นายกฯ ส่ง สคส อวยพรปีใหม่ 2569 ให้กำลังใจประชาชนชาวไทย

นายกฯ ส่ง สคส อวยพรปีใหม่ 2569 ให้กำลังใจประชาชนชาวไทย

นายกฯ ส่ง สคส อวยพรปีใหม่ 2569 ให้กำลังใจประชาชนชาวไทย

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.22 น.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่จะทําเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า เนื่องในสัปดาห์หน้าจะเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ นายกฯ ได้มี ส.ค.ส. ถึงพี่น้องคนไทยทุกท่าน โดยมีข้อความระบุว่า “เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 ขอส่งความห่วงใย และกําลังใจ ให้พี่น้องประชาชนทุกท่าน “

นอกจากนี้นายกยังมี ส.ค.ส. อีกหนึ่งฉบับ ให้กับทหารและผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าในสถานการณ์ชายแดน พื้นที่ 7 จังหวัด โดยมีข้อความระบุว่า “เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 ขอส่งความห่วงใยและกําลังใจ ใครทหารและผู้ปฏิบัติ แนวหน้าในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทยกัมพูชา “

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า หวังว่า ส.ค.ส. นี้ จะเป็นกําลังใจ ให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่และประชาชนไทยทุกคน และตนได้รับทราบ จากประชาชนจํานวนมาก ว่าต้องการที่จะส่งกําลังใจ ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า ด้วยสิ่งของ หรือการส่งกําลังใจ ด้วยรูปแบบส.ค.ส. ทางสํานักโฆษกสํานักนายกรัฐมนตรี ได้รวบรวมสถานที่ที่จะให้ทุกท่านส่งความปรารถนาดีไปสู่ผู้ปฏิบัติงาน

โดยสามารถส่งไปได้ที่ 1. ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี 2. ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ 3. ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์  4. ศาลากลาง จังหวัดบุรีรัมย์  5 สํานักงานเหล่ากาชาด จังหวัดสระแก้ว ในศาลากลางจังหวัดสระแก้ว 6. สํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดตราด และ 7 กองบัญชาการป้องกัน ชายแดนจันทบุรี 

อนุทิน
อนุทิน

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ

รัฐบาลกราบขออภัย! ‘คนละครึ่งพลัส เฟส 2’ ไม่ได้ไปต่อ

รัฐบาลกราบขออภัย! 'คนละครึ่งพลัส เฟส 2' ไม่ได้ไปต่อ

รัฐบาลกราบขออภัย! ‘คนละครึ่งพลัส เฟส 2’ ไม่ได้ไปต่อ

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.20 น.

รัฐบาลกราบขออภัย! ‘คนละครึ่งพลัส เฟส 2’ ไม่ได้ไปต่อ 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 ธ.ค.2568 ที่จะทําเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) คําถามจากประชาชนว่า โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 จะได้ไปต่อหรือไม่ ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้หารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้วว่ารัฐบาลรักษาการ ไม่สามารถดําเนินการสําหรับโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ได้ ก็ต้องกราบขออภัยด้วย

‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’สั่งเลื่อนฟังคำสั่งอีก‘คดีสว.สำรอง’ฟ้อง‘กกต.’ นัดใหม่ปลาย ม.ค.69

‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’สั่งเลื่อนฟังคำสั่งอีก‘คดีสว.สำรอง’ฟ้อง‘กกต.’ นัดใหม่ปลาย ม.ค.69

‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’สั่งเลื่อนฟังคำสั่งอีก‘คดีสว.สำรอง’ฟ้อง‘กกต.’ นัดใหม่ปลาย ม.ค.69

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.12 น.

‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’สั่งเลื่อนฟังคำสั่งอีก‘คดีสว.สำรอง’ฟ้อง‘กกต.’ หลังศาลสั่งกกต.ส่งเอกสารข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ศาลพิจารณา ศาลนัดฟังคำสั่งอีกครั้งปลายเดือนม.ค.69 ส่วน‘สว.สำรอง’ยันสู้ไม่ถอย

