เปิดเบื้องหลัง ‘วารี๑๐๐ศพ’ งานสร้างสุดหินกลางป่าจริง ผู้กำกับเผยโจทย์ใหญ่ เนรมิต “วารีปะศพ” ให้สวย สงบ

7 กันยายน 2569 เวลา 12:39 น.

เบื้องหน้าคือเมืองเล็กที่ดูเงียบสงบ แต่เบื้องหลังกลับเป็นหนึ่งในโจทย์การถ่ายทำที่ท้าทายไม่น้อย สำหรับ “วารี๑๐๐ศพ (Still Water)” ซีรีส์แนวฆาตกรรมสืบสวน สตรีมได้บน Disney+ ที่ครั้งนี้เปิดภาพเบื้องหลังให้เห็นอีกด้านของงานสร้าง ตั้งแต่การออกแบบโลกของ “วารีปะศพ” การยกกองเข้าถ่ายทำในพื้นที่ธรรมชาติจริง ไปจนถึงงาน Special Effects และการสร้างศพที่ต้องสมจริงพอจะกลายเป็นส่วนสำคัญของการเล่าเรื่อง

ความยากยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อทีมงานเลือกใช้ สถานที่จริงและธรรมชาติจริงเป็นส่วนสำคัญของงานภาพ โดยเดินทางถ่ายทำครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ ระยอง กาญจนบุรี เพชรบุรี นครนายก กรุงเทพฯ และปทุมธานี ตั้งแต่ป่า พื้นที่ริมน้ำ ชุมชน ไปจนถึงสถานที่ซึ่งถูกนำมาออกแบบใหม่ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวารีปะศพ การทำงานจึงต้องเผชิญทั้งสภาพอากาศ การเดินทาง พื้นที่เปียกชื้น การถ่ายทำในป่า รวมถึงการทำงานต่อเนื่องตั้งแต่กลางวันจนถึงกลางคืน

ธนภณ ประสารทอง ผู้กำกับ“โจทย์ของเราคือทำให้คนดูรู้สึกว่าวารีปะศพเป็นสถานที่จริง ทุกโลเคชันต้องเชื่อมต่อกันและมีบรรยากาศเดียวกัน เราอยากให้ธรรมชาติที่ดูสวยและสงบ กลับทำให้คนดูรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติอยู่ตลอดเวลา ยิ่งสถานที่ดูสงบเท่าไร ความรู้สึกไมปลอดภัยก็ยิ่งชัดขึ้น”
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทีมสร้างให้ความสำคัญอย่างมาก คือ งาน Special Effects และการออกแบบศพ เพราะคดีฆาตกรรมไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างความสะเทือนขวัญ แต่ “สภาพของศพ” ยังเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานและการเล่าเรื่อง ทีมงานจึงต้องทำงานอย่างละเอียด ตั้งแต่การสร้างชิ้นส่วนร่างกายจำลอง การแต่งบาดแผล เลือด ไปจนถึงอวัยวะภายใน เพื่อให้ภาพที่ปรากฏมีความสมจริงและสอดรับกับโลกของเรื่อง

ภาพเบื้องหลังยังเผยให้เห็นความทุ่มเทของกองถ่ายในฉากสำคัญกลางป่า ทั้งการเซ็ตศพกลางพื้นที่น้ำ การติดตั้งอุปกรณ์และแสงในพื้นที่ซึ่งเข้าถึงยาก รวมถึงการทำงานของนักแสดงท่ามกลางเลือดและเอฟเฟกต์เป็นเวลานาน หลายฉากที่ผู้ชมเห็นเพียงไม่กี่นาทีบนหน้าจอ จึงเกิดจากการเตรียมงานและประสานงานของหลายฝ่ายอย่างละเอียด

