เอกนิติ เชื่อดึงเงินลงทุนจริง เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย ปี 69 แตะ 7 แสนล้านบาท

เอกนิติ เชื่อดึงเงินลงทุนจริง เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย ปี 69 แตะ 7 แสนล้านบาท

เอกนิติ เชื่อดึงเงินลงทุนจริง เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย ปี 69 แตะ 7 แสนล้านบาท

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.49 น.

“เอกนิติ” เชื่อดึงเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย ปี 2569 แตะ 7 แสนล้านบาท หลังยอดคำขอลงทุนพุ่งต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด Thailand FastPass โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวรายงานตอนหนึ่งว่า รัฐบาลมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยในปีนี้เกือบ 7 แสนล้านบาท ผ่านการเร่งรัดโครงการ BOI Fast Pass และ Thailand FastPass เน้นการเปลี่ยนความเชื่อมั่นจากใบสมัครส่งเสริมการลงทุนให้กลายเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 

นายเอกนิติ กล่าวว่า ความสำเร็จนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการจ้างงานและการฟื้นตัวของภาคการผลิตในทุกภูมิภาคทั่วประเทศตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการใช้การลงทุนเป็นตัวนำในการขับเคลื่อนศักยภาพการแข่งขันของชาติในเวทีโลกอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงานรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนในทุกขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายจริงในระบบเศรษฐกิจไทยตามความต้องการของนายกรัฐมนตรีที่กำหนดให้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุนอย่างแท้จริง

“นโยบายนี้จะช่วยเร่งดำเนินโครงการให้รวดเร็วขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประเทศเพิ่มศักยภาพการแข่งขันตามทิศทางที่นายกรัฐมนตรีได้วางรากฐานไว้สำหรับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั่วโลกที่ต้องการขยายฐานการผลิตมายังประเทศไทย รัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินงานด้วยความรวดเร็วและประสาประสานงานกันอย่างใกล้ชิดทุกหน่วยงานเพื่อสนับสนุนโครงการลงทุนที่ผ่านการพิจารณาให้สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีโดยไร้อุปสรรคทางด้านระเบียบปฏิบัติที่ยุ่งยากในอดีต” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2568 พบว่ามียอดขอรับการส่งเสริมรวมมูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท ถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างชัดเจน การที่มีเงินมหาศาลจ่อคิวเข้ามาลงทุนนี้เป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลต้องเร่งสร้างกลไกที่อำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้ผ่านโครงการเร่งรัดการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ 

สำหรับความเชื่อมั่นเหล่านี้เกิดจากความมั่นคงทางนโยบายและการที่รัฐบาลสามารถสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนผ่านความร่วมมือกับนานาชาติอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ผ่านมาจนได้รับการยอมรับจากองค์กรจัดอันดับระดับโลก ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มการขยายตัวของการลงทุนที่ยังคงมีความร้อนแรงอย่างต่อเนื่องโดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 นี้ มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนพุ่งสูงถึง 1 ล้านล้านบาทภายในไตรมาสเดียว ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 142%

ด้านความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ล่าสุดพบว่าอันดับที่ประกาศโดยสถาบันไอเอ็มดีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการปรับตัวดีขึ้นจากอันดับที่ 30 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 26 ในภาพรวมซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจในหลายมิติ โดยเมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่ามิติด้านการลงทุนระหว่างประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากอันดับที่ 30 มาเป็นอันดับที่ 24 ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการ Thailand FastPass ที่ช่วยยกระดับความเชื่อมั่นให้สูงขึ้น 

เช่นเดัยวกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกทั้งมูดี้ส์และเอสแอนด์พีได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยให้มีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมาอันเป็นสัญญาณที่ยืนยันถึงความสำเร็จของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติให้มีความมั่นคง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทยอย่างชัดเจนและเป็นการตอกย้ำว่านโยบายการดึงดูดการลงทุนของนายกรัฐมนตรีเดินมาถูกทางในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มทุนข้ามชาติที่ต้องการความมั่นคงในระยะยาว

อย่างไรก็ดีนโยบายการเร่งรัดการลงทุนยังส่งผลสะท้อนไปยังตัวเลขจีดีพีในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมาซึ่งมีการขยายตัว 2.8% โดยเฉพาะในส่วนของการลงทุนภาคเอกชนที่มีอัตราการขยายตัวสูงถึง 10.1% ซึ่งถือเป็นการเติบโตในระดับเลขสองหลักเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี การขยายตัวดังกล่าวนับเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าโครงการส่งเสริมการลงทุนเริ่มมีการใช้จ่ายเงินจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากกว่า 2 แสนล้านบาทไปแล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมาผ่านกลไกการเร่งรัดที่รัฐบาลได้ริเริ่มขึ้น 

“การเติบโตนี้ส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการคลังและสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องในระยะยาวผ่านเม็ดเงินลงทุนที่จะไหลเข้าสู่ภาคการผลิตและภาคการก่อสร้างของประเทศอย่างสม่ำเสมอ รัฐบาลมั่นใจว่าด้วยแนวโน้มการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งเช่นนี้จะทำให้เป้าหมายการลงทุนจริงจำนวน 7 แสนล้านบาทสามารถบรรลุผลสำเร็จได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้เพื่อเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนจีดีพีปีนี้” รองนายกฯ กล่าว

กมธ.ท้องถิ่น-กมธ.ปปช.แท็กทีม เตรียมเรียก สถ.-มศว แจงทุจริตสอบท้องถิ่น สัปดาห์หน้า

กมธ.ท้องถิ่น-กมธ.ปปช.แท็กทีม เตรียมเรียก สถ.-มศว แจงทุจริตสอบท้องถิ่น สัปดาห์หน้า

กมธ.ท้องถิ่น-กมธ.ปปช.แท็กทีม เตรียมเรียก สถ.-มศว แจงทุจริตสอบท้องถิ่น สัปดาห์หน้า

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.46 น.

