อภิสิทธิ์ นำทัพ อนุชา ลุยโค้งสุดท้าย ปักหมุดนโยบายสาธารณสุขใกล้บ้าน ลดคิวรอ-เหลื่อมล้ำ

อภิสิทธิ์ นำทัพ อนุชา ลุยโค้งสุดท้าย ปักหมุดนโยบายสาธารณสุขใกล้บ้าน ลดคิวรอ-เหลื่อมล้ำ

อภิสิทธิ์ นำทัพ อนุชา ลุยโค้งสุดท้าย ปักหมุดนโยบายสาธารณสุขใกล้บ้าน ลดคิวรอ-เหลื่อมล้ำ

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.46 น.

อภิสิทธิ์ นำทัพ อนุชา ลุยโค้งสุดท้าย บุก วัฒนา-ดุสิต-ราชเทวี ปักหมุดนโยบายสาธารณสุขใกล้บ้าน ลดคิวรอ ตัดความเหลื่อมล้ำ

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 เดินหน้าลุยหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายอย่างเข้มข้น โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมลงพื้นที่เขตวัฒนาพร้อมกับนายเมธวิน มีสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ก. เขตวัฒนา เบอร์ 5 โดยคณะได้เดินรณรงค์ย่านพระโขนงและตลาดรุ่งอรุณท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่น พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่สัญจรบนถนนสุขุมวิท 71 ต่างออกมาทักทายและมอบกำลังใจให้แก่คณะผู้สมัคร ท่ามกลางจราจรยามเช้าที่คับคั่ง นายอนุชาได้ใช้โอกาสนี้รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและการปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนเพื่อรองรับการค้าขายที่ปลอดภัย

ต่อมา นายอนุชาและคณะเดินทางไปยังศูนย์บริการสาธารณสุข 21 วัดธาตุทอง ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์บริการสาธารณสุขสังกัดกรุงเทพมหานครจากทั้งหมด 69 แห่งทั่วกรุงเทพฯ โดยศูนย์แห่งนี้ถือเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูงและเป็นที่พึ่งของคนในพื้นที่ ทั้งนี้ จากการแลกเปลี่ยนกับประชาชนที่มาใช้บริการ นายอนุชาได้รับฟังข้อร้องเรียนเรื่องความแออัดของพื้นที่รอคอยและความล่าช้าในขั้นตอนการลงทะเบียน โดยนายอนุชาได้นำเสนอนโยบายเร่งด่วนในการปรับปรุงระบบสาธารณสุขให้เป็น “Fast Track” สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง เพื่อตัดวงจรการรอคิวที่ยาวนานถึง 1-2 สัปดาห์ พร้อมทั้งตั้งเป้าเพิ่มอัตราส่วนบุคลากรทางการแพทย์ให้สัมพันธ์กับจำนวนผู้รับบริการรายวัน เพื่อมุ่งลดความเหลื่อมล้ำและทำให้คนกรุงเข้าถึงหมอได้ง่ายขึ้นแบบ “ใกล้บ้าน” นอกจากนี้ นายอนุชายังได้เดินทักทายผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลานที่โรงเรียนวัดธาตุทองในช่วงเช้าก่อนเคารพธงชาติ เพื่อสื่อสารความตั้งใจในการยกระดับคุณภาพชีวิตตั้งแต่ระดับครอบครัว
 

ปลัดมท.ไม่ให้ค่า เมินคลิปเสียงโยงเมียเอี่ยวโกงสอบ-ท้าเช็กประวัติ นายกฯอนุทินโดดป้อง

ปลัดมท.ไม่ให้ค่า เมินคลิปเสียงโยงเมียเอี่ยวโกงสอบ-ท้าเช็กประวัติ นายกฯอนุทินโดดป้อง

ปลัดมท.ไม่ให้ค่า เมินคลิปเสียงโยงเมียเอี่ยวโกงสอบ-ท้าเช็กประวัติ นายกฯอนุทินโดดป้อง

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.43 น.

