‘ไอซ์ รักชนก’สวนทันควัน! ตอกแสบ’ไผ่ ลิกค์’ทำไมเดือดร้อนเรื่องเปิดโปงทุจริตนักหนา

'ไอซ์ รักชนก'สวนทันควัน! ตอกแสบ'ไผ่ ลิกค์'ทำไมเดือดร้อนเรื่องเปิดโปงทุจริตนักหนา

‘ไอซ์ รักชนก’สวนทันควัน! ตอกแสบ’ไผ่ ลิกค์’ทำไมเดือดร้อนเรื่องเปิดโปงทุจริตนักหนา

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.55 น.

‘ไอซ์ รักชนก’สวนทันควัน! ลั่นขอบคุณ’ไผ่ ลิกค์’ช่วยโปรโมทผลงาน ตอกแสบทำไมเดือดร้อนเรื่องเปิดโปงทุจริตนักหนา รับต้องการปั่นจริง ให้ปชช.หูตาสว่าง 

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2568 จากกรณีที่นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้โพสต์ภาพแชทหลุดของ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน กับเพื่อนร่วมพรรค (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : แชทหลุด’ไอซ์ รักชนก’สั่งปั่นข่าวเล่นงาน’ธรรมนัส’ ด้าน’ไผ่ ลิกค์’แซะทำเพื่อคะแนนเสียง หรือปชช.!?)  

ล่าสุด น.ส.รักชนก ได้โพสต์เฟซ ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า “อันนี้คุณไผ่แหกใคร แหกดิฉันหรือแหกรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อนร่วมพรรค ? ทีแรกดิฉันกะว่าจะยังไม่รับ เพราะอยากเก็บไว้ดำเนินคดีกับคนที่เผลอแพร่ แต่โพสมาแล้วก็เอาค่ะ การเปิดโปงข้อสงสัย เรื่องการทุจริตเงินนักกีฬาที่รู้กันทั่วว่าได้ไม่ครบ ประเด็นงบประมาณที่น่าสงสัยในซีเกมส์ที่กำลังจะมาถึง โดยร่วมกับเพื่อนๆที่เชี่ยวชาญด้านกีฬา มันไม่ดียังไงนะคะ ?

ดิฉันยอมรับว่าต้องการจะ ปั่ น เพราะยิ่งประชาชนหูตาสว่างมากขึ้น ยิ่งประชาชนรู้ว่าใครทำอะไรกับเงินภาษี แล้วจับตาดูว่ามีหน้าใครหน้าไหนที่เป็นเห็บหมัดกัดกินภาษีของพวกเค้า มันไม่ดีตรงไหน ? ทำไมกันนะคุณไผ่ถึงเป็นเดือดเป็นร้อนกับการเปิดโปงการทุจริตนักหนา ?

ท่านใดเห็นว่าการปั่นของดิฉันมีประโยชน์ อยากเอาด้วย มาช่วยกันปั่นนะค้าาา 

ทำเพื่อคะแนนเสียงหรือสู้เพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน ? อ่านดูแล้วคิดไม่ออกด้วยตัวเองไม่ออกจริงๆหรือคะ ว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์ยังไง ถ้าการ โ ก ง เปิดโปง แล้วถ้าประชาชนจะสนับสนุนดิฉันเพิ่มขึ้น เพราะการทำงานที่เอาจริง นั่นก็เป็นสิ่งที่ดิฉันไฝ่ฝันเลยล่ะ

เป็นนักการเมือง จะเขินกอายทำไมว่าอยากได้รับการสนับสนุน ดิฉันอยากได้จริงๆค่ะ ได้โปรดขอการสนับสนุนให้พวกเราเถอะ ขอเวลาแค่ 4ปี พรรคประชาชนจะทำให้เห็นว่าประเทศที่ไม่มีทุจริตคอรัปชั่นมันน่าอยู่ขึ้นขนาดไหน ลูกหลานเราจะมีอนาคตที่ดีขึ้นกว่านี้ได้อย่างไร แล้วประเทศเราจะเหลือเงินไปทำประโยชน์ให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้อีกมหาศาล

