทยขายให้กัมพูชา 140,000 ล้านบาท เราซื้อกัมพูชาแค่ 30,000 ล้านบาท เราเสียหายมากกว่า แต่หากว่าไปบอกว่าเราเสียหายมากกว่าจะยอมตรงนั้น ตนก็ไม่ยอม แต่เราฟังเสียงประชาชน เราจะต้องไม่เป็นเบี้ยล่างคู่กรณี หรือศัตรูแต่ก็คิดว่าเราจะอยู่อย่างนี้อีก 10 20 ปีหรือ 30ปีได้ หรือไม่เพื่ออะไร ถ้ามีช่องทางอื่นที่ทำให้เราตอบได้ว่าเราไม่ได้เสียหายอะไรเลย ทุกอย่างฝ่ายคู่กรณีต้องปฏิบัติไม่มีอะไรที่ฝ่ายไทยต้องปฏิบัติ ตนจะคิดว่าสิ่งเหล่านี้แฟร์ดี ที่จะนำไปสู่หนทางการพัฒนาฟื้นฟู สิ่งที่เราได้เสียหายให้กลับมาให้ดีที่สุด

กองทัพเรือยึดมั่นตามข้อตกลงGBC

พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างถนนความมั่นคงไปยังบ้าน 3 หลังที่ถูกรื้อไปก่อนหน้านี้ ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด ของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หรือ กปช.จต.ว่า กองทัพเรือปฏิบัติตามข้อตกลงของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ จีบีซี ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการปฏิบัติการ และยืนยันว่า หน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อตกลงในเวทีจีบีซี เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ที่สุด เช่นเดียวกับการเก็บกู้ทุนระเบิด เพื่อทำพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัย ซึ่งก็มีความคืบหน้าไปเช่นเดียวกัน โดยทำงานร่วมกัน ของหน่วยปฏิบัติการต่าง ๆ ของฝ่ายเรา ซึ่งใช้กลไกการประชุมการประชุมทวิภาคีที่ได้ตกลงกันก่อนหน้านี้ เพื่อประสานงานกัน

ในขณะเดียวกันของฝ่ายกัมพูชา หน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ก็มีการพูดคุยประสานงานงานกันอยู่แล้ว ในขณะที่การสร้างรั้วชายแดนที่จะเริ่มต้นในพื้นที่ของ กปช.จต.ก่อน ก็เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในส่วนของกองทัพเรือก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามควบคู่ไปกับการปกป้องอธิปไตย ตามข้อตกลงจีบีซี

‘สฤษฎ์พงษ์’นั่ง‘ปธ.กมธ.MOU43-44’

ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ หรือMOU2543 และ2544 ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ได้มีวาระเลือกประธานกมธ.คนใหม่แทนตำแหน่งที่ว่างลงเนื่องจากนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สส.บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยลาออก โดยที่ประชุม มีมติเห็นชอบให้ นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานกมธ.ฯ แทนโดยไม่มีผู้เสนอแข่ง

มทภ.1สั่งซีลชายแดนสระแก้วเข้ม24ชม.

วันเดียวกัน กองทัพภาคที่ 1 โดยกองกำลังบูรพา ยังปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นการลักลอบเข้า-ออกประเทศผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ไปถึงการควบคุมการปิดด่านหรือจุดผ่านแดนทั้งหมด ในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว ทั้งจุดผ่านแดนถาวร 3 แห่ง ได้แก่ ด่านบ้านคลองลึก  (อ.อรัญประเทศ), ด่านหนองเอี่ยน(อ.อรัญประเทศ) และด่านบ้านเขาดิน(อ.คลองหาด) ส่วนจุดผ่อนปรนทางการค้า 2 แห่ง คือ ด่านบ้านตาพระยา (อ.ตาพระยา) และด่านบ้านหนองปรือ (อ.อรัญประเทศ)โดยทหารและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ซึ่งปิดช่องทางผ่านแดนทุกกรณี

