จริงใจ-อย่าหมกเม็ด! ‘ไทย-กัมพูชา’เห็นพ้อง ถอนอาวุธหนัก 3 ประเภท

จริงใจ-อย่าหมกเม็ด! 'ไทย-กัมพูชา'เห็นพ้อง ถอนอาวุธหนัก 3 ประเภท

จริงใจ-อย่าหมกเม็ด! ‘ไทย-กัมพูชา’เห็นพ้อง ถอนอาวุธหนัก 3 ประเภท

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.31 น.

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่ด่านช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกแถลงข่าวการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย – กัมพูชา (RBC) พิเศษ ว่าด้วยการถอนอาวุธหนักและอาวุธทำลายล้างสูง ระหว่างภูมิภาคทหารที่ 4 แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และกองทัพภาคที่ 2 แห่งราชอาณาจักรไทย

โดยการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) สมัยพิเศษ ว่าด้วยการถอนอาวุธหนักและอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ระหว่างภูมิภาคทหารที่ 4 แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และกองทัพภาคที่ 2 แห่งราชอาณาจักรไทย จัดขึ้น โดยมี พล.ท.โปว เฮง ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และ พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 แห่งราชอาณาจักรไทย เป็นประธานร่วม และมีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) จากทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา เข้าร่วมสังเกตการณ์ในที่ประชุม

สำหรับการประชุมจัดขึ้นตามผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย – กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 และอยู่ภายใต้แนวทางและหลักการของ ถ้อยแถลงที่ได้ลงนามในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ต.ค.68 โดยนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ไทย และมาเลเชีย ร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมันร่วมกันของทั้งสี่ประเทศในการส่งเสริม ความโปร่งใส 
การสร้างความไว้วางใจ และการบริหารจัดการกำลังทางทหารอย่างมี ความรับผิดชอบในภูมิภาค ทั้ง 2 ฝ่าย จึงได้ตกลงร่วมกันในการดำเนินการถอนอาวุธหนักเป็นระยะ (Phased Removal) และมาตรการสร้างความไว้วางใจร่วมกัน เพื่อเสริมสร้าง ความเชื่อใจระหว่างกันและ เสถียรภาพตามแนวชายแดนไทย – ก้มพูชา

โดยได้นิยามและการจำแนกอาวุธ 3 ประเภท ดังนี้

1.ประเภท A หมายถึง ระบบจรวดหลายลำกล้องที่มีตั้งแต่ 2 ลำกล้องขึ้นไป

2.ประเภท B หมายถึง ระบบปืนใหญ่ทุกประเภท ประกอบด้วยระบบปืนใหญ่ลากจูงและปืนใหญ่อัตราจร รวมถึงปืนใหญ่ขนาด 105 มม. 122 มม. 130 มม. 152 มม. และ 155 155 141

3.ประเภท C หมายถึง รถหุ้มเกราะ โดยเฉพาะรถถัง ที่ออกแบบมาเพื่อให้มีการเคลื่อนที่ที่ได้รับการปกป้อง อำนาจการยิงที่เหนือกว่า และกำลังสนับสนุนโดยตรง

ทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเคารพซึ่งกันและกัน และปฏิบัติตามผลการประชุม GBC ไทย – กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 และหลักการในถ้อยแถลงที่ได้ร่วมลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 อย่างเคร่งครัด เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะดำเนินการถอนอาวุธทั้งสามประเภท (ประเภท A ประเภท B และประเภท C) โดยแบ่งเป็นระยะ ภายใต้การสังเกตการณ์และตรวจสอบของ AOT ตามแผนปฏิบัติการ

ทั้งสองฝ่ายตกลงที่ จะอำนวยความสะดวกการตรวจสอบ จัดทำเอกสาร และสังเกตการณ์ของ AOT ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะออกแถลงข่าวเพื่อรายงานความคืบหน้าและการตรวจสอบ กระบวนการถอนอาวุธ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ ทั้งสองฝ่ายตกลงว่า หากฝ่ายใดปกปิดหรือบิดเบือนจำนวนหรือประเภทของอาวุธ ถือว่า การกระทำดังกล่าวสื่อถึงความไม่จริงใจในการคืนสู’สภาวะปกติ เสถียรภาพ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ

การถอนอาวุธหนักและอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ประเภท A) ภายใต้ระยะที่ 1 จะดำเนินการเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 1 – 21 พ.ย.68 ภายใต้การสังเกตการณ์ และตรวจสอบของ AOT การประชุมฝ่ายเลขานุการ RBC เพื่อวางแผนและดำเนินการสำหรับระยะที่ 2 จะจัดขึ้นวันที่ 15 พ.ย.68 ภายใต้การสังเกตการณ์และตรวจสอบของ AOT

โดยการถอนอาวุธหนักและอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงในระยะที่ 2 (ประเภท B) จะดำเนินการเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. – 12 ธ.ค.68 ภายใต้การสังเกตการณ์และ ตรวจสอบของ AOT การประชุมฝ่ายเลขานุการ RBC เพื่อวางแผน และดำเนินการระยะที่ 3 จะจัดขึ้นในวันที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันต่อไป ภายใต้การสังเกตการณ์และตรวจสอบของ AOT

โดยการถอนอาวุธหนักและอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงในระยะที่ 3 (ประเภท C) กำหนดให้ ดำเนินการเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที 13 – 31 ธันวาคม 2568 ภายใต้การสังเกตการณ์และตรวจสอบของ AOTการประชุมฝ้ายเลขานุการ RBC อาจจัดผ่านระบบออนไลน์หรือในสถานที่ร่วมกัน ตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลง ภายใต้การสังเกตการณ์และตรวจสอบของ AOT เพื่อให้เกิด การประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ การปรึกษาหารืออย่างทันท่วงที และการดำเนินการถอนอาวุธและตรวจสอบที่มีประสิทธิผล

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยัน ทุกก้าวแห่งการปฏิบัติ อยู่บนพื้นฐานของอธิปไตยผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน

– 006

‘บิ๊กอดุลย์’ติง กมธ.ทหาร อย่าดึงเสาหลักชาติมาเล่น หาก​ ‘กัน​ จอมพลัง’ ทำไม่ดีก็ไปตรวจสอบ​กันเอง

'บิ๊กอดุลย์'ติง กมธ.ทหาร อย่าดึงเสาหลักชาติมาเล่น หาก​ 'กัน​ จอมพลัง' ทำไม่ดีก็ไปตรวจสอบ​กันเอง

‘บิ๊กอดุลย์’ติง กมธ.ทหาร อย่าดึงเสาหลักชาติมาเล่น หาก​ ‘กัน​ จอมพลัง’ ทำไม่ดีก็ไปตรวจสอบ​กันเอง

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.29 น.

