‘หนุ่ม กรรชัย’แอดมิตโรงพยาบาลด่วน ปวดท้องเฉียบพลัน-ค่าตับสูงผิดปกติ

'หนุ่ม กรรชัย'แอดมิตโรงพยาบาลด่วน ปวดท้องเฉียบพลัน-ค่าตับสูงผิดปกติ

‘หนุ่ม กรรชัย’แอดมิตโรงพยาบาลด่วน ปวดท้องเฉียบพลัน-ค่าตับสูงผิดปกติ

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.45 น.

31 ตุลาคม 2568 หลังจากที่ผู้ประกาศข่าวคนดัง ‘หนุ่ม’ กรรชัย กำเนิดพลอย หายหน้าหายตาออกจาหน้าจอไปหลายวัน ดร.หมวย อริสรา กำธรเจริญ ได้ออกมาเปิดเผยผ่านทางรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ แจ้งข่าวถึงอาการป่วยของ ‘หนุ่ม กรรชัย’ เผยว่า หนุ่ม กรรชัย ได้โทรมาแจ้งอาการด้วยตัวเอง โดยมีอาการอ่อนเพลียและมีไข้ต่อเนื่องมาหลายวัน กระทั่งเมื่อวานนี้ มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ทำให้ต้องเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างเร่งด่วน

จากการตรวจเลือดพบว่า ค่าตับสูงผิดปกติ แพทย์จึงสันนิษฐานว่าอาการป่วยดังกล่าวน่าจะเกิดจากนิ่วในถุงน้ำดี หลุดไปอุดที่ท่อน้ำดี จนทำให้เกิดอาการอักเสบขึ้น ปัจจุบัน ‘หนุ่ม กรรชัย’ อยู่ระหว่างการรักษา จึงต้องแอดมิตโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืนนี้จำเป็นต้องพักรักษาตัวอีกระยะหนึ่งและต้องยกเลิกงานในช่วงนี้ 

ฮาโลวีนปีนี้ชนะเลิศ! ‘ลิซ่า ลลิษา’เล่นใหญ่แปลงโฉมเป็น’ฆีบาโร’พรายน้ำเกล็ดทอง

ฮาโลวีนปีนี้ชนะเลิศ! 'ลิซ่า ลลิษา'เล่นใหญ่แปลงโฉมเป็น'ฆีบาโร'พรายน้ำเกล็ดทอง

ฮาโลวีนปีนี้ชนะเลิศ! ‘ลิซ่า ลลิษา’เล่นใหญ่แปลงโฉมเป็น’ฆีบาโร’พรายน้ำเกล็ดทอง

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.13 น.

31 ตุลาคม 2568 พอถึงเทศกาลฮาโลวีนซึ่งตรงกับวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่คึกคักกันไปทั่วโลก คนดังทั้งไทย-เทศ แห่ออกมาแปลงโฉมเป็นผี หรือตัวละครจากภาพยนตร์ต่างๆ ล่าสุดทำเอาตะลึงไปทั่วโลกเมื่อศิลปินสาวชื่อดังอย่าง ‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล ที่ออกมาโพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว “@lalalalisa_m” แปลงโฉมเป็น ‘ฆีบาโร’ (Jibaro) ไซเรนสาว หรือ พรายน้ำเกล็ดทอง จาก Love, Death +Robots ซึ่งเป็นไซไฟแอนิเมชั่นที่ฉายในเน็ตฟลิกซ์ 

‘ฆีบาโร’ (Jibaro) หญิงสาวที่ใช้เสียงร้องอันทรงพลัง เพื่อล่อลวงเหล่าอัศวินที่เดินทัพผ่านแม่น้ำให้จมดิ่งสู่ความตาย ซึ่งสิ่งที่ทำให้ตัวละครนี้โดดเด่นคือ ชุดเครื่องประดับทองคำและอัญมณีสีสันจัดจ้าน ที่ประดับประดาอยู่ทั่วร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า สุดวิจิตรตระการตา และแฝงไว้ด้วยเสน่ห์ความลึกลับที่ยากจะต้านทาน

อ.เบียร์ ฅนตื่นธรรม ตอบ ‘เอ๊ะ อิศริยา’จี้ปม ไม่มีลูกใครจะดูแล จนเหว่อ!

อ.เบียร์ ฅนตื่นธรรม ตอบ 'เอ๊ะ อิศริยา'จี้ปม ไม่มีลูกใครจะดูแล จนเหว่อ!

อ.เบียร์ ฅนตื่นธรรม ตอบ ‘เอ๊ะ อิศริยา’จี้ปม ไม่มีลูกใครจะดูแล จนเหว่อ!