นอกจากนี้ หน่วยเฉพาะกิจที่ 11, หน่วยเฉพาะกิจที่ 12 และหน่วยเฉพาะกิจที่ 13 ร่วมกับหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดใน อ.ตาพระยา, อ.โคกสูง, อ.อรัญประเทศ และ อ.คลองหาดรวมทั้งจัดชุดลาดตระเวนเฝ้าตรวจ ช่องทางธรรมชาติหรือพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชม. ป้องกันป้องปรามการทำผิดกฎหมายในพื้นที่ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมถึงปัจจุบันมีผลการจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย 572 คน แยกเป็นสัญชาติไทย 211 คนสัญชาติกัมพูชา 254 คน และอื่นๆอีก 58 คน

ทั้งนี้ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 กำชับให้ กกล.บูรพาเข้มงวดมาตรการรักษาความมั่นคงชายแดนทุกมิติ ตลอดจนมาตรการควบคุมด่านชายแดนและเฝ้าระวังการลักลอบเข้า-ออกผิดกฎหมาย พร้อมสั่งทุกหน่วยเตรียมความพร้อมรับมือทุกสถานการณ์อย่างรอบคอบและรัดกุม

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องอภิปรายโดยยึดกับเนื้อหาสาระถึงความผิดฉกรรจ์ที่รัฐบาลก่อ และเนื้อหาสาระในการอภิปราย เราจะไม่ใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจมาเป็นเกมทางการเมือง หรือเป็นช่องทางระบายความแค้นส่วนตัวของใคร เรายึดเนื้อหาสาระเป็นหลัก”

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร

สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน

‘นายกฯอนุทิน’ตอบเอง หลังชาวเน็ตโฟกัส‘ซิป’ งานนี้ฮาไม่เบา

‘นายกฯอนุทิน’ตอบเอง หลังชาวเน็ตโฟกัส‘ซิป’ งานนี้ฮาไม่เบา

‘นายกฯอนุทิน’ตอบเอง หลังชาวเน็ตโฟกัส‘ซิป’ งานนี้ฮาไม่เบา

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 22.20 น.

‘นายกฯอนุทิน’ตอบเอง หลังชาวเน็ตโฟกัส‘ซิป’ งานนี้ฮาไม่เบา

5 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมภริยา น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ได้ทำกิจกรรมลอยกระทงเพื่อสืบสานประเพณีไทยที่คลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ชาวเน็ตไทยก็ตาดีเกิน เมื่อโฟกัสไปอีกจุด พร้อมตั้งคำถาม เชิงแซวนายกฯ ว่า ซิปแตก  ซิปรูด  หรือเป็นสไตล์ของนายกฯนั้น

ล่าสุดนายอนุทิน เข้ามาตอบเฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าว แบบเรียกเสียงฮาครืน ว่า “ไม่มีออกมาเพ่นพ่านแน่นอนครับ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตาดีเกิน! ชาวเน็ตโฟกัส‘นายกฯ’ลอยกระทง พร้อมแซวสนั่นโซเชียลลืม แตก หรือสไตล์

ตาดีเกิน! ชาวเน็ตโฟกัส‘นายกฯ’ลอยกระทง พร้อมแซวสนั่นโซเชียลลืม แตก หรือสไตล์

ตาดีเกิน! ชาวเน็ตโฟกัส‘นายกฯ’ลอยกระทง พร้อมแซวสนั่นโซเชียลลืม แตก หรือสไตล์

ตาดีเกิน! ชาวเน็ตโฟกัส‘นายกฯ’ลอยกระทง พร้อมแซวสนั่นโซเชียลลืม แตก หรือสไตล์

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 22.00 น.