23 ธันวาคม 2568 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง  ถ.เลียบทางรถไฟ ย่านตลิ่งชัน ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องคดี อท.185/2568  ที่นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรองยื่นฟ้อง นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กับพวก กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รวมทั้งหมด 8 คน   ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91, ม.157 พรป.รัฐว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 พรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 32 วรรคหนึ่ง, 88 ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566 ข้อ 92,93 จากคดีฮั้ว สว. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 วันนี้ นายอัครวัฒน์ สว.สำรอง ผู้ฟ้องพร้อมด้วยกลุ่มสว.สำรองและทีมทนายความ เดินทางมาศาล

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ภายหลังฟังคำสั่งว่า เราต่อสู้พยายามนำความจริงนำความเที่ยงธรรม ความยุติธรรมมาปรากฏให้กับประชาชน คนไทยให้รับทราบว่าจริงเท็จอย่างไรที่กระบวนการนี้ มีการรวมหัวกัน มีการใช้โพยใบสั่ง และจัดตั้งกลุ่มเพื่อกระทำการใด กับการเมืองไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 1 ปี 5 เดือนพวกตนไม่ได้หยุด ยังสู้ ยังไม่ท้อถอยในนามคณะสว. สำรอง ตลอดจนภาคประชาสังคม ที่คอยให้กำลังใจวันนี้ ตนเป็นผู้ฟ้องคดีอาญากับกกต. 7 ท่านและนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. แต่ผ่านมาแล้วความจริงก็ยังไม่ปรากฏจึงได้มาร้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ตั้งแต่ศาลรับเรื่องและส่งเอกสารสำนวนคำฟ้อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ความชอบธรรม กับทุกฝ่ายว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราไม่ได้มีเรื่องบาดหมางแคลงใจกัน แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเราต่อสู้เพื่อให้เกิดความสุจริตเที่ยงธรรมกับทุกภาคส่วน

วันนี้ศาลเมตตากับพวกเรา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างจริงจัง โดยจะปล่อยผ่าน และเงียบหายไปไม่ได้  โดยศาลจะส่งหนังสือไปถึงกลุ่มบุคคลเหล่านี้ เพื่อให้ส่งเอกสารชี้แจงในสิ่งที่โดนกล่าวหาว่ากระทำความผิดในครั้งเลือกตั้งที่ผ่านมามีกำหนดระยะเวลาภายใน 30 วันนับจากนี้นั่นหมายความว่า 23 มกราคม69 จะเป็นวันสุดท้ายจำเลยทั้งหมดต้องส่งหนังสือมา และศาลจะเร่งพิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว

นายอัครวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรอฟัง คำวินิจฉัยของคณะการเลือกตั้งเกี่ยวกับเรื่องสว. 138 คนที่ผ่านมาเพราะล่วงเลยระยะเวลา 1 ปีที่ทำผิดกฎหมาย อย่างไรก็ต้องมาพิสูจน์ที่ศาลว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องดังกล่าว ทุกวันนี้ ทุกอย่างจบแล้ว และมีความผิดอีกหลายกรรม ทั้งนี้ตนแจ้งความทั้งหมด 4 กรรม ใน 4 กรรมนั้นเป็นความผิดที่ท่านอาจจะแบ่งหน้าที่กันกระทำหรือไม่ ก็ต้องมาพิสูจน์ตนเองที่ศาล หวังว่าคดีนี้จะทำให้ประชาชน และผู้ที่สมัครสมาชิกวุฒิสภา 67 มองเห็นแสงสว่างและความเป็นธรรม อยากเรียนว่าบ้านเมืองนี้ยังมีข้าราชการที่ดีมีฝ่ายตุลาการที่เป็นที่พึ่งของประชาชนได้อยู่

สำหรับการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ หากไม่มีอะไร ถูกเลื่อนออกไปก็มีความมั่นใจว่ากกต.จะไม่เอางานมาพอก ยิ่งด้วยประธานศาลคนใหม่ที่ตนเชื่อมั่นและเชื่อใจว่าจะทำงานอย่างตรงไปตรงมา และสุจริต เที่ยงธรรมให้กับประชาชน และการรับหน้าที่ทำคดีใหญ่ในลักษณะนี้ให้เป็นที่ประจักษ์ จะทำให้เกิดที่ยอมรับของการเลือกตั้งและทำให้คนที่จะลงเลือกตั้ง นักการเมืองต่างๆ จะได้นักการเมืองที่ดีเข้าไปสู่สภา

‘อรรถกร’มั่นใจ’ธรรมนัส’เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนเดียว ไม่เสี่ยง หากเกิดอุบัติเหตุการเมือง

'อรรถกร'มั่นใจ'ธรรมนัส'เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนเดียว ไม่เสี่ยง หากเกิดอุบัติเหตุการเมือง

‘อรรถกร’มั่นใจ’ธรรมนัส’เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนเดียว ไม่เสี่ยง หากเกิดอุบัติเหตุการเมือง

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.01 น.