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แค่อีพีแรกก็สนุก และถูกใจคนโสดสุดๆ โดยเฉพาะสาวๆทั้งหลายที่ชอบถูกตั้งคำถามจากป้าข้างบ้าน ทำไมถึงไม่มีคู่ ไม่มีลูก แก่มาใครจะดูแล งานนี้ เอ๊ะ อิศริยา สายสนั่น จึงชวน อ.เบียร์ ฅนตื่นธรรม มาในรายการ “โสดโซไซตี้ (Single Society)” ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment รายการวิดีโอพอดแคสต์ ร่วมพูดคุยกันอย่างเข้มข้นถึงเรื่องราวชีวิตคนโสด โดยเฉพาะการเผชิญกับคำถามบีบคั้นจากสังคมว่าทำไมถึงไม่มีคู่หรือไม่มีลูก อ.เบียร์ จึงเปิดใจถึงการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในฐานะคนโสด พร้อมชี้ให้เห็นว่าความเศร้าและเหงาในชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว และการดูแลตัวเอง ถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของชีวิตที่มีคุณค่า ใครพลาด! สามารถติดตามชมการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาและแฝงไปด้วยแง่คิดดี ๆ ที่จะทำให้คุณมีกำลังใจในการใช้ชีวิตโสดต่อไป            

 มีคำพูดนึง หลายคนที่ถูกถามมันจะเจ็บจี๊ดอย่างหาว่าหนูขึ้นคาน ไม่มีใครเอา สำหรับผู้หญิงที่มีอายุเยอะแล้ว จะตอบไงดี?

ก็ไม่ต้องสาระแน แก่ก็แก่ที่หน้ากู ที่ตัวกู ไม่ใช่แก่ที่มึงจ๊ะ มึงมีหรือยัง ถ้ามีแล้ว มีไม่ดี ก็ยอมอยู่เป็นโสด กูขออยู่บนคานแบบมีความสุข ดีกว่าอยู่ใต้คาน แล้วมีความทุกข์เหมือนมึง กูไม่เอาหรอก ดังนั้นเราต้องย้อนกลับมาดูตัวเราเอง เราอยู่บนคาน เราอยู่เป็นโสด 30 ยังแจ๋ว เรายังแจ๋วอยู่เลย ที่สำคัญปากกูก็แจ๋วมากด้วย นี่ประเด็น

เราแจ๋วขนาดนี้ เรามีความสุข เรามีเงินทอง ตอบสนองต่อความต้องการ เราไม่มีความทุกข์ ในขณะที่เราไปนั่งดูเอนเราไม่โสด โดนสอยไปแต่อายุ 20 ปี แบบนี้ เยื้อพรหมจารีขาดไปตอนอายุเท่าไร เราไม่รู้ แต่ในขณะที่เรารักษาความบริสุทธิ์ หรือขาดไปแล้วก็แล้วแต่ แต่เราไม่มีเป็นตัวเป็นต้นแค่นั้นเอง แต่สุดท้ายแล้วคำถามคือ เรายังมีความสุขกว่าเขาไหม เราเห็นเขาทะเลาะกับผัว สุดท้ายเขาวิ่งมาหาเราในฐานะเราโสด แล้วก็มาปรึกษาตลอด เดี๋ยวมีปัญหาเรื่องผัว ลูก เรื่องเงินที่ดูแลครอบครัวไม่ได้ เดี๋ยวทะเลาะกันอีกแล้วผัวมีกิ๊ก

ปัญหาเยอะแยะ แต่เรากลับไม่มีปัญหาอะไรเลย ปัญหาเดียวคือ กูเหงา กูหงี่ แค่นั้นเองที่เรามี สุดท้ายเรามีความสุขไหม เราใช้เงินแบ่งใครไหม เอ่อไม่แบ่ง เรากินอิ่มนอนหลับไหม เรากินอิ่มนอนหลับ เราสุขสบายดี แค่ใคร่ เหงา เหงาเราแก้ด้วยการไปเที่ยว โทรคุยกับเพื่อนได้ ฯลฯ สุดท้ายแล้วโสดแล้วเหงา ยังดีกว่ามีปัญหาวุ่นวายเต็มครอบครัว เต็มหัวกบาลไปหมดฯลฯ

อาจารย์ทำให้คำว่าขึ้นคาน ดูมีบุญมาก?

มันมีบุญนะ มีบุญ

แต่มันจะมีคำนึงที่ชอบถูกถามว่า วันนึงแก่ตัวไปแล้วใครจะมาดูแล?