มีพรรคประชาชน ไม่มีสแกมเมอร์
มีพรรคประชาชน ไม่มีทุนสีเทากินรวบประเทศ
มีพรรคประชาชน ไม่มีทุจริตนมโรงเรียน/อาหารกลางวันลูกหลานเรา
มีพรรคประชาชน ไม่มีใครหน้าไหนโยกงบลงพื้นที่ได้อีก
มีพรรคประชาชน ไม่มีหมูเถื่อน ปลาหมอคางดำ
มีพรรคประชาชน ไม่มีโกงโควต้าหวยคนพิการ
มีพรรคประชาชน ไม่มีโกงเงินนักกีฬาทีมชาติ
มีพรรคประชาชน มีการศึกษาที่ดีให้ลูกหลาน
มีพรรคประชาชน มีสวัสดิการให้เด็กเล็กและผู้สูงอายุ
มีพรรคประชาชน ทุกที่มีแต่ความโปร่งใส ไร้คอรัปชั่น
มีพรรคประชาชน เราจะแก้ปัญหาที่ต้นตอ ถอนรากถอนโคนพวกโกงกิน
มีพรรคประชาชน แล้วเรามาสร้างประเทศแบบที่เราฝันกันเถอะค่ะ

ยังไงก็ขอขอบคุณที่โปรโมทผลงาน โฆษณาให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง และการทำงานเป็นทีมของพรรคประชาชน

ปล. เผื่อไม่รู้ว่าย่อมาจากอะไร ธมน = ธรรมนัส”

ไม่ฟังจะปรับแล้วนะ!! ‘สิริพงศ์’ฮึ่มร้านค้าคนละครึ่งพลัส ฉวยโอกาสขายสินค้าราคาสูง เจอจับปรับแน่

ไม่ฟังจะปรับแล้วนะ!! 'สิริพงศ์'ฮึ่มร้านค้าคนละครึ่งพลัส ฉวยโอกาสขายสินค้าราคาสูง เจอจับปรับแน่

ไม่ฟังจะปรับแล้วนะ!! ‘สิริพงศ์’ฮึ่มร้านค้าคนละครึ่งพลัส ฉวยโอกาสขายสินค้าราคาสูง เจอจับปรับแน่

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.33 น.

ไม่ฟังจะปรับแล้วนะ!! ‘สิริพงศ์’เตือนร้านค้าคนละครึ่งพลัส ฉวยโอกาสขายสินค้าราคาสูง เจอจับปรับแน่ 

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ของกระทรวงพาณิชย์ ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อไม่ให้ร้านค้าฉวยโอกาส เอาเปรียบประชาชนที่ใช้สิทธิจ่ายผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส พบว่า ยังมีร้านค้าในโครงการฯ ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ขายสินค้าสูงกว่าราคาเงินสด โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปรับเป็นพินัย เพื่อเป็นการตักเตือนไว้ก่อน หากพบฝ่าฝืนอีก จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยกระทรวงพาณิชย์จะลงพื้นที่ตรวจสอบเข้มขึ้นกว่าเดิม

ทั้งนี้ จากการสอบร้านค้า พบว่า ร้านค้ายังมีความกังวล เข้าใจผิดเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าในโครงการคนละครึ่ง โดยได้รับข้อมูล รวมถึงคำแนะนำที่ผิดๆ จากปากต่อปาก ให้บวกส่วนต่างไว้ เพื่อเตรียมไว้จ่ายภาษีที่อาจ
จะสูงเหมือน โครงการครั้งก่อนที่ร้านค้า และผู้ประกอบการประสบมา

“ขอยืนยันว่า  ข้อมูลของร้านค้าที่ใช้ในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” จะถือเป็นข้อมูลลับ ไม่มีการเปิดเผยให้บุคคลภายนอก และที่สำคัญไม่มีการส่งต่อข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลรายได้ให้กับกรมสรรพากร ขอให้พ่อค้าแม่ค้าสบายใจ อย่าได้เป็นกังวล และอย่าเชื่อคำพูดปากต่อปากที่ไม่เป็นความจริง“ นายสิริพงศ์ ยืนยัน

นายสิริพงศ์ กล่าวย้ำเตือน ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ว่าการกระทำดังข้างต้น เป็นการฝ่าฝืนประกาศ กกร. ฉบับที่ 68 พ.ศ. 2568 ข้อ 3 และ 11 อันเป็นความผิดตามมาตรา 28 และโทษตามมาตรา 40 แห่ง พรบ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ 2542 ร้านค้าที่ฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 หากไม่ปิดป้ายราคา มีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท และหากขายเกินราคาหรือเอาเปรียบผู้บริโภค มีโทษปรับสูงสุด 140,000 บาท หรือจำคุกถึง 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

แชทหลุด’ไอซ์ รักชนก’สั่งปั่นข่าวเล่นงาน’ธรรมนัส’ ด้าน’ไผ่ ลิกค์’แซะทำเพื่อคะแนนเสียง หรือปชช.!?