ตาดีเกิน! ชาวเน็ตโฟกัส‘นายกฯ’ลอยกระทง พร้อมแซวสนั่นโซเชียลลืม แตก หรือสไตล์

5 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมภริยา น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ได้ทำกิจกรรมลอยกระทงเพื่อสืบสานประเพณีไทยที่คลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนทำกิจกรรมลอยกระทง เจ้าหน้าที่กองระบบคลองสำนักงานระบายน้ำ ได้เก็บขยะและวัชพืชในคลองผดุงกรุงเกษมฯ เพื่อเตรียมความพร้อม

ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า ตนขอพรให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรือง สงบสามัคคี และขอให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีเงินใช้ทุกวัน มีเงินเก็บมีเงินออม และมีความสุข

โดยเวลา 17.00 น.นายอนุทิน พร้อมภริยา นำกระทงลอยลงสู่คลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งชาวเน็ตไทยก็ตาดีเกิน เมื่อโฟกัสไปอีกจุด พร้อมตั้งคำถาม เชิงแซวนายกฯ ว่า ซิปแตก  ซิปรูด  หรือเป็นสไตล์ของนายกฯ

‘เจิมศักดิ์’สะท้อนมุมมอง ‘แก่ก่อนรวย 60 เกษียณไม่ได้?’

‘เจิมศักดิ์’สะท้อนมุมมอง ‘แก่ก่อนรวย 60 เกษียณไม่ได้?’

‘เจิมศักดิ์’สะท้อนมุมมอง ‘แก่ก่อนรวย 60 เกษียณไม่ได้?’

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.42 น.

‘เจิมศักดิ์’สะท้อนมุมมอง ‘แก่ก่อนรวย 60 เกษียณไม่ได้?’

5 พฤศจิกายน 2568 รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ สะท้อนมุมมองผ่านช่องยูทูบ WATCHDOG CHANNEL ในรายการ “มุมมองของเจิมศักดิ์” หัวข้อ  “แก่ก่อนรวย 60 เกษียณไม่ได้?” (ชมคลิป)

‘นายกฯ’เผยคุย กกต.วันลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ส่วน‘ประชามติ’เอ็มโอยู รอผล กมธ.สภา

‘นายกฯ’เผยคุย กกต.วันลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ส่วน‘ประชามติ’เอ็มโอยู รอผล กมธ.สภา

‘นายกฯ’เผยคุย กกต.วันลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ส่วน‘ประชามติ’เอ็มโอยู รอผล กมธ.สภา

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.15 น.

‘นายกฯ’เผยคุย กกต.วันลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ส่วน‘ประชามติ’เอ็มโอยู รอผล กมธ.สภา

เมื่อเวลา 17.15 น. วันที่ 5 พ.ย. 68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีมีการพูดคุยกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงวันเลือกตั้งแล้วหรือยังว่า กกต. ก็บอกแล้วว่ากี่วัน ซึ่งได้พูดคุยกันแล้ว ส่วนที่จะมีการจัดการออกเสียงประชามติ MOU 43 และ MOU 44 หรือไม่ก็ต้องรอผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ (MOU) 2543 และ 2544 ระหว่างไทย-กัมพูชา สภาผู้แทนราษฎรก่อน

‘อนุทิน’เตรียมลงพื้นที่‘บ้านหนองจาน’หลัง 17 พ.ย. ไม่ขัดอินฟลูฯทวงคืน‘ปราสาทตาควาย’

‘อนุทิน’เตรียมลงพื้นที่‘บ้านหนองจาน’หลัง 17 พ.ย. ไม่ขัดอินฟลูฯทวงคืน‘ปราสาทตาควาย’

‘อนุทิน’เตรียมลงพื้นที่‘บ้านหนองจาน’หลัง 17 พ.ย. ไม่ขัดอินฟลูฯทวงคืน‘ปราสาทตาควาย’

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.07 น.