‘อรรถกร’มั่นใจ’ธรรมนัส’เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนเดียว ไม่เสี่ยง หากเกิดอุบัติเหตุการเมือง

เมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 23 ธ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกรทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ระบุว่าจะมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว โดยไม่กังวลว่าจะมีความเสี่ยงหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นว่าส่วนตัวตนเชื่อมั่นว่า ร.อ.ธรรมนัส จะไม่โดน หากมีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นจริง

‘ศุภจี’แย้ม‘เดี๋ยวก็รู้’ ปมตอบรับแคนดิเดตนายกฯ‘ภูมิใจไทย’

‘ศุภจี’แย้ม‘เดี๋ยวก็รู้’ ปมตอบรับแคนดิเดตนายกฯ‘ภูมิใจไทย’

‘ศุภจี’แย้ม‘เดี๋ยวก็รู้’ ปมตอบรับแคนดิเดตนายกฯ‘ภูมิใจไทย’

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.00 น.

‘ศุภจี’แย้ม‘เดี๋ยวก็รู้’ ปมตอบรับแคนดิเดตนายกฯ‘ภูมิใจไทย’

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี​ สุธรรม​พันธุ์​ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนหลังมีกระแสข่าวว่าได้ตอบรับเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แล้ว ว่า “เดี๋ยวก็ได้ยิน เดี๋ยวก็รู้”

เมื่อถามย้ำว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้มาพูดคุยอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นางศุกจี กล่าวว่า “คุยกันเสร็จแล้ว” ก่อนจะขึ้นรถออกจากทำเนียบรัฐบาลไปทันที

ทุกคนรู้ความจริง! ‘นายกฯ’เผยมติครม. เยียวยา‘งบทหาร’รอบ2 เมิน‘ทรัมป์’บอกไทยเริ่มก่อน

ทุกคนรู้ความจริง! ‘นายกฯ’เผยมติครม. เยียวยา‘งบทหาร’รอบ2 เมิน‘ทรัมป์’บอกไทยเริ่มก่อน

ทุกคนรู้ความจริง! ‘นายกฯ’เผยมติครม. เยียวยา‘งบทหาร’รอบ2 เมิน‘ทรัมป์’บอกไทยเริ่มก่อน

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.13 น.

‘นายกฯ’เผยมติครม. เยียวยา‘งบทหาร’รอบ 2 เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เมิน‘ทรัมป์’บอกไทยเริ่มก่อน บอกไม่เห็นประเทศไหนยืนอยู่ข้างไหน

เมื่อเวลา 11.48 น.วันที่ 23 ธ.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เสนองบเยียวยากำลังพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จากเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา รอบที่ 2 ว่า “มีครับ และเยียวยาประชาชนในเขตที่ประสบภัยการสู้รบชายแดน”

เมื่อถามถึงกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระบุว่าไทยเป็นฝ่ายเริ่มสงครามกับกัมพูชา จะตอบโต้ประเด็นนี้อย่างไร ว่า ความจริงทุกคนทราบอยู่แล้ว ไม่มีความกังวลใดๆ เราเป็นฝ่ายถูกรุกราน และถูกโจมตี สิ่งที่เราทำก็คือตอบโต้ เพื่อรักษาอธิปไตยของเรา

เมื่อถามต่อว่าหลายๆประเทศเหมือนจะเป็นกลาง แต่ท้ายที่สุดเหมือนยืนข้างกัมพูชา จะต้องมีการพูดคุยกับนานาประเทศอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ไม่เห็นมีใคร แต่ปัญหาเป็นเรื่องระดับทวิภาคีไทย-กัมพูชา ยังไม่เห็นประเทศไหนที่บอกว่ายืนอยู่ข้างไหน ประเทศที่มาทุกคนก็บอกว่าเป็นกลางหมด และยินดีที่ทุกประเทศเป็นกลาง มันเป็นปัญหาที่เราจะต้องแก้ไข และต้องทำให้จบสิ้นให้ได้ ระหว่างประเทศเรากับคู่กรณี

