‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมประชุมฯ โครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา สร้างรายได้เพิ่ม

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมประชุมฯ โครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา สร้างรายได้เพิ่ม

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมประชุมฯ โครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา สร้างรายได้เพิ่ม

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.41 น.

5 พฤศจิกายน 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมสงเสริมการเกษตร เข้าร่วมประชุมประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.)  โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการแจ้งการครอบครองที่ดินกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด โดยได้มีการมอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ดำเนินการจัดทำและปรับปรุงระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องตามกระบวนกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสพี่น้องประชาชนที่ต้องการทำประโยชน์ในที่ดินส.ป.ก. ได้รับการพิจารณาอย่างถูกต้องและทั่วถึง ร่วม ณ ห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และผ่านระบบประชุมออนไลน์ Zoom Meeting

-(016)

‘อธิบดีกรมการข้าว’ ร่วมประชุมรับฟังการนำเสนอโครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา สร้างรายได้เพิ่ม

'อธิบดีกรมการข้าว' ร่วมประชุมรับฟังการนำเสนอโครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา สร้างรายได้เพิ่ม

‘อธิบดีกรมการข้าว’ ร่วมประชุมรับฟังการนำเสนอโครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา สร้างรายได้เพิ่ม

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.38 น.

5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.30 น. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือแนวทางการจัดทำโครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนาพัฒนาชีวิต สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน โดยมี นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องสุทธิพร จีระพันธุ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่า โครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา เป็น Quick Big Win Project ที่กระทรวงเกษตรฯ เตรียมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชนในการส่งเสริมการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายโอกาสการสร้างรายได้เพิ่ม และเสริมประสิทธิภาพการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น ซึ่งต้นยูคาลิปตัสจัดเป็นพืชเศษรฐกิจ ที่สามารถใช้ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมได้ทั้งต้น โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมป่าไม้ อุตสาหกรรมกระดาษ และอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้า ในรูปแบบเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าชีวมวล  (Biomass) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า อีกทั้ง อัตราการเติบโตและการกักเก็บคาร์บอนของต้นยูคาลิปตัสที่ค่อนข้างสูง จึงเป็นอีกแนวทางในการสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรจากการขายคาร์บอน ซี่งสอดคล้องตามนโยบายคาร์บอนเครดิต ที่กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง

“การส่งเสริมการปลูกพืชบนคันนา ถือเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งนอกจากเกษตรกรจะมีรายได้จากการขายข้าว ยังสามารถมีรายได้เพิ่มจากการขายไม้ยูคาลิปตัส และรายได้จากการขายคาร์บอนได้อีก  สำหรับการขับเคลื่อนโครงการในครั้งนี้จะมีการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับภาคเอกชนที่จะรับซื้อไม้จากเกษตรกร เพื่อกำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน และสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในการดำเนินงานของทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เป็นประธานคณะทำงานฯ เพื่อกำกับดูแลการขับเคลื่อนโครงการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ” ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวเสริม

ด้านนายอานนท์ อธิบดีกรมการข้าว  เปิดเผยว่า “ในส่วนของกรมการข้าว ได้มีแนวทางในการส่งเสริมการผลิตข้าวพรีเมี่ยม ที่เป็นข้าวคาร์บอนต่ำ ซึ่งปัจจุบันนี้ในตลาดโลกให้ความสำคัญและมีความต้องการเพิ่มขึ้น โดยชาวนาจะได้รับการสนับสนุนให้ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง สอดคล้องกับนโยบายของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอย่างแท้จริง”

‘น้ำเหนือ’ขึ้นต่อเนื่อง ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ปรับการระบายเพิ่ม

‘น้ำเหนือ’ขึ้นต่อเนื่อง ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ปรับการระบายเพิ่ม

‘น้ำเหนือ’ขึ้นต่อเนื่อง ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ปรับการระบายเพิ่ม

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.33 น.