‘2กมธ.ภูมิใจไทย’ แท็กทีมจ่อเรียก ‘สถ.-มศว.’  แจงปม ‘ทุจริตสอบท้องถิ่น’ สัปดาห์หน้า หลังความเสียหายพุ่ง 4.5 พันล้านบาท ขณะที่ ‘อาสพลธ์’ ขอบคุณ  ‘ป.ป.ช.-ตร.ปปป.’ ช่วยเปิดโปงทลายโกงสำเร็จเป็นครั้งแรก คืนความเป็นธรรมให้ ‘ลูกชาวบ้าน’ ที่หวังเป็นขรก.

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 15.05 น. ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ  สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ(ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับ ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่จ.นนทบุรีว่า ต้องขอขอบคุณสองหน่วยงานข้างต้น สืบเนื่องจากการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่ปี 2568 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สะเทือนขวัญแก่บรรดาพี่น้องประชาชนและลูกหลานชาวนา ที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นข้าราชการท้องถิ่น และทราบมาตลอดว่ามีการจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้รับบรรจุข้าราชการ

นายอาสพลธ์ กล่าวต่อว่า ตนในฐานะ สส. เคยได้ยื่นเรื่องร้องเรียน และพาชาวบ้านจังหวัดศรีสะเกษ ไปร้องเรียนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2567 ว่ามีการทุจริตสอบดังกล่าวในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และหลายจังหวัดในภาคอีสาน และเมื่อนายอนุทิน ทราบเรื่อง จึงเป็นที่มาของการลงนามเอ็มโอยูกับ 5หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามทุจริต เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 และการลงนามความร่วมมือครั้งนั้นนำมาสู่การยกเลิกการสอบแข่งขันข้าราชการฯ ในปี 2567 เนื่องจากมีข้อครหาว่ามีการเรียกรับเงินตั้งแต่ 300,000 ถึง 800,000 บาท กระทั่งปี 2568 ที่มีการสอบแข่งขันฯ ข้อร้องเรียนดังกล่าวก็ยังไม่หาย จึงได้แจ้งไปยังนายอนุทิน จนเกิดการปฏิบัติตรวจค้นและจับกุมในวันนี้ที่ จ.นนทบุรี โดยมีมูลค่าความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท และมีผู้เกี่ยวข้องกว่า 3,000 ราย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในการจับกุมคดีที่เกี่ยวกับการทุจริตการสอบข้าราชการฯ ทั้งที่ในอดีตมีข้อครหามากมายแต่ไม่มีการจับได้ จึงขอขอบคุณ ป.ป.ช. และ บก.ปปป. ที่คืนขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนที่ไม่ยอมรับต่อการทุจริต และมีกำลังใจในการสอบแข่งขัน โดยหลังจากนี้คณะกรรมาธิการสภาฯ ที่เกี่ยวข้องจะร่วมตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต่อไป

ด้านนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาฯ กล่าวว่า ตนได้หารือกับนายอาสพลธ์ ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช. ที่จะศึกษาตรวจสอบเรื่องนี้ร่วมกัน โดยภายในสัปดาห์หน้าจะเชิญหน่วยงานมาตรวจสอบ อาทิ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในฐานะเป็นผู้จัดสอบ เข้ามาชี้แจงเพื่อตรวจสอบว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ เมื่อได้รับข้อมูลแล้วจะได้ส่งข้อมูลให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อดำเนินการต่อไป

นายกฯ ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพ ช่วยดึงนักลงทุนต่างชาติ โวเศรษฐกิจไทย ‘หั่งเช้ง’ ดี

นายกฯ ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพ ช่วยดึงนักลงทุนต่างชาติ โวเศรษฐกิจไทย ‘หั่งเช้ง’ ดี

นายกฯ ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพ ช่วยดึงนักลงทุนต่างชาติ โวเศรษฐกิจไทย ‘หั่งเช้ง’ ดี

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.38 น.

นายกฯยันรัฐบาลมีเสถียรภาพ ช่วยดึงนักลงทุนไทยต่างประเทศร่วมโครง ’ Thailand FastPass เพียบ ย้ำบริษัทต้องโปร่งใส หากเลี่ยงภาษี-แรงงานเถื่อน ต้องดำเนินคดีให้เห็นว่านรกมีจริง  บอกศก.ไทย ‘หั่งเช้งดี’ 

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 14.45 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย  ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิด Thailand FastPass เพื่อเร่งรัดการลงทุน ว่า โครงการ Thailand FastPass คือโครงการที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ  ผู้ลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ โดยจะทำให้ขั้นตอนต่างๆในการขออนุมัติและขออนุญาตสั้นลง และในอนาคต ก็จะทำให้ระยะเวลาในการดำเนินการทุกขั้นตอนสั้นที่สุด เชื่อมั่นว่าจะมีผู้ประกอบการและนักลงทุนและนักลงทุนอีกมากมายเข้ามาสู่โครงการ เขาสามารถดำเนินกิจการได้เร็วขึ้น

เมื่อถามว่าที่นายกฯ พูดบนเวทีถึงเสถียรภาพของรัฐบาล แสดงว่ามั่นใจว่าคุมเสถียรภาพของรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลมีเสถียรภาพ ก็จะสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่จะมาประกอบกิจการ นำเม็ดเงินมาสู่ประเทศไทยเราจะต้องทำให้เสถียรภาพมันเกิดขึ้นในรัฐบาล และเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ให้เกิดความสะดวกให้มากที่สุด เขาจะได้เข้ามาใช้ประเทศของเราเป็นฐานการผลิต วันนี้เรามีอีอีซี ซึ่งตนได้รับมากำกับดูแลด้วยตัวเอง มาทำงานควบคู่กันกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) วันนี้ต้องเป็นหนึ่งเดียวกันถึงจะทำงานได้