“บิ๊กอดุลย์” ยัน ยุทธภัณฑ์ทางทหารไม่ขาดแคลน แต่ยามวิกฤตไม่พอ​ ติง กมธ.ทหาร อย่าดึงเสาหลักชาติมาเล่น  ดราม่า​ของบริจาค​ ลั่น​ ฝ่ายการเมืองทะเลาะกัน หาก​ “กัน​ จอมพลัง​” ทำไม่ดีก็ไปตรวจสอบ​กันเอง 

31 ต.ค.68 ที่สํานักงานปลัดกลาโหมศรีสมาน พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่กรรมาธิการการทหารสภาผู้แทนราษฎรเดินหน้าตรวจสอบการใช้งบประมาณของกองทัพ ในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา หลัง “กัน จอมพลัง” นำยุทธภัณฑ์ และสิ่งของต่างๆไปบริจาคให้กับทหารตามแนวชายแดน ว่า ทหารเมื่อจัดกำลังป้องกันชายแดนในแต่ละปีมีงบประมาณให้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นการจัดสรรงบประมาณในการป้องกันประเทศภาวะปกติ แต่ปัจจุบันอยู่ในขั้นที่ 2 พบมีการรุกล้ำชายแดน ที่ทหารต้องตอบโต้ จนเกิดการประทะกันเป็นระยะ นั่นหมายความว่าไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ปกติ จึงชี้ให้เห็นว่า งบประมาณที่อนุมัติในสถานการณ์ปกติไม่เพียงพอ ที่ผ่านมาสถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นหลายพื้นที่ ตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งในแต่ละจุดปะทะ ทหารต้องเข้าไปในพื้นที่โดยเร็วที่สุด จึงขอตั้งคำถามว่าหากต้องเข้าพื้นที่โดยเร็วที่สุดงบประมาณที่จะจัดสรรให้ตามปกติ จะเพียงพอหรือไม่ และจะทันต่อเหตุการณ์หรือไม่ 

“มันไม่ทันหรอก ในเมื่อมีประชาชนร่วมมือกันที่จะให้สิ่งของ และมีงบประมาณที่จะทำทางให้ มีงบประมาณเติมน้ำมันให้ทหาร ให้ทหารเข้าไปถึงพื้นที่ ด้วยความรวดเร็ว ท่านว่าไม่ดีหรอครับ มันเป็นเรื่องดีที่ทำให้ทหารเข้าไปในพื้นที่ด้วยความรวดเร็ว ปลอดภัย ยิ่งถ้ามีเกาะอยู่ด้วย ท่านว่าไม่ดีหรอครับ” พลโท อดุลย์ กล่าว

พลโท อดุลย์ ย้ำว่า ทหารไม่ใช่นักธุรกิจ ที่เมื่อธุรกิจขาดทุนก็เริ่มใหม่ได้ แต่ทหาร สูญเสียอวัยวะ เรียกกลับคืนมาไม่ได้ ดังนั้น เมื่อมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เข้าพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย มีบังเกอร์ที่แข็งแรง “ไม่ดีหรืออันนี้ ขอถามคนไทยทั้งประเทศ” 

พร้อมยืนยันว่ากองทัพบกให้เงินได้ แต่งบประมาณของทางราชการหากขอตามแผนประจำปี 2 ปี กว่าจะได้ แต่หากเป็นงบกลางอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาถึง 5 เดือน ส่วนตัวพูดด้วยความรู้สึกไม่ได้ปกป้องกองทัพบก แต่ที่ต้องออกมาพูดเพราะเห็นใจทหารที่อยู่ตามแนวชายแดน รับของแล้วเจอเรื่องดราม่า ว่ารับของมา ทั้งๆที่ เป็นความรักชาติของคนไทย ที่ร่วมมือกันบริจาค ส่วนที่ฝ่ายการเมืองทะเลาะกัน ขออย่าดึงทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง พร้อมขอให้ทหารมีสมาธิในการปฎิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ เพราะขวัญกำลังใจของกำลังพลถือว่ามีส่วนสำคัญ 

พลโท อดุลย์ ระบุด้วยว่า ขณะนี้ได้รับการอนุมัติจาก รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้ทำถนนเข้าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ อำนวยความสะดวกให้ทหารเข้าไปถึงพื้นที่ชายแดนได้อย่างรวดเร็วและสะดวก ขณะเดียวกันตอนนี้กำลังพลมีเสื้อเกาะ มีบังเกอร์ที่แข็งแรง พร้อมปกป้อง ”กัน จอมพลัง“ แต่เป็นการยืนยันว่า ทหารที่อยู่ตามแนวชายแดนต้องการสิ่งเหล่านี้ เพื่อรักษาชีวิต 