สำหรับผู้กำกับ ความโหดของ “วารี๑๐๐ศพ (Still Water)” จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทำให้ผู้ชมตกใจ แต่ถูกใช้เป็นภาษาภาพเพื่อพาคนดูเข้าไปสำรวจด้านมืดของผู้คนในเมืองเล็กแห่งนี้ เพราะภายใต้ความสงบของ “วารีปะศพ” ทุกตัวละครต่างมีความคิด ความปรารถนา ความสัมพันธ์ และความลับที่ไม่เหมือนกัน และยิ่งเรื่องราวเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไร ก็ยิ่งยากที่จะตัดสินว่า ใครคือเหยื่อ และใครกันแน่คือฆาตกร

“วารี๑๐๐ศพ (Still Water)” ซีรีส์แนวฆาตกรรมสืบสวน นำโดย ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์, ชิปปี้ ศิริน ปรีดียานนท์ เสริมทัพด้วยนักแสดงที่ล้วนมีเอกลักษณ์และพลังการแสดงเฉพาะตัว ทั้ง น้ำฝน กุลณัฐ, แป้ง อรจิรา แหลมวิไล, แบงค์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์, จูเนียร์ กาจบัณฑิต ใจดี และ แพรว เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค พร้อมด้วย แจ๊บ เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล และ ต๊อบ สหัสชัย ชุมรุม ที่โคจรมาร่วมสร้างความเข้มข้นให้กับเรื่องราวซึ่งเต็มไปด้วยปริศนา ความลับ และความสัมพันธ์อันซับซ้อน  

“วารี๑๐๐ศพ (Still Water)” ซีรีส์แนวฆาตกรรมสืบสวน นำโดย ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์, ชิปปี้ ศิริน ปรีดียานนท์ เสริมทัพด้วยนักแสดงที่ล้วนมีเอกลักษณ์และพลังการแสดงเฉพาะตัว ทั้ง น้ำฝน กุลณัฐ, แป้ง อรจิรา แหลมวิไล, แบงค์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์, จูเนียร์ กาจบัณฑิต ใจดี และ แพรว เฌอมาวีร์ สตรีมได้แล้ววันนี้บน Disney+ ที่นี่ที่เดียว

SOCIAL MEDIA
X: @disneyplusth
Instagram: @disneyplusth
Facebook: @DisneyPlusThailand
TikTok: @disneyplusth
Hashtag: #DisneyPlusTH #วารีร้อยศพ

เปิดเคสใหญ่ ‘อูม วิยะดา–ก้อย วาสนา’ศัลยกรรมครั้งใหม่

7 กันยายน 2569 เวลา 12:36 น.

เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เมื่อสองนักแสดงมากประสบการณ์อย่าง “อูม วิยะดา อุมารินทร์” และ “ก้อย-วาสนา สิทธิเวช” ควงคู่เปิดใจถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญในการกลับมาทำศัลยกรรมใบหน้าอีกครั้ง พร้อมเผยเบื้องหลังการวางแผนผ่าตัดครั้งใหญ่กับ “หมอบิล นพ. พัชรพล อิงพงษ์พันธ์” ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางแม้ทั้งสองคนจะเคยผ่านการศัลยกรรมมาก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปัญหาความหย่อนคล้อย ริ้วรอย ร่องแก้ม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้าตามวัย ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจกลับมาปรึกษาอย่างจริงจังอีกครั้ง

“ก้อย วาสนา” เปิดใจว่า สิ่งที่ต้องการไม่ใช่การกลับไปมีใบหน้าเหมือนวัยสาว แต่เป็นการดูแลตัวเองให้ดูสดใสและมั่นใจขึ้นในวัยปัจจุบัน

ขณะที่ “อูม วิยะดา” เผยว่า นอกจากปัญหาความหย่อนคล้อยตามวัยแล้ว ยังมีรายละเอียดจากการผ่าตัดเดิมหลายจุดที่ต้องได้รับการแก้ไข จึงต้องการแพทย์ที่สามารถมองภาพรวมและวางแผนแก้ไขใบหน้าอย่างสมดุล