เมื่อถามต่อว่า  23 รายที่มารับ Thailand FastPass ส่วนใหญ่ ได้ร้องขออะไรมาเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า สิ่งที่เราควรจะให้ความสำคัญและและตั้งข้อสังเกตดีๆ ก็จะเป็นกำลังใจให้กับพวกเราโดยธุรกิจทั้ง 23 รายที่เข้ามา ไม่ใช่ธุรกิจที่จะมาใช้แรงงานถูกในประเทศไทย หรือมาใช้สิทธิประโยชน์ของบีโอไอ เช่นการ ไม่เสียภาษีนำเข้าอะไรต่างๆนานา เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว อุตสาหกรรมที่เข้ามานำมาซึ่งเทคโนโลยี การถ่ายทอดกระบวนการทางการผลิตต่างๆ เช่น ตัวชิ้นส่วนเครื่องยนต์ของเครื่องบินแอร์บัสที่เข้ามา รวมถึงชิ้นส่วนของจรวดด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องของดาวเทียมและการสื่อสารที่ทันสมัย เรานำเอาเทคโนโลยีเหล่านี้มาขยายกระบวนการการผลิตให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมให้มากที่สุด จะเป็นประเทศที่เปิดความพร้อมให้ประเทศต่างๆเข้ามาก็ต้องมีจรรยาบรรณที่ดี ไม่ใช่ไปก๊อปปี้เทคโนโลยีของเขา โดยไม่มีความร่วมมือ และไม่มีระบบในการปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา สิ่งนั้นแล้วประเทศไทยได้ไปถึงขั้นนั้นแล้ว 

นายกฯ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม บริษัทที่เข้ามาก็ต้องมีความพร้อม มีความโปร่งใส และเมื่อถึงวงรอบก็ต้องมีการไปตรวจ หรือสุ่มตรวจ แต่ถ้าเราเปิดโอกาสขึ้นมาแล้ว และเกิดมีเรื่องของการลดสเปค หรือการหลบเลี่ยงภาษีหรือเรื่องแรงงานเถื่อนเหล่านี้ เราก็ต้องทำให้เห็นว่านรกมีจริง ก็ต้องถูกดำเนินคดี ถ้าทำอย่างนี้ได้เราก็จะเป็นประเทศที่สามารถที่สามารถขยายการลงทุนขยายโอกาสในการสร้างรายได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

เมื่อถามต่อว่าแสดงว่าเศรษฐกิจไทยกำลังโงหัวขึ้นใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แน่นอน ภาษาที่บ้านผมเรียกว่า”หั่งเช้งดี” (แนวโน้มเศรษฐกิจดี )

เช็ครายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

เช็ครายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

เช็ครายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.26 น.

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง ประจำวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2569 ดังนี้
เรื่อง คณะกรรมการต่าง ๆ ที่แต่งตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรี (กระทรวงคมนาคม) 

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ขอเพิ่ม “ผู้แทนกรมการขนส่งทางราง”  เป็นกรรมการในคณะกรรมการประสานการขนส่งผ่านแดนแห่งชาติ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเป็นต้นไป 

เรื่อง  การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ(กระทรวงสาธารณสุข) 

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเสนอ แต่งตั้งข้าราชการ  พลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในส่วนราชการต่าง ๆ รวม 8 ราย ดังนี้

กรมการแพทย์
1. นางสาวเบ็ญจ์สชีว์ ปัทมดิลก  ให้ดำรงตำแหน่ง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ  (ด้านเวชกรรม สาขาตจวิทยา สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์) ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2568

กรมควบคุมโรค
2. นางภัคนี สิริปูชกะ ให้ดำรงตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขทรงคุณวุฒิ (ด้านสาธารณสุข) กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2568

กรมการแพทย์
3. นางวรรณรัตน์ พงศ์พิรุฬห์ ให้ดำรงตำแหน่ง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรม สาขาอายุรกรรม) สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2568
4. นายกิตติ์พงศ์  สัญชาตวิรุฬห์ ให้ดำรงตำแหน่ง  นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) 
กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569

กรมสุขภพจิต
5. นางสาวรัชนี ฉลองเกื้อกูล ให้ดำรงตำแหน่ง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรม สาขาจิตเวช) โรงพยาบาลศรีธัญญา กรมสุขภาพจิต ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2568
6. นางวิรีย์อร จูมพระบุตร ให้ดำรงตำแหน่ง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรม สาขาจิตเวช) โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ กรมสุขภาพจิต ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2568

กรมอนามัย
7. นายมนัส รามเกียรติศักดิ์ ให้ดำรงตำแหน่ง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านอนามัยแม่และเด็ก) กรมอนามัย ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2568
8. นางวิมล บ้านพวน ให้ดำรงตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขทรงคุณวุฒิ (ด้านส่งเสริมสุขภาพ) 
กรมอนามัย ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2568

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์  ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายทรงศักดิ์ ทองศรี) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

เรื่อง การแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ รวมจำนวน 7 คน ดังนี้

1. นางสาวสุทธาภา อมรวิวัฒน์ ประธานกรรมการ
2. นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
3. นางสาวพัชรินรุจา จันทโรนานนท์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
4.นายวนัส แต้ไพสิฐพงษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
5. นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
6. นายนัยวุฒิ วงษ์โคเมท กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
7. นายประยูร ลิ้มสุข กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