ปลัดมท. ไม่ให้ค่าคลิปเสียงโยงภรรยาเอี่ยวสอบโกงท้องถิ่น ลั่นไม่ให้ค่า ด้าน นายกฯป้อง ไม่ต้องถามแล้ว สามียันแล้วไม่เกี่ยว

26 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 09.20 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางออกจากกระทรวงมหาดไทย เพื่อออกไปปฏิบัติภารกิจ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายกฯจึงได้ชี้ไปที่ปลัดฯ ก่อนบอกว่า “เอาสิ” ขณะที่ปลัดฯได้ยกมือรับไหว้สื่อมวลชน พร้อมระบุสั้นๆว่า “ตอบเหมือนท่านนายกฯ”   

จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีคลิปเสียงที่อ้างว่าภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า อะไรที่ไม่ใช่ความจริงก็ไม่รู้จะชี้แจงเรื่องอะไร

เมื่อถามอีกว่า ยืนยันว่าภรรยาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ประวัติคนเรามันสืบได้สบายอยู่แล้ว และคนที่เขาให้ข้อมูลเอามาจากไหน ต้องไปถามเขา

เมื่อถามว่า จะปกป้องตัวเองด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะข้อกล่าวหาค่อนข้างรุนแรง นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า คนกล่าวหามันลอยๆ จะไปให้ค่าทำไม 

ก่อนที่นายอนุทิน จะกล่าวแทรกขึ้นมาว่า “พอแล้ว ไม่ต้องถามแล้ว ก็สามีบอกว่าภรรยาไม่เกี่ยว” 

เมื่อถามว่า กระแสข่าวที่ออกมาในตอนนี้ เป็นเหมือนการสกัดหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ ไม่ตอบคำถาม  ผู้สื่อข่าวจึงหันไปสอบถามนายกฯ ว่า หลายอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้ พุ่งเป้าไปที่ปลัดฯจะดำเนินการอย่างไร และยังไปด้วยกันใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “คิดก่อนถาม”

นฤชา เตรียมฟ้องหมิ่น-พ.ร.บ.คอมพ์ ทนายอั๋น กล่าวหาโยงทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น

นฤชา เตรียมฟ้องหมิ่น-พ.ร.บ.คอมพ์ ทนายอั๋น กล่าวหาโยงทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น

นฤชา เตรียมฟ้องหมิ่น-พ.ร.บ.คอมพ์ ทนายอั๋น กล่าวหาโยงทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.30 น.

’นฤชา‘ เตรียมฟ้องหมิ่น-พ.ร.บ.คอมพ์ ‘ทนายอั๋น’ กล่าวหาโยง ‘โรงพิมพ์ข้อสอบท้องถิ่น-จัดทำเอกสารผู้มีสิทธิเลือกตั้งจ.สมุทรปราการ’ ลามพาดพิงเป็น ‘ผู้ดูแลการจัดสอบ’ ยันไม่เป็นความจริง ต้องดำเนินคดีเด็ดขาด

26 มิถุนายน 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เตรียมมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาดำเนินคดีกับนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ในความผิดฐานหมิ่นประมาท และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ภายหลังมีการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อออนไลน์แห่งหนึ่ง ใส่ร้ายตนในประเด็นการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง

นายนฤชา กล่าวต่อว่า ในการให้สัมภาษณ์ดังกล่าว มีการกล่าวอ้างเชื่อมโยงว่าโรงพิมพ์ที่ใช้จัดพิมพ์ข้อสอบสอบท้องถิ่น เป็นโรงพิมพ์แห่งเดียวกับเอกสารบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.จังหวัดสมุทรปราการ ถูกนำไปใช้เป็นกระดาษรองไข่ไก่ พร้อมทั้งพาดพิงถึงตนว่า ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้รับผิดชอบกระบวนการจัดสอบและการวางตัวผู้คุมสอบทั้งหมด

“ยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเห็นว่าการนำเสนอข้อมูลในลักษณะดังกล่าวเป็นการใส่ความ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงเตรียมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดต่อไป” อธิบดีกรมการปกครอง กล่าว

ชัชชาติ ตัดผมเตรียมลุยส่งท้าย ศ.-ส. 24 ชม. ออกทริปทัวร์ทั่ว กทม. นัดชนหมัด 4 จุด

ชัชชาติ ตัดผมเตรียมลุยส่งท้าย ศ.-ส. 24 ชม. ออกทริปทัวร์ทั่ว กทม. นัดชนหมัด 4 จุด

ชัชชาติ ตัดผมเตรียมลุยส่งท้าย ศ.-ส. 24 ชม. ออกทริปทัวร์ทั่ว กทม. นัดชนหมัด 4 จุด

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.18 น.