แชทหลุด'ไอซ์ รักชนก'สั่งปั่นข่าวเล่นงาน'ธรรมนัส' ด้าน'ไผ่ ลิกค์'แซะทำเพื่อคะแนนเสียง หรือปชช.!?

แชทหลุด’ไอซ์ รักชนก’สั่งปั่นข่าวเล่นงาน’ธรรมนัส’ ด้าน’ไผ่ ลิกค์’แซะทำเพื่อคะแนนเสียง หรือปชช.!?

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.52 น.

เพจดังเปิดแชทหลุด’ไอซ์ รักชนก’สั่งปั่นข่าวเล่นงาน’ธรรมนัส’ ด้าน’ไผ่ ลิกค์’ขยี้ซ้ำ แซะทำเพื่อคะแนนเสียง หรือประชาชนกันแน่!? 

เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 4 พ.ย.2568 จากกรณีที่เพจเชียร์ลุง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ไลน์หลุดพรรคส้มกระหึ่ม social !!ไอซ์ รักชนก อาสาปั่นข่าวเพื่อเล่นงานธรรมนัส ข้อความชัดเจน “ควรใช้จังหวะนี้ในการเล่นข่าว เพราะมันจะทิ่มไปที่เดียวกันคือ ธมน.” !!!!!”

ไม่รู้ว่าเป็นไลน์หลุดจริงหรือไม่ ซึ่งคงต้องรอชี้แจงจากเจ้าตัว แต่ถ้าเป็นจริง จากข้อความแบบนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าไอซ์ และพรรคการเมืองนี้ ไม่ได้ทำเพื่อประชาชนเลยเสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะคำเขียนที่ว่า  “เอามาเขียนใหม่แล้วโพสต์หน่อยสิ เดี๋ยวช่วยปั่น” ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นแค่การนำข่าว เอามาเขียนใหม่ แล้วมีการปั่นเพื่อทำลายภาพลักษณ์คนอื่น โดยอาศัยจังหวะทางการเมืองเพื่อการเล่นงาน. ไม่ได้มีพยานหลักฐานใหม่อะไรเลยเสียด้วยซ้ำ ไม่มีการเฝ้าติดตามอะไรทั้งสิ้น!

นี่เหรอครับ คือการเมืองใหม่ ที่พวกคุณพยายามนำมาใช้อ้างเป็นวาทกรรม เพื่อยกตนให้ดูเหนือกว่าคนอื่นเขามาโดยตลอด ! “

ล่าสุด นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม (กธ.) โพสต์เฟซบุ๊กถามว่า “ปั่นไม่ปั่นครับ รักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork มันเป็น กระบวนการ ทำเพื่อคะแนนเสียงของพรรคหรือสู้เพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนกันแน่ ? ”

ระวังงานเข้า!เตือน‘ไอซ์ รักชนก’โพสต์ซ้ำกล่าวหา‘สุชาติ’ อาจถูก‘ถอนประกัน-ร้องเชือดจริยธรรม’

ระวังงานเข้า!เตือน‘ไอซ์ รักชนก’โพสต์ซ้ำกล่าวหา‘สุชาติ’ อาจถูก‘ถอนประกัน-ร้องเชือดจริยธรรม’

ระวังงานเข้า!เตือน‘ไอซ์ รักชนก’โพสต์ซ้ำกล่าวหา‘สุชาติ’ อาจถูก‘ถอนประกัน-ร้องเชือดจริยธรรม’

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.50 น.

ระวังงานเข้า!‘ดร.ณัฏฐ์’กางกฎหมายชำแหละปม‘ไอซ์ รักชนก’โพสต์ซ้ำกล่าวหา‘สุชาติ’โยงเอี่ยวซื้อขาย‘ตึก SKYY9’ อาจถูก‘ถอนประกัน-ร้องจริยธรรมร้ายแรงต่อ ป.ป.ช.’