เรื่อง แต่งตั้งกรรมการอื่น (ผู้แทนกองทัพอากาศ) ในคณะกรรมการกำกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอแต่งตั้ง พลอากาศโท จุมพล คล้อย

ภยันต์ เป็นกรรมการอื่น (ผู้แทนกองทัพอากาศ) ในคณะกรรมการกำกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย แทนพลอากาศตรี วุฒิ น้อยเชี่ยวกาญจน์ 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) ประธานกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เสนอแต่งตั้ง นายนพดล 
เภรีฤกษ์ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ด้านนิติศาสตร์) ในคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ แทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระเนื่องจากลาออก 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง

มีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับเวลาที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ยังอยู่ในตำแหน่ง

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอแต่งตั้ง นายปกรณ์เกียรติ วาณิชวัฒนากุล ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

นายกฯ เปิดโครงการ Thailand FastPass ดึง 8 หน่วยงานรัฐ อำนวยความสะดวกนักลงทุน

นายกฯ เปิดโครงการ Thailand FastPass ดึง 8 หน่วยงานรัฐ อำนวยความสะดวกนักลงทุน

นายกฯ เปิดโครงการ Thailand FastPass ดึง 8 หน่วยงานรัฐ อำนวยความสะดวกนักลงทุน

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.11 น.

นายกฯ เปิดงาน Thailand FastPass เร่งรัดการลงทุน ลั่นรัฐบาลพร้อมแก้อุปสรรค -ลดขั้นตอน หนุนลงทุน บอกไม่ต้องห่วงเรื่องความมั่นคงไม่มีใครทำร้าย- คุกคาม ปท.ไทยได้  ย้ำ “ไฟไม่ดับ -น้ำไม่หยุด-ไม่ขาดแคลนน้ำมัน -แก๊ส“ แน่

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด Thailand FastPass เพื่อเร่งรัดการลงทุนร่วมกับ 8 หน่วยงาน ได้แก่ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมศุลกากร สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวรายงาน รวมถึงนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯนางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งสิ่งแวดล้อม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เข้าร่วมงาน

โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ตนรู้สึกยินดี และมีความดีใจที่ท่านได้มามาเยี่ยมพวกตนถึงทำเนียบและรัฐบาล มากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อมาร่วมลงนามในเอ็มโอยู ในโครงการ Thailand FastPass   ที่จะทำให้ผู้ลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับความสะดวกในการประกอบกิจการต่างๆ หากถามว่าการแข่งขันทางเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบันแตกต่างจากเมื่อ 10 – 20 ปีที่แล้วอย่างไรบ้าง หนึ่งในคำตอบที่ท่านต้องเขียนให้ตนทราบคือ ความรวดเร็ว ที่ผ่านมาประเทศไทยอาจจะถูกรู้สึกว่า เราไม่ค่อยมีความสะดวกเท่าไหร่ เรามีความระมัดระวังมากเกินไป ทำให้เสน่ห์ที่ดึงดูดนักลงทุน เป็นฐานการผลิตสินค้าต่างๆ จากประเทศอื่นๆ  ทั่วโลกลดน้อยถอยลงไป ทำให้ท่านไปคิดถึงสถานที่ หรือประเทศอื่นๆ ที่จะลงทุน เพื่อสร้างฐานการผลิตแห่งใหม่ 

นายกฯ กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้รัฐบาลชุดนี้ยอมไม่ได้ เราเชื่อว่าประเทศใดมีตลาดใหญ่กว่า ใครมีแรงงานมากกว่า ตรงไหนมีต้นทุนที่ต่ำกว่า เขาก็คือคู่แข่งของเรา ตรงไหนที่มีการอำนวยความสะดวกได้น้อยกว่า ตรงนั้นก็จะเป็นอุปสรรคในการที่จะเชิญนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ต้องหายไป ด้วยความร่วมมือที่รัฐบาลจะต้องไม่เป็น ผู้ควบคุมกฎ แต่รัฐบาลจะเปลี่ยนบทบาทมาเป็น ผู้ที่ช่วยผลักดัน ให้ความปรารถนาของพวกท่านได้บรรลุผลสำเร็จด้วยความรวดเร็ว รัฐบาลขออย่างเดียว ท่านทำตามกฏหมาย ทำตามสิ่งที่ท่านได้นำเสนอกับผู้ที่จะต้องออกใบอนุญาตต่างๆให้ท่านโดยเคร่งครัด และความไว้เนื้อเชื่อใจกันก็จะบังเกิด ท่านจะไม่ต้องแบกภาระทั้งต้นทุนทางการเงินและสิ่งสำคัญที่สุดคือการเสียโอกาส อย่างเช่นสินค้าที่มีความนิยม แทนที่จะทำโรงงานผลิตให้สำเร็จ แต่กว่าจะสำเร็จอาจจะมีการเปลี่ยนสินค้าไปแล้ว มันก็เกิดการผิดพลาดในเรื่องการวางแผน ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ ตรงนี้คือเป้าหมายที่รัฐบาลทำ 