ชัชชาติ ตัดผมเตรียมลุยส่งท้าย ศ.-ส. 24 ชม. ออกทริปทัวร์ทั่ว กทม. ให้คนมาชนหมัด 4 จุด เริ่มที่ สกายวอล์กช่องนนทรี แห่รอบเมืองจบที่ สยามสแควร์

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 โพสต์ภาพขณะกำลังตัดผม เพื่อเตรียมตัวลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย “ทริปไฟไหม้” 24 ชั่วโมง เริ่มวันศุกร์ 26 เวลา 18.00 น. – วันเสาร์ 27 มิ.ย. เวลา 18.00 น. โดยระบุว่า

“เช้านี้มาตัดผม เตรียมลุยหาเสียง 24 ชั่วโมง แล้วเจอกันเย็นนี้ครับ”

ขณะที่ ทีมชัชชาติได้ออกตารางทริปทัวร์ทั่ว กทม. เส้นทางหาเสียงโค้งสุดท้าย 24 ชั่วโมง เริ่มวันศุกร์ 26 – วันเสาร์ 27 มิ.ย. ก่อนหมดเวลาหาเสียง 18.00 น. กำหนด 4 จุด ชวนคนกรุงเทพฯ มารับใบปลิวจากนายชัชชาติ โดยระบุว่า

“โอกาสสุดท้ายสำหรับใครที่อยากมาชนหมัดและรับใบปลิว เจอกันได้ที่

สกายวอล์ก ช่องนนทรี 26 มิถุนายน 18:00 น.

ลานด้านหน้าสวนลุมพินี 26 มิถุนายน 19:30 น.

ตลาดสดธนบุรี 27 มิถุนายน 12:00 น.

สยามสแควร์ 27 มิถุนายน 15:30 น.

พร้อมเส้นทางแห่ทั่วเมืองตรงปก ครบถ้วนทั้ง 50 เขต ใครอยู่ใกล้แถวไหนโบกมือทักทายให้กำลังใจกันได้ตามสะดวก”

ระหว่างทริปมีการจัดเวลาพักผ่อนสำหรับผู้นำทริปและทีมงาน ในช่วงเวลาระหว่างนั้นจะมีรายการต่างๆ ให้รับชมโดยติดตามได้ในไลฟ์ ทาง Facebook ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ Youtube ทีมชัชชาติ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 18:00 น. ถึงวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 18:00 น.

ปชป.สุดทน! เจอ ไอโอ ถล่มเพจ นายหัวชวน หลังช่วย อนุชา หาเสียง พูดแตะปมคอร์รัปชัน

ปชป.สุดทน! เจอ ไอโอ ถล่มเพจ นายหัวชวน หลังช่วย อนุชา หาเสียง พูดแตะปมคอร์รัปชัน

ปชป.สุดทน! เจอ ไอโอ ถล่มเพจ นายหัวชวน หลังช่วย อนุชา หาเสียง พูดแตะปมคอร์รัปชัน

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.40 น.

ปชป.สุดทน! เจอ ไอโอ ถล่มเพจ นายหัวชวน หลังช่วย อนุชา หาเสียง พูดแตะปมคอร์รัปชัน ลั่นเลิกได้เลิก หมดยุคใช้ข้อมูลเท็จโจมตี

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2569 น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 5 พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในเพจ “ชวน หลีกภัย Chuan Leekpai” ได้มีการโพสต์ภาพการลงพื้นที่ช่วยหาเสียงของนายชวน พร้อมย้ำเรื่องปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และการยึดหลักการเมืองสุจริต แต่กลับมีคอมเมนต์เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะข้อความเดียวกันจำนวนมาก

โดย น.ส.ศิริภา ได้โพสต์คอมเมนต์ตัวอย่างข้อความ พร้อมระบุว่า “เพจท่านชวนนี้ดีอย่าง ไม่เคยปิดกั้นหรือลบความเห็นต่าง พร้อมรับฟังทุกความเห็น แต่ที่สนใจมากวันนี้คือ นายชวน หลีกภัย ไปลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงสนับสนุน พี่เจมส์ ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แตะเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต กลับเจอไอโอมาถล่มด้วยความเห็นที่หยาบคาย แสดงว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นกังวลกับการลงพื้นที่ของนายชวน หลีกภัยเป็นอย่างมาก