4 พฤศจิกายน 2568 นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือดร.ณัฏฐ์นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง กล่าวให้ความเห็นกรณีนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยื่นฟ้องน.ส.รัชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน กับพวก เป็นจำเลยต่อศาลอาญา ในคดีอาญา หมายเลขดำที่ อ.740/2568 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและเรียกค่าเสียหาย ปมกล่าวหามีส่วนได้เสียในการซื้อขายตึกสกายไนน์ หรือ SKYY9 โดยคดีอยู่ในระหว่างนัดสืบพยานโจทก์จำเลยทั้งสอง โดยโจทก์แก้ฟ้องขอให้บวกโทษนับโทษต่อจากคดีอาญา หมายเลขแดงที่ อ.3739/2566 ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบัน มาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ศาลอาญาพิพากษาจำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 6 ปี นั้น ต่อมานางสาวรัชนกฯได้โพสต์เกี่ยวกับเรื่องที่ถูกฟ้องว่า สิทธิในการขอปล่อยตัวชั่วคราวของจำเลยในคดีอาญา ตาม ป.วิอาญา กับการทำหน้าที่ สส.ฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบฝ่ายบริหารในระบบรัฐสภา ถือว่าเป็นคนละส่วนกัน หากศาลปล่อยตัวชั่วคราว ไม่ว่าจะศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ตาม ป.วิอาญา มาตรา 108 ภายหลังปล่อยตัวยังมีข้อห้ามหลายประการ เช่น ไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือก่อภยันตรายประการอื่น หรือไปข่มขู่พยานหรือผู้เสียหาย เป็นต้น อาจถูกโจทก์หรือผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้ศาลถอนประกันได้

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เหตุที่เป็นเช่นนี้ การปล่อยตัวชั่วคราวของศาลในระหว่างคดีเพื่อเปิดโอกาสให้จำเลยไปแสวงหาพยานหลักฐานมาหักล้างต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ ทั้งการปล่อยตัวชั่วคราวของจำเลยไม่ว่าจะยากดีมีจน ถือเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ที่เปิดโอกาสให้แก่ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่เท่าเทียมกัน มิใช่ว่าจะให้ศาลใช้ดุลพินิจตามสถานะของบุคคล แต่ให้ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจ ตาม ป.วิอาญา มาตรา 108 ประกอบมาตรา 108/1 โดยพิจารณาถึงอัตราโทษเกินสิบปีหรือไม่ และเหตุในการคัดค้าน สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองประชาชนให้เสมอภาคกัน ตามหลักที่ว่า “ตราบใดยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิด ให้ถือว่าบุคคลนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคสอง

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า กรณีของน.ส.รักชนก โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งค่าเปิดสาธารณะให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ในลักษณะในการทำหน้าที่ ตรวจสอบนายสุชาติ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงาน ที่เกี่ยวข้องซื้อขายตึกสกายไนน์หรือSKYY9 แม้จะกระทำในโลกส่วนตัว แต่ประชาชนสามารถเข้าถึงและคอมเมนต์ข้อความได้ โดยไม่แยกให้ชัดเจนว่า การซื้อขายตึก สกายไนน์ หรือ SKYY9 มีการทุจริตในขั้นตอนใด โดยไม่แยกให้ชัดว่า เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหรือการทุจริตของรัฐมนตรีเจ้าของกระทรวงทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อนและเป็นประเด็นที่ถูกนายสุชาติฯฟ้องฐานหมิ่นประมาทฯ