เมื่อถามว่า ทำไมก่อนหน้านี้ผู้บังคับบัญชาไม่จัดหา ยุทธภัณฑ์เหล่านี้ให้กับกำลังพล แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นถึงมารับบริจาค พลโท อดุลย์  ระบุว่า ไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น ยืนยันทุกปีกองทัพบกมีงบประมาณ ในการพัฒนาเส้นทางต่างๆที่จะเข้าไปตามแนวชายแดน แต่อาจไม่ตรงกับจุดที่เกิดภัยคุกคาม เช่นปราสาทคันนา ไม่มีใครรู้ว่าภัยคุกคามจะเกิดขึ้นบริเวณดังกล่าว  รวมถึงอีกหลายหลายพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์ และขณะนี้ได้รับการสนับสนุนจาก หลายหน่วยงานทั้ง ไฟฟ้า น้ำประปา สัญญาณโทรศัพท์ รวมถึงการติดตั้งรั้ว cctv ที่ไม่ต้องทำเป็นกำแพงแต่ใช้ระบบดิจิทัล ซึ่งจะทำให้ทุกหน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลจาก ระบบนี้ได้ เช่นการหลบหนีเข้าเมือง เป็นต้น 

การรับบริจาคสิ่งของจำเป็นต้องกำชับให้หน่วยงานในสังกัดต้องโปร่งใสในการ รับบริจาคสิ่งของหรือไม่ พลโท อดุลย์ ยืนยันว่าที่ผ่านมารับเป็นเงินแต่รับเป็นสิ่งของ “ ถ้าคนเราคิดดีทำดี ผมเชื่อว่า ไม่มีวาระแอบแฝงอะไร สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับน้องน้องทหารทุกคน ที่ดูแลประเทศชาติของเรา ” อย่างไรก็ตามยืนยันว่าทุกอย่างต้องช่วยกันตรวจสอบ “ใครโกงก็ต้องว่าเป็นคนๆ ไป”

มีการตั้งข้อสังเกตว่า นี่เป็นการดิสเครดิต กองทัพโดยใช้ ”กันจอมพลัง“ หรือไม่ พลโท อดุลย์ มองว่า ”ไม่“ แต่มองว่า เป็นการทะเลาะกันเอง ขออย่าดึงทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง กองทัพดูแลด้านความมั่นคง

“อย่าเอาความมั่นคงที่เป็นเสาหลักของชาติมาเล่นกันแบบนี้ ผมว่ามันต้องเห็นใจกัน กรรมาธิการก็ทำหน้าที่ของกรรมาธิการไป คุณกัน ก็ทำหน้าที่ของคนที่รักชาติ ส่วนคุณกันจะทำไม่ดีก็ไปตรวจสอบกันเอง”พลโท อดุลย์ กล่าว

พลโท อดุลย์ ยังยืนยันด้วยว่าในสภาวะปกติกองทัพไม่ได้ขาดแคลน ยุทธภัณฑ์ แต่ขาดในภาวะวิกฤต เมื่อปะทะกัน ต้องการถนน บังเกอร์ เสื้อเกาะ จึงขอตั้งคำถามว่า หากมีคนเอามาให้จะผิดระเบียบหรือไม่ แต่ตนยอมผิดระเบียบ

‘จุลพันธ์’ลั่นขอนำ ‘เพื่อไทย’ ชนะเลือกตั้ง เป็นรัฐบาลครั้งหน้าให้ได้

'จุลพันธ์'ลั่นขอนำ 'เพื่อไทย' ชนะเลือกตั้ง เป็นรัฐบาลครั้งหน้าให้ได้

‘จุลพันธ์’ลั่นขอนำ ‘เพื่อไทย’ ชนะเลือกตั้ง เป็นรัฐบาลครั้งหน้าให้ได้

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.13 น.

พท.เลือก กก.บห.ชุดใหม่ 29 คน ‘จุลพันธ์’ ฉลุยนั่งหัวหน้า ‘ประเสริฐ’ หวนนั่งเลขาฯ ดัน ‘ศึกษิษฏ์’ เป็นโฆษก เคาะ 17 กก.สรรหาผู้สมัคร ‘จุลพันธ์’ ลั่นขอนำพรรคชนะเลือกตั้ง เป็น รบ.ครั้งหน้าให้ได้

เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2568 ที่พรรคเพื่อไทย มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุมใหม่ โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรคเป็นประธานการประชุม โดยก่อนเริ่มประชุม แกนนำ สส. และ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้ยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 1 นาที จากนั้นเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม โดยที่ประชุมมีมติเลือกให้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ เป็นหัวหน้าพรรค มีรองหัวหน้าพรรค 13 คน

ประกอบด้วย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ กำกับดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนบน นายจเด็ศ จันทรา สส. พิษณุโลก กำกับดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย กำกับดูแลภาคอีสานตอนบน นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม กำกับดูแลภาคอีสานตอนกลาง น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล กำกับดูแลภาคอีสานตอนล่าง นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว กำกับดูแลพื้นที่ภาคกลาง น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม. กำกับดูแลพื้นที่กทม. นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ กำกับดูแลฝ่ายกฎหมาย นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรมว.แรงงาน กำกับดูแลฝ่ายบริหาร นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล อดีตรมช.คลังกำกับดูแลฝ่ายนโยบายและวิชาการ นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย กำกับดูแลฝ่ายกิจการสภาฯ นายจักรพงษ์ แสงมณี อดีตรมต.ประจำสำนักนายกฯ กำกับดูแลฝ่ายต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรองนายกฯ เป็นเลขาธิการพรรค มีรองเลขาธิการพรรค 5 คน คือ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีตรมช.ศึกษาธิการ นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ สส.มหาสารคาม น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ปิยรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ มีนายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เป็นเหรัญญิกพรรค น.ส.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค ขณะที่กรรมการบริหารพรรคมีทั้งสิ้น 6 คน ประกอบด้วย นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ สส.อุบลราชธานี นายวรวงศ์ วรปัญญา สส.ลพบุรี และ นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากทม. 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมยังมีมติเลือก คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จำนวน 17 คน ประกอบด้วย 1.นายจุลพันธ์  2.นายชูศักดิ์ 3.นายสรวงศ์  4.น.ส.สุดาวรรณ 5.นายพงศ์กวิน 6.นายจักรพงษ์ แสงมณี 7.นายประเสริฐ 8.น.ส.ศรีญาดา 9.นายชูเดช เกตุชูรัตน์ หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 2 จ.เชียงใหม่ 10.นายธนพล โอฆะพนม หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 11 จ.ร้อยเอ็ด 11.นายสมัคร บุญปก หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 1 จ.อุดรธานี 12.นายชำนาญ ณ เชียงใหม่ หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 8 จ.อุตรดิตถ์ 13.นายกมล เอี้ยวศิวิกูล หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 13 จ.นครปฐม 14.นายอำพร  ยอดผกา หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 10 จ.นครศรีธรรมราช 15.นายประสิทธิ์ จันทาทอง ตัวแทนพรรคเพื่อไทยประจำ จ.หนองคาย 16.นายมานะ คงวุฒิปัญญา ตัวแทนพรรคเพื่อไทยประจำกรุงเทพมหานคร 17.นายธเนศ  กิตติธเนศวร ตัวแทนพรรคเพื่อไทยประจำ จ.นครนายก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังคัดเลือกคณะกรรมการสรรหาชุดใหม่เสร็จสิ้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยได้มอบช่อดอกกุหลาบแสดงความยินดีกับ นายจุลพันธ์ และนายประเสริฐ 