“วันนี้สิ่งที่ผมคาดหวัง อาจจะมาถึงครึ่งทางแล้ว แต่ตอนที่คาดหวังไว้ ผมไม่ได้มาเป็นนายกฯ ผมกำกับในสิ่งที่กำกับ เมื่อไปแสวงหาความร่วมมือจากกระทรวงอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลที่มีพรรคผสมเยอะ เดี๋ยวเขาก็บอกว่าทำอย่างนี้ เดี๋ยวก็กวาดคะแนน โกยคะแนนนิยมไปคนเดียวไม่เอาดีกว่า ไม่มีเอ็มโอยู ไม่มี Understanding เอา Uncertainty ไปเรื่อยๆ แต่วันนี้เมื่อเป็นนายกฯ แล้ว เป็นหัวหน้ารัฐบาลแล้ว วันนี้หน่วยงานทั้งหมด ต้องทำตามนโยบายของผม“  นายกฯ กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนโชคดีที่ได้นายเอกนิติ คณะคณะรัฐมนตรี เลขาบีโอไอที่มีความเข้าใจถึงความอึดอัด ความเบื่อของนักลงทุนที่มาในประเทศไทย เที่ยวไปประกาศ 3 บ้าน 8 บ้านว่าเรามีความพร้อมเรื่องสาธารณูปโภค โลจิสติกส์ อุปกรณ์อำนวยความสะดวก เครื่องมือสื่อสาร ซึ่งก็มีความพร้อม แต่ที่ช้าคือเรื่องการอนุมัติ ในเมื่อทุกอย่างแล้ว ทำไมถึงอนุมัติช้าตนก็ตอบไม่ได้ ถ้าทุกอย่างที่เรามีในประเทศไทยมีความพร้อมหมดแล้วอนุมัติช้า นี่คือความด้อยประสิทธิภาพของระบบราชการไทย รัฐบาลนี้ไม่มีทางยอมที่จะให้มีคำว่าด้อยประสิทธิภาพอยู่ในระบบการบริหารราชการแผ่นดินของเรา นี่คือการยกระดับความสะดวกราบรื่นในการทำธุรกิจ การประกอบกิจการในประเทศไทย 

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลนี้ไม่ได้ลดภาระค่าขั้นตอนด้านเอกสาร แต่จะต้องให้ถึงในจุดที่วันสต็อปเซอร์วิสให้ได้ วันนี้ตนมีหน้าที่ที่จะกำกับดูแลมอบนโยบายให้ความรับผิดชอบ ต่อทุกหน่วยหน่วยงานในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐ ซึ่งต้องขอขอบคุณนายเอกนิติ ในฐานะที่กำกับดูแลบีโอไอ ที่ได้ตอบสนองนโยบายของตนให้อย่างรูปธรรม แค่เราประกาศว่าจะทำ FastPass จะเข้าองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ(OECD) จะทำทุกอย่างความโปร่งใส จะยึดหลักกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศนี้ทุกคน และเมื่อ
นานาชาติ หรือบริษัทที่ทำการประเมินผลประเทศไทยอยู่ในสถานะไหน เขาได้เห็นสิ่งที่เรากำลังจะทำ เขาก็ปรับความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยทันที และถ้าท่านมาลงทุนด้วยกฎเกณฑ์ที่เราได้ระบุไว้ เม็ดเงินที่เข้ามา จำนวนรายได้ที่จะขึ้นกับประเทศนี้ ผลผลิตมวลรวม จีดีพี การจ้างแรงงานต่างๆ ภาษีที่รัฐบาลได้ ไม่ว่าจะเป็นภาษีนิติบุคคล ภาษีบุคคล ภาษีรายได้ต่างๆ ก็จะทำให้ประเทศไทยได้รับโอกาสดีๆ เพิ่มศักยภาพขึ้นไป ตรงนี้เป็นการจุดประกาย สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศของเรา

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ที่พวกท่านมาที่นี่ เป็นเครื่องยืนยันว่าท่านให้ความมั่นใจกับประเทศไทย รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่น รัฐบาลจะต้องดำเนินโครงการนี้ นโยบายนี้ไปสู่ผลสัมฤทธิ์ให้กับทุกท่านด้วยความรวดเร็ว ไม่มีใครขวางได้ ตราบใดที่พวกเราทุกคนในคณะรัฐมนตรีนี้ยังทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน อยู่ ดังนั้นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นคือประเทศไทยมีศักยภาพ เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. มีการประชุมคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ได้มีการตั้งเป้าว่าเป็นประเทศที่มีรายได้สูงที่แต่เดิมตั้งไว้ 20 ปี แต่เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. มีการตั้งเป้าไว้ 12 ปี ทำให้ 8 ปีที่สั้นลง จะสร้างโอกาส สร้างศักยภาพให้กับประเทศไทยได้ ซึ่งภาคเอกชนให้ความมั่นใจ เพราะหากทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นตาบาปติดตัวของคนนั้นตลอดไป ซึ่งถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี วันนี้รัฐบาลพูดให้เอกชนฟังว่า เราพร้อมที่จะบอกว่า นี่คือโอกาสทองของภาคเอกชนที่จะมาช่วยรัฐบาล ในการทำให้ประเทศไทยเติบโต ขับเคลื่อนไปข้างหน้า สร้างความอยู่ดีกินดี ความมั่งมี การมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในประเทศ

“ส่วนเรื่องความมั่นคง ท่านไม่ต้องห่วง ไม่มีใครทำร้ายประเทศไทยได้ ไม่มีใครคุกคามไม่มีใครรุกราน ไม่มีใครทำให้ไฟฟ้าของท่านดับลง ไม่มีใครทำให้น้ำที่ใช้ระบบการผลิตไม่ไหล ไม่มีใครทำให้น้ำมันขาดแคลน แก๊สขาดแคลนจากประเทศนี้ได้ ฉะนั้นปัจจัยที่สนับสนุนการผลิต รัฐบาลนี้ให้คำยืนยันว่า ท่านมีความมั่นคงในเรื่องของแหล่งพลังงาน ปัจจัยต่างๆที่จะทำให้การผลิตของท่านมีความราบรื่นและมีประสิทธิภาพ“ นายกฯ กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอยืนยันว่าประเทศไทยมีความพร้อมมากที่สุดในภูมิภาคนี้ หากท่านไปเทียบน้ำหนัก ประเมินในทุกปัจจัย ทั้งโลเคชั่น ระบบโลจิสติกส์ เสถียรภาพของรัฐบาลและเครือข่ายทางการค้า ตนเชื่อมั่นว่าในภูมิภาคนี้ ประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลาง และมีความพร้อมมากกว่าประเทศอื่นๆ ซึ่งถ้าเรามีความพร้อมยิ่งขึ้นกว่านี้ เราก็จะมาปรับปรุงพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่ง เพื่อให้ท่านมีความพร้อม และเชื่อมเครือข่ายทั้งหลายที่มีอยู่ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศใกล้เคียงให้ครบวงจร โดยที่มีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ตนเชื่อมั่นว่าท่านคงรับทราบปัจจัยต่างๆ เหล่านี้เป็นอย่างดี ท่านถึงจะตัดสินใจมาลงทุนในประเทศไทย เรื่องอื่นๆที่รัฐบาลจะต้องทำ ก็ขอให้เป็นหน้าที่ของพวกตนที่จะต้องทำให้กับพวกท่านเพื่อที่จะได้รับความสะดวก

