น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ โครงการในพระราชดำริ ‘มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ’ ศิลปหัตกรรมจากฝีมือชาวไร่ชาวนา

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ  ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ โครงการในพระราชดำริ ‘มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ’ ศิลปหัตกรรมจากฝีมือชาวไร่ชาวนา

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ โครงการในพระราชดำริ ‘มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ’ ศิลปหัตกรรมจากฝีมือชาวไร่ชาวนา

วันอังคาร ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.45 น.

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระภารกิจในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต อาชีพ  และความเป็นอยู่ของพสกนิกรในชนบทห่างไกล ได้โดยเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ไปทั่วทุกหนแห่งในแผ่นดินไทยนี้

พระปรีชาสามารถและพระวิริยะอุตสาหะที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงทุ่มเทอุทิศกำลังพระวรกาย พระสติปัญญา พระราชทรัพย์ ในพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อเกื้อกูลประโยชน์สุขของพสกนิกรนั้นได้ดื่มด่ำอยู่ในหัวใจคนไทยทั้งชาติ และหยั่งลึกลงเป็นรากฐานแห่งความจงรักภักดีต่อพระบรมราชจักรีวงศ์ เป็นผลให้เกิดความมั่นคงและนำสันติสุขมาสู่ปวงชนชาวไทย

โครงการในพระราชดำริที่มีสาขาขยายกว้างขวางไปทั่วประเทศโครงการหนึ่งก็คือ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้โดยเสด็จ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ ไปทรงเยี่ยมพสกนิกรทั่วทุกภาคของประเทศมากว่า 50 ปีแล้ว จึงได้ทอดพระเนตรเห็นทุกข์สุขทั้งสิ้นในการครองชีพของราษฎร ทรงพบว่าราษฎรซึ่งส่วนใหญ่เป็นกสิกรต้องประสบภัยธรรมชาติต่างๆ เช่น ฝนแล้ง นาล่ม ศัตรูพืชรบกวน ทำให้การประกอบอาชีพไม่ได้ผล อีกทั้ง ทรงพบว่าราษฎรไทยหลายท้องถิ่นมีฝีมือเป็นเลิศทางหัตถกรรมหลายชนิดสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ สมควรจะอนุรักษ์ไว้ให้เป็นสมบัติชาติสืบไป พระองค์จึงทรงทุ่มเทพระวิริยะ อุตสาหะ และพระราชทานทรัพย์มาส่งเสริมงานหัตถกรรมแก่ราษฎร

วัตถุประสงค์สำคัญ คือเพื่อหาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรที่ประสบปัญหาในการเพาะปลูก หรือเกษตรกรที่ว่างจากฤดูเพาะปลูกให้ได้มีงานทำอยู่กับบ้าน ซึ่งจะส่งผลให้ราษฎรไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐานของตนเข้าไปทำงานรับจ้างในเมืองใหญ่ๆ อันก่อให้เกิดปัญหาชุมชนแออัดในระยะยาวต่อไป นับว่าเป็นการช่วยรักษากรรมสิทธิ์ในที่ดินของราษฎรผู้มีรายได้น้อยเหล่านี้อีกทางหนึ่งด้วย และสำหรับชาวไทยภูเขาซึ่งเคยมีอาชีพปลูกฝิ่น ก็ทรงส่งเสริมให้หันไปประกอบงานฝีมือที่ชาวไทยภูเขามีความชำนายอยู่แล้ว คือการเป็นช่างเงินหรือช่างทองแทน

วัตถุประสงค์อีกประการหนึ่ง คือเพื่อธำรงรักษาและฟื้นฟูหัตถกรรมแบบไทยโบราณซึ่งกำลังจะเสื่อมสูญไปตามกาลเวลาให้กลับมาแพร่หลาย เช่น การทอผ้าไหมมัดหมี่ลวดลายโบราณ การทอผ้าแพรวา การจักสานย่านลิเภา การทำเครื่องถมเงินและถมทอง การคร่ำ เป็นต้น เนื่องจากหัตถกรรมประเภทนี้ต้องใช้ฝีมือ เวลา และความอดทนเป็นอย่างมาก จึงหาผู้ที่สนใจสืบทอดวิชาเหล่านี้เป็นอาชีพได้ยากยิ่ง

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โปรดการปฏิบัติงานแบบครบวงจร เมื่อทรงสนับสนุนให้ชาวบ้านทอผ้าไหม ก็ให้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและสาวไหมไปพร้อมกันด้วย บางครั้งเมื่อมีราษฎรมาเฝ้าฯ เป็นจำนวนมาก ก็ต้องทรงงานอยู่ค่ำมืด แต่ก็ทรงเตรียมพร้อมอยู่แล้วโดยที่ได้มีพระราชเสาวนีย์ให้จำกันว่าเวลาเสด็จฯ ไปไหน จะต้องมีไฟฉายไปในขบวนให้เพียงพอที่จะใช้ส่องเวลาทรงงานและเวลาขบวนเคลื่อนอีกด้วย พระองค์เคยเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร และทรงงานอยู่จนตีหนึ่งตีสอง จึงเสด็จพระราชดำเนินกลับพระตำหนัก

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปิดสอนหัตถกรรมแทบทุกประเภทแก่บุตรหลานของราษฎรผู้ยากไร้ขึ้นในสวนจิตรลดา และในบริเวณพระตำหนักทุกภาคเวลาที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับเพื่อทรงเยี่ยมราษฎร  โดย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ได้โดยเสด็จพระราชดำเนินประทับเคียงข้าง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงช่วยจดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผ้า ผู้ทอ และตรวจรับผ้าทอจากสมาชิกโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ เพื่อการวิเคราะห์และให้ความช่วยเหลือราษฎรได้อย่างถูกวิธี

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2526  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการประกวดผ้าไหมชนิดต่างๆ เช่น ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าแพรวา ผ้าไหมหางกระรอก ผ้าไหมพื้น เป็นต้น โดยจัดขึ้น ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร ผู้ชนะการประกวดในแต่ละประเภทจะได้เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัล นับว่าเป็นการกระตุ้นให้ราษฎรผู้ทอผ้าไหม ได้มีความกระตือรือร้นในคุณภาพของผ้าไหม รักษาลวดลายโบราณ และมีกำลังใจที่จะผลิตงานฝีมือด้านนี้ต่อไป