จากนั้นเวลา 12.45 น. นายจุลพันธ์ กล่าวภายหลังรับตำแหน่งว่า วันนี้ตนและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ขอกราบขอบพระคุณที่ได้มอบความไว้วางใจให้กับพวกเราในการเข้ามาขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทย เป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดของพวกตนที่ได้มีโอกาสเข้ามาปฎิบัติหน้าที ขอเรียนว่าตนอยู่กับพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่รุ่นพรรคไทยรักไทย ครึ่งชีวิตของตนมากกว่า 25 ปีที่ได้ทำงานในฝ่ายการเมืองร่วมกับพรรคนี้ เรามีความทรงจำมากมายที่ผ่านมาด้วยกัน ทั้งความสำเร็จ ทั้งอุปสรรค ไม่ใช่ถนนที่โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างแน่นอน เราผ่านการต่อสู้ทางการเมืองทุกรูปแบบ ทั้งบนถนน ทั้งในสภาฯ แต่เรายังคงอยู่รอดมาได้ เราผ่านการปฏิวัติรัฐประหาร เราผ่านในเรื่องการตัดสิทธิผู้บริหารพรรค นายกรัฐมนตรีถูกถอดถอนหลายครั้ง เขาพยามปิดปากพวกเรา แต่พวกเรายังคงอยู่ เรายังคงสู้ วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ส่งไม้ต่อเพื่อให้พรรคการเมืองเดินหน้านโยบายเพื่อประโยชน์ของประชาชน 

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในวันแรกที่พวกเรามารวมกันในนามพรรคไทยรักไทยนั้น ขอเรียนว่าพวกเราไม่มีอะไรเลย เรามีแต่ความเชื่อ มีแต่ความหวังว่านโยบายที่ดีจะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับชีวิตพี่น้องประชาชนได้ เราเป็นพรรคการเมืองแรกที่นำเสนอนโยบายที่กินได้ จับต้องได้ จนประชาชนให้การยอมรับ จิตวิญญาณนั้นยังคงอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ทุกคน เรายังคงยึดมั่นในคำว่าหัวใจคือประชาชน 

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ภายนอกสื่อสารมาว่าพรรคเพื่อไทยต้องมีการเปลี่ยน ตนเห็นด้วย เพราะโลกเปลี่ยนทุกวันการเมืองไทยปรับเปลี่ยนตลอดเวลา พี่น้องประชาชนมีความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป วันนี้การยกเครื่องพรรคเพื่อไทยจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางที่จำเป็นที่ต้องเดิน ในฐานะพรรคการเมืองเราผ่านมาทั้งประสบการณ์ที่เป็นความประทับใจ เป็นความสำเร็จที่เราจะต้องจดจำ แต่แน่นอนว่าเราต้องผ่านบาดแผลที่ต้องเรียนรู้และหาทางแก้ไข เราแบกรับความหวังของพี่น้องประชาชน เราแบกความเชื่อมั่นของประชาชนที่เลือกเรามาโดยตลอด สิ่งเหล่านี้เป็นแรงขับเคลื่อนให้กับสมาชิกพรรคมาโดยตลอด และเราจะยึดมั่นกับพี่น้องประชาชน เพื่อนำพานโยบายที่เป็นประโยชน์คืนสู่กลับไปให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า แนวทางของพรรคในวันนี้ เราพร้อมที่จะยกเครื่อง อย่างแรกเลยคือเรื่องของการสื่อสารกับประชาชนต้องรวดเร็ว และตรงถึงประชาชนอย่างทันท่วงที ในส่วนของผู้สมัคร เราจะคัดผู้สมัครเข้าสู่การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ให้เป็นผู้สมัครซึ่งมีคุณภาพตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชน  ในส่วนของนโยบาย ต้องเป็นนโยบายที่ถูกใจ ตอบโจทย์กับพี่น้องประชาชนได้ 

“วันนี้เรากำลังเดินหน้าในภารกิจเหล่านั้นอยู่ นี่ไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายเลย แต่ผมไม่ได้อยู่คนเดียว ผมมีพวกเราทุกคนเป็นกำลัง เชื่อมั่นว่าเรามีประชาชนนับ 10 ล้านคนที่จะคอยเป็นกำลังผลักดันให้กับพรรคเพื่อไทยในการเดินหน้า ในการนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง และเป็นรัฐบาลในครั้งถัดไปให้ได้ ตนขอกำลังจากพวกเราทุกคนร่วมมือร่วมใจ ที่สำคัญที่สุดเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทย เชื่อมั่นในแนวทางที่เรายึดมั่น และเราจะนำพาและประเทศไทยไปสู่ความสำเร็จและอนาคตที่สดใสต่อไป” นายจุลพันธ์ กล่าว

สะพัด!’ดร.รัชดา’จ่อร่วมงานภูมิใจไทย รับตำแหน่ง’ผู้ช่วยเลขาธิการนายกฯ’

สะพัด!'ดร.รัชดา'จ่อร่วมงานภูมิใจไทย รับตำแหน่ง'ผู้ช่วยเลขาธิการนายกฯ'

สะพัด!’ดร.รัชดา’จ่อร่วมงานภูมิใจไทย รับตำแหน่ง’ผู้ช่วยเลขาธิการนายกฯ’

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.00 น.

