‘สมศักดิ์เจียม’ทนไม่ไหว! ฟาด’โรม’เอียงข้างอเมริกามากไป

'สมศักดิ์เจียม'ทนไม่ไหว! ฟาด'โรม'เอียงข้างอเมริกามากไป

‘สมศักดิ์เจียม’ทนไม่ไหว! ฟาด’โรม’เอียงข้างอเมริกามากไป

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.12 น.

วันที่ 17 มกราคม 2569 นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ปัจจุบันลี้ภัยที่ประเทศฝรั่งเศส โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ตรงนี้คุณสีหศักดิ์พูดถูกนะ อเมริกาไม่ใช่พ่อ วิจารณ์ได้ ตรงไหนพูดไม่ถูกก็ควรวิจารณ์ (ไม่เกี่ยวกับเรื่อง “แกว่งปากหาเสี้ยน” เป็น”พ่อ”ยังวิจารณ์ได้เลย) โรมนี่เอียงข้างอเมริกามากเกินไป น่าเศร้ามาก

ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้แชร์ภาพที่มีโค้ดคำพูด ของ รังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย

โดยคำพูดรังสิมันต์ โรม “ท่านทูตคิดยังไงกับการที่คุณอนุทินออกมาวิจารณ์สหรัฐเอมริกา ผมเห็นด้วยกับการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศแต่การแกว่งปากหาเสี้ยนทำไปทำไม?”

ขณะที่ คำพูดสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว “แล้วเราจะปล่อยให้เขาเล่นงานเราตลอดเวลาหรือครับ เราเป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรี เขามาเล่นงานเรา เราไม่ออกไปบอกเขา หรือว่านี่มันไม่ถูกต้อง เรายอมไม่ได้ครับ แต่เราต้องมีหลักการเราไม่ได้ไปใส่ร้ายเขาอย่างไม่มีเหตุผล”

อนุทิน​ ลุยหาเสียงถนนคนเดินประจวบ​ฯ แวะร่วมร้องเพลง เราสู้ ชาวบ้านชมแก้ปัญหาชายแดน

อนุทิน​ ลุยหาเสียงถนนคนเดินประจวบ​ฯ แวะร่วมร้องเพลง เราสู้ ชาวบ้านชมแก้ปัญหาชายแดน

อนุทิน​ ลุยหาเสียงถนนคนเดินประจวบ​ฯ แวะร่วมร้องเพลง เราสู้ ชาวบ้านชมแก้ปัญหาชายแดน

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.48 น.

‘อนุทิน​‘ ลุยหาเสียงถนนคนเดินประจวบ​ฯช่วยผู้สมัครฯรักษาแชมป์เก่า ฝากเลือก ‘ภูมิใจ​ไทย’ แวะร่วมร้องเพลง ‘เราสู้’ ชาวบ้านชมแก้ปัญหาชายแดน​ ขอยกเสียงให้ทั้งครอบครัว​ 

วันที่ 17 มกรคา 2569 เวลา ​18.00 น.​ นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย​ พร้อมคณะลงพื้นที่ถนนคนเดินเมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ช่วย​นายสังคม แดงโชติ ผู้สมัคร สส.​ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1​ รักษาแชมป์เก่า​ โดยมีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ และนางมนัญญา​ ไทย​เศรษฐ์​  แกนนำพรรค​ ลงพื้นด้วย​ โดยทันทีที่มาถึงมีกลุ่มผู้เลี้ยงโคนม​ พื้นที่ภาคใต้​ เข้ามายื่นหนังสือ​ พร้อมมอบหมวกให้นายอนุทิน​ ​สวมใส่​ 

จากนั้น​ นายอนุทิน​ ได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้ารวมไปถึงประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ​ ที่ถนนคนเดิน หลายคนเข้ามาทวงถามเรื่องของโครงการคนละครึ่ง​ เนื่องจากว่า​ ยังไม่ได้ในเฟตแรก​ ซึ่งนายกรัฐมนตรี​ ก็สัญญาว่า​ หากกลับมาเป็นรัฐบาล​ เดินหน้าโครงการต่อ 100%  นอกจากนี้​ ยังมีบางส่วนเข้ามาให้กำลังใจต่อการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา​ และจะขอยกคะแนนทั้งครอบครัว​ เลือกพรรคภูมิใจไทย​ และตลอดเส้นทางก็มีคนเข้ามาห้อมล้อมขอถ่ายรูปจำนวนมาก​ ใช้เวลาเดินเกือบ​ 2 ชั่วโมง​

นายอนุทิน​ ยังเดินขอคะแนนเสียง​ นอกจากเลือก​ สส.เขตแล้ว ขอเลือกเบอร์ 37 พรรคภูมิใจไทยด้วย​ และจะกลับมาทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้​  ขณะเดียวนอกจากเดินหาเสียงแล้ว​  ยังได้แวะอุดหนุนของกินหลายร้าน​ 