เมื่อถามอีกว่าเป็นเพราะเราไม่ได้ใช้ล็อบบี้ยิสต์เหมือนทางกัมพูชาใช่หรือไม่ จึงทำให้โลกไม่เข้าข้างเรา นายกฯไม่ตอบคำถามดังกล่าว

‘สีหศักดิ์’เมินกัมพูชาเล่นแง่ ขอเปลี่ยนไปมาเลเซีย ย้ำถกจีบีซี 24 ธ.ค.ที่‘จันทบุรี’

‘สีหศักดิ์’เมินกัมพูชาเล่นแง่ ขอเปลี่ยนไปมาเลเซีย ย้ำถกจีบีซี 24 ธ.ค.ที่‘จันทบุรี’

‘สีหศักดิ์’เมินกัมพูชาเล่นแง่ ขอเปลี่ยนไปมาเลเซีย ย้ำถกจีบีซี 24 ธ.ค.ที่‘จันทบุรี’

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.00 น.

‘สีหศักดิ์’ยันประชุมระดับเลขาฯ‘จีบีซี’ที่จันทบุรี 24 ธ.ค.ยังมีอยู่ หลัง‘กัมพูชา’เล่นแง่ ทำหนังสือขอเปลี่ยนเป็นที่มาเลเซีย

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรากฏว่า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ได้พูดคุยกันถึงการเตรียมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ที่จะมีการประชุมในวันที่ 24 ธ.ค.ที่ จ.จันทบุรี

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายสีหศักดิ์ ถึงกรณีมีรายงานข่าวว่าฝ่ายเลขานุการของจีบีซีของกัมพูชา ได้ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ ในวาระพิเศษที่จะหารือกัน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยไม่ขอประชุมที่ จ.จันทบุรีว่า จากที่ตนได้รับแจ้งล่าสุดการประชุม ยังมีการจัดประชุมขึ้นที่ จ.จันทบุรี เหมือนเดิม โดยไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรในการเดินทางมาประชุม

“แต่หากกัมพูชามีเงื่อนไขอะไร เมื่อมีการประชุมกันแล้วก็สามารถพูดคุยกันได้ทั้งหมด เราก็มีเงื่อนไขของเรา แต่ในที่สุดก็ต้องเจรจากัน” นายสีหศักดิ์ กล่าว

เอกอัครราชทูต สปป.ลาว มอบ 2 แสนเหรียญสหรัฐ ช่วยฟื้นฟูอุทกภัยใต้

เอกอัครราชทูต สปป.ลาว มอบ 2 แสนเหรียญสหรัฐ ช่วยฟื้นฟูอุทกภัยใต้

เอกอัครราชทูต สปป.ลาว มอบ 2 แสนเหรียญสหรัฐ ช่วยฟื้นฟูอุทกภัยใต้

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.54 น.

อุทกภัยใต้ ย้ำความสัมพันธ์ไทย-สปป.ลาว ในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าความร่วมมืออย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างกัน

23 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายสีสะหวาด อินพะจัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง โดยภายหลังเสร็จสิ้น นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญของการหารือ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูต สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ เชื่อมั่นว่า ด้วยประสบการณ์และความเข้าใจในประเทศไทยเป็นอย่างดีของเอกอัครราชทูต สปป.ลาว จะมีส่วนช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทย-สปป.ลาว ให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น โดยไทยให้ความสำคัญกับ สปป.ลาว อย่างมาก ในฐานะประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น บนพื้นฐานของวัฒนธรรมประเพณีที่คล้ายคลึงกัน ไทยจึงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือกับ สปป. ลาว ให้รอบด้านและมีความใกล้ชิดมากขึ้น 

ด้านเอกอัครราชทูต สปป.ลาว แสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และแสดงความเสียใจต่อเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของไทย โดยรัฐบาล สปป.ลาว ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีขอบคุณรัฐบาล สปป.ลาว ที่ให้ความช่วยเหลือไทยในยามที่เผชิญเหตุอุทกภัย พร้อมกันนี้ เอกอัครราชทูต สปป.ลาว เน้นย้ำความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสานต่อความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดีระหว่างกันให้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นในทุกด้าน โดยเฉพาะการผลักดันการบรรลุเป้าหมายทางการค้าระหว่างกัน 