ด้าน “หมอบิล” เผยว่า ทั้งสองเคสถือว่ามีความซับซ้อน เนื่องจากเคยผ่านการผ่าตัดมาก่อน จึงต้องประเมินทั้งโครงสร้างเดิม แนวแผล พังผืด และเนื้อเยื่อ รวมถึงผลกระทบจากการผ่าตัดครั้งก่อน เพื่อออกแบบแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

แม้ทั้งสองท่านจะได้รับการดูแลหลายจุด ทั้งการดึงหน้าชั้นลึก V-Facelift การกระชับลำคอ การยกคิ้วส่องกล้อง การจัดการบริเวณใต้ตา รวมถึงการแก้ไขโครงสร้างจมูกแบบ Open แต่หมอบิลย้ำว่า เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การสร้าง “หน้าใหม่” ให้เหมือนกัน“ผมไม่ได้มีแบบหน้าสำเร็จรูป คนไข้แต่ละคนมีโครงสร้าง อายุ คุณภาพผิว และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน เป้าหมายคือทำให้เขายังเป็นคนเดิม แต่ดูสดใสขึ้น สมดุลขึ้น และมั่นใจขึ้น”

สำหรับการผ่าตัดครั้งนี้ ทั้งสองเคสสามารถวางแผนการผ่าตัดในรอบเดียว โดยใช้เวลาประมาณ 6–8 ชั่วโมง ภายใต้การดูแลของหมอบิลและวิสัญญีแพทย์ตลอดการผ่าตัด โดย “หมอบิล” ให้ความสำคัญกับการประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยของคนไข้เป็นอันดับแรก

“ก้อย วาสนา” ยอมรับว่าก่อนผ่าตัดมีความกังวล แต่หลังจากได้พูดคุยและศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ทำให้เกิดความมั่นใจ และเมื่อเห็นผลลัพธ์ก็รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิด เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ยังเป็นหน้าของก้อย ไม่ได้กลายเป็นคนอื่น”เช่นเดียวกับ “อูม วิยะดา” ที่ยอมรับว่าด้วยประสบการณ์การผ่าตัดในอดีต ทำให้คิดเรื่องความปลอดภัยอย่างรอบคอบ แต่สิ่งที่สร้างความมั่นใจคือการได้รับคำอธิบายอย่างตรงไปตรงมาถึงข้อจำกัดและความเหมาะสมของแต่ละจุดอีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสนใจคือ อายุ 50–70 ปีขึ้นไป ยังสามารถทำศัลยกรรมใหญ่ได้หรือไม่? “หมอบิล” ย้ำว่า อายุไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการตัดสิน แต่ต้องพิจารณาจากสุขภาพ ความพร้อมของร่างกาย โรคประจำตัว ประวัติการผ่าตัด และความเสี่ยงของแต่ละบุคคลปิดท้ายด้วยมุมมองที่ตรงกันของทั้ง “อูม วิยะดา” และ “ก้อย วาสนา” ว่า “ความสวยไม่มีอายุ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาข้อมูล เลือกแพทย์ให้ตรงกับปัญหา และตัดสินใจบนพื้นฐานของความเหมาะสมและความปลอดภัย”เพราะสำหรับทั้งสองคนในวันนี้ ผลลัพธ์ที่ต้องการไม่ใช่การย้อนวัยให้กลายเป็นคนใหม่ แต่คือการกลับมามองกระจกแล้วเห็น “ตัวเองในเวอร์ชันที่สดใสและมั่นใจกว่าเดิม”

‘แพทริเซีย – กัน – อนันดา’ฝืนลิขิตรัก ฝ่าคำสาปมรณะ ‘สาปอสรพิษ’

7 กันยายน 2569 เวลา 12:15 น.