ทั้งนี้​ ระหว่างนายอนุทิน​ เดินหาเสียงอยู่​ มีวงดนตรีของชาวบ้าน​ได้เล่น​ เพลงพระราชนิพนธ์ “เราสู้​” ทำให้นายอนุทิน​ เดินปรี่เข้าไป​ ก่อนที่จะยืนร้องเพลงนี้ด้วย​ ก่อนจะปิดท้ายด้วย”ประเทศไทยจงเจริญ” และชูกำปั้นขึ้นแสดงสัญลักษณ์สู้​  

อัษฎางค์ ชี้เป้า Soft Power สายการเมือง! ยก ศุภจี ใช้ธรรมนำทาง เปลี่ยนสนามรบเป็นมิตรภาพ

อัษฎางค์ ชี้เป้า Soft Power สายการเมือง! ยก ศุภจี ใช้ธรรมนำทาง เปลี่ยนสนามรบเป็นมิตรภาพ

อัษฎางค์ ชี้เป้า Soft Power สายการเมือง! ยก ศุภจี ใช้ธรรมนำทาง เปลี่ยนสนามรบเป็นมิตรภาพ

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.17 น.

วันที่ 17 มกราคม 2568 เอ็ดดี้ อัษฎางค์ คือ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า  จะเรียกสิ่งนี้ว่าอะไรดี “Soft Power ในสนามการเมือง”
#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

บางท่านอาจไม่ทราบว่า ก่อนมารับตำแหน่งรัฐมนตรี คุณศุภจีกำลังศึกษาในระดับปริญญาเอกทางด้านพุทธศาสนา สิ่งนี้คงบอกอะไรกับเราได้บ้างเมื่อนำการศึกษาและอุปนิสัยของเธอมาวิเคราะห์ก็คงเห็นไม่ยากว่า เธอมีธรรมนำทาง แน่นอน

การจะต่อสู้กับศัตรูหรือคู่แข่ง คนเราคงมีวิธีต่างกันไป ซึ่งเราจะเห็นได้จากการแข่งขันหาเสียงเลือกตั้งและการดีเบต

บางคนใช้วิธีตีงู คือต้องตีให้ตาย

บางคนใช้วิธีสาดโคลน (ต่อให้คนอื่นไม่เทาก็ต้องทำให้เทา แต่พวกตนเองมองยังไงก็ไม่เทา)

บางคนบิดเบือนข้อเท็จจริง

แต่คนอย่างคุณแต๋ม เธอเอารักนำทาง ไม่มองคู่แข่งเป็นศัตรู

นี่ไม่ใช่เธอเพิ่งเป็นหรือเพิ่งเริ่มใช้กลยุทธ์แบบนี้

แต่เธอทำแบบนี้มาตั้งแต่เริ่มต้นทำงานหลังจากจบการศึกษา

แต่การใช้ความรัก ความเมตตาและความเข้าใจเข้ารับมือหรือจัดการกับลูกน้อง ศัตรูหรือคู่แข่ง หรือคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเธอก็มี ”ลิมิต“ เธอบอกว่า ถ้าเขาไม่รับไมตรีหรือไม่เข้าใจกัน  ก็ต้องปล่อยไป

ผมว่าน้องไหม ถูกพี่แต๋มตกไปเรียบร้อย แต่น้องไหมก็คงเป็นคนที่ยังมีบุญเพราะไม่ได้เป็นคนประเภท “นอกลิมิต” ที่พี่แต๋มต้องปล่อยไป แต่น้องไหมก็รับไมตรีจากพี่แต๋ม

Soft Power คือความสามารถในการทำให้ผู้อื่น “ต้องการ” สิ่งเดียวกับเราด้วยการดึงดูด ไม่ใช่การบังคับ คุณศุภจีใช้บุคลิกภาพที่อบอุ่น ลดกำแพงของฝ่ายตรงข้าม ทำให้ “ศัตรู” กลายเป็น “คู่

สนทนา” หรือ “มิตร” ได้ชั่วคราว ลดสภาวะความขัดแย้ง

หรือทฤษฎีเกม แบบที่ไม่มองคู่แข่งเป็นศัตรูที่ต้องฆ่าให้ตาย (ตีงู)

ในโลกการเมืองที่เต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บและการเชือดเฉือน คุณศุภจีพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘อาวุธ’ ที่ทรงพลังที่สุดอาจไม่ใช่โวหารที่แหลมคม แต่คือ ‘หัวใจ’ ที่เปี่ยมด้วยเมตตา ซึ่งสามารถเปลี่ยนสนามรบ

ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งมิตรภาพได้ แม้จะเป็นเพียงชั่วครู่ยามก็ตาม

มันจึงมีภาพแบบนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ดีเบต ‘ศุภจี’ VS ‘ศิริกัญญา’ มืออาชีพแท้ กับเด็กฝึกงาน

ปกป้องออกนอกหน้า เอ็ดดี้ ซัด เทวดาข่าว ทำตัวไม่เป็นกลาง

อนุชา ตระเวนชัยนาท ชูนโยบายเพื่อไทย สร้างความเข้าใจรถไฟฟ้า 20 บาท

อนุชา ตระเวนชัยนาท ชูนโยบายเพื่อไทย สร้างความเข้าใจรถไฟฟ้า 20 บาท

อนุชา ตระเวนชัยนาท ชูนโยบายเพื่อไทย สร้างความเข้าใจรถไฟฟ้า 20 บาท

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.52 น.

“อนุชา นาคาศัย” ผู้สมัคร สส.ชัยนาท เขต1 พรรคเพื่อไทย เบอร์ 3 ลุยหาเสียง เน้นย้ำกาเพื่อไทย2ใบ ให้ชนะขาด เพื่อสานต่อนโยบายช่วยให้คนไทยหายจน ทั้งรถไฟฟ้า20บาท ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ล้างหนี้ประชาชนและการสานต่อ 30บาท AI รักษาทุกโรคและโครงการอื่นๆ

วันที่ 17 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายอนุชา  นาคาศัย  ผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.ชัยนาท พรรคเพื่อไทย เบอร์3 ลงพื้นที่พบปะพี่น้องหลายจุด ใน อ.เมือง อ.สรรพยา และ อ.มโนรมย์ เพื่อทำความเข้าใจกับพี่น้องในพื้นที่ เกี่ยวกับนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จับต้องได้ และมีผลงานเป็นประจักษ์ตลอดมา อีกทั้งเป็นนโยบายที่พี่น้องประชาชนได้ใช้จริง   

โดยระหว่างการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี เนื่องจากนายอนุชา ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องประชาชน ไม่ว่าการ ช่วยเรื่องน้ำท่วม และการพาทีมฟุตบอล อบจ.ชัยนาท สู่ความเป็นแชมป์ทำให้พี่น้องชาวชัยนาทมีความสุขเป็นอย่างมาก

นายอนุชา ยังได้ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เรื่องโครงการรถไฟฟ้า20บาทตลอดสายซึ่งคนต่างจังหวัดที่ได้ประโยชน์มาก เพราะส่วนใหญ่ลูกหลานไปเรียนและทำงานในกรุงเทพ ต้องจ่ายค่ารถไปกลับวันละหลายร้อย แต่ถ้ารถไฟฟ้า20บาทตลอดสายไปกลับจะจ่ายเพียงวันละ 40บาท หากคิดทั้งเดือนก็จะจ่ายค่ารถไฟฟ้าเพียงเดือนละ800-1000บาท จากเดิมถ้าหากจ่ายวันละ200ทั้งเดือนก็จะจ่ายประมาณ4,000-5,000ทำให้มีเงินเหลือ 3,000-4,000บาท สามารถนำไปผ่อนคอนโด ที่อยู่อาศัยซึ่งจะกลายเป็นทรัพย์สินของตนในอนาคตได้ ทำให้ลูกหลานมีอนาคตที่ดีขึ้นได้ และทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“สำหรับการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนชาวชัยนาทในวันนี้ ตนเองในฐานะคนชัยนาท ก็อยากจะเห็น จ.ชัยนาทมีความเจริญรุ่งเรือง เนื่องจากจังหวัดชัยนาท เป็นจังหวัดที่ประชาชนส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม สอดคล้องกับหนึ่งนโยบายของพรรคเพื่อไทยก็คือการผลักดันราคาผลผลิตทางการเกษตรอย่างเช่นข้าว ให้มีราคาเพิ่มมากขึ้นจากเดิม จึงอยากเห็นพี่น้องชาวชัยนาท ไม่ว่าเด็กรุ่นใหม่ หรือ คนรุ่นเก่า มาร่วมกันระดมความคิดในการพัฒนา จ.ชัยนาท ให้เป็นชัยนาทโมเดล สามารถทำให้คนในพื้นที่สามารถเจริญเติบโต ดูแลครอบครัวได้ และมีฐานะที่ดีขึ้นได้” นายอนุชากล่าว

สำหรับนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่จะเน้นให้กับคนชัยนาท จะเป็นเรื่องของการพยุงราคาผลผลิตทางการเกษตร ให้มีราคาที่ดีขึ้น ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ที่ทำได้จริงและประสบผลสำเร็จมาแล้ว 