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับเด็กยากจนและการศึกษาน้อยผู้ยังไม่เคยมีประสบการณ์ทางการช่างใดๆ  เข้ามาเป็นนักเรียนศิลปาชีพ ทรงเสาะหาครูผู้มีฝีมือที่ยังหลงเหลืออยู่มาถ่ายทอดผลงานและพระราชทานกำลังใจแก่สมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ หมุนเวียนไปทั่วประเทศเป็นประจำทุกปี รวมทั้งโปรดที่จะทรงใช้สอยผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพทุกชนิดเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ราษฎรทั่วไป  

ระหว่างเสด็จแปรพระราชฐานประทับแรม ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับชาวไทยภูเขาจากจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือเข้าเป็นสมาชิกศิลปาชีพแผนกช่างเงิน ช่างทอง เนื่องจากได้มีชาวไทยภูเขามาขอพระราชทานการช่วยเหลือ เพราะเครื่องเงิน เครื่องประดับแบบชาวเขาของเขาขายไม่คล่อง พระองค์จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พวกเขาเข้าไปฝึกงานที่โรงฝึกศิลปาชีพในบริเวณพระตำหนักภูพิงคราช-นิเวศน์ ทรงแนะนำรูปแบบใหม่ๆ  โดยยังคงไว้ซึ่งลวดลายของเผ่าพันธุ์ให้ทำ จนกระทั่งในขณะนี้งานฝีมือชาวไทยภูเขาที่เป็นสมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้ก้าวหน้าไปอย่างมากมาย

ในภาคใต้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นกำลังใจให้ชาวบ้านสานเสื่อกระจูดและเสื่อเตย โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีการประกวดเสื่อทั้งเสื่อโบราณและเสื่อสานใหม่ โดยพิจารณาลวดลาย การให้สี และความประณีตของฝีมือ

จากการเสด็จพระราชดำเนินเยือนราษฎรในพื้นที่อันเป็นป่าไม้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพบตอไม้ถูกทิ้งไว้โดยเปล่าประโยชน์เป็นจำนวนมาก จึงทรงสนับสนุนให้ราษฎรนำตอไม้เหล่านั้นมาแกะสลักเป็นศิลปาชีพที่งดงามอีกแขนงหนึ่ง หากตอไม้หมดไปก็ให้จักหาวัตถุดิบจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้มาทดแทน เพื่อป้องกันการตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มเติม

ดอกไม้ประดิษฐ์ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ นั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเน้นให้ประดิษฐ์ไทย ๆ เช่น สารภี บุนนาค ปีบ จันทร์กะพ้อ นางแย้ม เป็นต้น เยาวชนรุ่นหลังจะได้รู้จักและชื่นชม วัตถุดิบในการผลิตก็ให้ใช้ของในไทยให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการใช้ของต่างประเทศ ดอกไม้ศิลปาชีพจึงเป็นดอกไม้ไทยที่ทำจากของไทย ฝีมือของคนไทย ด้วยใจรักในความเป็นไทย

งานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เจริญก้าวหน้าและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีสมาชิกศิลปาชีพกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ และผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพได้แพร่หลายกว้างขวางเป็นที่นิยมในหมู่ราษฎรไทยและชาวต่างประเทศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต้องทรงใช้จ่ายพระราชทรัพย์เพื่อโครงการศิลปาชีพเป็นจำนวนมาก จึงมีผู้กราบบังคมทูลขอให้ทรงจัดตั้งขึ้นเป็นมูลนิธิ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดตั้งมูลนิธิขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2519 โดยทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของมูลนิธิด้วย ต่อมารัฐบาลได้ประจักษ์ถึงผลงานและคุณประโยชน์มูลนิธิด้วย จึงได้รับเป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐ โดยจัดตั้งเป็นกองศิลปาชีพขึ้นในสำนักราชเลขาธิการ เมื่อพุทธศักราช 2538 เพื่อสนับสนุนงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มูลนิธิมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า The SUPPORT Foundation of Her Majesty Queen Sirikit, The Queen Mother

“…ข้าพเจ้านั้นภูมิใจเสมอมาว่า คนไทย มีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา หรืออาชีพใด อยู่สารทิศใดคนไทยมีความละเอียดอ่อน และไวต่อการรับศิลปะทุกชนิด ขอเพียงแต่ให้เขาได้โอกาสฝึกฝน เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็นได้…”

พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2532  หลังจากที่ทรงก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และทรงนำศิลปหัตถกรรมมาเป็นอาชีพเสริมให้แก่ชาวไร่ชาวนาไทย จนเป็นที่ประจักษ์ถึงผลงานอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก นับว่าทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกลและทรงอุทิศพระองค์เพื่อพสกนิกรชาวไทยมาตลอดพระชนม์ชีพ

งานยิ่งเป๊ะ ใจยิ่งพัง! รู้จักภาวะ ‘Professionalism Trap’ เมื่อความกลัวความผิดพลาดกำลังทำร้ายคนทำงานไม่รู้ตัว

งานยิ่งเป๊ะ ใจยิ่งพัง! รู้จักภาวะ ‘Professionalism Trap’  เมื่อความกลัวความผิดพลาดกำลังทำร้ายคนทำงานไม่รู้ตัว

งานยิ่งเป๊ะ ใจยิ่งพัง! รู้จักภาวะ ‘Professionalism Trap’ เมื่อความกลัวความผิดพลาดกำลังทำร้ายคนทำงานไม่รู้ตัว

วันอังคาร ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การเป็น “มืออาชีพ” คือเป้าหมายในการทำงานของใครหลายคน แต่เคยรู้สึกไหมว่า บางครั้งความตั้งใจที่อยากทำให้ทุกอย่างออกมาดี กลับกลายเป็นแรงกดดันที่ตัวเองทนแทบไม่ไหว ความรู้สึกนี้เองอาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังติดอยู่ในภาวะ กับดักความเป็นมืออาชีพในที่ทำงาน (Professionalism Trap) ซึ่งหากปล่อยไว้นาน ๆ จนปล่อยวางไม่ลง อาจนำไปสู่ความเครียดสะสมและปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาว

พญ.นงนุช สัตกรพรพรหม จิตแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจิตเวช ศูนย์สุขภาพใจ โรงพยาบาลวิมุต

พญ.นงนุช สัตกรพรพรหม จิตแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจิตเวช ศูนย์สุขภาพใจ โรงพยาบาลวิมุต  ชวนคนทำงานมาสำรวจใจและปลดล็อกกับดักนี้ไปด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนความเป็นมืออาชีพให้เป็นพลังบวก ไม่ใช่ภาระที่หนักอึ้งอีกต่อไป