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 แหล่งข่าวเปิดเผยว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ทาบทาม ดร.รัชดา ธนาดิเรก อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมงานกับพรรค ซึ่งได้รับการตอบรับจาก ดร.รัชดา แล้ว โดยจะให้ ดร.รัชดา ไปดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ดร.รัชดา กับ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เคยร่วมงานเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ด้วยกันในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่า ดร.รัชดา อาจกลับไปร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ หลัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่แหล่งข่าวยืนยันว่า ดร.รัชดา ตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะร่วมกับพรรคภูมิใจไทย

ไม่ล็อคสเปคเสื้อเกราะ ที่ปรึกษา กมธ. ทหารบอกเอง

ไม่ล็อคสเปคเสื้อเกราะ ที่ปรึกษา กมธ. ทหารบอกเอง

ไม่ล็อคสเปคเสื้อเกราะ ที่ปรึกษา กมธ. ทหารบอกเอง

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.18 น.

ที่ปรึกษากมธ.ทหาร บอกเอง สั่งซื้อเสื้อเกราะบริษัทเดียวไม่แปลก เพราะเป็นบริษัทน่าเชื่อถือที่สุด

31 ต.ค. 68 นายอนาลโย กอสกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการทหาร (กมธ.ทหาร) และบรรณาธิการเว็บไซต์ ThaiArmedForce.com ได้โพสต์เฟสบุ๊ค กรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่า การสั่งซื้อเสื้อเกราะบริจาคให้ทหารชายแดนมีการล็อคให้บริษัทเดียวหรือไม่ ว่า เอาจริง ๆ ผมกลับคิดว่าการที่ #กันจอมพลัง กับหน่วยเฉพาะเจาะจงซื้อเกราะจากบริษัทนี้เลยไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ

เกราะเป็นสินค้าที่มีผู้ผลิตน้อยรายมาก และเอาจริง ๆ ประเทศไทยโชคดีด้วยที่มีผู้ผลิตเกราะในประเทศ บริษัทนี้ก็มีความสามารถในการผลิตจริง ขายของให้ทั้งไทยและส่งออกมาเยอะแล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร

ถ้าสมมุติว่าหน่วยอยากได้เกราะด่วน หน่วยทำหนังสือไปหา กัน จอมพลัง แล้ววิ่งไปบริษัทขอซื้อ ให้กันโอนเงินเข้าบริษัทตรง ผมว่า Process นี้มันก็ไม่แปลก นี่พูดตรง ๆ ไม่ได้โลกสวย
ทำไมเฉพาะเจาะจง อย่างที่บอกผู้ผลิตเกราะในประเทศไทยมันมีแค่นี้แหละ แล้วบริษัทนี้ก็น่าเชื่อถือที่สุดด้วย จะเจาะจงบริษัทนี้ก็ไม่แปลก

เอาจริง ๆ ผมไม่อยากให้สังคมโฟกัสว่าทำไมหน่วยถึงเฉพาะเจาะจงไปซื้อจากบริษัทนี้ เพราะมันมีเหตุผลอธิบายได้

ส่วนเรื่องยุทธภัณฑ์ อธิบายไปแล้วว่าตามความเห็นผมมันไม่ผิด เพราะทั้งสามฝ่ายหลบข้อกำหนดในกฎหมายควบคุมยุทธภัณฑ์แล้วโดยใช้ Tactic หน่วยขอซื้อจากบริษัท แล้วกันจ่ายเงิน 
สิ่งที่อยากให้สังคมสนใจมากกว่าคือ ทำไมแต่ก่อนกองทัพบอกว่าไม่เคยขอรับบริจาค แต่ตอนนี้มีหนังสือตราครุฑมาขอรับบริจาคเสียอย่างงั้น คือกรณีตำรวจรับบริจาคจะดราม่าน้อยหน่อยเพราะตำรวจไม่เคยประกาศไม่ขอรับบริจาค แต่สำหรับทหารเขาเคยประกาศไงว่าของพอ ไม่รับบริจาค แค่ใครเอามาให้ก็รับ แต่ตอนนี้มีหนังสือชัดเจนเลยว่ามันไม่ตรงกับคำพูดของ #กองทัพบก

ปล. ผมพูดจนใกล้จะเป็นแบกกัน จอมพลังแล้วนะ 55555555555

เปิด’กก.บห.เพื่อไทย’ ไร้ชื่อ’สุริยะ-สมศักดิ์’ ด้าน’ประเสริฐ’เลขาฯตามคาด

เปิด'กก.บห.เพื่อไทย' ไร้ชื่อ'สุริยะ-สมศักดิ์' ด้าน'ประเสริฐ'เลขาฯตามคาด

เปิด’กก.บห.เพื่อไทย’ ไร้ชื่อ’สุริยะ-สมศักดิ์’ ด้าน’ประเสริฐ’เลขาฯตามคาด

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.52 น.