เอาไรมาวัดว่ามันจะดูแล ทุกวันนี้มันแทบจะเอาตีนมาเขี่ยพ่อ เขี่ยแม่มันด้วยซ้ำ บางทีข้าวมันก็ป้อนทางปาก บางทีถ้าเป็นพ่อแม่ที่ดี ดูแลลูกดีก็อาจจะรอด แต่เรามั่นใจได้ไงว่า เราจะเป็นพ่อแม่ที่ดีได้อย่างไร ที่จะทำให้ลูกกตัญญูกับเรา มีลูกก็ไม่ได้หมายความว่าจะกลับมาดูแลเรา ผัวก็ไม่ได้หมายความว่า ระหว่างทางมันจะอยู่กับเราจนแก่ตาย ระหว่างทางมันอาจจะแยกไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ทำไมต้องคิดว่าเขาต้องดูแลเรา ทำไมไม่คิดว่าเราต้องดูแลเขา และทำไมไม่คิดว่าเราจะดูแลตัวเอง เก็บเงินให้เยอะมากที่สุด แล้วเอาเงินนั้นแหละมาจ้างให้คนมาดูแลเรา เวลามีเงินจ่ายเงินไปใครก็อยากดูแลเราอย่างดีด้วยซ้ำ

คนอยู่ด้วยกันนานๆ มันเก็บกดไหม 30 ปี สามีเก็บกดไหม มันเคยเกลียดเรา คบกันมานาน สันดานมันออกหมดแล้ว วันนึงที่มีโอกาส ในการดูแลเรา วันนั้นโอกาสมันจะซ้ำเรา จะมีสักกี่คนที่ป่วยติดเตียง หรือแก่ชราไป เขาจะดูแลเรา ทั้ง ๆที่เราไม่เคยดูแลเขาจริงจัง ด่าเขาเช้าชามเย็นชาม สุดท้ายแล้ววิธีดีที่สุด ดูแลตัวเอง พระพุทธเจ้าจึงบอกว่าให้เราพึ่งตนพึ่งธรรม อย่าไปพึ่งคนอื่น คนหลายคนตั้งคำถามกับอาจารย์ว่า ทำไมไม่มีลูก กูพึ่งตัวเองได้ ใส่ผ้าอ้อมเองได้ แต่ถ้าป่วยติดเตียงในที่สุด กูมีเงิน เก็บเงินไว้เรียบร้อยแล้ว สำรองไว้ทุกอย่าง ถึงเวลาเอาเงินจ่าย ทุกอย่างพอมันหมดก็ตายแค่นั้นเอง สุดท้ายทุกคนจะเดินสู่ความตายด้วยกันทั้งสิ้น ดูแลให้ดีแค่ไหน ตายไหม ตาย ดูแลไม่ดีตยไหม ตาย สุดท้ายเดินทางไปสู่ความตายทั้งสิ้น จะไปยึดมั่นถือมั่นทำไมว่าใครจะต้องมาดูแล ฯลฯแฟนๆ และเหล่าคนโสดทั้งหลาย สามารถรับชมรายการ “โสดโซไซตี้ (Single Society)”  ทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ Official : KRP Entertainment  #โสดโซไซตี้ #singlesociety #โสดแต่มีความสุข #โสดเป็นสุข #โสดเป็นเพื่อนกัน #โสดที่แปลว่าไม่มีใคร

‘ลิซ่า’ร่างทอง! สวมชุดเสื้อเกราะนักรบฝีมือคนไทย ดีไซเนอร์ปลื้มชีวิตคอมพลีทแล้ว

'ลิซ่า'ร่างทอง! สวมชุดเสื้อเกราะนักรบฝีมือคนไทย ดีไซเนอร์ปลื้มชีวิตคอมพลีทแล้ว

‘ลิซ่า’ร่างทอง! สวมชุดเสื้อเกราะนักรบฝีมือคนไทย ดีไซเนอร์ปลื้มชีวิตคอมพลีทแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 18.24 น.

30 ตุลาคม 2568 เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาตั้งแต่ปรากฎตัวบนคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ BLACKPINK DEADLINE IN BANGKOK บนเวทีโซโล่เดี่ยวของศิลปินระดับโลกสัญชาติไทย ‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล ที่ทั้ง 3 วันของคอนเสิร์ต ลิซ่าได้เลือกแบรนด์ไทยมาดีไซน์ชุดให้กับเธอ กับลุควันแรกที่เป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมาก ซึ่งประเดิมด้วยชุดสีทองระยับ จากแบรนด์  HOOK’S by PRAPAKAS ที่ถูกออกแบบและตัดเย็บโดยทีมดีไซเนอร์ไทย 100% 
 
ล่าสุด ‘ลิซ่า ลลิษา’ ได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านทางไอจีส่วนตัว “@lalalalisa_m” ที่มีผู้ติดตามกว่า 100 ล้านฟอลโลเวอร์ กับลุคร่างทองของเธอ พร้อมแคปชั่น “So excited to be back home with my girls I can always rely on my Thai Blinks to bring the energy”

ซึ่งพบว่าทางดีไซเนอร์ที่ออกแบบชุดนี้ให้ ‘ลิซ่า ลลิษา’ อย่างคุณผักกาด ประภากาศ อังศุสิงห์ ก็ได้ออกมาโพสต์รายละเอียดของชุดผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@prapakas” โดยระบุข้อความว่า “น้องLISA เป็นสาวไทย คือ โจทย์ที่ได้รับ BRIEF จากคุณแนน ELEMENTS ความเป็นไทย DETAIL ที่บ่งบอกวัฒนธรรมแบบไม่ตะโกน จาก IDEA ที่ค่อนข้างชัดเจนมากๆอยู่แล้วทำให้ง่ายต่อการออกแบบ COSTUMEนี้ พวงมาลัยที่สะโพก การใช้แผ่นกลมทองมาประกอบคล้ายเสื้อเกราะนักรบ แสดงถึงความแข็งแรง แข็งแกร่ง ที่แฝงความนุ่มนวลในแบบสาวไทยอีกด้วย