“กับดักความเป็นมืออาชีพในที่ทำงาน” ภัยเงียบที่ทำลายใจคนทำงาน

กับดักความเป็นมืออาชีพในที่ทำงาน (Professionalism Trap) ไม่ใช่โรคทางกายภาพ แต่เป็นภาวะทางใจที่คล้ายกับโรคบุคลิกภาพย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive Compulsive Personality Disorder: OCPD) มักเกิดขึ้นกับคนที่ให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์แบบ ความเป็นระเบียบ และความถูกต้องมากเกินไป รวมถึงผู้ที่ตั้งมาตรฐานกับตัวเองไว้สูง หรือเติบโตมาในครอบครัวที่เน้นความสมบูรณ์แบบ อีกทั้งอาจได้รับแรงกดดันจากสังคมที่ทำงานซึ่งมีการแข่งขันสูง ปัจจัยเหล่านี้เองที่ค่อย ๆ พาเราเข้าไปติดกับดักโดยไม่รู้ตัว และรู้สึกว่าตัวเองต้อง “ดีที่สุด” ตลอดเวลา

เช็กด่วน! คุณกำลังติด “กับดักความเป็นมืออาชีพในที่ทำงาน” อยู่หรือเปล่า

แม้ภาวะ Professionalism Trap จะไม่ใช่โรคที่มีแบบวินิจฉัยชัดเจน แต่สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ได้แก่ 1) การไม่กล้าพูดคำว่า “ฉันทำไม่ได้” เพราะกลัวถูกมองว่าไร้ความสามารถ 2) การพยายามวางมาดเข้มแข็งตลอดเวลาเพราะเชื่อว่าความอ่อนแอคือความล้มเหลว 3) ยึดติดว่าทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบจนไม่ยอมรับข้อผิดพลาดใด ๆ และ 4) รู้สึกว่าต้องควบคุมอารมณ์และภาพลักษณ์อยู่เสมอจนกลายเป็นภาระใจ หากพบว่ามีหลายข้อที่ตรงกับตัวเอง อาจถึงเวลาทบทวนว่าความเป็นมืออาชีพที่คุณรักษาไว้ ว่ากำลังช่วยสร้างคุณค่าหรือบั่นทอนสุขภาพใจอยู่กันแน่

ซึมเศร้า-วิตกกังวล-ภาวะหมดไฟ ปลายทางของ “กับดักความเป็นมืออาชีพในที่ทำงาน”

สมองของมนุษย์ทำงานร่วมกันระหว่าง Prefrontal Cortex ซึ่งควบคุมเหตุผลและการยับยั้งชั่งใจ กับ Amygdala ซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความกลัว และความกังวล หากสมดุลระหว่างสองส่วนนี้ถูกรบกวน สมองจะตอบสนองต่อความผิดพลาดแรงเกินจริงจนรู้สึกว่าความล้มเหลวเล็กน้อยคือเรื่องใหญ่ ส่งผลให้สมองหลั่งสารกระตุ้นความตึงเครียดซ้ำ ๆ จนระบบควบคุมอารมณ์อ่อนแรงลง “ในระยะยาว ภาวะนี้อาจนำไปสู่โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และภาวะหมดไฟ (Burnout) โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องรับผิดชอบสูง เช่น บุคลากรทางการแพทย์ ผู้บริหาร นักวิชาการ หรือศิลปิน ที่เผชิญแรงกดดันให้ต้องดีพอตลอดเวลา ดังนั้นหากใครที่พบว่าตัวเองกำลังเผชิญกับภาวะนี้อยู่ อยากให้เริ่มดูแลสุขภาพใจตัวเองทันทีเพื่อป้องกันโรคทางจิตใจที่อาจตามมา” พญ.นงนุช สัตกรพรพรหม กล่าว

เมื่อ “กับดักความเป็นมืออาชีพในที่ทำงาน” เริ่มทำร้ายคนรอบข้าง

พญ.นงนุช สัตกรพรพรหม กล่าวว่า “กับดักความเป็นมืออาชีพนอกจากจะทำร้ายตัวเอง อาจส่งผลกระทบให้คนรอบข้างด้วยเช่นกัน แบบแรกคือการสร้างบรรยากาศความกดดัน เพราะผู้ที่ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบมักคาดหวังว่าคนอื่นต้องมีมาตรฐานที่สูงเท่ากับตัวเอง ทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกเครียด อึดอัด และเหมือนถูกจับตามองอยู่เสมอ อีกแบบคือการสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจ เพราะการกลัวความผิดพลาดอาจทำให้เกิดนิสัยที่ละเอียดเกินจำเป็น เช่น การเช็กงานซ้ำ ๆ หรือถามคำถามเดิมซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งแม้จะทำไปด้วยเจตนาที่ดี แต่กลับสร้างความน่ารำคาญให้คนในทีมโดยไม่รู้ตัว”

ปลดล็อก “กับดักความเป็นมืออาชีพในที่ทำงาน” ด้วยความเข้าใจตนเอง

การออกจากกับดักความเป็นมืออาชีพไม่ได้หมายถึงการลดมาตรฐานของตนเอง แต่คือการเรียนรู้ที่จะมีสมดุลระหว่างความรับผิดชอบกับความเมตตาต่อตัวเอง เริ่มจากการต้องเข้าใจว่าคุณค่าของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสำเร็จที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ความพยายามและความตั้งใจด้วย ลองเปลี่ยนจากการตั้งเป้าหมายใหญ่ ๆ ที่ไกลเกินเอื้อม มาเป็นการตั้งเป้าหมายที่เหมาะสมกับความสามารถ เพราะทุกความสำเร็จที่เกิดขึ้นระหว่างทางจะเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มและตอกย้ำว่าเรามีคุณค่าในทุกก้าวที่เดิน

พญ.นงนุช สัตกรพรพรหม กล่าวเสริมว่า “นอกจากการปรับความคิดแล้ว สิ่งที่คนทำงานควรทำควบคู่ไปด้วยคือการทำกิจกรรมผ่อนคลายความเครียด รวมถึงต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย และสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว (work-life balance) แต่ถ้ารู้สึกว่าความกดดันมันหนักจนรับไม่ไหว ก็อยากให้ลองเข้ามาพูดคุยกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา เพราะการมาขอคำปรึกษาไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอ แต่เป็นการดูแลสุขภาพใจอย่างมืออาชีพเช่นกัน”