“ระบบกองทุนประกันสังคมในการลงทุนใดๆ มิได้กระทำตามอำเภอใจ โดยกระบวนการตัดสินใจซื้ออาคารหรือการลงทุนใดๆในหน่วยงานของรัฐหรือภาคเอกชน ของสำนักงานประกันสังคม โดยนำเม็ดเงินจากกองทุนประกันสังคมของลูกจ้างทั่วประเทศไปลงทุนเพื่อให้ดอกเบี้ย ให้เกิดผลงอกเงย” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องภายในองค์กรประกันสังคม ไม่ใช่ เป็นอำนาจล้วงลูกของฝ่ายบริหารกระทรวง  พูดภาษาชาวบ้าน คือ อำนาจในการตัดสินใจในการนำเม็ดเงินจากกองทุนประกันสังคมไปลงทุน มิใช่อำนาจของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในขณะนั้น แต่เป็นอำนาจเด็ดขาดของคณะกรรมการประกันสังคม โดยมีกระบวนการตรวจสอบประเมินก่อนการลงทุน เพื่อมิให้เกิดความเสี่ยง โดยมีกระบวนการ 2 ชั้น โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบประเมินความเสี่ยงมีมติเห็นชอบ ก่อนที่นำเสนอพร้อมความเห็นต่อบอร์ดประกันสังคมว่าจะลงทุนในกิจการดังกล่าวหรือไม่ก็ได้ หมายความว่า แม้จะมีราคาต่ำกว่าท้องตลาด ต้องใช้มติที่ประชุมบอร์ด  โดยคณะกรรมการประกันสังคม ประกอบตัวแทนจากหลายภาคส่วน รวมทั้งตัวแทนลูกจ้างผ่านกระบวนการเลือกตั้งจากลูกจ้าง มานั่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการ

นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่น.ส.รักชนก ยกขึ้นกล่าวอ้างว่า ตรวจสอบพบว่า ใบรับรอง TREES ที่นำมาอ้างเพื่อโก่งราคาตึกเป็นข้อมูลเท็จ นั้น จะต้องไปตรวจสอบว่า เอกสารที่ยกขึ้นอ้าง หน่วยงานใดเป็นผู้ออกเอกสาร เป็นเอกสารเท็จหรือไม่ อย่างไร และบอร์ดคณะกรรมการประกันสังคมมีมติเห็นชอบซื้อตึกได้อย่างไร ราคาประเมินส่วนกลางอ้างอิงจากส่วนใด หากพบว่า ในบอร์ดคณะกรรมการประกันสังคม มีกระบวนการซื้อขายตึกโดยไม่ชอบด้วย ย่อมมีหน่วยงานรัฐในการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ มิใช่โยนความผิดให้ฝ่ายบริหารกระทรวง ดังนั้น การโพสต์ไร้เลื่อนลอย เป็นอารมณ์ค้าง เพราะตกเป็นจำเลยในคดีที่นายสุชาติฯฟ้อง มากล่าวหาเพิ่มว่า ฟ้องปิดปากหรือไม่ เชิงตั้งคำถาม ทั้งๆที่เป็นสิทธิตามกฎหมายของนายสุชาติฯที่ใช้สิทธิในกระบวนการยุติธรรมวิธีการนำรูปที่เป็นโจทก์กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไปแขวนในเพจเพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่า เป็นพวกเดียวกัน พรรคการเมืองเดียวกัน ไร้การตรวจสอบ เป็นการด้อยค่าผู้อื่น ตีรวน ไม่ใช่การทำหน้าที่ตรวจสอบ ของ สส.ฝ่ายค้าน แต่รุกสิทธิส่วนตัว เข้าข่ายกระทำข่มขู่คู่ความอีกฝ่าย นายสุชาติฯ ย่อมร้องขอต่อศาลเพื่อถอนประกันตัวในคดีนี้และคดีหมิ่นสถาบัน มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ได้ ทั้งในมาตรฐานจริยธรรม มาตรา 219 ประกอบมาตรฐานจริยธรรมปี 2561 ใช้บังคับแก่ สส. สว. หรือคณะรัฐมนตรี นอกจากนายสุชาติ สามารถยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนน.ส.รักชนก ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพื่อให้ตัดสิทธิการเมืองตลอดชีพได้ ก่อนหน้านี้ มีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ก็เคยถูก ป.ป.ช.เชือดมาแล้ว

‘กองทัพไทย’ย้ำเงื่อนไข 4 ข้อ กัมพูชาต้องปฏิบัติตาม ถือสิ้นสุดความเป็นปรปักษ์

'กองทัพไทย'ย้ำเงื่อนไข 4 ข้อ กัมพูชาต้องปฏิบัติตาม ถือสิ้นสุดความเป็นปรปักษ์

‘กองทัพไทย’ย้ำเงื่อนไข 4 ข้อ กัมพูชาต้องปฏิบัติตาม ถือสิ้นสุดความเป็นปรปักษ์

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.15 น.