‘น้ำเหนือ’ขึ้นต่อเนื่อง ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ปรับการระบายเพิ่ม

5 พฤศจิกายน 2568 กรมชลประทาน แจ้งว่า วันนี้ (5พ.ย.68) เมื่อเวลา07.00 น. ที่ผ่านมา สถานี C.2 จ.นครสวรรค์   มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 2,908 ลบ.ม./วิ  ในขณะที่สถานี Ct.25 แม่น้ำสะแกกรัง จ. อุทัยธานี   มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 304 ลบ.ม./วิ   แนวโน้มเพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจากฝนที่ตกหนักบริเวณตอนบนของลุ่มน้ำ  ส่งผลต่อเนื่องให้ระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยายกตัวสูงขึ้นอยู่ในระดับ +17.14 ม.รทก. 

ทั้งนี้  เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์และฝนที่ตกในพื้นที่ กรมชลประทาน จะทำการหน่วงน้ำไว้บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งตามศักยภาพของคลอง และจะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 11.00 น. จากอัตรา 2,500 ลบ.ม./วินาที  เป็น 2,600 ลบ.ม./วินาที  ภายในเวลา 17.00 น. ของวันนี้

อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง จากอิทธิพลของร่องมรสุม อาจทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอีก จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นและมีความจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำจะแจ้งให้ทราบต่อไป

‘เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์’เตรียมทยอยปรับเพิ่มระบายน้ำ หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

‘เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์’เตรียมทยอยปรับเพิ่มระบายน้ำ หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

‘เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์’เตรียมทยอยปรับเพิ่มระบายน้ำ หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.38 น.

‘เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์’เตรียมทยอยปรับเพิ่มระบายน้ำ หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

4 พฤศจิกายน 2568 กรมชลประทาน แจ้งสถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ว่า ปัจจุบัน (4 พฤศจิกายน 2568) มีน้ำไหลลงอ่างฯ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ล่าสุดมีปริมาณน้ำในอ่างฯ 983 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 102% ของความจุอ่างฯ

จากการติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ พบว่าบริเวณด้านเหนือเขื่อนยังคงมีแนวโน้มน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 6-9 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยอาจมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จากอิทธิพลของพายุ “คัลแมกี” ดังนั้น เพื่อควบคุมปริมาณน้ำในเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็นลำดับ ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. 68 จากอัตรา 75 ลบ.ม./วินาที

+ วันที่ 5 พ.ย. 68 จะเพิ่มการระบายน้ำเป็น 200 ลบ.ม./วินาที หรือประมาณ 17 ล้าน ลบ.ม./วัน

+ วันที่ 6 พ.ย. 68 จะปรับเป็น 300 ลบ.ม./วินาที หรือประมาณวันละ 26 ล้าน ลบ.ม./วัน

ทั้งนี้ จะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักจะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม ประมาณ 2.00-2.30 เมตร โดยระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นยังอยู่ในลำน้ำ ไม่ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำล้นตลิ่งในแม่น้ำป่าสัก ขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารใกล้ชิด

‘กรมชลฯ’แจ้ง‘ฝนตกหนัก’หลายพื้นที่ ‘น้ำเหนือ’เพิ่มต่อเนื่อง ‘เจ้าพระยา’ขยับขึ้นอีกระลอก

‘กรมชลฯ’แจ้ง‘ฝนตกหนัก’หลายพื้นที่ ‘น้ำเหนือ’เพิ่มต่อเนื่อง ‘เจ้าพระยา’ขยับขึ้นอีกระลอก

‘กรมชลฯ’แจ้ง‘ฝนตกหนัก’หลายพื้นที่ ‘น้ำเหนือ’เพิ่มต่อเนื่อง ‘เจ้าพระยา’ขยับขึ้นอีกระลอก

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.00 น.