ตำนานอสรพิษกำลังกลับมาคืนชีพ พร้อมพาผู้ชมดำดิ่งสู่รักต้องห้ามและปริศนาฆาตกรรมที่วิทยาศาสตร์ไม่อาจอธิบาย การพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ “แพทริเซีย กู๊ด” ในการประชันฝีมือกับ “กัน อรรถพันธ์” และ “อนันดา เอเวอริงแฮม” ภาพยนตร์ระทึกขวัญ-แฟนตาซีที่จะมาผสานความหลอนและความดราม่าเข้มข้น เมื่อดวงตาคู่หนึ่งอาจปลิดชีวิตผู้คนทั้งหมู่บ้านให้กลายเป็นหิน

ชีวิตอันสงบของหมู่บ้านเล็ก ๆ ต้องสั่นคลอน เมื่อ แอนนา (แพทริเซีย กู๊ด) หญิงสาวผู้สืบสายเลือดราชางูโบราณ ย้ายมาปักหลักพร้อม สุทัด (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) ผู้เป็นพ่อที่พยายามปกปิดชะตากรรมของลูกสาวจากสายตาโลกภายนอก ภายใต้รูปลักษณ์งดงาม หญิงสาวต้องสวมแหวนลงอาคมไว้ตลอดเวลาเพื่อควบคุมร่างอสรพิษ เพราะทันทีที่มันถูกถอดออก เส้นผมของเธอจะกลายเป็นงู และใครก็ตามที่เผลอสบตาจะถูกฤทธิ์คำสาปเปลี่ยนร่างให้กลายเป็นหินทันที ท่ามกลางชีวิตที่ต้องหลบซ่อน เธอได้รู้จักกับ เก้า (กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์) หนุ่มเพื่อนบ้านผู้โดดเดี่ยว ความเข้าใจก่อตัวเป็นสายสัมพันธ์ลึกซึ้ง แม้ชายหนุ่มจะล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของแอนนา เขาก็ยังเลือกยืนเคียงข้างเธอโดยไร้ความกลัว ทว่าความรักครั้งนี้กลับยิ่งทวีความอันตราย เมื่อ เบนจามิน (อนันดา เอเวอริงแฮม) เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เดินหน้าเข้ามาคลี่คลายคดีประหลาด และเส้นทางการสืบสวนกำลังสาวลึกมาถึงความลับที่เธอซ่อนไว้

ร่วมเปิดตำนานรักต้องคำสาป และค้นหาความจริงในภาพยนตร์ “สาปอสรพิษ (Serpent Beauty)”วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 เวลา 21.00 น. ในช่วง “มูฟวี่ พรีเมียร์ ปักหมุดหนังใหม่” ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และhttps://true4u.com/live/

#สาปอสรพิษ

#แพทริเซีย

#กันอรรถพันธ์

#อนันดา

#ทรูโฟร์ยูช่อง24

‘เจสสิกา แชสเทน’เฉือนคมเกมการเมือง เปิดโปงเบื้องหลังอำนาจใน ‘มิสสโลน เธอโลกทึ่ง’ ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24

7 กันยายน 2569 เวลา 12:12 น.

ถึงเวลาวัดไหวพริบในสมรภูมิที่ทุกคนพร้อมหักเหลี่ยม “เจสสิกา แชสเทน” ระเบิดพลังการแสดงในบทหญิงแกร่งผู้ไม่เคยยอมแพ้ พาผู้ชมเจาะลึกเกมการเมืองสุดร้อนแรงใน “มิสสโลน เธอโลกทึ่ง” ภาพยนตร์ระทึกขวัญฝีมือผู้กำกับ “จอห์น แมดเดน”