‘กองทัพไทย’ย้ำเงื่อนไข 4 ข้อ กัมพูชาต้องปฏิบัติตาม ถือสิ้นสุดความเป็นปรปักษ์ ยันยังไม่ปล่อยเชลยศึก ย้ำไทยไม่เสียดินแดน-อธิปไตยแม้แต่ตารางเซนติเมตรเดียว

เมื่อวันที่  4 พ.ย.2568 เพจเฟซบุ๊ก “กองบัญชาการกองทัพไทย Royal Thai Armed Forces Headquarters” ได้โพสต์ภาพที่ระบุข้อความว่า “กองทัพไทยยืนยันว่าจะไม่ปล่อยเชลยศึก จนกว่าจะสิ้นสุดความเป็นปรปักษ์  พร้อมย้ำ “ไทยไม่เสียดินแดน ไม่เสียอธิปไตยแม้แต่ตารางเซนติเมตรเดียว” พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “กองทัพไทยยืนยันว่า “การสิ้นสุดความเป็นปรปักษ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา” จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อฝ่ายกัมพูชาดำเนินการตาม เงื่อนไขหลัก 4 ข้อ ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศและการสังเกตการณ์ของอาเซียน (ASEAN Observer Team: AOT) ดังนี้

1. การถอนอาวุธประเภทจรวดออกจากพื้นที่ชายแดน

กองทัพทั้งสองประเทศจะต้องถอนอาวุธประเภทจรวดซึ่งมีอำนาจในการทำลายล้างสูงออกจากแนวชายแดนภายใต้การกำกับดูแลของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT)  ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีการถอนอาวุธแต่กองกำลังป้องกันชายแดนยังคงอยู่ในพื้นที่เดิม เพื่อรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ

2. การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน ต้องให้มีการดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน 5 พื้นที่ ได้แก่
• บ้านสายโท 10 ใต้ จ.บุรีรัมย์
• ช่องเหว จ.สุรินทร์
• บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว
• บ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว
• บ้านชำราก จ.ตราด

ซึ่งขณะนี้ฝ่ายไทยได้ดำเนินการมีผลความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

3. การปราบปรามขบวนการไซเบอร์สแกม

ต้องมีการดำเนินการตาม Action Plan ที่ได้ลงนามไว้ในการประชุมเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568

4. การบริหารจัดการพื้นที่หมู่บ้านชายแดน ต้องมี การดำเนินการตามผล การประชุม JBC สมัยวิสามัญ เมื่อวันที่ 21-22 ตุลาคม 2568

กองทัพไทยยังคงยืนหยัดในหลักสันติวิธี เคียงข้างประชาชน พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ เพื่อปกป้องความมั่นคงและอธิปไตยของชาติอย่างสูงสุด”

ครม.เห็นชอบตั้ง‘รวพ.’รวม 3 หน่วยบริหารจัดการทุน สู่กลไกใหม่ขับเคลื่อน‘ววน.’ประเทศ

ครม.เห็นชอบตั้ง‘รวพ.’รวม 3 หน่วยบริหารจัดการทุน สู่กลไกใหม่ขับเคลื่อน‘ววน.’ประเทศ

ครม.เห็นชอบตั้ง‘รวพ.’รวม 3 หน่วยบริหารจัดการทุน สู่กลไกใหม่ขับเคลื่อน‘ววน.’ประเทศ

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.35 น.

ครม.เห็นชอบตั้ง‘รวพ.’รวม 3 หน่วยบริหารจัดการทุน แยกบทบาทเชิงนโยบายออกจากการบริหารทุน สู่กลไกใหม่ขับเคลื่อน‘ววน.’ประเทศ

4 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการจัดตั้งสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. ตามมติของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ที่ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เสนอเข้า ครม.