“การจะเป็นมืออาชีพที่มีความสุขย่อมทำได้ ตราบใดที่เรายอมรับว่าตัวเองเป็นมนุษย์ที่ทำผิดพลาดได้ เพราะความล้มเหลวมันไม่เคยฆ่าใคร มันเป็นแค่บทเรียนให้เราเติบโตขึ้น ความผิดพลาดไม่ได้ทำให้เราหมดความน่าชื่นชม คุณยังเป็นหัวหน้าที่ดี เป็นเพื่อนร่วมงานที่มีคุณค่า เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่สมบูรณ์ ทั้งในวันที่ทำอะไรสักอย่างสำเร็จหรือผิดพลาดก็ตาม” พญ.นงนุช สัตกรพรพรหม กล่าวทิ้งท้าย

หากมีข้อสงสัย หรือมีอาการของ ภาวะ ‘Professionalism Trap’ สามารถขอรัยคำปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุตหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สุขภาพใจ ชั้น 18 โรงพยาบาลวิมุต เวลาทำการ 08.00-18.00 น. โทร. 02-079-0078 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์

คุณแหน : 28 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 28 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 28 ตุลาคม 2568

วันอังคาร ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสู่สวรรคาลัย ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน หนังสือพิมพ์แนวหน้า…
  • ช่วงนี้ ศิษย์เก่า มธ.รุ่นปี 2513 จากไป 2 คน ได้แก่ คนแรกเป็น ศิษย์เก่าคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. สุขสรร ยอดเมืองเจริญ พิธีสวดพระอภิธรรมศพ จัด ณ ศาลา 9 วัดมกุฏกษัตริยาราม 28 ต.ค.- 1 พ.ย.18.00 น.และ พระราชทานเพลิงศพ 2 พ.ย.14.30 น…ส่วน พิธีสวดพระอภิธรรมศพ วิทูร จันทร์วิกูล ศิษย์เก่า นิติศาสตร์ มธ.จัดที่ วัดชลประทานรังสฤษดิ์ อาคารสุคติสถาน ชั้น 3 ห้อง 8 วันที่ 27 -29 ต.ค.18.00 น. และ ฌาปนกิจ 30 ต.ค.10.00 น…งานนี้งดรับพวงหรีด…
  • ข่าวแสดงความยินดีกันบ้าง…ดีใจด้วยกับ กัลยรักษ์ พงศ์พิธานันท์ หลานสาววัยทีนของ คุณยาย ตวงพร เลาหะบุตร ไปแข่งกอล์ฟ ที่บาเรน ในนามทีมชาติไทย เป็นทีมหญิงไทย ที่ได้เหรียญเงินมาครอง…
  • ธนษร กีรติบุตร แจ้งข่าวการนัดสังสรรค์ศิษย์เก่าราชินีรุ่น 77 จัดมื้อเที่ยง วันที่ 1 พ.ย.ณ Siam Charoennakhon Café & Restaurant …ยังคงจัดงานหรือไม่? อย่างไร ? คอนเฟิร์มกันให้จงดี…
  • ยินดีปรีดากับคู่ตุนาหงันที่เข้าพิธีวิวาห์กันไปเรียบร้อยแล้วคือ ศุภโชค บุตรชาย ประวิทย์-เฉิดฉัน จ๋วงพานิช ซึ่งเป็นเจ้าบ่าวของเจ้าสาวชาวจีน Ping Lee งานจัดที่เมือง SHANG RAO สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ 25 ต.ค.เสร็จพิธีแล้ว พร้อมนำบุตรสะใภ้หมาดๆกลับเมืองไทยปลายเดือนนี้…
  • เป็นข่าวแพร่สะพัดไปทั่ว เมื่ออดีตนักวิชาการใกล้ชิดกับพรรคเพื่อไทยเผยว่า ขณะนี้ทางพรรคฯมีรายชื่อ 3 แคนดิเดตตำแหน่งนายกฯ สำหรับเลือกตั้งครั้งหน้าแล้ว และหนึ่งในรายชื่อระบุว่าชื่อ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็มีเสียงวิจารณ์ไปต่างๆนานา แต่ในฐานะที่เราเคยรู้จักตัวบุคคลและรู้แบ็คกราวด์เกี่ยวกับวุฒิและประสบการณ์ของบุคคลดังกล่าว จึงกล่าวได้ว่าการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าข้อมูลนี้มี “ความน่าจะเป็น” สูงทีเดียว… เนื่องจากอดีตรองนายกฯฯ เป็นคนดังที่อุปนิสัยโลว์คีย์มาก คนที่ไม่คุ้นเคยก็อาจจะมองข้ามความสามารถเขาได้ สำหรับการศึกษาไม่ต้องถามอยู่แล้ว จบมัธยมปลายที่ รร. เตรียมอุดมศึกษา เข้าเรียนแพทยศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยมหิดลระยะสั้นแล้วลาไปเรียนต่อคณะวิศวกรรมอุตสาหการที่ UNIVERSITY OF CALIFORNIA BERKELEY, CALIF. หนึ่งใน 10 สุดยอดมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ…
  • เป็นเรื่องดีมีสีสันในครอบครัว “ศิษย์เก่าแคลิฟอร์เนีย” เมื่อคนป็อบปูล่าในหมู่ศิษย์เก่า เจษฎา ชวนะโรจน์ฤทธิ์ ยังมีฝีมือเด็ดเรื่องการปรุงอาหารหลากหลายรูปแบบผ่านร้าน “ครัวผักปลา” ของเขาที่ย่านกรุงเทพฯกรีฑา โดยปกติก็เป็นร้านที่นิยมชมชอบของเหล่านักกอล์ฟและนักชิมทั่วไปอยู่แล้ว… ล่าสุดมีข่าวว่าคหบดีชื่อดัง บุญชัย คงปักไพศาล กำลังพูดคุยเจรจากับเขาเพื่อร่วมกันนำเสนอธุรกิจอาหารในสไตล์ทันสมัยเพื่อเสิร์ฟสังคมรูปแบบส่วนประสมการตลาด (MIXED MARKETING) เน็ตเวิร์คทีเดียว…มีความคืบหน้าอย่างไรจะรายงานให้ทราบต่อไป !!…

บารอนเนส

‘DREAMY FRUIT TEA’ ดึง’PiXXiE’นั่งแท่นพรีเซนเตอร์

'DREAMY FRUIT TEA' ดึง'PiXXiE'นั่งแท่นพรีเซนเตอร์

‘DREAMY FRUIT TEA’ ดึง’PiXXiE’นั่งแท่นพรีเซนเตอร์

วันอังคาร ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.23 น.