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ในการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2568 ของพรรคเพื่อไทย เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และเลือกกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.เพื่อไทย ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค โดยที่ประชุมได้โหวตให้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน!มติเพื่อไทย เลือก’จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’นั่งหัวหน้าพรรคคนใหม่)

ล่าสุดมีรายงานว่า สำหรับรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย จำนวน 29 คน ดังนี้

1.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค

2.รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค

3.นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรค

4.นางมนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรค

5.นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองหัวหน้าพรรค

6.นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรค

7.นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค

8.นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรค

9.นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รองหัวหน้าพรรค

10.นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรค

11.นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองหัวหน้าพรรค

12.นายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรค

13.นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค

14.นายจเด็ศ จันทรา รองหัวหน้าพรรค

15.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค

16.นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรค

17.นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ รองเลขาธิการพรรค

18.นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรค

19.นางสาวขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรค

20.นางสาวปิยรัฐชย์ ติยะไพรัช รองเลขาธิการพรรค

21.นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เหรัญญิกพรรค

22.นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค

23.นายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค

24.นายดนุพร ปุณณกันต์ กรรมการบริหาร

25.นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมการบริหาร

26.รศ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ กรรมการบริหาร

27.นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ กรรมการบริหาร

28.นายวรวงศ์ วรปัญญา กรรมการบริหาร

29.นายวิพุธ ศรีวะอุไร กรรมการบริหาร

เป็นที่น่าสังเกตว่าในรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรค ไม่มีชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน 

– 006

สัญญาณล็อคสเปค’แรร์เอิร์ธ’ ‘หมอวรงค์’เปิด 5 ข้อกังวล MOU

สัญญาณล็อคสเปค'แรร์เอิร์ธ' 'หมอวรงค์'เปิด 5 ข้อกังวล MOU

สัญญาณล็อคสเปค’แรร์เอิร์ธ’ ‘หมอวรงค์’เปิด 5 ข้อกังวล MOU

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.20 น.

“หมอวรงค์”เปิดข้อกังวล MOU แรร์เอิร์ธไทย-สหรัฐฯ ชี้สัญญาณล็อคสเปค ไม่พูดถึงการร่วมดูแลผลกระทบ

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก เรื่อง MOU-แร่หายาก (แรร์เอิร์ธ) ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา โดยระบุว่า #สิ่งที่สถานทูตอเมริกาไม่พูดเรื่องแร่หายาก

เพจของสถานทูตอเมริกา ได้ออกมาชี้แจงMOU เรื่องแร่หายากว่า เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญ ส่งเสริมการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศและอุตสาหกรรมการแปรรูปของไทย MOU นี้ไม่ได้มุ่งหมายให้มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ผมคิดว่าทางสถานทูตอเมริกา คงเอาแต่เรื่องที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ออกมานำเสนอ แต่ไม่พูดในสิ่งที่เป็นปัญหา ความกังวลใจของคนไทยคือ

1.แม้ MOU นี้ ไม่ได้มีผลผูกพันตามกฏหมายระหว่างประเทศก็จริง แต่ก็มีผลในทางปฏิบัติ เพราะสมยอมกันทั้ง 2ฝ่าย เพียงแต่จะยกเลิกเมื่อไรก็ได้ แต่ถ้ายกเลิก MOU สิ่งที่ตกลงทำมาก่อนหน้านี้ จะยกเลิกไม่ได้ แม้จะสร้างความเสียหายต่อประเทศไทย เรื่องนี้อันตรายมาก

2.ใน MOU นี้มีสัญญาณการล็อคสเปค เพราะจะมีการจัดตั้ง “ตลาดที่มีมาตรฐานสูง” และผู้ที่ตามมาตรฐาน จะได้รับสิทธิพิเศษในการซื้อขาย ก็ในเมื่ออเมริกาเป็นฝ่ายที่มีประสบการณ์ สามารถกำหนดมาตรฐานได้ พวกท่านก็มีโอกาศล็อคสเปค แถมได้รับสิทธิพิเศษในการซื้อขาย

3.ยังมีประเด็นปลีกย่อย เช่นการให้โอกาสการลงทุนก่อน ต้องได้ข้อมูลการประมูลก่อนใคร การอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ตั้งแต่รัฐบาลกลางจนไปถึงท้องถิ่น การคำนึงถึงความมั่นคง (น่าจะหมายถึงความมั่นคงของอเมริกา) ไม่มีการระบุวงเงินต้องนำมาลงทุน

4.สิ่งที่ฝ่ายอเมริกาไม่พูดถึงเลยใน MOU ท่านจะมีส่วนร่วมในการดูแล ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร การทำเหมืองแร่นี้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูงมาก โดยเฉพาะแร่ที่เกี่ยวข้องกับกัมมันตภาพภาพรังสี

5.ขอถามรัฐบาลไทยสักข้อ ท่านไปลงนามเกี่ยวกับสัญญาสันติภาพ ที่มาเลยเซีย ทำไมท่านไม่พูดเรื่องเหล่านี้ให้คนไทยฟังเสียก่อน ท่านแน่ใจเหรอว่า จะไม่นำความเสียหายมาสู่ประเทศไทยของเรา

โฆษก ทบ.ยอมรับ! ‘กัน จอมพลัง’สนับสนุนแผ่นเกราะกันกระสุนเลเวล 4 ให้กำลังพลจริง

โฆษก ทบ.ยอมรับ! 'กัน จอมพลัง'สนับสนุนแผ่นเกราะกันกระสุนเลเวล 4 ให้กำลังพลจริง

โฆษก ทบ.ยอมรับ! ‘กัน จอมพลัง’สนับสนุนแผ่นเกราะกันกระสุนเลเวล 4 ให้กำลังพลจริง

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 12.55 น.

“โฆษกกองทัพบก”ยอมรับ! “กัน จอมพลัง”สนับสนุนแผ่นเกราะกันกระสุนเลเวล 4 ให้กำลังพลแนวหน้าจริง โดยมอบให้ ตชด.-ทหารพราน

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 จากกรณีที่เพจ “กันจอมพลัง ช่วยสู้” เผยแพร่เอกสารที่อ้างอิงว่าออกโดยหน่วยราชการลงวันที่ 27 ก.ค.2568 ขอรับการสนับสนุนแผ่นเกราะแข็ง ระดับ 4 (Level IV) จำนวน 250 แผ่น เพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา

ล่าสุด พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ยอมรับว่า จากการตรวจสอบ “กัน จอมพลัง” สนับสนุนแผ่นเกราะกันกระสุนตามข่าวที่ปรากฏออกมาให้จริง โดยสนับสนุนให้กับตำรวจตระเวนชายแดน หรือ ตชด.และและทหารพราน (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘กัน จอมพลัง’โชว์หนังสือหน่วยงานขอแผ่นเกราะแข็งป้องกันกระสุน จากมูลนิธิฯ)

‘ประเสริฐ‘ชี้หัวหน้าพรรคใหม่ ต้องเชื่อมต่อคนหลายรุ่นได้-เข้ากับภารกิจเลือกตั้งครั้งหน้า

‘ประเสริฐ‘ชี้หัวหน้าพรรคใหม่ ต้องเชื่อมต่อคนหลายรุ่นได้-เข้ากับภารกิจเลือกตั้งครั้งหน้า

‘ประเสริฐ‘ชี้หัวหน้าพรรคใหม่ ต้องเชื่อมต่อคนหลายรุ่นได้-เข้ากับภารกิจเลือกตั้งครั้งหน้า

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 11.56 น.