‘กรมชลฯ’แจ้ง‘ฝนตกหนัก’หลายพื้นที่ ‘น้ำเหนือ’เพิ่มต่อเนื่อง ‘เจ้าพระยา’ขยับขึ้นอีกระลอก

4 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน รายงานว่า จากอิทธิพลฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 2-4 พ.ย. 68 ในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ยม และน่าน ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าไหลลงสู่แม่น้ำสายหลักและอ่างเก็บน้ำเพิ่มมากขึ้น โดยกรมชลประทาน ได้วางแนวทางการบริหารจัดการน้ำ ดังนี้

1. การบริหารจัดการน้ำตอนบน

ได้ใช้ศักยภาพของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ บริหารจัดการร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทำการ “หน่วงน้ำ” และเก็บกักน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้ แม้จะมีการหน่วงน้ำจากเขื่อนหลักแล้ว แต่ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 จ.นครสวรรค์ ยังคงเพิ่มขึ้นจากฝนที่ตกในพื้นที่ท้ายเขื่อน ทั้ง 2 แห่ง ประกอบกับมีปริมาณน้ำที่ไหลมาสมทบจากแม่น้ำยม และแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี

2. การบริหารจัดการเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท

เพื่อบริหารจัดการมวลน้ำเหนือที่ไหลลงมา กรมชลประทานจะรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านตัวเขื่อน แต่ด้วยปริมาณฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำส่วนที่เหลือจำเป็นต้องระบายผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราประมาณ 2,700 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที

จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำ นอกแนวคันกั้นน้ำเดิมคล้ายกับช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ได้แก่

– พื้นที่ริมแม่น้ำน้อย–คลองโผงเผง–คลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

– อำเภออินทร์บุรี และอำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี

– อำเภอป่าโมก และอำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง

– อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท

ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ยังคงเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์น้ำร่วมกับ กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำฝนและน้ำท่า รวมทั้งมีการนำน้ำเข้าสู่คลองชลประทานอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมกับติดตั้งเครื่องจักร และเดินเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำส่วนเกินลงสู่อ่าวไทย เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำเพิ่มเติมได้ที่ wmsc.rid.go.th และ bigdata-swoc.rid.go.th

ขอบคุณภาพ : สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกรมอุตุนิยมวิทยา

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.04 น.

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมคณะ ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

อธิบดีกรมการข้าว ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

อธิบดีกรมการข้าว ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

อธิบดีกรมการข้าว ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.53 น.

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว นำผู้บริหาร ข้าราชการกรมการข้าว ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

เลขาธิการส.ป.ก. ร่วมเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง

เลขาธิการส.ป.ก. ร่วมเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง

เลขาธิการส.ป.ก. ร่วมเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.42 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (เลขาธิการ ส.ป.ก.) พร้อมด้วย นายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. และคณะ  ร่วมเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568

-(016)

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมเฝ้าฯในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมเฝ้าฯในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมเฝ้าฯในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.40 น.

4 พฤศจิกายน 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นำผู้บริหาร ข้าราชการ  เฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

-(016)

เริ่มแล้ว ‘เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2568’ ชวนคนยุคใหม่สืบสานคุณค่าจากขุนเขาผ่านเมนูดัง รังสรรค์จากวัตถุดิบโครงการหลวง

เริ่มแล้ว ‘เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2568’ ชวนคนยุคใหม่สืบสานคุณค่าจากขุนเขาผ่านเมนูดัง รังสรรค์จากวัตถุดิบโครงการหลวง

เริ่มแล้ว ‘เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2568’ ชวนคนยุคใหม่สืบสานคุณค่าจากขุนเขาผ่านเมนูดัง รังสรรค์จากวัตถุดิบโครงการหลวง

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.47 น.

มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ กูร์เมต์ มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส และกูร์เมต์ อีทส์ ศูนย์รวมความอร่อยตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ภายใต้การบริหารโดยเดอะมอลล์ กรุ๊ป และบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดงาน “เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2568” ส่งตรงสินค้าคุณภาพจากชาวเขาและเกษตรกรกว่า 1,000 รายการ จาก 15 กลุ่มสินค้าสู่ชาวเมือง พร้อมสืบสานแรงบันดาลใจสู่คนยุคใหม่ผ่านเมนูอร่อยจากร้านดังกว่า 20 ร้านค้า ที่นำวัตถุดิบจากโครงการหลวงมาปรุงเป็นเมนูพิเศษให้เลือกช้อป – ชิม ตลอดการจัดงาน

