ชัยวัฒน์ หอบข้อมูลบุกสภาฯ ค้านปรับแนวเขตอุทยานฯ ทับลาน ติง มติ ครม. แค่นโยบายไม่ใช่ กม.

ชัยวัฒน์ หอบข้อมูลบุกสภาฯ ค้านปรับแนวเขตอุทยานฯ ทับลาน ติง มติ ครม. แค่นโยบายไม่ใช่ กม.

ชัยวัฒน์ หอบข้อมูลบุกสภาฯ ค้านปรับแนวเขตอุทยานฯ ทับลาน ติง มติ ครม. แค่นโยบายไม่ใช่ กม.

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.51 น.

ชัยวัฒน์ หอบข้อมูลกว่า 200 หน้า แจง กมธ.ที่ดินฯ ค้านปรับแนวเขต อุทยานแห่งชาติทับลาน ติง มติ ครม. แค่นโยบายไม่ใช่กฎหมาย ลั่นยอมคืนพื้นที่ทับซ้อนจริง 5.2 หมื่นไร่ แต่ส่วนต่าง 8 หมื่นไร่ที่โผล่มา เอื้อทุนสร้างบ้านพักตากอากาศขอค้านชนฝา จวกแรง พูดแบบนี้โกงกันชัดๆ

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีผลการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะให้ความเป็นธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่นำมาอ้างอิงกันนั้น เป็นเพียงนโยบายของรัฐบาล ไม่ใช่กฎหมาย การแก้ไขปัญหาให้ราษฎรจึงจะยึดมติ ครม. ทั้งหมดไม่ได้ และการที่ชาวบ้านอ้างว่าอยู่มาก่อนอุทยานฯ ก็อาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจนำข้อกฎหมายหลักและหลักฐานทางราชการมาไล่เรียงให้เห็นว่า ป่าเกิดเมื่อไหร่ คนเข้ามาอยู่ตอนไหน และเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้ามาช่วงใด พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงกรณีการทุจริตต่อหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐและ ส.ป.ก. ที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดปัญหา รวมถึงประเด็นที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ซึ่งดูแลเรื่องแนวเขตที่ดินรัฐแนวใหม่ (One Map) ดีที่สุด แต่ทำไมกลับไม่ใช้อำนาจตัวเองในการบริหารจัดการ แล้วโยนพื้นที่ไปให้ ส.ป.ก. ดูแล

“ส.ป.ก. รู้อยู่แล้วว่ามันสามารถร่วมทุน ร่วมหุ้น หรือเปลี่ยนมือได้ แล้วก็นำคนใหม่ที่ไม่ใช่คนพื้นถิ่นเดิม ไม่ใช่อัตลักษณ์เดิมเข้ามาอยู่ วันนี้มันไม่ใช่เรื่องความมั่นคงหรือการช่วยคนยากจนแล้ว แต่เป็นเรื่องของการเล่นแปรธาตุ เอาที่ดินไปแปลงสินเป็นทุน” นายชัยวัฒน์ กล่าว

อดีตหัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน ระบุอีกว่า ตนมีหลักฐานทางราชการที่ยืนยันชัดเจนในส่วนต่างของพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่กว่า 80,000 ไร่ ที่มีการผนวกเข้าไป ซึ่งพบว่าชาวบ้านในพื้นที่เองก็คัดค้านและไม่เห็นด้วย หน่วยงานรัฐจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวเปรียบเสมือนการฟอกขาวให้กลุ่มทุนและเจ้าหน้าที่รัฐที่เคยกระทำความผิดและถูกดำเนินคดีไปแล้ว ให้กลับกลายเป็นผู้ถูกกฎหมาย ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มี พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 64 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 121 รองรับอยู่แล้ว ซึ่งกฎหมายนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าและสัตว์ป่าได้ โดยให้สิทธิทำกินและที่อยู่อาศัย ตกทอดสู่ทายาทได้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้ราษฎรต้องอพยพไปเป็นแรงงานในเมืองใหญ่ แต่มีข้อห้ามสำคัญคือ “ห้ามซื้อขายเปลี่ยนมือ”