ครม. ไฟเขียว จัดเก็บค่าโดยสาร รถไฟฟ้า สูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ไม่มีซ้ำซ้อน

ครม. ไฟเขียว จัดเก็บค่าโดยสาร รถไฟฟ้า สูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ไม่มีซ้ำซ้อน

ครม. ไฟเขียว จัดเก็บค่าโดยสาร รถไฟฟ้า สูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ไม่มีซ้ำซ้อน

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.03 น.

ครม.  ไฟเขียวจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ไม่มีซ้ำซ้อน 

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาลนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยต้องเผชิญราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีค่าครองชีพสูง รวมไปถึงอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่ต้องจ่ายค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนและมีราคาแพง เนื่องจากมีผู้ให้บริการหลายรายและค่าโดยสารรถไฟฟ้าแต่ละสายถูกกำหนดขึ้นตามสัญญาสัมปทานระหว่างรัฐและผู้ให้บริการแต่ละราย ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

ดังนั้น เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ครม.จึงมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกมติ ครม. เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เรื่อง มาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท ตลอดสาย (ระยะที่ 2) และยกเลิกการมอบหมายให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) ดำเนินการพัฒนาระบบบริหารจัดการรายได้กลาง CCH โดยมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หารือร่วมกบกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาหน่วยงานที่เหมาะสมในการดำเนินการพัฒนาและบริหารจัดการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง และออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม พ.ศ. … ให้ภายเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 

สำหรับมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่ ครม.รับทราบ ประกอบด้วยหลักการ ดังนี้  1.อัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว (รวมอัตราค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิม 17 บาท) ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งหมด หากค่าโดยสารตลอดเส้นทางไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ให้จัดเก็บตามจริง และไม่มีการเก็บอัตราค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน โดยจัดเก็บที่สถานีต้นทางเพียงครั้งเดียว  2. ใช้บัตร EMV Contactless Card ในการชำระค่าโดยสาร  และ3.กำหนดค่าโดยสารพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส

มากไปกว่านั้น ครม.ยังรับทราบมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ปี 2568 ที่เห็นชอบการปรับโครงสร้างรถไฟฟ้าแบบองค์รวม โดยให้ รฟม. เป็นหน่วยงานของรัฐรายเดียว เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวมรวมทั้งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในการโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก สายสีเขียวส่วนต่อขยาย สายสีทอง และสายสีแดง รวมถึงรายได้และภาระของโครงการดังกล่าวตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ครม.ไฟเขียว พรบ.โอนงบ-งบปี 70 นายกฯ ย้ำพร้อมตอบทุกข้อซักถาม

ครม.ไฟเขียว พรบ.โอนงบ-งบปี 70 นายกฯ ย้ำพร้อมตอบทุกข้อซักถาม

ครม.ไฟเขียว พรบ.โอนงบ-งบปี 70 นายกฯ ย้ำพร้อมตอบทุกข้อซักถาม

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.00 น.

ครม. ไฟเขียว พ.ร.บ.โอนงบฯ–งบฯ ปี 70 นายกฯ ย้ำพร้อมตอบทุกข้อซักถาม เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุม คณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม. เห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณ เสนอ ดังนี้ 

1.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว จำนวน 10,328 ล้านบาท พร้อมเอกสารประกอบ 6 เล่ม และให้เสนอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ในส่วนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. ครม.เห็นชอบให้มี จำนวน 25 คน แบ่งเป็น สัดส่วนคณะรัฐมนตรีเสนอชื่อ จำนวน 6  คน และ สัดส่วนพรรคการเมือง จำนวน 19 คน  ซึ่ง เท่ากับจำนวน คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและตรวจสอบ การใช้จ่ายเงินกู้ ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ทั้งนี้ เพื่อให้การพิจารณางบประมาณเป็นไปอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562

2. เห็นร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว จำนวน
ไม่เกิน 3,788,000 ล้านบาท พร้อมเอกสารประกอบงบฯ 38 เล่ม และให้เสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป 

ในส่วนกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ครม.เห็นชอบให้มี จำนวน 72 คน เท่ากับจำนวนที่มติที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2568 ประกอบด้วย สัดส่วนคณะรัฐมนตรี 18 คน และ สัดส่วนพรรคการเมือง จำนวน 54 คน 

สำหรับกรอบเวลาตามปฏิทินงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณฯ วาระที่ 1 ในวันที่ 25 มิ.ย. 2569  จากนั้น
วันที่ 29 มิ.ย. 2569 – 1 ก.ค. 2569 สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถ เข้าถึงเอกสาร ทั้ง 2 พ.ร.บ. ได้ผ่านทางเว็บไซต์สำนักงบประมาณ  

ศิริกัญญา จี้ ภาวุธ แจงสังคม ปม Forex ยันพรรคตั้งสอบข้อเท็จจริงแล้ว

ศิริกัญญา จี้ ภาวุธ แจงสังคม ปม Forex ยันพรรคตั้งสอบข้อเท็จจริงแล้ว

ศิริกัญญา จี้ ภาวุธ แจงสังคม ปม Forex ยันพรรคตั้งสอบข้อเท็จจริงแล้ว

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.42 น.