สินค้าไฮไลต์จากกลุ่มต่าง ๆ อาทิ กลุ่มผัก ได้แก่ ข้าวโพดข้าวเหนียวสวีทแฟนตาซี เมล็ดเหนียว นุ่ม หวาน มี 3 สีในฝักเดียว, แตงกวาญี่ปุ่น เนื้อสัมผัสกรอบอร่อย, ผักโขมคละสี มากด้วยคุณประโยชน์และปรุงอาหารได้หลากหลาย, ผักกาดขาวปลี แคลเซียมและโฟเลทสูง ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือด กระดูก และฟัน ให้แข็งแรง 

กลุ่มผลไม้ ได้แก่ ลูกอาบิว ผลไม้หาทานยาก เนื้อละมุนคล้ายเจลลี รสชาติหวานหอม, มะเดื่อฝรั่ง หรือลูกฟิก เปลือกบาง หวานกลมกล่อม, เสาวรสพันธุ์เหลืองหวานมีความหอมหวานมาก เปรี้ยวน้อยกว่าสายพันธุ์อื่น อุดมด้วยวิตามินเอและซี ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสายตาและผิวพรรณ, กลุ่มแปรรูปจากนม ได้แก่ เฟต้าชีสนมควายผสมนมแพะแบบร่วน พร้อมรับประทาน รสชาติเค็ม มัน หอมนม ประโยชน์ล้น, โยเกิร์ตนมควายรสออริจินัล และผสมน้ำผึ้งแท้ และกลุ่มปศุสัตว์ ได้แก่ ไข่ไก่อินทรีย์ เปลือกสีขาวนวล จากแม่ไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อย ไม่ใช้ฮอร์โมน เป็นต้น 

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าจากกลุ่มพืชไร่, สลัดและน้ำสลัด, สมุนไพร, ชา, กาแฟ, ประมง, สินค้าแปรรูป, ไม้ดอกไม้ประดับ, เครื่องสำอางและสปา มาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนในเมืองได้สัมผัสคุณภาพของสินค้าโครงการหลวง  

พร้อมทั้งร่วมกับพันธมิตรร้านอาหาร สร้างสรรค์เมนูอร่อยจากวัตถุดิบคุณภาพจากขุนเขา เป็นการต่อยอดคุณค่าจากเกษตรกร สู่ผู้บริโภค และสังคมในวงกว้าง เฉพาะในงานเท่านั้น อาทิ เอริค เคเซอร์ (Eric Kaysor) กับการรังสรรค์เมนูทาร์ตไข่จากไข่ไก่อินทรีย์โครงการหลวง, มัชชิโอะ (Matchio) นำเสนอเมนูมัทฉะเสาวรส โดยใช้เสาวรสจากโครงการหลวง, ร้านมังกี้ ทรี (Monkey Three) นำกาแฟคั่วเมล็ดโครงการหลวงมาสร้างสรรค์ 2 เมนูเครื่องดื่ม มัทฉะคอฟฟี่ลาเต้ และเดอร์ตี้ แก้วเย็น -60 องศาเซลเซียส, โอลิโอ พาสต้า (Olio Pasta) กับเมนูคาโบนาร่  ไข่ออนเซ็น โดยใช้ไข่ไก่โครงการหลวง และร้านอาหารครัวต้นฝนอาหารใต้พังงา มิชลินไกด์ 4 ปีซ้อน เสิร์ฟเมนูหมูเคยหอมโดยใช้พริกสามสีโครงการหลวงมาปรุงในเมนู เป็นต้น 

ร่วมสัมผัสคุณค่าจากขุนเขา และแรงบันดาลใจจากเมนูอร่อยร้านดังจากวัตถุดิบโครงการหลวงได้ตั้งแต่วันนี้ – 9 พฤศจิกายน 2568 ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ, วันที่ 13 – 19 พฤศจิกายน 2568 ที่ เดอะมอลล์ นครราชสีมา, และวันที่ 24 – 30 พฤศจิกายน 2568 ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ตลอดจนภายใน กูร์เมต์ มาร์เก็ต ทุกสาขา ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Gourmet Market Thailand, IG: gourmetmarket และ TikTok: gourmetmarketth