คนแรกเลยที่ขอขอบคุณ @nanist คนเก่ง ที่นึกถึง #teamhooks ดีใจและภูมิใจมากๆที่ได้เป็นส่วนนึงของconcert #blackpinkworldtour2025 พวกเราก็ขอปล่อยพลังกันสุดฝีมือขอบคุณ #teamhooks ทุกคนที่เก็บทุกรายละเอียดให้แบบไม่ต้องขอ เพราะเรา SUPPORT LISA ตลอดไป” และเมื่อ ‘ลิซ่า ลลิษา’ มาโพสต์รูปดีไซเนอร์ก็ได้ออกมาโพสต์ว่า “น้ำตาจะไหลชีวิตติ่งที่ COMPLETED”

‘ป๋อ ณัฐวุฒิ-เอ๋ พรทิพย์’เล่าโมเมนต์ที่เคยทะเลาะกันหนักเหมือนคนที่ไม่รัก

'ป๋อ ณัฐวุฒิ-เอ๋ พรทิพย์'เล่าโมเมนต์ที่เคยทะเลาะกันหนักเหมือนคนที่ไม่รัก

‘ป๋อ ณัฐวุฒิ-เอ๋ พรทิพย์’เล่าโมเมนต์ที่เคยทะเลาะกันหนักเหมือนคนที่ไม่รัก

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.08 น.

ป๋อ ณัฐวุฒิ  จูงมือภรรยาคนสวย เอ๋ พรทิพย์  มารายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 ป๋อ ณัฐวุฒิ  เผยเคยอาการหนัก !! ติดอยู่บนบัลลังก์ของคำว่า “พระเอก” จนหาทางลงไม่เจอ ต้องรู้จักว่าวันนั้นคือวันนั้นวันนี้ไม่ใช่วันนั้นอีกแล้ว  ตำนานพระเอกหลงรักนางร้ายของ “ป๋อ ณัฐวุฒิ” & “เอ๋ พรทิพย์” ที่เกือบจะไม่ได้รักกัน !! คนโทรมาด่าทุกวันว่าไม่เหมาะสมกันเลย “ป๋อ & เอ๋” เล่าโมเมนต์ที่เคยทะเลาะกันหนักเหมือนคนที่ไม่รักกันแล้ว… หย่าเป็นหย่า พังเป็นพัง และช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุด เกิดมรสุมลูกใหญ่ในชีวิตของทั้งคู่จับมือกันผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้อย่างไร ?? “ป๋อ & เอ๋” โดนกระแสดราม่าหนัก !! ลงคลิปตั้งใจจะช่วยโปรโมตกลายเป็นคลิปให้คนมาคอมเมนต์ด่าด้วยความเกลียดชังถึงขั้นแช่งให้ตาย…

ถาม ป๋อ เป็นคนที่ติดกับบทพระเอกไหม เพราะว่าที่ผ่านมาคือพระเอกมาชั่วชีวิต

ป๋อ ณัฐวุฒิ : ติดนะ เพราะว่าผมก็เป็นพระเอกมาตั้งแต่ต้น มันก็ล้างสมองเรามาพอสมควร 20 ปี แล้วก็ทำให้ผมเชื่อว่าเป็นแบบนั้น

ถาม เราติดบัลลังก์ทำยังไง ทำยังไงเราจะลงจากบัลลังก์มันยาก

ป๋อ ณัฐวุฒิ : ยากมากครับ เมื่อก่อนเวลาไปยืนถ่ายรูปกันเราจะได้ยืนอยู่ตรงกลาง และอยู่แถวหน้าด้วย เดี๋ยวนี้ประมาณแถวที่สาม วิลลี่ แมคอินทอช บอกหมดแล้วป๋อ คมแฝก หมดแล้วมันไม่มีอีกแล้ว ต้องรู้จักว่าวันนั้นคือวันนั้น วันนี้ไม่ใช่วันนั้นอีกแล้ว