“วันนั้นคุณบอกอยู่กับป่าได้ แต่วันนี้พอแก้กฎหมายเสร็จ กลับบอกว่าไม่อยากอยู่กับป่าแล้ว แต่อยากได้ ส.ป.ก. อยากได้โฉนดที่ดินแทน พูดแบบนี้มันโกงกันชัดๆ ถ้าอยู่มาก่อนปี 2497 และมีเอกสารสิทธิจริง กรมที่ดินหรือ กมธ. ก็ต้องออกโฉนดให้ไปนานแล้ว แต่ประเภทที่เพิ่งมาซื้อเปลี่ยนมือ สร้างบ้านพักตากอากาศเต็มไปหมด แล้วพอพื้นที่เจริญจะมายกผลประโยชน์ให้ แบบนี้ไม่แฟร์ เห็นแก่ตัวเกินไป” นายชัยวัฒน์ กล่าว

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่ทับซ้อนจริงประมาณ 52,000 ไร่ ยอมรับว่าอุทยานฯ ไม่ได้ติดใจและพร้อมยกให้ ส.ป.ก. ไปบริหารจัดการ แต่ส่วนที่งอกเกินมาพร้อมกับการออกเอกสารย้อนหลังในช่วงปี 2562–2567 ตนคัดค้านเต็มที่ โดยเตรียมเนื้อหาข้อมูลและสไลด์ชี้แจงกว่า 200 หน้า ซึ่งคัดย่อเหลือประมาณ 80 หน้า มาชี้แจงต่อ กมธ. เพื่อยืนยันว่าตนไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย มีแต่เสียกับเสีย แต่ออกมาพูดเพื่อปกป้องผืนป่าของประเทศ

โสภณ ฮึ่มแตะเบรกขวาง หมอวรงค์ สาวไส้ เปิดข้อมูลลึก TH-AI Passport กลางสภาฯ

โสภณ ฮึ่มแตะเบรกขวาง หมอวรงค์ สาวไส้ เปิดข้อมูลลึก TH-AI Passport กลางสภาฯ

โสภณ ฮึ่มแตะเบรกขวาง หมอวรงค์ สาวไส้ เปิดข้อมูลลึก TH-AI Passport กลางสภาฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.33 น.

โสภณ ฮึ่มแตะเบรกขวาง หมอวรงค์ สาวไส้ เปิดข้อมูลลึก TH-AI Passport กลางสภาฯ

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ..  ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ วงเงิน 10,328 ล้านบาท ซึ่งตอนหนึ่งของการอภิปรายของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี อภิปรายถึงรายละเอียดเชิงลึกของโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 1,645 ล้านบาท ที่ส่อว่าไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์ ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าราคากลางของโครงการดังกล่าวมีบริษัทเอกชนเข้าร่วมในการเสนอ 2 บริษัท คือ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ บริษัทยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมี 3 บริษัทเข้าร่วมประมูล ซึ่งบริษัทยูไนเต็ดฯ ได้เข้าร่วมประมูลโครงการดังกล่าวด้วย แต่บริษัทที่ชนะประมูล คือ กิจการร่วมค้าทีเอช ที่เสนอราคา 1,621 ล้านบาท และได้ทำสัญญาจ้างแล้ว อย่างไรก็ดีจากที่ตนตรวจสอบพบบริษัทที่เข้าร่วมประมูล 1 รายมีที่ตั้งเป็นบ้านพักอาศัย มีที่จอดรถเพียง 1 คัน แต่กลับเข้าร่วมประมูลโครงการขนาดพันล้านบาทได้

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับกิจการร่วมค้าทีเอช มี 2 องค์กรหลัก คือ บริษัท เทิร์นคีย์ที่มีชื่อเป็นบริษัทที่ร่วมสืบราคากลาง และ บริษัทฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด หลังจากเกิดกระแสปลัดกระทรวงดีอีได้ทำประชาพิจารณา พบว่าตัวแทนของกิจการร่วมค่าทีเอชได้เข้าร่วมชี้แจง  ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทฮิวแมน และเคยเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาฝ่ายการตลาดและพันธมิตรธุรกิจบริษัทแพลน บี 