‘ประเสริฐ‘ บอกขอรอดู ’กก.บห.เพื่อไทย‘ ชุดใหม่ หยุดเลือดไหลได้หรือไม่ ชี้หัวหน้าพรรคใหม่ต้องเชื่อมต่อคนหลายรุ่นได้-เข้ากับภารกิจเลือกตั้งครั้งหน้า

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 31 ต.ค.2568 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง แกนนำพรรค พท. ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีพรรค พท. ซึ่งมีชื่อเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ ว่า ขอให้รอฟังผลการประชุมในวันนี้ว่าจะเป็นอย่างไร ส่วนตนพร้อมที่จะกลับไปทำหน้าที่ เพราะเคยปฎิบัติภารกิจนี้มาก่อนแล้ว ไม่ได้เป็นที่หนักใจอะไร ย้ำว่าทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการประชุมใหญ่วิสามัญในวันนี้ 

เมื่อถามว่า ภาพของหัวหน้าพรรคคนใหม่จะต้องเป็นอย่างไร นายประเสริฐ กล่าวว่า ต้องเป็นคนที่เข้ากับภารกิจของพรรคในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคได้ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย ดังนั้น ภารกิจหัวหน้าพรรคคนใหม่ต้องเป็นคนที่สามารถเชื่อมรอยต่อระหว่างคนหลายรุ่นได้ และอยากให้รอผลของการโหวตในช่วงเช้าวันนี้

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่จะทำให้พรรค พท. จะเป็นไปในทิศทางที่ดี นายประเสริฐ กล่าวว่า แน่นอน มีความเชื่อมีความรู้ ความสามารถ แต่ย้ำว่าขึ้นอยู่กับผลของการโหวต ส่วนรอยต่อที่จะต้องแก้ไขจะเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการคือ การเตรียมการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่ต้องทำรวมถึงภารกิจในสภาผู้แทนราษฎร ฉะนั้น การสร้างองคาพยพในพรรค พท.ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญสามารถขับเคลื่อนอย่างเต็มศักยภาพ 

เมื่อถามว่า คณะกรรมการบริหารพรรคพรรคชุด (กก.บห.) ใหม่จะสามารถหยุดเลือดไหลออกได้หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ขอให้ดูหน้าตากก.บห.ที่ออกมาก่อน จะทำให้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่าเป็นอย่างไร 

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า สส. จะยังคงอยู่กับพรรค พท.หรือไม่ เพราะมีกระแสการทาบทาม ให้ไปอยู่พรรคอื่น นายประเสริฐ กล่าวว่า การย้ายพรรคจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้กระทั่งก่อนยุบสภา ตนยังมีความเชื่อว่าเรื่องการย้ายพรรคในปัจจุบัน สมาชิกส่วนใหญ่ตัดสินใจแล้วว่าอยู่ตรงไหน กระบวนการเลือกตั้งต้องมีการเตรียมตัว ไม่ใช่อยู่ดีๆ ย้ายไปย้ายมา มันง่ายเกินไป ไม่สามารถทำได้เช่นนั้น ในส่วนของพรรค พท.วันนี้นิ่งแล้ว 

ไม่พุ่งเป้าโทษใคร! ‘กมธ.ทหาร’จี้‘โฆษก ทบ.’ส่งเอกสารคำร้องขอยุทธภัณฑ์

ไม่พุ่งเป้าโทษใคร! ‘กมธ.ทหาร’จี้‘โฆษก ทบ.’ส่งเอกสารคำร้องขอยุทธภัณฑ์

ไม่พุ่งเป้าโทษใคร! ‘กมธ.ทหาร’จี้‘โฆษก ทบ.’ส่งเอกสารคำร้องขอยุทธภัณฑ์

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 11.48 น.

‘กมธ.ทหาร’ ไม่เชิญ ‘กัน จอมพลัง’ ให้ข้อมูลเพิ่มแล้ว แต่ขอร่วมมือส่งเอกสาร ‘ขอความอนุเคราะห์’ จากหน่วยงานรัฐทั้งหมด จี้ ‘โฆษก ทบ.’ ส่งเอกสารคำร้องขอยุทธภัณฑ์ ยันไม่ได้ พุ่งเป้าโทษใคร แต่เพื่อวางระบบ ‘รับบริจาค’ เสริมเขี้ยวเล็บให้แนวหน้า เชื่อหาก ‘รบ.-รมว.กห’ ลงไปดูหน้างาน จะเข้าใจว่าต้องแก้ปัญหาอย่างไร

31 ตุลาคม 2568 ที่รัฐสภา นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงวาระการประชุมกมธ.วันนี้ เกี่ยวเนื่องจากที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา รับหลักการร่างกฎหมายเกี่ยวกับคลื่นความถี่ฯ ที่มีปัญหาทับซ้อนกัน ระหว่างสาธารณะกับบริการภาคประชาชน เนื่องจากภาคเอกชนร้องเรียนว่าการจัดสรรคลื่นความถี่อาจเกิดความไม่เป็นธรรม ทับซ้อน เนื่องจากประเภทสาธารณะที่กองทัพถือครองอยู่มีการนำไปหารายได้ แข่งขันกับผู้ประกอบการ ทำให้วิทยุชุมชนรายเล็กได้รับความเดือดร้อน กรรมาธิการจึงต้องตรวจสอบ