ถาม แปลว่ามันเคยหนัก

ป๋อ ณัฐวุฒิ : เคยหนักมากครับ

ถาม พอทุกคนเริ่มรู้มี Feedback อะไรกลับมาหาเราบ้าง

เอ๋ พรทิพย์ : กระหน่ำเลยค่ะ เอ๋ก็จะโดนแบบเรื่องของความไม่เหมาะสม ตัวร้ายกับพระเอกแล้วก็จะมีทั้งโทรศัพท์มาด่า ทางข้อความก็จะมีส่งข้อความมาด่า โทรเข้ามือถือเลยค่ะโทรเข้ามาด่า มีคนโทรเข้ามาแล้วเอ๋รู้ว่า เขาโทรมาจะโทรมาด่าเอ๋ เอ๋ก็เปิดสปีกเกอร์โฟนให้พี่ป๋อฟัง ตอนนี้เขาอยู่ที่บ้านพี่ป๋อแล้วก็อยู่ข้างๆพี่ป๋อด้วย พี่ป๋อเป็นของเขาด่าหยาบคายเละเหมือนกัน เราก็รู้สึกเสียใจ เราก็บอกพี่ป๋อว่าถ้าไม่ไหวอย่าฝืนเราพูดเลยค่ะ

ถาม ก็มีความต่างถึงขนาดที่ว่าทะเลาะกันได้ทุกเรื่อง

เอ๋ พรทิพย์ : จะหนักที่สุดเลยก็คือตอนที่มีลูก เดินขาซ้ายยังผิดเลยทำอะไรก็ผิดไปหมดค่ะ เรื่องอะไรเล็กๆน้อยๆก็ยังทะเลาะกัน

ป๋อ ณัฐวุฒิ : เอ๋ก็เกลียดผม แล้วผมก็เกลียดเอ๋แล้วก็พูดแรงด้วย เหมือนไม่รักแล้ว ไม่สนแล้ว พัง เลี้ยงลูกได้ วางแผนเลยว่าถ้าหย่าแล้วมรดกจะไปอยู่ที่ใคร

เอ๋ พรทิพย์ : งง ไปหมดเลยค่ะนี่มันเรื่องจริงใช่มั้ย หย่าจริงๆใช่มั้ย

ถาม มีข่าวว่าเอ๋ป่วย

ป๋อ ณัฐวุฒิ : หมอเขาบอกว่าเป็นมะเร็ง

เอ๋ พรทิพย์ : ตอนนั้นเอ๋ช็อคเหมือนบ้านถล่มเลยค่ะ ฟังใครไม่รู้เรื่องเลยมันเกิดขึ้นกับเรา เรารู้สึกว่ามันใช่เหรอฟังอะไรไม่ออกเลย ร้องไห้อย่างเดียวเลยเราจะตายไหม มันคิดอยู่แค่นั้นมันเหมือนมันช็อค ช็อคว่าทำไมมันถึงมาเกิดขึ้นกับเรา แล้วเราจะไปยังไงต่อ ถ้ามันลามแล้วเราจะต้องทำยังไงต่อ คือคิดถึงแต่หน้าลูก

ป๋อ ณัฐวุฒิ : คือรู้สึกว่าทุกอย่างมันถาโถม แต่วันที่แย่ที่สุดคือวันที่เขาผ่า

ถาม ความตั้งใจตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราอยากแชร์ สิ่งที่เราเจอเพื่อเป็นประโยชน์กับคนอื่น

ป๋อ ณัฐวุฒิ : เราก็ลงคลิปโปรโมตมันก็ทำให้เกิดคนมีความไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องโปรโมตความเจ็บป่วยของตัวเอง เล่นกับความรู้สึกคน

ถาม กระแสดราม่าคนเข้าไปด่า เราเยอะพอสมควร

เอ๋ พรทิพย์ : คืออันนี้ เอ๋ไม่ได้อ่านข้อความเลย พี่ป๋อเค้าไม่ให้เอ๋เล่นโซเชียลเลย คือเขาเป็นคนที่เก็บอยู่คนเดียวเลย

ป๋อ ณัฐวุฒิ : เราเป็นมะเร็งโกรธอะไรเรา เราแค่ อยากจะสื่อสารออกไปว่าถ้ามีโอกาส ไปตรวจนะ แต่กลายเป็นสิ่ง ที่เราได้รับกลับมาคือแรงเกลียด ให้มันเป็นมะเร็งระยะที่สี่ให้มันตาย ไปทั้งผัวทั้งเมีย

‘นุสบา’เผยภาพ’ปู่เล็ก วานิชอังกูร’เจ้าของห้างแห่งสยาม รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทจนลมหายใจสุดท้าย

'นุสบา'เผยภาพ'ปู่เล็ก วานิชอังกูร'เจ้าของห้างแห่งสยาม รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทจนลมหายใจสุดท้าย

‘นุสบา’เผยภาพ’ปู่เล็ก วานิชอังกูร’เจ้าของห้างแห่งสยาม รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทจนลมหายใจสุดท้าย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.32 น.