“ผมอยากให้ทำความรู้จักกับบริษัทฮิวแมน ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่ชนะประมูล พบการถือหุ้นของนาย ป.ปลา ที่ถือหุ้นในบริษัทแพลนบี เป็นอันดับสอง 23.82% คิดเป็น 1,095 ล้านหุ้น และขณะนี้เป็นเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทแพลนบี และ นาย พ.พานที่ถือหุ้นในบริษัทแพลนบี 1.64% คิดเป็น 5.3หมื่นหุ้น และที่สำคัญบริษัทฮิวแมน สำนักงานตั้งอยู่ที่บริษัทแพลนบี ถนเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งทำให้เห็นว่าบริษัทที่ชนะประมูลมีความเกี่ยวเนื่องและเกี่ยวข้องกับบริษัทแพลนบี” นพ.วรงค์ กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ทีโออาร์ของโครงการ TH-AI Passport มี 17 หัวข้อ 33 หน้า ข้อที่สำคัญคือ ข้อที่ 4 ขอบเขตดำเนินการ ที่มีสภาพบังคับต้องมี ที่เชื่อมโยงไปที่ข้อที่ 8 ว่าด้วยการชำระเงินที่แบ่งเป็น 5 งวดๆละ 20%  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นพ.วรงค์อภิปรายถึงช่วงนั้นพบว่ามี สส.ภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงเพราะเป็นรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณในวาระรับหลักการ โดยนายโสภณ กล่าววินิจฉัยตอนหนึ่งด้วยว่า หากมีรายละเอียดหลักฐานขอให้นำไปใช้ในโอกาสของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ  หรือ กระทู้ถาม เพราะลงลึกเกินเนื้อหา ไม่ใช่วาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณ พร้อมกับย้ำขอให้รักษาบรรยากาศการประชุมด้วยการรักษาข้อบังคับ

แต่การประท้วง นพ.วรงค์ยังดำเนินต่อไป เพราะนพ.วรงค์ ยืนยันจะอภิปรายในประเด็นการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport เพื่อขยายความต่อข้อกังวลต่อการล็อกสเปค ซึ่งการใช้เงินภาษีของประชาชนนั้นต้องเน้นความโปร่งใส ส่วนความไม่โปร่งใสนั้นอยู่ที่ทีโออาร์ อย่างไรก็ดี สส.ภูมิใจไทยยังยืนยันประท้วงการอภิปรายของนพ.วรงค์ ว่าผิดข้อบังคับ ทำให้ในตอนท้ายนายโสภณ วินิจฉัยย้ำโครงการดังกล่าวไม่ได้พิสูจน์ว่าล็อกสเปคหรือไม่โปร่งใส หากพูดไปอาจเข้าข่ายใส่ร้าย หากพูดประเด็นนี้อีกตนจะไม่อนุญาตและขอให้ยุติการอภิปราย จากนั้นได้เรียกให้ผู้อภิปรายลำดับถัดไปให้อภิปรายต่อทันที

ปกครอง ส่งตัว รุ่งเรือง ปลัดจังหวัดภูเก็ตกลับพื้นที่แล้ว หลังสอบข้อเท็จจริงเสร็จ

ปกครอง ส่งตัว รุ่งเรือง ปลัดจังหวัดภูเก็ตกลับพื้นที่แล้ว หลังสอบข้อเท็จจริงเสร็จ

ปกครอง ส่งตัว รุ่งเรือง ปลัดจังหวัดภูเก็ตกลับพื้นที่แล้ว หลังสอบข้อเท็จจริงเสร็จ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.42 น.

ปกครอง ส่งตัว รุ่งเรือง ปลัดจังหวัดภูเก็ตกลับพื้นที่แล้ว หลังสอบข้อเท็จจริงเสร็จ

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ลงนามในคำสั่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เรื่อง ให้ข้าราชการกลับมาปฏิบัติราชการต้นสังกัด อ้างถึง คำสั่งกรมการปกครอง ที่ 1512/2569 ลงวันที่ 20 พ.ค.โดยตามคำสั่งที่อ้างถึง กรมการปกครองได้ให้ข้าราชการช่วยราชการกรมการปกครองเป็นการประจำ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. ถึงวันที่ 24 มิ.ย. ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น บัดนี้ กระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงของกรมการปกครองได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ประกอบกับครบกำหนดระยะเวลาตามคำสั่ง กรมการมการปกครองจึงขอส่งตัวข้าราชการนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต กลับมาปฏิบัติราชการต้นสังกัด ทั้งนี้ หากข้าราชการรายดังกล่าวมารายงานตัวเมื่อใดโปรดแจ้งให้กรมการปกครองทราบด้วย 

อนึ่ง ในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ข้าราชการผู้นี้มีวันลากิจ – วันลาป่วย – วันลาพักผ่อนสะสมและวันลาพักผ่อนประจำปีคงเหลือรวม 12 วัน ทั้งนี้ เพื่อให้ข้าราชการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี รักษาเกียรติศักดิ์และวินัยของข้าราชการ จึงขอให้จังหวัดแจ้งกำชับข้าราชการปฏิบัติราชการตามกฎหมาย ระเบียบ และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

สภาฯ เริ่มถกร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ หมื่นล้าน นายกฯ ยันนำไปแก้ปัญหา-ฟื้นฟู-บรรเทาวิกฤติ ศก.

สภาฯ เริ่มถกร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ หมื่นล้าน นายกฯ ยันนำไปแก้ปัญหา-ฟื้นฟู-บรรเทาวิกฤติ ศก.

สภาฯ เริ่มถกร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ หมื่นล้าน นายกฯ ยันนำไปแก้ปัญหา-ฟื้นฟู-บรรเทาวิกฤติ ศก.

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.33 น.

สภาฯ เริ่มถกร่าง พ.ร.บ.โอบงบฯ หมื่นล้าน นายกฯ ยันนำไปแก้ปัญหา-ฟื้นฟู-บรรเทาผลกระทบวิกฤติเศรษฐกิจ-สังคม ย้ำใช้งบคุ้มค่า-โปร่งใส

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ…  ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นำเสนอหลักการและเหตุผลว่า ให้โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบบประมาณ พ.ศ.2569 ของหน่วยรับงบประมาณบางรายการไปตั้งไว้เป็นงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 10,328 ล้านบาท โดยเป็นความจำเป็นเพื่อให้รัฐบาลแก้ปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤติการณ์ด้านเศรษฐกิจ และสังคม จากปัจจัยภายในประเทศและภายนอกประเทศ ทั้งนี้การโอนงบดังกล่าวมีวัตถุประสงสำคัญ คือ เพื่อให้เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาคามมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม หรือกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนในช่วงปลายปีงบประมาณ 2569 และเพื่อเป็นเครื่องมือบริหาราชการแผ่นดินให้ทันต่อสถานกาารณ์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพ ประโยชน์สูงสุด

“ร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณ สอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ และให้การบริหารงบประมาณ 2569 มีประสิทธิภาพ คล่องตัว  และสามารถให้แก้ปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์ ทั้งนี้งบรายการที่นำมาจัดทำร่างพ.ร.บ. โอนงบประมาณ มาจากงบรายจ่ายประจำทุกรายการที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย ไม่มีข้อผูกผัน หรือสามารถชะลอข้อผูกผันได้  2 มิ.ย. อาทิ  งบสัมมนา งบฝึกกอบรม งานประชาสัมพันธ์ งบเดินทางราชการต่างประเทศ  และงบรายจ่ายลงทุนในทุกงบรายจ่าย เช่น รายการปีเดียว  รายการผูกผันงบประมาณที่ไม่สามารถประกวดราคาหรือจัดซื้อจัดจ้างได้ภายใน 2 มิ.ย. หรือรายการที่พิจารณาแล้วหมดความจำเป็น ต้องการยกเลิก หรือชะลอได้ ไม่เกิดความเสียหายกับราชการ หรือเบิกจ่ายไม่ทันปี2569” นายกฯ กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า รัฐบาลคำนึงการบริหารงบรายจ่ายช่วงไตรมาส3 และไตรมาส4 ตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่จำเป็น ให้การบริการสาธารณภาครัฐ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามสิทธิและสวัสดิการเพื่อสร้างความเป็นธรรมกับสังคม รวมถึงสร้างงานและรายได้ระดับพื้นที่ และรายจ่ายตามข้อผูกผันที่สามารถดำเนินการได้ต่อไป บนพื้นฐานสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน  ทั้งนี้งบที่จัดทำร่างพ.ร.บ.โอนงบ จำนวนน 10,328 ล้านบาท แบ่งเป็น งบรายจ่าย จำนวน 9,039 ล้านบาท และงบบบูรณาการ จำนวน 1,288 ล้านบาท 

“เมื่อร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ มีผลใช้บังคับ หน่วยรับงบประมาณสามารถขอรับการจัดสรรงบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น เพื่อนำไปทำภารกิจที่เร่งด่วน ฉุกเฉินหรือจำเป็น ได้ตามระเบียบบริหารงบกลางเงินสำรองจ่าย กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น รัฐบาลหวังว่า สส. จะสนับสนุนและรับหลักการร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเพื่อให้รัฐบาลนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้เรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน ด้วยความคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประเทศชาติ” นายอนุทิน กล่าว

ด่วน! สั่งพักราชการ ผอ.พิชิต เอี่ยวทุจริตข้อสอบท้องถิ่นปี 68

ด่วน! สั่งพักราชการ ผอ.พิชิต เอี่ยวทุจริตข้อสอบท้องถิ่นปี 68

ด่วน! สั่งพักราชการ ผอ.พิชิต เอี่ยวทุจริตข้อสอบท้องถิ่นปี 68

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.26 น.

25 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ได้แสดงเจตนาต้องการยื่นใบลาออกจากราชการ หลังมีชื่อเป็นผู้ต้องสงสัยคดีทุจริตข้อสอบท้องถิ่น ปี 2568

ล่าสุด ก.ท.จ.เพชรบูรณ์ ได้มีมติเห็นชอบสั่งพักราชการ จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม เพื่อรอฟังผลการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง กรณีถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตสอบแข่งขันบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ลงนามในหนังสือส่งถึงนายกเทศมนตรีเมืองวิเชียรบุรี ลงวันที่ 24 มิ.ย.2569 เพื่อแจ้งผลมติที่ประชุม ก.ท.จ.เพชรบูรณ์ ครั้งที่ 6/2569 เห็นชอบให้สั่งพักราชการพนักงานเทศบาลรายดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว.

รัฐบาลเร่งติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำชายฝั่งบางสะพาน

รัฐบาลเร่งติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำชายฝั่งบางสะพาน

รัฐบาลเร่งติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำชายฝั่งบางสะพาน

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.22 น.

รัฐบาลเร่งติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำชายฝั่งบางสะพาน สั่งกรมทะเลขยายผลสำรวจ-วางมาตรการป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศทะเล

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน เพื่อคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพและรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน ภายหลังได้รับแจ้งว่าพบปลาหมอคางดำบริเวณใกล้ท่าเทียบเรือน้ำลึกบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเร่งประเมินสถานการณ์และกำหนดมาตรการป้องกันผลกระทบอย่างเป็นระบบ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดที่ได้รับแจ้ง ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งไม่เกิน 1 ไมล์ทะเล และมีความลึกประมาณ 12 เมตร ไม่พบปลาหมอคางดำในพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามชาวประมงและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พบว่าปลาหมอคางดำได้แพร่กระจายอยู่บริเวณชายฝั่งในพื้นที่ดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 ปี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจึงได้ขยายผลสำรวจเพิ่มเติมในพื้นที่ชายฝั่งใกล้เคียงจำนวน 4 จุด

ผลการสำรวจพบปลาหมอคางดำใน 3 จุด และไม่พบในอีก 1 จุด ซึ่งเป็นพื้นที่แนวปะการังใกล้ชายฝั่ง โดยการสำรวจความหนาแน่นของประชากรปลาหมอคางดำในพื้นที่ตัวอย่าง พบเฉลี่ย 61 ตัวต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตร มีความยาวลำตัวเฉลี่ย 13.40 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย 68.60 กรัม และพบตัวที่มีน้ำหนักสูงสุดถึง 315 กรัม นอกจากนี้ ยังพบว่าปลาหมอคางดำอาศัยร่วมกับสัตว์น้ำท้องถิ่นหลายชนิด จึงจำเป็นต้องติดตามผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างใกล้ชิด

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำชับให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเฝ้าระวังและติดตามการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำข้อมูลจากการสำรวจมาประเมินสถานการณ์และกำหนดมาตรการป้องกันที่เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล ความหลากหลายทางชีวภาพ และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายฝั่ง

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานบนพื้นฐานข้อมูลทางวิชาการ ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายและลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนและชาวประมง หากพบปลาหมอคางดำหรือชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานในพื้นที่ชายฝั่ง สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หรือสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ” นางสาวลลิดา กล่าว

รัฐบาลเดินหน้าจับเว็บพนันแล้ว 388 URL เจ้ามือ 135 ราย เงินหมุนเวียนรวมกว่า 3,371 ล้านบาท

รัฐบาลเดินหน้าจับเว็บพนันแล้ว 388 URL เจ้ามือ 135 ราย เงินหมุนเวียนรวมกว่า 3,371 ล้านบาท

รัฐบาลเดินหน้าจับเว็บพนันแล้ว 388 URL เจ้ามือ 135 ราย เงินหมุนเวียนรวมกว่า 3,371 ล้านบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.10 น.

รัฐบาลเดินหน้าปราบสแกมเมอร์และพนันออนไลน์ ช่วงฟุตบอลโลก 2006 จับเว็บพนันแล้ว 388 URL เจ้ามือ 135 ราย ผู้เล่น 1,363 ราย พบเงินหมุนเวียนรวมกว่า 3,371 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ปราบปรามสแกมเมอร์ และพนันออนไลน์อย่างเข้มข้น ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการเฝ้าระวังช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 อย่างต่อเนื่อง ดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์และปฏิบัติการปราบปรามเจ้าของเว็บไซต์ บัญชีม้า รวมถึงผู้เล่นการพนันอย่างเด็ดขาด 

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ผลการดำเนินการมอนิเตอร์ และตรวจสอบเเว็บพนันออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 6 – 20 มิถุนายน 2569 สามารถจับกุมเว็บพนันฟุตบอลโลก จำนวน 388 URL เจ้ามือ จำนวน 135 ราย และผู้เล่น จำนวน 1,363 ราย พบเงินหมุนเวียนจำนวนมากถึง 3,371,457,177 บาท พร้อมเดินหน้ายกระดับในการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ ในช่วงเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2569 (ระยะเวลา 3 เดือน) โดยจะดำเนินการจับกุมเว็บพนันออนไลน์ที่ปรากฎอยู่ตามหน้าเว็บไซต์และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง

รัฐบาลเดินหน้าป้องกันประชาชนไม่ให้ตกเป็นผู้เสียหาย กำชับทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือในการสอดส่อง ตรวจสอบ กลุ่มเปราะบางหรือเหยื่อสแกมเมอร์ พร้อมทั้งเร่งปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ และเร่งรัดการปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์ทุกชนิด เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อสูญเสียเงิน หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิดการชักชวนเล่นพนันออนไลน์ ขอความร่วมมือแจ้งสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ: โทร 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ผอ.พิชิต จ่อลาออก หลังมีชื่อพันคดีทุจริตข้อสอบท้องถิ่น

ผอ.พิชิต จ่อลาออก หลังมีชื่อพันคดีทุจริตข้อสอบท้องถิ่น

ผอ.พิชิต จ่อลาออก หลังมีชื่อพันคดีทุจริตข้อสอบท้องถิ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.54 น.

25 มิถุนายน 2569 ความคืบหน้ากรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตสอบแข่งขันบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ล่าสุดเกิดกระแสความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ หลังมีรายงานว่าข้าราชการระดับผู้อำนวยการกองซุ่มเงียบเตรียมยื่นหนังสือลาออก

จากการตรวจสอบล่าสุดมีรายงานว่า จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ได้ยื่นใบลาออกจากราชการแล้ว

แหล่งข่าวในเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ยอมรับมีการติดต่อมาจากผอ.พิชิต มายังผู้บริหารเทศบาลฯจริง เพื่อแจ้งความประสงค์และแสดงเจตนาที่จะขอลาออกจากราชการ อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ตัว ผอ.กองยุทธศาสตร์ฯ ยังไม่ได้เดินทางเข้ามาส่งมอบเอกสารใบลาออกอย่างเป็นทางการด้วยตนเอง โดยคาดว่าจะเข้ามาดำเนินการยื่นคำขอลาออกภายใน 1 ถึง 2 วันนี้

ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุว่า ปฏิบัติการเตรียมลาออกสายฟ้าแลบของผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์ฯ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่หน่วยงานตรวจสอบส่วนกลางกำลังเร่งปูพรมสืบสวนหาหลักฐานเชื่อมโยงเครือข่ายทุจริตข้อสอบท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งการที่มีบุคลากรจากเทศบาลเดียวกันสอบผ่านพร้อมกันกว่า 30 คน ถือเป็นหนึ่งในจุดพิรุธสำคัญที่ทำให้ชุดพนักงานสอบสวนต้องลงพื้นที่ตรวจสอบในเชิงลึก.

รมช.มหาดไทย สั่งสางทุจริตท้องถิ่น ลั่น ชิงลาออกหนีความผิดก็ไม่รอด

รมช.มหาดไทย สั่งสางทุจริตท้องถิ่น ลั่น ชิงลาออกหนีความผิดก็ไม่รอด

รมช.มหาดไทย สั่งสางทุจริตท้องถิ่น ลั่น ชิงลาออกหนีความผิดก็ไม่รอด

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.52 น.

รมช.มหาดไทย จ่อประชุมกองกลาง สางทุจริตท้องถิ่น แจง คำสั่งชะลอบรรจุ 1 ก.ค. ไม่กระทบคนบรรจุไปแล้ว ย้ำ ต้องแยกคนสอบได้-คนโกง ลั่น ขยายผลแน่ ชิงลาออกหนีความผิดไม่ได้

เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 25 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีคำสั่งชะลอบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขัน ในวันที่ 1 ก.ค. ออกไปก่อนทุกจังหวัด นอกจากนี้ สังคมยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการบรรจุไปก่อนหน้านั้น จะมีการดำเนินการอย่างไรว่า คำสั่งชะลอเป็นของ สถ.ที่ออกมาเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งวันนี้จะมีการประชุมกองกลาง ต้องรอดูว่า จะมีข้อพิจารณาออกมาอย่างไร และอีกส่วนที่ได้รับการบรรจุไปแล้วยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ แต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้คือ เร่งกระบวนการตรวจสอบให้เร็วที่สุด เพราะต้องแยกคนที่สอบได้ด้วยตนเองออกมา แล้วแยกคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตออกมาด้วยเช่นกัน เพื่อจะได้จัดการถูกว่า จะต้องดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ คนที่สอบได้ด้วยความสามารถ ตั้งใจอ่านหนังสือสอบมาด้วยตนเอง เราต้องไม่ทำอะไรที่มันกระทบสิทธิ์เขา

ผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นมีการกำหนดกรอบระยะเวลา ก่อนคัดบุคคลที่สอบได้ด้วยตนเอง และบุคคลที่มีการทุจริตเข้ามาหรือไม่ว่า ต้องใช้ระยะเวลาเท่าไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบภายใน 7 วัน แต่การพิสูจน์ตัวบุคคลทั้งหมดว่า มีใครเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง เรื่องนี้อาจจะต้องใช้เวลา เพราะต้องการทำการตรวจอย่างละเอียด เพราะหากผิดพลาดไปจะกระทบสิทธิ์ผู้บริสุทธิ์ แต่ในระดับนโยบายมีการสั่งการให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่า จะมีการขยายผลเพิ่มเติมอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า พฤติกรรมตอนนี้ทีมที่ตรวจสอบได้เห็นถึงพฤติกรรมและพฤติการณ์แล้วว่า ขบวนการมีลักษณะอย่างไร และมีวิธีการที่จะตรวจสอบว่า ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตครั้งนี้บ้าง ส่วนรายละเอียดขอให้ทีมตรวจสอบเป็นผู้ดำเนินการ ย้ำว่าต้องขยายผลต่อ เชื่อว่าในส่วนที่ ป.ป.ช.เข้าไปตรวจเจอ ก็จะสามารถขยายผลต่อไปได้ 

เมื่อถามถึงกรณีที่เริ่มมีการข่มขู่ มีการยิงบ้าน จ.พัทลุง จะเดินหน้าตรวจสอบอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจะต้องไปแจ้งความดำเนินคดี และตนได้หารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า น่าจะมีการรวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหาย เพื่อเก็บข้อมูลแล้วจะมีการขยายผลในส่วนนี้ 

เมื่อถามว่า นอกจากพื้นที่ใน จ.เพชรบูรณ์แล้ว จะมีการขยายผลไปพื้นที่อื่นด้วยหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า พื้นที่อื่นต้องมีการขยายผลจากชุดที่เราเจออยู่แล้ว เพราะมีการเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ขอไม่ลงรายละเอียดว่าเป็นพื้นที่ใดบ้าง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องบางคนชิงลาออกจะมีผลอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ไม่มีผล แม้จะมีการลาออกก็ไม่มีผล เพราะไม่เกี่ยวกับการลาออกหรือลาออก แต่เกี่ยวข้องคือ เขาได้เข้าไปทำความผิดหรือไม่ หากได้เข้าไปทำความผิดแม้จะมีการลาออกก็ต้องถูกดำเนินคดีอยู่แล้ว

นายกฯ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร 15 วัน อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

นายกฯ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร 15 วัน อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

นายกฯ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร 15 วัน อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.39 น.

นายกฯ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 07.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และภริยา เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในทำเนียบรัฐบาล เข้าร่วมพิธีฯ โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์สวดพระพุทธมนต์ 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ถวายเครื่องไทยธรรมและปิ่นโตภัตตาหารแด่พระสงฆ์ นายกรัฐมนตรีทอดผ้าไตรบังสุกุล จำนวน 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ประธานสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถานำเจริญจิตภาวนาอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล เป็นเวลา 47 วินาที พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำรับพร และกราบพระรัตนตรัยหน้าโต๊ะหมู่บูชา เสร็จแล้วถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และกราบลาประธานสงฆ์

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีฯ นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมผู้เข้าร่วมพิธี ได้ร่วมพิธีตักบาตร โดยมีพระสงฆ์ จำนวน 20 รูป ออกรับบิณฑบาต ณ บริเวณหน้าตึกสันติไมตรีและหน้าตึกไทยคู่ฟ้า

ทั้งนี้ “ปัณรสมวาร” หมายถึง วาระครบ 15 วัน โดยเป็นคำที่มาจากภาษาบาลี ประกอบด้วยคำว่า “ปัณรส” หมายถึง สิบห้า และ “วาร” หมายถึง วันหรือวาระ ซึ่งนิยมใช้ในพระพุทธศาสนาและราชประเพณี เพื่อเรียกพิธีบำเพ็ญกุศลตามกำหนดวาระ อันเป็นการอุทิศถวายเป็นพระกุศลและน้อมรำลึกในโอกาสสำคัญ