แต่ที่อยากจะบอกทีม io ว่า ทีม io ท่านกากมาก ชนิดที่ ai แบบไม่ต้องเสียค่าสมาชิกก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่ามันคือบัญชีฟาร์ม สามารถตรวจจับความเป็น io ของท่านได้อย่างง่ายดายมาก หากเข้าไปดูพวกความเห็นเชิงลบ มันจะมาจากบัญชีที่

1. รูปโปรไฟลปิดหน้า ตามด้วยรูปอนิเมะ คือเอารูปเดียวกัน เอามาหันซ้าย หันขวา หันหน้า หันหลัง เปลี่ยนแสกผม พยามยามน้อยไปหน่อย

2. โพสต์รีไซเคิล คำต่อคำ รูปต่อ คือมันแชร์คอนเทนต์เดียวกัน มันคงไม่ได้บังเอิญที่คนมาโพสขายครีมยี่ห้อเดียวกันหมด แชร์โพสซ้ำๆกันหลายๆโพส อีกทั้งยังโพสในวันเวลาเดียวกัน

3. โปรไฟล์แห้งมาก ไม่มีตัวตนจริง

4. ชื่อไม่ตรงกับคอนเทนต์ สร้างมาเพื่อรีโพสกันเอง ปั้น engagement กันเอง

5. เพื่อนชุดเดียวกันหมด friend list ซ้ำๆ

แนะนำเลิกได้ให้เลิก กับการใช้ io ให้ข้อมูลเท็จ และโจมตีผู้อื่น เพราะมันหมดยุคของการโจมตีด้วยข้อมูลเท็จ และให้เริ่มต้นทำดีให้คนเขารักจริง ๆ “

ไทยเปิดชายแดนรับ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ลงพื้นที่ศรีสะเกษ พิสูจน์ผลกระทบทุ่นระเบิดเขาพระวิหาร

ไทยเปิดชายแดนรับ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ลงพื้นที่ศรีสะเกษ พิสูจน์ผลกระทบทุ่นระเบิดเขาพระวิหาร

ไทยเปิดชายแดนรับ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ลงพื้นที่ศรีสะเกษ พิสูจน์ผลกระทบทุ่นระเบิดเขาพระวิหาร

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.39 น.

ไทยเปิดชายแดนรับคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT-TH ) ลงพื้นที่ศรีสะเกษ ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงผลกระทบทุ่นระเบิด พื้นที่ปราสาทพระวิหาร และชุมชนชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำโปร่งใส-ยึดหลักมนุษยธรรม คุ้มครองประชาชน

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (25 มิ.ย.) กองทัพบกโดยกองทัพภาคที่สองได้นำ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team – Thailand: AOT-TH) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและสังเกตการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยคณะประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายไทยและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน รวม 13 นาย ประกอบด้วยผู้แทนจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และมาเลเซีย

การลงพื้นที่ครั้งนี้ครอบคลุมหลายจุดสำคัญ เริ่มจากพื้นที่ภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับกรณีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จากนั้นเดินทางไปยังบริเวณผามออีแดง เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ใกล้โบราณสถานปราสาทเขาพระวิหาร ตลอดจนสำรวจความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยว

นอกจากนี้ คณะผู้สังเกตการณ์ยังได้ลงพื้นที่บ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย เพื่อรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชุมชนจากการใช้อาวุธวิถีโค้งและจรวด ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

ตลอดการปฏิบัติภารกิจ คณะผู้สังเกตการณ์ได้แสดงความสนใจต่อข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับจากพื้นที่ พร้อมแสดงความห่วงใยต่อประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และรับทราบความพยายามของหน่วยงานฝ่ายไทยในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงการดำเนินการภายใต้หลักมนุษยธรรมและกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ

การเปิดพื้นที่ให้คณะผู้สังเกตการณ์จากนานาชาติเข้าติดตามสถานการณ์ในครั้งนี้ ทำให้เห็นถึงความโปร่งใส ความร่วมมือ และความมุ่งมั่นของฝ่ายไทยในการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อประชาคมระหว่างประเทศ ควบคู่กับการให้ความสำคัญสูงสุดต่อการคุ้มครองประชาชนและการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง

อนุทิน ซัดเพจ CSI LA เพ้อเจ้อ ป้อง ปลัดมท. คลิปเมียเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น บอก ไม่ต้องแจง คลิปอะไรก็ไม่รู้

อนุทิน ซัดเพจ CSI LA เพ้อเจ้อ ป้อง ปลัดมท. คลิปเมียเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น บอก ไม่ต้องแจง คลิปอะไรก็ไม่รู้

อนุทิน ซัดเพจ CSI LA เพ้อเจ้อ ป้อง ปลัดมท. คลิปเมียเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น บอก ไม่ต้องแจง คลิปอะไรก็ไม่รู้

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.00 น.