30 ตุลาคม 2568 ถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าของพสกนิกรชาวไทย หลังจากที่ สำนักพระราชวังได้เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ในวันศุกร์ที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๒๑ นาฬิกา ๒๑ นาที ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ ๙๓

ล่าสุดนักแสดงรุ่นใหญ่ นุสบา ปุณณกันต์ หรือสกุลเดิม วานิชอังกูร ได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@nusbapunnakanta” เป็นภาพถ่ายของ คุณปู่เล็ก วานิชอังกูร ในชุดทหาร ระบุข้อความว่า …”ภาพแห่งความทรงจำ.. จากลูกหลานครอบครัว ‘วานิชอังกูร’

ในช่วงเวลาหนึ่ง คุณปู่เล็ก นายเล็ก วานิชอังกูร ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เคยได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นวุฒิสมาชิก เคยได้ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาททั้งสองพระองค์ ในราชสำนักในงานสังคมสงเคราะห์ต่างๆ จนลมหายใจสุดท้ายและถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจวายเมื่อปี 2518

ดังเป็นที่ประจักษ์จากรุ่นสู่รุ่นถึงพระราชปณิธาน พระเมตตาใต้ร่มพระบารมีของในหลวงและพระราชินี ล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ได้พระราชทานโอกาส สนับสนุนส่งเสริมความเท่าเทียมแก่ประชาชนชาวไทยทุกศาสนาอย่างเสมอภาคกัน ครอบครัววานิชอังกูรกราบน้อมถวายความอาลัยด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เทิดไว้เหนือเกล้าสถิตในดวงใจนิรันดร์”

ซึ่งทางเฟซบุ๊กเพจ “ภาพเก่าในอดีต” ได้โพสตประวัติของ คุณเล็ก วานิชอังกูร หรือ คุณปู่เล็ก นามสกุลเดิมคือ ดาลจาวัล เป็นเจ้าของ “ห้าง นูระดิน ดาลจาวัล ” ถือว่าเป็นหนึ่งในห้างชั้นนำในยุคนั้นในสยาม ซึ่งเป็นบริษัทดำเนินการกิจการประมูลส่งเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ สำนักพระราชวัง กระทรวง ทบวง และ กรม กองต่างๆ สินค้าที่เป็นที่รู้จักของร้านนายห้างนูรุดดีนได้แก่ ข้าวสาร เครื่องแบบของข้าราชการทั้งพลเรือน และ ทหาร

นายกฯเข้าเฝ้า สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนฯ พร้อมสานต่อความร่วมมือทวิภาคี

นายกฯเข้าเฝ้า สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนฯ พร้อมสานต่อความร่วมมือทวิภาคี

นายกฯเข้าเฝ้า สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนฯ พร้อมสานต่อความร่วมมือทวิภาคี

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.00 น.

นายกฯ เข้าเฝ้า สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนฯ พร้อมสานต่อความร่วมมือทวิภาคี โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ความมั่นคงทางอาหาร และผลิตภัณฑ์ฮาลาล

31 ต.ค. 68 เวลา 15.40 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคยองจู ซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 2 ชั่วโมง) ณ ห้องหารือทวิภาคี (ห้อง 206) ชั้น 2 ศูนย์การประชุมฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีฮาจี ฮัซซานัล บลเกียะฮ์ (His Majesty Sultan Haji Hassanal Bolkiah) สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม ในช่วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ 32 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี
 
โดยภายหลังเสร็จสิ้น นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีฯ ได้แสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พร้อมกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่มีความใกล้ชิดมายาวนาน

ด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องผลักดันการสรุปแผนการลงทุนร่วมระหว่างกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (กบข.) ของไทย กับกองทุนร่วมของ Brunei Investment Agency (BIA) พร้อมร่วมยินดีที่ความตกลงว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อน (Double Taxation Agreement) พร้อมสำหรับการลงนามแล้ว ทั้งนี้ ไทยต้องการเพิ่มพูนความร่วมมือกับบรูไนให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นในด้านสาธารณสุข การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการส่งเสริมสุขภาวะครบวงจร

ด้านความมั่นคงทางอาหารและฮาลาล ไทยพร้อมเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของบรูไน ในการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยไทยมีความพร้อมที่จะส่งออกสินค้าเกษตรไปยังบรูไนมากขึ้น เช่น ข้าวหอมมะลิ ซึ่งราคาเป็นมิตร และคุณภาพไม่เป็นที่สองรองใคร
และขยายความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์ฮาลาลให้ครอบคลุม

โดยทั้งสองฝ่ายยังพร้อมสานต่อความร่วมมือทวิภาคีโดยเฉพาะความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน การพัฒนาอย่างยั่งยืน การพัฒนามนุษย์ และสาธารณสุข 

รัฐบาลไทยแสดงความพร้อมที่จะรับเสด็จสมเด็จพระราชาธิบดีในโอกาสการเสด็จฯ เยือนไทยเพื่อทอดพระเนตรการแข่งขันซีเกมส์ และทั้งสองฝ่ายพร้อมสานต่อความร่วมมือทวิภาคีโดยเฉพาะความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน การพัฒนาอย่างยั่งยืน การพัฒนามนุษย์ และสาธารณสุข 

‘อนุทิน’ชื่นมื่น โพสต์ภาพยืนเคียงผู้นำหลายประเทศในเวทีเอเปค

'อนุทิน'ชื่นมื่น โพสต์ภาพยืนเคียงผู้นำหลายประเทศในเวทีเอเปค

‘อนุทิน’ชื่นมื่น โพสต์ภาพยืนเคียงผู้นำหลายประเทศในเวทีเอเปค

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.51 น.