พร้อมกับย้ำว่า ดร.เชน ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรค เป็นคนเก่งและสามารถทำนโยบายต่างๆให้สำเร็จได้แน่นอน จึงขอให้พี่น้องกาพรรคเบอร์9 และเขตของตน เบอร์3 ให้ชนะขาดเพื่อให้เพื่อไทยได้เข้าไปบริหารประเทศอีกครั้ง

พงศพล เตมีย์ ฝ่า PM 2.5 หาเสียงประชาชื่น ชี้รัฐต้องจริงจังแก้ฝุ่น วิกฤตสุขภาพไม่ใช่เรื่องการเมือง

พงศพล เตมีย์ ฝ่า PM 2.5 หาเสียงประชาชื่น ชี้รัฐต้องจริงจังแก้ฝุ่น วิกฤตสุขภาพไม่ใช่เรื่องการเมือง

พงศพล เตมีย์ ฝ่า PM 2.5 หาเสียงประชาชื่น ชี้รัฐต้องจริงจังแก้ฝุ่น วิกฤตสุขภาพไม่ใช่เรื่องการเมือง

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.15 น.

“พงศพล เตมีย์ ฝ่า PM 2.5 หาเสียงประชาชื่น ชี้รัฐต้องจริงจังแก้ฝุ่น วิกฤตสุขภาพไม่ใช่เรื่องการเมือง”

วันที่ 16 มกราคม 2569 นายพงศพล เตมีย์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 7 เบอร์ 1 พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงย่านประชาชื่น ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานต่อเนื่องหลายวัน โดยย้ำว่า ปัญหามลพิษทางอากาศเป็น “วิกฤตสุขภาพของประชาชน” ที่รัฐไม่อาจเพิกเฉยหรือผลักภาระให้ท้องถิ่นเพียงลำพัง

พงศพลระบุว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะผลักดันมาตรการเชิงโครงสร้าง ทั้งการบังคับใช้กฎหมายควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นอย่างจริงจัง การจัดการจราจรในเมืองชั้นใน การสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะที่สะอาด และการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ

“PM 2.5 ไม่เลือกข้างทางการเมือง แต่ทำร้ายคนทำงาน คนหาเช้ากินค่ำ และคนในชุมชนเมืองทุกวัน รัฐต้องยอมรับว่านี่คือปัญหาเชิงนโยบาย ไม่ใช่แค่ฤดูกาล” พงศพลกล่าว

พีระพันธุ์ ลุยสาทร ! ชาวบ้านสะท้อนปัญหา น้ำท่วม-ค่าครองชีพ ชูเป็น วีรบุรุษพลังงาน

พีระพันธุ์ ลุยสาทร ! ชาวบ้านสะท้อนปัญหา น้ำท่วม-ค่าครองชีพ ชูเป็น วีรบุรุษพลังงาน

พีระพันธุ์ ลุยสาทร ! ชาวบ้านสะท้อนปัญหา น้ำท่วม-ค่าครองชีพ ชูเป็น วีรบุรุษพลังงาน

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.53 น.

“พีระพันธุ์” ลุยสาทร ! ชาวบ้านสะท้อนปัญหา “น้ำท่วม-ค่าครองชีพ” ชูเป็น “วีรบุรุษพลังงาน” สานต่อ “ลดค่าไฟ-ล้างบางคอร์รัปชัน” 

วันที่ 17 มกราคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมด้วย นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรค และผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ และนายวนัส ฮ้อแสงชัย ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 2 (ราชเทวี ปทุมวัน สาทร) เบอร์ 7 พรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่เขตสาทร บริเวณซอยสวนพลู และชุมชนโดยรอบ ซึ่งเป็นย่านการค้าและการท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาทักทาย ขอถ่ายรูป และให้การต้อนรับนายพีระพันธุ์อย่างอบอุ่น

ประชาชนในพื้นที่ได้สะท้อนปัญหาสำคัญคือ “เรื่องน้ำท่วมขัง” ในช่วงฤดูฝนที่สร้างความลำบากในเดินทาง นอกจากนี้เรื่องที่ให้ความสนใจมากที่สุดคือราคาพลังงาน โดยระบุว่าต้องการเห็นนายพีระพันธุ์และพรรครวมไทยสร้างชาติเข้ามาเป็นรัฐบาล สานต่อนโยบายลดราคาพลังงานให้ถูกลงกว่าปัจจุบัน เพื่อลดภาระค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น และยังระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เหมือนเป็นนัดล้างตาประเทศไทย หากนายพีระพันธุ์ไม่ได้เป็นรัฐบาล ชีวิตคนคงแย่ คนไทยทุกคนฝากความหวังไว้ที่นายพีระพันธุ์

นอกจากนี้ ประชาชนยังเน้นย้ำเรื่อง การปราบทุจริตคอร์รัปชัน โดยเชื่อว่าหากขจัดการทุจริตได้ ปัญหาอื่น ๆ ของประเทศจะคลี่คลายลงตามลำดับ ซึ่งนายพีระพันธุ์ได้รับปากว่าจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่และจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง

นายพีระพันธุ์และทีมผู้สมัคร สส.เขต ได้เดินทางต่อไปยัง วัดวิษณุ ยานนาวา เพื่อเยี่ยมชมศาสนสถานพราหมณ์-ฮินดูเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 100 ปี และเข้าสักการะองค์เทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางลงพื้นที่ยังเขตต่อไป

ซาบีดา อ้อนคนเมืองคอน ส่ง อวยพรศรี-ราชิต 2 ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เข้าสภาฯ

ซาบีดา อ้อนคนเมืองคอน ส่ง อวยพรศรี-ราชิต 2 ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เข้าสภาฯ

ซาบีดา อ้อนคนเมืองคอน ส่ง อวยพรศรี-ราชิต 2 ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เข้าสภาฯ

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.36 น.

“ซาบีดา” อ้อนคนเมืองคอน ส่ง “อวยพรศรี-ราชิต” 2 ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เข้าสภาฯ ขอพี่น้องชาวไทยมุสลิม เลือกทั้งคนและพรรค เบอร์ 37  ขายนโยบายหลักของพรรค คือความมั่นคงประเทศ ควบคู่รักษาอธิปไตย ดูแลเรื่องปากท้อง 

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดแยกวัดโหนด และที่มัสยิดแสงจันทร์ ต.โพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อช่วยนางอวยพรศรี เชาวลิต ผู้สมัคร สส. เขต 8 หมายเลข 1 พรรคภูมิใจไทย หาเสียง โดยเชิญชวน ประชาชน และพ่อค้าแม่ค้า ที่ตลาดแยกวัดโหนดออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ท่ามกลางบรรยากาศการอบอุ่นเป็นกันเอง พ่อค้า แม่ค้าและประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างดี พร้อมเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสะท้อนปัญหาปากท้องในชีวิตประจำวัน

นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อขอคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยในจังหวัดนครศรีธรรมราชทั้ง 9 เขต พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศชาติ 

นางสาวซาบีดา ระบุว่า นโยบายหลักของพรรคที่ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก คือ ความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการดูแลพื้นที่ชายแดน การเสริมความเข้มแข็งของแนวรั้วชายแดน และการรักษาอธิปไตยของชาติ ควบคู่กับการดูแลเศรษฐกิจและปากท้องประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความมั่นคงในการดำรงชีพ ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทย ยังให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการศึกษา ในฐานะรากฐานอนาคตของประเทศ โดยมุ่งเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทุกช่วงวัย เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

นอกจากนี้นางสาวซาบีดา ยังได้ลงพื้นที่ ช่วยนายราชิต สุดพุ่ม ผู้สมัคร สส. เขต1 หมายเลข 5 นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย  หาเสียงที่โรงเรียนอัลมูวาห์ฮิดีน  และมัสยิดการาหมาดบ้านหัวทะเลตำบลนาเคียน หาเสียง โดยเน้นย้ำให้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. นี้ และสนับสนุนผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ทั้งเขต และพรรคเบอร์ 37 เพื่อให้ไปสานต่องานที่เคยทำไว้ พร้อมยกตัวอย่างสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเคยผลักดัน เพื่อชาวไทยเชื้อสายมุสลิม คือ ใช้เวลาเกือบ 3 ปีที่เข้ามาทำงาน ลดราคา ให้ผู้ที่จะไปประกอบพิธี ฮัจญ์ ได้เกือบ 300 ล้านบาท  

‘บิ๊กป้อม’ ย่องเงียบ กินก๋วยเตี๋ยวร้านดัง หลังวางมือการเมือง ประชาชนแห่ให้กำลังใจ

‘บิ๊กป้อม’ ย่องเงียบ กินก๋วยเตี๋ยวร้านดัง หลังวางมือการเมือง ประชาชนแห่ให้กำลังใจ

‘บิ๊กป้อม’ ย่องเงียบ กินก๋วยเตี๋ยวร้านดัง หลังวางมือการเมือง ประชาชนแห่ให้กำลังใจ

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.21 น.