บริษัท พรีเซิร์ฟ ฟู้ด สเปเชียลตี้ จำกัด (PFS) ผู้นำด้านการผลิตอาหารแปรรูปแบบแห้งครบวงจรของไทย นำโดย คุณ ภาณุ มหัทธโนบล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พรีเซิร์ฟ ฟู้ด สเปเชียลตี้ จำกัด เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จของแบรนด์ “ดรีมมี่” ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “Dreamy Fruit Tea”     ชาผลไม้ปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม ภายใต้แนวคิด “อร่อยเกินเบอร์ ได้ประโยชน์เกินใจ” ตอกย้ำจุดยืนของบริษัท    ในฐานะผู้พัฒนาอาหารและเครื่องดื่มสุขภาพแห่งอนาคต

ผลิตภัณฑ์ “Dreamy Fruit Tea” โดดเด่นด้วยวัตถุดิบนำเข้าคุณภาพสูง อุดมด้วยวิตามินซี ใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ มีให้เลือกถึง 5 รสชาติ ได้แก่ แอปเปิล, ส้มยูซุ, พีช, น้ำผึ้งมะนาว และมิกซ์เบอร์รี

ในงานเปิดตัว “Dreamy Fruit Tea : Fruit Fun Fresh” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์ บริษัทฯ ได้รับเกียรติจากศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต “PiXXiE” มาเบล, พิมมา และอิงโกะ มารับหน้าที่พรีเซนเตอร์ พร้อมมินิคอนเสิร์ตสุดพิเศษที่สร้างสีสันและพลังสดชื่นให้กับผู้ร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีโชว์สุดประทับใจจากบาร์เทนเดอร์มืออาชีพ และดีเจนุ้ย ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร มาร่วมสร้างความสนุกอย่างคับคั่ง  การเปิดตัวในครั้งนี้สะท้อนถึงการขยายฐานธุรกิจของ PFS สู่ตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างจริงจัง โดยใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง

บริษัท พรีเซิร์ฟ ฟู้ด สเปเชียลตี้ จำกัด (PFS) ยังคงมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของไทย และพร้อมต่อยอดการเติบโตสู่ตลาดสากลในอนาคต ด้วยพันธกิจในการ“สร้างสรรค์ความอร่อย ที่ดีต่อสุขภาพ และดีต่อโลกอย่างยั่งยืน”

สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ : DREAMY

FACEBOOK : DREAMY MIX

INSTAGRAM : DREAMYMIX_TH

TIKTOK : COFFEEDREAMYTH

X : DREAMYMIX_OFFICIAL

ซีรีส์ไทยบุกตลาดญี่ปุ่น กับโครงการ ‘THAI BL & GL’s MAGIC – A GLOBAL CHEMISTRY’

ซีรีส์ไทยบุกตลาดญี่ปุ่น กับโครงการ 'THAI BL & GL’s MAGIC – A GLOBAL CHEMISTRY'

ซีรีส์ไทยบุกตลาดญี่ปุ่น กับโครงการ ‘THAI BL & GL’s MAGIC – A GLOBAL CHEMISTRY’

วันอังคาร ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.12 น.

อุตสาหกรรมซีรีส์สายวายของประเทศไทยเตรียมก้าวสู่เวทีระดับสากล ผ่านโครงการ “THAI BL & GL’s MAGIC – A GLOBAL CHEMISTRY” ที่มุ่งส่งเสริมและขยายโอกาสทางการตลาดของคอนเทนต์ไทยสู่ต่างประเทศ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทย 12 บริษัท และพันธมิตรชาวญี่ปุ่น พร้อมด้วยตัวแทนนักแสดงที่จะร่วมเดินทางเข้าร่วมกิจกรรม ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นภายในงาน TIFFCOM ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายคอนเทนต์ภาพยนตร์และโทรทัศน์ชั้นนำของเอเชีย จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว (Tokyo International Film Festival – TIFF) และนับเป็นหนึ่งในงานสำคัญที่รวบรวมผู้ซื้อ–ผู้ขายคอนเทนต์ซีรีส์และภาพยนตร์จากญี่ปุ่นและทั่วเอเชียมากที่สุด ถือเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดัน Soft Power ไทย ให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติกิจกรรมนี้จัดโดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และบริหารจัดการโดย บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด (G-Yu Creative)

TRIPLE TRIO STUDIO CO., LTD.

– Frank Thanatsaran @frank_thanatsaran

– Earth Kantachote @earthkss

– Denkhun Ngamnet @denkhun__ngamnet

THEMEWORK STUDIO CO., LTD.

– Judo Tantachj @judo_tantachj

FRT ENTERTAINMENT CO., LTD.

– Flute Chinnaphat @_____flute_____

RIGHT BEYOND CO., LTD.

GMMTV CO., LTD.

SOF STUDIOS CO., LTD.

– Hearth Chindanai @hearth.chindanai

MANDEEWORK CO., LTD.

– Firstone Wannakorn @firstone.wnk

– Tle Matimun @tle_mtm

– Net Siraphop @net_siraphop

– JJ Radchapon @jj_rcp

BIBBIDII ENTERTAINMENT CO., LTD.

– Leo Peerapun @leo_peerapun

– Earth Teerapat  @earthteerapatph

STARHUNTER ENTERTAINMENT CO., LTD.

– Anda Anunta @anda_anunta

– Lookkaew Kamollak @lookkaeww_k

MCOT PUBLIC CO., LTD.

– Maiake Thirawat @ake.ts

– Tar Jirayu @txr.jry

MOJO LIVING CO., LTD.

– Bee Apisit @beapisit_th

– Year Chotritud @yyearps

– Peter Paratthakorn @peter_jeepetch

– Golf Kunavut @kukunavut

LOVE MEDIA CO., LTD.