เบื้องหลังศูนย์กลางอำนาจแห่งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. “อลิซาเบธ สโลน” (เจสสิกา แชสเทน) คือนักล็อบบี้ยิสต์แถวหน้าผู้ขึ้นชื่อเรื่องไหวพริบ ความเด็ดขาด และความกระหายในชัยชนะ เมื่อเธอได้รับข้อเสนอจากตัวแทนธุรกิจอาวุธปืนให้วางแผนต่อต้านร่างกฎหมายเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบประวัติผู้ซื้ออาวุธ สโลนกลับปฏิเสธงานและตัดสินใจออกจากบริษัทของ “จอร์จ ดูปอนต์” (แซม วอเตอร์สตัน) เพื่อร่วมงานกับบริษัทคู่แข่งที่บริหารโดย “โรดอลโฟ ชมิดต์” (มาร์ก สตรอง) พร้อมนำทีมผลักดันกฎหมายดังกล่าวให้ผ่านความเห็นชอบ การเดินเกมครั้งนี้ทำให้เธอต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ผู้ทรงอิทธิพล และเลือกใช้ทุกกลยุทธ์เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ ทว่าแผนการอันแยบยลกลับส่งผลกระทบต่อ “เอสเม มานูคาเรียน” (กูกู เอ็มบาธา-รอว์) เพื่อนร่วมทีมผู้มีอดีตอันเจ็บปวด จนสนามการเมืองแปรเปลี่ยนเป็นสงครามที่พร้อมทำลายทั้งหน้าที่การงาน ชีวิตส่วนตัว และคนรอบข้างของเธอ ติดตามบทสรุปของเกมอำนาจที่ไม่มีพื้นที่ให้ผู้แพ้ใน “มิสสโลน เธอโลกทึ่ง” (Miss Sloane) วันเสาร์ที่ 5 กันยายนนี้ เวลา 12:30 น.  ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และรับชมออนไลน์ได้ที่ https://true4u.com/live/

‘ตั๊ก ศิริพร’กลั้นน้ำตาไม่อยู่ส่ง ‘น้องภู’ บินเรียนต่อปริญญาโทประเทศอังกฤษ ‘นุ้ย เชิญยิ้ม’ ร่วมอวยพรสุดอบอุ่น

7 กันยายน 2569 เวลา 11:44 น.

ทำเอาหัวอกคนเป็นแม่อดตื้นตันไม่ได้ สำหรับนักร้องและนักแสดงรุ่นใหญ่ ตั๊ก ศิริพร อยู่ยอด ที่ล่าสุดได้เดินทางไปส่งลูกชายสุดที่รัก น้องภู บินลัดฟ้าไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ ประเทศอังกฤษ บรรยากาศที่สนามบิน “แม่ตั๊ก” ได้โพสต์คลิปวิดีโอบันทึกโมเมนต์สำคัญ ขณะร่ำลากับลูกชาย ซึ่งแม้เจ้าตัวจะพยายามยิ้มและกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ก็แฝงไปด้วยความภาคภูมิใจและความห่วงใยตามประสาคนเป็นแม่อย่างชัดเจน โดยมีช็อตสวมกอด สัมผัสแก้ม และการหอมแก้มแสดงความรักอันอบอุ่นก่อนออกเดินทาง

ทางด้านคุณพ่อ นุ้ย เชิญยิ้ม (ชูเกียรติ เอี่ยมสุข) ก็ได้โพสต์ภาพสวมกอดลูกชายพร้อมระบุข้อความอวยพรผ่านโซเชียลมีเดียว่า “พ่อขอให้น้องภูเดินทางไกลไปศึกษาต่อต่างประเทศครั้งนี้ปลอดภัย ร่มรื่น ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ และได้รับความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจ พ่อแม่เป็นกำลังใจให้ลูกเสมอครับ”

ดี้ นิติพงษ์ ย่องพบ อัสนี หลังเวที ก่อนโอด ขอปิ๊กกีตาร์ไม่ง่ายอย่างที่คิด

7 กันยายน 2569 เวลา 11:43 น.