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือประเด็นความสัมพันธ์และความร่วมมือที่สำคัญร่วมกัน ดังนี้

ด้านความสัมพันธ์ทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ไทยกับ สปป.ลาว เป็นเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ในระดับประชาชน ซึ่งมีการค้าขาย และไปมาหาสู่ระหว่างกันอย่างใกล้ชิด ตลอดจนยินดีที่ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับสูงระหว่างกันมากขึ้น และในปีนี้ เป็นปีครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สปป. ลาว ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษนี้มาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เอกอัครราชทูต สปป.ลาว หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันผลักดันให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (Joint Commission – JC) ระหว่างกัน ในปี 2569 โดย สปป.ลาว พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว

ด้านความเชื่อมโยงและโลจิสติกส์ ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการฉลอง 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สปป. ลาว ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงผู้คน เสริมสร้างความใกล้ชิด ตลอดจนขยายโอกาสด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไทยพร้อมสนับสนุนนโยบาย Land-Locked-to-Land-Linked ของ สปป.ลาว โดยหวังว่า ภายหลังการเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 อย่างเป็นทางการ สปป.ลาว จะผลักดันการก่อสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ระหว่างจังหวัดหนองคายกับนครหลวงเวียงจันทน์ให้มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรมโดยเร็ว 

สำหรับประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรีขอบคุณท่าทีของ สปป.ลาว พร้อมเน้นย้ำถึงการรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง โดยนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่บริเวณชายแดนหลายครั้ง และยืนยันว่าไทยไม่เคยรุกรานกัมพูชาก่อน แต่ไทยจำเป็นต้องตอบโต้กัมพูชาที่มารุกรานไทยตามความเหมาะสมทางภูมิประเทศ ทั้งนี้สำหรับมาตรการการควบคุมการส่งออกน้ำมัน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังกัมพูชา ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจำกัดการส่งออกน้ำมันไปยัง สปป. ลาว พร้อมย้ำว่า ประเด็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นปัญหาในระดับทวิภาคีเท่านั้น

‘อนุทิน’ยังไม่เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ‘ภท.’ 24 ธ.ค. เผยครม.ถกกรอบ‘งบเลือกตั้ง’ 8 พันล้าน

‘อนุทิน’ยังไม่เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ‘ภท.’ 24 ธ.ค. เผยครม.ถกกรอบ‘งบเลือกตั้ง’ 8 พันล้าน

‘อนุทิน’ยังไม่เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ‘ภท.’ 24 ธ.ค. เผยครม.ถกกรอบ‘งบเลือกตั้ง’ 8 พันล้าน

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.52 น.

‘อนุทิน’ยังไม่เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ‘ภท.’ 24 ธ.ค. เผยครม.ถกกรอบ‘งบเลือกตั้ง’ 8 พันล้าน

เมื่อเวลา 11.48 น.วันที่ 23 ธ.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีวันที่ 24 ธ.ค.นี้ พรรคภูมิใจไทยจะแถลงเปิดนโยบาย ที่ใช้ในการเลือกตั้งจะมีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯของพรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 คนหรือไม่ว่า “ยัง ยัง”

เมื่อถามต่อว่าจะเปิดตัวเมื่อไหร่ นายอนุทิน หยุดฟังคำถาม แต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว และเดินออกจากวงสัมภาษณ์

เมื่อถามอีกว่าต้องของบประมาณการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ด้วยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องขอกกต. และมีเรื่องงบสร้างศักยภาพของกองทัพ รวมถึงงบผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ ส่วนใหญ่งบที่อนุมัติเป็นงบประมาณที่ช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ ไม่ได้เป็นงบก่อหนี้ผูกพันใดๆ นอกจากนี้ ก็มีเรื่องของบในเรื่องการจัดหารถเอ็กซเรย์ยาเสพติด ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น  ขณะเดียวกันยังมีกรอบวงเงินงบประมาณที่จะใช้ในการเลือกตั้งด้วย ซึ่งยังไม่เป็นวงเงินที่แน่นอน เพราะจะต้องนำมาเข้าครม. อีกครั้ง แต่ทั้งหมดต้องขอรับความเห็นชอบและอนุมัติจากกกต.