– Time Obnithi @obnithik_

– Team Tatchanon @team_tatchanon

– Jica Natthanon @jicanattanon__

– Guide Potawatomi  @guide_p.k

– Beboy Nanthakorn @nanthakornbb

#TIFFCOM2025 #DITP #GYUCREATIVE #ジーユークリエイティヴ  #ThaiBL #ThaiBLseries #ThaiGL #ThaiGLseries #タイBL #タイGL

‘ทราย เจริญปุระ’เผยโมเมนต์ล้ำค่า เคยโค้งขอ’สมเด็จพระพันปีหลวง’เต้นรำ

'ทราย เจริญปุระ'เผยโมเมนต์ล้ำค่า เคยโค้งขอ'สมเด็จพระพันปีหลวง'เต้นรำ

‘ทราย เจริญปุระ’เผยโมเมนต์ล้ำค่า เคยโค้งขอ’สมเด็จพระพันปีหลวง’เต้นรำ

วันอังคาร ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.43 น.

กลายเป็นเรื่องราวในตำนานเลยทีเดียว สำหรับ “ทราย อินทิรา เจริญปุระ” หลังจากออกมาโพสต์เรื่องราวที่อยู่ในใจเสมอมา กับความโก๊ะของตัวเอง ที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หลังจากที่ได้รับเลือกให้เล่นภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

โดย ทราย อินทิรา เขียนบันทึกไว้ว่า “คิดทบทวนอยู่หลายรอบว่าจะเล่าเรื่องนี้ดีมั้ย แต่อยากบันทึกไว้ว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต เหมือนครั้งได้เข้าเฝ้าล้นเกล้ารัชกาลที่9และท่านมีรับสั่งด้วย ก็ได้เล่าและบันทึกผ่านต้นฉบับเอาไว้ว่าเป็นเหตุการณ์น่าจดจำครั้งหนึ่งในชีวิต และการได้เข้าเฝ้าพระพันปีในช่วงปี2546-2547ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่อยากจะบันทึกไว้ จริงๆไม่ได้เป็นความลับอะไร เพราะคนใกล้ชิดเราก็รู้เหตุการณ์นี้เหมือนกัน

ขออนุญาตใช้ภาษาธรรมดาในการถ่ายทอด ผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยด้วยนะคะ

ตอนที่ได้รับเลือกให้เล่น‘ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช’ ท่านมุ้ยก็บอกเลยตั้งแต่แรกว่าต้องไปเข้าเฝ้านะ สมเด็จพระราชินี(เรียกตามพระอิสสริยยศในตอนนั้น)ท่านสนใจภาพยนตร์เรื่องนี้ อยากทราบความคืบหน้า เราก็รับทราบตามนั้น แต่ยังไม่ได้เตรียมตัวถ่ายทำอะไร

จนท่านมุ้ยตามให้ไปเข้าเฝ้าที่วังไกลกังวล กำชับอย่างดีว่าให้แต่งตัวดีๆ ห้ามมอมแมมแบบปกติ ใส่กระโปรง ใส่รองเท้ามีส้น ใส่สูทด้วยนะ สมเด็จฯท่านจะเลี้ยงมื้อเย็น นี่ก็นั่งรถตู้ไปพร้อมท่าน ไปถึงค่ำๆก็ไปนั่งโต๊ะ จำไม่ค่อยได้แล้วว่ามีนักแสดงคนไหนไปบ้าง น่าจะมีคุณแอฟ กับพี่ปีเตอร์ด้วย ตอนนั้นพี่เบิร์ดกับพี่ต๊อดท่านยังไม่ได้เลือกว่าจะให้เล่นบทไหน เราก็เลือกเก้าอี้นั่งไปงงๆ เพราะเขาไม่ได้กำหนดที่ ปรากฏว่าพอสมเด็จท่านเสด็จลงมานั่งโต๊ะ ก็อยู่ตรงข้ามที่นั่งเราพอดี ทั้งเกร็งทั้งเงอะงะ ไม่กล้าเงยเท่าไหร่ แต่อาหารอร่อยมาก จำได้ว่ามีเมนูก๋วยเตี๋ยวแก้มหมูตุ๋นที่อยากกินอีก แต่ไม่กล้าขอ ><

โต๊ะที่สมเด็จฯท่านนั่งก็จะมีผู้ใหญ่ๆนั่งกัน ท่านมุ้ย หม่อมกมลา ท่านผู้ว่าจังหวัด ทหาร/ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ฯลฯ เป็นโต๊ะดินเนอร์ยาวๆ มีดนตรีบรรเลงเป็นวงเล่นสด เล่นเพลงสตริงปัจจุบันสลับกับเพลงเก่า ท่านมุ้ยให้คนมาบอกว่าให้เราไปร้องเพลง เราบอกเราไม่ได้เตรียมตัวเลย ท่านบอกร้องไปเถอะ ไม่เป็นไร สมเด็จท่านอยากเห็น ก็เลยร้องเพลง‘วอน’ของพีชแบนด์ เพราะวงเล่นให้ได้ยินช่วงต้นงาน เลยร้องไปก่อน ไม่อยากดื้อกับท่าน ทั้งที่มั่นใจว่าเสียงสั่นมากแน่ๆ แต่ก็ร้องได้จนจบ

จนดึกมากๆแบบตีสามตีสี่ ไฟในห้องก็เริ่มสลัวๆ มีคนมาจัดโต๊ะใหม่ ให้ตรงกลางกว้างขี้น เขาบอกเดี๋ยวจะเต้นรำกัน เราซึ่งง่วงด้วย อิ่มด้วยก็นั่งดู มีผู้ใหญ่มาเต้นรำแบบสโลวเป็นคู่ๆ นั่งพักกันบ้างเวลาเพลงเร็ว สลับคู่ไปโค้งกันบ้าง น่ารักดี ก็นั่งดูเพลินๆจนเห็นท่านมุ้ยที่เต้นรำกับหม่อมอยู่พยักเพยิดมาทางเรา นี่ก็งงๆ เอามือชี้ตัวเองว่าเรียกเราเหรอ ท่านพยักหน้าว่าใช่ แล้วก็บุ้ยๆไปทางโต๊ะใหญ่ แล้วก็ชี้ให้ดูที่ท่านเต้นรำกับหม่อมอยู่