“บิ๊กป้อม” ย่องเงียบ กินก๋วยเตี๋ยวร้านดัง ย้ำมาส่วนตัวไม่เกี่ยวการเมือง ประชาชนแห่ให้กำลังใจ ดีใจเห็นหน้าตาสดชื่น

วันนี้ 17 มกราคม 2569 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกลุ่มเพื่อน เดินทางไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวร้านดังย่านเทพรักษ์–วัชรพล เป็นการส่วนตัวอย่างเรียบง่าย โดยมีสีหน้ายิ้มแย้ม ยกมือไหว้ทักทายประชาชนที่พบเห็นตลอดทางอย่างเป็นกันเอง

ทั้งนี้ระหว่างนั่งรับประทานอาหาร มีประชาชนทยอยเข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างต่อเนื่อง หลายคนแสดงความดีใจที่ได้เห็นพล.อ.ประวิตร มีสุขภาพแข็งแรง สดชื่น พร้อมอวยพรให้มีพลานามัยที่ดี ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น

อย่างไรก็ตาม มีประชาชนบางส่วนบอกว่า แม้ท่านจะวางมือจากบทบาททางการเมืองแล้ว แต่ยังรู้สึกผูกพัน และดีใจที่ได้เห็นพล.อ.ประวิตร ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางกำลังใจจากประชาชนที่เข้ามาทักทาย

ขณะเดียวกัน ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 12 พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างลงพื้นที่หาเสียง ได้เข้าไปกราบสวัสดีเพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ย้ำชัดว่า การมารับประทานอาหารครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือการหาเสียง พร้อมให้กำลังใจผู้สมัคร ขอให้ตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และประสบความสำเร็จในการทำงานเพื่อประชาชนในพื้นที่

อภิสิทธิ์​ เปิดใจเหตุหวนคืนประช​าธิปัตย์​ แย้มวิธีทำการเมืองสุจริต ปราบโกง 4 ระดับ

อภิสิทธิ์​ เปิดใจเหตุหวนคืนประช​าธิปัตย์​ แย้มวิธีทำการเมืองสุจริต ปราบโกง 4 ระดับ

อภิสิทธิ์​ เปิดใจเหตุหวนคืนประช​าธิปัตย์​ แย้มวิธีทำการเมืองสุจริต ปราบโกง 4 ระดับ

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.03 น.

”ประช​าธิปัตย์​“จัดงานระดมทุนทอล์คโชว์​สู้เลือกตั้ง “ชัยวุฒิ” รับผลดีเกินคาด “อภิสิทธิ์​” เผย อุ่นใจไม่สูญพันธุ์โวตอนนี้เป็นตัวแปรแต่อีก20 วันอาจเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล เปิดใจเหตุหวนคืนพรรคแย้มวิธีทำการเมืองสุจริต ปราบโกง4 ระดับ

วันที่17 มกราคม 2569 เวลา 14.30 น. พรรคประชาธิปัตย์​ จัดงาน“รวมพลคนทำเป็น” ร่วมสนับสนุนงานระดมทุน​พรรคประชาธิปัตย์ที่โรงละคร​เคแบงก์​ สยาม​พิฆเนศ​ ชั้น 7 สยามสแควร์โดยมี​ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค​นายอภิสิทธิ์​ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค​ นายกรณ์​ จาติกวณิช​ และนางการดี เลียวไพโรจน์​ และผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ตย์ ผู้บริหารพรรคจากทั่วประเทศและผู้สนับสนุนพรรคร่วมงานจำนวนมาก โดบขายเก้าอี้ทอล์คโชว์ ราคาตั้งแต่ 30,000-300,000 บาท ลดหลั่นกันไปของเก้าอี้ด้านหน้าติดเวทีที่นั่งละ 3 แสนบาท, 2 แสนบาท , 1 แสนบาท ,5 หมื่นบาทและ3 หมื่นบาท  บรรยากาศ​เป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อนายอภิสิทธิ์​เดินทางมาถึงได้พบปะกับบรรดาผู้สนับสนุน​ที่มารอมอบช่อดอกไม้และ​ถ่ายรูปร่วมกันอย่างเป็นกันเอง​ พร้อมให้เขียนรับฟังความิดเห็นที่บอร์ดด้านหน้างานเพื่อพรรคจะนำมารวบรวมประเด็นหมวดหมู่ปัญหาเสียงสะท้อน​

โดยนายอภิสิทธิ์​ กล่าวตอนหนึ่งบนเวทีแสดงวิสัยทัศน์​ ว่า ถ้าพูดกันทางการเมืองปกติเรียกกันว่า งานระดมทุน แต่ในสถานการณ์บ้านเมืองอย่างนี้ ไม่ใช่แค่การระดมทุน แต่เป็นการที่ทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเมืองที่สุจริต ตนเคยบอกก่อนหน้านี้ว่า จะไม่ยุ่งทางการเมืองแล้ว แต่ก็ทนไม่ไหวต้องกลับมา  2 ปีที่ผ่านมาตนใช้ชีวิตในสถานการณ์ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า วันหนึ่งจะต้องลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคที่ตนรักหลงใหลและผูกพันมาตั้งแต่สมัยยังเรียนหนังสือระดับประถมศึกษา 