ดี้

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 นักแต่งเพลงชื่อดังอย่าง นิติพงษ์ ห่อนาค โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 9 วินาที ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Nitipong Honark ถึงบรรยากาศการไปร่วมชมคอนเสิร์ตของศิลปินร็อกระดับตำนานอย่าง อัสนี-วสันต์ โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “วันนี้ได้ฤกษ์ไปชมคอนเสิร์ตแสดงมุทิตาจิตร็อคแอนด์โรลสูงวัย อัสนี วสันต์ ที่เป็นที่ร่ำลือทุกสารทิศว่าผู้คนมืดฟ้ามัวดินต่างแหแหนกันมาชม

ฉันแอบย่องไปหลังเวที เดินไปไหว้กอด แล้วกล่าวว่า “ขอปิ๊กขยุ้มมือนึงสิพี่ จะเอาไปแจกลูกหลาน” การขอปิ๊กจากอัสนีไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะกล่องปิ๊กจำนวนมาก อยู่ใต้เวที การให้ทีมงานวิ่งขึ้นวิ่งลงมันวุ่นวาย ในขณะที่งานก็ยุ่งอยู่ เลยบอกแกว่า ทั้งตัวมีกี่อัน เอามาเดี๋ยวนี้ ได้มาห้าอัน กว่าจะเอามาได้ ดูเอาเถิด”

นิติพงษ์ ห่อนาค

หลังจากที่โพสต์ของ นิติพงษ์ ห่อนาค เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“555 ปกติจะได้ปิ๊กคอนฯนี้ต้องไปหน้าเวทีค่ะ บางทีก็หล่นมาจากฟ้า หรือถ้าอยู่ขอบเวทีก็จะได้จากพี่ป้อมมเหวี่ยงมาแต่…แต่ ไม่ใช่ว่าจะได้แบบสวยๆ บางทีต้องเหยียบเอาไว้ก่อนไม่วั้นจะโดนมือมหัศจรรย์มาจากไหนไม่รู้คว้าเอาไปต่อหน้าต่อตา 555 จากประสบการณ์หลายครั้งค่ะ แต่รอบนี้ ไปนั่งสวยๆดูบ้างงง ลุ้นเหมือนกันว่าจะมีปิ๊กหล่นจากฟ้ามาให้มั้ยย “

“ไปเมื่อวานครับพี่ดี๊”

“พี่กบต้องเข้ามาแยก เด็กทะเลาะกันครับ”

“ขนาดพี่ดี้ยังต้องออกแรงแย่งขนาดนี้ หนูจะสู้เค้าไหวเหรอค่ะ..จากเด็กรอบวันที่ 2 กย 69”

“เกือบโดนพี่ป้อมเขกกะโหลกแล้วมั๊ยพี่ “

“สวัสดีพี่ทั้งสองครับ”

“สุดยอดครบพี่ดี้ !!!!!!”

“อุ๊อยู่ SL ค่ะ อดีตเด๋กแกรมมี่อัลบั้มแรกของพี่ป้มพี่โต๊ะ”

“อยากให้พี่ดี้เป็นศิลปินรับเชิญรอบวันที่ 8 จังค่ะ”

“ชอบคำว่า คอนเสิร์ตมุทิตาจิต มากค่ะพี่ดี้ 55555 ไปดูรอบเมื่อวาน 5 กย. ค่ะ เคืองมากค่ะ พี่ป้อมสาดปิ๊กไปแต่หน้าเวที ทำไมไม่สาดขึ้นมาชั้น 3 บ้าง ฮือๆ”

นิติพงษ์ ห่อนาค
นิติพงษ์ ห่อนาค
นิติพงษ์ ห่อนาค
นิติพงษ์ ห่อนาค
นิติพงษ์ ห่อนาค

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Nitipong Honark

ดี้ นิติพงษ์, นักร้อง, นักแต่งเพลง, นิติพงษ์ ห่อนาค, อัสนี-วสันต์

‘ก้อง สหรัฐ’ โพสต์ภาพคู่ส่งกำลังใจ ‘เนเน่’เชื่อพี่น้องชาวไทยร่วมเชียร์สุดใจ!

7 กันยายน 2569 เวลา 11:14 น.