อ๋อ จะให้เราลุกไปโค้งขอเต้น
แต่ขอใครหว่า

คือห้องก็มืดมาก แล้วเราไม่รู้จักใครเลยที่โต๊ะใหญ่ เห็นมีสมเด็จกับอีก2-3ท่านนั่งอยู่ นี่ก็ไม่มั่นใจว่าผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ชายอาจจะมากับภรรยา จะไปโค้งก็กลัวดูไม่ดี เราเลยไปโค้งขอสมเด็จฯเต้น ท่านก็หัวเราะแล้วเรียกองครักษ์มาประคองขึ้น แล้วเกาะแขนเราไปกลางฟลอร์ คนก็แหวกๆทางให้ เราเองจำไม่ได้แล้วว่าเพลงอะไร แต่น่าจะเป็นเพลงฝรั่งแบบไม่ช้ามาก นี่ก็เต้นแบบก้าวชิด ก้าวชิดไปเรื่อยๆ หน้าสมเด็จฯท่าน เราก็ไม่ค่อยกล้ามอง ดูเพดานสลับก้มดูพื้นอย่างเดียวเพราะกล้วมืดๆไปเหยียบเท้าท่าน

ก็เต้นไปจนจบ สมเด็จท่านก็ขอบใจแล้วองครักษ์ก็พาท่านไปที่โต๊ะ เรากำลังจะเดินกลับก็โดนท่านมุ้ยคว้าแขนไว้แล้วกระซิบ

‘ไอ้ทราย กูให้มึงไปโค้งท่านผู้ว่า มึงผ่าไปโค้งสมเด็จเต้น!’

โอโหหหหห จากที่อ๊องๆอยู่คือตื่นเลย ช๊อตแรงมาก ก็เราไม่รู้นี่ จำได้ว่าบอกท่านว่า ก็ไม่บอกดีๆล่ะะะะ โอ้ย เอาหน้าชี้ๆหนูก็ไม่รู้อ่า จะโดนดุมั้ย ท่านบอกกูก็ไม่รู้ กูไม่เคยเห็นเด็กผู้หญิงที่ไหนไปขอเต้นกับสมเด็จฯเหมือนกัน

จนเช้าจบงาน สมเด็จท่านฯจะเสด็จขึ้น ก็ไปยืนรอส่งเสด็จ ก้มหน้าเลยคราวนี้จนท่านเดินผ่านก็ถอนสายบัว แล้วท่านก็หยุดรับสั่งด้วย
‘คราวหน้ามาเต้นรำด้วยกันอีกนะจ๊ะ’

ทุกวันนี้ท่านมุ้ยกับหม่อมยังเอามาขำเราอยู่ ว่าเข้าเฝ้างานไหน งานนั้นต้องมีเหตุทุกที แต่เอาเข้าจริงเราก็ไม่โดนดุ และเรื่องนี้ก็อยู่ในใจเสมอมา”

‘​ลิซ่า BLACKPINK’โพสต์ถวายอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

'​ลิซ่า BLACKPINK'โพสต์ถวายอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘​ลิซ่า BLACKPINK’โพสต์ถวายอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันอังคาร ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 11.59 น.

28 ตุลาคม 2568 “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” หรือ ลิซ่า BLACKPINK ศิลปินสาวระดับโลก ได้โพสต์ภาพผ่าน Instagram Story ส่วนตัว @lalalalisa_m เพื่อถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

        ภาพที่ลิซ่าโพสต์เป็นภาพขาวดำของ สมเด็จพระพันปีหลวง ในฉลองพระองค์ชุดราตรีเต็มยศ โดดเด่นด้วยความงดงามสง่าและทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา การโพสต์ครั้งนี้สร้างความประทับใจและซาบซึ้งให้กับแฟนๆ ทั่วโลกที่ได้เห็น แสดงถึงความเคารพและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างลึกซึ้ง

‘บุ๋ม ปนัดดา’เล่าช่วงสุดประทับใจ รับขบวนเสด็จอย่างใกล้ชิด

'บุ๋ม ปนัดดา'เล่าช่วงสุดประทับใจ รับขบวนเสด็จอย่างใกล้ชิด

‘บุ๋ม ปนัดดา’เล่าช่วงสุดประทับใจ รับขบวนเสด็จอย่างใกล้ชิด

วันอังคาร ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 08.16 น.

28 ตุลาคม 2568 ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยถึงการเตรียมจัดตั้ง “โรงครัวมูลนิธิองค์กรทำดี” บริเวณหน้าศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อจัดทำอาหารบริการประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

บุ๋ม ปนัดดา ระบุว่า “บุ๋มมาเตรียมสถานที่เพื่อจัดตั้งโรงครัวค่ะ โรงครัวของเราอยู่หน้าศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ บุ๋มและทีมงานมูลนิธิองค์กรทำดี มีความตั้งใจที่จะทำอาหารเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ได้เดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทานอาหารขณะที่รอคิวเข้าด้านใน วันและเวลา บุ๋มจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งค่ะ”

ต่อมา บุ๋ม ปนัดดา ยังได้โพสต์เพิ่มเติมว่า “ระหว่าง ที่เตรียมสถานที่ทำโรงครัว ฝนตกปอยๆ พอขบวนเสด็จมาถึง ฝนก็หยุดตก บุ๋มเลยได้มีโอกาสรับขบวนเสด็จแบบใกล้ๆค่ะ”

สะกดทุกสายตากับเวิลด์ทัวร์ครั้งใหม่ ของ ‘ZEROBASEONE’

สะกดทุกสายตากับเวิลด์ทัวร์ครั้งใหม่ ของ  ‘ZEROBASEONE’

สะกดทุกสายตากับเวิลด์ทัวร์ครั้งใหม่ ของ ‘ZEROBASEONE’

วันจันทร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 18.36 น.

NOW” พร้อมจุดพลังอันยิ่งใหญ่ผ่านคอนเสิร์ต 2025 ZEROBASEONE WORLD TOUR [HERE&NOW] IN BANGKOK (ทูเธาซันด์ทเวนตี้ไฟว์ ซีโรเบสวัน เวิลด์ ทัวร์ [เฮียร์แอนด์นาว] อิน แบงค็อก) ที่จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2025 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี มอบเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและความทรงจำสุดพิเศษให้กับ ‘ZEROSE’ (เจโรส : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ)

[HERE&NOW] ถือเป็นเวิลด์ทัวร์ครั้งใหม่ของ ZEROBASEONE (ซีโรเบสวัน) ที่ยกระดับความยิ่งใหญ่ขึ้นจากโลกเหนือกาลเวลาในทัวร์ครั้งแรก ‘TIMELESS WORLD’ สู่ปัจจุบันอันสมบูรณ์แบบที่นำเสนอเอกลักษณ์ของวงออกมาได้เป็นอย่างดี โดยผู้จัดอย่าง SM True (เอสเอ็ม ทรู) ยังคงเสิร์ฟโปรดักชันสุดตระการตา ทั้งเวทียื่นและเวทียกแอลอีดี ตลอดจนแสง สี เลเซอร์ และไพโรเทคนิคสุดอลังการ เนรมิตเวทีให้กลายเป็นห้วงจักรวาลอันไร้ที่สิ้นสุดซึ่งมีเพียง ZEROBASEONE (ซีโรเบสวัน) และ ZEROSE (เจโรส) อยู่ร่วมกันเท่านั้น

การแสดงทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อบอกเล่าแนวคิดของชื่อทัวร์ [HERE&NOW] พร้อมขับเน้นความหมายของ “ที่นี่และตอนนี้” อย่างลึกซึ้ง ถักทอเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจของ ZEROBASEONE (ซีโรเบสวัน) ในทุกช่วงเวลาของการเติบโตจนถึงปัจจุบัน สะท้อนความสำเร็จที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของพวกเขาได้อย่างงดงาม ผ่านบทเพลงจากทุกอัลบั้มที่สร้างสถิติยอดขายทะลุล้านชุดติดต่อกันถึง 6 อัลบั้ม

ZEROBASEONE (ซีโรเบสวัน) แสดงให้เห็นถึงสีสันทางดนตรีที่หลากหลาย ผ่านโชว์อันเข้มข้นตั้งแต่เพลงเปิด ‘ICONIK’, ‘Road Movie’ และ ‘SLAM DUNK’ ไปจนถึงเพลงฮิตอย่าง ‘GOOD SO BAD’, ‘CRUSH (가시)’, ‘In Bloom’ และ ‘BLUE’ รวมถึงทุกเพลงจากอัลบั้มล่าสุดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยเผยเสน่ห์ที่แตกต่างกัน ทั้งความทรงพลัง ความเท่ และความสดใส นอกจากนี้ ยังเพิ่มลูกเล่นพิเศษในแต่ละเพลง ซึ่งล้วนเรียบเรียงใหม่พร้อมแดนซ์เบรกที่แข็งแรงและเย้ายวน ส่งประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่พบได้เฉพาะในเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเต้นขณะนอนบนเวทีในเพลง ‘SWEAT’, การวาดลวดลายเต้นสุดพลิ้วไหวบนเก้าอี้ในเพลง ‘Lovesick Game’ และการใช้เชือกประกอบการแสดงในเพลง ‘Dear ECLIPSE’

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ การแสดงแบบยูนิตที่แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์เฉพาะตัวของสมาชิกอย่างชัดเจน โดย KIM JI WOONG (คิมจีอุง), ZHANG HAO (จางฮ่าว), KIM TAE RAE (คิมแทแร) และ RICKY (ริคกี้) ถ่ายทอดความรู้สึกห่างเหินผ่านการประสานเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความละเอียดอ่อนในเพลง ‘Long Way Back’ ขณะที่ SUNG HAN BIN (ซองฮันบิน), SEOK MATTHEW (ซอกแมทธิว), KIM GYU VIN (คิมกยูบิน), PARK GUN WOOK (พัคกอนอุค) และ HAN YU JIN (ฮันยูจิน) ระเบิดความน่าหลงใหลแสนแข็งแกร่งบนเวทีเพลง ‘EXTRA’

ช่วงท้ายของคอนเสิร์ต สมาชิกได้สร้างเซอร์ไพรส์มอบของขวัญสุดพิเศษให้กับ ZEROSE (เจโรส) ชาวไทย ด้วยการคัฟเวอร์เพลงไทยความหมายดี ๆ อย่าง ‘ดาวหางฮัลเลย์’ แทนคำขอบคุณสำหรับทุกความรักและแรงสนับสนุน ขณะเดียวกัน แฟนคลับ ZEROSE (เจโรส) ได้บอกความในใจผ่านแฟนโปรเจกต์ ทั้งการแปรกล่องไฟเป็นคำว่า “영0_1 원” (สื่อถึง ZEROBASEONE จะเป็นส่วนหนึ่งของคำว่าตลอดไปของ ZEROSE เสมอ), แบนเนอร์ “Who Made This? WE MADE THIS.” (สื่อถึง ZEROBASEONE และ ZEROSE ผ่านอะไรมาด้วยกันจนเป็นคอนเสิร์ตนี้) และป้ายข้อความ “We start from Zero, and last FOREVER” (เริ่มต้นด้วย 0 ลงท้ายด้วยตลอดไป) ยืนยันคำสัญญาแห่งความผูกพันอันยาวนาน ทำให้ค่ำคืนนี้อบอวลไปด้วยความรักและความทรงจำ

ตลอดระยะเวลากว่า 2 ชั่วโมงครึ่งเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ให้เห็นว่า ZEROBASEONE (ซีโรเบสวัน) เปล่งประกายเจิดจรัสที่สุดเมื่ออยู่ท่ามกลางแรงสนับสนุนจาก ZEROSE (เจโรส) พร้อมตอกย้ำว่า [HERE&NOW] หรือ “ที่นี่และตอนนี้” คือช่วงเวลาอันงดงามและมีความหมายที่สุดตลอดกาล

‘แอฟ ทักษอร’น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ’สมเด็จพระพันปีหลวง’ ผู้ทรงส่งเสริมวงการภาพยนตร์ไทย

'แอฟ ทักษอร'น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ'สมเด็จพระพันปีหลวง' ผู้ทรงส่งเสริมวงการภาพยนตร์ไทย

‘แอฟ ทักษอร’น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ’สมเด็จพระพันปีหลวง’ ผู้ทรงส่งเสริมวงการภาพยนตร์ไทย

วันจันทร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.41 น.

27 ตุลาคม 2568 นับเป็นช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าของพสกนิกรชาวไทย หลังจากที่ สำนักพระราชวังได้เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ในวันศุกร์ที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๒๑ นาฬิกา ๒๑ นาที ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ ๙๓

โดยนักแสดงสาวชื่อดัง ‘แอฟ’ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ได้โพสต์ภาพขณะเข้าเฝ้าพระองค์ท่านระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเธอได้รับบทเป็น เจ้านางมณีจันทร์ พร้อมข้อความสุดซาบซึ้งบนอินสตาแกรมว่า “พระมหากรุณาธิคุณ ต่อวงการภาพยนตร์ ทำให้เกิดภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ชุดสุริโยไท – ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และต่อยอดให้มีผู้สนใจงานด้านประวัติศาสตร์เพิ่มมากขึ้น”