31 ต.ค. 68 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ภาพระหว่างเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 32 รอบที่ 1 (The 32nd APEC Economic Leaders’ Meeting – Session I) ที่เมืองคยองจู เกาหลีใต้ ภายใต้หัวข้อ “Towards a More Connected, Resilient Region and Beyond” ที่นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพ จับมือทักทาย กับผู้นำประเทศและผู้นำเขตเศรษฐกิจพิเศษเอเปค อย่างเป็นกันเอง อาทิ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ นายอี แช มย็อง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ พร้อมระบุข้อความว่า “อยู่ที่การประชุมผู้นำทางเศรษฐกิจเอเปค ในคยองจู ประเทศเกาหลีใต้”

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังโพสต์ภาพคู่กับนาง Kristalina Georgiava กรรมการผู้จัดการของ IMF ซึ่งทั้งสองมีสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมระบุข้อความ “ความไม่แน่นอนคือ new normal” Kristalina Georgiava กรรมการผู้จัดการของ IMF กล่าว

‘ปชน.’ลุยเตรียมผู้สมัครฯ-ชุดนโยบาย ลั่นโจทย์ใหญ่ต้องทำให้ปชช.เชื่อมือบริหารประเทศ

‘ปชน.’ลุยเตรียมผู้สมัครฯ-ชุดนโยบาย ลั่นโจทย์ใหญ่ต้องทำให้ปชช.เชื่อมือบริหารประเทศ

‘ปชน.’ลุยเตรียมผู้สมัครฯ-ชุดนโยบาย ลั่นโจทย์ใหญ่ต้องทำให้ปชช.เชื่อมือบริหารประเทศ

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.51 น.

โจทย์ใหญ่ต้อง ‘เชื่อมือ’ บริหารประเทศ! ‘พรรคส้ม’ ลุยเตรียมผู้สมัครฯ – ชุดนโยบาย พร้อมเลือกตั้งครั้งหน้า ชูสร้างความเชื่อมั่นด้วยนโยบายเชิงลึกผ่าน ‘สมุดปกขาว’ 

เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2568 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงความพร้อมในการเตรียมผู้สมัครลงเลือกตั้งครั้งหน้าว่า มีการเตรียมความพร้อมในทุกมิติในการเดินหน้าสู่สนามเลือกตั้ง และไม่ใช่แค่เรื่องผู้สมัครอย่างเดียวยังมีเรื่องของชุดนโยบาย ซึ่งเราพยายามพัฒนาชุดนโยบายของเราให้เข้มข้น

“รอบนี้โจทย์ของเราไม่ใช่การทำให้ประชาชนเชื่อใจเรา เชื่อใจจุดยืนเชื่อใจความมุ่งมั่นของเราแต่ต้องเชื่อมือเราด้วยว่าเราสามารถเข้าไปบริหารประเทศได้ฉะนั้นส่วนผสมในรายละเอียดของนโยบายส่วนผสมของแคนดิเดตทีมผู้บริหารและส่วนผสมของผู้สมัครสส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ก็จะสามารถเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้เชื่อมือเราให้เข้าไปบริหารประเทศ” นายพริษฐ์ กล่าว 

เมื่อถามว่าประชาชนส่วนใหญ่เชื่อในนโยบายไม่ได้เชื่อในคน จะปรับนโยบายอย่างไรบ้าง นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เรื่องของการคัดกรองผู้สมัครอาจจะต้องดำเนินการควบคู่กันระหว่างการออกแบบกระบวนการให้มีความเข้มข้นขึ้น ในการคัดกรองทั้งพฤติกรรม ประวัติ แนวคิดหรือข้อเสนอเชิงนโยบาย กับการเอาจริงกับกรณีที่เกิดขึ้นที่คนในพรรคของเราไปกระทำการที่ไม่เหมาะสม นี่เป็น 2 หลักที่เรายึดถือ

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ขณะที่เรื่องของความเชื่อมั่น ก็ต้องจัดทำผ่านนโยบายต่างๆ เวลาเราพูดถึงนโยบายของพรรคการเมืองที่ผ่านมาจะเห็นแค่รายละเอียดแค่สองสามประโยคว่าพรรคจะทำอะไรแต่รอบนี้เรามีความตั้งใจว่านโยบายสำคัญๆ จะทำเป็นสมุดปกขาวที่จะมีนโยบายเชิงลึก ว่าจะดำเนินการให้สำเร็จได้อย่างไร ซึ่งตรงนี้จะเป็นเอกสารที่จะนำเสนอในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของประชาชน

‘รมช.กห.’ ชี้โอกาสสุดท้าย ไทย-กัมพูชา หากไม่ทำ 4 ข้อ ให้คอยดู อะไรจะเกิดขึ้น

'รมช.กห.' ชี้โอกาสสุดท้าย ไทย-กัมพูชา หากไม่ทำ 4 ข้อ ให้คอยดู อะไรจะเกิดขึ้น

‘รมช.กห.’ ชี้โอกาสสุดท้าย ไทย-กัมพูชา หากไม่ทำ 4 ข้อ ให้คอยดู อะไรจะเกิดขึ้น

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.31 น.