‘ไหม’ เรียกร้อง ‘ภาวุธ’ แจงสังคม ปมโยงคดี Forex บอก เอาเท่าที่ไม่กระทบรูปคดีก็ได้ ยัน ‘ปชน.’ ไม่นิ่งนอนใจ ตั้ง คกก.สืบเสาะข้อเท็จจริงแล้ว รับอาจกลายเป็นคดีอุกฉกรรจ์-อาชญากรรมข้ามชาติ ท้า ‘ดีเอสไอ’ ไหนๆสืบมา 6 เดือน ก็เปิดมาเลย วอนสาธารณชน อย่าปล่อยขบวนการเบี่ยงเบนประเด็นทำหลุดโฟกัสเรื่องงบประมาณประเทศ

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่หายหน้าไปหลายวัน หลังจากมีชื่อเป็นผู้ต้องสงสัยในคดี Forex ว่า คดีนี้มีโอกาสที่จะขยายเป็นคดีอุกฉกรรจ์มากๆ ตั้งแต่ฟอกเงินไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติ เราก็รู้สึกถึงความหนักหนาสาหัสที่เกิดขึ้น เข้าใจว่านายภาวุธอาจจะอยากที่จะเตรียมเอกสารเพื่อไปคุยกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็เลยยังไม่ปรากฎตัวในช่วงนี้ 

“อยากเรียกร้องให้นายภาวุธได้ออกมาพูดคุยและชี้แจงต่อสาธารณะ และชี้แจงข้อเท็จจริงบ้าง เท่าที่ทำได้ ไม่กระทบต่อรูปคดี ซึ่งเห็นว่ามีรายละเอียดออกมาอีกเรื่อยๆ ซึ่งทางพรรคประชาชนไม่ได้นิ่งนอนใจ จะมีการตั้งคณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

เมื่อถามว่า ถือว่าน่ากังวลหรือไม่ เพราะดีเอสไอเตรียมยกระดับเป็นคดีแชร์ลูกโซ่ และดึงมาเป็นคดีพิเศษ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า พรรคประชาชนคงไม่ได้เตรียมอะไร แต่ทางคนที่เป็นผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียวที่มีการเปิดเผยชื่ออย่างนายภาวุธ ก็คงจะมีข้อกังวล ว่าเหตุการณ์จะยกระดับไปถึงขั้นนั้นได้ ก็คงต้องมีการเตรียมตัว ซึ่งเราก็มีการให้นายภาวุธได้มีการเตรียมตัวอย่างเต็มที่ 

เมื่อถามว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนมีการปล่อยคลิปวิดีโอที่นายภาวุธ ในลักษณะเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมเทรด Forex มองเป็นเกมการเมืองใส่ร้ายหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า คิดว่าคงเป็นส่วนหนึ่ง และเราก็คงจะเห็นข้อมูลที่มีการขุดขึ้นมาเรื่อยๆ ต่อจากนี้ไป จริงๆ ก็อยากให้พิจารณาอย่างสัดส่วน และอย่าให้เข้าเกณฑ์ของการเบี่ยงเบนประเด็น ประเด็นปัญหาของนายภาวุธก็ร้ายแรง แต่เป็นความผิดระหว่างเอกชนกับเอกชนที่ต้องหาความจริง แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่เป็นเงินของแผ่นดิน ที่ต้องจับตามองในโครงการต่างๆ ที่อาจส่อทุจริตและไม่คุ้มค่า หรือการใช้งบประมาณปี 2570 อย่าให้เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องมาเบี่ยงเบนประเด็นออกจากเรื่องที่ควรจะสนใจ 

เมื่อถามว่า มีคนมองว่าเป็นการปิดปากหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เราก็มีการตั้งข้อสงสัยในเรื่องนี้ถึงช่วงเวลาที่เกิดขึ้นและความพร้อมของการแถลง ซึ่งมาในช่วงจังหวะพอดีกับช่วงจังหวะที่มีการประชุมพิจารณาเรื่อง TH-AI Passport ซึ่งข้อมูลหรือข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรก็ต้องรอกระบวนการยุติธรรมสืบเสาะข้อเท็จจริงกันต่อไป แต่มองที่ช่วงจังหวะเวลามากกว่า ที่พอจะเปิด ก็เปิดแต่ชื่อผู้ต้องสงสัย แต่ไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้ต้องหา 

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ระยะเวลาการให้ข่าวก็ให้ข่าวก่อนการประชุมคณะกรรมาธิการ 2 คณะ ที่ติดตามโครงการ TH-AI Passport ในวันพฤหัสบดี และแถลงข่าวในวันศุกร์ โดยที่ยังบอกไม่ได้ว่าจะตั้งข้อกล่าวหาอะไร ก็เป็นเรื่องที่เราตั้งข้อสงสัยไว้เหมือนกันว่าจะเป็นเกมการเมืองหรือไม่ แต่เราไม่ได้คิดว่าไม่ควรมีการตรวจสอบเรื่องนี้ แต่ดีเอสไอควรเดินหน้าเรื่องนี้ให้มีความกระจ่างชัด ไหนๆ สืบมาได้ถึง 6 เดือนแล้ว ก็ควรมีการเปิดเผยข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหา ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับรู้รับทราบ ตอนนี้หลายคนก็มีข้อกังวลใจในกลุ่มคนที่ถูกดีเอสไอเพ่งโทษ

มหาดไทย เด้งฟ้าผ่า! อธิบดี สถ. พ้นเก้าอี้ เซ่นปมทุจริตสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน

มหาดไทย เด้งฟ้าผ่า! อธิบดี สถ. พ้นเก้าอี้ เซ่นปมทุจริตสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน

มหาดไทย เด้งฟ้าผ่า! อธิบดี สถ. พ้นเก้าอี้ เซ่นปมทุจริตสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.31 น.