“ที่ผมออกไป ไม่ใช่เพราะไม่สนใจการเมือง​ หรือไม่สนใจบ้านเมือง แต่ออกไปเพราะสภาวะแวดล้อมทางการเมืองไม่เปิดทาง​ให้ผมสามารถทำงานทางการเมืองตามความเชื่อตามอุดมการณ์ของผมได้​  2 ปีนั้นผมเจอผู้คน ไม่ว่าจะที่ไหน ต้องเจอกับประโยคที่ได้ยินบ่อยมากอยู่ 2 ประโยค คือ1.เสียดายพรรคนะ ซึ่งแม้จะสั้น​ แต่เจ็บปวด​ สำหรับคนที่อยู่บ้านหลังนี้มาเป็นเวลานาน กับประโยคที่ 2 คุณปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้ได้อย่างไร คุณอยู่เฉยได้อย่างไร หรือประเทศเป็นแบบนี้ได้อย่างไร คือเราต้องทนกับความเสื่อมของค่านิยมที่ปล่อยให้การโกงการทุจริตคอรัปชั่นระบาดไปทั่วบ่อนทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านเมืองของเราหรือกรณีบุคคลที่มีประวัติทำผิดคดีร้ายแรง ก็สามารถที่จะลอยนวล หรือมีอำนาจในทางการเมืองได้อย่างไม่น่าเชื่อ ผมอายเวลาที่มีแขกต่างประเทศ​ หรือทูตานุทูตถามผมเรื่องนี้ว่า ประเทศไทยการเมืองไทยเป็นแบบนี้หรือ แต่ก็มีเช่นเดียวกันที่มาบอกผมว่า อย่ากลับเลยการเมือง เป็นพระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งท่านที่บอกว่า เลิกการเมืองดีแล้ว​ เพราะคนอย่างคุณกะล่อนไม่เป็น ไม่ควรเป็นนักการเมือง” นายอภิสิทธิ์ กล่า

นายอภิสิทธิ์​ กล่าวต่อว่า เมื่อเกิดเปลี่ยนแปลงในพรรค​เมื่อ 3 เดือนก่อนตนมีโอกาสไม่ใช่การกู้พรรค​ แต่ต้องทำให้พรรคกลับมาช่วยกอบกู้ประเทศชาติบ้านเมือง ถือเป็นโจทย์ที่ยากมาก แต่คำพูดที่ว่า เสียดายพรรค จากคนที่อยู่ต่างพรรค​ จึงตกผลึกว่า เป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนพรรคอื่น  พรรคนี้เป็นสถาบันทางการเมือง​ รวมคนที่มีความคิดในทิศทางเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนบ้านเมือง​ ที่ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ หรือผลเฉพาะหน้าการเลือกตั้งเพื่อส่งต่อพรรคนี้ให้คนรุ่นใหม่ จากรุ่นสู่รุ่นได้  การทำพรรคครั้งนี้ เราประกาศทำการเมืองสีขาว ไม่เอาทุนเทา การทุจริตในต่างประเทศจัดไว้4 ระดับคือ 1.พริตตี้ คอรัปชั่น (Petty)คือการทุจริตเล็กๆน้อยๆ ค่าเบี้ยใบ้รายทาง  แก้โดยการปฏิรูประบบราชการ   2.โปรเจ็ค คอรัปชั่น(Project)คือการทุจริต จัดซื้อจัดจ้าง  ฮั้ว มีเงินทอน แก้โดยเร่งออกกฎหมายปิดช่องให้เปิดเผยข้อมูลการประมูลทั้งระบบและใช้เทคโนโลยีช่วย  3.โพซิชั่น คอรัปชั่น (Position) การซื้อขายตำแหน่งในกระทรวงต่างๆ ถือว่าเลวร้ายที่สุดในรอบ4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนักการเมืองชอบ เพราะได้เงินไปแล้วไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ผู้ใแก้ไขโดยทำให้ขบวนการโยกย้ายข้าราชการโปร่งใส ลดการย้ายข้ามหัวกระโดดค้ำถ่อ จะข้ามมาเป็นปลัดกระทรวงฯ อธิบดีก็ลดลงได้ และ4. โพลิซี คอรัปชั่น(Polity) คือการทุจริตในเชิงนโยบาย ที่มาของปัญหาความขัดแย้ง ผลประโยชน์ของบุคคลที่ ต่อไปนี้ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในนโยบายต่างๆ ในการบริหารระดับสูง ต้องเปิดเผยข้อมูลความเกี่ยวข้อง กับธุรกิจหรือเครือข่ายธุรกิจกลุ่มต่างๆ อะไร อย่างไรบ้าง  เหล่านี้สรุปสั้นๆว่า เรามีแนวทางแก้ไขใน 90 วันแรก   