อนุทิน ซัดเพจ CSI LA เพ้อเจ้อ  ป้อง ปลัดมท. คลิปเมียเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น บอก ไม่ต้องชี้แจงคลิปอะไรก็ไม่รู้ แจงยึดข้อเท็จจริงจากการสอบสวน ตรงไหนโกงสับให้เละ ด้าน วรศิษฎ์ ย้ำยึดตามคกก. ยกเลิกชะลอรายงาน 1 ก.ค.นี้

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2569 เวลา 07.40 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีเพจ CSI LA ปล่อยคลิปเสียงที่อ้างว่าภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่น ว่า “ให้ไปถามปลัดกระทรวงมหาดไทย เพ้อเจ้อไปเรื่อย” 

เมื่อถามว่าปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มีการชี้แจงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องชี้แจง เพราะเป็นคลิปอะไรก็ไม่รู้ ผู้สื่อข่าวต้องแยกแยะ เขาเป็นหลานอะไรกันจริงหรือไม่ ก็ไม่รู้

เมื่อถามต่อว่านายกฯจะต้องยึดหลักการสอบสวนใช่หรือไม่ โดยไม่สนใจข้อมูลจากทางโซเชียลมีเดีย นายอนุทิน ถามกลับว่า ถ้าเราไม่ยึดข้อเท็จจริงเราจะไปยึดข้อมูลอะไร ไปยืนยันว่าไม่มีอะไรทุกอย่างเดินหน้าไปแล้ว สิ่งที่เราอยู่ตรงนี้ต้องแยกแยะให้เป็น ว่าสิ่งไหนเป็นเรื่องสาระหรือไม่มีสาระ ว่าจะไปให้ข้าทำไมกับเรื่องที่ไม่มีสาระ 

เมื่อถามอีกว่าวันนี้มียกเลิกการชะลอบรรจุแต่งตั้งผู้ที่สามารถสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นได้ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด บอกได้อย่างเดียวว่าตรงไหนโกงก็สับให้เละ แค่นั้นเอง คนที่มีหน้าที่สับก็คือตำรวจ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และคนที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง ไปเป็นผู้สืบสวนสอบสวนซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ทำการแจ้งความแล้ว ในฐานะผู้เสียหายทั้งทางกระทรวงและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยนโยบายของตนมีความชัดเจนว่าตรงไหนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอรัปชัน หรือด้วยความที่ไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เข้ามาสอบ ต้องดำเนินการให้หมด ถึงแม้ตอนนี้คณะกรรมการกลางและท้องถิ่น บอกว่าให้มีการบรรจุข้าราชการไปก่อนต้องรับผิดชอบ ก็ต้องรับผิดชอบไปแล้ว เพราะกระทรวงมหาดไทยบอกว่าไม่ให้บรรจุ ซึ่งถ้าใช้มติเสียงข้างมากบรรจุไปก็ไม่เป็นไรให้บรรจุข้าราชการได้ แต่เมื่อไหร่ที่มีผลการสืบสวนออกมา ว่ามีการทุจริต เราก็ไปดำเนินการในตอนไหนก็ได้ เพราะคดีพวกนี้ไม่มีอายุความ เราก็ทำตามมติคณะกรรมการไป 

เมื่อถามต่อว่าได้มีการกำชับถึงการสอบอื่น ๆ ของกระทรวงมหาดไทยด้วยหรือไม่ เพราะมีการเชื่อมโยงถึงการสอบนายอำเภอ นายกฯกล่าวว่า ตนไม่ได้สอบโรงเรียนนายอำเภอมานานแล้ว ขอให้เอาคำถามที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองดีกว่า ซึ่งโรงเรียนนายอำเภอไม่ได้จัดการสอบตั้งแต่ช่วงที่ตนถูกให้พ้นจากตำแหน่งออกไป ครบ 1 ปีพอดี และตั้งแต่ที่ตนกลับเข้ามาในรอบที่ 2 ก็ยังไม่มีการสอบ เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตก็ไม่รู้ว่าอดีตแค่ไหน มันรู้ทุกเรื่องไม่ได้แต่ถ้ารู้แล้วก็ต้องรีบดำเนินการ  

ด้านนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการ​ หรือ​ พนักงานส่วนส่วนท้องถิ่นเห็นชอบยกเลิกการชะลอการรายงานตัวผู้สอบข้าราชการท้องถิ่นในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ซึ่งนายกฯให้สัมภาษณ์ว่าหากพบการทุจริตในการสอบต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า คณะกรรมการกองกลาง เป็นคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนของประชาชนท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งการประชุมมีการแสดงความเห็นที่หลากหลาย ซึ่งเรายึดตามสิ่งที่คณะกรรมการ ประเทศที่เป็นตัวแทนของท้องถิ่นทั่วประเทศให้ความเห็นมา 

เมื่อถามว่า ดูเหมือนท่าทีของนายกฯ จะไม่เห็นด้วยกับมตินี้ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ฟังสิ่งที่นายกฯให้สัมภาษณ์ 

สถ.ร่อนหนังสือด่วนที่สุด ยกเลิกคำสั่งชะลอบรรจุ ขรก.ท้องถิ่น ให้รายงานตัวตามปกติ 1 ก.ค.

สถ.ร่อนหนังสือด่วนที่สุด ยกเลิกคำสั่งชะลอบรรจุ ขรก.ท้องถิ่น ให้รายงานตัวตามปกติ 1 ก.ค.

สถ.ร่อนหนังสือด่วนที่สุด ยกเลิกคำสั่งชะลอบรรจุ ขรก.ท้องถิ่น ให้รายงานตัวตามปกติ 1 ก.ค.

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.49 น.

สถ.ร่อนหนังสือด่วนที่สุด ยกเลิกคำสั่งชะลอการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น​ ยัน​ผู้สอบแข่งขันได้ให้รายงานตัวตามเดิม​ 1 ก.ค.​นี้​

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2569 นายธนนท์ พรรพีภาส รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน​ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ลงนามคำสั่งหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0809.5/ว 37 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เรื่อง ยกเลิกการชะลอการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด

หนังสือระบุข้อความว่า ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดส่งบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ที่ประสงค์จะบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร้องขอให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ดำเนินการสอบแข่งขันและขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ เพื่อให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการบรรจุและแต่งตั้ง โดยคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569เป็นต้นไป และได้แจ้งให้ชะลอการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ตามบัญชีแนบท้ายหนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท 0809.5/ว 27 ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2569 รายละเอียดตามหนังสือที่อ้างถึงนั้น

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นขอเรียนว่า ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ในการประชุมครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 พิจารณาแล้วมีมติว่า กรณีที่มีการตรวจสอบเกี่ยวกับการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่อาจทราบได้ว่า การตรวจสอบดังกล่าว จะแล้วเสร็จเมื่อใด ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นไปตามประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องและคุ้มครองผู้สอบแข่งขันได้ที่สุจริต และเพื่อประโยชน์ของทางราชการ จึงให้ยกเลิกการชะลอการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ตามหนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ด่วนที่สุดที่ มท 0809.5/ว 35 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2569

ทั้งนี้ หากปรากฏหลักฐานว่า ผู้บรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นรายใด มีการสมยอมให้มีการเรียกรับเงิน เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้เป็นผู้สอบแข่งขันได้ หรือทุจริตการสอบแข่งขันต้องถูกปรับให้ตก และถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้สมัครสอบแข่งขันเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นไปตลอดชีวิต รวมทั้งต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญาทางวินัย และทางปกครอง จึงขอให้จังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ตามบัญชีแนบท้ายหนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท 0809.5/ว 27 ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2569และแจ้งผู้สอบแข่งขันได้ให้เดินทางมารายงานตัวในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ด้วย

รัฐบาลเปิดบริการเภสัชกรรมทางไกล Telepharmacy ผ่าน 7 แพลตฟอร์ม ร้านขายยาเข้าร่วมเพียบ

รัฐบาลเปิดบริการเภสัชกรรมทางไกล Telepharmacy ผ่าน 7 แพลตฟอร์ม ร้านขายยาเข้าร่วมเพียบ

รัฐบาลเปิดบริการเภสัชกรรมทางไกล Telepharmacy ผ่าน 7 แพลตฟอร์ม ร้านขายยาเข้าร่วมเพียบ

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.31 น.