รมช.กห. ลั่น เป็นโอกาสสุดท้าย ไทย-กัมพูชา หากไม่ปฏิบัติ4ข้อ ให้คอยดู อะไรจะเกิดขึ้น ยัน ถอนอาวุธพร้อมพลประจำปืน ยกเว้น กำลังรบ รับ ทหารมีกรรม รับศึกหลายด้าน

วันที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการหารือระหว่างกองทัพบกไทยและกัมพูชา ว่า วันนี้กองทัพภาคที่ 2 ของไทย ได้เดินทางไปพูดคุยกับภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา ซึ่งเป็นผลของการปฏิบัติ ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา โดยนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ลงนามร่วมกันไว้ก่อนหน้านี้ ในกรอบของรัฐบาล

ขณะที่กองทัพบกก็มอบให้กองทัพภาคที่2หารือ 4 ประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการขนย้ายอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรง ซึ่งจะดำเนินการเป็น 3 เฟส เริ่มจากการถอนอาวุธประเภทจรวดและปืนใหญ่ขนาด 155 มิลลิเมตรขึ้นไป ภายในระยะเวลา 21 วัน โดยจะมีคณะผู้แทนจากทั้งสองฝ่าย หรือ คณะผู้แทนอาเซียน (AOT) ไปตรวจสอบว่าทําตามข้อตกลงหรือไม่ และหากดําเนินการแล้ว จะมีรายละเอียดออกมาทั้งหมดว่าได้ถอนอะไรไปแล้วบ้าง และอยากให้เชื่อมั่นว่าทหารก็ทําตามนี้ หากไม่เชื่อก็ไม่รู้จะทําอย่างไร

เมื่อถามว่า ประชาชนไม่ได้ไม่เชื่อมั่นทหารไทยแต่ไม่เชื่อมั่นฝ่ายกัมพูชา พลโท อดุลย์ กล่าวว่า ต้องเชื่อ เพราะเป็นโอกาสสุดท้าย ที่เราจะคุยกัน ตนยืนยันได้เลยว่า ถ้าคุยกันในระดับนี้แล้ว หากไม่ทําก็ไม่มีทางอื่น

เมื่อถาม หากฝ่ายกัมพูชาไม่ปฏิบัติตามจะดําเนินการอย่างไร พลโท อดุลย์ กล่าวว่า ให้คอยดู ตนก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ในเมื่อคุยกันในระดับรัฐบาล ลงไปถึงระดับแม่ทัพภาค ในการกําหนดขั้นตอนการถอนอาวุธ ที่มีอานุภาพร้ายแรงสูง
สำหรับเฟสที่ 2 จะเป็นการถอนอาวุธที่มีอานุภาพลดหลั่นลงมา และเฟสที่ 3 จะครอบคลุมถึงการถอนรถถัง ซึ่งจำนวนและขั้นตอนกำลังอยู่ระหว่างการหารือกับแม่ทัพภาคที่ 2

ทั้งนี้ รมช.กลาโหม ยืนยันชัดเจนว่า ไม่มีการเปิดด่านแน่นอน ไม่ต้องกลัว  หลังจากการถอนอาวุธแล้ว ทั้งสองฝ่ายจะต้องประเมินร่วมกันอีกครั้งว่า ความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างกันได้สิ้นสุดลงจริงหรือไม่ เพื่อก้าวสู่ความร่วมมือและสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายแดน

เมื่อถามว่าในส่วนของกําลังทหาร จะปรับลดลงไปด้วยหรือไม่ 

พลโท อดุลย์ กล่าวว่า อาวุธจะมีพลประจําปืน หากถอนอาวุธก็ต้องปรับลดคนไปด้วย ก็ไปพร้อมกัน แต่ไม่เกี่ยวกับกําลังรบหลักทหารม้าหรือทหารราบ พร้อมทั้งย้ําว่า การเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ มีขั้นตอน การจัดเก็บ ซึ่งการขนย้ายก็ต้องอิงกับระเบียบราชการ ไม่เช่นนั้น ก็จะหาว่าไปแอบ ต้องมีการจ้างเหมา ถ้ามีรถอยู่แล้วก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าเกินไปจากนี้ ก็ต้องจ้างของเอกชนเข้ามา

เมื่อถามว่ากองทัพรับศึกหลายด้านนอกจาก ต่างประเทศแล้วยังมีภายในประเทศด้วย พลโท อดุลย์ กล่าวว่า อาชีพทหารมีกรรม