‘อนุทิน’เตรียมลงพื้นที่‘บ้านหนองจาน’หลัง 17 พ.ย.นี้ ชี้เป็นของไทย แต่ต้องคุยให้ชัด บอกเป็นสิทธิ์อินฟลูเอนเซอร์ทวงคืน‘ปราสาทตาควาย’ แต่อย่าผิดกฎหมาย

เมื่อเวลา 17.15 น.วันที่ 5 พ.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีมีแผนที่จะลงพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้วหรือไม่ว่า มีแผนที่จะเดินทางลงพื้นหลังวันที่ 17 พ.ย. ซึ่งวันนั้นที่ลงไปจะมีความคืบหน้าในหลายๆ เรื่องแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อจะจบได้เร็ว เราไม่จำเป็นจะต้องไปรอให้ทุกอย่างจบ ซึ่งจะใช้เวลาเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ขอให้ได้เดินหน้าจะเดินช้าหรือเร็วก็แล้วแต่

เมื่อถามว่า กรณีประสาทตาควายทางไทยจะยืนยันอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างจะต้องไปนั่งพูดคุยในคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ต่อไป ค่อยๆ ปลดไปทีละประเด็น เรามีทีมที่จะคุยในเจบีซีอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า กรณีที่อินฟลูเอนเซอร์จะไปรวมตัวกันไปทวงคืนประสาทตาควาย จะบอกอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความรักชาติ แต่ต้องอย่าให้ผิดกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา นายอนุทิน กล่าวว่า อยู่ในข้อ 4 อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ในเมื่อพื้นบ้านหนองจานเป็นพื้นที่ของไทยอยู่แล้ว ทำไมต้องเอาไปเข้าเจบีซีและคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) นายกฯ กล่าวว่า เป็นพื้นที่ของเรา แต่ก็ต้องไปคุยให้ชัดเจน เพราะเขาก็บอกว่าเป็นพื้นที่ของเขาก็ต้องคุย เรามีทีมที่มีความเชี่ยวชาญที่จะคุย มีหลักฐาน มีเทคโนโลยีที่จะพิสูจน์ ก็ปล่อยให้ทีมเจรจาในเจบีซีได้ดำเนินการ ตรงนั้น เราเข้าไปแทรกแซงไม่ได้ เราบอกนโยบายชัดเจนว่าต้องรักษาแผ่นดินไทยไว้เหนือสิ่งอื่นใด

‘นายกฯ’ปัดปิดห้องเคลียร์‘ธรรมนัส’ปมตั้ง‘ธนดล’ บอกทุกพรรคมีสายล่อฟ้าหมด

‘นายกฯ’ปัดปิดห้องเคลียร์‘ธรรมนัส’ปมตั้ง‘ธนดล’ บอกทุกพรรคมีสายล่อฟ้าหมด

‘นายกฯ’ปัดปิดห้องเคลียร์‘ธรรมนัส’ปมตั้ง‘ธนดล’ บอกทุกพรรคมีสายล่อฟ้าหมด

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.59 น.

‘นายกฯ’ปัดปิดห้องเคลียร์‘ธรรมนัส’ปมตั้ง‘ธนดล’ บอก เป็นสิทธิ์พรรคร่วมรัฐบาล แยกปัญหาส่วนตัว บอกทุกพรรคมีสายล่อฟ้าหมด

เมื่อเวลา 16.55 น.วันที่ 5 พ.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการพูดคุยกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ว่า เป็นการหารือเรื่องงาน ข้อราชการ ยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยเรื่องการแต่งตั้งนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ เป็นข้าราชการการเมืองตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่ามีการจับตา เพราะก่อนหน้านี้นายธนดลเคยยื่นเรื่องตรวจสอบที่ดินสนามกอล์ฟ แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท ปากช่องนั้น นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ยิ่งทำให้เห็นใหญ่เลยว่าพวกเราแยกเรื่อง และคนที่มีสิทธิจะเข้ามาก็ต้องได้รับการรับรองจากหัวหน้าสังกัด

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าเชื่อมั่นว่าร.อ.ธรรมมนัส กรองมาแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เสียงของพรรคกล้าธรรม(กธ.)ก็ถือว่าเป็นเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อถามอีกว่ากังวลหรือไม่ เพราะร.อ.ธรรมนัสเหมือนเป็นสายล่อฟ้ารัฐบาลและถูกโจมตีตลอด นายกฯ กล่าวว่า ทุกพรรคมีสายล่อฟ้าหมด