ทำเอาแฟนคลับยิ้มตามกันทั้งโซเชียล เมื่อนักร้อง-นักแสดงหนุ่มอบอุ่นตลอดกาล ก้อง สหรัฐ สังคปรีชา (@realsaharat) ได้โพสต์ภาพลงอินสตาแกรมส่วนตัว ขณะเดินทางไปพบและส่งมอบกำลังใจให้แก่ น้องเนเน่ อย่างใกล้ชิด

โดยภายในภาพ ทั้งคู่ได้ทำท่าสัญลักษณ์ชาวร็อคอย่างเป็นกันเอง พร้อมด้วยรอยยิ้มสดใส และสายสะพายกีตาร์ที่ดูมีคุณค่า นอกจากนี้ ก้อง สหรัฐ ยังได้ลงข้อความแคปชันชวนอบอุ่นหัวใจไว้ว่า “ไปให้กำลังใจ เนเน่ ครับ ดีใจที่เห็นน้อง มีกำลังใจ และความพร้อม ที่ดี พี่ และเชื่อว่าพี่น้องชาวไทย อีกหลายล้านคนจะ เชียร์ สุดใจ ไปให้สุดนะ เนเน่ “

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีเหล่าแฟนคลับเข้ามาร่วมกดไลก์และคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้น้องเนเน่กันอย่างล้นหลาม สมเป็นภาพโมเมนต์สุดประทับใจของรุ่นพี่และรุ่นน้องในวงการบันเทิงไทย

‘เหน่ง พิชัยยุทธ’แซวขำหลังเจอ ‘ปู แบล็คเฮด’ ตัวจริง ลั่นเหมือนเจอแวมไพร์

7 กันยายน 2569 เวลา 11:06 น.

เป็นโพสต์สุดเอ็นดูที่เรียกรอยยิ้มจากแฟนเพลงยุค 90 และสายร็อกได้อย่างดี เมื่อ เหน่ง-พิชัยยุทธ จันทร์กลิ่น (เหน่ง The Voice / เหน่ง พิชัยยุทธ) ได้โพสต์ภาพบรรยากาศหลังเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ลงบนโซเชียลมีเดียส่วนตัว ขณะกระทบไหล่กับนักร้องร็อกรุ่นใหญ่หน้าเด็กอย่าง ปู-อานนท์ สายแสงจันทร์ หรือ ปู แบล็คเฮด โดยเจ้าตัวได้ลงภาพคู่พร้อมกลุ่มเพื่อนพี่น้องในวงการเพลง ณ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี พร้อมระบุแคปชันแซวมิตรภาพสายร็อกไว้อย่างน่ารักว่า

“เมื่อคืนผมเจอแวมไพร์ตัวเป็นๆ คือพี่ปู แบล็คเฮด แกจะไม่ยอมแก่เลยใช่ไหม  #อยากจะย้ำชัดๆครั้งสุดท้ายคอนเสิร์ต”

จากภาพเผยให้เห็นความอารมณ์ดีของทั้งคู่ โดย “ปู แบล็คเฮด” ยังคงดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดีจนดูอ่อนกว่าวัยสมคำล้อเลียนว่าเหมือน “แวมไพร์” ไม่มีผิด ทำเอาแฟนคลับเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ร่วมแซวความหล่ออมตะของร็อกเกอร์รุ่นใหญ่คนนี้กันอย่างคึกคัก

แฟนคลับตาดี ‘ป้อม อัสนี’ สะพายกีตาร์ตัวใหม่ขึ้นคอนเสิร์ต เบาขึ้นแต่เก๋าเหมือนเดิม

7 กันยายน 2569 เวลา 10:54 น.