เมื่อถามย้ำว่างบประมาณที่ใช้ในการเลือกตั้งประมาณ 8 พันล้านบาทใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตอนนี้ประมาณ 8 พันกว่าล้านที่เสนอมาโดยกกต.

‘พลพีร์’ซัดเดือด‘มนพร’ ยัน‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ล้มสมัยรัฐบาลอิ๊งค์ ไม่เกี่ยวรัฐบาลเสียงข้างน้อย

‘พลพีร์’ซัดเดือด‘มนพร’ ยัน‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ล้มสมัยรัฐบาลอิ๊งค์ ไม่เกี่ยวรัฐบาลเสียงข้างน้อย

‘พลพีร์’ซัดเดือด‘มนพร’ ยัน‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ล้มสมัยรัฐบาลอิ๊งค์ ไม่เกี่ยวรัฐบาลเสียงข้างน้อย

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.41 น.

เสียชื่อคนอีสาน! ‘พลพีร์’ซัดกลับ‘มนพร’ ยัน‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ล้มไปตั้งแต่ยุค‘รัฐบาลแพทองธาร’ ไม่เกี่ยวรัฐบาลเสียงข้างน้อย

23 ธันวาคม 2568 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี อดีต สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนางมนพร เจริญศรี อดีตสส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุ โครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่ไม่ได้ไปต่อ เนื่องจากถูกรัฐบาลเสียงข้างน้อยตัดงบประมาณ เพื่อนำไปสนับสนุนโครงการคนละครึ่งพลัสนั้นว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ล้มไปแล้ว ตั้งแต่สมัยรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดยในขณะนั้นน.ส.แพทองธาร อ้างเหตุผลว่าจำเป็นต้องกันงบประมาณไว้รับมือกับมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา (ภาษีทรัมป์) ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับคำร้องกรณีที่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และคณะ มีการโยกงบประมาณไปใช้ในโครงการดังกล่าว โดยไม่เป็นไปตามกรอบที่กำหนด

“เรื่องดิจิทัลวอลเล็ต พอมาถึงยุครัฐบาลแพทองธาร โครงการนี้ มีความเสี่ยงทางกฎหมายแล้ว และเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ก็เลือกที่จะพับเก็บโครงการไปตั้งแต่ต้น แล้วเอางบ 1.57 แสนล้านบาท ไปทำเรื่องน้ำ เรื่องถนน เรื่องท่องเที่ยว ดังนั้นการได้ทำหรือไม่ได้ทำโครงการ จึงไม่เกี่ยวกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่เข้ามาบริหารประเทศต่อเลย” นายพลพีร์ กล่าว

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า การที่นางมนพรนำประเด็นนี้ไปกล่าวหา เป็นการใช้เวทีหาเสียงด้วยการโกหกประชาชนอย่างหน้าไม่อายที่สุด เพราะข้อเท็จจริงทั้งหมดปรากฏอยู่ในสื่อมาโดยตลอดความจริง นางมนพรควรจะขอบคุณพรรคภูมิใจไทยด้วยซ้ำ ที่เคยร่วมผลักดันโครงการนี้ จนเกิดผลสำเร็จในเฟสแรกแต่เมื่อโครงการมีปัญหา พรรคเพื่อไทยเลือกไม่ไปต่อ พรรคภูมิใจไทยก็ไม่ได้คัดค้าน เพราะเราเป็นพรรคร่วมที่ดี มีมารยาททางการเมืองมาโดยตลอด แต่วันนี้กลับนำคำโกหกมาใส่ร้ายกัน เสียชื่อคนอีสาน เสียชื่อลูกหลานอีสานหมด

นายพลพีร์ กล่าวด้วยว่า สำหรับโครงการ คนละครึ่งพลัส ยืนยันว่าเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณที่เหลืออยู่อย่างจำกัดไม่ได้มีการตัดงบจากดิจิทัลวอลเล็ตแต่อย่างใด เพราะโครงการดิจิทัลวอลเล็ตไม่มีงบให้ใช้ตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว ดังนั้นการเมืองที่ดี ไม่จำเป็นต้องปั้นเรื่องโกหกไปหลอกประชาชน เอาความจริง เอาผลงานมาหาเสียงกันดีกว่า การให้ร้ายผู้อื่น ไม่ได้ทำให้ใครสูงขึ้น มีแต่จะทำให้ตัวเองต่ำลงจากคำโกหกที่สร้างขึ้นเท่านั้น