 ’มหาดไทย‘ เด้งฟ้าผ่า! อธิบดี สถ. พ้นเก้าอี้ เซ่นปมทุจริตสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน ขณะที่นายกฯ บอก “เป็นเรื่องของปลัดมหาดไทย”

วันนี้ (23 มิ.ย. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 1563/2569 เรื่อง ให้ข้าราชการประจำส่วนราชการเป็นการชั่วคราว โดยเนื้อหาระบุว่า โดยที่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยได้ตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง กับบุคคลและเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนมาก อันเป็นกรณีที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนการบริหารราชการแผ่นดิน และการบริหารงานบุคคลของกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นรวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเพื่อประโยชน์ของทางราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 ประกอบกับ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา๕๗ และมาตรา69 และ กฎ ก.พ. ว่าด้วยการสั่งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ประจำส่วนราชการเป็นการชั่วคราว พ.ศ. 2554 จึงให้นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ตำแหน่งอธิบดี (นักบริหารสูง) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประจำกระทรวงมหาดไทยเป็นการชั่วคราว และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง สั่ง ณ วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ.2569 

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบคำถามในประเด็นนี้ว่า ”เป็นเรื่องของปลัดกระทรวงมหาดไทย“

ครม.ไฟเขียวเสนอ อุทยานธรณีอุบลราชธานี ขึ้นทะเบียนอุทยานธรณีโลกยูเนสโก

ครม.ไฟเขียวเสนอ อุทยานธรณีอุบลราชธานี ขึ้นทะเบียนอุทยานธรณีโลกยูเนสโก

ครม.ไฟเขียวเสนอ อุทยานธรณีอุบลราชธานี ขึ้นทะเบียนอุทยานธรณีโลกยูเนสโก

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.16 น.

ครม. เห็นชอบเสนอ “อุทยานธรณีอุบลราชธานี” ขึ้นทะเบียนอุทยานธรณีโลกยูเนสโก ชูสามพันโบก–ซากดึกดำบรรพ์–วัฒนธรรมท้องถิ่น สู่เวทีระดับโลก

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้เสนอ “อุทยานธรณีอุบลราชธานี” เข้ารับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO Global Geoparks) ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ เพื่อยกระดับแหล่งมรดกทางธรณีวิทยา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมของประเทศไทยสู่การยอมรับในระดับสากล พร้อมสร้างโอกาสด้านการท่องเที่ยว การศึกษา และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชุมชนอย่างยั่งยืน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกเป็นโครงการที่มุ่งอนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าของแหล่งมรดกทางธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่อย่างเหมาะสม ปัจจุบันทั่วโลกมีอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก 229 แห่ง ใน 50 ประเทศ ขณะที่ประเทศไทยได้รับการรับรองแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ อุทยานธรณีโลกสตูล และอุทยานธรณีโลกโคราช ส่วนอุทยานธรณีขอนแก่นอยู่ระหว่างการพิจารณาของยูเนสโก

สำหรับอุทยานธรณีอุบลราชธานี ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอโขงเจียม และอำเภอสิรินธร รวมพื้นที่ประมาณ 1,829 ตารางกิโลเมตร มีความโดดเด่นทางธรณีวิทยาในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะภูมิประเทศที่เกิดจากกระบวนการกัดเซาะของแม่น้ำโขง เช่น “สามพันโบก” แก่งหินขนาดใหญ่ หน้าผาสูงชัน และเสาหินเฉลียง รวมทั้งเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์สำคัญในหมวดหินโคกกรวด ซึ่งมีการค้นพบซากไดโนเสาร์ สัตว์เลื้อยคลานบินได้ จระเข้โบราณ และสัตว์มีกระดูกสันหลังยุคครีเทเชียสจำนวนมาก ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพในอดีตสูงที่สุดของประเทศไทย

นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังมีคุณค่าด้านโบราณคดี วิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น อาทิ ประเพณีตักปลาปากบ้อง วัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำโขง และกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อุทยานธรณีอุบลราชธานีได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานธรณีระดับท้องถิ่นตั้งแต่ปี 2554 และได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีประเทศไทยเมื่อปี 2566 ปัจจุบันมีระบบบริหารจัดการพื้นที่ที่ชัดเจน มีศูนย์ประสานงานอุทยานธรณีตั้งอยู่ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณีให้เสนอขอรับการรับรองจากยูเนสโก เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ทางธรณีวิทยา การบริหารจัดการพื้นที่ การมีส่วนร่วมของชุมชน และศักยภาพในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ประเทศไทยจะต้องแสดงความจำนงต่อยูเนสโกภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และยื่นเอกสารสมัครอย่างเป็นทางการในช่วงวันที่ 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2569 ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและตรวจประเมินพื้นที่โดยผู้เชี่ยวชาญของยูเนสโก

นางสาวลลิดา กล่าวว่า การได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกจะช่วยเพิ่มการรับรู้ของนานาชาติต่อแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมของประเทศไทย ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักวิชาการจากทั่วโลก สร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนในพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและมรดกทางธรณีวิทยาควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน อันจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพของประเทศไทยบนเวทีโลกด้านการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน.