กระเป๋า Tod’s T Signature ขึ้นแท่นแอคเซสเซอรี่มาแรงที่สุดแห่งฤดูกาล

18 กันยายน 2569 เวลา 11:02 น.

กระเป๋า T Signature สุดไอคอนิกจาก Tod’s ได้กลายเป็นหนึ่งในแอคเซสเซอรี่ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ปรารถนามากที่สุดแห่งฤดูกาล ดึงดูดความสนใจจากบุคคลในแวดวงแฟชั่นและคนดังทั่วโลก

เหล่าเซเลบริตี้ คนดัง และบุคคลชั้นนำมากมายต่างเลือกถือกระเป๋ารุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Tod’s อย่าง Hyorin Bang รวมถึงนักแสดง Rebecca Patricia Armstrong, Demi Moore, Simone Ashley, Lily James, Lili Reinhart และ Claire Foy ตลอดจนนางแบบชั้นนำอย่าง Laila Hasanovic, Helena Christensen และ Georgia May Jagger สะท้อนให้เห็นว่ากระเป๋า Tod’s T Signature ได้ก้าวขึ้นสู่สถานะของไอคอนร่วมสมัยอย่างรวดเร็ว สามารถจับคู่กับลุคสุภาพเรียบหรูหรือสไตล์เรียบง่ายในชีวิตประจำวัน ดีไซน์เหนือกาลเวลาและงานฝีมืออิตาลีอันประณีตทำให้กระเป๋ารุ่นนี้ กลายเป็นหนึ่งในไอเทมลักชัวรีที่ต้องมี

กระเป๋ารุ่นนี้มาในซิลูเอตที่คมชัดและสง่างาม โดยรังสรรค์จากหนังลูกวัวคุณภาพชั้นเยี่ยม โดดเด่นด้วยดีเทลโลหะตัว “T” อันเป็นเอกลักษณ์ของ Tod’s ซึ่งช่วยขับเน้นความประณีตของรูปทรงกระเป๋า ทั้งยังได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งด้านความงามและการใช้งาน มาพร้อมช่องเก็บของหลากหลาย รวมไปถึงช่องซิปตรงกลาง หูหิ้วด้านบน และสายสะพายที่สามารถถอดออกได้ กลายเป็นกระเป๋าคู่ใจที่เหมาะสำหรับทุกโอกาส ตั้งแต่ช่วงกลางวันไปจนถึงยามค่ำคืน

เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก กระเป๋า Tod’s T Signature ได้ถูกจับจองอย่างรวดเร็วในหลายบูติกทั่วโลก ตอกย้ำสถานะของการเป็นหนึ่งในแอคเซสเซอรี่ที่ได้รับการตามหามากที่สุดแห่งฤดูกาลอย่างแท้จริง ในฐานะสัญลักษณ์แห่งความสง่างามอันเรียบหรู กระเป๋ารุ่นนี้สะท้อนการผสมผสานอันลงตัวระหว่างมรดกแห่งงานฝีมือชั้นเลิศกับเสน่ห์ความร่วมสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ตามไปอัพเดทกระเป๋า Tod’s T Signature ได้ที่  บูติก Tod’s ทั่วโลกและทางออนไลน์ที่ tods.com

พม.จับมือพันธมิตรเปิดโอกาสทางการตลาด ยกระดับ ‘ทอฝัน’ สู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

18 กันยายน 2569 เวลา 10:05 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จับมือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดโอกาสทางการตลาด ยกระดับ “ทอฝัน” สู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

นางสาวแนนบุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย การส่งเสริมช่องทางการตลาดและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการพัฒนาความร่วมมือส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และกระจายสินค้าให้กับบุคคลหรือกลุ่มอาชีพที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการจัดส่ง และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้สินค้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ทั้งนี้ มีนายกิตติ อินทรกุล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมลงนาม พร้อมทั้ง นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นางสาวศิริพร โรจนสุกาญจน รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นายฐานวัฒน์ พรนิธิดลวัฒน์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ นางสาวอัจฉพรรณ ทับทิมทอง เลขานุการกรม ผู้บริหาร แขกผู้มีเกียรติ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก

แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท เปิดประตูต้อนรับนักเดินทางสู่ความมีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ

18 กันยายน 2569 เวลา 09:00 น.

แฟร์มอนท์ โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแอคคอร์ กลุ่มธุรกิจบริการชั้นนำระดับโลก ร่วมกับ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดตัว แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท (Fairmont Bangkok Sukhumvit) อย่างเป็นทางการ และถือเป็นโรงแรมแฟร์มอนท์แห่งแรกในประเทศไทย โดยถูกออกแบบให้เป็น “A blooming stage for celebration” หรือ “เวทีแห่งการเฉลิมฉลองที่กำลังผลิบาน” เพื่อการเฉลิมฉลองใจกลางกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดที่ว่าดอกไม้ทุกดอกล้วนผลิบานอย่างมีความหมาย พร้อมนำจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรม การเชื่อมโยงผู้คน และการเฉลิมฉลอง มาสู่ย่านสุขุมวิทที่มีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ

เจอโรม โลบิเยร์ และ พลพัฒน์ อัศวะประภา

แฟร์มอนท์ (Fairmont) ก่อตั้งขึ้นในเมืองซานฟรานซิสโกเมื่อปี ค.ศ. 1907 และมีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะผู้รังสรรค์โรงแรมระดับแลนด์มาร์ก ความใส่ใจในทุกรายละเอียดการบริการ และการเฉลิมฉลองสุดพิเศษที่แต่งแต้มสีสันให้แก่จุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก โดยภายหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในกรุงฮานอยและกรุงโตเกียวเมื่อไม่นานมานี้ แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดให้บริการในฐานะโรงแรมลำดับที่ 98 ของแบรนด์ กับตำนานความยิ่งใหญ่สู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมปรัชญา “Make Special Happen” ซึ่งเป็นคำนิยามประจำแบรนด์เพื่อสร้างความมุ่งมั่นทุ่มเท         เกินความคาดหมายในทุก ๆ วัน โดยเปลี่ยนทุกความใส่ใจให้กลายเป็นประสบการณ์ที่มีความหมาย ไปจนถึงเนรมิตให้ทุกการ เข้าพักเป็นความทรงจำอันทรงคุณค่าอย่างแท้จริง

Jérôme Lobier (เจอโรม โลบิเยร์) ผู้จัดการทั่วไป แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท กล่าวว่า แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท คือสถานที่ที่หล่อหลอมขึ้นจากพลังของกรุงเทพฯ และจิตวิญญาณของสุขุมวิท ที่นักเดินทางจากทั่วโลกและชุมชนท้องถิ่นสามารถมาพบปะ เชื่อมโยง เฉลิมฉลอง และสัมผัสสิ่งที่ดีที่สุดของเมือง ไม่ว่าจะมาเพื่อประสบการณ์อาหารชั้นเลิศ ช่วงเวลาแห่งการดูแลสุขภาวะ หรือการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษของชีวิต เราพร้อมต้อนรับด้วยบริการที่จริงใจและอบอุ่นจากหัวใจ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่นิยามความเป็นแฟร์มอนท์มาตลอด โดยยึดถือแกนหลัก (Pillar) 5 ประการ ได้แก่ ศิลปะ (Art), แฟชั่น (Fashion), อาหารและการกินดื่ม (Culinary), ความยั่งยื่น (Sustainability) และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellbeing) ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้หล่อหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์

ศูนย์กลางแห่งสีสันและสุนทรียรส

แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท เปรียบเสมือนประตูสู่การค้นพบเสน่ห์อันหลากหลายของกรุงเทพฯ โดยมีประสบการณ์ด้านอาหารเป็นหัวใจสำคัญ ที่พร้อมนำเสนอผ่านห้องอาหารและบาร์ ไม่ว่าจะเป็น Harper’s ที่ตีความบราสเซอรีสไตล์อเมริกาเหนือ–ฝรั่งเศสขึ้นใหม่ โดยผสานความสง่างามแบบปารีสเข้ากับความโก้แบบนิวยอร์ก ขณะที่ AELA Social Bar พร้อมเปลี่ยนบรรยากาศจากเลานจ์หรูในช่วงกลางวันสู่ค็อกเทลบาร์ซิกเนเจอร์ของโรงแรมหลังพระอาทิตย์ตก ส่วน CAYA Pool Club ก็นำรสชาติจัดจ้านมีชีวิตชีวาของสตรีทฟู้ดไทยมาตีความผ่านอาหารร่วมสมัยและค็อกเทลสุดสร้างสรรค์ในบรรยากาศผ่อนคลาย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดกลางคืนอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ และห้องอาหารอีก 3 แห่งที่จะทยอยเปิดให้บริการตลอดปี 2026 ได้แก่ Wiggle Room จุดหมายแห่งความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่มีกำหนดเปิดให้บริการกลางเดือนตุลาคม 2026 โดยผสานเสน่ห์หรูหราของคาบาเรต์คลาสสิกเข้ากับสีสันแบบร่วมสมัยของกรุงเทพฯ ก่อนที่ประสบการณ์ด้านอาหารจะขยายสู่ชั้น 32 และ 33 ของโรงแรม เพื่อเปิดตัวห้องอาหารใหม่อีก 2 คอนเซปต์ ได้แก่ ห้องอาหารที่ผสานอิทธิพลจากอิตาลีและญี่ปุ่นเข้ากับทิวทัศน์เส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ และห้องอาหารไทยร่วมสมัยบนชั้นรูฟท็อป อีกหนึ่งห้องอาหารที่พร้อมถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของอาหารไทยอันรุ่มรวย

เวลเนส คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่นิยามประสบการณ์ของ แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท ภายใต้แนวคิด Wellness Without Walls ที่ผสานการดูแลด้านสุขภาวะเข้ากับทุกช่วงของการเข้าพักอย่างพิถีพิถัน โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสปาและฟิตเนส ตั้งแต่   ทรีตเมนต์เพื่อการฟื้นฟู การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีเป้าหมาย ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ใส่ใจทั้งภายในห้องพักและทั่วโรงแรม เพื่อช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถดูแลสุขภาพและความสมดุลของตนเองได้ตลอดการเข้าพักในจังหวะที่เหมาะกับแต่ละคน

ยูนิฟอร์มสุดพิเศษจาก Asava

พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asava Group กล่าวถึงแนวคิดการออกแบบชุดยูนิฟอร์มสำหรับพนักงานว่า  สิ่งสำคัญคือการผสมผสานระหว่างความประณีตและความหรูหราระดับโลก เข้ากับเสน่ห์ความเป็นไทย ผ่านงานฝีมือที่พิถีพิถัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากงานออกแบบภายในของโรงแรมเองที่นำดอกไม้ไทยมาเป็นจุดเด่น จึงถ่ายทอดชุดยูนิฟอร์มออกมาผ่านโทนสีโบราณที่มีความ “กล่ำ” สุกงอมตามธรรมชาติอย่างน้ำตาล โดยจับคู่กับสีเหลืองหรือสีเบอร์กันดี เพื่อสะท้อนบุคลิกที่สะพรั่งด้วยเอกลักษณ์ของความรุ่มรวย และยกระดับให้มีความเป็นสากล ในขณะที่รูปลักษณ์และฟังก์ชันการใช้งานต้องเดินควบคู่กันได้อย่างลงตัว ดังนั้น ตัวชุดจึงไม่ได้ตอบโจทย์แค่ความสวยงามทางสุนทรียศาสตร์หรือความคล่องตัวในการใช้งานจริงเท่านั้น แต่ยังแฝงความอ่อนช้อยในทุกการเคลื่อนไหว สามารถถ่ายทอดศิลปะแห่งการต้อนรับแบบไทย ตลอดจนสะท้อนตัวตนอันหรูหราและทรงคุณค่าของแบรนด์

แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท เปิดรับจองห้องพักผ่าน Fairmont.com และ ALL.com พร้อมสัมผัสสิทธิพิเศษสำหรับการเข้าพักช่วงเปิดตัว Be the First to Stay รับส่วนลด 20% การอัปเกรดห้องพัก อาหารเช้า และเครดิตสำหรับใช้ภายในโรงแรมมูลค่า 3,500 บาท ให้ทุกการเข้าพักเป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์อันน่าประทับใจ ณ แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท

ซีพี-เมจิ ฉลองทศวรรษเวทีแข่งขันกาแฟ ยกระดับบาริสต้าสู่เวทีโลก

18 กันยายน 2569 เวลา 08:10 น.

ซีพี-เมจิ ฉลองทศวรรษเวทีแข่งขันระดับโลก CP-Meiji World Speed Coffee Art Championship 2026 โดย ลิม ซี ยวน (Lim Zi Yuan) บาริสต้ามาเลเซีย คว้าแชมป์ปีล่าสุด

ซีพี-เมจิ จัด CP-Meiji World Speed Coffee Art Championship 2026 เวทีแข่งขันกาแฟระดับโลก ภายใต้ธีม ‘A decade of crafting champions’ (ทศวรรษแห่งการสร้างแชมเปียนส์) ณ งาน Thailand Coffee Fest 2026 อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเฉลิมฉลองการเดินทางครบรอบ 10 ปีอย่างสมศักดิ์ศรี

ในปีนี้ ลิม ซี ยวน (Lim Zi Yuan) สุดยอดบาริสต้ามาเลเซีย จาก โชว์ทักษะที่เหนือชั้น ในการสร้างสรรค์ลวดลายลาเต้อาร์ตและการทำเครื่องดื่ม จนคว้าตำแหน่งแชมป์ประจำปี 2026 ไปครองได้สำเร็จ เอาชนะบาริสต้าชั้นนำ 128 คน จากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก

สำหรับไฮไลต์การแข่งขันในปีนี้ คือการนำลายลาเต้อาร์ต ของ 5 บาริสต้าระดับแชมป์และรองแชมป์จากเวทีลาเต้อาร์ตโลกมาเป็นโจทย์ในการเท ซึ่งบาริสต้าทั้ง 5 คนล้วนแต่เคยผ่านเวทีของซีพี-เมจิมาแล้วทั้งสิ้น

นางสาวชาลินี พูนลาภมงคล รองผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จของเวทีแข่งขันที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปีว่า “CP-Meiji World Speed Coffee Art Championship เกิดจากความตั้งใจของซีพี-เมจิ ในฐานะผู้นำตลาดนมพาสเจอร์ไรส์ที่เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมกาแฟ ที่จะพัฒนาทักษะและศักยภาพของบาริสต้าไทยให้มีฝีมือทัดเทียมระดับสากล ตลอด 10 ปี การแข่งขันไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อค้นหาผู้ชนะ แต่เราต้องการสร้างพื้นที่ให้บาริสต้าได้ฝึกฝน พัฒนาทักษะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแสดงศักยภาพ เพราะเราเชื่อว่าแชมเปี้ยนไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในวันแข่งขัน แต่เกิดจากการฝึกฝน ความมุ่งมั่น และการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง”

“10 ปีที่ผ่านมา เวทีนี้เติบโตและขยายขอบเขตไปไกลกว่าประเทศไทย ครอบคลุมบาริสต้ากว่า 3,000 คน จากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก กลายเป็นชุมชนคนกาแฟที่เข้มแข็ง หลายคนได้ก้าวสู่การเป็นแชมป์ประเทศ แชมป์โลก เป็นเจ้าของกิจการ ผู้ฝึกสอน และบุคลากรสำคัญในวงการ”

นางสาวชาลินี กล่าวเสริมว่า “ซีพี-เมจิ ตั้งใจให้เวทีนี้เป็นหมุดหมายของบาริสต้าทุกคนที่จะพัฒนา ยกระดับฝีมือและสร้างความก้าวหน้าในวิชาชีพของตัวเอง รวมถึงสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมกาแฟอย่างยั่งยืน สมกับแนวคิด ‘เวทีสร้างคน บาริสต้าสร้างเมือง’ และเจตนารมณ์ของซีพี-เมจิในการ ‘เพิ่มคุณค่าชีวิต’ ตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างแท้จริง”

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ดึง ‘แบมแบม’ นั่งแท่น The Icon of Xpression Beauty

18 กันยายน 2569 เวลา 07:00 น.

เมิร์ซ เอสเธติกส์ บริษัทชั้นนำระดับโลก ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องอัลเทอร่า และผลิตภัณฑ์ฉีดสำหรับใช้ในคลินิกเสริมความงาม ประกาศแต่งตั้ง “แบมแบม – กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” (BamBam) สู่การเป็น The Icon of Xpression Beauty ครอบคลุม 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และอินเดีย เพื่อร่วมถ่ายทอดแนวคิด Xpression Beauty – See More Me มุมมองใหม่ของความงามที่ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวเราเป็นคนอื่น แต่คือการดูดีขึ้นโดยยังคงสีหน้า แววตา รอยยิ้ม ฟีลลิ่ง และตัวตนที่ทำให้แต่ละคนยังรู้สึกเป็นตัวเอง โดยแคมเปญนี้ตั้งใจเปิดทางเลือกใหม่ในการทำโปรแกรมลดเลือนริ้วรอย สู่ผลลัพธ์ที่ดูดี เป็นธรรมชาติ และยังสามารถสื่ออารมณ์ได้อย่างชัดเจน

ข้อมูลจาก “The Pillars of Confidence Report 2025” โดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ ที่ทำการสำรวจผู้คนกว่า 15,000 คน จาก 15 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย สะท้อนอินไซต์สำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยพบว่า 69%
ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขามีความมั่นใจในความเป็นตัวเอง และสูงถึง 79% มองหาหัตถการความงามที่สามารถช่วยสะท้อนความรู้สึกข้างในออกมาสู่ภายนอกได้ นอกจากนี้ 78% ยังเห็นพ้องว่าการทำหัตถการความงามมีผลต่อมุมมองที่พวกเขามีต่อตัวเอง อินไซต์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าผู้คนยุคใหม่ไม่ได้ต้องการทำหัตถการเพื่อเปลี่ยนหรือปกปิดใบหน้าเดิม แต่กำลังมองหาทางเลือกที่ตอบโจทย์การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ด้วยเหตุนี้ แคมเปญ Xpression Beauty ที่มาพร้อมแนวคิด See More Me จึงเข้ามาสร้างมุมมองใหม่ในการรับคำปรึกษาสำหรับโปรแกรมลดเลือนริ้วรอย โดยชวนให้ทุกคนหันมาตั้งคำถามกับแพทย์ผู้ดูแลว่า “นอกจากสิ่งที่อยากปรับ เราอยากเก็บรักษาอะไรไว้ เพื่อให้ความเป็นตัวเรายังคงอยู่” เพื่อตอบรับกับทิศทางความงามยุคใหม่ที่ผู้คนไม่ได้มองหาความสมบูรณ์แบบที่ดูประดิษฐ์หรือไร้ที่ติ แต่ให้คุณค่ากับความงามที่ดูมีชีวิตชีวาและสะท้อนความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง

 “แบมแบม” กับภาพสะท้อนของความงามที่มีชีวิตและทรงพลัง

การแต่งตั้ง แบมแบม ในฐานะ The Icon of Xpression Beauty ไม่ใช่แค่การเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ แต่เป็นการเลือกตัวแทนที่สะท้อนแนวคิด Xpression Beauty ได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด ในฐานะศิลปินระดับโลก แบมแบมมีมิติทางอารมณ์ที่หลากหลาย มีเสน่ห์หรือคาริสมาเฉพาะตัว ทั้งผ่านการแสดงออกทางสีหน้า แววตา และรอยยิ้ม โดยเฉพาะเมื่ออยู่บนเวที ทุกความเคลื่อนไหวและสีหน้าของเขาล้วนแสดงออกถึงความเป็นธรรมชาติ ซึ่งทำให้แฟนๆ ทั่วโลกจดจำและหลงรัก แบมแบมจึงเป็นไอคอนที่ช่วยให้ผู้คนเข้าใจว่า ความงามที่แท้จริงคือความงามที่มีมิติและไม่สูญเสียตัวตน

เมิร์ซ เอสเธติกส์ เชื่อมั่นว่าแคมเปญ Xpression Beauty จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ส่งเสริมให้ผู้รับบริการ
และแพทย์ผู้ดูแล ได้พูดคุยเพื่อร่วมออกแบบผลลัพธ์การลดเลือนริ้วรอยที่ให้ความสำคัญกับการสะท้อนตัวตน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมนิยามความงามที่เน้นความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างความมั่นใจที่แท้จริงในแบบของตัวเอง (Safety First, Confidence Always)

รอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของแคมเปญ “Xpression Beauty” พร้อมกิจกรรมมากมายร่วมกับ “แบมแบม”
ได้ผ่านทุกช่องทางของ Merz Aesthetics Thailand

IG: @merzaesthetics_th FB: @MerzAestheticsThailand Line OA: @MerzBeautyConnect

คุณแหน : 18 กันยายน 2569

18 กันยายน 2569 เวลา 06:00 น.

คุณแหน

•• ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานมอบทุนการศึกษาโครงการ “The Future Marketer” ของ มูลนิธิเพื่อการศึกษาของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เป็นทุนต่อเนื่องจนจบ
ปริญญาตรี 32 ทุน โดยมี อนุวัตร เฉลิมไชย, ไพบูลย์
สําราญภูติ, อภิรักษ์ โกษะโยธิน, ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ, ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล,ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, สมพร มาอุทธรณ์ร่วมด้วย..

•• พินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย และ คุณหญิง ปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล พร้อมคณะวงดุริยางค์ ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย กว่า 100 คน ร่วมเดินทางไปงานแสดงดนตรี Beijing International Great Wall Concert 2026 ณ เมืองเหยียนชิ่ง มหานครปักกิ่ง..

•• รศ.พล.อ.ชุมพล เปี่ยมสมบูรณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ พร้อมด้วย รศ.พล.ต.หญิง ดร.สายสมร
เฉลยกิตติ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชาให้แก่นิสิตคณะแพทยศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์ม.เกษตรศาสตร์..

•• ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช วันเกิดปีนี้ได้ไปฉลองกับครอบครัวที่สิงคโปร์อย่างอบอุ่น..

•• ไม่ได้เจอกันนาน นพ.นพพร อนุกูลการกุศล ชวนเพื่อนๆ Digital CEO#5 มาสังสรรค์รับทานอาหารอิตาเลี่ยน ณ Azzurro @Prathumwan ริมสระว่ายน้ำ ชั้น 8 รร.ปทุมวันปริ้นเซส โดยมี สุรเดช สร้อยรุ่งเรือง ต้อนรับอย่างอบอุ่น งานนี้ ดร.เอื้อมพร ปัญญาใส, สุพรศรี นาคธนสุกาญจน์, ปารณีย์ อํานวยรักษ์สกุล, ณรงค์ฤทธิ์ โชตินุชิตตระกูล, ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร, ภูกิจ ดิศธรานนท์, วิศิษฏ์ เตชาวัฒนากูล, ดร.ศิพัตม์ ไตรอุโฆษ, พ.ญ.แคทรียา เทนสิทธิ์, ภาคย์ บุญยุบล, ชโลธร บุญเหลือ, ปริพรรห์ พิณสุรงค์,สมพิศ วงศ์ปัญญา, วัลภา สถิรชวาล, ร้อยโท ดร.ธนกฤษฏ์ เอกโยคยะ, อิสริยา บวรเศรษฐวัฒน์ ไม่พลาด..•• เพื่อนๆ ชาว Digital Jumpstart #3 ร่วมยินดีกับ เรือโทภัทธวุฒิ กนกวรรณากร ได้เป็น ผู้ช่วย ผอ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย สายวิศวกรรม..

•• ภก.ไพศาล พุทธสันติธรรม สุดปลื้มที่วันก่อนไปเล่นกอล์ฟได้โฮลอินวัน ณ เดอะ รอยัล เจมส์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ต คลับ ศาลายา..

•• สมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ขอแสดงความยินดีกับ อนุพาสน์ สุวรรณมงคล BCC128
เนื่องในโอกาสที่ สภา ม.สงขลานครินทร์ มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุมครั้งที่ 453 ให้ได้รับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พัฒนามนุษย์และสังคม) ประจำปี 2569..

•• เพื่อนๆ Digital CEO#3 ยินดีกับ สุวิทัศท์ สุรสิงห์โตทอง ที่ได้รับรางวัลศิษย์เก่าเกียรติยศ KMITL Next 100 ในโอกาสครบรอบ 66 ปี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในงาน KMITL EXPO 2026..

•• สมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ แสดงความเสียใจกับการจากไปของ ภก.กุลวัฒน์ วุฒิสารกรสกุล ศิษย์เก่า เภสัช มช. รุ่น 16..••

น้องใหม่

แบรนด์ร้านแว่นตาชื่อดังจากญี่ปุ่น สร้างเซอร์ไพรส์ เดินหน้าสร้างสีสันให้วงการ Beauty Fashion

17 กันยายน 2569 เวลา 18:30 น.

OWNDAYS เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนใหม่ : บริษัท โอนเดส์ (ประเทศไทย) จำกัด แบรนด์ร้านแว่นตาชื่อดังจากญี่ปุ่น สร้างเซอร์ไพรส์เดินหน้าสร้างสีสันให้วงการ Beauty, Fashion และ Lifestyle จัดงาน “OWNDAYS MEETS LingLing Kwong” เปิดตัวผลิตภัณฑ์คอนแทคเลนส์ OWNDAYS Clear Vision Comfort อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “The Comfort You Can Feel” งานนี้ได้รับเกียรติจาก
คุณ วู เจีย เทียน  ผู้อำนวยการภูมิภาค (ประเทศไทย กัมพูชา และลาว) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โอนเดส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 4 จากซ้าย) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนล่าสุด ศิริลักษณ์ คอง (หลิงหลิง) (ที่ 3 จากซ้าย) ที่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว และสร้างสีสันภายในงานแฟนมีตครั้งนี้ ณ ลานอีเดน (Eden Zone) ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  เมื่อวันก่อน

ลิฟพลัสชวนดูแลใส่ใจ “ตับ” อย่ารอให้ถึงวันที่ส่งสัญญาณว่า “ไม่ไหว”

17 กันยายน 2569 เวลา 18:01 น.

ถ้าพูดถึงหนึ่งใน “เดอะแบก” ในร่างกายของมนุษย์ หนึ่งในนั้นต้องมี “ตับ” อยู่ด้วยแน่ เพราะเป็นอวัยวะที่อยู่ข้างในไม่โดดเด่น แต่ทำงานทั้งวันทั้งคืน โดยบางโรคอาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก จนกว่าวันหนึ่งที่ “เดอะแบก” นี้จะทำงานไม่ไหว ถึงจะมีสัญญาณเตือนบางอย่างออกมา ทำให้หลายคนไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกติ การดูแลสุขภาพตับแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า หากเรายังไม่มีอาการตัวเหลืองหรือตาเหลือง ท้องป่องแสดงว่าตับยังแข็งแรงดี แต่ความจริงคือ ตับมีความอดทนสูงมาก จะไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก กว่าจะรู้ว่าเป็นโรคตับอาจจะช้าเกินไป ดังนั้นคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงกับการเป็นโรคตับ ไขมันพอกตับ เช่น ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ทานของมัน ของทอด ของหวาน มีภาวะอ้วนเกินไปหรืออ้วนลงพุง ทานยาติดต่อกันเป็นเวลานาน นอนดึกบ่อย ๆ เครียดเป็นประจำ จึงควรตรวจสุขภาพตับ หรือดูแลตับโดยไม่ต้องรอให้มีอาการ

“ตับ” ต้องแบกรับอะไรบ้าง

ตับเปรียบเสมือนโรงงานและเกราะป้องกันสารพิษขนาดใหญ่ของร่างกาย ซึ่งทำหน้าที่หลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่:

  • การสร้างน้ำดี: ตับมีบทบาทในการสร้างน้ำดี ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการย่อย และดูดซึมไขมันในระบบทางเดินอาหาร
  • การขับสารพิษ: ช่วยเปลี่ยนสารพิษที่ละลายในไขมัน เช่น ยา หรือแอลกอฮอล์ ให้ละลายน้ำและขับออกจากร่างกาย
  • การเผาผลาญและบริหารจัดการพลังงาน: คอยควบคุมและจัดการสารอาหาร และพลังงานที่ร่างกายได้รับ
    ทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน

ตับทำงานหลัก 3 ด้านนี้อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ วัน แม้ในเวลาที่เราใช้ชีวิตปกติ แต่ถ้าเราใช้ชีวิตหนักหน่วงกว่าเดิม ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ความเครียดสะสม หรือมีพฤติกรรมการกินอาหารที่มีไขมันสูงและของหวาน ตลอดจนสังสรรค์ปาร์ตี้ “ตับ” ยิ่งต้องทำงานหนักต่อเนื่อง

เช็กสุขภาพตับได้อย่างไร*

การเช็กสุขภาพตับ อาจทำได้ด้วยการตรวจตับประจำปี ซึ่งสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย* ให้ข้อแนะนำไว้ว่า สำหรับคนทั่วไปที่สุขภาพแข็งแรงและไม่มีปัจจัยเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพตับเป็นประจำทุกปี แต่หากมี “ปัจจัยเสี่ยง” ควรเข้ารับการตรวจตับอย่างน้อยทุก 6 เดือนถึง 1 ปี หรือบ่อยกว่านั้นตามการวินิจฉัยของแพทย์ หากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมาก

 ปรับพฤติกรรม–ใส่ใจเลือกสารอาหาร ก่อนวันที่ตับจะ “ไม่ไหว”

การปรับพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในระยะยาว ถนอมตับเอาไว้ให้นาน ๆ นอกจากนี้การเลือกรับประทานอาหารหรือสารอาหารที่ช่วยเสริมการทำงานของร่างกาย ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เช่น อาร์ติโชค มีส่วนช่วยสร้างน้ำดีและส่งเสริมการย่อยไขมัน; แอล-ซิสเท ที่พร้อมยับยั้งการสร้างสารพิษจากเคมีในตับ มีในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว และเมล็ดพืชต่าง ๆ; ชิแซนดร้า เบอร์รี่ ช่วยลดอาการอ่อนเพลียและปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย; เห็ดหลินจือ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงตับ และลดความเครียด; เห็ดชิตาเกะ ช่วยลดคอเลสเตอรอลและต้านมะเร็ง หรือ แดนดิไลออน ที่ช่วยล้างพิษในตับ ขับปัสสาวะ

ทางเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดธรรมชาติ

การกินอาหารที่ถูกหลักโภชนาการช่วยเสริมสร้างสุขภาพได้จริง แต่การเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายและเหมาะสม รวมถึงการเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบตรงกับความต้องการเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวก ซึ่งผลิตภัณฑ์แบรนด์ ลิฟพลัส (LivPlus) เป็นแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดธรรมชาติ
มานานเกือบทศวรรษ ผ่านแนวคิด Gut-Liver Axis (แกนลำไส้-ตับ) เพราะตับและลำไส้มีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก ภายใน 1 แคปซูลอัดแน่นด้วยสารสกัดธรรมชาติและสารสำคัญถึง 12 ชนิด ประกอบด้วย:

  • นวัตกรรม LivShield® 4 ส่วนประกอบหลัก ลิขสิทธิ์หนึ่งเดียวจากลิฟพลัส ได้แก่ อาร์ติโชค แอล-ซิสเทอีน
    ชิแซนดร้า และเห็ดหลินจือ
  • สารสกัดเสริมประสิทธิภาพอีก 8 ชนิด ได้แก่ เห็ดชิตาเกะ, แดนดิไลออน, โสมเกาหลีและโสมไซบีเรียผงขมิ้น, แอสตรากาลัส, โคเอ็นไซม์ คิวเท็น (Q10) และวิตามินบี
ตรีจุฑา สรวงท่าไม้

“ลิฟพลัสก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 ขายมาแล้วกว่า 25 ล้านเม็ด ต้องขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าและซื้อลิฟพลัสมาอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้ทำให้เรายิ่งใส่ใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การควบคุมมาตรฐาน ไปจนถึงการให้ความรู้และดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่าลิฟพลัสจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ต้องเริ่มจากความจริงใจต่อลูกค้า เราต้องการให้
คำว่า ‘ลิฟพลัส ใส่ใจตับ ใส่ใจคุณ’ ไม่ใช่เพียงคำของแบรนด์ แต่เป็นสิ่งที่ลูกค้าสัมผัสได้จากทุกสิ่งที่เราทำ” ตรีจุฑา สรวงท่าไม้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิฟพลัส เฮลท์ โซลูชั่น จำกัด กล่าวทิ้งท้าย

“อทิสเมด โกลบอล” ผนึก Media Addict และ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น จัด Good Health Great Heart ชวนคนไทย “รู้ทัน เสริมภูมิ ลดเสี่ยงเลี่ยงเบาหวาน”

17 กันยายน 2569 เวลา 17:15 น.

จากสถานการณ์เบาหวาน สู่ความร่วมมือเพื่อสร้างความตระหนักด้านสุขภาพ

โรคเบาหวานยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญที่คนไทยไม่ควรมองข้าม ท่ามกลางรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การพักผ่อนไม่เพียงพอ การออกกำลังกายที่ลดลง ตลอดจนความเครียดและปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นโจทย์สำคัญของการดูแลสุขภาพในปัจจุบัน

ข้อมูลจาก International Diabetes Federation (IDF) ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานประมาณ 6.36 ล้านคน หรือคิดเป็น 10.2% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ สะท้อนให้เห็นว่าเบาหวานไม่ใช่เรื่องไกลตัว และยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการสร้างความรู้ความเข้าใจ การดูแลสุขภาพ และการปรับพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเกิดโรค

ขณะเดียวกัน “ภูมิคุ้มกัน” ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของร่างกาย การดูแลสุขภาพให้สมดุลจึงครอบคลุมตั้งแต่การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การพักผ่อนให้เพียงพอ ตลอดจนการตรวจคัดกรองตามความเหมาะสม

ด้วยความสำคัญดังกล่าว บริษัท อทิสเมด โกลบอล จำกัด จึงร่วมกับ บริษัท มีเดีย แอดดิคท์ จำกัด และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น จัดกิจกรรม “Good Health Great Heart เฮลธ์ตี้ทั้งตัว หัวใจแฮปปี้” เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ไฮไลท์ Special Talk “รู้ทัน เสริมภูมิ ลดเสี่ยงเลี่ยงเบาหวาน”

ไฮไลท์สำคัญของงานคือ Special Talk ที่นำเรื่องสุขภาพมาพูดคุยในมุมใกล้ตัวและนำไปปรับใช้ได้จริง ตั้งแต่การดูแลสุขภาพในภาพรวม การสร้างพื้นฐานสุขภาพและภูมิคุ้มกันที่ดี ไปจนถึงการปรับพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน ทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตประจำวัน

ร่วมให้ความรู้โดย พญ.อภิชญา เสียงลือชา (ว.30096) แพทย์ศูนย์สุขภาพผิวและความงาม ในมุมการดูแลสุขภาพตนเองในภาพรวม และ นพ.วันชัย ทวีโภคา (ว.15996) แพทย์ประจำศูนย์อายุรกรรม ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลระบบภูมิคุ้มกัน ตลอดจนการรู้เท่าทันและปรับพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน

เติมสีสันด้วย ดร.อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ แชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิตให้มีคุณภาพและการเลือกใช้สารสกัดจากสมุนไพรและธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเอง, อาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ ถ่ายทอดแนวคิดการเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม และ คุณตุ๊กตา อุบลวรรณ บุญรอด แชร์ประสบการณ์การออกกำลังกายอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ

ดำเนินบทสนทนาโดยผู้ดำเนินรายการพิเศษ กาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ เชื่อมโยงองค์ความรู้จากแพทย์เข้ากับประสบการณ์จริงของแขกรับเชิญ ทำให้เรื่องสุขภาพเข้าใจง่าย สนุก และใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น

Atis amarit ส่งต่อแนวคิดการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งช่วงของกิจกรรมได้รับเกียรติจาก คุณอนัญญา มหาวงศ์ ที่ปรึกษาทีมสุขภาพ บริษัท อทิสเมด โกลบอล จำกัด มาร่วมให้ข้อมูลและแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

พร้อมแนะนำ Atis amarit ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ ในฐานะอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตอย่างสมดุล

กิจกรรมในช่วงนี้ยังสะท้อนแนวคิดสำคัญของการดูแลสุขภาพในยุคปัจจุบัน ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการรับมือเมื่อเกิดปัญหาสุขภาพเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างพื้นฐานของการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

บรรยากาศงานและการเดินหน้าส่งต่อสุขภาพดี

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลากหลายช่วงวัย โดยได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.ปิยะ เนตรวิเชียร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น กล่าวเปิดงาน พร้อมส่งต่อข้อคิดเกี่ยวกับความสำคัญของการสร้างความตระหนักรู้และการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม

ร่วมด้วย นพ.จงรัก เจริญทรัพย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น และผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ และ คุณนันทกา สุขสุมิตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น และผู้อำนวยการฝ่ายศูนย์ธุรกิจ ร่วมกิจกรรมและถ่ายภาพกับคณะผู้จัดงาน แพทย์ และแขกรับเชิญ

นอกจากกิจกรรมบนเวที ผู้เข้าร่วมงานยังได้รับชุดผลิตภัณฑ์ Atis amarit ติดไม้ติดมือกลับบ้าน พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากบูทจำหน่ายสินค้าในโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะภายในงาน โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ร่วมงานทุกเพศทุกวัย

ตลอดปี 2026 และในปีต่อ ๆ ไป เตรียมพบกับ “Good Health Great Heart เฮลธ์ตี้ทั้งตัว หัวใจแฮปปี้” ที่จะเดินหน้าส่งต่อความรู้และประสบการณ์ด้านสุขภาพ ณ โรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ ติดตามข่าวสารและกิจกรรมครั้งต่อไปได้ทาง Facebook Page: MEDIA Addict Thailand https://rb.gy/0bmfv4

โต้กลับ MUO! ยัน “ทารีน่า” ได้ไปซานฮวนแน่ ชี้คำสั่งปลดไร้ผล ผิดสัญญา Hemisphere

18 กันยายน 2569 เวลา 14:01 น.

จากประเด็นร้อนแรงสั่นสะเทือนวงการนางงาม กรณีองค์กรมิสยูนิเวิร์ส (MUO) มีคำสั่งฟ้าผ่าห้าม 6 ประเทศฝั่งเอเชีย ซึ่งรวมถึงประเทศไทย เข้าร่วมการประกวด Miss Universe ครั้งที่ 75 ล่าสุด นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวฟาดกลับทุกประเด็นอย่างดุเดือด พร้อมเปิดแผลคู่กรณีว่าทำผิดสัญญาร้ายแรง และคำสั่งดังกล่าวเป็นเพียงการกระทำโดยพลการที่ไม่เคยมติผ่านบอร์ดบริหาร!

ลั่น 6 ประเทศต้องได้ไป หากไม่ได้ไป เวทีนี้ก็ไม่ต้องจัด

นายณวัฒน์ ได้ประกาศจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า ตัวแทนจาก 6 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม, ลาว, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย และไทย (นำโดย ชาลิน่า โบเช่) จะได้เดินทางไปร่วมการประกวดที่เมืองซานฮวน ประเทศเปอร์โตริโก้ แน่นอน

“ถ้า 6 ประเทศนี้ไม่ไป 95 ประเทศก็ไม่ต้องไปสักประเทศนึงเลย เป็นการกระทำที่ไร้วุฒิภาวะ ไร้ซึ่งกฎหมาย และไร้ความเป็นมืออาชีพ” นายณวัฒน์กล่าว พร้อมระบุว่าตนไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับโพสต์ดังกล่าว เพราะมองว่าคู่กรณีจงใจชิงโพสต์สกัดก่อนที่ตนจะจัดงานแถลงข่าว

ซัดทำโดยพลการ หวังรวบอำนาจ – แฉความจริง “เรื่องนี้ไม่เคยผ่านบอร์ด!”

ประเด็นไฮไลต์ของการแถลงข่าว คือการที่นายณวัฒน์ออกมาแฉเบื้องหลังโพสต์คำสั่งแบนดังกล่าว โดยระบุว่าการจะตัดสิทธิ์ถึง 6 ประเทศ เป็นเรื่องใหญ่ที่ “ต้องผ่านบอร์ดแน่ๆ ล้านเปอร์เซ็นต์” แต่บุคคลดังกล่าวกลับใช้ชื่อบริษัทกลาง (JKN Universe LLC) โพสต์สั่งการเพื่อรวบอำนาจด้วยความรู้สึกส่วนตัว ทั้งที่บริษัทไม่ได้เป็นของเขาเพียงผู้เดียว

“เจ้าของอีก 50% รวมไปถึงบอร์ดบริหารอีกครึ่งหนึ่ง ได้โพสต์ยืนยันทางเพจ Miss Universe ทันทีแล้วว่า เขาไม่ได้ออกคำสั่งนี้ และเรื่องนี้ไม่เคยถูกเอามาผ่านบอร์ด! การกระทำโดยพลการแบบนี้ ทำให้เกิดการผิดข้อตกลงทางกฎหมาย” นายณวัฒน์กล่าวอย่างดุเดือด

ผิดสัญญา Hemisphere ชัดเจน – เตรียมงัดหลักฐานฟ้องศาลสหรัฐฯ

นายณวัฒน์ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การกระทำนี้ผิดข้อกำหนดใน “สัญญา Hemisphere” อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสัญญาที่แบ่งขอบเขตการทำงาน โดยฝั่งตะวันตกไม่มีสิทธิ์มาสั่งการหรือมีอำนาจเหนือฝั่งตะวันออก (และในทางกลับกัน) พร้อมแฉพฤติกรรมบุคคลรายหนึ่งที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความวุ่นวาย ว่าเป็นผู้ที่มีข้อกล่าวหาติดตัวในคดีร้ายแรงมากมาย เช่น คดีค้าอาวุธ ค้ายาเสพติด อาชญากรข้ามชาติ และคดีฟอกเงิน

ในช่วงท้าย นายณวัฒน์ฝากถึงแฟนๆ นางงามให้ช่วยกันแคปภาพโพสต์ดังกล่าวไว้ เพื่อเป็นหลักฐานเพิ่มเติมในการนำไปใช้สู้คดีในศาลที่รัฐเดลาแวร์และนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

“ถามว่าผมไปไหม ฟังปากนะ ผมอ่ะไม่ไป แต่นางงามไปแน่นอน และผมเชื่อว่าประเทศเปอร์โตริโก้ มีมาตรฐานในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง” นายณวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย ยืนยันความมั่นใจว่าตัวแทนสาวไทยจะได้ขึ้นเฉิดฉายบนเวทีระดับจักรวาลอย่างสมศักดิ์ศรี