ดร.สุรชัย กล่าวว่า  รวพ. เป็นการควบรวมหน่วยบริหารจัดการทุน หรือ PMU ( Program Management Unit)  ทั้ง 3 แห่ง เป็นหน่วยงานเดียว ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.: PMU A) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.: PMU B).หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.: PMU C) ซึ่งเป็นไปตามมติของสภานโยบายฯ ที่ให้ สอวช. ที่เป็นร่มนิติบุคคลของหน่วยบริหารจัดการทุนทั้ง 3 แห่ง เป็นหน่วยงานใหม่ออกจาก สอวช. ถือว่าเป็นการแยกหน่วยงานนโยบายกับหน่วยงานบริหารและจัดการทุนออกจากกัน ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ

“ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของระบบ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ ววน. ของประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง สอวช.ต้องขอ ขอบคุณคณะรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี อว. รัฐมนตรี อว. ในอดีต ท่านปลัดกระทรวง ผู้บริหาร สอวช. ในอดีต ด้วยที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันในเรื่องนี้ ขั้นตอนต่อไปคือ การรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา รวพ. จึงจะเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ระหว่างนี้หน่วยบริหารจัดการทุนทั้ง 3 แห่ง ยังปฏิบัติงานตามหน้าที่เหมือนเดิม” ดร.สุรชัย

ครม.อนุมัติ 3 หลักการบรรเทาความเดือดร้อน‘วัด’ติดหนี้ค้างชำระค่าสาธารณูปโภค

ครม.อนุมัติ 3 หลักการบรรเทาความเดือดร้อน‘วัด’ติดหนี้ค้างชำระค่าสาธารณูปโภค

ครม.อนุมัติ 3 หลักการบรรเทาความเดือดร้อน‘วัด’ติดหนี้ค้างชำระค่าสาธารณูปโภค

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.31 น.

ครม.อนุมัติ 3 หลักการบรรเทาความเดือดร้อน‘วัด’ติดหนี้ค้างชำระค่าสาธารณูปโภค

4 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติหลักการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่วัดที่ประสบปัญหามีหนี้ค้างชำระค่าสาธารณูปโภค ดังนี้

1.ขอความร่วมมือให้การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่วัดที่มีหนี้ค้างชำระ โดยงดการระงับการให้บริการไว้ก่อน

2.ขอความร่วมมือให้การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค แจ้งรายละเอียดค่าบริการดังกล่าวของวัดที่ค้างชำระ ไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติรวบรวมและเสนอคณะกรรมการกองทุน “วัดช่วยวัด” หรือขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการ เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป

3.มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการรณรงค์ให้วัดจัดทำมาตรการประหยัดพลังงานภายในวัด เพื่อควบคุมการใช้พลังงานภายในวัดให้เหมาะสม รวมทั้งให้วัดจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดให้ชัดเจน เป็นระบบ เพื่อให้วัดสามารถวางแผนการใช้จ่ายเงินและการบริหารจัดการได้โดยไม่เกิดภาระหนี้ในอนาคต

ทั้งนี้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่วัดที่ประสบปัญหามีหนี้ค่าสาธารณูปโภคค้างชำระ และการประกอบศาสนกิจหรือกิจของสงฆ์สามารถดำเนินต่อไปได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ “วัด” ในฐานะศูนย์กลางของชุมชนและจิตใจของประชาชน และ “การอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา” ของรัฐ

มาตรการบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าวเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้น เพื่อไม่ให้วัดถูกระงับการใช้บริการสาธารณูปโภค และให้การประกอบศาสนกิจหรือกิจของสงฆ์ดำเนินต่อไปได้ แต่การช่วยเหลือเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้ปัญหานี้หมดไป ดังนั้น ในระยะยาวควรพัฒนาแนวทางเชิงระบบโดยวางระบบบริหารจัดการเงินของวัดให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้วัดรู้สถานะการเงินของตนเองและสามารถบริหารจัดการรายรับ-รายจ่ายได้โดยไม่เกิดภาระหนี้สิน รวมทั้งเสริมบทบาทคณะกรรมการวัดและชุมชนให้เกิดการมีส่วนร่วมและรับผิดชอบร่วมกันด้วย

ครม.อนุมัติตั้งบอร์ดการไฟฟ้านครหลวง ‘พรพจน์’นั่งประธาน

ครม.อนุมัติตั้งบอร์ดการไฟฟ้านครหลวง ‘พรพจน์’นั่งประธาน

ครม.อนุมัติตั้งบอร์ดการไฟฟ้านครหลวง ‘พรพจน์’นั่งประธาน

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.20 น.