รัฐบาลยกระดับบริการด้านยา เปิดบริการเภสัชกรรมทางไกล Telepharmacy ผ่าน 7 แพลตฟอร์มนำร่อง เพิ่มโอกาสเข้าถึงคำปรึกษาด้านยาจากเภสัชกร คาดมีร้านขายยาพร้อมเข้าร่วมกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาระบบบริการสุขภาพดิจิทัลของประเทศ ยกระดับการบริการให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาล และเข้าถึงคำปรึกษาและบริการด้านยาจากเภสัชกรผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลที่สะดวกยิ่งขึ้น ภายใต้ระบบที่มีมาตรฐาน ความปลอดภัย และสามารถตรวจสอบได้ตลอดกระบวนการ

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รัฐบาล โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 เพื่อรองรับการให้บริการเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) ของร้านขายยาแผนปัจจุบัน (ขย.1) โดยเริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญของการผลักดัน Telepharmacy ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงบริการด้านยา โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดินทาง ให้สามารถรับคำปรึกษาจากเภสัชกรได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังช่วยยกระดับร้านขายยาไทยให้ก้าวสู่การให้บริการในรูปแบบดิจิทัลที่มีมาตรฐาน สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลของประเทศ

“ปัจจุบัน อย. ได้ประกาศรับรองโปรแกรมประยุกต์ที่สามารถให้บริการ Telepharmacy ได้ จำนวน 7 แพลตฟอร์ม ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิอย่างรอบด้าน ทั้งด้านกฎหมาย ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการกำกับดูแลตามกฎหมาย ประกอบด้วย 1. Telehealth Thailand โดย สภาเภสัชกรรม 2. PharmCare Telepharmacy โดย บริษัท ฟาร์มแคร์ กรุ๊ป จํากัด 3. AskMacy by Fascino โดย บริษัท โปรฟาสซิโน จํากัด 4. ALL PharmaSee โดย บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) 5. ร้านยากรุงเทพ โดย บริษัท กรุงเทพดรักสโตร์ จํากัด 6. Shopee โดย บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จํากัด 7. LINE MAN โดย บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จํากัด” นางสาวพลอยทะเล กล่าว

รัฐบาลเปิด ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส ช่วยลงทุนสูงสุด 10,000 บาท พร้อมพื้นที่ขายฟรี 6 เดือน

รัฐบาลเปิด ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส ช่วยลงทุนสูงสุด 10,000 บาท พร้อมพื้นที่ขายฟรี 6 เดือน

รัฐบาลเปิด ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส ช่วยลงทุนสูงสุด 10,000 บาท พร้อมพื้นที่ขายฟรี 6 เดือน

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.25 น.

รัฐบาลเปิด ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส หนุนคนไทยมีธุรกิจเป็นของตนเอง รัฐช่วยลงทุนสูงสุด 10,000 บาท พร้อมพื้นที่ขายฟรี 6 เดือน

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “ไทยช่วยไทย” เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพ เพิ่มรายได้ และขยายโอกาสให้ประชาชนก้าวสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยเตรียมเปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อสนับสนุนผู้ที่ต้องการเริ่มต้นกิจการผ่านระบบแฟรนไชส์ที่มีมาตรฐานและสามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้จริง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนเงินลงทุนจากภาครัฐร้อยละ 50 ของมูลค่าแพ็กเกจแฟรนไชส์ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย สำหรับแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท พร้อมได้รับการสนับสนุนด้านแหล่งเงินทุน สินเชื่ออัตราพิเศษ ระบบการชำระเงิน และการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อลดภาระต้นทุนและอุปสรรคในการเริ่มต้นธุรกิจ

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการยังสามารถใช้พื้นที่จำหน่ายสินค้าและบริการในเครือโลตัสและแม็คโครกว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 6 เดือน ช่วยเพิ่มช่องทางการขาย เข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นกิจการ

นางสาวลลิดา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นทั้งการสร้างโอกาสให้ประชาชนมีธุรกิจเป็นของตนเอง และเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยให้สามารถขยายธุรกิจได้อย่างมีมาตรฐาน โดยแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนและเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเลือกลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ขณะที่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อขยายฐานธุรกิจและเข้าถึงผู้สนใจลงทุนจากทั่วประเทศ

“โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนมีรายได้อย่างยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนทั้งเงินลงทุน แหล่งเงินทุน และช่องทางการตลาด ช่วยเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ” นางสาวลลิดา กล่าว