“ว่าคลื่นความถี่ที่ทหารถืออยู่มีการหารายได้เข้ามาอย่างไร มีการยื่นการประกอบกิจการกับ กสทช. ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่จัดการให้ มีการจัดสรรและแสดงรายได้เนื้อหาอย่างถูกต้องตามกฏหมาย  กสทช. หรือไม่“ นายเอกราช กล่าว

นายเอกราช กล่าวต่อว่า ส่วนการประชุมกมธ.ฯ วานนี้(30ต.ค.) ได้รับข้อมูลจากนายกัน จอมพลัง เพียงบางส่วน ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อยุทธภัณฑ์ ที่มีการใช้คำว่าขอความอนุเคราะห์โดยตรงและไปซื้อกับบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ไม่ได้เห็นรายละเอียด คาดว่าจะเป็นหน่วยทหารแนวหน้าที่ส่งคำขอยุทธพันธ์มา ผ่านมูลนิธิกันจอมพลัง ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงิน ดังนั้นสิ่งที่ต้องดำเนินการหลังจากนี้คือการขอเอกสาร ที่หน่วยงานส่งคำขอต่อมูลนิธิไปทั้งหมดว่ามีรายการอะไรบ้าง กรรมาธิการยังขอเอกสารกับ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถให้คำตอบกับคำถามกรรมาธิการได้ และตอบรับที่จะรวบรวมเอกสารส่งกรรมาธิการ ซึ่งแสดงว่าทหารแนวหน้าขาดแคลนในสิ่งที่กองทัพปฏิเสธข้อเท็จจริงในเรื่องนี้มาตลอด 

“ยืนยันว่าการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการฯไม่ได้เป็นการมุ่งหมายตรวจสอบเพื่อเพ่งโทษใคร แต่เพื่อวางระบบของกองทัพ วางมาตรการแนวทางในการรับบริจาคที่ถูกต้อง พร้อมกับประกาศให้สาธารณะชนทราบว่าสิ่งใดที่กองทัพรับบริจาคได้หรือไม่ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้บริจาคทุกอย่าง และเมื่อถึงเวลาก็ดำเนินการอย่างไม่เป็นระเบียบ จึงต้องดำเนินการวางระบบให้ถูกต้อง” นายเอกราช กล่าว 

นายเอกราช กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันเห็นว่าในเรื่องนี้อาจนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติยุทธภัณฑ์  การจัดซื้อจัดจ้างซึ่งด้านหนึ่งอาจมีปัญหาเรื่องอุปสรรคต่อการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ต้องหาทางแก้ไขปรับปรุงต่อไป ซึ่งหลังจากนี้ อาจไม่ต้องเชิญ นาบกัน จอมพลัง แล้ว กรรมาธิการจะส่งหนังสือเพื่อขอความอนุเคราะห์เอกสาร จึงขอความร่วมมือ ในส่วนกองทัพทางโฆษกกองทัพรับปากว่าจะรวบรวมเอกสารมาให้ ที่ต้องดูว่าเอกสารดังกล่าวนั้นจะครบถ้วนหรือไม่ เพราะกรรมาธิการก็มีข้อมูลจากแนวหน้าในเรื่องการขาดแคลนและความต้องการในพื้นที่ โดยเน้นย้ำว่าทางกองทัพจะต้องไม่ปกปิดข้อเท็จจริง หรือให้เพียงแค่ดูดี 

“ไม่ใช่การปกปิดข้อเท็จจริง หรือพูดไปเพียงแค่ให้ดูดี แต่ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมา และช่วยกันหาทางออกก็จะเป็นสิ่งที่ที่ดีที่สุด วันนี้เรามาเสริมติดเขี้ยวเล็บและแพร่กับกองทัพ แนวหน้าตรงไหนร้องขอกรรมาธิการก็พยายามไล่บี้ เช่นตำรวจตระเวนชายแดนพบว่าขาดเยอะ สอบถามหน่วยงานรัฐได้รับคำชี้แจงอย่างเป็นที่พอใจแล้ว เช่นเดียวกันเชื่อว่าหากนายพลที่อยู่แนวหลังใส่ใจกับทหารชั้นผู้น้อย ลงไปดูหน้างาน ดูรายละเอียดนิดนึง รวมถึงรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมลงไปดูหน้างานความเข้าใจจะทราบว่าต้องแก้ไขอย่างไร” นายเอกราชกล่าว

นายเอกราช กล่าวด้วยว่า หากกองทัพส่งเอกสารไม่ครบถ้วน กรรมาธิการจะรวบรวมข้อมูลเอง เพื่อปรับปรุงในเชิงนโยบาย เพื่อเสนอแนะการปฏิรูปกระบวนการจัด งบประมาณของกองทัพ ว่าเรื่องนี้จะไม่ทำให้หน่วยงานทหารแนวหน้าได้รับความเดือดร้อน แต่เป็นการติดเขี้ยวเล็บให้กับแนวหน้า โดยเฉพาะการจัดยุทธภัณฑ์ให้กับแนวหน้าไม่ตรงกับความต้องการนั้น อาจมองว่าผู้บัญชาการระดับบนจะมีปัญหาในการสั่งการดำเนินการ เชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศพร้อมสนับสนุนทหารแนวหน้า จึงต้องการรู้ว่าฐานแนวหน้าขาดยุทธภัณฑ์อะไรบ้าง ซึ่งหากทราบข้อมูลได้มากเท่าไหร่ เท่ากับว่าติดเขี้ยวเล็บได้มากเท่านั้น แต่ไม่ใช่ทำเป็นไม่รู้แล้วจัดหาแบบไม่ถูกต้อง โดยชี้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หากสิ่งที่กองทัพต้องจัดหายุทธภัณฑ์ให้กับแนวหน้า แต่กลับให้หน่วยงานภายนอกจัดหาให้.