ครม.อนุมัติตั้งบอร์ดการไฟฟ้านครหลวง ‘พรพจน์’นั่งประธาน

4 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอรายชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่นในคณะกรรมการการไฟฟ้านครหลวง ดังนี้

1.นายพรพจน์ เพ็ญพาส ประธานกรรมการ

2.นายสนิท ขาวสอาด กรรมการ

3.พลตำรวจเอก กรไชย คล้ายคลึง กรรมการ

4.ศาสตราจารย์ธรรมรัตน์ คุตตะเทพ กรรมการ

5.รองศาสตราจารย์จิรพล สังขโพธิ์ กรรมการ

6.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชยกฤต อัศวธิตานนท์ กรรมการ

7.นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ กรรมการ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

‘กกต.’แจงหลัง ป.ป.ช.ปัดตกปมสอบจริยธรรม‘อิ๊งค์’เห็นขอบตั้ง‘พิชิต’เป็น รมต.

‘กกต.’แจงหลัง ป.ป.ช.ปัดตกปมสอบจริยธรรม‘อิ๊งค์’เห็นขอบตั้ง‘พิชิต’เป็น รมต.

‘กกต.’แจงหลัง ป.ป.ช.ปัดตกปมสอบจริยธรรม‘อิ๊งค์’เห็นขอบตั้ง‘พิชิต’เป็น รมต.

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.03 น.

‘กกต.’งัดประกาศแนวทางส่งเรื่อง‘องค์กรอิสระ’ หากสอบแล้วพบไม่มีอำนาจให้ส่งต่อ หลัง‘ป.ป.ช.’ปัดตกสอบจริยธรรม‘แพทองธาร’เห็นชอบตั้ง‘พิชิต ชื่นบาน’

4 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) ออกเอกสารชี้แจงหลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติไม่พิจารณากรณีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกกล่าวหากระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการให้ความเห็นชอบในการคัดเลือกนายพิชิต ชื่นบาน ให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังตรวจสอบข้อเท็จจริงปรากฏพฤติการณ์เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในสมัยที่ยังไม่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงไม่ใช่การกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

สำนักงาน กกต.ได้ออกเอกสารข่าว เนื้อหามีการยกประกาศองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เรื่องแนวทางในการรับส่งเรื่องระหว่างองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2563 ข้อ 4 กำหนดว่า “กรณีที่มีผู้แจ้งหรือผู้ร้องเรียนต่อองค์กรอิสระใด หากองค์กรอิสระนั้นพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในหน้าที่และอำนาจขององค์กรอิสระนั้น แต่อยู่ในหน้าที่และอำนาจขององค์กรอิสระอื่นให้องค์กรอิสระนั้นส่งเรื่องดังกล่าวให้องค์กรอิสระอื่นที่มีหน้าที่และอำนาจเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปโดยไม่ชักช้า”

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าเอกสารข่าวของสำนักงาน กกต. สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ มีคนมาร้องเรื่องนี้กับ กกต. แล้ว กกต.เห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ จึงส่งเรื่องต่อไปยังป.ป.ช.ตามประกาศองค์กรอิสระ

‘กกต.’ประกาศรับรอง’วิสุดา วิเชียรศิลป์’เป็น สส.เขต 4 กาญจนบุรีแล้ว

'กกต.'ประกาศรับรอง'วิสุดา วิเชียรศิลป์'เป็น สส.เขต 4 กาญจนบุรีแล้ว

‘กกต.’ประกาศรับรอง’วิสุดา วิเชียรศิลป์’เป็น สส.เขต 4 กาญจนบุรีแล้ว

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.45 น.

‘กกต.’ประกาศรับรอง’วิสุดา วิเชียรศิลป์’เป็น สส. เขต 4  กาญจนบุรีแล้ว  

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เสนอเรื่องให้กกต.พิจารณาประกาศผลการเลือกตั้งให้ น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ เป็น สส.กาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง ตามมาตรา127 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบข้อ 215 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 โดย น.ส.วิสุดา ผู้สมัครที่ชนะการเลือกตั้ง สส. เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ สามารถไปรับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้งเป็น สส.กาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง (ส.ส. 6/4)  ในวันพรุ่งนี้ (5 พ.ย.) เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น.  ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชั้น 5 ศูนย์ราชการฯ  อาคารบี และในกรณีที่ไม่สามารถมารับหนังสือรับรองได้ด้วยตัวเอง ให้ทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจมาในวันดังกล่าวด้วย