สร้างความฮือฮาในหมู่แฟนเพลงและคนรักกีตาร์ หลังมีผู้ใช้ Facebook  แร้ไฟ แร้ไฟ โพสต์ภาพและข้อความพูดถึงกีตาร์คู่ใจตัวใหม่ของตำนานร็อกเกอร์ “ป้อม – อัสนี โชติกุล” ที่สะพายขึ้นแสดงคอนเสิร์ตล่าสุด

โพสต์ดังกล่าวระบุว่า สะดุดตากับกีตาร์สีแดงเงางามที่ยามต้องแสงไฟจะสะท้อนทั้งโทนมืดและแดงสด ตอนแรกนึกว่าเป็น Gibson Les Paul ตัวเก๋าที่เคยใช้ในยุคอัลบั้ม “ผักชีโรยหน้า” ซึ่งถูกปลดประจำการไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อนเนื่องจากน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก แต่เมื่อสังเกตดูพบว่าเป็นกีตาร์สภาพใหม่กริ๊บ จากการค้นข้อมูลพบว่าเป็นรุ่น “Gibson Les Paul Custom 70 Wine Red” ซึ่งเพิ่งผลิตเมื่อปีที่แล้ว โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยให้น้ำหนักเบาลงกว่ารุ่นเดิมอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเปิดให้สั่งจองแล้ว โดยมีรุ่นของ “โต้ง – วสันต์ โชติกุล” อย่าง Fender Telecaster สีเหลือง ร่วมเปิดจอง

ขอบคุณภาพ FB. แร้ไฟแร้ไฟ

BACCUZ ขอความชัดเจนในเอ็มวีใหม่! ชวนเช็คอิน “Private Jet” บินไฟลท์เด็ดสู่ทริปที่ชวนลืมไม่ลง

7 กันยายน 2569 เวลา 10:49 น.

Fly High เข้าสู่คัมแบ็กครั้งใหม่แล้ว สำหรับ BACCUZ (แบคคัส) บอยกรุ๊ป จากค่าย Vivify Label ที่นำโดย ริคกี้ (ธัชชนนท์ วรวงศ์นฤดนย์), แทนแทน (ธัญธรณ์ เกิดคูหา), เจรุจ (รุจน์ มุสิกภูมิ) และ จุ้ย (ธารา เพ็ชรน้อย) ที่คราวนี้ขอชวนคนจริงใจมาเช็คอินใน “Private Jet” เอ็มวีคัมแบ็กสุดฮอตของพวกเขา

“Private Jet” เป็นเพลงทีป็อปสุดเด็ดที่ทั้ง 4 หนุ่มขอชวนคนที่ใช่ขึ้นไพรเวทเจ็ทส่วนตัวสู่ทริปที่ไม่มีวันลืม แต่ก่อนจะได้ขึ้น Private Jet ลำนี้ ทั้ง 4 ขอเช็คความในใจผู้โดยสารคนสวย ว่ามีใจพร้อมบินไปกับทริปนี้หรือไม่ นอกจากเนื้อร้องโดนๆ และท่อนแร็ปเด็ดๆ แล้ว คราวนี้ค่าย Vivify ได้มากับโปรดักชั่นที่อัปเลเวลไปอีกขั้น ด้วยสตอรี่ไลน์สนุกๆ และซีนแดนซ์เบรคกับไลน์ซิงก์สุดเท่ แถมงานนี้ CEO สาวแซ่บของบ้าน Vivify Label ก็มาร่วมปรากฎตัวแบบเซอร์ไพรส์ เรียกได้ว่าเป็นการพุ่งทะยานสู่อีกเลเวลของการเป็นศิลปินของ BACCUZ เลย 

มาเช็คอินพร้อมบินทะยานไปกับได้แล้วกับ “Private Jet” เอ็มวีใหม่ที่จะพาคนฟังอีกเลเวลได้ทาง YouTube Vivify Label และทุกช่องทางสตรีมมิ่ง พร้อมติดตามการเดินทางและพุ่งทะยานที่น่าติดตามของ BACCUZ ได้ทุกช่องทางโซเชียลของพวกเขา 

แนวหน้าแอดมิน #ฟิรุมคุง

#baccuz #vivifylabel #BACCUZ_PRIVATEJET

BACCUZ, Private Jet