“ตอนนี้อุ่นใจระดับหนึ่งแล้ว เพราะไม่มีใครว่าสูญพันธุ์แล้ว  และไม่ใช่พรรคเล็กแล้ว และมีคนเริ่มพูดว่าเราเป็นพรรคตัวแปรแล้ว  กลัวอย่างเดียวว่าเราจะเป็นพรรคแกนนำ กลัวอย่างเดียวอีก20 วัน จะเป็นแกนนำและเตรียมตัวไม่ทัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า การรับบริจาคระดมทุนของครั้งนี้ ทางพรรคได้ทำเรื่องขออนุญาติต่อ กกต. แล้ว  ครั้งแรกตั้งใจว่าจะขายโต๊ะรับประทานอาหารเหมือนเมื่อก่อน แต่พอมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งออกมา เราก็ปรับให้ไม่มีการจัดเลี้ยง ในงานทอล์คนี้ แม้แต่น้ำดื่นม เรายังไม่ให้มีเลย เพราะตั้งรัดกุมเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้ถูกกฎทุกอย่าง  แต้ทั้งนี้ยังไม่สามารถบอกตัวเลขได้ว่า ขายบัตรได้จำนวนเท่าไหร่ เพราะคนซื้อบางคนไม่ได้มางานเองก็มี  แต่ต้องยอมรับว่า ผลดีกว่าที่คาดไว้มาก เพราะขณะนี้ยังมีการบริจาคเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งทุกอย่างเราต้องทำรายงานต่อ กกต. 

อนุทิน สักการะศาลหลักเมือง ชุมพร ปชช. มอบเหรียญพ่อท่านคล้าย คุณยาย 95 ปี อวยพรให้โชคดี

อนุทิน สักการะศาลหลักเมือง ชุมพร ปชช. มอบเหรียญพ่อท่านคล้าย คุณยาย 95 ปี อวยพรให้โชคดี

อนุทิน สักการะศาลหลักเมือง ชุมพร ปชช. มอบเหรียญพ่อท่านคล้าย คุณยาย 95 ปี อวยพรให้โชคดี

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.42 น.

‘อนุทิน’ ปิดท้ายหาเสียงชุมพร! เดินรอบตลาดกว่า 1 กม. แวะซื้อเสื้อ ‘อสม.’ใส่ ก่อนสักการะศาลหลักเมือง ปชช. มอบเหรียญ ‘พ่อท่านคล้าย’ ขอให้โชคดี ด้าน ‘คุณยาย 95 ปี’ อวยพรท่องเลข 4-37

ว17ม.ค.2569 เมื่อเวลา14.00น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคณะเดินทางถึงตลาดสดเทศบาลเมืองชุมพร อ.เมือง พบปะประชาชน​ โดยเดินรอบตลาด​มากกว่า​ 1 กิโล​เมตร​ ซึ่ง​ 2 ข้างทางมีคนมารอขอถ่ายรูป​ มีกองเชียร์ส่งเสียงสนับสนุน เลือกเบอร์ 37 ตลอดทาง​ พ่อค้าแม่ค้าบางคนเข้ามาสอบถามเรื่องของโครงการคนละครึ่ง ซึ่งนายอนุทิน​ รับปากว่า​ ถ้าได้กลับมาจะสานต่ออย่างแน่นอน​ 

ขณะเดียวกัน​ มีแฟนคลับเข้ามามอบ​ เหรียญหลวงพ่อคล้ายวาจาสิทธิ์​ ให้นายอนุทิน​ ก่อนจะอวยพรให้โชคดี​ และยังมีคุณยายวัย​ 95 ได้ท่องเลข 4-37 ซึ่งเป็นเลขของพรรคภูมิใจไทย และของ​ สส.เขต​ ก่อนจะบอกว่า​ “ขอให้นายกฯ โชคดี” ทำให้นายอนุทินถึงขั้นลงไปกราบที่ตักของคุณยาย​ และมีแม่ค้าขายเค้กส้ม ได้เรียกให้นายอนุทิน​ ลองชิมเค้กส้ม​ ซึ่งเจ้าตัวก็ลองชิมก่อนจะเรียกภรรยามาทานด้วย

ทั้งนี้ ระหว่างทางที่เดินมาศาลหลักเมือง จ.ชุมพร นายอนุทิน ได้แวะซื้อเสื้อ อสม. มาสวมใส่ ก่อนเดินทักทายประชาชนต่อ และเมื่อมาถึงศาลหลักเมืองชุมพร ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายของการหาเสียงจ.ชุมพร นายอนุทินได้สักการะ พร้อมผูกผ้าสามสี ปิดทอง ซึ่งนายอนุทินได้ปิดที่ยอดเสา และปิดท้ายด้วยการเติมน้ำมันตะเกียง

ต่อจากนั้น นายอนุทิน ได้เดินทางไปหาเสียงต่อ ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์